หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 แ ม ว อั ป ลั ก ษ ณ์ (2)

ชื่อตอน : บทที่ 2 แ ม ว อั ป ลั ก ษ ณ์ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2562 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 แ ม ว อั ป ลั ก ษ ณ์ (2)
แบบอักษร

 

หลี่จิวฮวาเดินกะเผลกๆ มาไกลกว่าครึ่งลี้ นางเข้าตรอกนั้นออกตรอกนี้ ระหว่างทางคอยถามผู้คนที่เดินสวนผ่านมา ในที่สุดก็มาหยุดยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมเทียนอี้ ดึกมากแล้ว ผู้คนเริ่มบางตา มีแขกอยู่สองสามโต๊ะนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ห้องโถง นางยืนมองสำรวจอยู่ครู่จึงกอดกระชับย่ามใบเล็กแล้วย่างเท้าเข้าไปด้านใน เสี่ยวเอ้อวิ่งมาต้อนรับกระตือรือร้น ปากยิ้มแย้ม ส่งเทียงทักทายร่าเริง

หลี่จิวฮวาตาทั้งสองแทบลืมไม่ขึ้น จึงยิ้มตอบเพียงเล็กน้อย แล้วถามว่า

“ยังมีห้องว่างหรือไม่”

“มี...” พูดออกมาได้ครึ่งคำกลับเบิกตาโต ตะครุบปากตนเองโดยเร็ว “เอ่อ...” ยิ้มร่าเริงเปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หนุ่มน้อยเสี่ยวเอ้อยกมือประสาน พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน “ต้องขอภัยนายท่าน”

‘นายท่าน’ …หลี่จิวฮวาเลิกคิ้ว สีหน้าผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยแต่งเป็นชายวันนี้นับว่าไม่เสียเปล่าแล้ว พี่เสี่ยวเอ้อคนนี้ยังมองเห็นนางเป็นหนุ่มน้อยคนหนึ่ง

“เพิ่งมีคนจองห้องสุดท้ายไปเมื่อครู่นี้เอง”

“เมื่อครู่...” นางรำพึงเสียงแหบแห้ง ดวงตาที่กำลังจะปิดทำให้นางต้องเดินโผเผไปพิงกรอบประตู เท้าทั้งสองปวดตุบ ข้อเท้าที่พลิกพอเดินมากเข้าก็เจ็บแปล๊บขึ้นมา เนื้อตัวของนางเหนียวเหนอะหนะและเมื่อยขบ นางอยากจะแช่ในอ่างน้ำ ชำระล้างเนื้อตัว แล้วกระโดดขึ้นเตียง ซุกตัวใต้ผ้าห่มจะแย่แล้ว โรงเตี๊ยมเทียนอี้ไม่มีห้องว่าง นางคงต้องไปหาโรงเตี๊ยมอื่นแล้วกระมัง

นางหมุนตัว หันไปมองด้านนอก...โรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุด ห่างกว่าครึ่งลี้ สภาพเช่นนี้จะเดินไปถึงได้อย่างไร!

ความอ่อนล้าทำให้นางต้องทรุดนั่งลงกับพื้น เสี่ยวเอ้อตกใจรีบร้องห้าม

“นายท่าน! อย่านั่งตรงนี้เลยขอรับ ข้ายังไม่ได้ปัดกวาดพื้น นั่งไม่ได้นะขอรับ”

หลี่จิวฮวาไม่ฟังเสียงแล้ว ขาของนางราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งยังหิวจนท้องกิ่ว เรี่ยวแรงจึงหดหาย นางเลียริมฝีปากตัวเองที่แห้งผาก ถามออกไปเสียงแผ่วโหย

“ยังมีห้องอื่นอีกหรือไม่”

“หะ...ห้องอื่น?”

“อื้อ...ห้องเก็บของ ห้องเก็บฟาง หรือคอกม้าคอกวัวก็ได้ ข้าขอเพียงให้ได้นอนคืนนี้”

“ตะ...แต่มันไม่ใช่ห้องพักนะขอรับ”

“ไม่ใช่แล้วอย่างไร” หลี่จิวฮวาเริ่มขึ้นเสียง ความหงุดหงิดทำให้นางยิ่งอยากล้มตัวลงนอนตรงนี้ “ไปบอกเถ้าแก่ ขอซุกหัวนอนสักคืน ข้ามีเงิน ไม่ต้องห่วงว่าข้าไม่จ่าย”

ชั่วขณะหนึ่งคิดหยิบยื่นป้ายหยกประจำตระกูลให้อีกฝ่ายดู แต่โรงเตี๊ยมผู้คนมากมาย มาจากหลายที่ ไม่รู้ใครดีใครร้าย การแสดงตัวว่าเป็นบุตรสาวของท่านโหวไม่น่าจะใช่เรื่องดี มือข้างขวาดึงป้ายหยกออกมาได้ครึ่งหนึ่งจึงดันกลับเข้าไปใต้ผ้าคาดเอว

“คอกม้าอยู่ข้างหลังใช่หรือไม่ ข้าจะเดินไปเอง” หลี่จิวฮวากัดฟันลุกยืน ถามเสียงเข้ม

“นายท่าน...” เสี่ยวเอ้อโอดครวญ “อย่าทำให้ข้าลำบากใจ...”

“เจ้าหนู” เสี่ยวเอ้อพูดไม่ทันจบประโยค เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นตรงบันไดทางขึ้นชั้นสอง

หลี่จิวฮวาหันมอง แต่ตาพร่าจนเห็นเพียงชายอาภรณ์สีม่วง นางใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตา ใช้มือลูบใบหน้าขับไล่ความอ่อนล้า ระหว่างนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่น เสียงทุ้มต่ำพูดคุยบางอย่าง พอเงยหน้าลืมตา ใบหน้าหล่อเหลาลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ

นางเห็นชัดเจน ทั้งคิ้วเข้ม จมูกโด่ง และดวงตาดำจัดดังถ่าน

ดวงตาคู่นี้เมื่อมองสบแล้วก็ยากจะลืมเลือน

นางเพิ่งระลึกได้ ดวงตาของเขามันคือดวงตาที่เธอเคยเห็นเมื่อสามปีก่อน ดวงตาที่หม่นมัวและอ่อนระโหยโรยแรง ยามได้มองสบอีกครั้งจึงต้องใช้เวลาในการจดจำ

บัดนี้ดวงตาคู่นี้เปี่ยมไปด้วยพลัง เด็ดเดี่ยว หนักแน่น ยังมีความเกรี้ยวกราดและอำมหิตแฝงเน้น ทั้งยังทรงเสน่ห์จนยากจะมองเลยผ่าน หลี่จิวฮวามองแล้ว หยุดหายใจไปชั่วขณะ

นี่เรียกว่าบุพเพหรือไม่ เคยพบกันเมื่อกันเมื่อสามปีก่อน วันนี้เวลาเพียงไม่นานยังพบกันถึงสองครั้งสองครา

“เจ้าไม่มีที่พัก?”

นางพยักหน้าช้าๆ

“ข้ายังนับว่าเร็วกว่าเจ้าอยู่เล็กน้อย”

นางกะพริบตา เลิกคิ้วมอง ดวงตาฉายแววสงสัย

“ห้องสุดท้ายเป็นของข้า”

หลี่จิวฮวากลืนน้ำลาย เม้มริมฝีปากแล้วพยักหน้า ไม่มีคำใดจะกล่าวแล้ว นางเหนื่อยเกินกว่าจะเอ่ยปาก ง่วงเกินกว่าจะลุกเดินไปไหน เอาเถิด ห้องโถงนี้ก็ได้ บนพื้นเย็นนี่แหละ ขอให้นางได้นอนสักงีบเถิด

หลี่จิวฮวาขยับตัว ยังไม่ทันล้มตัวลงนอน เสียงทุ้มต่ำที่เริ่มคุ้นหู แทรกเข้ามาในโสตประสาท

“มานอนด้วยกันสิ”

“หืม?”

นางกล่าวคำเดียว เพียงพึมพำเท่านั้น ยังไม่ทันตอบรับ ร่างของนางก็ถูกมือร้อนๆ ของเขาฉุดให้ลุกขึ้นเสียแล้ว

ความคิดเห็น