Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 32 : เกมล่าคนบาป

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 32 : เกมล่าคนบาป

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2562 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 32 : เกมล่าคนบาป
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 32 : เกมล่าคนบาป 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

การฆ่าใครมันไม่ง่าย 

 

คนอื่นจะมองว่ามันง่ายยังไง สำหรับผมมันยากจนมือสั่น โอเว่นพูดถูกตอนที่ผมยิงเขาแล้วตัวสั่น ผมกลัวที่จะต้องฆ่าเขา ขณะเดียวกันก็ให้อภัยกับสิ่งที่เขาทำไม่ได้ ตอนที่ลั่นไกผมเห็นภาพความทรงจำตอนเราอยู่ด้วยกัน ตอนเราหัวเราะ ตอนเราร้องไห้ ทุกความทรงจำที่อยู่ที่นี่มีเขาเป็นส่วนหนึ่งเสมอ

 

เขาอาจจะฆ่าคนเพื่อผลประโยชน์ ง่ายดายเหมือนพ่นคำพูดออกมา แต่กับผมการจะให้ฆ่าคนที่เราให้ใจมานาน ถ้ามันไม่อยู่ในจุดที่ทนไม่ไหว สุดท้ายแล้วจุดจบของคนทรยศมันก็จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

 

คือความตายแม้จะยังไม่รู้ถึงความจริงข้างในก็ตาม

 

หวังเพียงให้วิญญาณมากระซิบผ่าน บอกผมว่าทำไมเขาถึงทำ

 

“พวกคุณล่วงหน้าไปกันก่อนได้เลยนะ แล้วผมจะรีบตามขึ้นไปบนฝั่ง”

 

“คุณโซลไม่ไปด้วยกันเหรอคะ ที่นี่มีแต่คนอันตรายนะ” แนชลีย์ทำหน้าหวั่นผมเลยลูบบ่าเธอเป็นการปลอบ ผมช่วยเธอพยุงจอร์แดนมาที่เรือ ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยความเร่งรีบ เวลานี้คนของเซ็บตายกันเกือบหมด นั่นแปลว่าเหลือคนบาปแค่ไม่กี่คนให้จัดการ “เราไม่อยากให้คุณต้องไปเจออะไรเรื่องไม่ดีอีกแล้วนะคะ คุณโซลเจอมาเยอะแล้ว”

 

“ตราบใดที่ต้นตอปัญหายังอยู่ เรื่องมันก็ไม่สิ้นสุดหรอกแนชลีย์”

 

“คุณโซล”

 

“พวกคุณรีบไปเถอะ ผมไม่เป็นไร” ผมยกยิ้มให้ลูบแก้มจอร์แดนที่เริ่มซีดขาว “จอร์แดนต้องรีบไปโรงพยาบาล มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก มันจะถึงฝั่งเร็วกว่า คุณต้องเข้มแข็งนะจอร์แดน ต้องมีชีวิตอยู่จนกว่าเราจะเจอกันอีกครั้ง”

 

“ผม...ผมดีใจนะครับที่คุณโซลกลับมาช่วยเรา”

 

“ผมก็ดีใจที่พวกคุณยังรักผมอยู่” ทั้งคู่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมเลยต้องกอดพวกเขาไว้แล้วรีบผละออก ประจวบเหมาะที่โนเอลพาเบอร์นาร์ดมาที่เรือพอดี ผมเลยวางใจ “ผมนึกว่าคุณไม่รอดแล้วโนเอล”

 

“ผมยังไม่ตาย” ปากบอกงั้นแต่สีหน้าคนละทิศ “ผมเห็นคนของคุณพาผมไปที่ห้องอะไรสักอย่าง แต่เพราะต้องไปช่วยเบอร์นาร์ดก่อนเลยตามไปไม่ได้”

 

“ไม่เป็นไร ยังไงหน้าที่ของคุณก็มีแค่พาพวกเขากลับขึ้นฝั่งเท่านั้น”

 

“คุณแน่ใจเหรอว่าจะอยู่เผชิญหน้ากับพวกเขาคนเดียว?”

 

“ผมไม่ได้โดดเดี่ยวโนเอล ผมมีฉลามคอยช่วยเหลือ”

 

“…”

 

“รีบพาพวกเขากลับไปเถอะ จอร์แดนต้องรีบไปโรงพยาบาล” ผมผายมือไปทางคนเจ็บ โนเอลเลยรีบเข้าไปดูแผลให้ ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นหมอหรือเคยเรียนอะไรมาบ้างไหม แต่ตอนนี้ผมต้องไว้ใจสกิลการขับเรือของเขา “ขอให้พวกคุณโชคดี แล้วถ้าทุกอย่างมันโอเค เราคงเจอกันบนฝั่ง”

 

“ต้องรอดกลับมาให้ได้นะครับคุณโซล”

 

“ผมไม่ตายง่ายๆ หรอกจอร์แดน ไม่งั้นผมคงตายตั้งแต่วันที่ผมเสียพ่อแม่ไปแล้ว” ผมหัวเราะถึงมันจะดูฝืน ทว่ามันก็เป็นเรื่องจริง “โชคดีนะ”

 

ผมก้าวขึ้นจากเรือโบกมือลาพวกเขาขณะที่เดินกลับมายังจุดเกิดเหตุเมื่อกี้ ตอนโอเว่นถูกยิงเขาปล่อยปืนของผมลงพื้น ผมเลยเดินมาหยิบใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอยนิ้วมือของคนที่ขโมยปืนผมไป มันยังอุ่นร้อนตราตรึงอุณหภูมิของเขาไว้ บ่งบอกว่าเขาไม่เคยละมือออกจากมันไปเลยสักครั้ง

 

เขาทั้งโง่และฉลาดที่ใช้ปืนของผมยิงตัวผมเอง

 

“ต้องไปแล้วโซล” ดีแลนคืนร่างมาบอกผม “มันอยู่ที่ห้องรับรอง”

 

“มีคนอยู่กับเขาหรือเปล่า?”

 

“แฟนเก่าคุณอยู่ที่นั่น”

 

“…”

 

“อยากให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” คำถามของดีแลนเต็มไปด้วยความห่วงใย มันมาพร้อมกับดายที่คืนร่างมาหา ทั้งสองเกาะอยู่ที่ทางเดินมองผมที่ส่ายหน้า ผมย่อตัวไปลูบหัวดีแลนสลับกับลูบแก้มเขาเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบบางอย่างที่ทำให้เขาขมวดคิ้วใส่ “นี่คุณล้อเล่นใช่ไหม?”

 

“ผมพูดจริง” ดวงตาผมแน่วแน่ย้อนนึกถึงวันที่เซ็บฆ่าครอบครัวผม “เขาจะต้องได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพ่อแม่ผม”

 

“ถ้าคุณว่างั้นพวกเราก็จะจัดการให้”

 

“ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน” ผมพยักหน้ายันตัวขึ้นเพื่อตรงไปที่ห้องรับรอง ดายเป็นคนแรกที่คืนร่างกลับไปก่อน ครีบยาวแหวกทะเลเป็นสายเคลื่อนตัวออกทะเลไปต่างจากดีแลนที่ยังอยู่ที่เดิม ผมหลุบตามองเขา เจ้าตัวเลยคว้าข้อเท้าผม ดึงรั้งให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ

 

แม้จะมีรองเท้ากั้นอยู่ ริมฝีปากร้อนก็ทาบลงบนฝ่าเท้าโดยไม่สนใจเลยว่ามันจะสกปรกไหม ความภักดีที่มอบให้ทำผมอยากจะกระโดดลงไปกอดเขา ติดตรงที่เวลาของเรามีไม่มาก

 

“แล้วเจอกันนะที่รัก” ว่าจบก็คืนร่างว่ายตามดายไป ผมยกยิ้มหัวใจเต้นแรงเพราะรับรู้ได้ถึงความรักที่มีให้ มันเพิ่มแรงใจให้ผมก้าวต่อไปต่อให้จะพบเรื่องเลวร้ายมากมายแค่ไหนก็ตาม ผมถือปืนรีบตรงไปที่ห้องรับรองคราวนี้ตั้งใจแล้วว่าจะจัดการเซ็บเลยโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น

 

กระทั่งตอนที่ก้าวไปใกล้กับบริเวณนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่น

 

ปัง !

 

“อะไรน่ะ!?” ผมชะงักหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำตอนได้ยินเสียงนั้น ในศูนย์วิจัยนี่นอกจากพวกเราก็เหลือแค่เซ็บกับเอริคเท่านั้นที่ยังไม่ไปไหน ผมจะไม่ตกใจเลยถ้าเกิดเสียงปืนนั่นไม่ได้ดังมาจากห้องรับรองที่ดีแลนบอกว่าพวกเขายังอยู่

 

และมันทำให้ผมรีบตรงดิ่งไปหา กระชากประตูให้เปิดออกก่อนจะเจอกับภาพที่ทำให้ร่างกายหยุดนิ่งค้างไป

 

ลมหายใจผมคล้ายกับจะหยุดไปทันทีที่เห็นภาพเอริคนอนอยู่ท่ามกลางกองเลือดของตัวเอง

 

“เอริค!”

 

“ซะ...โซล” ผมถลาเข้าไปหาเขา ประคองร่างสูงที่เบิกตากว้างใส่ ดวงตาของเอริคเต็มไปด้วยความสั่นไหว หยาดเลือดมากมายออกมาจากหน้าท้องของเขา รวมถึงปากที่มีหยาดแดงล้นทะลัก ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามเค้นเสียงเรียกชื่อของผมออกมา

 

ดวงตาสีสวยกวาดมองไปทั่วใบหน้า ผมเห็นความดีใจระคนเสียใจในดวงตาคู่นั้น

 

“คุณ...คุณยังไม่ตาย”

 

“ผมรอดมาได้”

 

“อะ…”

 

“เกิดอะไรขึ้นกัน...”

 

“โซล” เสียงของผมหายเข้าไปในลำคอเมื่อถูกเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ รั้งสายตาผมให้เงยหน้าขึ้นมองคนที่จ่อปืนใส่เรา ที่สองนัดแรกทะลุร่างของเอริคไปแล้วโดยไม่มีคำบอกกล่าว นาทีนั้นหัวใจผมเต้นระรัวไม่เป็นส่ำ เซ็บยกยิ้มหวานตอนรู้ว่าผมคือใครและกล้ามาหาเขา

 

ต่างจากผมที่กัดกรามแน่น ทุกความเกลียดชังฉายชัดบนใบหน้า

 

“ไอ้สารเลว”

 

“แหม เจอกันครั้งแรกในรอบหลายปีก็พูดจาไม่ดีซะแล้ว”

 

“...”

 

“ยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะโซล อิลเดนสัน แต่ดูจะน่ารักกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยหนิ” นัยน์ตาโลมเลียพาให้ผมยกปืนตัวเองขึ้นจ่อเขา ขณะที่อีกมือก็ประคองร่างเอริคให้นอนตัก ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงยิงเอริคจนปางตายแบบนี้ ที่รู้คือเอริคต้องไปโรงพยาบาลไม่งั้นเขาก็จะตายตามโอเว่นไป

 

ต่อให้ผมจะไม่อยากพาเข้าไป ทว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

 

“ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาหาฉันถึงที่นี่ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่...”

 

ปัง !

 

กระสุนนัดแรกเฉียดหูเขาไปนิดหน่อยเพราะมือผมสั่น อีกส่วนคือเขาหลบทันเลยกลายเป็นว่าโชคเข้าข้างเขาอยู่ ผมลั่นไกอีกนัดหวังให้ทะลุร่างเขาเช่นที่ทำกับเอริค พลันผมก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเขามีไอเทมดี

 

“เธอคงไม่อยากเสียกระสุนกับคนที่ใส่เสื้อเกราะหรอกจริงไหม” ผมอ้าปากค้างมองดูคนที่ปลดเสื้อตัวเองให้เห็นเสื้อเกราะสีดำด้านใน “โอเว่นนี่ฉลาดจริงๆ ที่ให้ฉันใส่ไว้ เขาคงรู้ว่าเธอจะมาฆ่าฉันให้ได้”

 

“แก...”

 

“แต่เธอใจร้ายจังนะ ฉันยังพูดไม่จบเลยแท้ๆ แต่ดันมายิงขวางกันซะได้” เขาหัวเราะดูไม่ถือสา ชั่วขณะก็ถลึงตาเนื่องจากไม่คิดว่าผมจะยิงโดยที่ไม่ยอมฟัง คงเพราะผมรู้ว่าการฟังคนสารเลวพล่ามจุดจบสุดท้ายก็จะไม่ต่างกัน

 

ยังไงเขาก็ต้องตาย นั่นคือเป้าหมายที่ผมมา !

 

“เวลาไม่สอนให้เธอมีมารยาทขึ้นเลยหรือไง?”

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องมีมารยาทให้กับฆาตกรอย่างแก ไอ้แก่โรคจิต!” ผมตวาดลั่นโกรธจนตัวสั่นยิ่งกว่าอะไร “คราวนี้ฉันจะฆ่าแกให้ตาย สมกับที่แกทำร้ายคนของฉัน”

 

“น่ากลัวจังเลย มือสั่นขนาดนั้นคงเล็งหัวฉันไม่ได้”

 

“อึก!”

 

“อีกอย่างทำไมเธอไม่จัดการคนของตัวเองก่อนล่ะ เขาดูจะอยากร่ำลาเธอก่อนตายนะเด็กดี” คำพูดของเซ็บทำให้ผมต้องก้มหน้าไปมองเอริค เวลานี้เขากำลังสำลักเลือด ใบหน้าซีดเซียวเกินจะทนไหว ดูยังไงก็รู้ว่าเขาคงไม่รอดขึ้นฝั่งไป และเท่าที่ผมจำได้เอริคเป็นโรคโลหิตจาง

 

เสียเลือดไปขนาดนั้น เขาคงไม่มีทางที่จะ...

 

“เขาภักดีกับเธอมากเลยนะถึงขั้นจะแว้งกัดฉันให้ได้”

 

“ว่าไงนะ...”

 

“ก็คิดอยู่แล้วว่าเขาไม่น่าไว้ใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเล่นกลับเร็วขนาดนี้” เอริคปรือตามองผม พยายามจะยกมือแตะแก้มผมให้ได้ ทว่าเขาก็เสียเลือดมากเกินไป ที่ทำได้คือแค่มองผมด้วยความเสียใจเท่านั้น “แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขารักเธอมากจริงๆ ถึงขั้นยอมแลกทุกอย่างเพื่อเอาฉลามนั่นออกไป”

 

“...”

 

“เธอคงโกรธที่เขาหักหลังใช่ไหม ฉันเอาคืนให้เธอแล้วนะคนดี :) ”  

 

ถ้อยคำนั้นมันยิ่งกว่ามีดกรีดลงบนอก มันไม่ใช่เรื่องที่เขาควรพูดเลยด้วยซ้ำ พูดมาได้ไงว่าเอาคืนให้ สุดท้ายแล้วเขาก็แค่พยายามกำจัดเสี้ยนหนามที่พยายามจะฆ่าเขาก่อนไม่ใช่หรือไง ไอ้ท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนก็บ่งบอกแล้วว่าเขาตั้งใจจะทำมัน แค่รอจังหวะให้เอริคเสียทีก่อนก็แค่นั้น

 

มันไม่ใช่การเอาคืนอะไรเลย เอริคต่างหากที่จะเอาคืนให้ผมน่ะ !

 

“ผมเสียใจ...ที่หักหลังคุณ...โซล อึก”

 

“เอริค”

 

“ผมก็แค่...อยากให้คุณมีชีวิต” เจ้าตัวพูดติดๆ ขัดๆ ลมหายใจก็รวยรินจนหวั่นว่าจะจากไปซะตอนนี้ “ทั้งที่รู้ว่าคุณรัก...พวกมัน อึก แต่ผมก็ยัง...พยายามแยกมันไปอีก คิด...คิดแค่ว่าถ้าไม่มีพวกมัน คะ...คุณก็จะมีชีวิตที่ดี”

 

“…”

 

“แล้ว..แล้วเราก็คงกลับมารักกันอีกได้” หัวใจผมคล้ายถูกบีบ เขาฝืนยิ้มอ่อนล้าขณะที่นัยน์ตาหม่นแสงลงเรื่อยๆ “ขอโทษที่ผม...โง่ขนาดนี้ เห็นแก่ตัวจนทำเรื่องไม่ดี”

 

“…”

 

“แต่..แต่ผมก็อยากจะบอกเรื่องนี้กับคุณ อึก ด้วยตัวเอง ถึงมันจะ...ไม่ทำให้คุณหายโกรธ หรือให้อะ...อภัยผม แต่อย่างน้อยผมก็ได้สาร...สารภาพความจริง” เอริคเค้นเสียง เขาหอบหายใจเฮือกสุดท้ายเข้าปอดไป และเพิ่มระดับความพูดยากขึ้นอีกด้วยน้ำตาที่รินไหล

 

เขากำลังร้องไห้ เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป

 

มันทำให้ผมได้แต่กัดปากแน่น รู้ว่าต่อให้เขาไม่พูดหรือไม่ถูกยิง ยังไงตัวเองก็คงทำเรื่องไม่ดีอะไรกับเขาสักอย่าง แต่พอมาเห็นเขากำลังจะตายไปต่อหน้า หัวใจของผมมันก็สั่น ผมโกรธเขา เกลียดชังกับการกระทำที่พยายามปิดบัง ทั้งที่ก็น่าจะรู้ว่าเขารักผมมากแค่ไหน

 

เอริคอ่านง่ายกว่าใคร เป้าหมายเดียวของเขาคือทำให้ผมแยกจากดายกับดีแลน แต่ด้วยความที่ผมรักฉลามมากกว่า ผมยอมแตกหักกับเขา กลายเป็นคนใจร้ายในศูนย์วิจัย มองข้ามทุกความรู้สึกไม่สนใจใครนอกจากฉลาม

 

ถึงอย่างนั้นพวกเขาทุกคนที่นี่ไม่เว้นแม้แต่คนที่ผมเพิ่งยิงเข้าปากดีแลนไปก็เป็น...

 

ครอบครัวที่ผมรักและห่วงใยตลอดมา 

 

“ผมดีใจ...ที่คุณยังมีชีวิต”

 

“แม้จะรู้ว่าผมจะกลับมาเอาคืนคุณน่ะเหรอ?”

 

“ผมไม่เสียใจ อึก ที่ได้ตายเพราะคุณหรอก”

 

“…”

 

“ผมเสียใจ...ถ้าตายไปโดยไม่พูด...อะไรเลยต่างหาก” เอริคยิ้มให้ผม เบียดแก้มลงกับแผ่นอกราวกับดูดซับความอบอุ่น หยาดใสรินรดเปื้อนเสื้อผม เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาร้องไห้เพื่อใครสักคน ประจำเขาเก็บความรู้สึกเก่งจะตาย พูดแต่อะไรด้วยใบหน้านิ่งงัน ต่างจากตอนนี้ที่เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเศร้า

 

เขาไม่ได้ฆ่าใคร การปิดบังและยอมให้คนใจร้ายเข้ามาก็คงมีผลมาจากผมเช่นกัน แล้วแบบนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นคนทรยศอยู่ไหม

 

หรือถ้าเกิดเขาไม่รู้ว่าผมตาย เขาจะยังทำอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า?

 

สุดท้ายแล้ว ณ ตอนนี้มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้...

 

ผมมาช้าไป

 

เขาพูดช้าไป

 

ผมรู้ช้าไป

 

ทุกอย่างมันสายไปแล้ว 

 

“ไม่ต้องพูดไรแล้ว ผมรู้หมดแล้วว่าเพราะอะไร”

 

“แต่คุณยังไม่...รู้อีกเรื่องใช่ไหม”

 

“อะไร?”

 

“รักไง”

 

“อะ...”

 

“ผมรักคุณมากนะ...โซล” รอยยิ้มสุดท้ายอบอุ่นดั่งแสงตะวัน ปลายนิ้วของเอริคสัมผัสแก้มผมเบาๆ ด้วยแรงทั้งหมดที่เขาเร่งเร้า พาให้ผมต้องจับมือเขาไว้ ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาไหลออกมาได้ยังไง รู้แค่ว่าตัวเองเสียใจที่ยื้อเขาไว้ไม่ได้ มองดูดวงตาหม่นแสงที่ค่อยๆ หลับลงไป

 

พร้อมกับมือที่ไร้แรงรั้งไว้ ร่วงผล็อยลงข้างกาย

 

“เอริค...! เอริค! เอริค!!!”

 

“ในที่สุดก็ตายสักที”

 

“!!!!”

 

“นึกว่าจะต้องยิงอีกนัดซะแล้ว” เซ็บหัวเราะแกว่งปืนไปมาขณะที่ผมสะอื้นฮักให้กับการตายของคนตรงหน้า ตัวของผมสั่น ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธจัด คำพูดสุดท้ายของเขายังลอยวนอยู่ในหัว เช่นเดียวกับลมหายใจที่รินรดลงที่ก้อนเนื้อในอกด้านซ้าย

 

หัวใจของผมรับรู้ถึงการตาย ภาพคืนวันที่เราอยู่ด้วยกันมันไหลเข้ามาตอกย้ำถึงความผิดที่ทำไป

 

ผมผิดที่รักฉลามมากจนไม่สนใจใคร ส่วนเอริคผิดที่รักผมมากไปโดยที่ไม่เลือกรักในสิ่งที่ผมรักเช่นกัน มันเลยกลายเป็นให้เขายอมปิดบัง ทรยศหักหลังต่อให้ความผิดของเขาจะน้อยกว่าโอเว่นที่ฆ่าเพื่อนของเราก็ตาม

 

ถึงอย่างนั้นเสี้ยวหนึ่งในใจของผมก็พร้อมที่จะให้โอกาส เพียงแค่บอกเหตุผลเราก็จะหาทางแก้ไขได้

 

ติดตรงที่ว่าเอริคบอกช้าไปและผมก็มาไม่ทัน

 

“ไปกันเถอะคนดี ไปเริ่มชีวิตใหม่กัน”

 

กึก !

 

“ฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดีให้สมกับที่ทุกคนยอมเสียสละให้เธอมีชีวิตต่อไป อีธานกับโรสจะต้องพอใจ เขาคงยิ้มแน่ๆ ที่รู้ว่าในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกัน” ผมได้รู้คำว่าเศษสวะก็วันนี้ เซ็บไม่สนใจเลยว่าตอนนี้เกิดอะไร เขาเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ลุ่มหลงผมและอำนาจจนลืมทุกสิ่ง ส่งผลให้ผมตวัดสายตามองคนเฮงซวย พลางคิดว่าพ่อแม่ผมจะไม่มีวันพอใจหรอกถ้ารู้ว่าเขาจะได้ตัวผมไป

 

พวกท่านจะต้องเสียใจและตัดพ้อว่าทำไมผมถึงปล่อยตัวเองแบบนั้น !

 

“แกจะไม่มีวันได้ตัวฉัน เซ็บ แกต้องชดใช้กับสิ่งที่แกทำ”

 

“พูดได้น่ารักดีหนิ อยากให้ฉันชดใช้ยังไงดีล่ะที่รัก?” เขาเลิกคิ้วใส่เดินเข้ามาใกล้ๆ ไม่สนใจเลยว่าผมเป่าหัวเขาได้ เจ้าตัวใช้ปลายกระบอกปืนไล้หน้าผม ดันให้ผมเชยคางขึ้นโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะลั่นไกใส่ผมไหม “เอาเป็นให้ฉันชดใช้บนเตียงดีไหม เห็นเขาว่าโซล อิลเดนสันลีลาดีไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่แสดงให้ฉันดูหน่อยล่ะ”

 

ถ้อยคำด่าทอเต็มหัวผมไปหมด เสียดายที่การตายของเอริคมีอิทธิพลผมเลยพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หลุบตามองคนในอ้อมกอด กดจูบลงบนหน้าผาก ค่อยๆ วางร่างเขากลับพื้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เซ็บหัวเราะ เขาหันหลังให้เดินไปตรงโต๊ะที่วางกระเป๋าไว้ ผมคิดว่าเขาน่าจะหยิบอะไรสักอย่างเลยไม่ทันสนใจ

 

ผมยืนขึ้นมองแผ่นหลังนั้น มือในปืนสั่นตอนที่ยกขึ้นแล้วเล็งเป้า ถ้าเสื้อเกราะทำให้ผมยิงตัวเขาไม่ได้ ผมก็ยังยิงแขน ขา และหัวได้ ผมไล่สายตาวางตำแหน่งปืนพร้อมกับคิดวิธีที่จะให้เขาชดใช้

 

พลันผมก็เบนปากปืนให้เขยิบไปอีกนิดเมื่อคิดว่าผมสั่งให้ดีแลนทำอะไร...

 

“ไอ้สารเลว”

 

ปัง !

 

“อึก!” เซ็บยกมือกุมคอตัวเองที่มีเลือดไหลทะลักจนเปื้อนเอกสารที่เขาถือ สัมผัสถึงอุณหภูมิร้อนของลูกปืนที่ถูกผมยิงใส่ให้มันเฉียดลำคอไป สร้างบาดแผลแบบรอยขีดข่วนหากแต่ก็เร่งรัดให้เลือดชั่วไหลออกมา มันเป็นจุดที่ผมคิดว่าดีสุด ผมไม่ได้อยากให้เขาตายเร็วแค่อยากให้เขาสนุกกับความตายเท่านั้น

 

อีกอย่างแค้นของผมมันเยอะเกินกว่าที่จะปล่อยให้เขาตายในพริบตา

 

“สิ่งเดียวที่จะได้จากฉันคือความตาย เซ็บ”

 

“อะ...อึก โซล!”

 

“และแกต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำไว้ มานี่ ไอ้แก่ตัณหากลับ!”  

 

ผมเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อเขา จับแน่นไม่สนใจว่าเลือดสีแดงสดจะเปื้อนมือแค่ไหน ในเมื่อโลกนี้บีบให้ผมต้องร้าย ผมก็จะจัดให้ และคนที่สมควรจะได้รับความร้ายของผมที่สุดก็คือคนที่ทรุดฮวบลงไปกับพื้นคนนี้ ผมเหยียดยิ้ม ไม่เหลือความอ่อนโยนหรือความใจดีเหลืออยู่

 

เซ็บกลายเป็นขยะชิ้นนึงที่ผมต้องลากไปทิ้งน้ำให้ได้

 

“แกต้องเสียใจที่ลองดีกับฉัน” ผมกัดฟันพูดพยายามลากคอเขาออกมาจากห้องรับรอง เป็นครั้งแรกที่เห็นคนกรีดร้อง เวลาที่คอเสื้อมันโดนแผลที่ถูกกระสุนเฉียว มันจะยิ่งเพิ่มเลือดให้หนักขึ้น และด้วยความที่เซ็บตัวใหญ่กว่าผมนิดหน่อย การจะลากเขาให้มาด้วยอย่างเดียวก็ทำไม่ได้

 

ผมจ่อปืนเข้ากับขมับเข้า บังคับให้เขาเดินไปตามทางที่ตัวเองบอกไว้

 

ใจจริงผมอยากจะให้เขาขอโทษเอริค ทว่าคิดอีกทีเอริคคงไม่อยากได้รับคำขอโทษคนแบบนี้เท่าไหร่ อีกอย่างผมคิดว่าคนแบบนี้มันไม่สมควรได้พูดอะไร

 

“เจ็บ อึก!”

 

“มันไม่เท่ากับที่แกทำไว้กับคนอื่นหรอก!”

 

ผัวะ !

 

ผมผลักร่างเขาให้กระแทกกับราวกันของทางเดิน มองดูเลือดมากมายที่ไหลตลอดทางที่เรามา บางจุดมีเยอะเพราะเซ็บหายใจไม่ออกเลยต้องแวะพัก ผมต้องยอมรับว่าเขาอดทนเก่งเหมือนกันถึงได้รอดมาจนถึงตรงนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องดี ถ้าเขาขาดใจตายตั้งแต่ครึ่งทางแรกมันก็คงไม่สมกับที่เขาทำไว้

 

ใบหน้าของเซ็บเปลี่ยนไป มันซีดขาวฉายชัดถึงความกลัวโดยเฉพาะตอนที่ทางเดินถูกกระแทกด้วยอะไรบางอย่าง

 

อะไรบางอย่างที่เรียกว่ามัจจุราชของทะเล

 

“ทักทายเพื่อนสิเซ็บ พวกเขารอแกมาหา”

 

“นะ...นี่เธอจะทำอะไร อึก”

 

“ก็ล้างแค้นให้ทุกคนที่แกฆ่าตายไง”

 

“โซล...!”

 

“ให้แกรับรู้ว่าทุกคนที่จากไป เขารู้สึกยังไงกับความสารเลวของแก!” ผมตวาดลั่นปลุกเร้าสิ่งใต้น้ำให้ว่ายวนตอบรับกับกลิ่นเลือดที่โชยหา ดวงตาสีสวยปรายตามองบ่อฉลามที่ไม่เคยถูกเปิดมานาน หากแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยอสูรกายหลากสายพันธุ์

 

ทั้งฉลามหัวค้อน ทั้งฉลามขาว ลากยาวไปถึงสิ่งที่ใหญ่กว่า 

 

ครีบยาวสองอันแหวกสายน้ำอยู่นอกศูนย์วิจัย ว่ายวนรอบตักเตือนไม่ให้ไอ้พวกตัวเล็กหนีไปไหน อีกส่วนคือกันไม่ให้ใครออกจากที่นี่ไป แน่นอนว่านอกจากเราแล้วที่นี่ก็ไม่เหลือใคร

 

ผมแสยะยิ้มร้าย มองเห็นภาพวันที่พ่อแม่ถูกฆ่าตาย กระสุนทะลุร่างก่อนที่จะถูกโยนลงทะเลไป ฉลามมากมายเข้ามากัดกินท่านไม่เหลือแม้เถ้ากระดูกที่ควรเอาไปฝัง ผมจะทำให้เซ็บรู้ว่าการตายแบบที่ถูกฉีกทึ้งไปทั้งร่างมันจะเป็นยังไง

 

และผมคิดว่าเขาน่าจะเดาได้

 

“นั่นไงฉลามที่แกอยากได้ ทำไมไม่เข้าไปเอาล่ะ เซ็บ” ผมเอียงคอถาม เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าอีกคนที่ไม่สู้ดีนัก “ตลอดเวลาที่ผ่านมา แกอยากได้พวกมันนักไม่ใช่หรือไง ยอมฆ่าทุกคน ถ่อสังขารมาถึงศูนย์วิจัย ทำทุกทางเพื่อให้ได้เข้าใกล้ ตอนนี้มันอยู่ต่อหน้าแกแล้วไง ลงไปจับมันมาสิ!”

 

“กึด!”

 

“ถ้าจับได้แล้วก็มาจับตัวฉันอีกที แต่ถ้าจับไม่ได้ก็ลงไปเป็นอาหารมันซะ!” เซ็บเบิกตากว้าง ตกใจที่ผมกลายเป็นคนแบบนี้ ปืนที่เขามีก็ถูกผมโยนทิ้งไปตั้งแต่ในห้องใกล้กับศพของเอริคที่ผมกำลังคิดว่าจะเอากลับไปฝังบนฝั่งดีไหม ติดตรงที่เราคงต้องมาคิดทีหลัง ผมกำลังให้โอกาสคนเห็นแก่ได้ที่เอาตัวมา

 

ทุกคนล้วนประเมินผมต่ำ ผมอาจจะให้โอกาสกับใครหลายคนก็จริง นั่นก็เพราะเราอยู่ด้วยกันมานาน แล้วเราก็สนิท แต่กับคนที่ไม่มีอะไรดีนอกจากการพรากชีวิต มันสมควรตายโดยไม่มีสิทธิ์พูดอะไร

 

“ใจเย็นๆ อึก ก่อนนะโซล เราคุยกันได้”

 

“ตอนแกฆ่าใคร แกได้คุยกับเขาแบบนี้ไหม”

 

“อะ...”

 

“หรือเพราะแกจะตายก็เลยต้องคุยก่อน กลัวจะลืมเสียตัวเองก่อนตายงั้นเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกไม่ว่าแกจะพูดอีกกี่คำ เสียงของแกมันก็จะกลายเป็นเพียงเสียงท้องร้องของฉลามพวกนั้นเท่านั้น”

 

“ตะ...แต่ฉันทำเพื่อเธอนะ อึก เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน”

 

“แล้วฉันอยากอยู่กับแกไหมไอ้สารเลว เราต่างคนต่างอยู่กันก็ดีอยู่แล้ว แกไม่น่าเข้ามาในชีวิตฉันเลย!” ผมตะคอกนั่นยิ่งทำให้ดายกับดีแลนชนทางเดินหนักขึ้น ดูก็รู้ว่าพวกเขาพร้อมแก้แค้นขนาดไหน ฉลามบางตัวที่อยู่ในบ่อยังชนทางเดินตามเขา

 

ผมไม่รู้ว่ามันเยอะแค่ไหน รู้แค่ว่าถ้าตกลงไปก็คงหมดทางรอด

 

“กะ...ก็ฉลามพวกนั้นมันสร้างเงินทองได้ ลองคิดดูสิโซล ถ้า...ถ้าเราไปขยายพันธุ์มัน เลี้ยง...เลี้ยงมันไว้ในพิพิธภัณฑ์ มันจะ...ดีขนาดไหน พ่อของเธอพลาด เขาไม่รู้ว่าเขามีอะไร”

 

“พ่อของฉันรู้ว่าเขามีอะไร ฉลามพวกนั้นไม่ใช่ของซื้อของขาย มันคือครอบครัว!”

 

“!!!!”

 

“และคนที่วุ่นวายกับครอบครัวฉัน มันก็ต้องได้รับกรรม เซ็บ แกรนหาที่เอง” เซ็บกลัวจนตัวสั่นจะถอยหลังไปชิดกับราวกันก็ทำไม่ได้เนื่องจากกลัวฉลาม แต่จะเดินหน้าก็ทำไม่ได้เหมือนกันเพราะผมจ่อปืนอยู่ ผมยกยิ้มส่ายหน้าให้กับศัตรู “ถึงเวลาอาหารเย็นของสามีผมแล้ว เซ็บ”

 

“สะ...สามี?”

 

“ไปรู้เอาเองในนรกนะ” พูดพร้อมกระชากแขนให้เขาขึ้นมายืนอีกครั้ง ผลักให้เดินไปชิดกับราวกันที่ติดกับทะเลใหญ่ ดายกับดีแลนพร้อมแล้วสำหรับอาหารที่เตรียมไว้ เซ็บยืนพิงมัน เนื้อตัวสั่นไหวถึงขั้นทรุดตัวมอบกราบแทบเท้าผม

 

“ขะ...ขอร้อง อึก ให้อภัยฉันเถอะ ฉันจะไม่ยุ่งกับฉลามของเธอ ฉันจะไม่...!”

 

“หมดเวลาพูดแล้ว เซ็บ เวลาของแกหมดตั้งแต่วันแรกที่แกลองดีกับครอบครัวฉัน” ผมเอ่ยขัดยื้อแขนเขาขึ้นมายืนตรงหน้า รอยยิ้มหวานๆ ถูกปาเข้าใส่ ผมลูบแก้มเขาไม่สนใจคนที่กำลังร้องไห้ “ไม่ต้องห่วงนะ แกจะไม่เจ็บมากเท่าไหร่”

 

“ซะ...โซล ฮึก”

 

“ไม่ต้องร้องไห้ เพราะฉันไม่มีวันเห็นใจ”

 

“ฮือ”

 

“เก็บน้ำตาไว้ใช้ในนรกเถอะ!”

 

“ไม่! ไม่ ไม่!!!!”

 

ปัง !

 

เสียงของเซ็บกลายเป็นเพียงอากาศเมื่อลูกกระสุนเงินทะลุผ่านกลางหน้าผากแบบไม่มีเอียงเอนไปไหน มีเพียงร่างกายที่หงายหลัง ถูกโอบรัดด้วยคมเขี้ยวของดายที่กระโดดลงมาคาบลงทะเลไป เสื้อเกราะไม่ได้ช่วยทำให้เขาปลอดภัย กลับกันมันขาดง่ายไม่ต่างจากเสื้อทั่วไปอีก หางยาวของพี่น้องตีน้ำกระเซ็นกันใหญ่ ดีแลนว่ายเข้ามาสมทบกระชากร่างอีกครึ่งของเซ็บไปติดปาก

 

มือของเซ็บกระตุกพยายามจับปากดายไว้แม้จะไม่เหลือแข้งขา ดีแลนทึ้งขาให้แยกออกเป็นสองร่าง หยาดเลือดกระจายเต็มน้ำก่อนที่ชิ้นส่วนพวกนั้นจะถูกสะบัดข้ามหัวผมลงไปในบ่อฉลามนับสิบตัว

 

กลิ่นเลือดหลอกล่อฉลามน้อย ว่ายวนล้อมชิ้นเนื้อที่พี่ใหญ่ส่งมอบให้ สายน้ำเปลี่ยนกระแส กระเซ็นหนักจนเปื้อนทางเดิน ฉลามหลากพันธุ์เจ้าจู่โจมเศษซากที่ย้อมทะเลกลายเป็นแดงฉาน ผมหลุบตามองหัวของเซ็บที่ขาดหวิ่นเหลือเพียงครึ่งก่อนจะหลุบหายเข้าปากฉลามไปสักตัวที่ว่ายมากัด

 

ซ้อนทับคืนวันที่ร่างพ่อแม่ผมแหลกสลาย ผมเห็นภาพของสตีฟ โอเว่น รวมถึงเอริคที่เพิ่งจากไป ทุกคนรวมอยู่ในนั้น ตอกย้ำว่าทุกวิญญาณได้ถูกปลดปล่อย

 

ทุกอย่างจบลง นองเลือดและความเศร้า

 

ดีแลนกับดายคืนร่างมากอดผมไว้

 

ผมยืนยิ้มแม้จะร้องไห้ ผมหันกลับมาดูทะเลอันกว้างใหญ่ ไม่สนใจว่าเซ็บยังเหลือซากอะไรอยู่ไหม สนใจแค่อ้อมกอดและริมฝีปากอุ่นร้อนที่หอมหัวผมเป็นการปลอบประโลมใจ

 

“มันจบแล้ว คุณเห็นไหม”

 

“ดาย…”

 

“เราเป็นอิสระแล้ว ทูนหัว”  

 

เรา...เป็นอิสระแล้วจริงๆ

 

LOADING 100 PER 

เกมล่าคนบาป อย่าหยามศักดิ์ศรีคนของฉลาม 

ความตายมันง่ายสำหรับคนที่ไม่ได้ทำ แต่คนที่ทำมือมันสั่นเสมอ 

ใจหนึ่งเด็ดเดี่ยว หากแต่ข้างในสั่นไหว 

จงอย่ามองข้ามความรู้สึกกันมากไป 

สุดท้ายแล้วเกมนี้อาจจะมีคนพลาด คนบาปอาจไม่ได้ตายด้วยฝีมือคนดีทุกคน 

อีกสองตอนก็จบแล้วน้า  

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น