ซันซายน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศิษย์พี่อย่าขยับ 03

ชื่อตอน : ศิษย์พี่อย่าขยับ 03

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 221

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศิษย์พี่อย่าขยับ 03
แบบอักษร

- ศิษย์พี่อย่าขยับ 03 - 

 

 

"ศิษย์พี่รองท่านจะทำแบบนั้นจริง ๆ หรือ" นางต้องตอบคำถามศิษย์น้องผู้นี้ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้ นางไม่ได้นับ นางบอกให้ดูต้นทางให้เผื่อว่าอาจารย์จะกลับมา แล้วนี่อะไร แทนที่จะทำตามกลับมาถามคำถามนางแบบนี้อยู่ได้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน

"ไปดูต้นทางศิษย์น้อง" ได้ผล คราวนี้ศิษย์น้องของนางยอมทำตามแต่โดยดี นางมองไปยังเป้าหมายที่นางเฝ้าดูมานาน นาน ๆ จะได้เห็นศิษย์พี่หลับในเวลาอ่านตำราแบบนี้ หาดูได้ที่ไหนอีก นางรีบส่งสายตาให้ศิษย์น้องดูต้นทางให้ดี ก่อนจะก้าวขาเข้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาหลับตาพริ้ม แต่หว่างคิ้วยังคงขมวดเข้าหากันราวกับว่าก็เรื่องให้ต้องคิดหนัก นางจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง หันมองซ้ายขวา ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำมาตลอด

จุ๊บ

นางจุมพิตลงเบา ๆ ที่แก้มข้างซ้ายของศิษย์พี่ จากนั้นก็รีบวิ่งออกมาสุดชีวิต หัวใจของนางเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาให้ได้ ฮื่อ แก้มของศิษย์พี่นุ่มนิ่มที่สุดเลย อยากวิ่งกลับไปพิสูจน์ดูอีกสักครั้งแต่ก็กลัวว่าศิษย์พี่จะรู้ตัวเสียก่อน

"อ้าวศิษย์พี่รองเหตุใดถึงได้กลับมาไวนักเล่า แล้วนี่เหตุใดหน้าศิษย์พี่รองถึงได้แดงขนาดนี้ ไม่สบายหรือ" ศิษย์น้องผู้มีหน้าที่ดูต้นทางยกมือมาวัดไข้ ที่หน้าผากนางเสียด้วย นางเลยปัดมือเขาออก

"ข้าสบายดี เจ้าเลิกดูต้นทางได้แล้ว" นางเอ่ยบอกศิษย์น้องพร้อมกับน้ำเสียงเหนื่อยหอบ

"ศิษย์พี่รองท่านคงมิได้ไปทำอะไรไม่ดีมาหรอกนะ"

"นี่เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ"

"อืม ก็ใช่ โอ๊ย" นางยกมือฟาดลงบนกลางศีรษะของศิษย์น้อง ผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงองค์ชายอย่างไม่กลัวตายเลยสักนิด

"เลิกมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นเสียที" สายตาประหนึ่งว่านางคือโจรใจทราม บุกขืนใจบุรุษในห้องหอก็มิปาน

"เมื่อครู่ข้าเห็นนะ ว่าศิษย์พี่รอง ทำอะไรกับศิษย์พี่ใหญ่" ใบหน้าของนางแดงเรื่อเมื่อเจ้าศิษย์น้องตัวดีเริ่มจะล้อสิ่งที่นางทำอยู่

"เงียบไปเลย " นางฟาดฝ่ามือหนัก ๆ ลงไปที่แขนของศิษย์น้องแก้เขินไปหนึ่งที

"โอ๊ย ข้าเจ็บนะศิษย์พี่รอง เขินแล้วก็อย่ารุนแรงกับข้านักสิ ท่านเป็นสตรีประเภทใดกัน มือหนักชะมัด" นางยกมือหมายจะตีเจ้าศิษย์น้องปากมากอีกที แต่เขาก็หลบทัน มิหนำซ้ำยังส่งสายตาล้อเลียนนางอีก มันน่านัก

"ใครเขินกัน ข้าไม่เคยเขิน"

"ศิษย์พี่รองท่านควรจะยอมรับได้แล้ว ท่านชอบศิษย์พี่ใหญ่ขนาดนี้ บางทีข้าอาจจะช่วยท่านได้นะ"

"เจ้าช่วยข้าไม่ได้หรอก"

"ศิษย์พี่รองอย่าได้ดูถูกข้านะ ข้าเป็นใคร"

"องค์ชาย"

"ใช่ข้าคือองค์ชาย แล้วเสด็จพ่อของข้าเป็นใคร"

"ฮ่องเต้" นี่เขาจำเสด็จพ่อของตัวเองมิได้หรือถึงได้มาถามนาง

"ตอบได้ดี เพราะฉะนั้นขอเพียงศิษย์พี่รองต้องการสิ่งใด ศิษย์น้องผู้นี้ย่อมหาให้ได้ทุกอย่าง"

"แต่หัวใจคนเราบังคับกันไม่ได้"

"เฮ้อ" นางและศิษย์น้องถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ก่อนจะนั่งลงกับพื้นหญ้า นางยอมรับว่านางชอบศิษย์พี่ใหญ่มาก มากจนต้องแอบหลอกกินเต้าหู้เขาอยู่เป็นประจำ แต่นางก็ทราบแก่ใจดี ว่าศิษย์พี่มิได้คิดกับนางมากไปกว่าศิษย์น้องร่วมสำนัก อีกอย่างนางก็ไม่คู่ควรกับบุรุษเก่งกาจอย่างศิษย์พี่ใหญ่ด้วย นางทำได้เพียงเฝ้ามอง และแอบกินเต้าหู้เขา จนกว่าเขาจะมีเจ้าของต่อไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน อย่างน้อยนางก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ สวรรค์ขอให้นางได้มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ต่อไปอีกนิด อย่าพึ่งใจร้ายกับนางเลย

"จริงสิ ศิษย์พี่รองท่านทราบข่าวเรื่องคุณหนูใหญ่กับศิษย์พี่ใหญ่จะหมั้นหมายกันหรือไม่" นางพยักหน้าตอบรับ คุณหนูใหญ่ที่ศิษย์น้องเอ่ยถามคือพี่สาวร่วมบิดาของนางเอง จะเรียกพี่สาว คุณหนูใหญ่ก็คงไม่นับว่านางเป็นน้องหรอก นางต่ำต้อยเกินกว่าจะเทียบเคียงบุตรสาวของฮูหยินเอง จะทำเช่นไรได้ในเมื่อมารดาของนางเป็นเพียงบุตรพ่อค้าจน ๆ มิได้มีทรัพย์สินมากมายเช่นฮูหยินเอก ท่านพ่อจะไม่สนใจนางก็คงไม่แปลก

"ข้าทราบดี วันก่อนนางพึ่งให้คนส่งข่าวมาบอกข้า"

"แล้วศิษย์พี่รองจะทำใจได้หรือ" แน่นอนว่านางทำใจไม่ได้ แต่นางจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อมันคือลิขิตสวรรค์ ในเมื่อคนทั้งคู่เหมาะสมกัน แล้วนางจะไปทำอะไรได้

"เมื่อวันนั้นมาถึง ข้าจะตัดใจให้ได้ ศิษย์น้องอย่าได้เป็นห่วง" นางกล่าววาจาออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายดาย แต่ภายในจิตใจกลับกำลังร้อนรนดั่งถูกไฟเผา

"ศิษย์พี่รองท่านจะอ่อนแอบ้างก็ได้นะ อย่างไรข้าก็อยู่ข้างศิษย์พี่รองเสมอ" ศิษย์น้องยกมือขึ้นลูบหัวของนางเบา ๆ เผื่อปลอบโยนหัวใจที่มันบอบช้ำของนาง น้ำตาของนาง ไหลซึมออกมาอย่างมิได้ตั้งใจ และก็เป็นศิษย์น้องอีกเช่นเคยที่ช่วยซับมันออก

"ขอบใจเจ้ามากนะศิษย์น้อง อย่างน้อยข้าก็ยังมีเจ้าอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ ด้วย"นางเอ่ยขอบคุณศิษย์น้องที่รักกันราวกับพี่น้องแท้ ๆ พอเห็นนางยิ้มออกมาได้เจ้าศิษย์น้องตัวยุ่งก็ยกมือขยี้ผมของนางจนฟูไปหมด ปกตินางคงฟาดเขาด้วยฝ่ามือแรง ๆ ไปแล้ว แต่เพราะเห็นแก่เมื่อครู่ช่วยปลอบนาง นางจะยอมให้ครึ่งหนึ่งก็ย่อมได้

"เมื่อวันนั้นมาถึงท่านจะร้องไห้กอดข้าก็ได้นะ ศิษย์น้องผู้นี้ยินดีซับน้ำตาให้"

"อย่ามาล้อข้านะ" กำลังซึ้งอยู่เลย หมดกัน นางยกมือฟาดศีรษะของศิษย์น้องแรง ๆ แต่นอกจากเขาจะไม่แสดงให้เห็นว่าเจ็บ เจ้าตัวยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้อีกต่างหาก อะไรของเขากัน

"โอ๋ ๆ ศิษย์พี่รอง อย่าโกรธข้าเลยนะ" นางยอมให้ศิษย์น้องกอดปลอบแม้นจะไม่ค่อยไว้วางใจสายตาของเขาเท่าใดนัก แต่นางลืมสังเกตไปว่าตอนนี้มิได้มีเพียงนางและศิษย์น้องเท่านั้น แต่ยังมีบุรุษอีกคนที่กำลังมีสีหน้าคล้ายกับจะสังหารผู้คนให้ได้ในยามนี้ และดูเหมือนศิษย์น้องสามจะรับรู้เรื่องนี้ดีตั้งแต่ครั้งแรก ถึงได้ขยันยั่วโมโหศิษย์พี่ใหญ่ด้วยการหาเรื่องใกล้ชิดศิษย์พี่รองบ่อย ๆ แบบนี้ ก็แน่ล่ะ เขารักศิษย์พี่รองราวกับพี่สาวแท้ ๆ ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่ยังคงนิ่งเฉย เขาผู้นี้แหละจะกระชากหน้ากากแสนเย็นชาจากใบหน้าศิษย์พี่ใหญ่เอง

ศิษย์พี่รองท่านอย่าคิดมากไปเลย ท่านก็รู้ดีว่าข้าเป็นใคร เขาคิดเพียงในใจเท่าได้มิได้กล่าวออกมาหรอก เกรงว่านางจะไม่เห็นด้วยในสิ่งที่เขากำลังตัดสินใจทำอยู่ เรื่องสำคัญที่บางทีมันอาจจะเป็นผลเสียสำหรับตัวเขาแต่จะเป็นผลดีต่อศิษย์พี่รองอย่างแน่นอน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น