Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักพิเศษ : Megalodon’ s Christmas

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักพิเศษ : Megalodon’ s Christmas

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 17:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักพิเศษ : Megalodon’ s Christmas
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักพิเศษ : Megalodon’ s Christmas 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

คริสต์มาสต์คือ...เทศกาลของขวัญ 

 

ผู้คนจะเอากล่องของขวัญมาวางใต้ต้นคริสต์มาสต์ ดื่มด่ำกับเสียงเพลงประสานของพวกเด็กๆ ที่จะมาร้องให้ฟัง ผสมผสานกับดนตรีสดที่เรียกรอยยิ้มจากคนที่มาฟังได้เป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เรียกรอยยิ้มกลับเป็นจมูกแดงๆ ยาวไปถึงแก้มขาวที่บ่งบอกว่าตัวเองหนาวขนาดไหน หิมะโปรยปรายลงมาเป็นฉากหลังให้ มีเด็กน้อยคนนึงที่กำลังจะย่ำแย่กับสภาพอากาศ

 

ทว่าแทนที่จะหยุดร้อง เขากลับเปล่งเสียงราวกับไล่ความหนาว พาเพื่อนๆ โยกตัวไปมาสร้างความอบอุ่นให้อบอวลในร่าง เป็นภาพที่ใครหลายคนเห็นคงจะชอบใจกัน

 

ผมเองก็คิดแบบนั้น ติดตรงที่ว่า...

 

“ผมน่าจะใช้ผ้าพันคออันใหม่ มันหนากว่าอันที่ผมถักให้ซีน่อนใส่อีก” ผมเลียปากพูดกับคนด้านข้างขณะที่ดวงตาจับจ้องไปที่ลูกคนเล็ก ซีน่อนกับเพื่อนๆ มาร้องเพลงคริสต์มาสต์หน้าโบสถ์ หารายได้เพื่อซ่อมแซมหลังคาโบสถ์ที่มีปัญหาเนื่องจากพายุเข้าเมื่ออาทิตย์ก่อน

 

ตอนแรกผมจะบริจาคเงิน หาคนมาซ่อมให้ แต่ซีน่อนขอไว้เพราะเขาตั้งใจจะทำอะไรในวันคริสต์มาสตร์ แน่นอนว่าผมก็ตามใจเขา เจ้าตัวน้อยควรจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ บ้าง ทว่าสิ่งที่เป็นปัญหาคือสภาพอากาศวันนี้ต่างหาก

 

มันหนาวจนทะเลแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง ดายกับดีแลนไม่ยอมลงทะเลเลยตั้งแต่หิมะโปรยลงมา

 

“ดูสิลูกจมูกแดงหมดแล้ว เราต้องรีบพาเขากลับก่อนที่เขาจะหนาวตาย”

 

“ไม่ขนาดนั้นหรอก ซีน่อนทนไหว”

 

“แต่อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ผมกลัวว่าเขาจะ...”

 

“เดี๋ยวผมเอาผ้าพันคอไปให้น้องนะครับ” คำพูดนั้นรั้งสายตาของผมกับดายให้หันขวับไปมองเจ้าตัวเล็กที่สูงเพียงเอวผมเท่านั้น ซีวานยกยิ้มขณะที่ถอดผ้าพันคอผืนใหม่ตัวเองออก จำได้ว่าดีแลนเป็นคนซื้อให้เมื่ออาทิตย์ก่อน จริงๆ เขาตั้งใจจะให้วันนี้ เสียดายที่ซีวานดันไปเจอซะก่อน

 

ช่วยไม่ได้ที่ดีแลนไม่ใช่พวกเก็บของเนียนเท่าไหร่ เหมือนตอนที่เขาจะขอผมแต่งงานไง...

 

ผมเห็นแล้วว่าแหวนมันถูกซ่อนไว้ในลิ้นชักที่ผมเปิดประจำ

 

เป็นคนที่เก็บความลับได้ไม่ดีเลยจริงๆ

 

ซีวานเดินฝ่าฝูงชนไปหาน้องชายที่ยืนรอเพลงอยู่ ทำให้สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เจ้าเด็กวัยเจ็ดปีที่เค้าหน้าถอดแบบดายจนผมนึกว่าโคลนนิ่ง เขากำลังพันผ้าพันคอสีแดงตัดขาวให้น้องชายตัวเองที่มีผ้าอยู่แล้วหนึ่งผืน รอยยิ้มเล็กๆ จึงปรากฏบนใบหน้าของซีน่อน ตามมาด้วยการหอมแก้มที่บ่งบอกถึงการขอบคุณที่ช่วยคลายความหนาว

 

ซีวานเดินยิ้มกลับมาข้างผม เขาดูมีความสุขที่ได้ทำ

 

“สุภาพบุรุษไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ใครมาบอก”

 

“เราต้องรู้ด้วยตัวเอง” พ่อลูกตอบรับกันคล้ายกับพูดใส่กระจก ผมลูบหัวลูกชายคนโตพร้อมกับหอมหัวอีกฝ่ายด้วยความรัก “มีคนมองผมเต็มเลยครับแม่”

 

“นั่นก็เพราะว่าลูกทำตัวน่ารัก”

 

“เหมือนเจ้าชายในนิทานของแม่ไหมครับ?” ผมหัวเราะให้กับคำถามนั้น เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เล่านิทานเกี่ยวกับเจ้าชายคนนึงที่สุภาพและอ่อนโยน เอาชนะใจหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวของเมืองได้ ซึ่งดายเองก็ดูจะชอบ เขาเลยหยิบเรื่องนั้นมาสอนลูกชายจนเขาจำฝังใจ

 

“ยิ่งกว่าเจ้าชายอีกครับ” ผมตอบกลับ ความเอ็นดูถูกส่งผ่านนัยน์ตาที่สบกันด้วยความรัก รอไม่นานเพลงบรรเลงในวันคริสต์มาสต์ก็จบลง เหล่าเด็กผู้ขับร้องก้มหัวให้กับคนที่มาฟัง ซีน่อนบอกลาเพื่อนของเขาก่อนจะรีบวิ่งเข้าสู่อ้อมอกพ่อของเขา

 

ดายกดจูบลงบนแก้มที่แดงช้ำเพราะความหนาว ขณะที่เจ้าตัวเล็กพูดคุยด้วยเสียงใส

 

“ผมร้องเพลงเพราะไหม พ่อกับแม่ได้ฟังจนจบหรือเปล่า?”

 

“แน่นอนสิ เราจะพลาดได้ไง”

 

“แม่เขาเกือบน้ำตาไหลเลยนะ” ซีน่อนทำตาลุกวาวยิ้มกว้างตอนดายพูดแบบนั้น แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ผมจะน้ำตาไหลก็เพราะลูกกำลังจะหนาวตายไปต่อหน้านี่แหละ ไม่ได้ซึ้งกับบทเพลงเท่าไหร่

 

แต่ถ้าพูดแบบนั้นมีหวังตัวน้อยคงเสียใจ ผมเลยหอมหัวเขาพยักหน้ารับไป

 

“ถ้าพ่อเขาไม่ห้ามไว้ แม่คงร้องไห้กลางคนเยอะๆ แน่”

 

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะฮะแม่ ผมอยู่นี่แล้ว” ผมจูบมือเล็กที่หอมกลิ่นนมแบบเด็กๆ ซีวานเองก็ลูบหลังให้ เขาคงคิดว่าผมกำลังจะร้องไห้ ทั้งที่ความจริงผมแค่เล่นตามน้ำที่ดายพูดไว้เท่านั้น จังหวะเดียวกันผมก็เหล่มองนาฬิกาข้อมือที่บอกว่าตอนนี้ถึงเวลากลับ

 

“หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว รีบกลับกันเถอะเดี๋ยวดีแลนกับแดเนียลจะรอนาน”

 

“แดเนียลส่งข้อความมาบอกผมว่าให้เรารีบกลับ” ซีวานหยิบโทรศัพท์ที่ผมซื้อให้ขึ้นมาเปิดหน้าจอข้อความ “พ่อคงจัดบ้านเสร็จแล้ว”

 

“คุณว่าเขาโทรหาโนเอลหรือยัง?” ผมหันไปเลิกคิ้วใส่ดาย ก่อนออกจากบ้านมาผมกำชับดีแลนให้ชวนโนเอลมาฉลองด้วยกัน จำได้ว่าตอนที่พูดไปแบบนั้น อีกคนก็ถอนหายใจใส่ทำหน้าเหมือนไม่อยากให้คนที่ผมเอ่ยชื่อเข้ามาวุ่นวาย

 

‘เราไม่เห็นต้องเชิญใครเลยหนิที่รัก มีแค่เราก็ได้’

 

‘แต่โนเอลไม่มีใคร และเราก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?’

 

ผมถามเขากลับ ทำเอาเจ้าฉลามล้านปีกระเง้ากระงอดอยู่นานเหมือนกัน สุดท้ายเขาก็รับปากว่าจะโทรหาโนเอลให้ อีกฝ่ายจะมาไม่มาก็ค่อยว่ากันอีกที

 

อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่เชิญ

 

“อาจจะไม่” ดายไหวไหล่ “หรือไม่เขาคงลืม”

 

“ฉลามความจำดีกว่ามนุษย์นะผมว่า” ผมทำหน้าจับผิดใส่ ทว่าดายเลือกที่จะกลบเกลื่อนโดยการก้มลงมาจูบผมต่อหน้าลูกชายทั้งสอง ทำผมเบิกตากว้าง ตกใจกับคนที่ทำอะไรไม่ดูเลยว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน “ดาย คุณทำบ้าอะไร นี่เราอยู่ข้างนอกนะ!”

 

“เพราะอยู่ข้างนอกผมเลยทำได้แค่จูบไง”

 

“อ๊ะ!”

 

“และผมหวังว่าคืนนี้ซานต้าจะมาให้ของขวัญเรานะ ทูนหัว” ประโยคนั้นเจ้าตัวกระซิบข้างหู ใช้ลมหายใจร้อนๆ กดดันให้ผมรู้ว่า ‘คืนนี้มีอะไร’ ที่เราต้องทำ ส่งผลให้ผมบีบจมูกเขาด้วยความหมั่นไส้ ทีเรื่องแบบนี้ล่ะจำได้ขึ้นใจ

 

“ถ้าดีแลนไม่โทรชวนโนเอลมา ก็อย่าหวังว่าซานต้าจะมาเลย”

 

“หึ เดี๋ยวผมไปลากซานต้าขึ้นเตียงเอง”

 

“ดาย!” ผมเรียกชื่อเขาเสียงดังปรามไม่ให้เขาพูดจาล่อแหลมต่อหน้าลูกที่ทำตาแป๋ว ซีน่อนดูอยากรู้อยากเห็นขณะที่ซีวานทำเพียงแค่เอียงคอใส่ ถึงอย่างนั้นผมก็เห็นความสนใจ และใช่ ผมจะไม่บอกพวกเขาแน่ว่าซานต้าในทีนี้หมายถึงอะไร

 

ผมกลัวว่าพวกเขาจะตั้งใจรอดูกัน

 

“รีบกลับบ้านเลย” ผมดันหลังคุณพ่อให้เดินนำไปก่อน ส่วนตัวเองก็จูงมือซีวานให้เดินตาม แอบส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับความผีทะเลของฉลามบ้า นี่ถ้าลูกจำไปใช้ขึ้นมาจะทำไง

 

ขนาดผมทำเหมือนไม่มีอะไร ซีน่อนยังหันไปถามพี่ชายตัวเองเลย

 

“วันนี้ซานต้าจะมาบ้านเราเหรอ ซีวาน?”

 

กึก !

 

“แบบนี้เราจะได้ของขวัญไหม ซานต้าจะให้ของขวัญเฉพาะเด็กดีใช่ไหมครับพี่?” คนน้องกะพริบตาถามพี่ชายที่นั่งอยู่เบาะหลัง คาดเบลท์ให้น้องเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ ส่วนผมก็เดินมานั่งที่คนขับ มีดายนั่งอยู่ด้านข้าง คอยเป็นกำลังใจเนื่องจากผมไม่อนุญาตให้ถือพวงมาลัย

 

คุณไม่รู้หรอกว่าให้ฉลามขับรถมันแย่แค่ไหน

 

พวกเขาสมควรกลับไปว่ายน้ำเหมือนเดิม

 

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเราเป็นเด็กดี ซานต้าอาจจะมาหาเราก็ได้”

 

“ผมเป็นเด็กดีนะ วันนี้ผมก็ไปทำเรื่องดีๆ มา”

 

“พี่ก็ทำตัวดีนะ”

 

“แล้วแดเนียล่ะ?”

 

“…”

 

“เขาเพิ่งกินลูกหมาผมไปเมื่อวาน พี่ว่าซานต้าจะโกรธเขาจนไม่ให้ของขวัญเราไหมฮะ...”  

 

ผมถึงกับลูบหน้าตัวเองเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อวานนี้ ซีน่อนได้ลูกหมามาใหม่เมื่อสองสามวันก่อนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก มันเป็นหมาพันธุ์โกเด้นรีทีฟเวอร์สีน้ำตาลน่ารัก เจ้าตัวเล็กตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกเห็น ตอนแรกผมไม่ค่อยโอเคที่จะรับมาเลี้ยงเท่าไหร่ ผลการวิจัยบอกว่าการว่ายน้ำกับหมาจะล่อฉลามให้เข้ามาใกล้ ผมเลยกลัวว่าถ้าเกิดเลี้ยงหมาไว้ มันอาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร

 

ทว่าตัวน้อยก็ไม่ยอมมาออดอ้อนขอจนได้ เขาอยากได้เพื่อนไว้เล่นด้วยกันเพราะว่าพี่ชายก็มักจะกลายร่างไปเล่นด้วยกันสองคนเสมอ ตัวเขาที่เป็นมนุษย์ ไม่อาจว่ายสู้ครึ่งฉลามได้เลยไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจถ้าคนน้องจะรู้สึกเหงากว่าใคร

 

แต่ผมก็ไม่คิดว่าแดเนียลจะคุมสัญชาติญาณไม่ได้...

 

‘ก็มันน่ากินหนิครับ…’  

 

นั่นคือคำสารภาพของเจ้าเมกาโลดอนพี่รองของบ้าน ตีหน้าเศร้าแล้วก็ไปหลบหลังดีแลน ขอให้พ่อช่วยพูดกับผมที่ดุเข้าให้ ใจจริงผมก็ไม่อยากดุหรอก แต่ถ้าไม่ลงโทษอะไรเลยก็คงไม่ไหว

 

ดีแค่ไหนที่ซีน่อนให้อภัย ไม่งั้นคงทะเลาะกันบ้านแตก

 

“ต้องมาสิลูก ซานต้าใจดีกับเด็กทุกคน”

 

“แต่แดเนียลกินหมาผม ผมยังโกรธอยู่นะฮะ” ซีน่อนยู่ปากใส่ ทำหน้าง้องอนแม้ว่าคนพี่จะไม่ได้อยู่ตรงนี้ “สติชเป็นหมานิสัยดี มันรักผมมากด้วย”

 

“แดเนียลก็รักนายนะซีน่อน เขาเองก็เสียใจ” ซีวานลูบหัวปลอบน้องระคนวอนขอให้เข้าใจพี่รองที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ “ถ้านายเป็นแบบพวกเรา นายก็จะเข้าใจว่าเราไม่ได้อยากให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเลย”

 

“…”

 

“ถึงสติชจะน่ากินอย่างที่แดเนียลบอกก็เถอะ”

 

“ซีวาน!” ผมเรียกชื่อลูกเสียงดังปรามไม่ให้พูดสิ่งที่คิด “พอเลยเด็กๆ เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว วันนี้คริสต์มาสต์เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ กัน ถ้าใครคิดเรื่องเมื่อวานซานต้าจะไม่ให้ของขวัญนะ”

 

ทั้งสองรีบยกมือปิดปากส่ายหน้ารัวเร็วแสดงอาการไม่อยากพูดจนผมหลุดขำ คำขู่มีอิทธิพลกับเด็กๆ พวกนี้เสมอ เว้นบางครั้งที่มีพ่อให้ท้าย เรื่องนี้ก็คงต้องกลับไปเคลียร์กันทีหลัง รวมถึงต้องคุยกับแดเนียลเรื่องคุมตัวเองอย่างจริงจัง

 

สติชไม่ใช่หมาตัวแรกที่ลงไปอยู่ในท้องของแดเนียลหรอก...

 

ผมถอนหายใจก่อนจะสตาร์ทรถ ขับพาออกจากกลางเมืองตรงกลับบ้านที่ป่านนี้พ่อลูกก็คงเตรียมงานพร้อมแล้ว เราตกลงกันว่าผมกับดายจะพาซีวานมาดูซีน่อนร้องเพลง ส่วนเขากับแดเนียลจอมแสบต้องอยู่บ้านตกแต่งทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเฉลิมฉลอง เพราะนอกจากวันนี้จะเป็นวันคริสต์มาสต์แล้ว...

 

มันยังเป็นวันเกิดลูกคนเล็กของเราอีกด้วย

 

“หวังว่าดีแลนจะทำเค้กเสร็จ”

 

“เขาทำเสร็จแน่ เชื่อผมสิ” ผมพยักหน้าให้ดายตอนเราเลี้ยวรถเข้ามาในบ้าน เด็กๆ ต่างทำตาลุกวาวเมื่อพบว่าด้านนอกของบ้านถูกตกแต่งด้วยสายรุ้งหลากสีสัน มีโคมไฟเล็กใหญ่ประดับสลับกัน ขนาดทางเดินเข้าก็ยังมีไฟนำทางให้

 

ตบท้ายด้วยเจ้าของรอยยิ้มขี้เล่นที่เดินตามหลังลูกชาย

 

“นึกว่าจะกลับพรุ่งนี้ซะอีก ช้ามากเลย!” แดเนียลย่นคิ้วพร้อมตะโกนใส่แม้ว่าพวกเราจะยังไม่ลงจากรถก็ตาม ถึงอย่างนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบใจที่ปล่อยให้เขาอยู่บ้านกับพ่อเขาเพียงลำพัง

 

ผมก็อยากจะพาเขาไปดูน้องร้องเพลงนะ ติดแค่แดเนียลยังไม่สมควรอยู่กับคนหมู่มากเท่าไหร่

 

ผมกลัวว่าเขาจะไปกินใครก่อนปีใหม่น่ะ...

 

“มัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงมาช้า นายแอบร้องเพลงเพิ่มเพื่อให้เราได้ฉลองกันช้าหรือเปล่า?”

 

“เปล่านะ ผมก็ร้องเท่าที่ซ้อมไป พี่ไม่ได้ไปดูผม อย่ามาบ่นนะ”

 

“ต้องบ่นสิ ก็นายบอกว่าจะกลับเร็วกว่านี้ แต่นี่พี่รอนายตั้งแต่ออกไป ทิ้งพี่ไว้คนเดียว พี่เหงานะ!”

 

“ก็พี่ทำตัวไม่น่ารักเลยไม่ได้ไปนี่น่า พี่แดเนียลต้องทำตัวดีๆ สิ”

 

“เฮอะ!” คนพี่ทำเป็นยู่ปากงอนคนน้องที่วิ่งไปหา นาทีแรกซีน่อนทำท่าจะอ้อนพี่ชาย เสียดายที่ยังมีความเคืองใจเรื่องเมื่อวานกันอยู่เลยมุ่ยหน้าใส่บ้าง เล่นเอาซีวานต้องเข้าไปห้ามทัพก่อนที่จะทะเลาะกันไปมากกว่านี้

 

“วันนี้เราต้องทำตัวดีๆ สิ ไม่งั้นซานต้าจะไม่มาหา”

 

“ก็ซี...!”

 

“อีกอย่างวันนี้วันเกิดซีน่อนนะ นายควรจะตามใจน้อง แม่บอกแล้วไม่ใช่เหรอ?” คำพูดนั้นไปสะกิดแดเนียลให้นึกออก เขาเลยลดลมในแก้มที่พองอยู่เป็นการบอกว่าเขายอมอ่อนข้อให้ ซีน่อนที่เห็นก็ทำเป็นกอดอกไม่สนใจรอดูว่าพี่ชายจะทำยังไง…

 

ลองคิดภาพดีแลนเข้ามากอดผมตอนที่รู้ว่าทำให้ผมไม่พอใจสิ แดเนียลกำลังทำแบบนั้นเลย

 

“ดีกันนะตัวเล็ก”

 

“งื้อออ” คนน้องกอดตอบพี่ชายทันทีที่ถูกอ้อนใส่ ผมส่ายหน้ายิ้มๆ เอ็นดูกับความดีแลนที่ถอดแบบพ่อออกมาจนน่าหยิกให้ตาย จะมีส่วนไหนไหมที่เหมือนผมบ้าง นอกจากดวงตาสีสวยคู่นั้นน่ะ “ผมขอโทษนะที่กลับช้า แต่ตอนนี้ก็กลับมาแล้วน้า”

 

“งั้นก็เข้าบ้านกัน พี่มีของขวัญให้ด้วย!”

 

“เย้!” ทั้งสามจับมือวิ่งเข้าไปในบ้าน ดูตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งใหม่ ผิดกับผมที่แอบน้อยใจเจ้าลูกชาย

 

“พอน้องมาล่ะลืมแม่เชียว”

 

“แต่เราไม่ลืมคุณนะที่รัก” ดีแลนยกยิ้ม เข้ามากอดเอวผมพร้อมกับกดจูบลงบนริมผีปาก “คิดถึงคุณนะที่รัก ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

 

“แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง”

 

“เหมือนหายไปเป็นปี แอบอิจฉาพี่แล้วสิที่ได้ไปกับคุณทั้งวัน” คนตัวโตทำหน้าเศร้าใส่ ถูจมูกตัวเองกับจมูกผมด้วยความรัก ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ผมยอมจูบกับเขาอีกครั้ง มอบรางวัลที่ดูแลตัวแสบให้ระหว่างที่ไม่อยู่ “อื้ม...ชักอยากกินซานต้าแล้วสิ”

 

“เราตกลงกันแล้วว่าตอนลูกหลับ”

 

“คืนนี้คงรีบกล่อมลูกนอนแล้วสิ คิดงั้นไหมดาย?” เจ้าของชื่อกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาแพรวพราวนั้นทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังคิดไปถึงขั้นไหน “พวกลูกๆ อาจจะอยากมีน้องเพิ่มก็ได้ และพวกเราก็น่าจะทำได้ซะด้วย”

 

“หยุดเลย” ผมยกมือห้ามปราม “แค่สามคนก็แทบตายแล้ว ถ้ามีเพิ่มผมคงตายก่อน”

 

“ก็ต้องอยู่ที่คืนนี้แล้วว่าจะสนุกแค่ไหน”

 

“ไม่ให้ใช้ถุงยางแล้วนะโซล” ผมเม้มปากอย่างคิดหนัก ตั้งแต่มีลูกคนที่สามผมก็เริ่มจะใช้ถุงยางกับพวกเขาบ้าง มันช่วยไม่ได้ที่น้ำเชื้อของเมกาโลดอนเปลี่ยนสภาพร่างกายผม จนไม่อาจคาดเดาได้ว่าทำๆ ไป เดือนต่อมาจะมีเด็กโผล่มาในท้องไหม

 

มันเป็นทั้งโชคดีและโชคร้าย แต่ถ้าเลือกได้ผมคิดว่าสามคนมันก็เกินกว่าที่คาดไว้แล้ว

 

“ไว้ค่อยว่ากัน” ผมเลือกที่จะตอบปัด เดินไปขนของลงจากรถโดยมีพวกเขาคอยหนุนหลัง “แล้วคุณโทรชวนโนเอลมาหรือยัง?”

 

“แน่นอนที่รัก แต่เหมือนเขาจะติดงานเลยมาไม่ได้”

 

“นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาไม่ยอมมาหาเรา”

 

“ให้ผมไปรับเขามาดีไหม ว่ายน้ำแปปเดียวก็คงถึงท่าเรือ” ผมรีบยกมือห้ามดายที่ทำท่าจะกลายร่างลงทะเลไป ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าจะรับโนเอลมาแบบไหน ถ้าให้มาในปากมีหวังอีกฝ่ายคงช็อคตาย ขนาดตอนนั้นที่พาเข้าปากดาย เขาก็เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

 

ซึ่งชีวิตใหม่ของเขาก็กำลังไปได้สวยด้วยสิ ชนิดที่ว่างานยุ่งจนไม่มีเวลาเจอกัน

 

มากสุดก็แค่โทรหากันบ้างในบางโอกาส ส่วนใหญ่ก็ส่งข้อความหากันเช่นเดียวกับครั้งนี้

 

N-A : Merry Christmas Megalodon’ s Family

 

N-A : Wish you happiness and Don’ t let children eat humans

 

“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะโนเอล...” ผมพึมพำตอนเห็นข้อความ ไอ้ที่ขอให้พวกผมมีความสุขก็รู้สึกดีอยู่หรอก แต่ไอ้คำเตือนตามหลังนี่มันตงิดใจหน่อยๆ ผมถอนหายใจเก็บมือถือขณะที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เด็กๆ กำลังเปิดเพลงฟัง สนุกสนานไปกับต้นคริสต์มาสต์และบรรดาของขวัญที่กองอยู่ข้างใต้

 

มีป้ายคำว่า Happy Birthday Zenon แปะไว้กลางบ้าน เรียงร้อยด้วยไฟประดับหลากสีเข้าคู่กับต้นสนที่ดายยอมกลายร่างเพื่อใช้ฟันตัวเองตัดต้นไม้ ซ้ำร้ายยังโดนเสี้ยนบาดปากเจ็บไปหลายวัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำให้ลูกๆ ดีใจกันมาก

 

“พ่อฮะ อุ้มผมหน่อย!”

 

“ได้เลยครับตัวเล็กของพ่อ”

 

“ฮึบ!” ซีน่อนทำเสียงประกอบตอนที่ดีแลนอุ้มอีกฝ่ายเพื่อวางดาวดวงใหญ่ไว้บนยอดต้นไม้ เปล่งแสงสีทองอร่ามเป็นสูตรสำเร็จบอกให้รู้ว่าเราพร้อมแล้วที่จะเจอซานต้า แม้ว่าความจริงโลกนี้จะไม่มีอะไรแบบนั้นก็ตาม

 

ของขวัญที่ได้มาก็ล้วนมาจากพ่อแม่ซื้อให้ทั้งนั้น บางชิ้นก็มีทำเองบ้าง อย่างเช่นกรอบรูปจากไม้สนที่แดเนียลกับซีวานช่วยกันทำ

 

พวกเขาตั้งใจจะทำไว้ให้ซีน่อนใส่รูปที่จะถ่ายวันนี้

 

“เรียบร้อยแล้ว”

 

“เย้ๆ” แดเนียลกับซีน่อนส่งเสียงดีใจต่างจากซีวานที่แค่ยิ้มให้ อาการดีใจแบบออกนอกหน้าน่ะต้องยกให้สองพี่น้องเขาล่ะ ซีวานไม่ค่อยแสดงออกแบบนั้นหรอก “ทีนี้เราก็กินมื้อค่ำได้แล้วใช่ไหมฮะ พ่อทำไก่ง่วงไว้ใช่ไหม?”

 

“แน่นอนลูกรัก พ่อทำพิเศษเพื่อลูกและพี่ๆ โดยเฉพาะ”

 

“แต่นายได้พิเศษกว่าเพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของนาย” ซีวานลูบหัวน้องชาย มันทำให้ผมอดเอ็นดูไม่ได้ที่เห็นเด็กๆ รักกันขนาดนี้ “แดเนียลมีของที่จะให้นายด้วยนะ พี่เห็นนั่งทำอยู่เมื่อวาน”

 

“พี่ทำให้ผมอดเซอร์ไพรส์ซีน่อน”

 

“ถ้าไม่พูด นายก็คงไม่เอาให้”

 

“ก็มันน่าอาย...แต่ฉันก็อยากทำ” เจ้าตัวพึมพำด้วยท่าทีเคอะเขิน หากแต่ก็พยายามเก็บไว้ ผมกับคุณพ่อทั้งสองเลยทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารอดูว่าพี่คนกลางเขาจะเอาอะไรให้ แดเนียลหยิบกล่องของขวัญสีแดงมาถือไว้ยื่นให้น้องชายที่ตาลุกวาว “สุขสันต์วันเกิด”

 

“ว้าว” ตัวน้อยอ้าปากกว้าง รับกล่องของขวัญมาแกะโดยไว มันเป็นการ์ดอวยพรที่มีลูกแก้วหิมะวางเคียงคู่ไว้ ในจดหมายเขียนคำอวยพรมากมาย มีรูปวาดครอบครัวเราทั้งหกคนด้วย “น่ารักจังเลย! พี่แดเนียลวาดซีน่อนได้น่ารัก!”

 

“เพราะงี้สินะถึงมาขอแม่ไปเรียนวาดรูปเมื่ออาทิตย์ก่อน”

 

“ก็ผมอยากทำการ์ดให้น้องนี่ ถึงมันจะเชยไปแล้วก็เถอะ” แดเนียลถอนหายใจ ทำเป็นเต๊ะท่าโหดทั้งที่ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก หนำซ้ำยังโดนน้องชายหอมแก้มเป็นการตอบแทนที่ทำของขวัญให้ คนพี่ที่โดนก็ยู่ปากยกมือจับแก้มฉายชัดถึงความเขินอาย

 

“ขอบคุณนะแดเนียล ผมชอบมากเลย”

 

“รู้อยู่แล้วน่า” ผมยิ้มยีหัวเจ้าลูกตัวแสบที่ขยับเข้ามานั่งตัก “ผมทำตัวดีใช่ไหมครับ แม่จะพาซานต้ามาหาผมใช่ไหม?”

 

“ซานต้าจะมาหาลูกๆ แน่นอนเพราะว่าวันนี้ลูกทำตัวดีไง”

 

“แต่ก่อนหน้านี้พ่อบอกว่าซานต้ามาไม่ได้”

 

“ทำไม?”

 

“พ่อบอกว่าซานต้าจะแวะที่ห้องพ่อจนถึงเช้า และจะไม่ออกมาจนกว่าคริสต์มาสต์จะผ่านไป แบบนี้เราจะไม่ได้ของขวัญเหรอครับแม่?”  

 

กล้าหลอกลูกแบบนี้...คืนนี้นอนในทะเลเถอะดีแลน !

 

ผมหันขวับไปย่นคิ้วใส่คุณพ่อตัวร้ายที่ยิ้มอ่อนให้ ทำมาเป็นเบียดแก้มลงกับหัวไหล่ผม ออดอ้อนไม่ให้ถือโทษที่หลอกลูกแบบนั้น ทั้งที่ความจริงผมควรจะตีเขาสักรอบ ไปหลอกลูกเพื่อที่ตัวเองจะได้หาเรื่องกินผมได้ยังไง นิสัยไม่ดี

 

“ผมจะจัดการคุณคืนนี้”

 

“ขอแรงๆ เลยนะที่รัก” เขากระซิบข้างหูผมเลยอาศัยจังหวะนั้นหยิกขาอ่อนอีกคน เล่นเอาดีแลนสะดุ้งตัวโหยง ลูบขาตัวเองขณะที่ผมหอมแก้มเจ้าตัวแสบบนตัก

 

“ไม่หรอกครับ ยังไงคืนนี้ซานต้าก็ต้องมา แต่ตามสัญญาคือลูกๆ ต้องรีบเข้านอน เข้าใจไหม?”

 

“แต่ผมอยากเล่นทั้งคืนเลยนี่น่า พวกเราไม่นอนก็ได้เนอะ ซีวาน” เจ้าของชื่อพยักหน้า “แค่กลายร่างพวกเราก็จะอยู่ได้ทั้งคืน”

 

“ถ้าลูกทำแบบนั้น ก็คงต้องไปนอนในทะเลกับพ่อ”

 

“อ๊ะ!”

 

“และนี่จะกลายเป็นคริสต์มาสต์สุดท้ายของลูกทันที” แดเนียลส่ายหน้ารัวเร็ว สีหน้าบ่งบอกถึงความที่ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น

 

“ไม่เอานะ ผมอยากจัดงานอีก เราต้องจัดคริสต์มาสต์กันทุกปีสิ!”

 

“ก็ถ้าลูกไม่เชื่อฟัง แม่ก็ต้องใจร้ายนะ”

 

“แม่ครับ งื้อ” เจ้าตัวพองลมในแก้มรีบเอาหัวมาถูอกผม ท่าทีที่เหมือนกับลูกหมาอ้อนเจ้าของทำให้ต้นแบบอย่างคุณพ่ออดหัวเราะไม่ได้ มันสัมผัสได้จริงๆ ว่าแดเนียลเหมือนกับดีแลนแค่ไหน เช่นเดียวกับซีวานที่ถอดแบบดาย เขายกยิ้มเอ็นดูน้องชายแม้ใบหน้าจะนิ่งงัน

 

ส่วนเจ้าลูกคนเล็กก็หัวเราะคิกคัก ชอบใจที่เห็นพี่ชายจอมเกรี้ยวกราดกลายเป็นลูกหมาบนอกแม่ตัวเอง

 

“ผมจะไม่ดื้อแล้ว”

 

“ดีมากครับคนเก่ง แต่ตอนนี้ถึงเวลามื้อค่ำแล้วนะ”

 

“เย้ๆ!” สถานการณ์พลิกกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงเรื่องมื้อค่ำ เด็กๆ รีบผละออกจากกันวิ่งตรงไปยังห้องรับประทานอาหารด้วยท่าทีตื่นเต้น ดายเป็นคนแรกที่ลุกไปก่อน เพื่อไปตั้งโต๊ะเตรียมทานข้าว มีดีแลนเดินตามหลังทำหน้าที่เสิรฟ์อาหาร ต่างจากผมที่เดินตามมาดูแลความเรียบร้อยว่าลูกๆ มีผ้าเช็ดปากกับอุปกรณ์พร้อมไหม

 

ริมฝีปากกดจูบบนหัวซีวานเบาๆ เมื่อเห็นว่าเขากางผ้ากันเปื้อนวางบนตักให้แดเนียลที่ถือมีดกับส้อมพร้อมกิน

 

“ลูกควรทำไงเด็กดี?”

 

“ขอบคุณครับพี่” แดเนียลตอบกลับ ซีวานเลยพยักหน้าให้ “เร็วสิฮะพ่อ! พวกเราหิวจะตายแล้ว!”

 

“มาแล้วๆ ใจเย็นหน่อยไอ้หลาม” คนถูกเรียกหัวเราะลั่นกับสรรพนาม ขนาดผมยังอดยิ้มตามไม่ได้ ดายลูบหัวซีน่อนตอนอุ้มเขาให้นั่งบนเก้าอี้ ตอนนี้เจ้าตัวเล็กเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้มีดกับส้อมโดยที่ผมไม่ต้องป้อนแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ทำเองตลอด

 

คุณพ่อสายนิ่งจูบลงบนหน้าผากลูกชายตัวน้อย สายตาอ่อนโยนพาให้ผมต้องหยิกแก้มเขาด้วยความเอ็นดู

 

“น่ารักเชียวนะครับคุณพ่อ”

 

“ไม่เท่าคุณแม่หรอก” ผมส่ายหน้า พรูดลมหายใจใส่ความปากหวานของเขา ดีแลนตรวจสอบอีกครั้งว่าอาหารที่ยกมาครบไหม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามดาย มีผมนั่งหัวโต๊ะเป็นศูนย์กลางของพวกเขา ความอบอุ่นตลบอบอวลเคล้าคลอไปกับเพลงคลาสสิคที่ถูกเปิดไว้เบาๆ

 

คำตามด้วยคำอธิษฐานต่อพระเจ้าตามธรรมเนียม

 

“ขอบคุณพระเจ้าที่มอบอาหารมื้อนี้ให้ และขอให้ท่านคุ้มครองพวกเราตลอดไป”

 

“และขอบคุณที่ส่งเด็กคนนี้ รวมถึงลูกทุกคนมาเป็นลูกของเรา” ผมตบท้ายให้ดายที่เป็นคนพูดนำ หอมแก้มซีน่อนที่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “สุขสันต์วันเกิดนะครับตัวเล็ก มีความสุขมากๆ นะรู้ไหม”

 

“พี่ขอให้นายแข็งแรงไวๆ เราจะได้ดำน้ำด้วยกัน”

 

“มีความสุขมากๆ นะซีน่อน” สองพี่น้องอวยพรตามหลังให้คนน้องยิ้มอย่างมีความสุข มื้ออาหารผ่านไปด้วยดี ตอนท้ายดีแลนเซอร์ไพรส์ยกเค้กมาให้ซีน่อนเป่า จากนั้นพวกเราก็ไปเปิดของขวัญกัน ผมแอบเห็นว่าลูกทั้งสามเขียนใส่กระดาษเอาไว้ว่าคริสต์มาสต์ปีนี้พวกเขาอยากได้อะไร

 

แน่นอนว่าผมจัดให้ทุกอย่างตามคำขอ แต่สิ่งที่เรียกรอยยิ้มมากที่สุดคงเป็นคำขอของลูกชายคนโต

 

“ขอให้พวกเรามีความสุขทุกวัน...สมกับเป็นซีวานเลยนะ” ผมพึมพำเมื่อเห็นกระดาษแผ่นนั้น ตัดภาพไปที่กระดาษอีกสองใบ แดเนียลเขียนไว้ว่าอยากได้รถบังคับกับหุ่นยนต์ตัวใหม่ รวมถึงอุปกรณ์ดำน้ำที่ฉลามอย่างเขาไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้

 

ทว่าคงเพราะผมไม่อนุญาตให้ดำน้ำเพียงลำพังโดยไม่มีพ่ออยู่ข้างๆ เขาเลยคิดว่าถ้ามีอุปกรณ์แบบนั้นน่าจะทำให้ผมยอมรับที่เขาไปในฐานะมนุษย์ได้ดีกว่า ส่วนซีน่อนก็ไม่มีอะไรมาก เด็กตัวแค่นั้นจะคิดอะไรเยอะ เขาขอแค่ให้ตัวเองเก่งเหมือนพวกพี่ๆ

 

หรืออีกนัยคือขอให้ตัวเอง...

 

กลายเป็นเมกาโลดอนได้บ้างสักครั้งนึง

 

“ลูกหลับหมดแล้วนะโซล”

 

ตึก

 

“ถึงเวลาคริสต์มาสต์ของผู้ใหญ่แล้ว” อ้อมแขนแกร่งโอบกอดผมจากด้านหลัง พร้อมกับที่ริมฝีปากกดจูบลงมาที่ท้ายทอยเบาๆ เป็นสัญญาณของการทวงสัญญาที่ให้ไว้ ทั้งที่เพิ่งจะพาลูกเข้านอนไปได้ไม่นาน เล่นเอาผมต้องย่นคิ้วใส่ หันไปมองดายที่ถูจมูกตัวเองกับจมูกผมด้วยความรักใคร่

 

“รีบจังคุณพ่อ ถ้าลูกตื่นขึ้นมาจะทำไง?”

 

“เขาก็จะได้รู้ไงว่าเรากำลังจะทำให้เขามีน้องชายอีกคน” ผมตีแขนเขาเป็นการปราม แค่สามคนก็เหนื่อยแทบตายแล้ว ถ้ามีอีกคนคงไม่ไหว

 

“ที่มีอยู่เลี้ยงให้โตก่อนดีไหม แค่นี้ผมก็จะตายอยู่แล้ว” ดายหัวเราะในลำคอเล็กน้อย สายตาเอ็นดูถูกส่งมอบมาให้ “แล้วแน่ใจนะว่าลูกหลับหมด ถ้าเกิดเขามาเคาะประตูห้องแบบคราวก่อนอีก ผมจะไม่อนุญาตให้พวกคุณทำแล้วนะ”

 

“แน่นอน พอดีแลนเล่านิทานจบ พวกเขาก็หลับกันไป”

 

“แล้วตอนนี้ดีแลนอยู่ไหน?”

 

“อยู่นี่ไงที่รัก” ผมเลื่อนสายตาไปหาคนที่เดินเข้าห้องมาทีหลัง เขาปิดประตูพลางลงกลอนป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายสิ่งที่เราจะทำ จากนั้นก็ยกยิ้มมาดร้ายที่ทำให้ผมต้องย่นคิ้วใส่

 

ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่ไปหลอกแดเนียลเลย

 

“ถึงเวลาให้รางวัลแล้ว”

 

“ผมต้องทำโทษคุณหน่อยที่ไปหลอกลูกแบบนั้น”

 

“ผมไม่ได้หลอกนะที่รัก ผมพูดจริงทุกคำ” ว่าพร้อมขยับตัวเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มผมแล้วมอบจุมพิตชวนฝัน ไม่ได้ลึกล้ำอะไรมาก แค่ยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดกับแดเนียลไปนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก “คืนนี้ซานต้าจะต้องอยู่ห้องของพวกเรา ถ้าเราไม่อนุญาต คุณก็ห้ามออกไปไหน”

 

“คิดจะทำจนผมตายเลยหรือไง?”

 

“เราเคยพูดแล้วไง”

 

“ดาย”

 

“เราจะทำให้คุณคลั่งตายไปเลย” คำพูดนั้นกระซิบอยู่ข้างหูดึงให้ผมนึกถึงคืนแรกที่พวกเราร่วมรักกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของดีแลนเป็นตัวบ่งบอกว่าพวกเขาหวังอะไรจากตัวผม ส่งผลให้หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นส่ำ ริมฝีปากของคนใจร้ายกดจูบไปตามสันกรามยาวไปถึงขอบกางเกงที่ผมใส่

 

พลันก็ตวัดสายตาร้อนเร่าขึ้นมาพูดกับผมว่า

 

“ถึงเวลาได้ของขวัญจากซานต้าแล้วที่รัก :) ”  

 

ผมเลียปากด้วยความยั่วยวน หลุบตามองดีแลนที่ใช้ปากกัดซิปกางเกงผม รูดลงพร้อมกับดึงกางเกงให้หลุดลงไปด้วย เหลือเพียงอันเดอร์แวร์ที่ขาแลบลิ้นเลียเป็นการปลุกเร้า ชายเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูขาวที่ผมสวมใส่ถูกดายเลิกขึ้นเพื่อใช้ปลายนิ้วสะกิดจุดอ่อนไหว

 

เขาเป่าลมหายใจลิ้นรดต้นคอผม ขบกัดเล็กน้อยเร่งเร้าอารมณ์ก่อนจะถอดเสื้อผมออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ดีแลนดึงอันเดอร์แวร์ผมลง ปล่อยให้ผมเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าพวกเขาทั้งสอง นัยน์ตาสีสวยแวววับยามจับตามอง เขาไม่แม้แต่จะให้ผมใส่เสื้อติดร่างไว้

 

แน่นอนถ้าเขินอายก็คงไม่ใช่ผมเท่าไหร่

 

“เด็กไม่ดีจะไม่ได้ของขวัญจากซานต้าหรอกนะที่รัก” ผมยกยิ้มถูกดายดึงให้ไปนั่งลงบนตัก ดีแลนตามมาจูบซับที่ขาผม ซึ่งผมก็ใช้ปลายนิ้วเท้าบดเคล้ากลางกายที่ชูชัน เจ้าตัวหัวเราะ เขาถูมันกับฝ่าเท้าผมพลันก็กดจูบลงบนหลังเท้าแสดงให้เห็นว่าเขาเทิดทูนผมแค่ไหน

 

“สนใจผมด้วยสิ”

 

“อะ...” ริมฝีปากผมถูกครอบครองจากคนด้านหลัง ดายบดเคล้าเรียวปากผมอย่างหนัก เรียกร้องความสนใจที่ผมเอาแต่เล่นกับน้องชายเขาที่กำลังอ้าขาผมออก มือหนารูดรั้งกายร้อนเป็นการเตรียมพร้อม ขณะเดียวกันก็สอดนลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน

 

ผมกัดปากเขา พยายามคุมอีกคนไม่ให้มันข่มผมได้ และใช่ ดายก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมผมง่ายๆ

 

เขาจับผมให้หันหน้าไปหาเขา ยกสะโพกขึ้นสูงเพื่อให้ดีแลนสอดลิ้นเข้ามาในช่องทางที่ปิดสนิท

 

“อ๊ะ อ๊า” ผมส่งเสียงคราง ร่างกายสั่นไหว ดีแลนใช้ทั้งลิ้นและเรียวนิ้วยาวให้การเบิกทางสำหรับการเข้าไป ส่วนดายก็ผละออกจากปากผม ซุกไซ้ซอกคอพลางบดขยี้ยอดอกที่ชูชันเย้ายวน ดึงแขนผมให้แอ่นอกขึ้นนิดหน่อย จากนั้นก็ก้มลงมาดูดดุนยอดอกของผม

 

เสียงครางหวานกระเส่าปลุกอารมณ์ ผมตอดรัดลิ้นชื้นของดีแลน สะท้านเร่าเมื่อเขาเอื้อมมือมารูดรั้งส่วนหน้า

 

“อื้อ ผมไม่อยากเสร็จโดยที่ยังไม่ใส่นะ”

 

“งั้นผมไม่ใส่ถุงยางนะที่รัก”

 

“อ๊า!” ไม่รอให้ผมตอบกลับ พ่อฉลามคนน้องก็ฝังกายเข้ามาในตัวผม โดยมีดายเป็นคนเร้าอารมณ์ไม่ให้ผมลิ้มรสความเจ็บปวดมากนัก เราไม่ได้ทำมาสักพักแล้วเนื่องจากผมติดงาน แล้วก็ต้องระวังเรื่องที่จะท้องอีก บางครั้งถ้าจะทำกันจริงๆ ก็จะใช้ถุงยาง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่

 

ทำกันทีไหร่ถุงยางก็ขาดตลอดทุกที

 

“รู้สึกดีจัง” ดีแลนพึมพำ หอบหายใจตอนดันกายเข้ามาจนสุด ผมกอดดายไว้แน่น จูบกับเขาอีกรอบ เจ้าตัวบีบขย้ำสะโพกผมจนขึ้นรอยมือเต็มไปหมด ผมเลยเอาคืนโดยการปลดซิปกางเกงเขาลง สอดมือเข้าไปสัมผัสความรุ่มร้อนที่ขยายตัวอยู่ข้างใน ดายจับของเราแนบเข้าด้วยกัน รูดรั้งเป็นจังหวะเดียวกับที่ดีแลนขยับร่างกาย

 

เสียงเนื้อกระทบเนื้อฟังดูหยาบโลนยิ่งกว่าอะไร ส่งผลให้หัวใจผมเต้นระรัว

 

“อื้อ อ๊ะ อ๊า” ผมครวญครางตอดรัดความยิ่งใหญ่ที่คับแน่นอยู่ข้างหลัง ดีแลนยึดสะโพกผมไว้ บดกายหาอย่างหนักราวกับโหยหา ดายผละตัวเองออกจากผม คุกเข่าลงให้ผมเท้าแขนกับเตียง เชยคางขึ้นก่อนจะจับเจ้ากายร้อนมาแนบกับริมฝีปากผม

 

“กินนมสิทูนหัว”

 

“อื้อ!” ผมเลียมันด้วยความรัก ร่างกายก็สั่นไหวตามแรงส่ง ริมฝีปากร้อนกดจูบลงแล้วก็ครอบครองส่วนนั้นในทันที ผมขบกัด จดจำได้เป็นอย่างดีว่าดายชอบแบบไหน รูดรั้งเป็นจังหวะรัวเร็วสลับกับเนิบช้าไป เล่นเอาหยาดใสเปื้อนเปรอะขอบปาก

 

ดายยกยิ้มขยุ้มเรือนผมสีสวยของผมไว้ในมือหนา ออกแรงกระแทกเอวเข้ามา ทำให้แก่นกายใหญ่สอดลึกเข้าไปถึงลำคอ ผมเบิกตากว้าง ดีที่ปรับตัวทันเลยไม่สำลัก การถูกกระทำจากทั้งข้างหน้าและข้างหลังพร้อมกันทำผมแทบบ้าไปหมด

 

ดีแลนสอบกายเร็วขึ้น เอื้อมมือมาจับกายร้อนของผม เขาฝังเขี้ยวลงแผ่นหลัง ย้ำกายถี่กระชั้นให้ผมน้ำตาไหล ดายใช้ปลายนิ้วเช็ดหยาดใสให้ ทว่าเขาเองก็ไม่ได้น้อยหน้าดีแลนเหมือนกัน

 

“น่ากิน” คนตรงหน้าพูดเสียงแผ่ว ดวงตาแพรวพราวยามมองผม ผมบีบปากรูดรั้งไม่ให้ความเร็วมันลดลง สะท้านหอบเล็กน้อยตอนดายลูบไล้เนื้อตัวผม ยาวไปถึงยอดอกที่เขาเพิ่งโลมเลียไปเมื่อไม่นาน และพอถูกปรนเปรอทั้งสองทาง สิ่งที่ถูกเก็บกักไว้ก็ทะลักออก

 

ผมปลดปล่อยจนอาบเลอะที่นอน หากแต่ทั้งสองยังคงสอบกายใส่ ดีแลนหอบหายใจไม่นานนักก็เสร็จที่ช่องทางด้านหลัง ต่างจากดายที่ดึงหัวผมออก ปล่อยเลอะใบหน้าแล้วใช้ปลายนิ้วป้ายเข้าปากผมให้ลองชิมความหวาน ผมแลบลิ้นเลียมัน เอื้อมมือไปจับบ่ากว้างก่อนจะโถมกายไปจูบ กดสะโพกลงกับกายร้อนพร้อมรับ

 

จากนั้นก็หันมาจูบกับดีแลนต่อ ส่งมอบความหวานผ่านหยาดใสในปาก เขาเช็ดหน้าให้ผมนิดหน่อยเพื่อที่เราจะได้มองหน้ากันได้ถนัด

 

“ซานต้าของผมน่ารักจัง”

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“เสียงครางคุณก็น่าฟังชะมัดเลย” ร่างสูงช่วยดันกายผมให้เบียดสะโพกลงบนกายร้อนของพี่เขา ดายกัดเข้าที่อก ถึงจะทำมากันหลายครั้ง แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ละทิ้งสัญชาติญาณในการผสมพันธ์ เจ้าตัวเลียแผลผมสลับกับยอดอกที่เริ่มช้ำ

 

ผมหอบหายใจครวญครางเสียงดัง ณ ตอนนั้นลืมไปสิ้นทุกอย่าง ไม่แม้แต่จะกลัวว่าลูกจะตื่นขึ้นมาเพราะพวกเราทำกันเสียงดัง

 

แต่ดีแลนก็ให้คนมาทำผนังเก็บเสียงแล้วนะ เราก็ทำกันได้อย่างเต็มที่แล้วล่ะ

 

“ดาย อื้อ รู้สึกดี”

 

“ชอบไหมทูนหัว?”

 

“อ๊า อ๊า”

 

“มันทำให้คุณหายเหนื่อยไหมที่รัก?” ผมไม่ได้ตอบกลับพวกเขาสักคำ ทำได้แค่เชิดหน้าครางสัมผัสถึงกายดุที่ดายสวนกายใส่ เขากดเอวผมให้น้อมรับสิ่งที่มีอิทธิพลกับหัวใจ ส่วนดีแลนก็ใช้หลังผมในการสำเร็จความใคร่ ผมเลยต้องเอื้อมมือไปรูดรั้งให้เขาจะได้ไม่น้อยหน้า “เก่งมากราชินีของผม”

 

“พวกคุณต้องหัดควบคุมอารมณ์บ้าง อ๊ะ อ๊า”

 

“ก็คุณน่ารักขนาดนี้ จะให้พวกเราควบคุมได้ยังไง”

 

“อ๊า!”

 

“พวกเรารักคุณนะโซล” พอโดนบอกรักก็คล้ายกับยาปลุกเซกส์ให้มีอารมณ์เพิ่ม ความเสียวซ่านคละเคล้าไปกับความเจ็บปวด ผมร้องไห้หากแต่ไม่ได้สะอื้น แค่ปล่อยให้น้ำตามันไหล เพื่อให้พวกเขาจูบปลอบเท่านั้น ดายดันผมให้นอนราบบนตัวน้องชาย สอบเอวเข้าหาหนักขึ้นเพื่อตอกย้ำว่าตอนนี้พวกเราสุขสมแค่ไหน

 

ดีแลนแยกขาผมออก ผมเอื้อมมือไปด้านหลังเป็นการกอดคอเขาไว้ ปลายนิ้วลูบที่ท้อง เวลาที่พวกเขาปลดปล่อยมันอัดแน่นอยู่ข้างใน

 

“พวกคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนจะท้องอีกรอบ”

 

“ลูกคนที่สี่ชื่ออะไรดี?” ดีแลนหัวเราะ ดายเองก็ยกยิ้มเอ็นดูใส่ “ถ้าจบวันนี้คุณท้องอีก เราจะทำยังไง?”

 

“ก็เตรียมเลี้ยงเด็กไง”

 

“ดาย”

 

“ไม่ว่าจะลูกคนไหน ถ้าเป็นลูกของเรา ผมจะเลี้ยงเอง” เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหูก้มลงมาจูบให้รู้ว่ารักมากแค่ไหน ยามเขาโถมเข้าหา กายร้อนจะถลำลึกยิ่งกว่าอะไร ถึงอย่างนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ที่พวกเรามาคิดเรื่องลูกคนต่อไปแบบนี้

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ครอบครัวของพวกเรามีเยอะขึ้น รู้ตัวอีกทีก็มีลูกไปสาม

 

คุณพ่อก็แรงดีไม่มีตก คิดแต่จะกอดผมตลอดเวลา บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ผมกังวลมาก แต่สุดท้ายพวกเราก็ผ่านมาได้ เพราะงั้นถึงปากจะบอกว่าไม่ขอมี แต่ถ้าเขามาเกิดจริงๆ มันก็ช่วยไม่ได้

 

คำตอบผมก็ไม่ต่างกัน ตราบใดที่เป็นลูกที่เกิดกับพวกเขาที่ผมรัก ผมก็ยินดี

 

เสียดายที่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์คิดเท่าไหร่ ผมกระตุกยิ้ม เลียปากพร้อมกับสบตาดาย ท่าทียั่วยวนทำให้อีกฝ่ายกัดปากอย่างข่มอารมณ์ไม่ไหว ดีแลนเองก็ถูกผมลูบไล้ให้กลับมาสนใจกิจกรรมที่ยังคงดำเนินต่อไป

 

“เราหยุดเรื่องลูกก่อนดีไหม”

 

“โซล”

 

“คุณต้องให้นมซานต้านะทูนหัว :) ” ผมว่าพลางโน้มหน้าเขาลงมาจูบ แลบลิ้นเลียปากเขานิดหน่อย “ตอนนี้ช่วยสนใจผมก่อน จะท้องไม่ท้องก็ค่อยว่ากัน”

 

“ดูเหมือนซานต้าของเราจะองค์ลงแล้วนะพี่”

 

“งั้นก็คงต้องลงโทษที่มายั่วซะหน่อย” ดายยกยิ้มบดกายหนักขึ้นให้ผมครางสุดเสียงเจียนขาดใจ “คืนนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้หนีไปไหน”

 

“อยู่ฉลองคริสต์มาสต์กันจนถึงเช้าเลยนะที่รัก” ดีแลนกระซิบข้างหู กดจูบก่อนจะเริ่มเกมหนัก ผมส่ายหน้าเอ็นดูให้กับความใจร้ายของพวกเขา ทว่าก็ไม่ได้ปฏิเสธทุกความรักที่มอบมาให้ ผมยอมให้พวกเขากัด แสดงความรักได้อย่างเต็มใจ

 

และตบท้ายตอนจูบพวกเขาสลับกันไปว่า...

 

“ผมเองก็รักพวกคุณมากรู้ไหม”

 

“โซล”

 

“เพราะงั้นเพิ่มแรงอีกนิด ทำให้ผมรู้สึกเหมือนจะคลั่งตาย”

 

“…”

 

“เอาใจซานต้าให้มากหน่อยได้ไหม ผมอยากให้พวกคุณรักผมให้มากกว่านี้...พ่อฉลาม :) ”  

 

LOADING 100 PER 

ฉลามคลั่งรักเป็นพิเศษ คริสต์มาสต์เดย์ของเหล่าเมกาโลดอน 

เป็นตอนพิเศษสุขสันต์วันคริสต์มาสต์และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ล่วงหน้า 

ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ขอให้ปีหน้าและปีต่อๆ ไปเจอแต่เรื่องดีๆ 

ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรให้รำคาญใจ และหวังว่าจะได้ร่วมเดินทางกันอีกครั้งในนิยายเรื่องต่อไป 

 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น