พี่ธัญญ่า
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2562 19:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7
แบบอักษร

ตอนที่ 7 

 

ศพภายใต้ผ้าขาวถูกพาออกจากคฤหาสน์ไปยังสถานที่ไกลแสนไกล ผ่านหน้าชายวัยกลางคนร่างท้วมที่หยุดยืนอย่างสงบแล้วจึงเดินเข้าไปด้านในซึ่งยังวุ่นวายไม่สิ้นสุด ชายที่อายุน้อยกว่าเขาราวห้าถึงหกปีนั่งกุมมืออยู่ตรงตีนบันไดสลักสลักหรูหรา 

“สวัสดีครับ ดูเหมือนผมจะมาเวลาไม่เหมาะสักเท่าไหร่” 

ชายคนอ่อนวัยกว่าเงยหน้าขึ้น 

“คุณตำรวจ” เขาทักและพยายามยิ้ม ทว่ากลับทำไม่ได้ “จะสอบปากคำเพิ่มอีกเหรอครับ ศพภรรยาผมเขา...” 

“เปล่าครับ ผมไม่ได้มาเรื่องภรรยาคุณ แต่ถึงอย่างนั้นผมต้องเสียใจด้วย” 

“ขอบคุณครับ ผมยังรับมือได้อยู่” 

“อืม แปลกมากเลยนะครับที่คุณม่านฟ้า และผู้ช่วยเสียชีวิตในวันเดียวกัน” 

ประโยคนั้นทำให้เขาหันขวับ 

“อะไรนะครับ” 

“คุณไม่เห็นข่าวเหรอครับ” 

“ผมมัวแต่วุ่นวาย ยังไม่ทันได้ดูอะไรทั้งนั้น” 

“เมื่อวานบ้านคุณอังสนา ผู้ช่วยคุณม่านฟ้าไฟไหม้น่ะ เธอก็เลยเสียชีวิต ที่ผมมาก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ” 

“กะ... เกิดอะไรขึ้นครับ” เขารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนอย่างอธิบายไม่ถูก 

“มีผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า ลูกสาวคุณอังเป็นคนวางเพลิงเผาบ้านตัวเอง” 

“จริงเหรอครับ!” 

“คุณรู้จักคุณอังด้วยเหรอครับ ทำไมถึงดูตกใจแบบนั้น” 

“เอ่อ... ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกครับ” เขาสูดหายใจเข้าลึกอย่างยากลำบาก  

“ลูกสาวคุณอัง ผู้ก่อเหตุ เราตรวจพบว่าในร่างกายเธอมีระดับแอลกอฮอล์สูงมาก และดูเหมือนเธอจะมีปัญหาทางจิตหน่อยๆ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะแฟนหนุ่มของเธอพึ่งมอเตอร์ไซค์ล้มเสียชีวิต” 

“ว่าแต่ มันเกี่ยวกับผมยังไงครับ” 

“เพราะตั้งแต่จับเธอได้เมื่อคืน เธอก็เอาแต่พูดว่าตัวเองในอนาคตเป็นคนสั่งให้เผาบ้าน และความจริงคนที่เธอตั้งใจจะฆ่าคือลูกสาวคุณ เธอบอกว่าลูกสาวคุณจะฆ่าแม่เธอ” 

“ซีเนี่ยนะ”  

“ครับ ผมเลยสงสัยว่าลูกสาวคุณอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง” 

“ซียังไม่รู้จักคุณอังอะไรนี่เลยนะครับ เธอเคยมาที่บ้านเเค่ครั้งเดียวตอนช่วยม่านฟ้าขนของ” 

“มาหาซีเหรอคะ” 

ชายทั้งสองสะดุ้งกับประโยคที่ดังแทรกมาจากอีกทางอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง เด็กสาวร่างผอมปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบ ร่างซีดๆ ของเธออยู่ในชุดสีขาวทำให้เธอแทบจะกลืนหายไปกับฉากหลัง ดวงตาช้ำและมีคราบน้ำตาเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอยกมือไหว้ชายร่างท้วม ก่อนที่จะขยับเข้ามาใกล้ 

“ซี ลูกโอเคไหม”  

“ไม่ค่ะ ไม่โอเคเลย” เธอน้ำตาร่วงอีกเม็ดใหญ่ 

“เธอคือซีเหรอ” ตำรวจเลิกคิ้วถาม 

“ค่ะ ซีเห็นข่าวแล้ว น้ำค้างเป็นเพื่อนที่โรงเรียนซีเอง เธอบอกว่าซีจะฆ่าแม่เขาเหรอคะ” ซีถามกลับเสียงเรียบพลางปาดน้ำตา “ให้เดานะคะ น้ำค้างกินเหล้าด้วยใช่มั้ย” 

“ใช่ เธอรู้ได้ยังไง” 

“ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกค่ะ พอเธอเมาเเล้วก็ชอบอาละวาด หลายๆ คนในโรงเรียนก็เคยโดนน้ำค้างกล่าวหามาเหมือนกัน เธอมักวู่วาม หัวรุนแรง อารมณ์แปรปรวนง่าย คนแบบนี้จะเผาบ้านตัวเองก็ไม่น่าแปลกหรอกค่ะ ลองไปถามคนที่โรงเรียนดู จะเข้าใจค่ะ” เธอนิ่งมองช่องประตูที่เคลื่อนศพออกไปชั่วครู่แล้วจึงหันกลับมามองตำรวจ “แต่ซีก็ยินดีให้ตำรวจสอบปากคำนะคะ ถึงเมื่อคืนจะเป็นคืนที่เลวร้ายมากสำหรับก็ตาม” 

น้ำตาทำเอาตำรวจรู้สึกผิด ผู้เป็นพ่อโอบไหล่บางๆ ของเธอเพื่อปลอบโยน 

“ผมขอโทษครับ ทั้งที่เธอพึ่งเสียแม่ไปแท้ๆ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ซีแค่ไม่คิดว่าเขาจะมีปัญหาถึงขนาดตัดสินใจทำอะไรแบบนี้” 

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอกลูก”  

เด็กสาวปาดน้ำตา ภายใต้แววตาเยือกเย็นถึงขั้วหัวใจฉาบรอยยิ้มเหยียดในชั่วเสี้ยววินาทีสั้นๆ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ 

“ซีก็ว่างั้น”  

... 

.. 

. 

ไม่มีใครเข้าใจเธอดีไปกว่าตัวเธอเอง... 

นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ซีเสียเวลาทั้งวันไปกับการคุยกับตัวเองในแอคเค้าท์ที่ชื่อว่า ISee แอคเค้าท์ที่เธออุปโลกขึ้นมาว่าเป็นตัวเองในอนาคต ความรู้สึกที่เเท้จริงที่ซีมีต่อชีวิตงี่เง่า ผู้คนห่วยๆ 

และวันหนึ่ง ISee ที่เธอสร้างขึ้นก็กำลังตอบเธอว่า... 

[โยนอนาคตสวยหรูทิ้งไปได้เลย] 

ซีอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาเหมือนที่ทำทุกครั้งเวลาเจอข้อความถูกใจจากคู่สนทนาแล้วขยับยิ้ม เธอชอบมัน ชอบมันทั้งหมด คำถามคือ ถ้าไม่อยากโยนอนาคตสวยหรูของตัวเองทิ้ง ต้องทำยังไง  

คำตอบก็ไม่ยากเท่าไหร่  

[วิธีที่ดีที่สุดคือ ลบมันออกจากชีวิตเราซะ] 

ฉะนั้นอันดับเเรก... หาตัวหมากไว้ใช้งาน 

ซีเงยหน้าขึ้นมาสบตาหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซีตั้งสถานะให้หล่อนว่า อัง... นังเมียน้อย เเววตาเจ้าหล่อนยามมองมาบ่งบอกชัดเจนว่าเลือกให้เธอเป็นศัตรู เเละพร้อมมีเรื่อง  

“นังศัตรูหัวใจของฉัน มันใช้ให้แกมาใช่มั้ย” หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร ซีมองดูก็รู้ว่าหล่อนน่ะมือตบประจำซอย เด็กสกอยซ์เก่าแน่นอน 

อันที่จริงใบหน้าคมงามสมวัย หุ่นสวยสไตล์นางแบบนิตยสารเพลย์บอยของเจ้าหล่อนดูไม่เข้ากันอย่างสิ้นเชิงกับบ้านไม้เก่าซอมซ่อโกโรโกโสที่อบอวนไปด้วยกลิ่นเหล้าเเละบุหรี่ ขวดยาดองวางเรียงเป็นตับจนน่าจะเอามาถมที่ได้ ซีไม่ได้อยากมาที่นี่ มันทำให้นึกถึงบ้านหลังเก่าที่เธอกับพ่อเคยอยู่ และในเมื่อพาชีวิตออกมาจากที่นั่นได้เเล้ว สาบานได้ว่าซีจะไม่มีวันพาตัวเองกลับไปอีก 

“ค่ะ” ซียอมรับตรงๆ “ก่อนหน้านี้คุณคงได้รับจดหมายเเล้วใช่มั้ยคะ” 

“หึ จดหมายขู่กิ๊กก๊อกนั่นน่ะหรอ น่ากลัวตายล่ะ บอกมาเลยดีกว่าว่ามันใช้ให้เเกมาทำอะไร” 

“ความจริงฉันมาหาทางออกที่จะไม่ทำให้มันเลวร้ายไปกว่านี้ ฉันไม่อยากทำตามคำสั่งเเม่ ฉันเลยเลือกที่จะมาคุยกับคุณ” เเววตาอีกฝ่ายอ่อนลงเเต่ยังไม่ไว้ใจนัก หล่อนไม่รู้ว่าซีมีจุดประสงค์อะไร  

“เเม่ไม่รู้หรอกว่าฉันมาคุยกับคุณที่นี่วันนี้” ซีกล่าวเสียงเรียบพร้อมส่งแชทให้ดู “นี่เป็นแชท แม่ใช้ชื่อ ISee คุยกับฉันเพื่อไม่ให้ใครรู้” 

“...” อีกฝ่ายรับโทรศัพท์ไปดูแล้วนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะพ่นลมออกมาพร้อมเสียง เฮอะ! “จริงเหรอเนี่ย”  

“มันอยากให้แกฆ่าฉัน! ฆ่าฉัน!? นี่นังนั่นคิดจะฆ่ากันเลยเหรอ!” 

“ก็อย่างที่อ่าน”  

หล่อนยกมือขึ้นมาเท้าศีรษะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วบางที่ผ่านการสักมาอย่างประณีตขมวดเป็นปม ซีรู้ว่าหล่อนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก และเคียดแค้นมากเช่นกัน 

“จริงอยู่ว่าฉันเป็นเมียน้อยผัวมัน แอบแทงข้างหลังมัน ยุให้ผัวมันสวมเขา หวังหาบ่อเงินบ่อทองไว้ให้ตัวเอง...”  

หล่อนมองไปยังพื้นไม้ว่างเปล่า บางทีอาจมองทะลุช่องว่างเล็กๆ ระหว่างแผ่นไม้ลงไปถึงน้ำคลองสีขุ่นใต้พื้นบ้าน และเบือนสายตากลับมาหาซีอีกครั้ง  

“แต่ฉัน… ฉันเป็นผู้ช่วยมัน เป็นมือเป็นเท้าให้มัน ยอมให้มันด่าอยู่ทุกวัน ยัยอัง...เรื่องง่ายๆ เเค่นี้หล่อนก็ทำไม่ได้เหรอ ยัยอัง...เพราะอย่างนี้ไงถึงเป็นได้แค่นี้! ฉันรับใช้มันอย่างกับขี้ข้า เเต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะฆ่ามัน หรืออยากให้มันตาย เเล้วทำไมมันถึง… แม่งเอ้ย!” 

‘แน่นอนสิ ถ้าม่านฟ้าตาย เเล้วป๊าจะสูบเงินที่ไหนมาแบ่งให้หล่อนใช้ล่ะ’ ซียังคงสบตากับคนตรงหน้า  

ในระยะหลังมานี้ ‘อัง’ เป็นชื่อที่เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติการค้นหาข้อมูล ทั้งด้วยตัวเธอเองและข้อมูลจากอนาคตจอมปลอมอย่าง ISee ทำให้ซีมั่นใจพอสมควรว่าสิ่งที่หล่อนพูดก็เป็นแค่วิธีการพูดให้ตัวเองดูดีกว่าอีกฝ่าย โดยเน้นย้ำให้เห็นว่าอีกฝ่ายทำในสิ่งที่เลวร้ายกว่าเพื่อให้คนฟังโอนเอียงเข้าข้างตน 

อังยังด่าทอม่านฟ้าต่อด้วยความโกรธไปอีกหลายประโยค  

“คุณอัง...” 

“อย่าพึ่ง...” หล่อนยกมือห้าม “ฉันขอใช้ความคิดหน่อย นังบ้านั่น!”  

ซีลุกขึ้นหันหลังให้อังที่นั่งจมอยู่กับความคิดพลางลอบยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก เธอฆ่าเวลาด้วยการเดินสำรวจบ้านที่มีพื้นที่แค่รังหนู การเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 16 ไร้พิษสง ช่วยให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะช่วยลดระดับความระเเวงที่อีกฝ่ายควรจะมีมากกว่านี้เวลาเชิญคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน  

บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว ตู้ไม้สองสามหลังกับโต๊ะกินข้าวหนึ่งตัวก็บ้านดูคับแคบไปถนัดตา เธอถือวิสาสะเปิดเข้าไปสำรวจในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง  

กลิ่นฉุนกึกเเตะจมูกทันทีที่ประตูเปิด ซีบอกไม่ถูกว่ามีกลิ่นอะไรตีกันบ้าง ทั้งน้ำหอม กลิ่นเสื้อเหม็นอับ กลิ่นบุหรี่ เเละแอลกอฮอล์  

ภายในห้องมีตู้ โต๊ะเครื่องเเป้ง เตียงที่ไม่มีขาตั้งเตียงที่ปูด้วยผ้าปูลายหัวกะโหลกสีดำสลับเเดง โปสเตอร์วงดนตรีร็อกชื่อดังเเปะอยู่เต็มกำแพง บนหลังตู้มีกรอบรูปเด็กสาววัยไล่เลี่ยกับเธอ เเผ่นซีดีเพลง ลำโพงบลูทูธสีดำ ระเกะระกะอยู่บนเตียง บนพื้นมีกองเสื้อผ้าใส่เเล้ว ถุงเท้าถูกโยนทิ้งเเปะอยู่บนหัวเตียง มีที่เขี่ยบุหรี่หลายถ้วย กระป๋องเบียร์ ขวดเหล้าถูกทิ้งอยู่ตามมุมห้อง  

เธอต่อสายโทรศัพท์ออก ขณะเดินดูไปเรื่อยๆ แล้วไปหยุดที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงรอสายกินเวลายาวนานก่อนปลายสายจะรับในตอนที่เธอหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำสนิทวางไว้บนโต๊ะ แล้วพูดกรอกใส่หูโทรศัพท์ที่ต่อสายในมือได้ใจความว่าให้รีบมา ‘กำลังมีเหตุร้าย’ เเละกดวางในนาทีที่เสียงดุดังขึ้นจากทางด้านหลัง 

“เข้ามาในนี้ทำไม!” 

ซีกลอกตาเล็กน้อย เเล้วหันกลับไปประจันหน้ากับเจ้าของบ้านช้าๆ 

“ขอโทษค่ะ ดูเพลินไปหน่อย ห้องลูกสาวหรอคะ” 

“เงียบ! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ไม่มีมารยาท พ่อเเม่เเกไม่สั่งสอนเลยใช่มั้ย” 

ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวของเจ้าหล่อนทำให้ซีรีบเดินออกจากห้องกลับไปนั่งที่โต๊ะอย่างว่าง่าย 

“ขวดเหล้าเยอะขนาดนี้ระวังฟืนไฟไว้บ้างก็ดีนะคะ บ้านยิ่งเป็นบ้านไม้ ไฟติดง่ายมากเลยค่ะ” 

“เรื่องของฉัน” 

“แล้วเมื่อกี้แกโทรหาใคร อะไรคือมีเหตุร้าย บ้านฉันไม่ได้จะมีเหตุร้าย”  

“เดี๋ยวก็มี…”  

“ฉันมาคิดๆ ดูเเล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมแกถึงเอาเรื่องนังม่านฟ้ามาบอกฉัน” อังถามด้วยสีหน้าจริงจัง พลังงานด้านลบจางๆ แผ่ออกมาจนซีสัมผัสได้  

ซีขยับตัวมาข้างหน้าสบตาอังอย่างจริงจัง 

“เพราะฉันอยู่ข้างคุณ…”  

“ทำไมถึงอยู่ข้างฉัน”  

ระหว่างแม่เลี้ยงที่เป็นถังข้าวสารกับเมียน้อยที่จะทำให้ชีวิตเธอถูกเตะออกจากถังข้าวสาร เห็นชัดอยู่แล้วว่าควรเลือกฝั่งไหน ก็ไม่แปลกที่อังจะไม่ไว้ใจเธอ  

[ถ้าแม่รู้ แม่ตัดหางปล่อยวัดพ่อแน่นอน] 

ตอนนี้แม่รู้เเล้วว่าพ่อเธอมีเมียน้อย คิดว่าแม่จะทำอะไรต่อไปล่ะ? ถ้าไม่ใช่ตัดหางปล่อยวัดอย่างที่บอก 

ฉะนั้นอันดับที่สองใช้ประโยชน์จากตัวหมากตรงหน้า 

“เพราะเเม่เป็นปีศาจน่ะสิคะ” 

“ตั้งเเต่เเม่สั่งให้ฉันฆ่าคุณ ฉันก็ตระหนักได้ว่า…” ซีหยุดไปชั่วอึดใจ “เเม่น่ะ เห็นฉันเป็นเเค่เครื่องมือ” 

“...” 

“แม่สั่งให้ฉันฆ่าคน ฆ่าคนนะคะ ฉันทำไม่ได้หรอก!” 

เด็กสาวเม้มปากด้วยสีหน้าเป็นกังวล 

“แต่ว่า…ถ้าฉันไม่ทำตามคำสั่ง เเม่อาจหาวิธีอื่นฆ่าคุณ ตัวฉันเองก็คงตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน คุณก็รู้…ต่อหน้าคนที่มีอำนาจเงินล้นฟ้าเเบบนั้น ลูกเลี้ยงอย่างฉันจะทำอะไรได้ เผลอๆ อาจกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปเสียเอง” ซีก้มหน้า “ฉันจะทนอยู่เฉยๆ ได้ยังไง” 

“เธอจะบอกว่า เธอกำลังจะหาทางกำจัดม่านฟ้า ใช่มั้ย?” อังเลิกคิ้ว  

ซีพยักหน้า  

“ฉันมีเเผน แต่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคุณ” 

“ความช่วยเหลือจากฉัน?” หล่อนชี้หน้าตัวเอง ก่อนจะกอดอกพิงพนักแล้วพูดต่ออย่างรู้สึกเหนือกว่า “เฮอะ แล้วทำไมถึงคิดว่าฉันจะยอมช่วย บอกตามตรงนะ ฉันน่ะไม่ได้กลัวนังม่านฟ้าเลยสักนิด อยากฆ่าฉันก็มา ฉันจะนั่งรอนอนรอให้มันมาฆ่าเลย” 

‘ลำพอง... ก็เป็นธรรมดาของคนที่กำลังถูกขอร้อง’ 

“ฉันมีข้อเสนอค่ะ ฉันว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเอง” 

“ข้อเสนอ?” อังเลิกคิ้ว “ยังไง” 

“คุณรู้ใช่มั้ยว่าวิทยานิพนธ์งานล่าสุดของแม่ได้รับรางวัล” ซีเริ่ม 

“รู้สิ ฉันเป็นผู้ช่วยจะไม่รู้ได้ไง บอร์ดหน้าตึกคณะก็ติดประกาศหลาซะใหญ่โต คอลัมน์ข่าวการศึกษาในหนังสือพิมพ์ก็ออก” 

“เเล้วคุณรู้ไหมว่ามันเป็นวิทยานิพนธ์ที่ลอกมา” 

“ว่าไงนะ” อังถามซ้ำอย่างไม่เชื่อหู “ลอก? บ้าน่า ถ้าลอกมาจะไม่มีใครรู้ได้ยังไง มีคณะกรรมการตรวจเป็นสิบ” 

“ก็เพราะว่าลอกมาจากงานต่างประเทศ แล้วก็… ลอกงานตัวเอง” 

“งานตัวเอง? ลอกงานตัวเองก็ถือว่าลอกด้วยเหรอ”  

ซีพยักหน้าให้คำถาม  

“เมื่อหลายเดือนก่อน ฉันเข้าไปหากระดาษเอสี่ในห้องเเม่ เเล้วก็แอบอ่านงานที่เเม่เปิดค้างไว้โดยบังเอิญ เเต่ตอนนั้นเเม่เปิดหน้ารีเสิร์ชของงานจากต่างประเทศไว้ คู่กับวิทยานิพนธ์ตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ฉันถึงได้รู้ว่ามันเป็นการเอางานทั้งสองอย่างมาผสมกันจนกลายมาเป็นงานวิทยานิพนธ์ฉบับนี้”  

“แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้อเสนอ” อังถามหลังจากนิ่งฟังมานาน 

“ฉัน… อยากให้คุณช่วยให้เเม่ได้รับโทษตามกฎหมายอย่างที่ควรค่ะ” ซีกล่าว “คุณแค่ช่วยส่งข่าวแม่ให้ฉัน เป็นหูเป็นตาให้ฉัน คนที่ทำงานเป็นผู้ช่วยแม่อย่างคุณน่าจะทำได้สบายอยู่เเล้ว” 

“เพื่ออะไร” 

“เพื่อเปิดโอกาสให้ฉันลอบเข้าไปเอาหลักฐานในห้องแม่ได้ค่ะ ห้องแม่เข้าไปไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ ยิ่งจะเข้าไปแบบไม่ให้แม่จับสังเกตได้น่ะ ซึ่งถ้าฉันหาหลักฐานเจอ และทำให้เเม่รับโทษได้ เเม่ก็จะหายไป เเล้วเส้นทางของคุณก็จะสะดวก” 

“เส้นทางของฉัน เส้นทางอะไร” 

“เส้นทางรักระหว่างคุณกับป๊าไงคะ” 

ประโยคดังกล่าวทำให้อังสะดุ้งเล็กน้อย หล่อนขยับตัวขึ้นมานั่งหลังตรงด้วยใจเต้นเเรง  

“หมายความว่า...” 

“ความจริงป๊าตามใจฉันอยู่เเล้ว ถ้าฉันเชียร์ใคร ป๊าก็ชอบคนนั้น” ซีย้ำให้หล่อนมั่นใจ “เรื่องคุณ ถ้าเเม่เข้าคุกไปก็ทางสะดวก” 

“...” 

“ฉันสัญญาว่าจะช่วยให้คุณได้ตำแหน่งแม่เลี้ยงคนใหม่ของฉัน คุณจะไม่ต้องเป็นเมียน้อยใคร ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ป๊าได้เงินจากแม่มาเยอะ คุณจะได้ใช้เงินอย่างสะดวกใจ ย้ายไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ไม่ต้องอายคนอื่นเวลาจะเดินเข้าบ้านตัวเอง” 

ข้อได้เปรียบของการศึกษาประวัติตัวหมากมาก่อนอีกข้อคือ รู้ว่าตัวหมากตัวนี้มีปัญหารุมเร้ามากพอที่จะตะครุบข้อเสนอ เเละยิ่งมีตัวช่วยเป็นเจ้าหนี้ที่มาเคาะหน้าประตูบ้านทุกๆ สองสัปดาห์ เวลาเดิม ก็ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก 

“ว่าไงคะ” ซีย้ำถามเเล้วก้มดูนาฬิกาจากโทรศัพท์ 

ห้า… สี่… สาม… สอง… หนึ่ง… 

ปึงๆ เสียงประตูสังกะสีดังเป็นจังหวะพร้อมเสียงตะโกนขูดรีดเงินเรียกให้อังสะดุ้งหน้าซีด  

“ใครมาหรอคะ” ซีมองประตู 

“เดี๋ยวฉันมานะ แกนั่งรออยู่เฉยๆ ตรงนี้เเหละ” 

อังวิ่งเข้าไปในห้องอย่างร้อนรนพลางตะโกนตอบเจ้าหนี้หน้าประตู เเต่เมื่อเปิดดูเงินในกระเป๋าสตางค์เเล้วก็ต้องหน้าถอดสี เจ้าหนี้เถื่อนพวกนี้ไม่ปล่อยเธอแน่ 

“คุณอัง” 

เสียงเรียกอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงจากด้านหลังทำเอาหล่อนสะดุ้งหลังเย็นวาบ  

อังหันไปมอง ซียืนอยู่ตรงช่องประตู แสงเเดดจากด้านหลังส่องส่งเงาดำของเด็กสาวทอดยาวทับร่างหล่อน อังไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้หล่อนรู้สึกว่าเด็กสาววัย 16 ที่หล่อนคุยด้วยอยู่นานสองนานถึงดูน่าขนลุกขึ้นมาเสียเฉยๆ ทั้งที่หล่อนควรจะกลัวเจ้าหนี้ที่เคาะประตูสังกะสีอยู่หน้าบ้านมากกว่า 

“เกิดอะไรขึ้นคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม” 

“แกไม่ต้องมายุ่งสักเรื่องได้ไหม” 

“ถ้าฉันบอกว่าฉันมีทางช่วย คุณจะรับข้อเสนอมั้ย” 

“ช่วยยังไง” 

“รับข้อเสนอของฉัน เเล้วฉันสัญญาว่าจะจัดการเจ้าหนี้พวกนั้นให้ตอนนี้เลย” 

“จัดการยังไงล่ะ”  

“จะรับข้อเสนอมั้ย” แต่ซีย้ำราวกับไม่ได้ยินคำถาม 

อังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เสียงเคาะรัวจากหน้าประตูจะกดดันให้เธอตัดสินใจพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ 

“ตกลง”  

‘งาบเหยื่อ...’ 

“ดี” ยามนั้นอังไม่เเน่ใจว่าความกดดันที่เกิดขึ้นมาเจ้าหนี้หรือมาจากไหนจนทำให้ลืมตระหนักไปว่าเด็กสาวที่หล่อนมองว่าช่างไร้พิษสงกำลังไล่บี้หล่อนราวกับหล่อนเป็นหมาจนตรอกไร้สิ้นหนทาง  

“ให้ฉันช่วยยังไงก็บอกมา แต่เธอต้องช่วยฉันจากไอ้สถุนหน้าบ้านพวกนี้” 

“บอกเเล้วว่าเดี๋ยวก็มีเหตุร้าย” ซีคลี่ยิ้มบางในนาทีเดียวกับที่เสียงกระแทกประตูถูกทดแทนด้วยเสียงไซเรนของรถตำรวจ 

ข้อเสนอเหรอ… 

ก็แค่เรื่องหลอกลวง 

ใช่มั้ย… อนาคตของฉัน 

จบ. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น