ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 104 ความสัมพันธ์ที่วางอยู่บนอารมณ์

ชื่อตอน : บทที่ 104 ความสัมพันธ์ที่วางอยู่บนอารมณ์

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 285

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 104 ความสัมพันธ์ที่วางอยู่บนอารมณ์
แบบอักษร

  เผิงกวนอิงไปแล้ว แต่ไป๋อวี่ยังไม่นอน เขาพยายามต่อโทรศัพท์หาจูอี้หลง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับเลย ไป๋อวี่เลยโทรถึงแม่ 

  "โทรมาทำไมป่านนี้" เป็นไป๋เทียนจ้าวที่รับโทรศัพท์ 

  "แม่ล่ะ? ขอผมคุยกับแม่หน่อย" ไป๋อวี่ถาม 

  "ดูนาฬิกาหรือเปล่าว่ากี่โมงแล้ว" ไป๋เทียนจ้าวกระซิบกลับมา เขาค่อยๆย่องลงจากเตียงเพราะกลัวคุณนายไป๋จะตื่น คว้าเสื้อคลุมแล้วเลื่อนประตูกระจก ออกไปยืนที่ระเบียง 

  "....." ไป๋อวี่ไม่ตอบคำ แต่ก็ไม่ยอมวางสาย 

  "มีอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงไป๋เทียนจ้าวอ่อนโยนอย่างที่ไป๋อวี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน 

  "ผมรักหลงเกอ" ไป๋อวี่โอดครวญ 

  "พ่อรู้แล้ว" ไป๋เทียนจ้าวขานรับ น้ำเสียงยังนุ่มนวลไม่เปลี่ยน 

  "หลงเกอก็รักลูก" เขาบอก นึกในใจว่าไป๋อวี่คงทุกข์ใจเรื่องอะไรอีก 

  " ผมรู้" ...... 

  " แต่ผมไม่อยากให้เขาคิดถึงเผิงกวนอิงอีก" ไป๋อวี่สารภาพความทุกข์ในใจกับพ่อ 

  ไป๋เทียนจ้าวนิ่งเงียบไป เขาจำไม่ได้แล้วว่า ไป๋อวี่เคยระบายความในใจแบบนี้กับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่.... ไม่สิ .... ไม่เคยเลยต่างหาก... ไป๋อวี่ไม่เคยระบายความในใจหรือพูดคุยปรึกษาหารืออะไรกับเขามาก่อนเลย ไป๋อวี่จะเปิดใจแต่กับแม่เท่านั้น... 

  "ก็แค่ชูชีพ จะไปใส่ใจทำไม" ไป๋เทียนจ้าวพยายามบังคับเสียงให้นุ่ม กล้ำกลืนก้อนสะอื้นแห่งความตื้นตันลงคอไป 

  "ทำไมหลงเกอถึงทิ้งเผิงเกอไม่ได้ ... พ่อรู้มั้ย เขา.. หลงเกอ... เขา ...กินยานอนหลับเข้าไป... เขา...." ไป๋อวี่เริ่มร้องไห้แล้ว พฤติกรรมที่เมื่อก่อนนี้ ต่อให้เขาตายแล้วเกิดใหม่ เขาก็จะไม่มีวันทำต่อหน้าไป๋เทียนจ้าวเป็นอันขาด 

  "อาอวี่.... คนกลัวจมน้ำก็ต้องเกาะชูชีพไว้แน่น..." ไป๋เทียนจ้าวนึกอยากจะอยู่ต่อหน้าไป๋อวี่ในตอนนี้ เขาอยากจะลูบหัวปลอบลูก 

  "อาอวี่ได้ทำอะไรให้หลงเกอมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันจมน้ำหรือเปล่า" 

  "ผมรักเขามากถึงขนาดนี้ เขาจะยังไม่มั่นใจอะไรอีก" คำพูดของไป๋อวี่ทำให้ไป๋เทียนจ้าวที่กำลังพยายามจะสวมเสื้อคลุมชะงัก... 

  "มากถึงขนาดไหนเหรอ...? อาอวี่ยังไม่ได้ยินเสียงจากหัวใจเขาเลย อาอวี่ยังอยากจะให้เขาบอกทุกอย่างออกมาจากปาก ไม่ใช่ลูกเหรอที่พยายามคาดคั้นให้เขาพูดให้เขาอธิบาย พอเขาไม่พูดไม่อธิบาย อาอวี่ก็โกรธจนทำร้ายเขา...." 

  "ผม.. ผม.." ไป๋อวี่หมดคำจะแก้ตัว 

  "หลงเกอเป็นคนพูดน้อย ปกติเขาก็ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยแสดงออกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ.... พ่อเองก็ไม่ค่อยพูด แต่พ่อก็ไม่ได้รักแม่ ไม่ได้รักอาอวี่น้อยลงเลย" ไป๋เทียนจ้าวผ่อนลมหายใจเบาๆ เขายิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงคุณนายไป๋ 

  "โชคดีที่แม่เขาเข้าใจพ่อทุกอย่าง แม้จะไม่พูดออกมา แม้จะไม่สบตากัน แต่เราก็เข้าใจว่าต่างคิดอะไรอยู่ เราไม่ต้องการชูชีพหรือตัวช่วยอะไร เพราะเราช่วยกันพาย ช่วยกันอุดรอยรั่ว แล้วถึงแม้ว่าเรือจะล่ม เราก็ว่ายน้ำเข้าฝั่งด้วยกัน ประคองกันไว้ ไปถึงที่ปลอดภัยด้วยกัน.... อาอวี่เข้าใจไหม" 

  "......." 

  "ต่อให้รักแค่ไหน ใครมันจะมั่นใจกับความสัมพันธ์ที่วางอยู่บนอารมณ์ที่รักมากก็เกลียดมาก แคร์มากก็โกรธมากแบบนั้น ทุกครั้งที่อาอวี่หวาดระแวง ทุกครั้งที่อาอวี่โกรธ อาอวี่ก็จะทำร้ายหลงเกอใช่ไหม อาอวี่ต้องการให้เขามองแต่อาอวี่ ให้เขาคิดถึงแต่อาอวี่ ต่อไปเมื่อเขาไปสนิทสนมกับนักแสดงคนไหนอีก ต่อให้เป็นเพราะเรื่องงาน อาอวี่จะไม่พอใจไหม.... พ่อว่าหลงเกอก็คงจะคิดถึงเรื่องนี้อยู่ .... " ไป๋เทียนจ้าวหยุดพูด... ปล่อยให้ไป๋อวี่ซึมซับสิ่งที่เขาพูด  

  "ให้แม่... ให้แม่พูดกับหลงเกอให้ผมหน่อย ... หลงเกอไม่เอ่ยปากบอกผม แต่เขาเคยบอกแม่นี่นา... " 

  "อาอวี่ ... นี่มันไม่ใช่สมัยซ่งสมัยถัง ลูกยังคิดจะหาคู่ผ่านแม่สื่ออยู่หรือยังไง"  

  "....." 

  "จูอี้หลงไม่ใช่แค่ผู้ชายทั่วๆไปนะ ..... นั่นน่ะ มังกรสีชาด... อาอวี่ขุดมังกรออกมาจากถ้ำเองได้.... เรื่องอื่นๆอาอวี่ก็ต้องทำเองได้..." ไป๋เทียนจ้าวไม่รู้ว่าคุณนายไป๋บอกไป๋อวี่หรือเปล่าว่าจูอี้หลงพูดว่าอย่างไร.... แต่เขาก็ยังคิดจะพูดอีกแม้มันจะซ้ำกับที่คุณนายไป๋อาจจะเคยพูดไว้ 

  "หลงเกอบอกว่า อาอวี่มีพ่อกับแม่คอยช่วยเหลืออยู่ เขาไม่มั่นใจว่าลำพังกำลังของอาอวี่เองจะพาความสัมพันธ์นี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า เขาเองก็ไม่มีใครนอกจากเผิงกวนอิงที่คอยพยุงเขาไว้ยามเขาต้องการความช่วยเหลือ เขากลัวว่าแค่กำลังของเขา จะไม่พอประคับประคองคนสองคนได้ .... อาอวี่ แค่ลูกทำให้หลงเกอมั่นใจ ว่าลำพังลูกกับเขาก็จะประคับประคองช่วยเหลือกันตลอดไปได้ แค่นั้น หลงเกอของลูกก็จะไม่ต้องการใครคนอื่นอีกแล้ว" 

  "ผมเข้าใจแล้ว" ไป๋อวี่เอ่ยปากหลังจากนิ่งเงียบไปเพียงครู่  

  "ดีแล้ว .... พ่อจะวางหูล่ะนะ ...." 

  "ครับ" 

 

  ไป๋อวี่มองโทรศัพท์ในมือ นึกแปลกใจว่าเขาก็สามารถมีวันนี้ได้ วันที่เขาคุยกับไป๋เทียนจ้าว เหมือนอย่างที่พ่อลูกทั่วๆไปเขาคุยกัน .... ไป๋อวี่นั่งลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้น จนท้องฟ้าเริ่มมีแสงเรืองๆ เขาจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ 

   

  ...เสี่ยวหลานเป็นคนแรกที่เขาเจอในเช้าวันนั้น เธอต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มร่า ยื่นโทรศัพท์โดยหันหน้าจอมาให้เขาดู เธอเขย่าขยับข้อมือหมุนซ้ายขวา เรียกร้องความสนใจให้เขามองหน้าจอ 

  "อวี่เกอแห้วแล้ว..." เสี่ยวหลานว่า เธอคงจะจำคำพูดนี้จากใครมา ไป๋อวี่ขมวดคิ้ว เดินเขามารับโทรศัพท์ไปดู.... โพสต์บนเว่ยปั๋ว... 

  จูอี้หลงแวะไปเยี่ยมหลี่อี้เฟิงที่กำลังทำงานอยู่ ทำให้หลี่อี่เฟิงกลายเป็นคนแรกที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขาในช่วงเวลาสำคัญ ...ฮึ วันเกิดปีนี้ ไม่ได้อยู่กับเผิงกวนอิง แล้วก็ยังปฎิเสธไม่ยอมอยู่กับเขา .... ถ้าไป๋อวี่ไม่ได้คุยกับพ่อมาก่อน ตอนนี้เขาคงจะรีบสั่งให้เสี่ยวหลานไปสืบดูว่าตารางงานที่จูอี้หลงต้องไปเยี่ยมหลี่อี้เฟิงนั้น มันถูกกำหนดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก่อนหรือหลังที่ปฏิเสธเขา ก่อนหรือหลังจากที่เขานัดเผิงกวนอิง ....เขาคงยังคิดจะจับผิดหลงเกอสินะ... 

  ที่ผ่านมา หลงเกอคงมองเห็นผมทำตัวเป็นเด็กหวงของเล่น... ผมไม่ใช่เด็ก... เกอไม่ต้องห่วง เกอไม่ต้องกลัวว่าความรักของผมจะฉาบฉวยไม่ยั่งยืน... ความรักของผมไม่ใช่อารมณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ ความรักของผมจะอยู่ได้เป็นหมื่นปี หมื่นหมื่นปี ชนิดที่แม้แต่เสิ่นเวยยังต้องถอยให้ ....  

  คิดว่าผมจะรักแบบไม่เห็นแก่ตัวอย่างจ้าวอวิ๋นหลานไม่ได้หรือยังไง ถึงผมจะเป็นพวกที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักอย่างเผิงเกอไม่ได้ แต่งานนี้ผมเป็นพระเอกนะ .... พระเอกถึงจะไม่เห็นแก่ตัวแต่ก็ไม่ยอมเสียคนรักให้ใครหรอก ...พวกที่ยอมน่ะ มันเป็นได้แค่พระรอง เรียกคะแนนสงสารได้ก็แค่จากคนดู ผมไม่แคร์คนดูพวกนั้นหรอก ที่ผมแคร์คือหลงเกอต่างหาก เพราะผมเป็นพระเอกของเกอไง.... ไป๋อวี่คลี่ยิ้มให้เสี่ยวหลาน 

  "โล่งอกไปที ... นึกว่าจะไม่มีใครอยู่กับหลงเกอตอนเริ่มวันใหม่ซะอีก... วันเกิดทั้งที มันต้องมีคนร่วมแบ่งปันความสุข" ไป๋อวี่ยื่นโทรศัพท์คืนให้เสี่ยวหลานที่ยิ้มหน้าบานตอบ 

  "ปีนี้ติดงาน แต่ปีหน้าต้องได้ฉลองวันเกิดกับอวี่เกอแน่เลย" เสี่ยวหลานคนมีความคิดเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ยิ้มให้กำลังใจ ไป๋อวี่ที่กำลังเดินจากไป หันมาส่งยิ้ม ชูนิ้วหัวแม่มือให้เธอ.... 

 

 

  จางฟงยืนทำลับๆล่อๆ ไม่มีทีท่าว่าจะยกกล้องที่คล้องคอไว้มาถ่ายรูปอะไร ไป๋อวี่รอจนทีมสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าถอยออกไป เขาจึงหันมากวักมือเรียกจางฟง 

  "มีอะไร?" เขาถาม จางฟงสูดหายใจลึก 

  "ไป๋เหล่าซือไม่อยากให้เผิงเหล่าซืออยู่ที่แผ่นดินใหญ่นี่จริงๆเหรอครับ" ไป๋อวี่ขมวดคิ้วกับคำถามของจางฟง 

  "เผิงเกอจะอยู่ไหนไม่เห็นจะเกี่ยวกับผมเลย" 

  "คุณก็รู้ ว่าเผิงเหล่าซือจะไปรับงานที่ไต้หวัน..." 

  "อืม รู้" ไป๋อวี่พยักหน้ารับ 

  "รู้ว่าเขาจะไปเพราะอะไร..." จางฟงรุก 

  "เพราะอะไร?" ไป๋อวี่ย้อนถาม นัยน์ตามองดูตัวเองในกระจก 

  "ก็คุณไม่พอใจ... เรื่องของเผิงเกอกับหลงเกอ..." จางฟงเริ่มกล้าขึ้นกว่าเดิม 

  "ถ้าเปลี่ยนจากฉันเป็นนาย นายจะพอใจไหมล่ะ มีคนคอยมาเกาะแกะแฟนนายน่ะ" ไป๋อวี่ย้อนถาม หันมาจ้องหน้าจางฟงตรงๆ 

  "ผมไม่สนหรอก แฟนผมเห็นผมดีที่สุดอยู่แล้ว แล้วผมก็ไม่เห็นว่าไอ้หน้าไหนมันจะมาดีไปกว่าผมเลย" จางฟงตอบอย่างมั่นใจ ทำเอาไป๋อวี่งันไป 

  ... ใช่สิ ... ไป๋อวี่นึก ...แล้วจู่ๆเขาก็โพล่งออกมา 

  "ฉันกลัวว่าหลงเกอจะไม่เห็นว่าฉันดีที่สุด ...แล้วฉันก็เห็นอยู่ว่าเผิงเกอมีอะไรดีกว่าฉันมากมาย.... ว่าไง.. นายเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วใช่มั้ย" เขาจบประโยคด้วยการย้อนถามจางฟง 

  "ผมไม่เข้าใจ...." 

  "ไม่เข้าใจอะไร" 

  "ถ้าหลงเกอไม่เห็นว่าคุณดีที่สุด ถ้าเขาเห็นว่าเผิงเกอมีอะไรดีมากมาย แล้วเขาจะเลือกคุณทำไม ..." จางฟงย้อนถาม 

  "เลือกคุณแล้วมีแต่เรื่องวุ่นวาย เลือกคุณแล้วมีแต่เรื่องให้เจ็บปวดใจ" จางฟงขมวดคิ้ว เขาเริ่มไม่เข้าใจจูอี้หลงจริงๆตามที่ปากว่าแล้ว 

  "ก็เพราะว่าหลงเกอรักฉัน!" ไป๋อวี่ตอบให้ ห้วนๆ จางฟงตบมือฉาด 

  "นั่นไง คำตอบ" เขาอุทานแล้วตบมืออีกฉาด ชี้นิ้วเร่าๆ ย้อนถามไป๋อวี่ 

  "แล้วไป๋เหล่าซือจะกลัวคนที่จูเหล่าซือไม่รักทำไม" 

  "ใครกลัวใคร นายพูดให้มันดีๆหน่อย" 

  "คุณไม่กล้าให้เผิงเกออยู่ที่แผ่นดินใหญ่นี่ด้วยซ้ำ" จางฟงได้ที 

  "ฉันไม่ใช่นายกฯ จะได้เนรเทศใครตามใจชอบ" 

  "งั้นเผิงเหล่าซือไม่ต้องไปไต้หวันก็ได้สิ" 

  "อ้าว เฮ้ย นี่ฉันไปเกี่ยวอะไรกับชีวิตของเผิงเกอของนายด้วยล่ะวะ" 

  "คุณก็รู้ว่าเกี่ยว..." 

  ไป๋อวี่นิ่งไป เขาเข้าใจจางฟงดี เผิงกวนอิงรู้ว่าเขาไม่พอใจ แล้วเวลาเขาไม่พอใจก็มักจะไปอารมณ์เสียใส่หลงเกอ เผิงกวนอิงเลยคิดจะหลบไปเสียให้ไกลๆ แต่พอเผิงกวนอิงจะไป หลงเกอก็เป็นทุกข์ เป็นทุกข์เพราะกลัวว่าตัวเองจะหัวเดียวกระเทียมลีบ กลัวว่าลำพังตัวเองจะประคองความรักสีม่วงนี้ไว้ไม่ไหว....  

  นี่หลงเกอไม่เคยมองเห็นเลยสินะ ว่าความรักมันมาจากคนสองคน ความรักของผม ผมก็ต้องเป็นคนคอยประคับประคอง ความรักของเรา เราก็ต้องช่วยกันประคับประคอง .... นี่ผมกลายเป็นความรักที่เกอต้องคอยแบกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เกอไม่เคยมองเห็นว่าผมเป็นคนที่จะเดินไปพร้อมกับเกอ ประคับประคองความรักนี้ด้วยกันกับเกอหรืออย่างไร เกอไม่มั่นใจในตัวผมถึงขนาดนั้นเลยเหรอ 

   "เผิงเกอเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่พอใจตัวฉันเองต่างหาก ไม่ใช่ไม่พอใจเขา" ไป๋อวี่ระบายลมหายใจช้าๆ 

  "เอาเถอะ แล้วฉันจะหาโอกาสคุยกับเผิงเกอเอง ....นายไม่ต้องกังวลไป" ไป๋อวี่ตบบ่าจางฟงที่มีอายุอ่อนกว่าเขาปีกว่าๆเบาๆ 

  "ผมกลัวจะไม่ทัน" จางฟงยังดูงุ่นง่านอยู่ ไป๋อวี่เลิกคิ้วถาม 

  "ละครที่เผิงเกอเซ็นสัญญาไว้เริ่มถ่ายทำไปแล้ว นี่ทางทีมสร้างยังหาคนแทนเผิงเกอไม่ได้เลย ถึงจะยังพอมีเวลาเพราะช่วงแรกเขาจะถ่ายฉากอื่นๆไปก่อนก็เถอะ ... งานนี้เผิงเกอต้องจ่ายค่าเสียหายไม่น้อยเลย..." 

  "โว้ย เบื่อจริงๆ ไอ้พระรองประเภทพ่อพระผู้เสียสละเนี่ย นึกว่าจะมีแต่ในละคร ดันมีตัวเป็นๆด้วย แล้วเผือกมาเกี่ยวข้องกับพระเอกอย่างตรูอีกต่างหาก โว้ยยย" ไป๋อวี่สบถ มือเท้าสะเอว แหงนหน้าร้องโว้ยใส่เพดาน เขาแหงนหน้าจนคอลำคอตึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายลมหายใจพรวด หันมาหาจางฟง 

  "นายบอกพี่ซันให้นัดเผิงเกอให้หน่อย นายอยากให้เจอเขาด่วนขนาดไหนนายก็บอกพี่ซันไปเลย ขอแค่อย่ามาตอนฉันนั่งส้วมก็พอ .... " พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไป 

  "ครับผม" จางฟงขานรับแข็งขัน สีหน้าดีใจ 

  "เอ่อ... ไป๋เหล่าซือ ... ขอบคุณครับ" จางฟงตะโกนไล่หลังไป๋อวี่ไป 

 

  .... ดูท่าไป๋เหล่าซือจะมีเหตุผลมากกว่าเดิมแล้ว ใครใครก็ว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ขึ่นมาก ... ขอให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆเถอะ พบกันคราวนี้ ขออย่าได้ใช้อารมณ์คุยกันอีกเลย.... จางฟงนึกภาวนาในใจ.... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว