M. Writer

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ห์เหลี่ยม

ชื่อตอน : เล่ห์เหลี่ยม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2562 01:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ห์เหลี่ยม
แบบอักษร

ฮืออออ...อึดอัดจัง ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลย...

 

" เฮ้ย! อะไรเนี้ย!!! ใครทำว่ะ!" เต้าหู้ที่พึ่งจะตื่นนอนด้วยความอึดอัดก็ได้แต่ดิ้นกระแด่วๆอยู่บนเตียงเหมือนหนอนไม่มีผิด

 

"ตื่นแล้วรึ? หมอนข้างของพี่...." ชายหนุ่มเมื่อรู้สึกถึงแรงดิ้นก็ลืมตาขึ้นมองนางที่อยู่ในอ้อมกอดของตน

 

(หมอนข้างอะไรของแกว่ะ! ถ้าแกคลุมหัวฉันไปด้วย พี่ปอกับพี่ร่วมก็เข้าใจว่าฉันเป็นศพไปแล้วนะ!!) จ้องหน้าเขาด้วยความโกรธ ยั่วโมโหตั้งแต่เช้า วันนี้คงซวยทั้งวันแน่ๆ

 

"หืมมมม มองพี่สายตาหวานเยิ้มขนาดนี้ อยากได้จุมพิศยามอรุณรึ?" เมื่อเห็นนางโกรธก็อดแกล้งนางไม่ได้ นานๆทีเขาถึงจะมีโอกาสแบบนี้

 

"เอาสิเจ้าค่ะ หลังจากวันนี้น้องจะได้กินอาหารทุกอย่างที่ทำจากกบ อ๊บๆๆๆ " อยากเอาคืนฉันละสิ หึๆ มารับจุมพิศเจ้าหญิงกบนี่ มาม๊ะๆ พร้อมกับยื่นหน้าทำปากจู๋พร้อมรับจูบเต็มที่

 

"ถ้าเจ้าทำเช่นนั้น พี่จะจุมพิศส่วนอื่นแทน แล้วถ้าพี่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เจ้าก็คงต้องยอมพี่แล้วละนะ! ไว้เสร็จกิจเมื่อไหร่พี่จะให้ผู้ใหญ่ไปขอเร็วๆ ถ้าลูกพี่มาแล้วจะได้ทันการ"

 

(แหมมม ถึงจะมีความหื่น ก็ยังมีความน่ารักอยู่นะ อะไรจะง่ายขนาดนี้ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ? แค่แกล้งไปวันๆก็ได้ผัว ไรว้าาา)

 

"พูดจริงหรือเจ้าค่ะ? " ทำหน้าตาจริงจังถามเขา เพราะต้องการคำตอบนั้นจริงๆ ถึงนางจะยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่เหมือนตอนแรก อาจจะเป็นเพราะเสน่ห์ของเขา และคำยืนยันของเขาว่าหลังจากวันนั้นตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใคร ทำให้นางอยากจะเชื่อใจเขา นี่เป็นเพียงระยะเวลาเดือนกว่าๆ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้

 

"จริงสิ...พี่ว่าหญิงเดียวที่จะอยู่เคียงข้างพี่ได้คงมีแต่เจ้าที่เหมาะสมกับมันที่สุด"

 

"ทำไมเจ้าค่ะ...หลายปีมานี้ท่านไม่เคยสนใจข้าเลย แต่เพียงระยะเวลาเดือนกว่า ทำไมถึงเปลี่ยนใจท่านได้ ?"

 

"อาจเพราะเจ้าเปลี่ยนไป ไม่เหมือนแต่ก่อนที่เจ้าเอาแต่ใช้อารมณ์ เอาแต่ใจ และวิ่งตามพี่ตลอดเวลา คอยแต่จะแสดงตัวว่าเป็นคู่หมายของพี่ กีดกันทุกคนให้ออกห่างจากพี่ มันทำให้พี่อึดอัด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นั้น วันที่เจ้าหมดสติไป พี่ตั้งใจจะกลับตัว และพยายามจะรักเจ้า หากเจ้ากลับมาหาพี่ แล้วเจ้าก็กลับมา มันคงเป็นโชคชะตาของเรา เราคงจะมีด้ายแดงของผู้เฒ่าจันทราผูกเราไว้ด้วยกัน"

เขาตอบไปอย่างที่ตนเองคิด ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นความรักหรือไม่ หรือเป็นเพียงความหลงไหลชั่วคราวที่นางเปลี่ยนไป ไม่สนใจ ใส่ใจตนเหมือนแต่ก่อน และทำให้เขาตื่นเต้นทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้นาง อาจจะเป็นความท้าทายใหม่ๆของเขาที่อยากจะเอาชนะใจนาง ให้นางกลับมาหลงไหลตนเหมือนเดิม มันจึงทำให้เขาสนใจนางมากกว่าแต่ก่อนก็เป็นได้ แต่จะให้พูดออกไปตรงๆคงไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้ ชายเจ้าสำราญอย่างเขารึจะไม่รู้ว่าผู้หญิงชอบฟังคำหวานหูเพียงใด แค่เพียงเขาทำดีให้หน่อย หยอดคำหวานให้สักนิด คร้านแต่จะหลงรักเขาหัวปักหัวปำ ไม่เว้นแม้แต่นาง

 

เมื่อได้ฟังคำหวานซึ้งปนความเชื่อในเรื่องโชคชะตาของเขามันทำให้เต้าหู้ผู้ไม่เคยมีแฟนมาก่อนหัวใจอ่อนยวบ น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ไม่ได้สงสัย หรือติดใจในคำพูดของเขา ซ้ำยังเชื่อว่าเขานั้นจริงใจ บริสุทธิ์ใจเหมือนตน ไม่ได้รู้เลยว่าผู้ชายเจ้าชู้เหลี่ยมจัดแค่ไหน ไม่มีอะไรที่จะหยุดเขาได้นอกซะจากว่าเขาเลือกที่จะหยุดเอง ความรู้และประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับผู้ชายมันยังน้อยนัก และนั่นทำให้เต้าหู้หลงกลที่เขาขุดมันเอาไว้ จนลืมโลกความเป็นจริงไปว่าคนเจ้าชู้นั้นไม่มีทางหยุดได้

 

"พี่หลี่เฉียง...." ร้องไห้น้ำตานองหน้า หลงเชื่อเขาหมดหัวใจ จากที่ไม่ได้คิดอะไรก็เริ่มรู้สึกดีและยอมเปิดใจให้เขาเสียแล้ว

 

"ไม่ร้องนะคนดี เดี๋ยวพี่จะแก้มัดให้นะ โอ๋ๆ หยุดร้องๆ" (เป็นไปตามคาด หญิงใดได้ยินแบบนั้นไม่มีใครใจแข็งต่อไปได้หรอก นางคงจะกลับมารักเราดังเดิม เมื่อไหร่ที่นางรักเราหมดใจ เมื่อนั้นนางเองก็คนหมดเสน่ห์และความน่าตื่นเต้นไปอีกเช่นเคย เห้อออ! คงต้องมองหาหญิงงามคนอื่นเพื่อเพิ่มความท้าท้ายให้ชีวิตเสียแล้วละ)

 

ความคิดของเขาก็แค่อยากเล่นสนุกไปวันๆ อยากจะดูสิว่าคนที่ปากบอกว่าใจแข็งนักหนา จะทานทนเสน่ห์ของเขาได้รึเปล่า มันก็เป็นเพียงเกมส์และการบริหารเสน่ห์แค่นั้นเอง เขารึจะอยากจริงจัง อยากใช้ชีวิตกับใครสักคนในเมื่อเขาสามารถเลือกได้ และไม่จำเป็นต้องผูกมัด คำว่ารัก คำว่าอยากแต่งงานด้วย มันแค่คำพูด เป็นเพียงลมปาก เพื่อให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ให้เขาพูดกับใครอีกเป็นร้อยพันเขาก็ทำได้ นี่แหละความเป็นจริงของคนเจ้าชู้

 

หลังจากที่เขาแก้มัดนาง ทั้งสองก็โอบกอดกันอย่างรักใคร่ เหมือนคู่หมั้นที่รักกันปานจะกลืนกิน ทั้งคู่กินข้าวเช้าด้วยกัน ตักอาหารป้อนกันไปมาอย่างสนุกสนาน เขาตามใจนางทุกอย่าง ไม่ว่านางอยากจะไปไหน ทำอะไร หรืออยากได้อะไร เขาพร้อมจะหามาให้นางแบบเต็มใจ จนหญิงสาวมีความสุขมาก ความรักทำให้โลกเป็นสีชมพูมันเป็นแบบนี้นี่เอง เขาพยายามถนอมนางเป็นอย่างดี ไม่มีทีท่าว่าจะล่วงเกินหรืออยากที่จะเอาเปรียบ มันยิ่งสื่อถึงความเป็นสุภาพบุรุษของเขา เป็นสิ่งที่หญิงสาวชอบและต้องการมันมากที่สุดจากผู้ชายที่ตนคิดที่จะฝากชีวิตไว้กับเขา

 

จนครบหนึ่งอาทิตย์ที่นางจะต้องกลับจวนของตนเอง เขาและนางต่างร่ำลากันอย่างไม่อยากจากกันไป ชายหนุ่มได้ให้เหตุผลว่าเขาต้องไปทำธุระอีกแคว้น จึงไม่สามารถไปส่งนางได้ และนางเองก็เข้าใจ ไม่อยากเซ้าซี้ให้มากความ เขาเองก็บอกว่าจะไปเยี่ยมที่จวนหมอหลวงบ่อยๆ บ่าวไพร่ทั้งหลาย รวมถึงองครักษ์เงาก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในเร็ววันนี้คงจะมีงานมงคลเป็นแน่

 

หลังจากที่รถม้าของนางออกไปจากคฤหาสน์ได้ไม่นาน ประมุขหนุ่มก็เข้าไปนั่งในรถม้า พิงพนักหลับตาอย่างเหนื่อยหน่าย พร้อมบอกจุดหมายที่ตนจะไป

 

"ไปหอหมื่นบุปผา.... ข้าจะไปปลดปล่อยสักหน่อย ไม่ได้ไปเสียนาน"

 

องครักษ์ต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน อะไรกัน แล้วที่พวกเขาเห็นก่อนหน้านี้มันคืออะไร? ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ ยอมทำตามที่นายสั่งโดยมิอาจเลี่ยงได้

 

"คุณหนู...ช่วงนี้ดูเปล่งปลั่งยิ่งนัก คุณหนูคงจะมีความสุขมากเลยนะเจ้าค่ะ"

 

"บ้าาาา ก็ปกติแหละ!" เมื่อได้ยินคำแซวแกมหยอกล้อของฮุยอินก็อดเขินไม่ได้

 

"บ่าวเห็นคุณหนูยิ้มตลอดเวลาเลยนะเจ้าค่ะ คงจะไม่ปกติแล้วล่ะเจ้าค่ะ สงสัยบ่าวคงต้องเรียนให้นายท่านทราบ แล้วตรวจอาการคุณหนูอย่างละเอียดอีกที บางทีที่คฤหาสน์ท่านประมุขคงจะใส่อะไรลงไปในอาหารแน่ๆเลยเจ้าค่ะ"

 

"โอ้ยยย ไปกันใหญ่แล้วฮุยอิน เจ้าก็รู้ดีว่าทำไมข้าถึงยิ้มตลอดเวลาแบบนี้ เอ่อ... พูดถึงเรื่องอาหาร เจ้าบอกสารถีให้แวะที่ตลาดก่อนจะเข้าจวนที ข้าจะไปหาวัตถุดิบทำอาหารให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชายข้า ป่านนี้คงคิดถึงอาหารฝีมือข้าแล้วกระมัง"

 

"เจ้าค่ะคุณหนู" ฮุยอินยิ้มรับคำสั่ง ก่อนที่จะบอกให้สารถีเปลี่ยนทิศทางก่อนจะถึงจวน

 

ใช้เวลาไม่นานก็มีวัถุดิบไว้ใช้ปรุงอาหารได้หลายมื้อ เมื่อเต้าหู้เห็นว่าทุกคนมีของในมือเต็มหมดแล้ว จึงสั่งให้ทุกคนล่วงหน้าไปที่รถม้าเพื่อเอาของไปเก็บก่อน เหลือเพียงแต่ฮุยอินไว้ติดตามนางเพียงคนเดียว เพราะนางอยากจะซื้อขนมอีกสักสองสามอย่าง

 

ประจวบกับที่รถม้าของท่านประมุขที่หยุดลงตรงหน้าหอหมื่นบุปผา ใช้เวลาไม่นานท่านประมุขก็ออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่างามที่สุดในหอบุปผาแห่งนี้ เขาให้คนขับรถม้ามาไว้แถวทางเปลี่ยว มุมอับผู้คน แล้วสั่งให้ทุกคนออกห่างจากรถม้าไปหลายก้าว เพราะเขาคงอดทนไม่ไหวกว่าจะถึงจวนของเขาอีกหลังในเมืองหลวง เป็นหลังที่เขาใช้เป็นประจำเมื่อต้องการจะใช้บริการจากสาวๆหอหมื่นบุปผา เพราะมันเป็นส่วนตัวมากกว่า และใช้มาพักเวลาที่ต้องมาประชุมสังสรรค์กับเพื่อนๆ เพราะคฤหาสน์ของเขาอยู่ห่างจากเมืองหลวงตั้ง 100 ลี้ (50 กิโลเมตร)

 

เมื่อทั้งสองขึ้นมาบนรถม้าต่างก็กระโจนเข้าหาซึ่งกันและกันด้วยความใคร่ที่มีต่อกัน เขาระดมจูบนางอย่างเร่าร้อน ดูดดื่ม ตักตวงเอาความหวานจากนางอย่างกระหาย ส่วนนางเองก็ตอบสนองเขาเป็นอย่างดี รวบท้ายทอยของเขาเพื่อให้เข้ามาใกล้ชิดขึ้นอีก ชายหนุ่มผละจากปากอวบอิ่มของนาง เลื่อนลงมาที่ซอกคอ ทั้งดูดเลีย และขบกัดเบาๆเพื่อเพิ่มอารมณ์ปรารถนา เขาถอดผ้ารัดเอวของนางออกอย่างรีบร้อน แล้วรั้งให้คอเสื้อเปิดออกเผยให้เห็นเนินอกอิ่มเต่งตึง ไหล่มนแดงเถือกแสบร้อน ด้วยการเสียดสีจากผ้าที่เขารีบรั้งมันลงมาจนเหมือนจะกระชาก ในตอนนี้เขาไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว เพราะแก่นกายของเขามันปวดหนึบ มันตื่นตัวจนพร้อมที่จะปลดปล่อยอย่างเต็มที่ เขากระชากเสื้อของนางจนเผยให้เห็นอกอวบใหญ่ทั้งสองพร้อมเม็ดบัวที่ชูชันรอการดูดกลืนของเขาอยู่ ไม่รอช้าเขาเข้าไปดูดกลืนมันในทันที พร้อมทั้งใช้ลิ้นหยอกล้อกับมัน ส่วนอีกข้างก็ใช้มือขย้ำมันจนเป็นรอยแดงสลับไปมา จนร่างบางที่ถูกดูดกลืนร้องครางไม่เป็นภาษา ดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย เขาช่างช่ำชองและรุนแรงนัก มันทำให้นางแทบจะขาดใจอยู่แล้ว

 

"อื้อออ นายท่าน... นายท่านเจ้าค่ะ! อ่าาา...ไม่ไหวแล้ว...!!!"

 

จ้วบบบบ! จ้วบบบ! เสียงดังจนคนข้างนอกได้ยินไปถึงไหนต่อไหน ทั้งเสียงครางของหญิงสาวที่ดูจะทรมานมากนั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกัน ทุกคนที่อยู่รอบรถม้าจึงเดินออกห่างจากรถมานั่นอีกหลายก้าว จนไม่ทันเห็นหญิงสาวสองคนที่กำลังเดินมาทางรถม้าที่จอดอยู่

 

"นั่นไงฮุยอิน รถม้าอยู่ตรงนู้นไง! " เต้าหู้ชี้ไปที่รถม้าที่มีสัญลักษณ์ของพรรคมารทมิฬจอดอยู่ในซอกถนนตรงนั้น หลังจากที่เดินหลงทางหารถม้าไม่เจอ

 

"บ่าวจำได้ว่าจอดไว้แถวร้านขายผ้านะเจ้าค่ะ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้? "

 

"พวกนั้นคงไม่อยากให้เราเดินไกลละมั่ง ไปเถอะ!" แล้วทั้งสองก็เดินไปที่รถม้าพร้อมกัน เมื่อเข้าใกล้รถม้ามากขึ้น ก็ยิ่งได้ยินเสียงแปลกๆ มีทั้งเสียงผู้หญิงและผู้ชายครางออกมาระงมไปทั่วทั้งคัน

 

องครักษ์คนหนึ่งทำหน้าตกใจที่เห็นคู่หมั้นของเจ้านายตนกำลังเดินมาทางรถม้าด้วยสายตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ พร้อมกับการก้าวเท้าอย่างเร่งรีบ ตอนนี้เต้าหู้รู้แล้วว่ารถม้าคันนี้ไม่ใช่คันที่ตนนั่งมาแน่! และพอจะเดาได้ว่าใครอยู่ในนั้นจากการที่มีองครักษ์หน้าตาคุ้นๆยืนรายล้อมรถมาไว้ เต้าหู้ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ปากเพื่อเป็นการบอกให้องครักษ์พวกนั้นเงียบสะ! อย่าได้ปากโป้งเด็ดขาด! แล้วเดินไปเปิดม่านรถม้าทันที

 

พรึ่บบบบบบบ!!!!!

 

----------------++++++---------------

 

ไรท์จบแบบนี้น่ารักใช่ม้าาาาา ไรท์ลงช้าไปบ้างรีดอย่าพึ่งหนีไรท์ไปก่อนนะ ไรท์ปั่นอยู่ววววว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น