I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

ชื่อตอน : [26] : คำข่มขู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 643

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[26] : คำข่มขู่
แบบอักษร

 

[26] 

'I-RIS RED' 

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา @จวนตระกูลคัง 

“เจ้านั่งเหม่อลอยอะไรเคอร์ซี? ” ฟางซินเดินเข้ามาหาเคอร์ซีที่เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ที่ศาลาริมน้ำมานานสองนานแล้ว 

“เปล่าหรอกเจ้าค่ะ” เคอร์ซีตอบเสียงเรียบก่อนจะลุกขึ้นเพื่อให้ฟางซินนั่ง 

“เปล่าได้ยังไงข้าเห็นเจ้านั่งตรงนี้มานานสองนานแล้ว” 

“ข้าแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ เจ้าค่ะ”  

“คิดอะไรเพลินๆ ของเจ้าคือคิดถึงท่านหยวนซานหรือเปล่า? ”  

“...ปะ...เปล่านะเจ้าคะ” ปากบอกปฏิเสธแต่ใบหน้าของแคร์ซีกลับแดงระเรื่อขึ้นมา 

“เจ้าโกหกไม่เก่งเลยนะ หน้าเจ้าแดงระเรื่อขนาดนั้น ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถึงท่านหยวนซานคนมีใจให้กันนี่นา อยู่ไกลกันย่อมคิดถึงกันเป็นธรรมดา” ฟางซินพูดอย่างดูออกเพราะเธอดูออกจริงๆ นี่นาว่าเคอร์ซีกับหยวนซานดูมีใจให้กันและกันเพราะสองคนนี้มักจะแอบคุยกัน แอบส่งสายตาให้กันเสมอ แล้วตอนที่เธอพาเคอร์ซีกลับมาด้วยตอนนั้นเคอร์ซีก็ซึมไปเลยเพิ่งจะมีปากมีเสียงเนี้ยแหละ  

“มันเรียกความรักใช่ไหมเจ้าคะ ข้าคิดถึงท่านหยวนซานทุกวันเลย ข้ารู้สึกว่าข้ากินอะไรไม่อร่อย นอนก็ไม่ค่อยหลับเลย”  

“ใช่แล้วนั่นแหละที่เรียกว่าความรัก” ฟางซินเอื้อมมือไปลูบแก้มของเคอร์ซี “ไว้รอเรื่องทุกอย่างมันลงตัวก่อนนะ ข้าจะพาเจ้ากลับไปเยี่ยมท่านหยวนซาน” 

“เจ้าค่ะ ขอบใจเจ้าค่ะ” เคอร์ซียกยิ้มออกมาด้วยความดีใจจนฟางซินอดจะเอ็นดูไม่ได้พอเห็นคนมีความรักเธอก็สุขใจไปด้วยเช่นกัน 

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ สุขสบายในบ้านคนอื่นเขาเนี้ย” 

เสียงดุดันดังขึ้นจนทั้งสองหันไปมองก็พบว่าเป็นคังฮูหยินที่มาพร้อมกับสาวรับใช้สองคนที่ท่าทางดูเกลียดชังฟางซินเหมือนกับเจ้านายไม่มีผิดแต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะสาวใช้ส่วนใหญ่ที่นี่ก็หวังสูงอยากจะเป็นเมียอี้หลานทั้งนั้นพอเห็นเธอที่มาจากหอนางโลมได้เป็นเมียอี้หลานก็เลยอิจฉาริษยาตามประสาผู้หญิง 

“แล้วฮูหยินอยากให้ข้าทำอะไรล่ะเจ้าคะ? ” ฟางซินถามกลับด้วยถ้อยคำสุภาพ 

“ก็หัดทำงานบ้านงานเรือนเสียบ้างสิ ญงหญ้าอ่ะถอนไปสิ หนังสือไม่ได้ร่ำเรียนจะไปทำงานอะไรได้นอกจากขายตัวกับไถนา”  

คำพูดของคังฮูหยินทำให้สาวรับใช้และคนงานแถวนั้นต่างพากันหัวเราะออกมาคิกคักด้วยความชอบใจเล่นเอาฟางซินรู้สึกอับอายไม่น้อยแต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกมาเพราะไม่อยากแสดงให้เห็นว่าเธออ่อนแอมันจะเป็นจุดที่ทำให้คนอื่นมันรังแกเธอได้  

“ข้าคงทำงานหนักเช่นนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”  

“ทำไมเจ้าจะทำไม่ได้หรือเกิดหยิ่งยโสขึ้นมา อย่าลืมสิว่าเจ้ามันก็แค่นางโลมชั้นต่ำ”  

“ข้าไม่ใช่นางโลมเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงเด็กรินสุรา มันจะเมตตามากถ้าฮูหยินเรียกข้าให้ถูก” 

“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ สุดท้ายก็เอาตัวเข้าแลกเงินเหมือนกัน ไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี ชั้นต่ำ บาปกรรม”  

มือบางกำหมัดแน่นพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ถึงแม้ตอนนี้จะเจ็บใจที่ถูกด่าทอต่อหน้าคนอื่นๆ ก็ตามโดยเฉพาะพวกคนรับใช้ที่ต้องเอาเรื่องของเธอไปพูดนินทานอกรั้วบ้านอีกอย่างแน่นอน การที่คังฮูหยินมายืนด่าเธอแบบนี้มันไม่ให้เกียรติเธอเลยอย่างน้อยเธอก็เป็นเมียของลูกชายนางนะด่าเธอก็เหมือนด่าลูกชายตัวเองด้วยนั่นแหละเพราะสุดท้ายแล้วถ้าคนเอาไปพูดก็ไม่วายจะยกเอาชื่อของอี้หลานไปนินทาด้วย  

“ข้าทำกับข้าวกับปลาให้ฮูหยินทานได้ งานเล็กๆ น้อยๆ ข้าทำได้ แต่ถ้างานหนักๆ เช่นให้ข้าไปถอนหญ้า ขุดดิน ตัดต้นไม้ ทำความสะอาดทั้งเรือนข้าคงทำไม่ไหว” ฟางซินพูดดักคอคังฮูหยินเอาไว้เสียก่อนเพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเธอบอกถอนหญ้าไม่ได้คงไม่วายจะใช้ให้เธอขุดดินตัดต้นไม้แทนแน่นอน 

“ทำไมเจ้าจะทำไม่ได้อย่าสำออยนักเลย เหมยหมิ่งไปลากตัวนางออกมา” คังฮูหยินหันไปสั่งสองสาวใช้ที่ขนาบข้างมาด้วย 

“เจ้าค่ะ” สองสาวใช้พุ่งตรงเข้ามาหาฟางซินในทันที 

“โอ๊ย! ปล่อยข้านะ” 

“คังฮูหยินปล่อยนายหญิงนะเจ้าค่ะ”  

ฟางซินพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากสาวใช้ทั้งสองคนส่วนเคอร์ซีก็พยายามเข้ามาช่วยฟางซินจนยื้อยุดกันไปมาทั้งสองฝ่าย จังหวะที่ฟางซินกำลังยื้ออยู่นั้นขาบางก็ไปสะดุดเข้ากับพื้นหินจนเสียหลักล้มและแน่นอนไม่มีใครรับเธอทำให้ร่างบางล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนตัวเธอเองยังส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ 

“โอ๊ย!”  

“นายหญิง” เคอร์ซีรีบเข้ามาดูฟางซินในทันที “นายหญิงเป็นเช่นไรบ้างเจ็บตรงไหนไหมเจ้าคะ? ”  

“แค่นี้มันไม่ตายหรอกน่า อย่าสำออยนักได้ไหม มารยาเยอะแบบนี้สินะลูกชายของข้าถึงหลังเจ้านักนังเด็กแพศยา” คังฮูหยินเดินเข้ามาหาฟางซินก่อนจะกระชากแขนบางให้ลุกขึ้นยืน “ลุกเดี๋ยวนี้ถ้าจะอยู่บ้านข้าเจ้าก็ต้องไปทำงานจะมานั่งเป็นเจ้านายแบบนี้ไม่ได้” 

“อย่าเจ้าคังฮูหยินอย่าทำแบบนี้” เคอร์ซีพยายามช่วยฟางซินเต็มที่ 

“โอ๊ย! ”  

“เจ้าไม่ต้องมายุ่ง! ”  

เคอร์ซีถูกสาวใช้ของคังฮูหยินลากตัวออกมาจากฟางซินในขณะที่ฟางซินเองก็ถูกคังฮูหยินลากออกไปที่กลางแจ้งจนเด็กสาวต้องลุกขึ้นยืนเพราะไม่อย่างงั้นเนื้อบางของเธอคงถูกลากจนถูไถไปกับพื้นหยาบเมื่อมาถึงกลางแจ้งคังฮูหยินก็เหวี่ยงตัวของฟางซินออกไปจนร่างบางล้มกระแทกพื้นอีกครั้งและคราวนี้ถึงกับลุกไม่ไหวด้วยความเจ็บ 

“ฮูหยินทำไมทำกับข้าเช่นนี้” ฟางซินช้อนสายตาแถม 

“ก็เจ้ามันเป็นแค่เมียขี้ข้าเจ้าก็ต้องทำหน้าที่ขี้ข้าสิจะมานั่งสุขสบายไม่ได้” คังฮูหยินเดินเข้ามาหาฟางซินก่อนจะกดหัวเด็กสาวให้ก้มลงไปที่พื้น พยายามจะเอาหัวของฟางซินกระแทกกับก้อนดินแข็งๆ จนเด็กสาวต้องฝืนหัวเอาไว้สุดแรง “กินเข้าไปสิหญ้าอ่ะเป็นวัวเป็นควายไม่ใช่หรือ ทำไมไม่กินหญ้าไปล่ะ? ”  

“โอ๊ย! ปล่อยนะเจ้าคะ ปล่อยสิ! ”  

“ว้ายยย! ”  

ด้วยความโมโหและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดฟางซินเลยผลักตัวของคังฮูหยินออกไปอย่างแรงเพราะอีกฝ่ายอายุมากแล้วจึงไม่แปลกที่จะเซออกไปจนเกือบเสียหลักล้ม เด็กสาวรีบใช้จังหวะนั้นลุกขึ้นยืนในทันทีก่อนจะก้าวถอยหลังออกมาจากคังฮูหยินเพื่อตั้งหลักให้ดีแล้วหันไปชี้นิ้วใส่สาวใช้ที่กำลังจับตัวเคอร์ซีเอาไว้ 

“ปล่อยคนของข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างงั้นข้าจะฟ้องท่านอี้หลานว่าพวกเจ้ารังแกข้ากับเคอร์ซี ดูสิคนรับใช้แบบพวกเจ้ากับคนเป็นเมียอย่างข้าท่านอี้หลานจะเฉดหัวใครออกจากจวนหลังนี้”  

คำขู่ของฟางซินทำให้สาวใช้สองคนปล่อยตัวเคอร์ซีด้วยความกลัวว่าจะโดนไล่ออก เคอร์ซีรีบวิ่งกลับมาหาฟางซินในทันทีก่อนจะปัดฝุ่นตามร่างกายให้นายหญิงของตัวเอง “เป็นอะไรไหมเจ้าคะ? ”  

“ข้าไม่เป็นอะไรหรอก” ฟางซินตวัดสายตาไปมองคังฮูหยินที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอเช่นเดียวกัน “ฮูหยินข้าก็ต่างคนต่างอยู่กับท่าน เจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ในเรือนเล็กไม่เคยเสนอหน้าออกไปเด่นอะไรเลย แต่ท่านก็ยังไม่วายจะมาหาเรื่องข้าถึงที่นี่ ข้ารู้ว่าท่านเกลียดข้าแต่ท่านอย่าลืมว่าข้ากับท่านอี้หลานเป็นสามีภรรยากัน ท่านอี้หลานต้องไม่ชอบแน่ที่ท่านทำแบบนี้กับข้า อย่าให้ข้าต้องทนไม่ได้แล้วเอาเรื่องเหล่านี้ไปฟ้องท่านอี้หลานเลยเพราะเดี๋ยวแม่ลูกจะต้องผิดใจกันเสียเปล่าๆ ”  

“นี่เจ้ากล้าขู่ข้าเหรอนังเด็กชั้นต่ำไร้สกุล” คังฮูหยินถึงกับตวัดนิ้วชี้หน้าฟางซิน 

“ข้ามิได้ข่มขู่แต่ถ้าข้าทนไม่ไหวข้าจะนำความไปฟ้องท่านอี้หลานรวมถึงท่านพ่อด้วยว่าฮูหยินมารังแกข้ากับคนของข้าถึงที่เรือนเล็ก”  

ฟางซินยังคงยืนหยัดสู้กับคังฮูหยินถึงแม้ในตอนนี้อีกฝ่ายจะมีพรรคพวกเยอะกว่าจนสามารถลากเธอไปฆ่าทิ้งที่ไหนได้เลยแต่เธอก็จะสู้เพราะเธอไม่ได้สู้เพื่อตัวเองอย่างเดียวแต่สู้เพื่อลูกน้อยในท้องของเธอด้วยเพราะเธออยากให้ลูกของเธอเกิดที่นี่ได้ใช้สกุลนี้ได้เป็นคุณหนูคุณชายของที่นี่เพราะสถานะความเป็นอยู่มันดีกว่าข้างนอก เงินทองมีเพียบพร้อม ชื่อเสียงเกียรติยศวงศ์ตระกูลก็มี ในอนาคตการที่ลูกของเธอได้เกิดที่นี่มันย่อมดีกว่าแน่ๆ  

“อย่าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้านะ ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจะทำทุกทางให้เจ้าทนไม่ได้แล้วหอบข้าวของออกจากบ้านของข้าไปเอง เตรียมตัวไว้เถิดฟางซิน ศึกนี้ยังอีกนานนักเจ้ากับข้าจะต้องห้ำหั่นกันอีกหลายครา”  

ว่าจบคังฮูหยินก็หันตัวเดินกระแทกเท้าออกไปในทันทีโดยมีเหล่าสาวใช้ทั้งสองคนรีบวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ลืมจะหันมาแสยะยิ้มเย้ยหยันฟางซินให้เจ็บใจเล่น เด็กสาวได้แต่เก็บอารมณ์ขุ่นหมองของตัวเองเอาไว้ไม่อยากจะแสดงมันออกมามากนักเพราะเธอไม่อยากจะตกเป็นขี้ปากของคนอื่นที่เอาเธอไปพูดให้เสียหายเพราะมันย่อมเสียถึงอี้หลานด้วย  

“เมื่อไหร่นายหญิงจะบอกท่านแม่ทัพกับคังฮูหยินเสียทีว่าท่านกำลังตั้งท้องหลานของพวกเขาอยู่ พวกเขาอาจจะเมตตาท่านก็ได้โดยเฉพาะคังฮูหยิน ยังไงคนเป็นแม่ก็ต้องอยากอุ้มหลานอยู่แล้ว” เคอร์ซีถามด้วยความสงสัยเพราะฟางซินก็อยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่บอกเรื่องท้องกับใครเลย อี้หลานจะไปบอกพ่อแม่ก็ห้ามปรามเอาไว้ 

“ข้ายังไม่อยากบอกใครตอนนี้ ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกข้า ท้องข้ายังไม่โต ลูกข้ายังไม่แข็งแรงพอ ข้ากลัวว่าถ้ามีคนรู้ว่าข้าท้องลูกท่านอี้หลานจะมีคนคิดไม่ดีกับข้าและลูกเพื่อกำจัดแต่ต้นลมเพราะลูกของข้าก็มีศักดิ์เป็นถึงคุณชายใหญ่ในอนาคตแน่นอนมีสิทธิ์ในการเป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไปด้วย”  

“ท่านจะกลัวอะไรในเมื่อมีท่านอี้หลานทั้งคน? ”  

“ท่านอี้หลานก็มีงานที่จะต้องไปทำทุกวัน เจ้าคิดว่าเขาจะมาอยู่ดูแลข้าได้ตลอดเหรอ ข้าจะบอกอะไรให้นะเจ้าอาจจะยังเด็กเกินไปแต่ข้าเติบโตมาในหอนางโลมเห็นอะไรมาหลายสิ่งหลายอย่างแต่เชื่อเถอะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดมันคือความอิจฉาริษยาและชิงชังของคนเนี้ยแหละ”  

ฟางซินยกมือขึ้นลูบที่หน้าท้องบางของตัวเอง ท้องเธอยังไม่ออกเลยด้วยซ้ำมันเป็นช่วงที่ไม่ปลอดภัย เธอเห็นมาหลายคนแล้วที่ตั้งท้องแล้วถูกวางยาจนแท้งลูกหรือตายทั้งแม่ทั้งลูกก็มีเพราะที่หอนางโลมของเธอก็มีนางโลมหลายคนที่ตั้งท้องกับเหล่าขุนนางและบรรดาเมียของเหล่าขุนนางก็ไม่ชอบไม่อยากให้มีปัญหาในอนาคตจึงตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการวางยาพิษสตรีเหล่านั้นและเธอกลัวว่าเธอจะเป็นแบบนั้น เอาจริงๆ เธอกลัวคังฮูหยินเหมือนกันเพราะคนแบบคังฮูหยินคงไม่ใช่คนมีเมตตาหรือจิตใจประเสริฐหรอกไม่งั้นนางคงไม่เป็นภรรยาหนึ่งเดียวของแม่ทัพฉิน ทั้งๆ ที่แม่ทัพฉินต้องออกศึกในแดนไกลพบเผ่านหมู่บ้านมากมายระหว่างเดินทาง สตรีมากมายที่ผ่านตาหรือแม้แต่พร้อมพลีกายให้ มันน่าแปลกไหมล่ะที่แม่ทัพฉินไม่เคยมีภรรยานอกสมรสที่ไหนเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอกผู้ชายไกลเมียเช่นนั้นไปออกรบนอนกลางดินกินกลางทรายลำบากลำบนขนาดนั้นจะไม่คิดหาความสุขให้ตัวเองหรือ แต่ที่ไม่มีข่าวลือเพราะมีคนคอยเก็บกวาดพวกภรรยานอกสมรสพวกนั้นมากกว่า 

 

. 

. 

-------------------------------------- 

งานนี้แม่ผัวกับลูกสะใภ้คงได้ตบกัน 55555 ฟางซินยอมที่ไหนกันยิ่งงคนเป็นแม่อ่ะ ไม่มีวันยอมโดนกดขี่ข่มเหงหรอก ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกด้วย ลูกต้องปลอดภัยและอยู่อย่างสุขสบาย ฟางซินจะลุกขึ้นสู้ก็ไม่แปลกหรอกอีกอย่างนางก็โตมาในหอนางโลมนะเจอคนตบตีด่าทอกันทุกวันคิดว่าจะไม่ได้วิชามาบ้างเลยเหรอ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น