I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[25] : เผชิญหน้ากับความจริง

ชื่อตอน : [25] : เผชิญหน้ากับความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 398

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 10:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[25] : เผชิญหน้ากับความจริง
แบบอักษร

 

[25] 

'I-RIS RED' 

 

หลายวันต่อมา @เมืองหลวง 

“คังฮูหยิน คังฮูหยินเจ้าคะ! ”  

“เจ้ามีอะไรวิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” คังฮูหยินที่กำลังไหว้พระขอพรเทพเจ้าขอให้อี้หลานกลับบ้านมาโดยเร็ววันตวัดสายตาดุดันมองสาวใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นกันเข้ามาไม่พอยังตะโกนโวยวายโหวกเหวกเสียอีก 

“...คะ...คุณชายอี้หลานกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบเสียงสั่ง 

“ห๊ะ! จริงหรือ? ”  

“จริงเจ้าค่ะ แต่” 

“เออ” 

“แต่อะไรพวกเจ้าจะอ้้ำอึ้งอะไรกัน บอกข้ามาเดี๋ยวนี้”  

“คังฮูหยินไปดูเองดีกว่าเจ้าค่ะ” 

“พวกเจ้าทำข้าเสียเวลา งั้นก็รีบนำไป”  

“เจ้าค่ะ”  

สาวใช้รีบเดินนำออกไปก่อนตามคำสั่งของผู้เป็นนายโดยมีคังฮูหยินเดินตามด้วยท่าทางสุภาพตามประสาสตรีสูงศักดิ์แต่ฝีเท้าก็รีบเร่งอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกับในใจตอนนี้ที่มันรู้สึกหลายอย่างทั้งดีใจที่ลูกชายกลับมาแล้วก็โกรธด้วยที่ลูกชายหนีงานแต่งทำวงศ์ตระกูลอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเช่นนั้นแต่ตอนนี้ขอให้ได้เจอหน้าอี้หลานก่อนก็เป็นพ่อ ให้รู้ว่าลูกชายของเธอปลอดภัยก่อนแล้วกันหัวอกคนเป็นแม่จะมีอันใดเล่านอกจากเห็นลูกยังสุขสบายดี 

“อี้หลาน! ” คังฮูหยินแย้มยิ้มกว้างจนหน้าบานเมื่อได้เห็นหน้าลูกชายคนโตแต่จังหวะที่กำลังจะวิ่งเข้าไปสวมกอดสายตากลับมองไปเห็นฟางซินยืนอยู่ด้วยทำให้เธอหยุดชะงักลงในทันทีแล้วกวาดนิ้วเรียวขึ้นมาชี้หน้าเด็กสาวด้วยแววตาชิงชัง 

“เจ้ามาที่นี่ทำไมนังเด็กชั้นต่ำ เจ้าเข้ามาเหยียบบ้านของข้าทำไม! ”  

ฟางซินรีบเขยิบขึ้นไปหาอี้หลานก่อนจะยกมือขึ้นกอดแขนอีกฝ่ายแน่นแล้วแกล้งทำท่าหวาดกลัวคังฮูหยินเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากอี้หลานเพราะเธอจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับคังฮูหยินเองหรอก เธอจะไม่ยอมเป็นคนดีที่ถูกรังแกอีกแล้ว แต่เธอจะยอมเป็นคนร้ายที่อยู่รอดได้ทุกที่แทน 

“ฟางซินมากับลูก นางเป็นภรรยาของลูก สามีอยู่ไหนภรรยาก็ต้องอยู่นั้น” อี้หลานรีบออกโรงปกป้องฟางซินอย่างที่เคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ 

“อี้หลานเจ้าพูดเช่นนั้นออกมาได้ยังไง นางไม่เหมาะกับเป็นภรรยาของเจ้า! ”  

“ท่านแม่ยอมรับความจริงเสียเถิด นางเป็นภรรยาข้าแล้วมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป” 

“อี้หลาน! ”  

“เสียงดังอะไรกัน? ”  

แม่ทัพฉินที่รับรู้ว่าอี้หลานกลับมาแล้วก็รีบกลับเข้าบ้านแล้วตรงมาหาลูกชายแต่กลับได้ยินเสียงของแม่ลูกทะเลาะกันดังออกไปยันข้างนอกจนต้องรีบวิ่งเข้ามาดูเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น 

“ข้าขอคารวะท่านแม่ทัพฉิน” ฟางซินที่เห็นแม่ทัพฉินเดินเข้ามาก็รีบย่อตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันทีจนแม่ทัพฉินอดจะยิ้มตอบกลับความน่ารักและสุภาพของเด็กไม่ได้  

“นี่น่ะหรือฟางซินที่ทำให้ลูกชายของข้าทิ้งงานแต่ง” แม่ทัพฉินไม่ได้เพียงแต่เอ็นดูฟางซินแต่ยังพูดเชิงหยอกล้อกับเด็กสาวเสียด้วยซ้ำไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองหรือชิงชังอะไรต่างกับคังฮูหยินสิ้นเชิง 

“ท่านพี่ยังจะพูดเล่นอีกนะเจ้าคะ เพราะนางทำให้เราต้องอับอายกันขนาดนี้ยังจะไปเอ็นดูนางอีก” คังฮูหยินพูดดุแม้กระทั่งแม่ทัพฉินก่อนจะหันไปจ้องมองฟางซินด้วยความชิงชัง “ออกไปจากบ้านของข้าเดี๋ยวนี้ ออกไป! ”  

“ก็ได้เจ้าค่ะ” ฟางซินก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วทำท่าจะเดินออกไปจริงๆ จนอี้หลานต้องรีบดึงแขนบางเอาไว้แล้วหันไปจ้องมองผู้เป็นแม่ “ถ้าฟางซินต้องออกไป ลูกก็จะไปกับนางเช่นกัน” 

“เจ้ากล้าพูดกับแม่แบบนี้เหรออี้หลาน กล้าข่มขู่แม่เหรอ ได้เอาเลยสิถ้าเจ้าอยากออกไปอยู่กับนางก็ไปเลย ไปแล้วไม่ต้องกลับมาและเมื่อใดที่เจ้าก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้เจ้าจะไม่ใช่คนของบ้านหลังนี้อีก เจ้าจะเป็นเพียงคนนอกคอกเท่านั้น! ” คังฮูหยินขู่กลับบ้างเพราะทนไม่ได้ที่ลูกชายเห็นสตรีอื่นดีกว่าแม่เช่นนี้ 

“ได้งั้นข้าไม่ขอใช้สกุลคังก็ได้” ว่าจบอี้หลานก็ถอดตราประจำตระกูลออกก่อนจะส่งมันคืนให้คังฮูหยิน “ท่านแม่รับคืนไปเถิด ตระกูลอันสูงส่งเช่นนี้คงไม่เหมาะกับข้า” 

“...นะ...นี่เจ้าเลือกนาง เห็นนางดีกว่าแม่ ดีกว่าวงศ์ตระกูลที่เจ้าเติบโตมางั้นหรือ? ” คังฮูหยินถึงกับมือไม้สั่น  

“ข้ารักวงศ์ตระกูลเสมอ รักและเคารพบรรพบุรุษเสมอ รักท่านพ่อท่านแม่ รักน้องๆ และรักทุกคนที่อาศัยในชายคาบ้านหลังนี้ แต่ถ้าข้าต้องรักและข้าไม่อาจจะเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่อาจจะรักคนอื่นได้ ข้าขอละทิ้งมันเสียดีกว่า แต่มันไม่ได้หมายความว่าข้าไม่รัก ข้ายังรักเสมอแต่ข้าแค่ต้องเลือกทางเดินของข้าเอง ข้าอายุไม่น้อยแล้วนะท่านแม่ ข้าไม่ใช่เด็กที่ท่านแม่จะมาชี้ให้ทำอย่างงั้น สอนให้ทำอย่างงี้แล้ว ตอนนี้ข้าโต โตจนข้ากลายเป็นผู้สอนและผู้ให้แทนแล้ว”  

น้ำตาหยดใสเอ่อล้นขึ้นมาคลอเบ้าตาของชายหนุ่มเมื่อต้องพูดออกไปด้วยความเจ็บปวด ไม่มีใครหรอกที่อยากจะทอดทิ้งในสิ่งที่เติบโตมา แต่ทุกคนต้องการอิสระในชีวิตอยากจะโบยบินด้วยตัวเองเฉกเช่นนกที่เมื่อถึงเวลาพ่อแม่ของมันก็จะปล่อยให้มันโบยบินออกไปเพื่อเลือกเส้นทางเลือกชีวิตของมันเอง เขาอยากเป็นนกที่ได้โผบินในท้องฟ้าไม่ใช่นกที่ถูกขังในกรงทองเช่นนี้ 

“เจ้าไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นอี้หลาน” แม่ทัพฉินเดินเข้ามาหาลูกชายก่อนจะหยิบตาประจำตระกูลมาจากมือหนาแล้วห้อยมันเข้ากับเอวของลูกชายคนโตอีกครั้งเพราะเขาจะไม่ยอมให้อี้หลานไปไหนอีกแล้วไม่ยอมให้บ้านหลังนี้มันต้องแตกเป็นครั้งที่สองหรอก “เจ้าอยู่ที่นี่แหละ ถ้าฮูหยินไม่อยากให้อยู่เรือนใหญ่ก็ไปอยู่เรือนเล็กกันแค่นั้น” 

“แต่ท่านพี่! ”  

“เจ้าเงียบไปเลยฮูหยินที่นี่เป็นบ้านของข้า ข้าคือผู้นำเพราะฉะนั้นคำสั่งข้าถือว่าเด็ดขาด”  

ยังไม่ทันที่คังฮูหยินจะได้โวยวายแม่ทัพฉินก็หันไปพูดดุภรรยาของตัวเองจนนางหน้าหงอยไปเลย ได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำสั่งของสามีแต่โดยดีอย่างไม่กล้าจะขัดขืนใดๆ เพราะภรรยามีหน้าที่ทำตามที่สามีสั่ง สามีว่าเช่นไรเธอก็ต้องว่าตามคิดต่างไม่ได้เด็ดขาด  

“ท่านพ่อช่างเมตตานัก ลูกรักท่านพ่อ” อี้หลานพุ่งตัวเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อด้วยความดีใจ 

“ข้าขอบใจในความเมตตาของท่าน ท่านแม่ทัพ” ฟางซินเองก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อแสดงความซาบซึ้งใจในความเมตตาของแม่ทัพฉินที่มีให้เธอ 

“ท่านแม่ทัพอะไรกัน ต้องเรียกท่านพ่อสิ” แม่ทัพฉินเลื่อนมือไปลูบหัวของฟางซินด้วยความเอ็นดู 

“จะดีหรือเจ้าคะ? ” ฟางซินยังคงไม่กล้า 

“ก็ต้องดีสิ เจ้าเป็นภรรยาของอี้หลานก็เท่ากับลูกสะใภ้ของข้า เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพ่อถูกแล้ว”  

“เรียกว่าท่านพ่อเถิด” อี้หลานช่วยพูดอีกแรง 

“ก็ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ” ฟางซินพูดออกไปด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อยเพราะเธอไม่ได้เรียกใครว่าพ่อแม่มานานแสนนานแล้ว 

“ดีมาก งั้นเดี๋ยวข้าจะให้คนไปจัดเตรียมเรือนหลังเล็กให้ ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองคนก็ไปทานอาหารเสียก่อนเถอะ ข้าจะให้คนจัดเตรียมอาหารคาวหวานให้”  

“ขอรับ” อี้หลานตอบก่อนจะหันมาหาฟางซินแล้วยกแขนขึ้นโอบไหล่บาง “ไปเถิด อยู่ข้างในนี้มันอึดอัด ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่สบายตัว”  

ชายหนุ่มพาเด็กสาวเดินออกมาจากห้องแน่นอนมันต้องผ่านคังฮูหยินที่ยืนอยู่ ฟางซินไม่ลืมจะย่อตัวเพื่อลาคังฮูหยินพร้อมแย้มยิ้มหวานส่งให้อีกฝ่ายเล็กน้อยแต่เป็นรอยยิ้มที่สตรีย่อมรู้กันว่ามันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน รอยยิ้มที่ประกาศชัยชนะนั้นเอง รอยยิ้มแบบนี้บุรุษดูไม่ออกหรอกพวกเขาก็แค่มองว่ามันคือรอยยิ้มธรรมดา แต่สำหรับสตรีนั้นมันไม่ธรรมดาเอาเสียเลย ทำเอาคังฮูหยินถึงกับกำหมัดแน่นฟันขบกัดกันดังกรอดๆ ด้วยความชิงชังในตัวของฟางซินที่ชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ขอดีด้วย ใครจะเมตตาก็เมตตาไปแต่เธอจะไม่มีวันเมตตานางหรอก มีแต่ความชิงชังมอบให้ไปจนเธอตาย 

. 

. 

---------------------------------- 

หึ! อย่าให้ฟางซินต้องร้ายนะฮูหยิน ถ้าน้องร้ายขึ้นมา ฮูหยินเจอศึกใหญ่แน่ๆ อย่าลืมว่าลูกชายตัวเองหลงเมียเด็กจนหัวปักหัวปำขนาดนี้ แม่ลูกแตกหักกันเพราะผัวๆเมียๆมาเยอะแล้วนะ เพราะฉะนั้นญาติกันเถอะแล้วอยู่ร่วมกันแบบสงบสุขดีกว่าจะได้ดีกับทั้งสองฝ่ายเนอะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น