Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 13 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 13 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 18:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 13 [Rewrite]
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 13 

 

 

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบทำให้เห็นร่างขาวบางของเขมินท์ที่ถูกเตชิตดึงรั้งไปแนบชิดกับร่างกายของจนแนบแน่น แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าถูกแต่งแต้มรอยแดงช้ำจนทั่วไม่เว้นแม้แต่ช่วงต้นคอที่ถูกขบเม้มจนขึ้นรอยแดง หากเขมินท์ใส่เสื้อคอกว้างออกไปข้างนอกก็คงไม่พ้นคนมองและนินทาว่าไปโดนใครกระทำชำเรามาที่ไหน 

 

แต่ถึงแบบนั้นรอยช้ำตามร่างกายยังไม่เทียบเท่ากับความปวดร้าวไปทั่วร่าง เพราะทันทีที่เขมินท์ขยับตัวแค่เพียงเล็กน้อยร่างกายก็รวดร้าวไปทุกส่วนจนต้องลืมตาขึ้นมาและยิ่งเห็นว่าตนเองนอนแนบชิดกับเตชิตจนแทบจะจูบกันอยู่แล้วก็รีบขยับออกทันที แต่เพราะโดนรั้งเอวไว้เขมินท์เลยไม่สามารถขยับออกไปได้ไกลเท่าไร… 

 

“มีแรงลุกไหวด้วยงั้นเหรอ” เตชิตลืมตาขึ้นมาก่อนจะส่งเสียงถามและเงยหน้าสบตากับเขมินท์ที่มีสภาพดูไม่ได้ ผมเผ้าก็ฟูฟ่องไปหมด ไม่เหลือสภาพของคนถือดีและอวดดีเลยแม้แต่นิดเดียว 

 

“ผมไม่ตายเพราะฝีมือคุณหรอกคุณเตชิต” 

 

“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็แปลว่าถ้าฉันจะทำรักกับนายตอนนี้อีกครั้งก็ยังไหวสินะ” 

 

“คุณจะบ้ารึไง เอามือคุณออกไปได้แล้วผมจะไปอาบน้ำป่านนี้ลูกคงตื่นแล้ว” 

 

“ก็ไปสิ คิดว่าฉันจะรั้งไว้รึไง จืดชืดแบบนายคืนเดียวก็คงพอ” 

 

“ครับ ผมน่ะจืดชืดแต่คุณก็ลีลาแย่เหมือนกัน” เขมินท์ไม่ยอมให้เตชิตได้ดูถูกตนเองได้อยู่ฝ่ายเดียวก็เลยจัดการตอบกลับไปเช่นเดียวกัน  

 

คนอย่างเตชิตน่ะดีแต่พูดทำร้ายจิตใจคนอื่นนั่นแหละ ปากก็บอกว่าตัวเขมินท์น่ะจืดชืดแต่ก็เป็นคนมายุ่งก่อนทุกครั้งแม้กระทั่งครั้งแรกของเราทั้งสองคนนั่นแหละ………. 

 

คนที่ย้อนแย้งในตัวเองก็คงไม่ได้มีแค่เขมินท์คนเดียวหรอก! 

 

 

ทางด้านโมเดลที่ตื่นเช้ามาก็นั่งโงนเงนตัวเองไปมาอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ในห้องนอนของตนก่อนจะล้มตัวกลิ้งไปมาเพราะรู้สึกขี้เกียจ คุณแม่ชอบบอกว่าโมเดลกำลังจะอ้วนเป็นลูกหมูเพราะโมเดลไม่ได้ตื่นไปช่วยคุณแม่รถน้ำต้นไม้แล้วเพราะเราสองคนย้ายมาอยู่บ้านคุณพ่อจึงไม่ต้องตื่นไปรดน้ำต้นไม้เพราะมีคนทำอยู่แล้ว เพราะแบบนั้นพุงน้อยๆของโมเดลเลยยื่นออกมากขึ้นทุกวัน เฮ้อ….. 

 

แต่พอพูดถึงคุณพ่อแล้ว สำหรับโมเดลคุณพ่อเหมือนกลับมาจากท้องฟ้าเลยถึงคุณแม่จะเคยบอกว่าคุณพ่อเสียแล้วและขึ้นสวรรค์ไปแล้วแต่โมเดลก็ไม่เคยเชื่อและยังหวังว่าคุณพ่อจะลงจากฟ้ามาหาโมเดลไม่วันใดก็วันหนึ่ง และสุดท้ายวันนั้นก็ได้มาถึงวันที่คุณพ่อมาปรากฏตัวต่อหน้าของโมเดล พอเห็นหน้าคุณพ่อครั้งแรกโมเดลก็รู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปกอด อยากจะวิ่งเข้าไปหา เพราะคุณพ่อเหมือนในรูปใต้เตียงของคุณแม่ที่โมเดลแอบซนไปค้นเล่นแบบสุดๆ รูปที่คุณแม่เอาไปแอบไว้ลึกสุดใต้เตียง แต่โมเดลก็ไปซนจนหาเจอ รูปคุณพ่อที่ถ่ายกับคุณแม่แล้วยังมีใครไม่รู้อีกคน ด้านหลังรูปก็เป็นตัวหนังสืออะไรไม่รู้โมเดลอ่านไม่ออกจำไม่ได้ด้วย แต่พอดูรูปคุณพ่อกับคุณแม่ได้ไม่เท่าไรเสียงคุณแม่ก็เดินขึ้นบันไดขึ้นมา โมเดลเลยรีบเก็บรูปกลับที่เดิมก่อนจะพยายามปีนขึ้นเตียงของคุณแม่เพื่อไม่ให้คุณแม่จับได้ว่าโมเดลซนไม่รู้เรื่อง 

 

โมเดลเก่งใช่มั้ยล่ะ! 

 

“หืม โมเดลยังไม่อาบน้ำอีกเหรอครับ แล้ววันนี้ทำไมตื่นสายจัง” เป็นเตชิตที่เข้ามาดูโมเดลที่ห้องนอนก่อนเขมินท์จะอาบน้ำเสร็จ และพอเข้ามาในห้องนอนของลูกชายก็เห็นว่าโมเดลกำลังพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงด้วยสภาพไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ตอนตื่นนอนสักเท่าไร แต่ก็มีส่วนที่ต่างกันนิดหน่อยตรงที่โมเดลมีคราบน้ำลายเขรอะที่มุมปากอยู่ไม่น้อยแต่ผู้เป็นแม่ไม่มี 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ” 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ ยังไม่อาบน้ำแบบนี้เดี๋ยวแม่เราก็เข้ามาบ่นหรอก” 

 

“โมเดลขี้เกียจครับ” 

 

“เป็นเด็กเป็นเล็กขี้เกียจได้ยังไง ลุกขึ้นเร็วครับจะได้ลงไปทานอาหารเช้าเดี๋ยวคุณย่ารอ” 

 

“คุณพ่อครับ โมเดลแค่ล้างหน้าได้รึเปล่าครับ โมเดลยังไม่อยากอาบน้ำเลย นะครับ” โมเดลส่งสายตาอ้อนให้คุณพ่อที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลมั้ย 

 

“เฮ้อ… ครับ แต่ถ้าโดนบ่นมาพ่อไม่รู้ด้วยนะ”  

 

“อิอิ ขอบคุณครับ โมเดลรักคุณพ่อที่สุดเลย!” 

 

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เตชิตใจอ่อนกับลูกชายแบบนี้ ไม่สิคงเรียกแพ้ทางมากกว่า ก็นะ ลูกหนะน่ารักมากกว่าคนเป็นแม่ที่แข็งกระด้างตั้งเยอะเตชิตจะไม่รักลูกตามใจลูกได้อย่างไรกัน 

 

“โมเดลครับ ทำไมถึงลงมาทานข้าวแล้วยังไม่อาบน้ำแบบนี้ครับ” พอเขมินท์ลงมาที่โต๊ะกินข้าวก็เห็นลูกชายกำลังนั่งกินข้าวอยู่ทั้งที่ยังใส่ชุดนอนข้างพ่อของตนเอง และพอเขมินท์เห็นแบบนั้นก็เลยอดที่จะพูดดุไม่ได้ ตนเองนั้นสอนลูกเสมอถ้าตื่นแล้วควรอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วค่อยลงมากินข้าวก่อนทุกครั้งจะได้ไม่เสียเวลาในการทำอย่างอื่นต่อ 

 

“ดุลูกทำไม เดี๋ยวค่อยให้ลูกขึ้นไปอาบก็ได้” 

 

“นั่นสิคะหนูเขม คุณแม่ว่าอย่าดุหลานเลยนะคะ โมเดลยังเด็กอยู่ยังไม่รู้ความเท่าไร” เขมินท์ถอนหายใจออกมาเบาๆทันทีที่ได้ยินทั้งคู่ให้ท้ายลูกชายตนเองแบบนั้น เพราะถ้ายังตามใจไม่ถูกเรื่องแบบนี้ อีกหน่อยโมเดลคงจะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจเป็นแน่ 

“แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นนะครับโมเดล ถ้าเกิดทำตัวแบบนี้วันหลังจะให้อดขนมเป็นการลงโทษ” เขมินท์เอ่ยเตือนลูกชายก่อนจะจัดการอาหารเช้าตรงหน้าของตัวเองเช่นเดียวกัน โมเดลเองที่โดนคุณแม่ก็ก็นั่งกินข้าวเงียบๆและน้ำตาก็เริ่มคลอจนดูน่าสงสารแต่เขมินท์ไม่คิดจะใส่ใจเพราะในเมื่อโมเดลรู้อยู่แล้วว่าถ้าทำผิดข้อตกลงก็ต้องโดนดุอยู่แล้ว  

 

“หนูเขมดุจังเลยนะคะ แม่แอบกลัวแทนหลานแล้วนะคะเนี่ย” 

 

“ไม่ดุไม่ได้หรอกครับ ชอบมีคนตามใจไม่เข้าเรื่อง” เขมินท์เหลือบสายตามองเตชิตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ วันนี้เขมินท์รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวสาเหตุของอาการนี้ยังจะทำให้เขมินท์ปวดหัวขึ้นมาอีก  

 

ตนเองจะทำยังไงกับสองพ่อลูกนี้ดี ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว! 

 

หลังจากที่ผ่านพ้นอาหารมื้อเช้าไปแล้ว เขมินท์ก็หอบงานมานั่งทำงานในสวนแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดแต่งานที่ต้องรับผิดชอบก็เยอะจนพักไม่ได้และพอเขมินท์นั่งทำงานไปสักพักก็พักสายตาก่อนจะมองเห็นร่างน้อยๆของลูกชายเดินถือแก้วน้ำส้มเข้ามาให้ด้วยความระมัดระวังไม่ให้น้ำหก จนกระทั่งเดินมาถึงโต๊ะที่เขมินท์ทำงานอยู่โมเดลถึงค่อยๆวางแก้วน้ำส้มลงช้าๆก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เขมินท์อย่างเอาใจ 

 

“โมเดลเอามาให้คุณแม่ครับ คุณแม่หายโกรธโมเดลนะครับ” น้ำเสียงและสายตาที่ออดอ้อนของลูกชายทำให้เขมินท์ใจอ่อนได้อย่างง่ายดายก่อนจะใช้มือลูบศีรษะของลูกชายเบาๆ และพอลูบเสร็จโมเดลก็จับมือของเขมินท์ไปแนบแก้มต่อ ซึ่งโมเดลจะทำแบบนี้เป็นประจำที่ต้องการจะอ้อนให้เขมินท์หายโกรธ 

 

“วันหลังโมเดลอย่าดื้อมากนะครับ แค่คุณพ่อของโมเดลคุณแม่ก็รับมือไม่ไหวแล้ว ถ้าโมเดลดื้ออีกคนใครจะช่วยคุณแม่ดุคุณพ่อกันล่ะครับ” 

 

“โมเดลไม่ดื้อแล้วครับ แล้วโมเดลก็จะช่วยคุณแม่ดุคุณพ่อเอง” ในวินาทีนี้ไม่ว่าคุณแม่พูดอะไรโมเดลจะเชื่อฟังคุณแม่ทุกอย่างเลย ขอแค่คุณแม่หายโกรธโมเดลก็พอแล้ว 

 

“ดีมากครับคนเก่ง” 

 

ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังทำพูดคุยกันอยู่ในสวน เตชิตเองก็โทรเรียกชัชวาลให้เอาข้อมูลโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ดีที่สุดมาให้ อีกไม่กี่เดือนโมเดลก็ต้องเริ่มเข้าไปเรียนที่โรงเรียนแล้ว ถ้าหากเลือกโรงเรียนที่สภาพแวดล้อมทางสังคมไม่ดีลูกก็จะเติบโตมาไม่ทันโลกเท่ากับลูกของคนในระดับเดียวกัน อีกอย่างเตชิตไม่ไว้ใจเขมินท์เรื่องโรงเรียนด้วย คนอย่างเขมินท์ก็คงเลือกโรงเรียนระดับกลางๆมากกว่าถ้าเตชิตเดาไม่ผิด  

 

เห็นมั้ยล่ะคนอย่างเขมินท์น่ะไม่เห็นเตรียมพร้อมกับการให้โมเดลเติบโตมาเป็นผู้นำเลย เหอะ! 

 

“นี่ครับ โรงเรียนที่คุณเตชิตต้องการรายละเอียดครับ” ชัชวาลบอกพร้อมยื่นเอกสารแต่ละโรงเรียนที่คัดแยกไว้ให้เจ้านายได้อ่านอย่างสะดวกก่อนจะขอตัวกลับก่อนเพราะวันนี้ชัชวาลต้องไปเตรียมเอกสารการประชุมสำหรับวันพรุ่งนี้ต่ออีก 

 

และหลังจากที่ชัชวาลกลับไปแล้วเตชิตก็นั่งอ่านเอกสารเกี่ยวกับโรงเรียนไปเรื่อยๆ จนโมเดลเดินกลับเข้ามาในบ้านก่อนจะเข้ามานั่งข้างๆเตชิต พอเตชิตเห็นลูกชายเดินเข้ามาก็เลยเอารูปโรงเรียนให้ลูกดูว่าชอบรึเปล่า เพราะเตชิตคิดว่าโรงเรียนที่ตนเลือกให้นั้นเหมาะกับโมเดลที่สุดแล้ว 

 

“อะไรครับคุณพ่อ” 

 

“โรงเรียนครับ ชอบมั้ย พ่อว่าเหมาะกับโมเดลดีนะ” 

 

“โมเดลไม่รู้ครับ โมเดลแล้วแต่คุณพ่อกับคุณแม่ครับ” เด็กน้อยบอกเสียงใสก่อนจะแอบหยิบคุกกี้ของคุณพ่อขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง แต่ก่อนจะกินก็แอบมองซ้ายมองขวาเพาะกลัวคุณแม่กลับเข้ามาเห็นว่าโมเดลกินขนมไม่ได้ล้างมือก่อน เพราะถ้าคุณแม่เห็นโมเดลต้องถูกดุอีกแน่ๆเลย 

 

“หิวเหรอครับโมเดล กินข้าวดีมั้ยหรือจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกบ้าน” 

 

“โมเดลไม่หิวข้าวครับ แต่โมเดลอยากกินช็อกโกแลตครับ” 

 

“ช็อกโกแลตเหรอครับ เดี๋ยวพ่อให้แม่บ้านเอามาให้” เตชิตบอกลูกชายก่อนจะหันไปบอกแม่บ้านให้เอาช็อกโกแลตที่ตนเองซื้อติดตู้ไว้ออกมาให้ลูกชายกินเล่นและพอแม่บ้านเอาช็อกโกแลตมาให้โมเดลก็ค่อยๆหยิบกินทีละชิ้น และแต่ละชิ้นก็อร่อยมากๆเพราะมีรสชาติต่างกันและพอยิ่งกินก็ยิ่งอร่อยจนโมเดลลืมไปเลยว่าคุณแม่จะดุถ้าคุณแม่มาเห็นว่าโมเดลแกะช็อกโกแลตกินเป็นกองใหญ่ๆแบบนี้ 

 

 

เขมินท์ที่กลับเข้ามาในบ้านก็เดินเข้ามาเงียบๆ ก่อนจะมองเห็นช็อกโกแล็ตกองโตที่ถูกแกะด้วยฝีมือลูกชายที่ยังมีหลักฐานคามือส่วนข้างๆลูกชายก็เป็นผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งอ่านอะไรไม่รู้อยู่โดยไม่ดูลูกเลยว่าลูกกินช็อกโกแลตเยอะขนาดไหน  

 

“โมเดลครับ ทำไมกินช็อกโกแลตเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวเลือดกำเดาไหลนะครับ” เขมินท์บอกด้วยน้ำเสียงดุๆ จนโมเดลที่ได้ยินสะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานที่เห็นช็อกโกแลตติดฟันจนฟันดำไปหมดให้เขมินท์ได้เห็น 

 

“คุณเตชิตทำไมไม่รู้จักดูลูก ให้ลูกกินเยอะขนาดนี้เดี๋ยวก็เลือดกำเดาไหลกันพอดี” เขมินท์หันไปบ่นอีกคนแทนที่นั่งอยู่กับลูกแท้ๆแต่ไม่รู้จักบอกลูก  

 

จริงๆเลย วันนี้เขมินท์ทั้งปวดตัว ปวดหัวเหมือนจะไม่สบายยังจะต้องมาบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก เขมินท์ชักจะเหนื่อยแล้วนะ… 

 

“แค่ช็อกโกแลตเองจะทำให้เลือดกำเดาไหลได้ยังไงกัน เหลวไหลน่า” 

 

“ว่างๆก็หัดพาลูกไปหาหมอบ้างนะครับช็อกโกแล็ตของผู้ใหญ่ไม่เหมาะสำหรับเด็กๆ แล้วเวลาหมอเค้าแนะนำอะไรก็ให้ฟังแล้วจำสักหน่อยจะได้ไม่มาเถียงข้างๆคูๆ โมเดลครับหยุดกินแล้วไปล้างมือล้างปากด้วยนะครับ จะกินข้าวเย็นอยู่แล้วยังกินช็อกโกแลตเยอะขนาดนี้อีก” 

 

“คร้าบบบบ โมเดลไปล้างมือแล้วครับ” พอเห็นคุณแม่บ่นเยอะแบบนี้ โมเดลก็รีบลุกขึ้นไปล้างมืออย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนดุไปมากกว่านี้ คุณพ่อเองก็เหมือนกันพอคุณแม่ดุหนักแบบนี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรเหมือนโมเดลเลย  

 

คุณพ่อก็ต้องกลัวคุณแม่เหมือนโมเดลแน่ๆ อิอิ 

 

 

หลังจากที่มื้ออาหารเย็นที่มีบรรยากาศมาคุเล็กน้อยจบลงเขมินท์ก็เดินมาส่งลูกชายเข้านอนก่อนตนเองจะกลับมาอาบน้ำกินยาแก้ไข้แล้วล้มตัวลงนอนและผล็อยหลับสนิทไปโดยไม่รู้ตัว และพอช่วงตกดึกเตชิตที่กลับเข้ามาในห้องนอนกลางดึกเห็นเขมินท์นอนกระสับกระส่ายไปมาแถมเหงื่อก็โทรมตัว ซึ่งพอจับแขนดูก็สัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายที่สูงจนน่าตกใจ อีกอย่างปลุกให้ตื่นก็ไม่มีท่าทีที่จะตื่น เตชิตเลยเดินไปหยิบผ้าก่อนจะเดินเข้าไปชุบน้ำในห้องน้ำแล้วกลับออกมาปลดเสื้อผ้าของเขมินท์ออกจากร่างกายทุกตัวก่อนที่ตนเองจะเช็ดตัวให้แล้วเอาชุดใหม่สวมให้แล้วถึงอุ้มเขมินท์ลงจากบ้านไปที่โรงรถก่อนจะพาขับไปที่โรงพยาบาล และก็โชคดีที่เป็นกลางดึกรถเลยไม่ติดอย่างที่คิดเลยทำให้มาถึงโรงพยาบาลได้เร็ว  

 

พอมาถึงโรงพยาบาลเตชิตก็รีบอุ้มเขมินท์เดินเข้าไปห้องตรวจด้วยความเร่งรีบโดยที่มีพยาบาลเดินนำเข้าไปก่อนที่หมอจะรีบเข้ามาตรวจอาการของเขมินท์ที่ไม่ได้สติอยู่  

 

เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี พอผลตรวจของเขมินท์ออกมาหมอก็แจ้งว่าเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายมีความบอบช้ำเล็กน้อยเลยทำให้ไข้ขึ้นและหมดสติอย่างตอนนี้ หมอเลยทำการฉีดยาและใส่สายน้ำเกลือก่อนจะถูกพาไปส่งห้องพักวีไอพีที่เตชิตจองไว้  

 

ในคืนนี้เตชิตเองก็ต้องนอนที่นี่โดยไม่ลืมจัดการส่งข้อความไปบอกชัชวาลว่าพรุ่งนี้ให้เอาเสื้อผ้าและเอกสารสำหรับประชุมเข้ามาให้ที่โรงพยาบาลก่อนจะเข้าบริษัทและก็ไม่ลืมส่งข้อความบอกคุณแม่ให้ดูแลโมเดลแทนเขมินท์และตนเองด้วย เดี๋ยวประชุมเสร็จเตชิตจะไปรับโมเดลที่บ้านมาโรงพยาบาลเอง 

 

หลังจากที่พยาบาลตรวจเช็คความเรียบร้อยในห้องและนำผ้าห่มมาให้ก่อนจะจัดเตียงคนเฝ้าที่อยู่ใกล้เตียงคนป่วยให้เตชิตเรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปและพอพยาบาลเดินออกไปแล้วเตชิตก็เดินมาดูเขมินท์ที่เตียงก่อนจะเอามือจับหน้าผากของเขมินท์เบาๆ และพูดอะไรบางอย่างออกมาเมื่อเห็นคนป่วยนอนน่าซีดด้วยความรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย 

 

นอนหลับหมดท่าแบบนี้ น่าสงสารจริงๆ 

 

“หึ เด็กอวดดี” 

 

เมื่อพูดจบเตชิตก็ละมือออกก่อนจะเดินกลับไปนอนที่เตียงคนเฝ้าแล้วหลับตาลงก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบสงบจนไปถึงเช้าของอีกวัน 

 

 

 

................................................................................... 

ความคิดเห็น