Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 31 : ความตายมาเยือน

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 31 : ความตายมาเยือน

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2562 10:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 31 : ความตายมาเยือน
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 31 : ความตายมาเยือน 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ทะเลสงบจนน่าหวั่น 

 

นัยน์ตาสีสวยมองหยาดใสผ่านหน้าต่างที่ถูกปิดอยู่ หลายวันแล้วที่ไม่มีข่าวคร่าวจากคนที่เคยพูดกัน รวมถึงเจ้าสองฉลามที่หายตัวไป ไม่มีแม้แต่การจับเรดาร์ได้ ทั้งที่ปกติมันน่าจะว่ายวนอยู่ที่ห้องเจ้าของศูนย์วิจัย ราวกับว่าพอมันรู้ว่าเจ้านายมันจากไปมันก็หายไปตามนายมัน

 

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ ‘เซ็บ’ รับไม่ได้มากที่สุด

 

“ทำไมมันยังไม่โผล่มา เอาเหยื่อล่อไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?”

 

“บางทีมันอาจจะไปล่มเรืออยู่ที่อื่นก็ได้ ปกติมันก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดอยู่แล้วเวลาโซลไม่อยู่” เอริคตอบกลับเลื่อนสายตามาสบกับคนที่ยึดโซฟาตัวประจำของคนรักเก่าไป “ยิ่งตอนนี้ที่โซลตาย ดีแค่ไหนที่มันไม่ตามมาถล่มที่นี่จนยับ”

 

“ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะทำแบบนั้น”

 

“…”

 

“มันก็รู้ว่าฉันต้องการตัวเขาแค่ไหน พอได้เงินไปแล้วก็ทำได้ทุกอย่าง” เซ็บกดเสียงต่ำหลุบตาไปมองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขารู้ข่าวแล้วว่าโซลโดนยิงเข้าปากดาย แค่นั้นก็ตอบโจทย์แล้วว่าทำไมถึงไม่เจอตัวที่นี่ แย่กว่านั้นคือการที่เซ็บรู้ช้าเกินไป ถ้ารู้ว่าพนักงานคนนั้นเป็นโซล ป่านนี้เขาคงจัดการตั้งแต่อยู่บนเรือ

 

ร้ายกว่านั้นคือการที่โอเว่นใส่ความว่าเห็นริชาร์ดเป็นคนยิงโซล นั่นยิ่งทำให้เซ็บเคียดแค้นเข้าไปใหญ่ ถึงอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้

 

คนตายไปแล้วจะปลุกมาฆ่ามันคงไม่มีวันเป็นจริง

 

“สมควรแล้วที่ต้องตาย แต่ชีวิตมันยังเทียบไม่ได้กับชีวิตโซล”

 

“มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณหยุดคิดเรื่องเขา แล้วสนใจแค่สินค้าที่คุณอยากได้” โอเว่นตอบกลับ ท่าทางนิ่งมากจนดูไม่เหมือนคุณหมออ่อนโยนเลยสักนิด “ต่อให้คุณคิดมากแค่ไหนเขาก็กลับมาไม่ได้ ตอนนี้เราควรจะโฟกัสว่าจะจับดายกับดีแลนยังไง”

 

“ก็ถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ คุณก็ส่งคนไปยิงยาสลบมันสิ”

 

“…”

 

“คนของผมมีเยอะพอที่จะแลกชีวิต มันต้องมีสักคนที่ยิงสำเร็จ” รอยยิ้มของเซ็บดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด เขาพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อเอาเมกาโลดอนกลับไปด้วยกัน ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ถูกสร้างไว้เสร็จสรรพ ลองคิดตอนเปิดให้คนเข้ามาดูพวกมันสิ เงินมหาศาลจะถูกโยนลงกระเป๋าของเขาทันที นอกจากนี้ถ้าเราขยายพันธุ์มันได้ โลกนี้ก็จะมีฉลามล้านปีเพิ่มขึ้นอีก

 

เวลานี้ก็ได้ข้อมูลแท้จริงที่โซลวิจัยไว้มาแล้วด้วย ถึงจะได้ไม่ครบทุกส่วนเพราะล็อครหัสไว้ แต่อีกไม่นานจอร์แดนกับแนชลีย์คงถอดรหัสได้

 

เรื่องนี้คือส่วนที่เอริคต้องจัดการ

 

“แล้วเรื่องถอดรหัสไปถึงไหนแล้ว คนพวกนั้นยอมทำตามหรือยัง”

 

“ยอมแล้วครับ แต่เอริคเป็นคนขอว่าจะคุมพวกเขาให้”

 

“ให้เวลาพวกเขาหน่อย การตายของโซลมีอิทธิพลกับคนที่อยู่ด้วยกัน” เอริคสวนกลับ แอบเหล่มองโอเว่นที่หน้าตึงใส่ “อีกอย่างพวกเขาปฏิญาณแล้วว่าจะไม่เอาข้อมูลไปเผยแพร่ที่ไหน การที่จะให้เขาผิดสัญญากับเจ้านาย มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย...เหมือนที่พวกเราทำ”

 

“งั้นก็ช่วยเร่งให้หน่อยแล้วกัน ถ้าได้ข้อมูลส่วนนั้น เราคงจับเจ้าฉลามได้ง่ายขึ้น” ไม่มีการตอบกลับ มีเพียงแค่การพยักหน้าแล้วขอตัวออกมา เอริคไม่สนใจว่าเซ็บต้องการดายกับดีแลนแค่ไหน ถึงเขาจะเกลียดพวกมันที่ได้ความรักของโซลไป

 

แต่มันคงไม่หนักเท่าที่เขาเกลียดริชาร์ดที่ฆ่าโซลหรอก

 

“หัวหน้า”

 

“ได้รหัสหรือยัง” เอ่ยปากถามจอร์แดนตอนเดินเข้ามาในห้องควบคุม มีคนของเซ็บหลายคนอยู่ที่นี่เพื่อรอข้อมูลจากจอร์แดน ที่แม้จะส่งไปให้พวกนั้นเป็นบางส่วนแล้วก็ยังไม่พอใจ ดวงตาของลูกน้องได้แต่หลุบมองหัวหน้าที่เดินมาจับบ่าไว้

 

จอร์แดนกับแนชลีย์ถูกขังไม่ให้ออกไปไหนจนกว่าจะถอดรหัสของโซลได้

 

ซึ่งระดับพวกเขาไม่มีทางที่จะถอดไม่ได้ ทว่าเพราะซื่อสัตย์และมันต้องมีทางออกที่ดีกว่ายอมแพ้เลยทำเป็นว่าระบบที่เซ็ตไว้มันพัง ต้องแก้ไวรัสทั้งหมดถึงจะดึงข้อมูลได้

 

“ผมไม่แน่ใจ คอมพิวเตอร์มันโดนไวรัสกิน”

 

“เราพยายามกันอย่างเต็มที่แล้วนะคะหัวหน้า” แนชลีย์เสริมทัพ หวังเพียงความเห็นใจจากอีกฝ่าย “อีกอย่างถ้าเราปลดล็อคได้ คุณโซลจะรู้สึกยังไงที่เราขายข้อมูลให้กับ...ใครก็ไม่รู้”

 

“เราไม่ได้มีทางเลือกขนาดนั้นหรอกแนชลีย์”

 

“…”

 

“และโซลก็ตายไปแล้ว” น้ำเสียงเย็นเยียบพาให้ขนลุกเกรียวไปหมด เอริคดูเย็นชาขึ้นทันทีที่รู้ว่าโซลจากไปแล้ว ดวงตาที่เคยเรียบนิ่งแฝงความรู้สึกดีเอาไว้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาจากลึกสุดของหัวใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะหยิบปืนมาชี้หน้าคนของตัวเองเช่นที่โอเว่นทำ “รีบปลดล็อครหัสเราจะได้เป็นอิสระ ถ้าพวกคุณทำได้ จะมีคนพาพวกคุณกลับขึ้นฝั่ง”

 

“เราจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอครับหัวหน้า”

 

“จอร์แดน”

 

“ผมไม่อยากทำเลย” เจ้าตัวทำหน้าเศร้าไม่วายโดนคนของเซ็บยกปืนขู่ ดีที่เอริคยกมือห้ามไว้ยังไงซะที่นี่เขาก็เป็นหัวหน้า อำนาจการตัดสินใจถึงจะไม่เท่ากับโอเว่นที่ถูกแต่งตั้งเป็นมือขวา แต่เขาก็เป็นคนเดียวที่จะโน้มน้าวจอร์แดนกับแนชลีย์ได้

 

สองมือวางลงบนบ่า บีบนวดเบาๆ ให้ทั้งสองคนวางใจ ทางรอดเดียวที่มีคือตามน้ำไป ไม่งั้นการตายของโซลจะเป็นชนวนให้ทุกคนที่นี่ไม่รอดเหมือนกัน

 

ทว่าในตอนที่กำลังจะตอบกลับ...

 

ปึง !

 

“เฮ้ย!” ทุกคนในห้องอุทานลั่นเมื่อจู่ๆ ศูนย์วิจัยก็สั่น สั่นชนิดที่ว่าเหมือนจะโค่นลงทะเลไปยังไงยังงั้นดีที่มันแข็งแรงพอ เล่นเอาคนของเซ็บต้องรีบวิ่งไปเกาะดูที่หน้าต่าง ตอนแรกก็นึกว่ามีคนขับเรือมาชนหรือเปล่า แต่แล้วศูนย์วิจัยก็สะเทือนอีกครั้ง คราวนี้หนักกว่ารอบแรกจนทำให้ระบบไฟฟ้าดับๆ ติดๆ

 

หน้าจอที่เคยปรากฏเป็นตัวอักษรต่างๆ ดับวูบ พลันด้านนอกก็ได้ยินเสียงคนโหวกเหวกเสียงดัง

 

คนของเซ็บเลยทยอยออกไปดูว่าเกิดอะไรกลายเป็นความชุลมุนขึ้น ส่งผลให้เอริคหันไปมองจอร์แดนกับแนชลีย์ที่กุมมือกันอยู่ ทั้งสองดูหวาดกลัวเพราะคาดเดาอะไรไม่ได้

 

“ขะ...ข้างนอกนั่นเกิดอะไร?”

 

“...”

 

“หรือว่า...หรือว่าพวกมันจะกลับมา?” จอร์แดนถามเม้มปากแน่นคิดถึงภาพมัจจุราช “มันต้องรู้แล้วแน่ว่าคุณโซลตายเลยกลับมาทำลายที่นี่”

 

“อย่าเพ้อเจ้อน่าไอ้เนิร์ดนี่ ก็แค่เรือ...!” ยังไม่ทันที่คนของเซ็บจะพูดจบ ศูนย์วิจัยก็เกิดระเบิดดังลั่น ตามด้วยระบบไฟฟ้าที่พังแม้แต่ไฟสำรองก็ยังเปิดไม่ได้ จอร์แดนมองหน้าแนชลีย์ หลุกหลิกอยู่นานว่าจะทำไง ที่แน่ๆ อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ เอริคเลยตัดสินใจตอนแรงกระแทกรอบที่ห้าเกิดขึ้น

 

“ออกไปจากที่นี่เร็ว!” เขาสั่งดันทั้งสองคนให้รีบหนีขณะที่คนของเซ็บถูกล็อคเกอร์คว่ำมาทับอย่างน่าสมเพช เสียดายที่ไม่มีใครช่วยเหลือ แรงปะทะเมื่อกี้ทำคอมในศูนย์วิจัยล้มไปหลายตัว โดยเฉพาะเมนหลักที่หล่นลงมาทั้งสายไฟ

 

จอร์แดนกับแนชลีย์วิ่งนำไปก่อนเลยไม่ได้เผชิญหน้ากับโอเว่นที่พาเซ็บออกมาจากห้องพัก

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมศูนย์วิจัยสั่นขนาดนี้?” โอเว่นถามกวาดตามองไปนอกศูนย์ที่ตอนนี้คนของเซ็บเต็มไปหมด ปืนหลายกระบอกถูกใช้ยิงลงน้ำ เสียงกระสุนดังสนั่นชวนให้หัวใจเต้นแรงไปหมด นาทีนั้นพวกเขาทั้งสามคนเลยรีบออกไปดูว่าเกิดอะไร

 

แต่มันดันเป็นจังหวะเดียวกับที่พื้นน้ำหยุดการสั่นไหว

 

คนของเซ็บหยุดปืนที่ยิงไว้พยายามกวาดตามองหาว่าในน้ำมีตัวอะไร

 

“เมื่อกี้เกิดอะไร?”

 

“มีคนเห็นฉลามครับ” ผู้ชายคนนึงตอบกลับนั่นทำให้เซ็บเบิกตากว้าง “พวกเราพยายามยิ่งไล่มัน แต่ไม่รู้มันหายไปไหน”

 

“บัดซบ! จะไปยิงไล่มันทำไม เราต้องล่อมันมาหา!”

 

“แต่มันชนศูนย์วิจัยหนิครับ แล้วมันก็...อ๊าก!!!!”

 

“!!!!” ทั้งสามเบิกตากว้างก่อนจะรีบถอยหลังเมื่อคนที่คุยอยู่ถูกเมกาโลดอนตัวใหญ่กระโดดมางับขาดครึ่งร่าง แถมยังลากคนแถวนั้นลงน้ำไปอีก มอบความหรรษาด้วยคมเขี้ยวที่มี ฉีกกระชากร่างกายจนหยาดเลือดไหลรินย้อมทะเลใส ใครยิ่งกระสุนใส่ พวกมันก็ผลัดกันฆ่าไม่ยอมหยุด

 

คนไหนวิ่ง มันก็กระโจนไปกัด ไม่เว้นกระทั่งคนที่หลบอยู่

 

นาทีนั้นพวกเขาสามคนรู้ดีว่าพวกมันไม่ได้หนีไปไหน

 

และมันก็กลับมาพร้อมความตายที่จะมอบให้ทุกคน 

 

“มันกลับมาเอาคืนเราแล้ว”  

 

เสียงกรีดร้องเป็นสิ่งแรกที่ผมได้ยินทันทีที่มาถึง ดีแลนหลอกล่อให้คนพวกนั้นสนใจขณะที่ดายมาปล่อยเราไว้ตรงห้องพักเก่าของริชาร์ด เขาปล่อยเราในทะเลให้ว่ายขึ้นมาเองเพื่อที่จะได้ไม่ผิดสังเกต ผมหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ไม่ต่างจากโนเอลที่เพิ่งพบกับประสบการณ์ใช้ชีวิตในปากของฉลาม

 

ผมก็เพิ่งเข้าใจว่าการอยู่ในที่มืดที่มีน้ำล้อมรอบทั้งหมดมันเป็นยังไง นี่ยังไม่นับรวมว่าเราต้องทรงตัวมากแค่ไหนไม่ให้ลงท้องดายไปน่ะ

 

แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่ารอดมาได้ไงตั้งสองครั้ง หรือเพราะตอนนั้นมันไม่ต้องรับรู้อะไรด้วยล่ะมั้ง ซึ่งมันดีกว่าที่ต้องมารู้ว่าอยู่ในปากเยอะเลย

 

“ผมนึกว่าผมจะตายแล้ว”

 

“คุณตายไปแล้วต่างหาก” ผมตอบโนเอลว่ายมาเกาะทางเดินตรงมุมอับ เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับเสียงคนตกน้ำ แสดงให้เห็นว่าดีแลนทำหน้าที่ตัวเองได้ดีแค่ไหน “คนส่วนใหญ่คงออกมาด้านนอกหมดแล้ว ผมต้องหาคนของผมให้เจอ แล้วช่วยพวกเขาออกไป”

 

“ผมกับดีแลนจะล่อไว้ให้”

 

“อย่าพลาดให้เขายิงยาสลบนะ” ผมพูดกับดายที่คืนร่าง เจ้าตัวเข้ามากอดผมไว้ราวกับต้องการกำลังใจ “ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับมาหาผมให้ได้ ผมก็จะดูแลตัวเองเหมือนกัน”

 

“ผมรู้ว่าคุณเก่งทูนหัว แต่ระวังตัวไว้หน่อย”

 

“…”

 

“ถ้าคุณตกอยู่ในอันตรายเมื่อไหร่ให้โดดลงน้ำ ผมจะมาช่วยคุณทันทีเข้าใจไหม?” ดายกดจูบลงบนหัวผม มอบอ้อมกอดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความกังวลให้ ผมพยักหน้า ลูบแก้มเขาเป็นเชิงให้วางใจ เขาเลยหันไปมองโนเอลที่ทำหน้าเหมือนว่าพวกเราจะกอดกันอีกนานไหม “ดูแลโซลด้วย ถ้าเขาเป็นอะไรไป คุณก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”

 

“ความซวยมันก็ตกมาอยู่ที่ผมทุกทีล่ะน่า” เจ้าตัวพึมพำ เสียดายที่ร่างสูงไม่สนใจมากนัก เขาฝากจุมพิตไว้ที่หน้าผากผมก่อนจะกลายร่างเป็นฉลามไปช่วยน้องชายที่ล่อคนไว้ ผมส่งสัญญาณให้โนเอลตามผมไว้ เขายันตัวขึ้นตรงทางเดินพลางกวาดตามองว่าข้างบนชุลมุนแค่ไหน

 

กลิ่นคาวเลือดคลุ้งกระจาย เศษแขนขากระเด็นไปทั่วผืนน้ำ

 

ผมเหล่ตามองไปที่ตู้จ่ายไฟ ร่องรอยคมเขี้ยวขนาดใหญ่บ่งบอกว่าดีแลนจัดการมันได้ดีแค่ไหน แปลว่าตอนนี้ทั้งศูนย์วิจัยก็ใช้ไฟไม่ได้ หนำซ้ำตอนนี้ทุกคนก็ไปวุ่นวายกับฉลามที่ปรากฏตัวกะทันหัน

 

“คนของคุณอยู่ที่ไหน เขาตายไปหรือยัง?”

 

“ผมคิดว่าน่าจะยัง ล่าสุดที่คุยกันเขากำลังทำความสะอาดบ่อวาฬอยู่”

 

“หา?” ผมย่นคิ้วใส่ครางในลำคออย่างแปลกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น ทว่าโนเอลกลับไม่อธิบาย ประจวบเหมาะที่เราต้องรีบเข้าไปในศูนย์วิจัย เราใช้อีกทางที่หลีกเลี่ยงผู้คนมากมาย มันมีทางลัดไปข้างใต้ เราต้องใช้ทางเดินใต้น้ำระดับเดียวกับห้องผมเพื่อที่จะตามหาทุกคนที่ยังซื่อสัตย์กับผมอยู่

 

อีกส่วนคือผมอยากรู้ว่าเซ็บได้ข้อมูลอะไรไปบ้าง แต่สิ่งที่ผมเห็นตอนขึ้นมาที่ห้องควบคุมคือทุกอย่างพังไปหมด

 

หนำซ้ำยังมีคนตายเพราะโดนตู้ทับอีก

 

“คอมเมนหลักถูกพังไปแล้ว ไฟล์คงไม่รั่วไหล” ผมไล่สายตาดูเศษซากคอมราคาแพงที่หล่นกระจาย ผมไม่สนหรอกว่าต้องเสียเงินไปเท่าไหร่ ผมแค่กลัวว่าเขาจะได้ข้อมูลอะไรไปไหม เลยจำเป็นต้องเดินไปดูโน้ตบุ๊คที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นของคนที่ตายแล้ว

 

มันยังไม่พังแค่หน้าจอแตกร้าวนิดหน่อย ผมรีบหาดูว่ามีข้อมูลอะไรบ้างก่อนจะลบมันแล้วจัดการ...

 

ผัวะ !

 

“เฮ้ย! คุณจะฆ่าผมหรือไง!”

 

“คุณอยู่ผิดที่เองนะ” โนเอลอ้าปากค้างตกใจที่ผมโยนโน้ตบุ๊คนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี “ผมลบข้อมูลที่มีหมดแล้ว คอมทุกเครื่องพังแบบนี้ก็คงไม่มีใครเอาข้อมูลพวกเขาไปได้”

 

“แล้วคุณจะทำยังไง คุณจะไปหาพ่อผมหรือว่ามาแค่นี้?”

 

“เป้าหมายเราคือจัดการพ่อคุณหนิ”

 

“อะ!”

 

“แต่เราต้องแยกกัน” ผมตวัดสายตาไปมองบอร์ดที่แปะภาพพนักงานเอาไว้ แกะออกมาสามคนคือคนที่ผมเลือกแล้วว่าจะพาออกไปด้วยกัน “คุณตามหาสามคนนี้แล้วพาพวกเขาออกไปจากที่นี่ให้ได้ มีเรืออยู่หลังศูนย์วิจัย ถ้าโชคดีมันจะยังไม่ถูกพัง”

 

“แล้วคุณจะไปไหน?”

 

“ผมจะไปถามหาพ่อคุณ” ดวงตาผมแน่วแน่มาก หัวใจยิ่งเต้นกระหน่ำยามได้ยินเสียงกรีดร้องจากคนด้านนอก ผมไม่มีเวลามาก ยิ่งช้าโอเว่นอาจจะพาเซ็บหนีก็ได้ เพราะงั้นผมเลยยัดรูปของจอร์แดน แนชลีย์ และเบอร์นาร์ดใส่มือเขาไป “หาพวกเขาให้เจอแล้วคุณก็ไปจากที่นี่ซะ คุณคงไม่อยากเห็นภาพพ่อของตัวเองต้องตายหรอกใช่ไหม”

 

“แต่การมาได้ยินคนที่จะฆ่าพ่อผมมาพูดแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมหวังเหมือนกัน”

 

“คุณเลือกข้างแล้วนะโนเอล คุณไม่มีสิทธิ์คืนคำ” ผมตบบ่าเขาก่อนจะวิ่งออกจากห้องควบคุมไป ไม่รอให้โนเอลได้พูดอะไรด้วยซ้ำ ยิ่งเราทำอะไรช้า ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้คนร้ายนิ่งต่อไปได้ ทว่าโนเอลกลับตะโกนรั้งผมไว้

 

ปึก !

 

“คุณน่าจะต้องใช้มัน” ผมสะดุ้งหยุดยืนมองปืนที่ถูกเตะส่งมาให้ “อย่าให้ใครมายิงคุณอีกล่ะ ผมไม่อยากตายเพราะช่วยคุณไม่ได้หรอกนะ”

 

“ผมไม่ทำให้คุณตายแน่ต่อให้คุณจะเสียใจทีหลัง”

 

“…”

 

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะ อย่าโง่ไปตายเองแล้วกัน ผมยังติดหนี้ซื้อเรือคืนคุณอยู่” ผมยกยิ้มให้หยิบปืนมาถือไว้ก่อนจะโบกมือลา บอกตามตรงถึงผมจะไม่โดนฉลามฆ่าตาย แต่เราก็คาดเดาไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถึงอย่างนั้นผมก็ดีใจที่อย่างน้อยโนเอลก็ยังเลือกข้างผม

 

และผมจะไม่ทำให้เขาเลือกข้างผิดหรอก

 

“อยู่ไหนนะ” ผมพึมพำค่อยๆ เดินเลียบเคียงหาว่าเซ็บอยู่ที่ไหน ก่อนหน้านี้เหมือนจะเห็นเขายืนอยู่ด้านหน้า แต่ผมไม่แน่ใจว่าใช่ไหม จะไปดูจากกล้องวงจรปิดก็ไม่ได้ ระบบไฟฟ้าถูกตัดหมด ที่แน่ๆ ที่ผมมั่นใจคือโอเว่นน่าจะพาเซ็บไปหลบก่อน

 

บางทีอาจจะเป็นห้องรับรองไม่ก็ห้องฉุกเฉินที่สามารถปล่อยเรือดำน้ำจากใต้ทะเลได้

 

ผมเลียปากแอบมองดูผ่านหน้าต่างว่าด้านนอกเป็นไงบ้าง เสียงหวีดร้องดังลั่น คนของเซ็บก็เยอะพอสมควรจนผมสงสัยว่าเขาขนคนมามากน้อยแค่ไหน ผมหรี่ตาลงหาว่าเจ้าตัวการอยู่ที่ไหน ก่อนจะเห็นว่ามีคนพาคนเลวหลบมาด้านใน

 

นาทีนั้นยิ่งกว่าเสือร้ายเข้าสิง ผมรีบวิ่งจากศูนย์วิจัยอีกฝั่งตรงไปหาเขาแม้จะต้องหลบคนที่มาขวาง ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าจอร์แดนกับแนชีลย์ถูกคนของเซ็บจับตัวไว้เหมือนจะใช้เป็นเหยื่อล่อฉลาม

 

“สารเลว”

 

ปัง ปัง !

 

กระสุนสองนัดเจาะเข้าที่หลังส่งผลให้พวกมันหงายหลังลงทะเลไปอย่างช่วยไม่ได้ ดายเข้ามารับฉีกกระชากพวกมันขณะที่ล่ออีกกลุ่มหนึ่งไปอีกฝั่ง ผมเลยรีบวิ่งไปหาคนของผมที่หลับตาปี๋กอดกันแน่นด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็เห็นคนตายต่อหน้า

 

“จอร์แดน! แนชลีย์!”

 

“คุณโซล!” ทั้งสองเรียกชื่อผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่จะจับแขนผมเนื้อตัวสั่นไหวอย่างไม่เชื่อสายตา “คุณโซล คุณโซลจริงๆ!”

 

“ผมเองจอร์แดน ผมยังมีชีวิต”

 

“แต่โอเว่นบอกว่าคุณโดนริชาร์ดยิง!”

 

“เขาต่างหากที่ยิงผมเข้าปากดาย” ผมย่นคิ้วใส่ คิดไว้แล้วว่าเขาน่าจะบอกผมว่าตาย แต่ไม่คิดว่าจะโยนความผิดให้คนอื่นแม้ว่าริชาร์ดจะยิงผมจริงๆ ก็ตาม “แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนนะ คุณต้องไปที่เรือ โนเอลจะพาพวกคุณกลับขึ้นฝั่ง”

 

“แล้วคุณโซลล่ะครับ คุณโซลจะไปไหน”

 

“ผมจะไปจัดการปัญหาที่สร้างเอาไว้”

 

“หรือไม่ก็จบปัญหาซะเอง” ผมชะงักทั้งร่างสั่นวาบเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำ สัมผัสได้ถึงปากกระบอกปืนที่จ่อมาหากัน ต่อให้จะยังหันหลังให้ก็ตาม “หันหน้ามาเดี๋ยวนี้ ให้ผมเห็นว่าคุณเป็นใคร”

 

“อะ...โอเว่น”

 

“ไม่งั้นผมจะยิงพวกเขาให้ตาย แล้วเก็บคุณไว้เป็นคนสุดท้ายเพื่อฆ่าตายทีหลัง” ผมกัดกรามแน่นสบตากับทั้งสองคนที่สั่นระริกด้วยความหวั่น ผมจะไม่ให้คนของผมต้องมาตายในที่ของผมหรอกนะ และการเผชิญหน้ากับความจริงก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเท่าไหร่ ผมกระซิบบอกพวกเขา ปลอบประโลมว่าทุกอย่างมันจะต้องโอเคไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันจะแย่แค่ไหน

 

จากนั้นก็ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นหันไปมองคนที่จ่อปืนของผมโดยไม่ได้ขออนุญาตอะไร

 

วินาทีนั้นแหละที่ผมได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ โอเว่นอ้าปากค้างขณะที่ผมยกปืนชี้หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัวอะไร

 

“ไงโอเว่น แปลกใจเหรอที่ผมยังไม่ตาย”

 

“!!!”

 

“สงสัยคุณจะลืมไป”

 

“…”

 

“ผมเป็นคนของฉลาม ยิงผมเข้าปากดายก็ไม่ต่างจากผลักผมลงทะเลหรอก :) ”  

 

โอเว่นเหวอไปเลยเมื่อได้ยินประโยคนั้น หนำซ้ำยังผมยังกระตุกยิ้มร้ายให้อีก การได้เห็นแววตาตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยความสับสนมันทำให้ผมแอบรู้สึกดีเหมือนกัน เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขาประเมินผมต่ำรวมถึงฉลามของผมด้วย

 

“แต่คุณโดนยิง เสียเลือดขนาดนั้นไม่มีทางรอดมาได้”

 

“สวรรค์คงไม่อยากให้ผมตาย”

 

“อะ...”

 

“ไม่ก็มัจจุราชคงอยากให้ผมกำจัดคุณก่อน” กระบอกปืนทั้งสองจ่ออยู่ตรงหน้ากัน มีเปอร์เซนท์สูงที่กระสุนจะพุ่งเข้าหากันแล้วดีดออก ทว่าโอเว่นดูท่าจะยังไม่อยากยิงผมตอนนี้เท่าไหร่ เขายังคงสงสัยเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ ผมเองก็ยังไม่อยากยิงเขา ผมอยากรู้ว่าเขาจะดิ้นรนต่อไปอย่างไร “ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะทำแบบนี้ ผมเชื่อใจคุณ แต่คุณกลับทรยศ ไม่ใช่แค่กับผม คุณทำกับพวกเราทุกคน”

 

“มันช่วยไม่ได้ ผมเองก็ต้องการผลประโยชน์ ถ้าพวกเขาให้ผมไม่ได้ก็ต้องตายไป”

 

“ทั้งที่พวกเขาให้ใจคุณน่ะเหรอ”

 

กึก !

 

“อยู่ด้วยกันมาตั้งนานไม่เคยคิดถึงช่วงเวลาที่มีร่วมกันเลยเหรอโอเว่น สนุกเหรอที่รับบทเป็นตัวร้าย?” ผมเลิกคิ้วใส่ อยากจะฟังจริงๆ ว่าอะไรคือเหตุผลของเขา มันไม่ใช่ว่าผมอยากให้โอกาสคนทรยศ ผมแค่อยากรู้ว่าอะไรคือเหตุผล “เรื่องมันมาถึงตรงนี้แล้วผมคงปล่อยผ่านไม่ได้ ถ้าคุณโดนบังคับฝืนใจ มันอาจจะมีวิธีแก้ไข”

 

“ตราบใดที่เราเอาปืนจ่อกัน มันไม่มีการให้อภัยหรอกโซล”

 

“…”

 

“และต่อให้ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่มีวันหันหลังกลับ” ดวงตาของโอเว่นแน่วแน่มาก มันบ่งบอกถึงการเตรียมใจรับผลกรรม “ผมไม่รู้หรอกว่าคุณรอดมาได้ยังไง แต่ผมไม่ยอมให้คุณมาขัดขวางแน่”

 

“คุณเล่นบทคนทรยศเก่ง แต่เล่นบทคนซื่อสัตย์ได้ห่วยแตกมาก” ผมส่ายหน้าไปมาผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับผู้ชายคนนี้ “ผมอยากรู้ชะมัดว่าอะไรที่ทำให้คุณภักดีกับคนที่ฆ่าพ่อแม่ผมแทนที่จะเป็นผมที่ให้โอกาส ถ้าคุณเกลียดฉลามผมมาก ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดอะไร?”

 

“พูดไปก็ไม่ได้อะไร สู้ลงมือทำไม่ดีกว่าเหรอ?” เขายกยิ้มใส่ “จริงๆ ถ้าคุณรู้ตัวว่ายังไม่ตาย คุณก็น่าจะหนีไป ไม่น่ากลับมาที่นี่เลยโซล คุณโง่มากที่พาตัวเองมาตายอีกรอบ คุณควรจะอยู่เฉยๆ หายตัวไป”

 

“แล้วก็ปล่อยให้พวกคุณทำลายบ้านผมน่ะเหรอ ลืมหรือเปล่าที่ยืนอยู่คือที่ของใคร”

 

“อีธานไม่ได้เป็นเจ้าของมันแล้วโซล เขาตายไปนานแล้ว คุณเองก็กำลังจะตามไป”

 

“งั้นเรามาเล่นเกมกันไหม”

 

“อะ...”

 

“มาวัดใจว่าใครจะตายก่อนกัน” ผมเหยียดยิ้มหยันหากคนเราจะฆ่าใคร มือจะสั่นไม่ได้ “ผมให้โอกาสคุณสารภาพความผิดก่อนตาย ถ้าคุณยอมพูดเหตุผลที่ทำไป ผมจะทบทวนเรื่องนี้ใหม่”

 

“คุณมันอ่อนแอที่ให้โอกาสคนผิดโซล คุณควรจะยิงตั้งแต่เห็นหน้าผมแล้ว”

 

“…”

 

“อีกอย่างอย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียว คุณยังมีหมาน้อยอีกสองตัวที่ซื่อสัตย์” โอเว่นแค่นหัวเราะเขาดูไม่สำนึกเลยสักนิด แถมยังหลุบตาไปมองแนชลีย์กับจอร์แดนที่ทรุดตัวนั่งอยู่ด้านหลังผม แม้ผมจะเอาตัวบังทั้งสองคนไว้ ก็ต้องยอมรับว่าบังไม่มิด ตัวผมเล็กกว่าพวกเขาสองคนรวมกันค่อนข้างมาก ถึงอย่างนั้นผมก็ยังใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบัง “อยากตามสตีฟไปไหมล่ะจอร์แดน”

 

“ดะ...ดอกเตอร์ครับ”

 

“หนึ่งนัดนี้ให้นาย”  

 

“หยุดนะ...!”

 

ปัง !

 

ยังไม่ทันห้ามเต็มเสียง กระสุนนัดแรกก็ฝังลงกลางแขนสร้างรอยแผลจนเลือดทะลัก จอร์แดนเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นกุมแขนตัวเองทันทีที่โดนคนตรงหน้ายิงใส่ แนชลีย์หวีดร้อง รีบเข้าไปกอดจอร์แดนไว้ นาทีนั้นผมรีบพุ่งตัวไป ไม่คิดว่าโอเว่นจะเล่นสกปรกทั้งที่ผมก็ยืนอยู่ตรงหน้า

 

“อึก!”

 

“ทำใจดีๆ ไว้จอร์แดน! คุณจะต้องไม่เป็นไร!”

 

“นี่คือผลลัพธ์ของคนที่ให้โอกาสคนผิดไงโซล งูเห่าน่ะยังไงก็เลี้ยงไม่เชื่อง” โอเว่นพูดติดตลกขณะที่ผมผมประคองหน้าจอร์แดนไว้ให้ตั้งสติ ดีหน่อยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิงโดนจุดสำคัญ เขาคงแค่อยากจะขู่ผมเท่านั้น ทว่ามันก็เป็นการกระทำที่หยาบช้า จอร์แดนก็มีเลือดออกเยอะมาก จะตามหมอที่ไหนมาช่วยไว้ก็ไม่ได้ เพราะหมอจริงๆ ก็คือสัตว์ร้ายที่สวมร่างมนุษย์ไว้ หนำซ้ำยังทำท่าจะยิงกระสุนใส่ เล่นเอาผมกัดกรามลุกขึ้นไปประชันหน้า “อยากเอาจริงขึ้นมาบ้างแล้วเหรอที่รัก แต่คุณตัวสั่นยิ่งกว่านกเลยนะ”

 

“เกินไปแล้วโอเว่น คุณทำเกินไปแล้ว”

 

“ไม่มีคำว่าเกินไปหรอก จะให้ผมฆ่าทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณเลยยังได้”

 

“งั้นก็รวมตัวเองไป”

 

“หา?”

 

“ถึงคราวของคุณแล้ว”

 

ปัง !

 

“อึก!” กระสุนสีเงินเจาะเข้ากลางอก กดทับเส้นประสาทเร่งเร้าให้เลือดสีสดไหลย้อมร่าง โอเว่นอ้าปากค้างก้มมองอกตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เสียงเรียกชื่อผมดังผะแผ่ว ติดตรงที่ผมไม่สนใจจากปากเขา ก่อนจะตายคนเราก็อ้อนวอนขอชีวิตทั้งนั้น ทีตอนมีโอกาสล่ะไม่ทำ “คุณ...คุณยิง”

 

“ใช่ ผมยิงเหมือนที่คุณทำกับสตีฟและจอร์แดน”

 

“อะ...อึก”

 

“ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าการโดนคนที่ไว้ใจยิงมันรู้สึกยังไง”

 

“…”

 

“คุณบังคับให้ผมต้องทำเอง” เสียงผมนิ่งมาก นิ่งจนกลัวตัวเองเพราะช่างดูไร้ความรู้สึก ผมส่ายหน้า ทุกความรู้สึกประเดประดังยืนมองเขาที่ทำท่าจะยกปืนยิงผมอีก เสียดายที่ผมไว้กว่า ผมลั่นไกอีกรอบ ฝังกระสุนเงินลงกับหัวใจเขา มันคงทะลุเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ เพิ่มความทรมานให้หนักขึ้น

 

ทว่าตอนนั้นคำถามเดียวดังอยู่ในหัว ผมอยากรู้ว่าหัวใจที่ด้านชาจะสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดจากกระสุนของผมได้ไหม จะรู้สึกไหมว่าการต้องตายจากน้ำมือคนที่เราให้ใจมันเป็นยังไง เผื่อว่าเขาจะยอมพูดอะไรให้ผมฟังทำให้ผมเข้าไปประคองร่างขอโทษเขาได้

 

แต่ก็ไม่ โอเว่นไม่พูดอะไร ผิดกับผมที่รู้สึกการฆ่าใครสักคนมันกระทบต่อจิตใจ ผมอยากจะร้องไห้ ตัดพ้อว่าแม้นาทีสุดท้ายของชีวิตเขาก็ยังเลือกที่จะปกปิดไว้ ทว่าผมก็ไม่ได้หลั่งน้ำตาให้ ทำเพียงมองเขาด้วยแววตาผิดหวัง 

 

ก่อนที่จะปิดฉากความตายเขาด้วยการกระทำ

 

“คุณไม่เหลือทางเลือกให้ผมเองนะ”  

 

“อ๊ากกก!!!!!” โอเว่นกรีดร้องลั่นไม่ใช่แค่เจ็บปวดที่โดนยิงซ้ำสอง ทว่าดีแลนที่จ้องมองก็กระโดดมางับเขาไปทั้งร่าง กระชากลงน้ำไปให้ดายช่วยกัด ผมมองร่างสูงใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองท่อน ย้อมทะเลใสให้กลายเป็นสีเลือดอันน่าหวั่น ทั้งสองคนไม่ได้กินมันเข้าไป แค่ฆ่าเพื่อความสะใจเท่านั้น อีกส่วนคือเอาคืนให้ผม

 

มันคือจุดจบคนที่กล้าทรยศคนของฉลาม

 

“ลาก่อนโอเว่น ขอให้พระเจ้าเมตตา”  

 

LOADING 100 PER 

 

ความตายมาเยือน อยากเข้าร่วมต้องจับมือมัจจุราช 

ถึงเวลาเผชิญหน้ากับสองพี่น้องแห่งความตาย ทำเอาต้องนับเลขกันใหม่ 

หนึ่ง สอง สาม ปลาฉลามกินคน 

สี่ ห้า หก คนไข ความลับ 

เจ็ด แปด เก้า โปรดเฝ้าระวัง 

นับถึงสิบอีกครั้ง ระวังตายไม่รู้ตัว :)  

 

ใครสนใจสั่งซื้อหนังสือ เล่มหลักมีขายที่ร้านนายอินทร์ 

ถ้าจะซื้อภาคพิเศษด้วย ดูที่เพจ Avery Pie ได้เลยค่ะ 

 

อีกสามตอนจบแล้วนะคะ 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น