Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 30 : การเอาคืน

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 30 : การเอาคืน

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2562 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 30 : การเอาคืน
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 30 : การเอาคืน 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ไม่จริงน่า...” ผมเบิกตากว้างนิ่งค้างกับคำพูดนั้น ผมรู้ว่าริชาร์ดใจดำขนาดไหน แต่การที่เขายิงน้องสาวตัวเองตายก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ “เขาฆ่าแม่คุณได้ยังไง เธอเป็นน้องสาวเขานะ”

 

“แม่ผมเลือกที่จะต่อต้านคำสั่ง และริชาร์ดก็สนใจเม็ดเงินมากกว่าครอบครัวตัวเอง”

 

“ทันทีที่เขารู้ว่าเซ็บมีเงินมหาศาล เขาเอาข้อมูลของเราไปขาย พยายามโน้มน้าวพ่อคุณแล้วแต่ก็ไม่ได้อะไรไป สุดท้ายเซ็บเลยมาจับตัวพวกเขาไป หวังจะได้เป็นเจ้าของพวกเรา” ดายเสริมทัพคำพูดน้องชาย ส่งผลให้ภาพวันที่พ่อแม่ผมตายเวียนมาหา “เรื่องหลังจากนั้นคุณก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรานึกว่าเขาจะหยุดตั้งแต่ที่พ่อแม่คุณจากไป”

 

“แต่พอเขารู้ว่าคุณยังอยู่ เขาก็รอดูว่าคุณจะมาเอาคืนไหม”

 

“แต่ผมจำเขาไม่ได้ กระทั่งเห็นเขาวันนั้น” ผมเลียปากไม่ใช่ว่าไม่อยากเอาคืน แต่เพราะความทรงจำของผมขาดหายผมเลยไม่รู้จะตามหายังไง ยิ่งไปกว่านั้นเอริคเป็นคนขอให้ผมหยุด เขาไม่อยากเห็นผมคิดมากจนฝันร้าย “แต่ผมได้ยินริชาร์ดบอกว่าเขาส่งคนมาอยู่ในศูนย์วิจัย พวกคุณรู้ใช่ไหมว่าใคร?”

 

“เรื่องนั้นเราไม่รู้หรอก” ทั้งสองส่ายหน้า “เรารู้แค่ว่าเซ็บยังอยู่ และเราต้องเอาคืนให้ได้”

 

“นั่นคือสาเหตุว่าทำไมคุณถึงล่มเรือจนได้แผลที่หลังมา”

 

“พวกเราพยายามค้นหาเซ็บ ถ้าเราฆ่าเขาก่อน คุณก็จะไม่ต้องจมอยู่กับอดีตอีก”

 

“…”

 

“ผมเสียใจที่ทำให้คุณต้องมาอยู่ในจุดนี้ คุณควรมีชีวิตที่ดีไม่ใช่นั่งนับวันรอความตาย” คำพูดของดายทำผมหลุบตาต่ำ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเฝ้ารอให้ตัวเองได้ไปหาครอบครัวที่ล่วงลับ ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แม้แต่นาทีเดียว เพราะยิ่งหายใจมากเท่าไหร่ ก็ต้องยิ่งแบกรับในสิ่งที่ถูกทิ้งไว้ให้มากขึ้นเท่านั้น

 

ไม่มีใครสนุกที่ชีวิตต้องมาติดอยู่กับฉลามหรืออะไรก็ตามที่สามารถฆ่าคนรอบข้างได้ทุกเวลาที่มันอยากทำ ถึงอย่างนั้นด้วยความที่สัญญากับพ่อ คำสัตย์เหล่านั้นผมจะไม่มีวันหันหลัง ผมไม่อยากถูกมองว่าเป็นลูกอกตัญญูที่พอเขาจากไป ผมก็ทิ้งทุกอย่าง

 

ผมรักครอบครัวผมมาก และก็รักพวกเขามากเช่นกัน

 

“ผมเข้าใจถ้าคุณจะอยากทิ้งพวกเรา”

 

“ผมแค่เคยคิด แต่ผมไม่เคยทำ”

 

“…”

 

“ถึงผมจะขึ้นฝั่งไปนอนกับใคร สุดท้ายแล้วผมก็จะกลับมาหาพวกคุณทุกครั้ง ผมทิ้งครอบครัวตัวเองไม่ได้ นอกจากพวกคุณผมก็ไม่มีใคร”

 

“โซล”

 

“ขอบคุณที่ในที่สุดก็ยอมเล่าว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากอะไร”

 

“คุณจะให้อภัยพวกเราไหม?”

 

“ไม่ใช่ตอนนี้” ผมยกยิ้ม ไม่ได้มาดร้ายแค่ยิ้มปกติ “ช่วงชีวิตที่ผ่านมาผมแบกรับอะไรมามาก การได้รู้ความจริงไม่ได้แปลว่าผมยกโทษให้กับสิ่งที่พวกคุณทำลงไป”

 

“…”

 

“มันก็แค่ช่วยเยียวยาแผลที่พวกคุณสร้างไว้ มันไม่ได้หายสนิทหรอกนะ” สองหนุ่มซึมลงอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาคงคาดหวังที่จะได้รับการให้อภัยจากผม แต่อย่างที่บอกคำขอโทษมันช่วยให้ความผิดลดลง ทว่ามันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างหายไป มันก็ยังอยู่ที่เดิม เป็นจิ๊กซอว์ที่บอกให้รู้ว่าทุกการกระทำประกอบเป็นภาพต่างๆ ได้ “ชั่วชีวิตที่ผ่านมา ผมรู้จักพวกคุณน้อยเกินไป”

 

“แล้วคุณอยากให้พวกเราทำยังไง?” ดายถาม ผมเห็นความกังวลในดวงตาเขา “จะให้พวกเรารับผิดชอบยังไงกับแผลที่สร้างขึ้น”

 

“คุณบอกว่าจะเล่าความจริงทั้งหมดให้ผมฟังหลังจากที่เราจบทุกปัญหาหมดแล้วใช่ไหม”

 

“อะ...”

 

“นั่นแปลว่าเซ็บยังไม่ตาย ปัญหาของเรายังไม่จบ” คำพูดของผมทำให้ทั้งสองชะงัก เท่าที่ผมประมวลผลคือเซ็บเป็นต้นตอที่ทำให้พวกเราสูญเสียทุกอย่าง ผมคิดเสมอว่าผมต้องเสียทุกสิ่งไปเพราะพวกเขา แต่ผมไม่เคยคิดว่าพวกเขาเองก็ต้องแลกอะไรตั้งหลายอย่างเช่นกัน

 

เพราะงั้นก่อนที่จะให้อภัยกันหรือเริ่มต้นใหม่ เราก็ควรปิดฉากเรื่องที่ค้างไว้ให้หมด

 

“เราต้องจัดการทุกอย่างให้จบ แล้วผมจะบอกว่าผมอยากได้อะไรจากพวกคุณ”

 

“มันคงไม่ใช่การขอให้เราปล่อยคุณไปหรอกใช่ไหมที่รัก” ดีแลนแย้งถาม ความกังวลฉายชัดอยู่ในดวงตาทั้งที่ปกติจะเป็นฉลามที่มีความดุดันและมั่นใจแท้ๆ “ถ้าแบบนั้นเราคงรับไม่ได้ ถึงจะรู้ว่าความผิดมันเยอะเกินกว่าจะรั้งคุณไว้ แต่ให้ปล่อยคุณไป...ผมทนไม่ได้หรอก”

 

“ก็อยู่ที่ว่าหลังจากนี้ พวกคุณจะทำให้ผมเชื่อใจมากน้อยแค่ไหน”

 

“…”

 

“ผมคาดเดาอะไรไม่ได้ บางอย่างเราก็ต้องช่วยกัน คุณเข้าใจไหมดีแลน” ผมสบตาเขา ไม่ได้บอกให้เขาคลายกังวล แค่บอกให้เขารู้ว่าเรายังต้องเรียนรู้กันอีกมาก “ด้านที่พวกคุณปิดบัง ผมไม่เคยรู้จักมันเลยสักอย่าง ตอนคุณเป็นฉลามผมเชื่อใจได้เพราะผมรู้ว่านิสัยของพวกคุณเป็นยังไง”

 

“ตอนเป็นมนุษย์เราก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เผลอๆ ดูจะอ่อนโยนกว่าตอนเป็นฉลามเยอะเลย” เขาแก้ต่าง ดูจะไม่อยากให้ผมทิ้งไปสุดฤทธิ์ “พวกเราจริงใจกับคุณมากจริงๆ นะ ทุกสิ่งที่ทำให้มันคือความรักและซื่อสัตย์”

 

“ความผิดของพวกคุณมันใหญ่นะดีแลน พวกคุณเลือกที่จะโกหกผมมาแปดปีเต็มเลยนะ”

 

“ที่รัก”

 

“เพราะงั้นพวกคุณก็ต้องได้รับบทเรียนที่ฝากผมไว้ ผมไม่ใจอ่อนง่ายๆ หรอก” ดีแลนเป็นคนแรกที่ทำหน้าหงอยใส่ผม ให้ความรู้สึกเหมือนหมาหูตกทั้งที่เป็นฉลาม ส่วนดายเขาไม่ใช่พวกที่เล่นใหญ่อะไรอยู่แล้ว เขาเคารพทุกการตัดสินใจของผม และอย่างที่ผมบอกไปผมอยากเคลียร์ทุกอย่างให้จบ

 

ไม่งั้นพวกเราทั้งสามคนก็ต้องติดอยู่ในวังวนฆ่าคนไปมาไม่เลิกสักที

 

“แค่ตอนนี้คุณเข้าใจก็ดีมากแล้ว”

 

“อย่าให้ผมรู้ว่าพวกคุณโกหกผมอีกก็แล้วกัน ความเชื่อใจกับโอกาสมันไม่ได้มีให้มากขนาดนั้น” ผมตอบกลับให้ดายเข้าใจว่ามนุษย์มีเรื่องให้คิดเยอะกว่าเข้าใจ “แต่ตอนนี้พวกคุณไม่ต้องกลัวแล้วว่าผมจะรับไม่ได้ ผมรับได้และไม่กลัวไม่ว่าพวกคุณจะเป็นอะไร”

 

“…”

 

“เลิกกลัวที่จะพูดความจริงกับผมเข้าใจไหม ไม่งั้นคุณจะไม่ได้อะไรเลย แม้แต่ลมหายใจผม มันก็จะไม่เป็นของพวกคุณ” คำขู่ถูกสร้างเพื่อให้รู้ว่าผมไว้ใจพวกเขามากแค่ไหน ส่งผลให้ทั้งคู่เอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง เสียงแผ่วเบาบีบเข้าไปในหัวใจ

 

ผมรู้ว่าพวกเขากลัว ไม่มีใครบอกว่านักล่ากลัวไม่ได้ แต่ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร

 

ผลลัพธ์ที่ผมฝากไว้ มันก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี

 

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากตอนนั้น ทำเพียงแค่ลูบแก้มพวกเขาเป็นการปลอบขวัญ ดีที่สุดท้ายแล้วเราก็ได้เคลียร์ใจกัน ผมยังมีอีกหลายอย่างให้คิด ทว่าอย่างน้อยเรื่องที่ติดอยู่ในใจมันก็หายวับ เป็นเหมือนกับรูปภาพที่ถูกน้ำหยดลงทุกวันจนเลือนลาง

 

ผมเชื่อว่าสักวันหยดน้ำเหล่านั้นจะเปลี่ยนรูปภาพให้กลายเป็นเพียงกระดาษใบใหม่ที่รอแต้มสีใส่

 

และไม่ว่าสีพวกนั้นจะเป็นสีอะไร...

 

ผมก็ยินดีถ้าพวกเขาจะเป็นคนลงสีมัน 

 

สองหนุ่มผล็อยหลับตอนเคลียร์ใจเสร็จ ผมนั่งมองดูพวกเขา ดีแลนอนตักกอดเอวผมไว้แน่น ส่วนดายแค่ดึงมือผมไปจับ ทิ้งตัวลงนอนด้านข้างขณะที่ผมนั่งอยู่กึ่งกลางระหว่างพวกเขา ผมกวาดตามองตำหนิต่างๆ ที่เด่นชัดพลางคิดว่าก่อนหน้าที่เราเจอกัน พวกเขาเจออะไรมาบ้าง

 

เดม่อนต้องตาย ปกป้องพ่อผมให้มีชีวิตเพื่อสร้างศูนย์วิจัย

 

แม่ของดีแลนต้องจากไป เพราะปิดความลับไม่ให้ใครรู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรได้ เรื่องมันจะไม่เกิด ถ้าริชาร์ดไม่หวังเงินเกินตัวไป นอกจากนี้เซ็บยังเป็นตัวร้าย

 

เขาทำลายทุกสิ่งไม่เว้นกระทั่งลูกชายของเขาเอง

 

“ตามหาเขาด้วย ดูแลผมด้วยคงเหนื่อยมากสินะ”

 

“…”

 

“หลังจากนี้ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะ”

 

“…”

 

“ผมอยู่กับพวกคุณแล้ว”  

 

ผมตื่นมาอีกทีเช้าของวันใหม่ 

 

ตกอยู่ในวงแขนของพวกเขาที่กักตัวไม่ยอมให้ไปไหน ดูท่าว่าเมื่อคืนจะมีคนฝันร้ายถึงได้ไม่ปล่อยตัวผมไปแบบนี้ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ตำหนิ ดีซะอีกที่ได้ตื่นมาเจอพวกเขา ผมชอบการตื่นมาในวงแขนของใครสักคน สัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดผิวของผม

 

เสียดายที่ช่วงเวลาแห่งความสุขมันต้องหยุดลง

 

“ผมต้องไปหาโนเอล” ประโยคแรกของวันถูกเอื้อนเอ่ยตอนเดินลงมาข้างล่าง “เขารู้ว่าเซ็บอยู่ไหน และมันคงดีกว่าถ้าพาเขาไป”

 

“จริงๆ เราหาตัวเขาเองก็ได้”

 

“ผมไม่ให้ทำ” ผมตอบกลับดายเลยหยุดประโยคต่อมา “คุณเอาแต่หาเขาแล้วทำลายเรือต่างๆ เราควรจะหาแบบเจาะจุดไปเลยไม่ใช่ตีความเสี่ยงในวงกว้าง”

 

“…”

 

“ผมจะไม่ยอมให้คนอื่นโดนลากมาเกี่ยวข้องอีกแล้ว ต่อให้เขาจะเป็นคนของเซ็บหรือไม่ใช่ก็ตาม ถ้าเขาทำผิดกฏหมายจะจัดการเขาเอง” สองพี่น้องสบตากันนิ่ง การเปลี่ยนนิสัยเขาทันทีคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรื่องนี้มันจำเป็นจริงๆ ผมอยากจำกัดพื้นที่ให้แคบลงเนื่องจากเรามีตัวช่วย “คุณรู้ใช่ไหมว่าโนเอลพักอยู่ที่ไหน ผมติดต่อเขาไม่ได้ เพราะมือถือโจเอลพังไปแล้ว”

 

“แต่เราเก็บมือถือคุณไว้นะ” ดีแลนแย้งผมเลยเลิกคิ้วใส่ “ก็ตอนนั้นคุณใส่ถุงแล้วโยนล่อพวกผมไว้ไม่ใช่หรือไง ผมเก็บไว้ทันก่อนน้ำจะเข้าเครื่อง”

 

ร่างสูงพูดพร้อมเดินเข้าไปในห้องลับ ผมสารภาพความจริงไปแล้วว่ารู้ทุกอย่างจากห้องนั้น ตกใจกว่านั้นคือบ้านหลังนี้พ่อผมสร้างไว้ให้ครอบครัวพวกเขาอยู่กัน เป็นบ้านลับๆ ขนาดริชาร์ดที่สนิทกับพ่อยังหาไม่เจอ ดีแลนเดินออกมาพร้อมมือถือผม แปลกใจนิดหน่อยที่มันยังใช้การได้

 

“กะจะแกล้งว่าทำหายเพื่อที่จะได้เก็บไว้ดูรูปคุณสักหน่อย แต่ตอนนี้คงโกหกไม่ทันแล้ว”

 

“คุณไม่จำเป็นต้องดูรูป เพราะผมอยู่ตรงนี้”

 

“โซล”

 

“อยากดูผมก็มองผมสิ รูปพวกนี้ไม่สำคัญ” ดีแลนชะงักไปสักพักก่อนจะยิ้มหวานด้วยความดีใจ ผมรับมือถือมากดดูตรวจสอบว่าระบบอะไรยังใช้ได้ไหม มีมิสคอลไม่ต่ำกว่าสามสิบสายที่โทรมาในช่วงที่ผมหายตัวไป ผมเลียปาก กดปิดพวกมันดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

สิ่งแรกที่ผมทำคือเปิดดูกล้องวงจรปิด ระบบที่แนชลีย์ทำไว้จะไม่มีใครรู้ว่าผมแอบดูอยู่

 

“พวกนี่...คือใคร”

 

“หืม?”

 

“มีคนบุกรุกศูนย์วิจัยผม” ผมย่นคิ้ว จ้องมองคนมากหน้าหลายตาที่เดินเข้าออกห้องควบคุมกันว่าเล่น มีอุปกรณ์มากมายโยงใยคอมพิวเตอร์เต็มไปหมด ผมมองไม่เห็นว่าพวกเขาเปิดอะไรดูกันอยู่ ที่เห็นคือในห้องควบคุมไม่มีคนรู้จัก ผมเปลี่ยนกล้องดูว่าทีมงานของผมหายไปไหนหมด ตรงทางเดินมีแค่คนที่สวมชุดสีดำ

 

ชุดที่เหมือนกับ...

 

“คนของเซ็บ” ผมเลียปากเป็นจังหวะเดียวกับที่พวกเขาชะโงกหน้ามามองภาพจากจอมือถือผม ดวงตาพวกเขาจดจ่อมองหาว่าจอร์แดนหรือคนอื่นอยู่ที่ไหน กระทั่งเลื่อนสายตากลับมาที่ห้องวิจัย นาทีนั้นผมได้แต่เบิกตากว้าง มองดูจอร์แดนกับแนชลีย์ที่ถูกผลักเข้ามาในห้อง

 

ร่างของพวกเขาชนโต๊ะ ผมไม่ได้ยินเสียงเพราะกล้องมันไม่ได้ติดลำโพง แถมยังเป็นกล้องที่ถ่ายจากมุมระยะไกล ผมมุ่ยคิ้วหนัก มองดูว่าเกิดอะไร โอเว่นเดินตามเข้ามา คุยอะไรสักอย่างที่พาให้จอร์แดนส่ายหน้าราวกับไม่ยอมฟัง

 

โอเว่นเลยสวนกลับปืนในมือถูกยกชี้หน้าโดยไม่สนใจว่านั่นคือคนที่เขาร่วมงานมานานแค่ไหน

 

“นี่เขาคิดจะทำอะไร”

 

“เขาอาจจะให้จอร์แดนหาข้อมูล” ผมตอบดาย หัวใจคล้ายจะหล่นวูบเมื่อเห็นเจ้าตัวถูกกดให้นั่งบนเก้าอี้ โอเว่นไม่เคยรุนแรงกับคนที่นี่ ทว่าพอเขากลายเป็นคนของริชาร์ดเขาก็ดูจะป่าเถื่อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แนชลีย์ถูกจับล็อคคอ จอร์แดนเลยจำเป็นต้องคีย์บางอย่างลงคอมไป ส่งผลให้พวกคนที่ผมไม่รู้จักได้ทำอะไรต่อมิอะไรอย่างคล่องขึ้น

 

ผมกำหมัดแน่น ขบกรามจนฟันเกือบหัก ผมไม่รู้หรอกว่าโอเว่นไปพูดอีท่าไหนทุกอย่างเลยกลายเป็นแบบนี้ได้ แต่การที่เขามาข่มเหงคนของผมก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำไม่ใช่หรือไง ความเป็นมนุษย์ของเขาหายไปไหนฉลามยังซื่อสัตย์กว่าเขาเยอะเลย

 

“เซ็บอยู่ที่ศูนย์วิจัย โอเว่นต้องเป็นคนจัดการอะไรๆ ให้เขาแน่ๆ”

 

“งั้นผมกับพี่จะไปที่นั่นเอง”

 

“คุณรออยู่ที่นี่ แล้วเราจะรีบกลับมา”

 

“ฝันเถอะ” ผมสวนใส่รั้งแขนของพวกเขาไว้ก่อนที่จะได้ไปไหน “ผมไม่ยอมให้พวกคุณไปแน่ เราสัญญาแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยกัน”

 

“แต่นี่มันอันตรายมากนะโซล ถ้าคุณไปด้วยเราจะยิ่งเป็นห่วง”

 

“พวกคุณไปผมก็เป็นห่วงเหมือนกัน ตอนนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ผมจะไม่ยอมให้พวกคุณทิ้งผมไปเสี่ยงเองหรอก” ผมค้านหัวชนฝา ส่งผลให้ทั้งสองมองหน้ากันไปมาอย่างชั่งใจ ผมรู้ว่าผมหัวรั้น แต่ใครจะไปอยู่เฉยๆ ได้ ศูนย์วิจัยคือบ้านของผม สถานที่เดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ก่อนจากไป

 

ในเมื่อมีคนบุกรุกเข้าไป ผมก็ต้องไปทวงคืน

 

“ผมจะไปด้วย จะไม่มีการทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

“แต่เราจัดการเองได้นะที่รัก แค่ชั่วแวบเดียวพวกมันก็ตายหมดแล้ว” ดีแลนจับแขนผม บีบเบาๆ เป็นเชิงให้วางใจ “คุณไม่ต้องห่วงว่าเราจะเป็นอะไร เราเอาตัวรอดได้เชื่อสิ”

 

“ผมจะเชื่อถ้าเกิดโอเว่นหรือเอริคไม่ได้อยู่ที่นั่น”

 

“อะ...”

 

“พวกเขารู้จักพวกคุณพอๆ กับผมนะ ถ้าเขาร่วมมือกับเซ็บจริงผมยิ่งต้องไปด้วย” ผมเม้มปากแน่นไม่รู้หรอกว่าจะไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน กับเอริคผมยังคิดว่าพอจะคุยกับเขาได้ ส่วนโอเว่นนี่คงต้องวัดใจ “เราจะไปด้วยกัน”

 

ผมสบตาพวกเขาแสดงความจริงจังให้ได้เห็น พวกขแลยมองหน้ากันเองผมเลยกระตุกแขนพวกเขาให้เชื่อฟัง เวลานี้เราจะมามัวห่วงกันเองไม่ได้แล้ว มีคนอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือ ผมไม่กลัวหรอกถ้าข้อมูลทั้งหมดต้องหลุดไป ผมยังมีอำนาจมากพอที่จะแก้ข่าวได้

 

แต่นั่นมันคือบ้านของผมไง พวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะรุกราน !

 

“คุณเป็นห่วงผม ผมเป็นห่วงคุณ เราอยู่ด้วยกันจะได้ช่วยเหลือกันได้ ถ้าเกิดคุณไม่ให้ผมไป แล้วมีคนมาจับตัวผมที่นี่ขึ้นมาจะทำไง กว่าคุณจะว่ายกลับมาผมก็ไม่รอดแล้ว” ผมอ้างเหตุผลเพราะเราเดาไม่ได้ว่ามีคนรู้ไหมว่าพวกเราอยู่ที่นี่ บางทีเขาอาจจะให้สายสืบคอยจับตาดูเราอยู่ก็ได้ “ถ้ามีปัญหาเราก็จะช่วยกันไง ผมสัญญาว่าผมจะไม่พาตัวเองไปเสี่ยง”

 

“แค่คุณพูดว่าจะไปก็เสี่ยงแล้วโซล” ดายว่ากลับ แววตาของเขาฉายความกังวลขึ้นมาซ่อนไว้ใต้ความนิ่งงัน “ถึงผมจะมั่นใจว่าเราจะปกป้องคุณได้ แต่ผมก็อยากให้คุณอยู่บนฝั่ง”

 

“ผมจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมาทำลายบ้านผมหรอกนะดาย”

 

“…”

 

“ต่อให้พวกคุณกลายร่างเป็นฉลามมารั้งผมไว้ ผมก็จะหาทางไปให้ได้อยู่ดี” นี่คือความจริงที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ ทุกครั้งที่ผมจะออกไปไหนพวกเขาไม่เคยรั้งผมได้ แม้จะอยู่ในร่างมนุษย์ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไป เชื่อสิว่าถ้าพวกเขาขังผมไว้ ผมก็จะทำให้พวกเขาไม่ได้ไปเหมือนกัน

 

พี่น้องครุ่นคิดอย่างหนักเสียดายที่ผมไม่มีเวลาคิดมาก ผมก้มดูหน้าจออีกครั้ง ภาพที่เห็นคือเอริคเข้ามาในห้อง พูดอะไรบางอย่างกับโอเว่น ส่งผลให้เขาเดินออกไปก่อน เรียกลูกน้องตามไปอีกขณะที่เอริคเดินมาจับบ่าจอร์แดนไว้

 

ผมอยากรู้ว่าพวกเขาพูดอะไร ถ้าไม่ติดว่าเอริคหันมามองกล้องวงจรปิดที่เชื่อมกับมือถือผมไว้...

 

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายพาให้ผมพยายามทำความเข้าใจ

 

ผมคิดว่าเอริคอาจจะรู้ว่าผมยังอยู่ 

 

และมันทำให้ผมต้องเค้นคอดีแลนว่าโนเอลอยู่ที่ไหน ผมจำเป็นต้องพาเขาไปด้วย ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นลูกของเซ็บ หรือใช้เป็นตัวประกัน แต่เพราะเขาบอกว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน นอกจากนี้เขายังบอกว่าที่นั่นมีคนของเขาอยู่

 

เขาเป็นตัวเลือกเดียวที่เรามีอยู่ ซึ่งในที่สุดดีแลนก็ยอมพาผมมาหา

 

บ้านขนาดเล็กที่ไม่ได้ดูมีฐานะอะไรมากกับเจ้าของบ้านที่เปิดประตูออกมา ถอนหายใจใส่

 

“มากันครบทีมแบบนี้ แปลว่าหาเรื่องซวยมาให้ผมอีกแล้วสิ...ใช่ไหมโซล?”  

 

“ใช่” ผมไหวไหล่ “และคุณต้องไปกับเรา เพราะคุณก็มีส่วนเกี่ยวข้อง”

 

“ผมนึกว่าคุณจะพักอีกสักหน่อย ไม่คิดว่าจะ...ปกติได้เร็วขนาดนี้” คำพูดของโนเอลแฝงถึงเรื่องเมื่อวานนี้ ก็ทันทีที่ผมรู้เรื่องทั้งหมด ผมกดตัดสายเขาบอกแค่ว่าจะจัดการเรื่องที่เหลืออยู่ ถ้ามันเวิร์คก็คงได้เจอกัน ที่ต้องบอกแบบนั้นเพราะผมเองก็คาดเดาไม่ได้ว่าทั้งสองคนจะทำยังไงตอนเห็นว่าผมรู้เรื่องนี้แล้ว

 

ก็ต้องขอบคุณที่เขาไม่ฉีกร่างผมทิ้งน่ะนะ

 

“ไปกันเถอะ ผมรู้แล้วว่าพ่อคุณอยู่ที่ไหน”

 

“ผมเหมือนกำลังโดนฝืนใจ”

 

“คุณไม่มีทางเลือกนักหรอก” ผมยกยิ้มให้เขาขณะที่ดายกับดีแลนจ้องมองเป็นการข่มขู่ โนเอลชะงักกึก ใบหน้าถอดสีนิดหน่อยถึงอย่างนั้นผมก็มองเห็นว่าเขาเตรียมใจไว้บ้าง การที่โดนพ่อตัวเองทำแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ต้องมีจุดนึงที่รู้สึกว่าเอาคืนเหมือนกัน

 

อีกอย่างเขาก็เป็นคนบอกผมว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็แสดงให้เห็นว่าเขาเลือกข้างผมแล้ว

 

และต่อให้เขาอยากจะหันหลังกลับ ผมก็ไม่เปิดทางให้ ผบังคับให้เขาพาเราไปที่เรือ ซึ่งเจ้าตัวก็แลดูจะเตรียมไว้เสร็จสรรพ ไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่อะไรมาก แค่พอที่จะพาเราไปได้ครึ่งทางก่อนที่จะถูกจับได้

 

“เราใช้เรือยางได้เพราะมันไม่มีตัวจับสัญญาณ”

 

กึก !

 

“แต่เราต้องจอดไว้ให้ไกลแล้วว่ายเข้าไปเอง ไม่งั้นถ้าพวกนั้นเห็น ก็จะรู้ว่าเรามา” ผมวางแผนตอนเราอยู่บนเรือที่โนเอลเป็นคนหา ตอนนี้เรากำลังมุ่งตรงไปที่ศูนย์วิจัย ถึงจะไม่มีระบบจีพีเอสนำทาง ผมก็ไปถึงได้ด้วยความเคยชิน และจดจำได้เป็นอย่างดีว่าระยะทางประมาณไหนถึงใกล้มันมากที่สุด “ผมต้องให้พวกคุณไปล่อก่อน ถ้าดึงดูดความสนใจได้ ผมกับโนเอลจะเข้าไปที่นั้นได้ง่ายกว่า”

 

“แล้วคุณจะไปที่ไหนก่อนล่ะ ไปลบข้อมูลหรือว่า...”

 

“ไปจัดการต้นตอ” ผมสบตาโนเอล ไม่มีความลังเลให้เห็นเลยสักนิด “ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่ต้องพูดกับคุณแบบนี้ แต่ผมไม่ใช่คนดีที่จะปล่อยให้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ผมลอยนวลต่อไปได้”

 

“...”

 

“วันนี้มันต้องจบ ไม่ว่าจะเสียอะไรผมก็ยอมแลกได้ ขอแค่อย่างเดียวคือผมต้องกำจัดคนที่จะมาพรากครอบครัวผมไป ผมจะไม่ยอมให้เขามาวุ่นวายกับดายและดีแลนอีก” ลมหายใจถูกพ่นออก โนเอลไม่มีทางเลือกและบางทีเขาก็อาจจะรับไม่ได้ที่ผมจะต้องฆ่าพ่อเขา “แต่ถ้าคุณมีทางเลือกที่ดีกว่าก็บอกมาได้ ผมจะยอมฟังแล้วพิจารณาอีกที”

 

“แต่จะทำตามไหมก็อีกเรื่อง”

 

“ดีแลน” ดายปรามน้องชายที่พูดลอยๆ ออกมา ผมเข้าใจว่าพวกเขาอยากจะฆ่าเซ็บมากแค่ไหน “ยังไงเขาก็เป็นพ่อคุณ ถ้าจะห่วงมันก็ไม่แปลก”

 

“คนที่ไม่แม้แต่จะแยแสชีวิตคน ไม่สมควรเป็นพ่อคนหรอกดาย”

 

“…”

 

“แต่ก่อนที่คุณจะผลีผลามทำอะไร ผมก็อยากให้คุณคิดเยอะๆ ก่อนนะโซล” โนเอลจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม เสียดายที่ผมเบือนหน้าหนีไปมองทะเลใส วันนี้ท้องฟ้าแลดูจะไม่แจ่มใสเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ขุ่นมัวเหมือนพายุเข้า ต่างจากเรื่องที่เราจะทำ

 

ทะเลสงบย่อมมีพายุแฝงอยู่เสมอ

 

“โอเค” ผมเลียปาก ดับเครื่องยนต์ตอนเราอยู่กลางมหาสมุทร ตลอดทางผมแอบคิดว่าเราจะใช้เรือยางไปดีไหม ถึงเรดาร์จะจับการเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ถ้าเดินออกมาดู ใช้กล้องส่องระยะไกลยังไงก็ต้องเห็น ทางเดียวที่จะไปได้คือว่ายน้ำไปหาเอง

 

แบบนั้นเราคงหมดแรงก่อนได้ทำอะไร

 

“คงต้องเปลี่ยนแผนใหม่”

 

“หา?”

 

“เราจะให้ดายพาเราเข้าไปแทน” ทั้งสามหันมามองหน้าผมอย่างสงสัย มันช่วยไม่ได้ที่จะต้องใช้แผนนี้ “แทร็กเกอร์ที่ติดตัวพวกคุณยังอยู่ไหม?”

 

“เราถอดออกตั้งแต่วันที่คุณยิงใส่”

 

“ทำแบบนี้ทุกครั้งที่ผมทำเลยเหรอ?” ดีแลนพยักหน้า ทำเป็นไม่ทุกข์ร้อนทั้งที่เขาควรจะรู้ว่าแทร็กเกอร์ที่ผมสั่งทำราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุย “แปลว่าตอนนี้พวกคุณไม่มีเครื่องติดตาม ถ้าเราไปที่นั่นก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะไม่รู้ว่าพวกเรามา”

 

“ใช่”

 

“และปากคุณก็กว้างพอที่จะอมเราไว้ ถ้าคุณพาเราเข้าไป มันจะไม่น่าสงสัยเลย”

 

“เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน” โนเอลยกมือห้ามขัดผมที่คุยกับดายอย่างจริงจัง “นี่คุณจะให้เราเข้าไปในปากเขาตอนเป็นฉลามเหรอ?”

 

“ใช่”

 

“พระเจ้า”

 

“มันเป็นทางเดียวที่เราจะเข้าไปในนั้นได้อย่างปลอดภัย เราลอบขึ้นหลังศูนย์วิจัยได้ ตรงนั้นมันเป็นทางตัน คนไม่ค่อยไป” ผมครุ่นคิดพยายามนึกถึงห้องของริชาร์ดที่เคยให้เขาได้อาศัย ตรงนั้นเป็นมุมอับ ทางเดินมันสุดแค่ด้านข้าง ถ้าจังหวะมันเป็นใจเราสามารถไปตัดไฟเมนหลักและไฟสำรองไม่ให้พวกนั้นเห็นเราจากกล้องวงจรปิดได้

 

ส่วนเรื่องที่มีใครมาเห็นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

ผมลิสต์ไว้แล้วว่าในเกมนี่มีใครรอดได้บ้าง

 

“คุณต้องล้อผมเล่นแน่ เขาเป็นฉลาม เขาไม่อม เขากินเรา!”

 

“เรากินก็ต่อเมื่อโดนกระตุ้นเท่านั้น” ดายย้อนกลับ “ถ้าคุณไม่ตื่นตัว เราก็ควบคุมตัวเองได้”

 

“ใช่ ไม่งั้นผมก็คงตายไปนานแล้ว”

 

“เพราะคุณเป็นเมียเขาไง ผมไม่ใช่หนิ” โนเอลค้านหัวชนฝา สองพี่น้องเลยมองหน้ากันเป็นการวางแผน ผมแอบเลิกคิ้วใส่ดูก็รู้ว่าพวกเขามีเรื่องอะไรให้คิดกัน ทว่าก่อนจะได้ออกปาก ทั้งคู่ก็หงายหลังลงทะเลไป เล่นเอาผมต้องรีบไปเกาะขอบเรือ มองสองวายร้ายที่คืนร่างกลายเป็นฉลามตัวใหญ่

 

หางยาวของดีแลนกระแทกเข้ากับเรือส่งผลให้เรือโคลงอย่างช่วยไม่ได้ โนเอลรีบเกาะขอบเรือไว้ ดูก็รู้ว่าเขาไม่โอเคเท่าไหร่ ทำหน้าเหยเกเหมือนไม่อยากรับรู้อะไร

 

เสียดายที่ผมไม่ใช่คนใจดีเท่าไหร่

 

“โนเอล”

 

“อะ...อะไร?”

 

“โดด

 

“หา!?” ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดเต็มปาก ผมก็ผลักเขาลงน้ำไปก่อน ส่วนตัวเองก็โดดตามมาทีหลัง เรือยางกลายเป็นเพียงไอเดียสิ้นคิดเนื่องจากเรามีทางเลือกที่ดีกว่า ผมเองก็กลัวว่าสัญชาตญาณของดายจะตื่นขึ้นมาแล้วกลืนพวกเราลงท้องไป

 

แต่ถ้าเขาเคยพาผมรอดตายมาจากปากนั้นแล้ว มันก็คงไม่แย่เท่าไหร่ ที่ผมไม่ให้ดีแลนทำ เพราะคิดว่าดีแลนตอนเป็นฉลามอารมณ์ฉุนเฉียวเหมาะที่จะเป็นตัวล่อให้ดายพาเราเข้าไปมากกว่า ผมจับแขนโนเอลไว้มองคนตื่นตระหนกพลางปลอบให้เขาใจเย็นลง

 

“อย่าโวยวายไม่งั้นดายจะกินเรา”

 

“งั้นคุณก็ไม่ควรผลักผมลงมาถ้าควบคุมสามีตัวเองไม่ได้!”

 

“ผมควบคุมได้ตอนเขาอยู่บนเตียง” โนเอลแทบจะฉีกร่างผม ติดตรงที่ว่าทำไม่ได้ ทันทีที่เขาทำร้ายผม เขาจะเป็นคนแรกที่ต้องเจอกับความตาย ซึ่งเจ้าตัวก็ฉลาดพอที่จะไม่ทำอะไรอย่างนั้น ผมเลยกวาดตามองดูว่าเจ้าสองพี่น้องไปไหน

 

ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เตรียมใจ เมื่อมองลงไปข้างล่างผมก็เจอกับขากรรไกรที่อ้าออกพร้อมจะเขมือบเราเข้าไป นาทีนั้นผมเลยยกยิ้มให้ก่อนจะฝากคำพูดไว้หลังจากที่ความตายเข้าครอบงำ

 

“มาตายด้วยกันโนเอล :) ”  

 

LOADING 100 PER 

การเอาคืนคือจุดหมายของความจริงที่ปรากฏ 

จุดศูนย์รวมเดียวที่จะทำให้ชีวิตมลายความกังวล คือขีดฆ่าคนที่บ่อนทำลายหนึ่งชีวิต 

เมื่อหัวใจกลายเป็นรูโหว่ ก็ต้องหาอะไรมาปิดแผลใหญ่ 

จุมพิตเดียวสัญญาถึงการเชื่อใจ แล้วจับมือฝ่าฟันอันตราย 

อย่าหวนกลับ เพราะคุณบอกแล้วว่าจะไม่กลัว :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น