AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 45 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 4

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 68

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 4
แบบอักษร

ตอนที่ 45 เก็บค่าเสียหายอย่างแนบเนียน 4 

โฮก!! เสียงคำรามของมอนสเตอร์ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องถึงกับรีบปิดหูตัวเองแล้วหมอบลงกับพื้น แรงกดดันของมันนั้นไม่เหมือนมอนสเตอร์ทั่วไป มันน่าจะเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงซึ่งหายากในดันเจี้ยน ดอนอุ้มเชลรีนวิ่งเข้าไปยังบริเวณที่นอน

แต่ว่ากลับโดนมอนสเตอร์กระโดดขวาง เท้าหน้ามันพุ่งเข้ามาหวังตะปบดอน แต่กลับพลาดเป้าเมื่อดอนอุ้มเชลรีนกลิ้งหลบอย่าคล่องแคล่ว

“อั๊ก” เสียงดอนลั่นออกมาเพราะบาดแผลตรงแขนขวาไปโดนเศษไม้ปักซ้ำรอยเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเขากัดฟันไม่ให้ร้องเสียงหลงออกมาอีก ในใจเคร่งเครียดคิดหาวิธีต่อสู้ต่าง ๆ นานา แต่ใบหน้าที่แสดงออกภายนอกนั้นยิ้มแย้มดั่งเจอเรื่องสนุก

มารีนจะต้องไม่เห็นสีหน้าเจ็บปวดแบบนั้นอีก

ท่ามกลางแรงกดดันและการโจมตีโดยไม่มีหยุดยั้งของมอนสเตอร์ ดอนตั้งรับศึกหนักในการหลบหลีก และต้องคุ้มกันไม่ให้เชลรีนต้องได้รับบาดเจ็บ

แต่แล้วโชคชะตาช่างเล่นตลก แม้ว่าดอนจะมีพวกทาสด้วยกันอีก 6 คนเข้ามาช่วย แต่ด้วยเหตุที่พลังเวทของทาสทั้งหมดถูกทำลายแก่นเวท จึงไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อีก

ซึ่งความจริงแล้วการทำลายแก่นเวทของนักเวทนั้นไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ซีเรียสแค่นำเหตุผลนี้มาอ้างเท่านั้น แท้จริงแล้วพวกเขาทำได้แค่ผนึกแก่นเวทภายในร่างกายเท่านั้น เพราะหากแก่นเวทถูกทำลาย สำหรับนักเวทแล้วนั่นหมายถึงชีวิตที่จะต้องดับสูญ

ดอน คือองครักษ์ผู้ที่มีความสามารถจนจักรพรรดิไว้ใจให้ปกป้องลูกสาวอันเป็นดั่งดวงใจ แต่ด้วยเหตุที่เขาถูกทำลาย (ผนึก) แก่นเวท จึงไม่สามารถใช้เวทมนตร์ใด ๆได้ แม้กระทั่งทาสอีก 6 คนก็เช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะเคยเป็นอดีตหน่วยรบเก่า

แต่เมื่อไร้พลังเวทแล้วไซร้ก็มิอาจต่อกรกับมอนสเตอร์ระดับรองบอสได้เลย ทั้ง 6 คนถูกกรงเล็บ และการโจมตีด้วยการอุ้งเท้า การกัดของมอนสเตอร์รองบอสจนกระเด็นกระดอนไปไกลหลายเมตรเลือดชโลมอาบกายเกิดบาดแผลน้อยใหญ่ทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่โลดแล่นจากบาดแผลเข้าสู่ประสาทสัมผัสนั้นรุนแรงจนต้องร้องครางออกมา

ความเร็วของรองบอสนั้นเกินกว่าที่มนุษย์ไร้พลังเวทจะตามทันได้ ดอนแม้จะแสร้งทำสีหน้ายิ้มแย้มเพื่อไม่ให้เชลรีนต้องเจอกับสถานการณ์ทางจิตใจที่ย่ำแย่ แต่ว่าความเร็วและความคล่องตัวของเขาเมื่อมีเชลรีนอยู่ในอ้อมกอดนั้นลดลงเป็นอย่างมาก

อีกทั้งอาการบาดเจ็บที่คอยเป็นปัจจัยสำคัญในการถ่วงกำลังทางร่างกายของเขา มอนสเตอร์ใช้อุ้งเท้าโจมตีทาสสองคนที่ตั้งตัวได้แล้วจับท่อนไม้เพื่อถ่วงเวลา แต่ก็ถูกอุ้งเท้าตบอย่างรุนแรง

ความรุนแรงนี้สามารถทำให้ผู้โดนตายได้ในครั้งเดียว แต่ว่าก่อนที่เท้าจะถึงตัวของทาสทั้งสองนั้นมีก้อนหินปริศนาพุ่งมาสลายแรงโจมตีออกไปเกินครึ่งโดยที่ไม่รู้ตัว ทั้งสองจึงโดนพลังส่วนที่เหลืออัดเข้าร่าง แต่ถึงอย่างนั้นก็เพียงพอที่ทำให้บาดเจ็บได้

หางของรองบอสสะบัดฟาดดอนที่กำลังเผลออยู่ เขาตั้งตัวไม่ทันจึงโดนเต็ม ๆ แรงฟาดจากหางที่มีหนามแหลมทำให้ร่างกายของดอนเกิดบาดแผล อีกทั้งจังหวะที่กำลังจะโดนดอนหันหลังรับการโจมตีเพื่อปกป้องเชลรีน

แรงโจมตีทำให้ดอนกับเชลรีนกระเด็นออกไปเมตรกว่า บาดแผลดอนเพิ่มขึ้นจากหางหนามรองบอส ส่วนเชลรีนเธอยังคงอยู่ในอ้อมกอดของดอน โดยที่ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ

น้ำตาของเธอไหลออกมาเอง เธอไม่สามารถกลั้นความเจ็บปวดที่ต้องทนเห็นดอนบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อปกป้องเธอได้อีกแล้ว

เชลรีนหลับตาลงเธอสูดหายใจเข้าปอดช้า ๆ ตั้งแต่จำความได้เธอเห็นดอนอยู่เคียงข้างตลอด แม้ตอนนั้นจะยังไม่รู้เรื่องราวอะไรมากนักเพราะดอนปิดบังเธอไว้ แต่เมื่อรับรู้ถึงความจริงของดอน ว่าทำไมต้องไปออกกำลังกายข้างนอกทุกวัน

และทุก ๆ 1 เดือนการออกกำลังกายของเขาจะกลับมาพร้อมกับเลือดที่อาบทั่วร่าง ดอนไม่เคยแสดงสีหน้าเจ็บปวดให้เห็นเลย เมื่อรอบเดือนมาถึง หลังจากทานข้าวเสร็จ ดอนจะพาเธอเข้าไปในเหมือง ให้อยู่ในหลุมแคบ ๆ หลุมหนึ่งทั้งวัน โดยที่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม

แต่พอความจริงถูกเปิดเผยเธอถึงได้รู้ว่าสาเหตุที่ดอนเลือดอาบเมื่อครบรอบ 1 เดือนนั่นเพราะข้างนอกประตูมีสัตว์ร้ายอยู่ ดอนต้องฝ่าฟันเพื่อเอาแร่ไปส่งพร้อมกับรับห่อข้าวมา...มาให้เธอได้กิน

และสาเหตุที่เธอต้องหลบในหลุมนั้นเป็นเพราะว่าจะมีทหารและคนไม่ดีเข้ามา ดอนกลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายเมื่อพวกเขาเหล่านั้นพบเห็นเธอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอจึงไม่ยอมออกจากที่ซ่อนจนกว่าดอนจะมารับ

แม้อยากจะออกไปใจจะขาด แต่เธอไม่อยากทำให้ดอนผิดหวัง เธอกลัวว่าหากออกไป เธอจะไม่มีโอกาสได้พบดอนอีก

แต่ว่า ลุง ๆ แต่ละคนที่มีทั้งตายไปแล้วและยังคงมีชีวิตอยู่ได้เล่าให้ฟังถึงโลกข้างนอก เธออยากจะออกไป แต่ด้วยสภาพแบบนี้คงทำไม่ได้ เธอจึงรอโอกาสมาโดยตลอด และได้ขอร้องให้ลุง ๆ สอนสิ่งต่าง ๆ ให้ ทั้งการต่อสู้ และอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า เวทมนตร์

ตัวของลุง ๆ นั้นโดนทำลายแก่นเวทย์ไปแล้วทำให้ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อีกต่อไป แต่ลุง ๆ บอกว่า ตัวเธอนั้นคือความหวัง เพราะเธอเกิดที่นี่และตัวเธอก็ยังมีพลังเวทมนตร์อยู่ในร่าง

ด้วยเหตุนี้เองเชลรีนจึงขอให้ลุง ๆ ช่วยสอนให้ แม้ว่ามันจะยากเย็นและไม่เข้าใจในหลาย ๆ อย่างเพราะเธอไม่รู้เรื่องราวอะไร ทั้งเรื่องธาตุ การเคลื่อนไหว การกระจายพลังเวท ลุงแต่ละคนก็สอนไม่เหมือนกัน

อีกทั้งยังคงเป็นเรื่องยากที่ผู้ซึ่งไม่สามารถใช้เวทนมนตร์ได้อีกต่อไปมาสอน การสัมผัสพลังเวทของเชลรีนจึงทำไม่ได้ มีหลายครั้งที่เชลรีนบาดเจ็บจากการฝึก แต่เธอไม่เคยยอมแพ้ แม้จะลุกไม่ไหวจนดอนสงสัย ลุง ๆ ก็ช่วยแก้ต่างให้ว่าเธอไม่สบาย และเหตุผลอื่น ๆ ตลอดหลายปีเธอตั้งใจฝึกฝน และตั้งความหวังว่าสักวันเธอจะพาทุกคนออกไปจากที่นี่

แต่ตอนนี้แม้เธอยังไม่พร้อมสำหรับการใช้เวทมนตร์ แต่หากเธอไม่ทำแล้ว โอกาสที่จะเห็นดอนคงไม่มีอีกต่อไป คงถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องทำเพื่อดอนบ้าง

“ลากูลดรา แคริว เฟเรเทมส บลัดฟูลว วนารวร เบลวง ...” เสียงร่ายเวทอันแผ่วเบาของเชลรีนเอ่ยออกมา

ทำให้ดอนแสดงสีหน้าตกใจออกมาอย่างสุดขีด แต่ว่าทันทีที่คำร่ายจบจู่ ๆ ร่างกายดอนก็หนักอึ้งขึ้นทันใด เขาไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย มีแต่เพียงบริเวณหน้าเท่านั้นที่ยังพอจะฝืนขยับได้อยู่

“นะ... นี...มัน…” เสียงฝืนพูดของดอนพยายามให้มีน้ำเสียงออกมา

แต่ว่าก่อนที่จะได้พูดไปมากกว่านี้เขาล้มลงกับพื้น เชลรีนที่ถูกกอดอยู่ดิ้นออกมาอย่างง่ายดาย สีหน้าเธอตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เหงื่อออกทั่วร่างกายเห็นได้อย่างชัดเจน หยดเหงื่อที่ซึมออกมาเป็นก้อนน้ำเล็ก ๆ ทั่วร่าง กับหยดน้ำตาของเธอที่แตะลงกับพื้นดิน

รอยยิ้มที่เหมือนฝืนยิ้มให้คนสำคัญที่สุดของตน แววตาและสีหน้าเธอตอนนี้เหมือนกับฝืนทนความเจ็บปวด และพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อคนหนึ่งคน

“เชลรีนไม่อยากให้น้าดอนต้องฝืนไปมากกว่านี้อีกแล้ว น้าดอนทำเพื่อเชลรีนและพวกเรามาก มากจนไม่อาจประเมินค่าได้ ถึงวันนี้ขอให้เชลรีนได้ปกป้องน้าบ้างนะ” เชลรีนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแฝงการลาตายผ่านทางสายตา มอนสเตอร์ไม่ได้ปล่อยให้เธอพูดพร่ำมากกว่านี้มันตบเธอด้วยพละกำลังอันมหาศาลทันที

“เชลรีน!!” เสียงดอนตะคอกลั่น น้ำตาไหลนองหน้าพยายามกัดลิ้นตัวเองเพื่อให้มีเรี่ยวแรงขยับส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ แต่ว่าก็ไร้ซึ่งผลตอบสนอง

เวทที่เชลรีนใช้กับดอนนั้นเป็นเวทมนตร์ผนึกกำลังซึ่งเป็นเวทมนตร์ระดับต่ำ หากใช้กับผู้มีพลังเวทก็มิอาจจะส่งผลได้มากนัก แค่หยุดการเคลื่อนไหวไม่กี่วินาที แต่หากใช้กับผู้ไร้พลังเวทแล้วล่ะก็ มันเปรียบเสมือนเวทมนตร์พันธนาการที่น่ากลัวบทหนึ่ง

แค่เวทระดับต่ำบทเดียวพลังเวทมนตร์ของเชลรีนก็ถูกใช้ไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ สีหน้าอิดโรยของเธอบ่งบอกได้ชัดเจน แต่ว่าก็หายไปกับอุ้งเท้าของมอนสเตอร์และฝุ่นที่คละคลุ้ง

*น้าจ๋า หากวันหนึ่งเชลรีนตั้งใจจะสละชีวิตเพื่อตอบแทนน้าดอน ถึงวันนั้นขอให้น้า ๆ ช่วยให้เขาปลอดภัยทีนะคะ อย่าขัดความตั้งใจของเชลรีนล่ะ* จู่ ๆ เสียงนี้ก็ดังขึ้นมาในหัวของคนทั้ง 6 เสียงของเชลรีนที่พูดทุกวันไม่มีขาดแม้แต่วันเดียวตอนดอนออกไปนอกประตู

น้ำตาจู่ ๆ ก็ไหลออกมา แขนและขาบางคนที่หักผิดรูปนั้นไม่เจ็บปวดเท่าที่ตนเจ็บปวดจากการเห็นภาพเชลรีนหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ไม่แม้แต่จะทันส่งเสียงตะโกนเรียกด้วยซ้ำ

ปากกัดแผลตนเองให้มันเปิดกว้างมากขึ้นแม้นจะเจ็บปวดสุดแสนก็ตาม แต่มันก็ช่วยให้พวกเขาขยับกายได้ ทั้ง 6 ลากสังขารมาหาดอนและช่วยพยุงพาดอนที่ตะโกนชื่อเชลรีนไม่หยุด เพื่อทำตามคำขอของเชลรีน คำขอแห่งปณิธานของเธอ

“ม่าย!! ปล่อยข้า ปล่อยข้า!! ดอนได้แต่แหกปากลั่น

เขาไม่สามารถขยับร่างกายส่วนอื่นได้เลย จิตใจก็เจ็บปวดยิ่งกว่าบาดแผลที่ตนเองได้รับ น้ำตาของลูกผู้ชายที่ไหลออกมาโดยไม่มีปิดกั้น การสูญเสียคนสำคัญที่สุดไป แล้วต่อจากนี้เขาจะอยู่อย่างไร เด็กคนนี้เป็นบุตรสาวของนายหญิงที่เขาอุทิศชีวิตเพื่อปกป้อง

เด็กคนนี้เป็นคนสำคัญที่มากกว่านายเหนือของเขาเสียอีก รอยยิ้มของเธอทำให้เขาหายเหนื่อย ตอนกลางคืนก็มักจะมาเหยียบหลังบีบนวดให้ เธอไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยดื้อเลยแม้แต่ครั้งเดียว

และเวทมนตร์นั่น เธอรู้ได้อย่างไร ดอนมองหนึ่งใน 6 คนด้วยสายตาที่โกรธสุดขีด และต้องการคำตอบที่สุด

หนึ่งใน 6 คนนั้นน้ำตาไหล แต่ก็ฝืนลากดอนไปยังประตูไม้

“เด็กคนนั้นเขารักและเป็นห่วงนายมาก เธอรับรู้เรื่องความจริงเกี่ยวกับการเป็นทาสที่ต้องอยู่อย่างทุกทรมานในนี้ รู้ถึงเรื่องราวของโลกข้างนอกบางส่วนแล้ว

แม้นายจะปิดบัง แต่แทนที่เธอจะโกรธหรือเกลียดนาย แต่ว่า เธอกลับยิ้ม “หนูรู้ว่าน้าดอนทำเพื่อหนู และหนูก็จะไม่บอกเขาว่ารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เพราะถ้าหนูทำแบบนั้น น้าดอนคงไม่ยิ้มอีกแล้วนะสิ หนูอยากจะเห็นรอยยิ้มของน้าดอน ไม่ว่าจะยิ้มแบบไหน แต่แค่ยิ้ม หนูก็มีความสุขแล้ว” เธอเป็นเด็กที่ฉลาดมาก ไม่เคยบ่น ไม่เคยดื้อ

ตอนนายออกไปส่งแร่และเอาอาหาร เธอจะใช้เวลานั้นฝึกฝนตนเอง ให้พวกฉันสอนเวทมนตร์ให้ และการต่อสู้นิด ๆ หน่อย ๆ นายรู้ไหม ว่าเธอพยายามมากขนาดไหน ฉันไม่เคยเห็นใครมุ่งมั่นและพยายามแบบนั้นมาก่อนเลยในชีวิต และเหตุผลที่พวกฉันต้องลากนายออกไป

เพราะนั่น... นั่นเป็นคำขอและความหวังของเชลรีน... แม้ฉันจะเจ็บปวด แต่ฉันจะไม่ทรยศต่อความตั้งใจนั้น… ฉันต้องไม่ทรยศ... โธ่เว้ยยยย!!” เสียงของเขาพูด พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหล แต่แล้วเขากลับละจากการลากดอนแล้วพุ่งเข้าไปยังกลุ่มฝุ่นควัน ที่ซึ่งมีมอนสเตอร์อยู่ และอาจจะมีร่างเชลรีน

“ฉันทำไม่ได้ว่ะ ทำไม่ได้!!” เขาพุ่งเข้าไปยังซากปรักหักพัง แต่ก็ไม่มองไม่เห็นว่ามอนสเตรอ์จะแอบซุ่มอยู่ตรงไหน เพราะสิ่งที่สนใจไม่ใช่มอนสเตอร์ แต่เป็นเชลรีน

“ข้าก็ทำไม่ได้!! ขอโทษนะเชลรีน ที่ทำให้คำขอของหนูไม่สำเร็จ หนูมีค่าเกินกว่าชีวิตของข้าคนนี้เสียอีก” สิ้นคำพูดอีกคนก็เดินเซตามเข้าไป

“ข้าก็เช่นกัน!!” น้ำตาที่หยดลงพื้น แขนที่หักผิดรูป เขาไม่สนความเจ็บปวดทางร่างกายนี้ เจ็บกายมันไม่เท่าเจ็บใจ เขาจะทิ้งเชลรีนไม่ได้ ไม่เจอร่างเธอก็จะขอตายเป็นดวงวิญญาณคุยเป็นเพื่อนเพื่อคลายเหงาให้กับเธอ

ทุกคนโซเชเข้าไปข้างในแสวงหาความตายเพื่อเป็นวิญญาณอยู่เคียงข้างเชลรีน แต่ก่อนที่คนสุดท้ายจะไป เขาได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดลากดอนและเปิดประตูผลักร่างเขาออกไปข้างนอกแล้วปิดประตูล็อกอย่างลวก ๆ จากนั้นก็เดินตามเพื่อน ๆ ไป

“นายเป็นความหวังของเขาดอน จะให้นายตายไม่ได้” เสียงอันจริงจังของคนสุดท้ายเอ่ย แล้วก็เงียบไป

ดอนต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวกับใจที่พังทลาย *อยากให้มีชีวิตรอดงั้นหรือ ไม่เด็ดขาด ถ้าไม่มีเชลรีนก็ไม่มีข้า*

“หืม...ผิดคาดแฮะ ไม่นึกว่าสายสัมพันธ์ของพวกเขาจะแน่นแฟ้นขนาดนี้” เสียงของไผ่เอ่ยออกมาอย่างเรียบนิ่ง ดอนที่อยู่ในท่านอนหงายกลอกลูกตาไปทางต้นเสียงนั้นทันที

เผยให้เห็นภาพของนักผจญภัยคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่ห่างจากเขา 2 เมตร

“ท่าน ชะ ช่วย…”

“คนสำคัญของเจ้า เจ้าก็ช่วยเขาเองสิ! พลังเวทโดนผนึก แถมยังโดนเวทมนตร์กระจอกพันธนาการร่างอีก ถ้าเป็นแค่นี้แล้วคิดว่าทำอะไรไม่ได้ก็ไปตายซะ พวกเขาเป็นคนสำคัญของเจ้าไม่ใช่หรือ!” เสียงของไผ่เอ่ยอย่างเรียบเฉยเหมือนกับไม่สนใจว่าใครจะเป็นหรือตาย ดอนรู้สึกเจ็บแปล๊บกับคำพูดนั้น แม้ว่าอยากจะดิ้นเต็มทนแต่ก็ทำไม่ได้ เขาพยายามแล้ว แต่มันก็ไม่สำเร็จ

“ข้า...” ดอนกำลังจะอ้าปากพูดแต่ไผ่ชิงพูดเสียก่อน

“ข้าอะไร! ข้าพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จงั้นหรือ!! อย่าพูดคำนี้ต่อหน้าข้า แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่ความต้องการและความมุ่งมั่นของเจ้า ข้ามีข้อเสนอยื่นให้” ไผ่พูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง และมีเสียงโครมครามกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากในห้อง ทำให้ดอนไม่มีสมาธิ

น้ำยาถูกหยิบออกมาสองขวด ขวดสีฟ้าและขวดสีแดง

“ถ้าเจ้าสัญญาว่าจะรับใช้ข้าหลังจากรอดชีวิตจากที่นี่ล่ะก็ เจ้าอาจจะมีโอกาสช่วยเหลือพวกเขาก็ได้” เสียงของไผ่เอ่ย ดอนสับสนกับคำพูดนั้น รับใช้งั้นเหรอ ไม่มีเชลรีนก็ไม่จำเป็น

“เด็กนั่นยังมีลมหายใจอยู่นะ และใกล้จะตายแล้วด้วย หากรับปากก็จะให้ยารักษาอีก 7 ขวดก็แล้วกัน” เสียงเรียบเฉยเอ่ยออกมา ได้ยินเพียงบแค่นั้นดอนถึงกับตาเบิกโพลงทันที เชลรีนยังไม่ตายงั้นเหรอ

“ตกลง!! ตกลง!! ข้ารับปาก ข้าจะทำทุกอย่าง ขอแค่ให้ข้าได้อยู่กับเชลรีน และช่วยเธอ! ” ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ดอนตะโกนลั่นทันที หากเชลรีนยังไม่ตาย เขาก็ยังมีโอกาสอยู่

“หึ อย่างนี้สิ ข้าจะช่วยกรอกปากให้ก็แล้วกัน อ้อ ยานี่เมื่อเจ้ากินไปแล้วมันจะเพิ่มความเจ็บปวดให้เจ้ามากมายมหาศาลเลยนะ สามารถทำให้เจ้าช่วยเหลือพวกเขาได้ก็จริง แต่หลังจากนั้นเจ้าอาจจะตายก็ได้ แต่ถ้าเจ้ารอดก็ถือว่าข้าได้กำไรพอสมควร” ไผ่พูดพร้อมกับเดินมานั่งยอง ๆ ข้าง ๆ ดอน

“ข้าไม่สนว่าจะเป็นหรือตาย ไม่สนความเจ็บปวด ขอร้องล่ะ”

สิ้นคำพูดดอนน้ำยาขวดสีแดงถูกยัดเข้าปากดอนจนเจ้าตัวที่ไม่ทันตั้งตัวแทบสำลักออกมา มีน้ำยาบางส่วนที่พุ่งออกมาทางจมูกบ้าง แต่ไม่แค่นั้นน้ำยาสีฟ้าก็ถูกกรอกปากต่อในเวลาเดียวกัน

ไผ่ชูฝ่ามือขึ้นเหนืออกดอน

“แก่นเวท ตรงนี้สินะ” เสียงพึมพำอันแผ่วเบาพูดออกมา มือขวาตบลงกลางหน้าอกของดอนส่งเสียงดังสนั่น และพื้นถึงกับยุบ แต่ร่างกายดอนกลับไม่เป็นอะไร

“ถือว่าเป็นบริการพิเศษก็แล้วกัน ไปสิ เอ้านี่ มีดสั้น ใช้ให้มันคุ้ม ๆล่ะ” ไผ่โยนมีดปักลงกับพื้น แล้วยืนขึ้นมองไปทางประตู

ดอนรู้สึกถึงแรกกระแทกและร่างกายก็โล่งในเวลาเดียวกัน ทว่าฤทธิ์ยาเริ่มส่งผลแล้ว ความเจ็บปวดเริ่มแล่นเข้าสู่ร่างดอน ถึงอย่างนั้นก็หาได้สนไม่ ดอนหยิบมีดสั้นแล้วลุกขึ้นแล้ววิ่งโซเซพังประตูเข้าไป ยาที่ถูกกรอกได้ผลจริง

ไผ่มองดูดอนที่เข้าไปข้างในประตู รอยยิ้มบังเกิดขึ้นที่มุมปาก

“หายากจริงคนแบบหมอนี่ กรอกยารักษาบาดแผลที่มีสรรพคุณเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดและกระตุ้นเชลให้ทำการสมานแผลเร็วขึ้น อีกขวดเป็นน้ำยาทลายขีดจำกัดจาก 3 ดาว เข้าสู่ระดับ 4 ดาว และบริการพิเศษปลดผนึกตรงแก่นเวทโดยตรง ทำให้ใช้เวทมนตร์ได้ แต่ไม่ใช่ 1 หรือ 2 ชั่วโมงนี้ ขอดูฝีมือหน่อยละกัน”

“ฮอป ออกมาได้แล้ว ไม่ต้องคุ้มกันพวกนั้น” เสียงของไผ่เอ่ยขึ้น พลันก็มีลมพัดเบา ๆ ออกมาจากประตูปรากฏเป็นร่างของฮอปที่ยืนยิ้มอยู่

“เป็นไงบ้างเฮีย”

“ใช้ได้เลยล่ะ”

 

..................................................

 

พยายามหาเวลามาแต่ง คอมเม้นด้วยนะครับ ขอกำลังใจจากรีดเดอร์ทุกคนหน่อยน้า โอม จงเม้น จงเม้น 5555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น