Meilihua

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 ความจริงแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 8 ความจริงแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 78

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2562 00:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 ความจริงแล้ว
แบบอักษร

ข้าเข้าวังมาด้วยคำตัดสินของเทพคาซุและเทพเรอิ แน่นอนว่าข้าถูกส่งมาฝึกกฎระเบียบต่างๆ... แม้ว่าศักดิ์ของข้าจะเป็นที่ประจักษ์กับเหล่านางรับใช้ในวังแต่บางคนก็ยังปฏิบัติกับข้าอย่างไม่ชอบใจนัก ตัวข้าเองแม้จะมีศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิงแห่งเมืองจิ้งจอกอีกทั้งยังพวกด้วยตำแหน่งเทพแห่งความเฉลียวฉลาดร่วมด้วย เป็นถึงศิษย์รักของเทพร้อยเล่ห์ เดิมทีข้ามีความคิดว่าน่าจักสั่งสอนพวกนางเสียหน่อยจะได้มิคิดกำเริบเสิบสานกับข้า 

‘เจ้าชายเคียว คือโมเรียว..’ 

‘เจ้าลืมไปแล้ว? เขาคือข้าและช้าคือเขา มิต้องห่วง’ ข้ารินน้ำชาให้หนึ่งครั้งด้วยท่าทีสงบนิ่งและกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ 

‘อีกเรื่องหนึ่งคนของท่าน..ให้พวกนางเคารพข้าสักหน่อยได้หรือไม่’ ข้าตะหวัดสายตาไปยังเหล่านางรับใช้ที่นั่งนิ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล.. 

‘มิต้องห่วง หากใครไม่เคารพเจ้า ข้าอนุญาตให้ลงโทษได้ตามสมควร’ ข้าก้มหัวคำนับเจ้าชายหนึ่งครั้ง 

‘ขอบน้ำใจท่านอย่างยิ่งฝ่าบาท’  

‘ข้าบังอาจถามฝ่าบาทเรื่องหนึ่งได้หรือไม่’ ข้าจิ๊บน้ำชาอย่างสบายอารมณ์และหรี่ตามองข้า.. 

‘เหตุใดจะไม่ได้เล่า เชิญ’ 

‘ก่อนนี้ข้า..แอบเข้ามาในวังจันทราพิฆาตแห่งนี้ ที่จริงข้ามีเรื่องสำคัญ..’   

‘เรื่องใดหรือ’มือข้างหนึ่งของเขายังยกชาดื่มอยู่แต่อีกหนึ่งกลับเท้าคางมองข้าด้วยสายตาที่แฝงด้วยความเอ็นดูอยู่เต็มประดา ข้าได้อมยิ้มเล็กๆกับท่าทีของเขา.. 

‘ท่านพ่อของข้าได้ยินว่าพวกท่านมีตำราพิชัยสงครามเล่มใหม่ เหตุที่ข้าต้องข้ามแดนมาที่นี้เพราะพ่อข้าเกรงว่าพวกท่านคิดจะทำสงครามแต่ข้ามิได้คิดร้ายกับพวกท่านแต่อย่างใด ข้าเห็นความจริงใจของท่าน ฝ่าบาททรงบอกข้าได้หรือไม่ว่าท่านคืดการใดอยู่’  

‘อืม..จริงอยู่เรื่องตำราพิชัยสงครามเล่มนั้นแต่เจ้าเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่ง ตำราเล่มนั้น ข้าเป็นคนเขียนเองและจะประทานให้แก่เหล่าศิษย์ได้ศึกษา เรื่องระหว่างดินแดนจิ้งจอกและหมาป่า ข้าได้ปล่อยวางมาแต่เนิ่นนานแล้ว ‘ แท้จริงเป็นเช่นนี้ ใครกันที่บังอาจโป้ปดเสด็จพ่อ เพ็ดทูลเรื่องดีให้กลายเป็นร้าย คนผู้นี้ต้องมีประสงค์จะปลุกปั่นให้สองแดนเกิดศึกสมครามเป็นแน่ 

‘ข้าต้องขออภัยฝ่าบาทด้วยมิเช่นนั้นเริ่องวุ่นวายคงมิเกิดขึ้น’ 

‘มิเป็นไร มิเป็นไร’ เจ้าชายเคียวลูบหัวข้าสองสามครั้งทั้งสายตายังฉายความเอ็นดูข้าอยู่หลายส่วน ข้าไม่คาดคิดว่าก่อนว่าเขามีมุมอ่อนโยนเช่นนี้ มีมุมอบอุ่นเช่นนี้ ข้าเห็นโมเรียวนัยตาของเขา  

‘คิดถึงเหลือเกิน’ คำๆนี้ก้องอยู่ในหัวใจของข้า ภาพของชายอีกคนที่มอบเสื้อคลุมขนหมาป่าให้ข้า.. เขากับเจ้าชายเคียวคงหลอมหลวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วจริงๆ แต่เหตุใดข้าถึงยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกสองขั้ว บางอย่างในใจเจ้าชายที่แปลกประหลาดยิ่งนัก บางอย่างที่มิอาจประกอบเป็นถ้อยคำเอื้อนเอยออกมาได้ บางอย่างที่ตัวข้าไม่สามารถหยั่งลึกเข้าไปถึงภายในนั้นได้.. 

               ระหว่างที่ข้าสนทนากับเจ้าชายเคียวได้ไม่นานและยกน้ำชากับอยู่หลายจอกก็มีสาวใช้จากวังหลวงมาขอเข้าพบเป็นการด่วน.. 

‘คำนับเจ้าชายเคียวและเจ้าหญิงไอเพคะ  องค์ราชินีให้มาทูลว่ายามบ่ายแก่ๆเรียกให้หาเพคะ ท่านให้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมต่างๆโดยองค์หญิงซาดะจะเป็นผู้ดูแลเพคะ’ สาวใช้ทั้งสองเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบทั้งท่าทีดูเรียบร้อย ดูเหมือนนางทั้งสองจะเป็นสาวใช้ที่มาจากชนชั้นสูง 

‘ข้าทราบแล้ว เมื่อถึงเพลาข้าจะเสด็จไปด้วยตัวของข้าเอง’ นางย่อตัวคำนับข้าทีหนึ่ง..ทว่า.. 

‘บอกท่านแม่ ข้าจะไปดูด้วยตาของข้าเองเช่นกัน’ เจ้าชายกล่าวขึ้นและสาวใช้ทั้งสองก็รับคำสั่งอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป.. 

‘นี่ท่าน..’ เขาเข้ามากอดข้าหลวมๆกล่าวกับเพียงสั้นๆแค่ว่า.. 

‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าแม้แต่เพียงเล็กน้อย ข้าจักยื่นมือมาช่วยอยู่เสมอ’ ริมฝีปากบางเฉียบค่อยๆประทับลงบนหน้าผากมนของข้า ความรู้สึกอุ่นใจเกิดขึ้นเงียบๆ หรือว่าความจริงแล้ว ข้า..กำลังตกหลุมรักคนผู้นี้ หัวใจที่ดึงดันของข้าตลอดมากลับพ่ายแพ้ให้เขาคนนี้งั้นหรือ วันนี้ท่านปกป้องข้าในภายภาคหน้าข้าย่อมปกป้องท่านด้วยชีวิตและหัวใจของข้าอย่างแน่นอน  

ความคิดเห็น