Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 34 : ฉลามคลั่งรัก [END]

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 34 : ฉลามคลั่งรัก [END]

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2562 18:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 34 : ฉลามคลั่งรัก [END]
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 34 : ฉลามคลั่งรัก 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

งานศพของเอริคถูกจัดอย่างสมฐานะ 

 

ผมเป็นเจ้าภาพจัดงาน รวมถึงเชิญญาติของเขามาร่วมพิธีศพ การสบตากับพ่อแม่ของเอริคกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับผม ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปคุย และบอกกับเขาว่าเอริคได้ช่วยชีวิตผมไว้ บิดเบือนความจริงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้พวกเขารู้ว่าผมเลี้ยงอะไรถึงเป็นสาเหตุให้เขาตาย

 

ทุกคนเลยรู้แค่ว่าเอริคตาย เนื่องจากมีโจรเข้ามาในศูนย์วิจัย แล้วเขาก็สละชีวิตช่วยผมเอาไว้

 

มันเป็นเหตุผลเดียวที่ฟังขึ้นที่สุดในตอนนั้น

 

ดีที่พ่อแม่ของเอริคยังมีลูกสาวให้สืบตระกูลต่อ พวกเขาเข้าใจ หนำซ้ำยังให้กำลังใจผมอีก ทำเอาผมอยากจะร้องไห้ตรงนั้น ติดตรงที่ว่าทำได้แค่ยิ้ม เฟดตัวเองออกมาอยู่กับแนชลีย์ ดายกับดีแลนเลือกที่จะไม่มา เขายังปรับตัวไม่ค่อยได้ที่จะต้องอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน

 

จริงๆ ดีแลนปรับตัวได้เพราะตอนเราเจอกัน ผมก็อยู่ในผับ ส่วนดายรายนี้คงยังต้องปรับกันอีกมาก...

 

ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ลงตัวแล้ว ผมฝากงานให้คนที่รอดมาจากศูนย์วิจัย ทันทีที่พวกสำนักงานรู้ว่าพวกเขาเป็นคนของใคร ก็รีบอ้าแขนรับแต่โดยดี บอกตามตรงว่าผมก็แอบเศร้าเหมือนกันที่จะไม่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขาอีก

 

แต่เชื่อสิว่านี่คือสิ่งที่ดี

 

อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นอิสระจากผม

 

คนของฉลาม 

 

“อือ...” ผมครางในลำคอ แสงแดดยามเช้าปลุกเร้าให้ผมตื่นนอนแม้จะเพิ่งหลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ร่างกายปวดร้าวเล็กน้อยเนื่องจากเมื่อคืนมีฉลามสองตัวบุกขึ้นมากินผม ทั้งที่ก็ออกปากห้ามแล้วว่าไม่ให้ทำ ช่วงนี้มันควรจะเป็นการไว้อาลัยไม่ใช่การสร้างเสริมความสุข

 

ทว่าดายกับดีแลนอาจจะไม่เข้าใจธรรมเนียมของพวกมนุษย์ และการยับยั้งชั่งใจของพวกเขาก็ถึงขีดสุดแล้ว

 

“ปวดตัวชะมัด” ผมพึมพำปรือตามองรอบด้าน เป็นอีกครั้งที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคนนอนอยู่เคียงข้าง คาดว่าสองหนุ่มน่าจะลงไปเล่นน้ำที่สระด้านล่างไม่ก็ลงไปในทะเลเช่นทุกวันที่ใช้ชีวิต ผมไม่ว่าหรอกถ้าเขายังติดทะเลอยู่ ผมไม่ได้บอกให้เขาเลิกลงทะเลสักหน่อย แค่เราจะใช้ชีวิตบนฝั่งมากขึ้น

 

แต่ที่มันทำให้ผมหงุดหงิดคือการตื่นมาไม่เจอใครต่างหาก

 

ผมควรจะบอกเขาว่าการทำแบบนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนพวกฟันแล้วทิ้ง

 

“ต้องคุยกันอีกเยอะเลยสินะ” ผมย่นคิ้วพรูดลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย พยายามประคองร่างขึ้นมานั่งก่อนจะพบว่าร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟัน แล้วก็รอยจูบนับสิบ ตั้งแต่ช่วงลำคอยาวไปถึงขาอ่อน เล่นเอาผมต้องลูบท้ายทอยสัมผัสร่องรอยที่พวกเขาทำไว้

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคุยกันให้เข้าใจ

 

ผมรับแรงกัดขนาดนี้ไม่ไหวหรอก ทำบ่อยๆ ได้เสียเลือดตายก่อนพอดี

 

“ตื่นแล้วเหรอราชินี”

 

กึก !

 

“นึกว่าจะตื่นอีกทีพรุ่งนี้ซะอีก” เสียงทุ้มต่ำมาพร้อมกับคนที่เปิดประตูเข้ามาหา ดีแลนยกยิ้มหวานรีบสาวเท้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เกลี่ยแก้มผมเบาๆ ราวกับปลอบขวัญที่ปล่อยให้ผมต้องอยู่คนเดียวโดยไม่บอกกล่าวว่าไปไหน “หลับสบายไหมที่รัก?”

 

“ลองให้ผมกัดคุณทั้งตัวสิ จะได้รู้ว่ามันหลับสบายไหม”

 

“คุณทำได้ ผมไม่ได้ว่าอะไร”

 

“แต่คุณไม่เจ็บเท่าผมไง คุณมันไม่ใช่คน” ดีแลนหัวเราะคำพูดนั้นถูกต้อง เพราะสายเลือดเมกาโลดอนทำให้ผิวหนังตอนเป็นมนุษย์หนาพอๆ กับตอนเป็นฉลาม แต่ก็ใช่ว่าจะต้านทานได้ทุกอย่าง ยังไงร่างกายก็ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นมา

 

สิ่งที่ดีที่สุดคือไออุ่นจากกายหนา ทุกครั้งที่ถูกโอบรัดและสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อน มันพาให้ผมรู้สึกดีที่มีชีวิต

 

ชีวิตที่มีพวกเขาทั้งสองคน

 

“แต่คุณก็อดทนเก่ง เมื่อคืนยังเป็นคนขอต่ออีกสองรอบเองนี่น่า”

 

“นั่นก็เพราะพวกคุณอ้อนต่างหาก ถ้ารู้ว่าจะนิสัยเสียกันแบบนี้ ผมจะไม่ให้ทำเพิ่มแล้ว” เจ้าตัวพองลมในแก้มใส่ ขยับเข้ามากอดผมจากด้านหลัง ใช้จมูกโด่งสันไล้แก้มผมแล้วกดจูบลงเป็นการออดอ้อนเอาใจ ไล่มาอีกก็ฝากรอยจูบไว้ที่ลำคอและลาดไหล่

 

เสียงจูบดังคลอเคลียอยู่ไม่ไกล ซึ่งมันค่อนข้างมีอิทธิพลกับหัวใจผมด้วยสิ

 

“ไม่โกรธกันนะราชินีของผม พวกเราทำไปก็เพราะรักคุณนะ”

 

“แล้วไปไหนมาถึงปล่อยให้ผมนอนคนเดียวล่ะ?”

 

“ก็ลงไปเล่นน้ำเหมือนทุกทีน่ะ ดายให้ผมมาตามคุณด้วย” ผมกลอกตาใส่นึกถึงหน้าคนใจร้ายที่เมื่อคืนกอดผมไม่ยอมหยุด รู้ทั้งรู้ว่าแค่ผมยืนก็แทบทรุด นี่ยังจะให้ผมลงไปหาข้างล่างอีกเหรอ “เราลงไปหาเขากันนะที่รัก เขาจะได้ช่วยผมเอาใจคุณไง”

 

“ผมปวดตัวจะตาย เดินไหว...!”

 

“ผมพาคุณไปเอง” ไม่รอให้ผมพูดเต็มเสียง ดีแลนก็ช้อนตัวผมขึ้นวงแขน ก่อนจะพาลงจากชั้นสองลงไปที่ทะเลหลังบ้าน ตรงส่วนนี้มันเงียบสงบมาก ไม่มีเรือขับผ่าน แล้วก็ไม่มีใครเห็น ผมเชื่อแล้วว่าพ่อตั้งใจสร้างไว้ให้พวกเขาจริงๆ ทุกที่ทำให้เราวางใจได้ว่าปลอดภัย

 

ต่อให้จะอยู่ในทะเลก็ตาม

 

“ผมไม่อยากลงน้ำ ผมแสบแผล”

 

“แต่ดายอยากให้คุณมาว่ายน้ำเล่นกับพวกเรา”

 

“อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่หลังจากที่พวกเราทำกัน ร่างกายผมไม่ได้เหมือนพวกคุณนะ ให้ตายสิ” ผมขมวดคิ้วใส่ไม่เข้าใจเลยว่าดายจะเล่นพิเรนทร์อะไร ถึงให้ดีแลนลากผมลงมาแบบนี้ แถมถ้าเมื่อกี้ผมไม่คว้าเสื้อผ้าไว้ เขาคงพาผมลงมาในสภาพเปลือยเปล่าแน่ๆ

 

ผู้ชายอะไร ไม่มียางอายเอาซะเลย

 

แถมยังดื้อดึงไม่ต่างจากพี่ชายที่กลายร่างเป็นฉลามว่ายวนไปมาคล้ายกับรอคอยให้เราก้าวเข้าไปหา ผมสบตากับดีแลนที่ช่วยจัดเสื้อผ้าผมดีๆ จากนั้นก็ให้ผมขึ้นขี่หลัง ซึ่งผมบอกเลยไม่ว่าเขาจะให้ผมไปท่าไหน มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแผลที่ถูกกัดเวลาโดนน้ำทะเลมันแสบยิ่งกว่าอะไร

 

เสียดายที่เขาก็ไม่ยอมหยุดพาผมลงมาจนได้

 

“ไว้จะให้ลงโทษทีหลังนะที่รัก”

 

“คุณมันร้ายกาจ”

 

“พวกเราร้ายกันทุกคน” ดีแลนหัวเราะกดจูบลงบนแขนผมที่คล้องคอเขาอยู่เบาๆ ไม่ปล่อยให้ผมตั้งตัวนานก็พาลงไปในทะเลใส ผมกัดปากแน่นพยายามทำใจให้ชินตอนที่หยาดน้ำโดนแผลที่พวกเขาทำไว้ ซุกหน้าลงกับหลังของดีแลน อีกนิดก็คงกัดลงไปเต็มแรงเพื่อระบายความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง

 

ดีแลนค่อยๆ เดินลงน้ำ พาผมมาอยู่ใจกลางที่ลึกพอสมควร และด้านล่างก็มองไม่เห็นอะไร ดายว่ายรอบตัวผม กลายเป็นมัจจุราชที่ต้อนเราเอาไว้

 

“เขาถามว่าคุณเจ็บไหม”

 

“ฆ่าผมให้ตายเถอะ” ผมตอบกลับขยับตัวให้หลุดลงจากหลังของดีแลน ถูกเขาย้ายมากอดไว้ด้านหน้า ตีขาเบาๆ เพื่อให้ตัวเองลอยอยู่เหนือน้ำไม่งั้นผมคงจมหายไปในทะเลใส “บอกให้เขาคืนร่างมาคุยกันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมเอาจริงแน่”

 

“เขาถามว่าคุณจะทำอะไร”

 

“ไม่รู้สิ ไปนอนกับผู้ชายคนอื่นมั้ง”

 

ซ่า !

 

ทันทีที่พูดแบบนั้น หางยาวก็สะบัดน้ำสาดใส่ผมจนเปียกโชกตั้งแต่หัว ดีแลนไม่ถูกหางเลขเพราะเขาเองก็กลายร่างไปทำแบบนั้นกับผมเหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นการเอาคืนที่น่าตีที่สุด ไม่วายว่ายมาชนผมอีก ถึงจะไม่ได้อ้าปากโชว์ขากรรไกรเช่นทุกที ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคมเขี้ยวพวกนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าหวั่น

 

ดายว่ายมาเบียดผมอีกฝั่ง ให้ดีแลนดันร่างอีกข้างไว้ป้องกันผมหนีไปไหน

 

“เล่นบ้าอะไร มันเจ็บนะ!”

 

“กึด!”

 

“ทำตัวไม่น่ารัก คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะหนีพวกคุณไม่ได้หรือไง?” ผมเลิกคิ้วใส่มองเจ้าสองฉลามที่ว่ายห่างออกไปแล้ววนกลับมา ผมส่ายหน้าความเอาแต่ใจของพวกเขาเป็นสิ่งที่คอนโทรลได้ยาก โดยเฉพาะเวลาหึงน่ะ เดาไม่ได้เลยว่าจะเล่นพิเรนทร์อะไรกัน

 

อย่างเช่นดายที่ดำลงไปใต้น้ำ ผมคิดว่าเขาจะงาบผมเข้าปากแบบวันนั้น

 

แต่ก็เปล่า

 

“เฮ้ย!” ผมร้องลั่นนาทีที่ถูกดึงขา ทั้งร่างถูกกระชากลงทะเลพร้อมกับที่ดายคืนร่างมาจูบผมเอาไว้ ริมฝีปากร้อนจัดมอบสัมผัสรุนแรงดิบเถื่อนให้ หากแต่ก็เต็มไปด้วยการเอาใจ มีกัดปากผมเล็กน้อยลงโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เขา “อื้อ!”

 

ดายตีหน้าดุ ความไม่พอใจฉายชัดเต็มใบหน้า ติดตรงที่ผมไม่กลัว และเมื่อเขากัดปากผมมา ผมก็กัดตอบดันเขาออกแล้วรีบว่ายขึ้นผิวน้ำเพื่อโกยอากาศเข้าปอดไป

 

พลันดีแลนก็มาขวางผมไว้ เขากระชากผมลงทะเลแล้วเป็นฝ่ายมาป้อนอากาศผม

 

สองพี่น้องคงกะให้ผมตายก่อนได้ขึ้นบก ลิ้นชื้นสอดลึกเข้ามาในปาก เก็บเกี่ยวความหวานโดยไม่สนใจว่าผมจะหายใจออกไหม ผมตีแขนดีแลนบอกเขาว่าผมกำลังจะไม่ไหว ดายที่ว่ายมาจากด้านหลังเลยดึงผมให้ขึ้นผิวน้ำไป

 

“เฮือก!” ผมหอบหายใจ กอดร่างของดายไว้เป็นการพักพิง “พวกคุณ แฮ่ก บ้าหรือไง จะฆ่าผมเหรอ?”

 

“ก็แค่ลงโทษที่พูดแบบนั้น”

 

“ผมก็แค่ประชด”

 

“จะได้รู้ว่าไม่ควรทำ” ดายตอบกลับขณะที่ลูบหลังผมเป็นการปลอบ ดีแลนว่ายตามขึ้นมา หัวเราะเล็กน้อยที่เห็นสภาพผมเหมือนลูกหมาตกน้ำ “ดื้อแต่เช้าเลยนะทูนหัว”

 

“คุณนั่นแหละที่ดื้อด้าน รู้ว่าผมปวดไปทั้งตัวยังให้ดีแลนลากลงมา”

 

“ก็เพราะผมอยากให้คุณได้เล่นทะเลบ้าง คุณไม่ลงทะเลเลยตั้งแต่เราขึ้นฝั่ง”

 

“คุณพาผมมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่หลังจากที่เราเพิ่งทำกัน”

 

“แต่วันนี้ทะเลมันสวยกว่าทุกวัน”

 

“หา?”

 

“ดูสิ” เขาผงกหัวให้ผมมองไปรอบด้าน ผมเลยต้องผละจากบ่ากว้างมากวาดตามองตามที่เขาบอก สิ่งแรกที่ผมรู้คือวันนี้แดดไม่คอยร้อน หากแต่มันกลับขับให้ทะเลวันนี้ดูดีกว่าทุกวัน สีครามของทะเลนั้นระยิบระยับดั่งแหวนเพชร มีเสียงนกนางนวลร้องอยู่ไม่ไกล ซึ่งมันเพราะกว่าเครื่องยนต์ของเรืออีกฝั่งของหาดเป็นไหนๆ

 

สายลมพัดผ่านโอบอุ้มพวกเราไว้ มันอาจจะเป็นทะเลธรรมดาที่ไม่ได้สวยงามมากอะไร แต่ผมคิดว่าดายคงหมายถึงว่านี่เป็นทะเลแรกที่เราได้เห็นด้วยกัน

 

ในฐานะมนุษย์ 

 

“มันงดงามใช่ไหม?”

 

“เท่าที่มันจะเป็นได้” ผมตอบกลับ “เพราะเราอยู่ด้วยกัน มันเลยสวยกว่าทุกวัน”

 

“มันพอจะลบล้างวันนั้นได้ไหม” เสียงทุ้มต่ำกระซิบถามข้างหูทำให้ผมย้อนดูความทรงใจในสมอง ดายคงหมายถึงวันที่ผมรู้ความจริง แล้วพิสูจน์โดยการเปิดเสียงวาฬให้พวกเขากลายร่างลงไปเก็บมือถือมา ผมยังจำได้ว่าตอนนั้นหัวใจผมบอบช้ำแค่ไหน เรื่องสำคัญกลับได้รู้เป็นคนสุดท้าย

 

มันน่าน้อยใจจริงๆ นั่นแหละ

 

“พวกเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้หรือเปล่าโซล” คำถามของดายมาพร้อมกับดีแลนที่จูบลงกลางหลังผม การกระทำเล็กๆ น้อยๆ มีอิทธิพลเสมอ

 

“ผมนึกว่าคุณลืมไปแล้ว”

 

“คุณบอกจะให้คำตอบเราหลังจากที่ทุกอย่างจบลง” ดีแลนเสริมทัพ “ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้วนะที่รัก แล้วเราก็ได้อยู่ด้วยกัน”

 

“นั่นยังไม่ชัดอีกเหรอว่าคำตอบของผมคืออะไร”

 

“อะ...”

 

“ผมไม่เชิงว่าให้อภัย เพราะผมแทบไม่รู้เลยว่าในฐานะมนุษย์ พวกคุณเป็นใครหรือทำอะไรได้บ้าง” ผมยกยิ้มหันมองพวกเขาทั้งสองคนสลับกันไปมา “ผมรู้จักพวกคุณในฐานะฉลาม ซื่อสัตย์และโหดร้าย การเป็นมนุษย์ทำให้พวกคุณเปลี่ยนไป ผมไม่รู้จักพวกคุณเลย”

 

“งั้นคุณจะให้โอกาสเราไหม” ดายถาม “ให้โอกาสเราได้บอกคุณว่าอะไรที่เปลี่ยนไป”

 

“...”

 

“โอกาสที่จะได้แก้ตัวใหม่”

 

“โอกาสที่จะเป็นครอบครัว” ผมยกยิ้มหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ดีแลนลูบแขนผมเบาๆ ขณะที่ดายกอดผมไว้แน่นให้อยู่สูงกว่าเขานิดหน่อย “ผมกับพี่ทำผิดไปมาก เราอยากให้คุณมาชี้ทางให้ เพราะชีวิตนี้เราเกิดมาเพื่อคุณ เรายอมตายได้...”

 

“หลังจากนี้จะไม่มีคำว่าตาย ดีแลน ถ้าจะตาย เราจะตายพร้อมกัน” ผมรีบขัด “ผมจะไม่ปล่อยให้พวกคุณต้องแบกรับสิ่งต่างๆ ไว้อีกแล้ว จะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกคุณไปได้”

 

“แล้วคุณยังมีความคิดที่จะตายจากเราไหม?”

 

“ผมจะเก็บมันไว้เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะคิด” ดีแลนยิ้มกว้าง เขาดูดีใจจนผมต้องลูบแก้มขาวด้วยความรัก ผมรู้ว่าเขาคงจะเครียดหนักหลังจากที่ผมทิ้งคำใบ้ไว้คราวก่อน ผมไม่เคยทอดทิ้งพวกเขา แค่ตอนนั้นมันอดน้อยใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่เป็นไร ผมเข้มแข็งขึ้นได้เมื่อมีพวกเขา

 

และเราจะก้าวไปด้วยกัน

 

“และผมไม่เคยคิดผิดที่รักพวกคุณ”

 

“เราเองก็เหมือนกัน” ดายกดจูบลงบนแก้มผม ขยับตัวให้ดีแลนสามารถกอดโดยมีผมโอบไหล่พวกเขาสองคนไว้ได้ “เราเองก็ไม่เคยคิดผิดที่ให้ใจ คุณจะเป็นคนเดียวที่ได้หัวใจของฉลามไป แล้วเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะโซล”

 

“เท่าที่เวลาจะอยากให้เราอยู่ด้วยกันทูนหัว” ผมระบายยิ้มบางพร้อมกับที่พวกเราสามคนแนบหน้าผากกัน ช่วงเวลาที่ได้สัมผัสลมหายใจของพวกเขา มันตอกย้ำถึงการมีชีวิตใหม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเฝ้ารอความตายอยู่หลายครั้ง ภาวนาขอให้พวกเขากินผมสักทีทุกครั้งที่มีโอกาสทำได้

 

แต่ดีแล้วที่มันไม่เกิดขึ้น ไม่งั้นผมคงไม่รับรู้ว่าพวกเขารักผมมากขนาดไหน

 

จากตอนแรกเป็นเพียงแค่ฉลามกับเจ้านาย สู่การกลายเป็นคนรักที่ผ่านอะไรมาเยอะมาก ทุกความทรงจำผมเก็บมันไว้ในห้องลึกสุดของหัวใจ ไขกุญแจลงกลอนรอวันที่เหนื่อยหน่ายจะหยิบมันขึ้นมาดูสักครั้ง จะได้เน้นย้ำว่ากว่าที่เราจะมาถึงตรงนี้ได้เราผ่านอะไรมามากมายแค่ไหน

 

มีทั้งดีและเลวร้าย สุดท้ายมันก็หลอมรวมให้เราสามคนได้อยู่ด้วยกัน

 

“มีข้อแม้ว่าคุณห้ามไปนอนกับผู้ชายคนอื่น”

 

“แล้วก็ห้ามคุยกับผู้ชายคนอื่นนอกจากเรา”

 

“พวกคุณเองก็ห้ามปิดบังผมเหมือนกัน ถ้าผมรู้เรื่องสำคัญเป็นคนสุดท้ายเมื่อไหร่ คุณไม่ได้เห็นผมแน่ ดีแลน ดาย” ผมชี้หน้าขู่พวกเขาเนื่องจากอีกฝ่ายมาตั้งแง่กับผมก่อน “อ้อ แล้วถ้าทิ้งผมให้นอนคนเดียวในห้องอีกเมื่อไหร่ วันนั้นก็นอนในน้ำไปเลยไม่ต้องมานอนเตียงเดียวกัน”

 

“ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ผมต้องนอนกอดคุณทุกวัน”

 

“งั้นก็อย่าทิ้งให้ผมนอนคนเดียวอีกสิ แล้วก็ห้ามลากผมลงน้ำด้วยหลังจากที่เราทำกัน”

 

“กฏของคุณเยอะจัง”

 

“ถ้าทำไม่ได้ก็คลั่งตายไปเลย” ผมไหวไหล่ผละออกจากพวกเขาพลางเสยผมด้วยท่าทียั่วยวนใจ “แต่ไหนๆ ก็ลงมาแล้วและแถวนี้ก็ไม่มีใคร...”

 

“คุณจะทำอะไร?”

 

“ทำให้ฉลามคลั่งรักไงที่รัก” ผมกัดปากมองพวกเขาด้วยสายตาเชิญชวนยิ่งกว่าอะไร เสื้อที่ใส่ก็ถูกลนลงจนเห็นลาดไหล่ขาวที่มีรอยแดงตราไว้ “ทำไมเราไม่เปลี่ยนที่สักหน่อยล่ะ ในทะเลก็ไม่เลวนะ พวกคุณว่าไง?”

 

“เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าไม่ไหว”

 

“อยากกอดผมไหมทูนหัว :) ” ดีแลนหัวเราะเขาดูจะชอบใจที่ผมยั่วใส่ ต่างจากดายที่ไม่พูดมากอะไร เขาจู่โจมผม กอดรัดร่างพร้อมกับระดมจูบที่ทำใจผมหวั่น น้องชายเขาตามมาเสริมทัพ ถอดเสื้อผ้าผมออกในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะเริ่มการ ‘กิน’ ที่ชวนระทึกใจ ผมส่งเสียงกระเส่าอยู่ข้างหู ปลุกเร้าให้พวกเขาสนุกกับการได้กอดผมไว้

 

ทำให้พวกเขาคลั่งตายยิ่งกว่าคนเสพยา แต่จะว่าเป็นคนคลั่งแบบนั้นก็ไม่ถูกใช่ไหมล่ะ

 

ผมคิดว่าผมมีคำอื่นที่ดีกว่า

 

อย่างเช่น ‘ฉลามคลั่งรัก

 

“ทำให้ผมคลั่งตายไปเลย...แด๊ดดี้ :) ”  

 

นี่สิที่เรียกว่าของจริง ก่อนจะลองดีคุณต้องมั่นใจว่าฉลามเป็นของคุณ...ทูนหัว :)

 

THE END 

 

LOADING 100 PER 

ฉลามคลั่งรัก อำลาทะเลเดือดสู่ความเป็นมนุษย์ 

สุดท้ายงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิก สุดท้ายแล้วทะเลก็ไม่ได้เป็นของใคร 

แต่คุณรู้อะไรไหม แม้ว่ามันจะจบลงไป... 

เราหวังว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของคุณนะ 

แล้วในวันที่คุณได้เห็นทะเลอีกครั้ง... 

ระวังขาคุณให้ดี เพราะมันจะไม่หยุดล่าแค่นี้แน่นอน :)  

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น