Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 28 : ล่าความจริง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 28 : ล่าความจริง

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 28 : ล่าความจริง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 28 : ล่าความจริง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ไม่ใช่คน...เหรอ?”  

 

กึก !

 

“นี่คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่มีอารมณ์เล่นกับคุณหรอกนะโนเอล” ผมย่นคิ้วใส่ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาเล่นตลกอะไรตอนนี้ ผมไม่มีเวลาคุยกับเขานานนัก ถ้าเกิดทั้งสองคนตื่นมาแล้วไม่เจอผม อีกไม่นานก็คงลงมาตามแล้วถ้าพวกเขารู้ว่าผมแอบเข้ามาในห้องลับ

 

คงไม่ต้องเดาว่าผมจะเจออะไรบ้าง

 

[ผมก็ไม่ได้เล่น ผมพูดจริงๆ พวกเขาไม่ใช่คน]

 

“แล้วถ้าไม่ใช่คนพวกเขาเป็นอะไร เป็นผีเหรอถึงเอาแต่หลอกผมอยู่ได้”

 

[เอ่อ...]

 

“ถ้าคุณไม่อยากพูดก็บอกมา อย่ามากวนประสาทกันแบบนี้ คุณทำให้ผมหงุดหงิด”

 

[ใจเย็นสิ ไม่ใช่ว่าไม่อยากบอก แต่ผมเองก็ต้องห่วงชีวิตผมเหมือนกัน]

 

“…”

 

[แต่เชื่อเถอะว่าคุณอยู่กับคนที่อันตรายมากๆ ต่อให้พวกเขาจะรักคุณมากแค่ไหน ถ้าคุณรู้เรื่องนี้เข้ายังไงก็ต้องคิดเหมือนผมว่าเขามันยิ่งกว่าความตาย”

 

“ทำไมคุณชอบพูดอ้อมค้อมกันนะ ผมอยากจะหาอะไรปาใส่คุณชะมัด”

 

[นอกจากคุณจะพังเรือผม ทำผมผิดใจกับพ่อเป็นสาเหตุให้น้องชายผมต้องตายแล้ว คุณยังจะใจร้ายกับผมได้อีกหรือไงกัน]

 

“โนเอล”

 

[โอเค ช่างมัน]

 

เขาตอบปัด

 

[เอางี้ไหมถ้าคุณอยู่ที่บ้านเขา คุณก็ลองหาเบาะแสอะไรก็ได้ที่มันน่าสงสัย ลองมองไปรอบๆ บอกผมว่าคุณเจออะไร แล้วผมจะช่วยคุณเท่าที่ทำได้ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อนน่ะ]

 

คำพูดของเขาทำให้ผมกัดปากแน่น เสยผมอย่างคิดหนัก ผมไม่แน่ใจว่านั่นใช่ไอเดียที่ดีไหม โนเอลไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ได้ แต่เขาดูจะกลัวดีแลนกับดีวานเอามากๆ จนถึงขั้นไม่กล้าพูดความจริง ผมไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขามีเรื่องอะไรกัน ทว่าตอนนี้โนเอลเป็นตัวเลือกเดียวที่ผมมีอยู่ เขาช่วยผมไว้บนเรือ ใบ้เรื่องหลังดีวานที่จะพาเราไปสู่ความลับอะไรสักอย่าง

 

เจ้าตัวเงียบไปรอฟังว่าผมจะพูดอะไรบ้าง

 

“ผมเจอภาพแผลเป็นของดีวานมันถูกแม็กกับภาพครีบของดาย ฉลามของผม” ลมหายใจถูกพ่นออก สุดท้ายผมก็เลือกที่จะเสี่ยง ตอนนี้ผมไม่มีอะไรให้เสีย นอกจากหัวใจพังๆ ที่คงไม่ได้มีค่าอะไรมากนัก “แล้วก็ภาพวิวัฒนาการจากเมกาโลดอนกลายเป็นคน”

 

[มีรายละเอียดอะไรบอกไว้ไหม?]

 

“ไม่มีเลย” ผมเลียปากกวาดตามองหาว่ามีอะไรเป็นตัวช่วยอีกบ้าง มีหนังสือวิจัยมากมายที่ถูกเปิดค้างไว้ บางเล่มถูกไฮไลท์ด้วยปากกาหลากสี ผมเพ่งมองมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ซะส่วนใหญ่ มีภาพของฉลามพันธุ์อื่นที่ถ่ายตอนมีชีวิตและก็ตาย ผมจับมันมาวางเรียงกันหาจุดเชื่อมโยงว่ามันเกี่ยวกับดายตรงไหน

 

สิ่งเดียวที่ผมพอจะเดาได้คือสองพี่น้องนี่อาจจะกำลังวิจัย...

 

แต่มันเกี่ยวอะไรกับที่โนเอลบอกว่าไม่ใช่คน

 

[ยังมีชีวิตอยู่ไหมเนี่ยโซล?]

 

“ผมกำลังอ่านข้อมูลอยู่” ผมกลอกตาใส่ ที่เงียบหายเพราะกำลังสนใจคำอธิบายหลังรูปภาพ มันเป็นภาพเมกาโลดอนที่แตกต่าง ด้านหลังมีตัวอักษรสั้นๆ ที่เขียนว่า “เดม่อน?”

 

[ใครเหรอ?]

 

“ผมไม่แน่ใจ มันเขียนไว้หลังภาพ” ผมตอบกลับ พลิกรูปเจ้าฉลามล้านปีไปมาทว่าก็ไม่พบหลักฐานอะไร “มันเป็นภาพเมกาโลดอน แต่มันไม่ใช่ฉลามที่ผมเลี้ยงไว้ มันตัวใหญ่แล้วก็...มีแผลที่ตา”

 

[แผลที่ตาเนี่ยนะ?]

 

ผมขานรับในลำคอถึงภาพจะเก่าไปหน่อย ผมก็พอเห็นได้ ผมไม่รู้ว่าพวกเขาไปได้ภาพนี้มายังไง ภาพของเมกาโลดอนที่มีรอยบากบนดวงตาข้างซ้าย ไม่แน่ใจว่ามันตาบอดไหม ที่แน่ๆ คือแผลมันค่อนข้างใหญ่ ถ้าเป็นมนุษย์ก็เรียกได้ว่าเหมือนพวกอันธพาลที่ชอบมีเรื่องกับคนทั่วไป

 

ที่น่าสนใจคือชื่อมันต่างหาก

 

“เดม่อนงั้นเหรอ...” ผมพึมพำครุ่นคิดว่าเคยได้ยินชื่อนี่ไหม เท่าที่ผมรู้จากปากพ่อก่อนตายคือโลกนี้เหลือเมกาโลดอนเพียงสองตัวเท่านั้น คือพี่น้องที่ผมเลี้ยงเอาไว้ นอกเหนือจากนี้คือตายไปหรือไม่ก็ไม่มีการค้นหา ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีใครจะไปค้นหาเจ้าฉลามล้านปีที่พร้อมกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

 

แต่การที่ได้ภาพมันมาโดยมีภาพครีบของดายวางไว้เคียงกัน มันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ

 

“หรือว่ามันจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน”

 

[หืม?]

 

ผมไม่สนใจเสียงครางรับของโนเอล เลือกที่จะวางมือถือเพื่อลงมือหาคำตอบต่อ ไม่วายหันกลับไปมองที่ประตู ตรวจสอบดูว่ามีใครลงมาจากชั้นสองไหม ทุกอย่างยังคงเงียบทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเชื่องช้าได ผมตวัดสายตากลับมา เปิดหนังสือวิจัยที่ถูกขีดฆ่าไว้หาดีเทลของเมกาโลดอนที่ชื่อเดม่อนด้วยความสนใจ

 

มีกระดาษหลายใบที่เขียนเกี่ยวกับมัน ผมไล่สายตาอ่าน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของลักษณะภายนอก และการมีชีวิตอยู่ของมัน ขนาดตัวเท่ากับดาย อาจจะใหญ่กว่านิดหน่อยพอบวกลบกัน โนเอลที่ห่วงว่าผมจะโดนฆ่าปิดปากก็ส่งเสียงเรียกหาเป็นระยะๆ ผมก็ตอบกลับบ้างเท่าที่ฟัง

 

“มีเมกาโลดอนมากกว่าหนึ่งตัวบนโลกนี้” ผมกัดปาก มันน่าตกใจมากที่มีการค้นพบ “ในนี้บอกว่าเมื่อสามสิบปีก่อน มีคนเจอเมกาโลดอนอาศัยอยู่แถวทางใต้ พวกเขาคิดว่ามันเป็นเทพพระเจ้าของหมู่บ้านแห่งความตาย”

 

[จริงเหรอ?]

 

“ในบันทึกบอกว่ามีการส่งคนไปให้มันกินเพื่อไม่ให้มันทำลายหมู่บ้าน” ผมอ่านในโนเอลฟัง ทุกรายละเอียดทำให้เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุ้บตับไปหมด “แต่พอมีการค้นพบ เมกาโลดอนตัวนั้นก็ย้ายที่อยู่ไป มันย้ายขึ้นเหนือแต่เพราะอุณหภูมิของทะเลเลยทำให้มันตาย”

 

[อ้าว]

 

“ไม่ มันไม่ได้ตาย”

 

[ตกลงยังไง?]

 

“มันแค่กลายพันธุ์” คิ้วของผมขมวดกันมุ่ยตอนอ่านบันทึกเล่มนั้น ผมเจอมันซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือ ลึกชนิดที่ว่าทำให้ผมต้องล้มกองพวกนั้น ดีที่ไม่ได้เสียงดังเท่าไหร่เลยยังไม่มีปฏิกิริยาจากคนบนชั้นสอง แน่นอนว่าเรื่องของเดม่อนกลายเป็นเรื่องในความสนใจผมทั้งที่เมื่อกี้เรากำลังหาคำตอบที่โนเอลใบ้ผมไว้ ผมไล่ปลายนิ้วไปตามอักขระ พยายามทำความเข้าใจว่าเมกาโลดอนกลายพันธุ์ได้ยังไง

 

มันไม่มีคำอื่นมาอธิบาย ผมเลยคิดว่าการกลายพันธุ์ที่บันทึกเล่มนี้บอกไว้อาจจะเหมือนพวกกิ้งก่าเปลี่ยนสีอะไรทำนองนี้ก็ได้

 

กระทั่งผมพลิกหน้าถัดไป...

 

“นี่มันรูปพ่อหนิ?” ผมย่นคิ้วหนักกว่าเก่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีรูปพ่อในบันทึกนี่ได้ น่าสงสัยกว่านั้นคือผู้ชายที่ยืนกอดคอ ยกยิ้มให้กล้องและดูจะสนิทกับพ่อมาก ส่งผลให้ผมต้องทบทวนความคิด พยายามนึกว่าเคยเห็นเพื่อนพ่อคนนี้ไหม ตั้งแต่เกิดมาผมรู้จักเพื่อนพ่อทุกคนไม่เว้นพวกที่อยู่ทีมวิจัยเก่าเดียวกัน

 

พลันดวงตาผมก็หลุบต่ำเมื่อเห็นว่านอกจากพ่อและผู้ชายคนนั้น ยังมีเด็กผู้ชายอีกสามคนอยู่ในภาพ นาทีนั้นแหละผมถึงได้เบิกตากว้าง

 

ใบหน้าซ้อนทับกับภาพที่เคยเห็นเมื่อวันวาน ปะติดปะต่อเรื่องราวเลยรู้ว่าเขาคือใคร

 

“ผมเจอภาพพ่อของดีแลนกับดีวาน” ผมตอบปลายสายเสยผมที่ลงมาปรกหน้านิดหน่อยอย่างครุ่นคิด วันที่ด้านล่างบอกได้ดีว่ารูปนี้ผ่านมานานแค่ไหน ตอนนั้นผมน่าจะอายุแปดเก้าปีได้ “พวกเขารู้จักกันได้ยังไง”

 

กึก !

 

“ทำงานด้วยกันเหรอ?” ผมคิดหนักจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด ถ้าเกิดพวกเขาทำงานด้วยกัน ผมก็น่าจะเคยเห็นหน้ามาบ้าง อีกอย่างดีวานกับดีแลนก็ไม่เคยบอกว่าพ่อเรารู้จักกัน สิ่งเดียวที่ผมรู้คือพ่อแม่เขาตายเช่นเดียวกับแฝดพี่ที่จากไป

 

อะไรคือจุดเชื่อมโยง?  

 

ผมเม้มปากเจ็บแสบไปหมดเพราะต้องใช้ความคิดหนัก ผมเลือกที่จะเปิดบันทึกนั้นไปอีกหน้า หารายละเอียดเกี่ยวกับเดม่อนว่ากลายพันธุ์เป็นแบบไหน สิ่งที่ผมเจอคือการผสมพันธุ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตมากมาย

 

แต่ก็มีเรื่องของวิวัฒนาการโดยมีปัจจัยของแหล่งที่อยู่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับให้ต้องเปลี่ยนสภาพเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นกัน เหมือนที่ไดโนเสาร์สูญพันธ์แล้วกลายมาเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือสุดของห่วงโซ่อาหาร นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคำสาปและวิทยาศาสตร์ทดลองการโคลนนิ่งเช่นเดียวกับที่ผมเห็นในกระเป๋าริชาร์ด

 

ผมคิดว่าเดม่อนไม่น่าจะกลายพันธุ์ธรรมดา การที่มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้อาจจะมีการจับมันไปทดลอง และพ่อผมกับพ่อสองพี่น้องก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง บางทีเขาอาจจะเป็นคนริเริ่มการทดลองหรืออะไรทำนองนี้ก็ได้

 

แต่พ่อผมบอกเสมอว่าเราจะไม่ทดลองกับสิ่งที่เรามอบชีวิตให้...

 

พลันในตอนที่ผมกำลังพลิกหน้าหาข้อมูลมากมาย จู่ๆ รูปใบนึงก็ร่วงลงมาในหน้าสุดท้ายที่ถูกฉีกออกไป วินาทีนั้นผมหยิบมันขึ้นมาดูว่ามันคือภาพอะไร

 

ดวงตาผมเบิกกว้างหลังพบว่ามันคือรูปเมกาโลดอนขนาดไม่ยาวมากฆ่าคนตาย ผมจะไม่ตกใจเลยถ้าไม่เห็นว่าคนที่ตายมีใบหน้าเหมือนกับดีวานแค่ไหน และยิ่งกว่าคลื่นลูกใหญ่ เมื่อพลิกรูปภาพกลับไปเจอข้อความที่เขียนไว้ว่า...

 

Dyvan’ s dead 

 

ดีวาน...ตายแล้วเหรอ?

 

“พระเจ้า” ผมยกมือขึ้นปิดปากทันทีที่อุทานคำนั้น พิจารณาโครงหน้าของเด็กวัยรุ่นที่ดูยังไงก็เป็นดีวานชัดๆ ทว่าทำไมภาพด้านหลังนี่ถึงเขียนว่าดีวานตาย ทั้งที่ความจริงแล้วเขายังมีชีวิต ยังดูแลผม กอดรัดกันอยู่เมื่อคืน “หรือว่านี่จะเป็นแฝดของดีวาน?”

 

ผมทึ้งหัวตัวเองหลากความคิดประเดประดัง หลุบตามองภาพนั้นซ้ำๆ พลางคิดว่าเมกาโลดอนนั้นคือตัวไหน เท่าที่สังเกตคือมันไม่ได้มีแผลที่ดวงตาแปลว่ามันไม่ใช่เดม่อนที่กลายพันธุ์ ผมตั้งสติพยายามหาหากระดาษหน้าสุดท้ายที่หายไปนั้น...

 

ผมว่ามันอาจจะมีอะไรบอกอยู่ก็ได้

 

“อยู่ที่ไหน แกอยู่ที่ไหน” ผมพูดกับตัวเอง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลุ้นระทึกและกดดัน หยิบหนังสือทุกเล่มมาเปิดอ่าน ควานหาทุกทีอย่างเต็มกำลัง กระทั่งความไม่ระมัดระวังทำให้ผมเผลอไปปัดรูปภาพนึงตกแตกเข้า

 

เพล้ง !

 

“อ๊ะ!” ผมสะดุ้งเสียงแตกของกระจกดังพอที่จะทำให้ใครหลายคนตื่นนอน ถึงผมจะมั่นใจว่ากว่าจะปึงชั้นสอง มันต้องผ่านบานประตูหน้าที่ผมปิดไว้ อาจจะกลายเป็นเพียงเสียงแว่วแม้ว่าความจริงมันจะดังมากในห้องนี้ก็ตาม

 

ผมรีบก้มลงไปดูมัน เผลอชะงักเพราะมันเป็นภาพครอบครัวที่ดีวานบอกว่าเอามาเก็บไว้ ด้วยแรงที่ตกจากโต๊ะนอกจากจะทำให้กระจกด้านหน้าแตกกระจาย ฝาครอบปิดกรอบข้างหลังก็หลุดกระเด็นไปไกล

 

แล้วเผยความลับของบันทึกแผ่นสุดท้ายออกมา

 

“อยู่นี่เอง” ไวเท่าความคิดผมหยิบกระดาษที่ซ่อนอยู่ใต้รูปครอบครัวเขามาถือไว้ มันถูกพับเก็บอย่างดีราวกับกลัวว่าจะมีคนหาเจอได้ นาทีนั้นผมคลี่มันออก หยิบบันทึกนั้นมาอ่านดูว่าอะไรคือคำใบ้ “การกลายพันธุ์เกิดจากการที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป มันเหมือนกับคำสาปร้ายที่ทำให้กลาย...”

 

[โซล?]

 

“กลายเป็นมนุษย์” เสียงผมหายไปในลำคอทันทีที่อ่านเจอประโยคนั้น ด้านล่างมีรูปของผู้ชายคนนั้นที่ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร เขายืนอยู่คนเดียวอวดแผลที่ใบหน้ามีรอยบากจากดวงตาซ้ายขณะที่ด้านข้างเป็นภาพของเมกาโลดอนที่ถูกถ่ายไว้

 

มันมีบาดแผลที่ดวงตาราวกับว่าคือภาพก่อนและหลังที่มันจะเปลี่ยนไป

 

ตอนแรกเป็นฉลาม วิวัฒนาการเปลี่ยนร่างกายได้ แปรสภาพเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป

 

“เดม่อนไม่ได้ตาย มันกลายเป็นคน” ผมวิเคราะห์ข้อมูลนั้นด้วยความเหลือเชื่อ จู่ๆ ขนก็ลุกพรึ่บยิ่งกว่าดูหนังสยอง ที่ผมคาดการณ์คือเดม่อนอาจจะถูกทดลอง แต่ในบันทึกบอกว่ามันกลายสภาพของมันเองเพื่อความอยู่รอด

 

และแต่งงานกับผู้หญิงจนมีลูกด้วยกัน 

 

มันทำให้ผมต้องหยิบภาพเขาที่ทายคู่กับพ่อมาเทียบกัน จ้องมองเด็กสามคนนั้นที่มั่นใจว่าสองในสามคือดีแลนกับดีวานแน่ๆ แล้วเด็กอีกคนที่มีหน้าเหมือนกับดีวานชื่ออะไร ทำไมไม่ถูกเขียนไว้ในบันทึก ผมถอนหายใจลูบหน้าพร้อมกับบีบนวดขมับ

 

จะให้ผมเชื่อว่าฉลามกลายร่างเป็นคนโดยไม่ผ่านการทดลองได้จริงๆ เหรอ?

 

สมัยก่อนถึงจะมีเรื่องคำสาปมาเกี่ยวข้อง ทว่านั่นมันก็เป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อกันมาไม่ใช่หรือไง การที่คนเราจะเปลี่ยนร่างได้ขนาดวิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง แล้วคนทั่วไปจะทำได้ยังไงกัน ผมครุ่นคิดหัวปวดหนักจนแทบจะร้องไห้

 

ถ้าเดม่อนเป็นคนได้จริงงั้นแปลว่าลูกชายเขาก็ต้องเป็นเหมือนกัน...

 

“ดีแลนกับดีวานเป็นฉลามงั้นเหรอ...” ผมกัดปากหลากรูปภาพเวียนเข้ามาในหัวผม ทั้งภาพครีบของดายที่แม็กติดกับรูปของดีวาน มันถูกขัดด้วยภาพดีวานที่ถูกฆ่าตายด้วยฉลาม ถ้าในภาพนั้นไม่ใช่เดม่อนแสดงว่าพี่น้องฆ่ากันเองหรือไง

 

ผมพยายามคิดว่าทุกข้อมูลที่พ่อทิ้งไว้มีอะไรเชื่อมโยงได้บ้าง เท่าที่ผมรู้คือเมกาโลดอนจะมีลูกเพียงตัวเดียวเท่านั้น ตัวที่เกิดมาใหม่อาจจะถูกฆ่าตายต่อให้มีสายเลือดเดียวกัน

 

มันไม่ใช่เพราะพันธุ์กรรม

 

มันเป็นเพราะสัญชาตญาณนักล่า 

 

ไม่ต่างจากเวลาที่พวกมันล่าผม ทั้งกลิ่นเลือด เสียงวาฬ อาการตื่นตระหนกตกใจต่างๆ จะมีอิทธิพลให้ฉลามตอบสนองกับสิ่งพวกนั้น แล้วเข้าจู่โจมเนื่องจากสัญชาตญาตแม้ว่าจะไม่หิวหรือไม่อยากทำ ที่น่าสงสัยกว่าคือตัวไหนเป็นคนฆ่าดีวาน

 

เดี๋ยวนะ ผมคิดว่าผมพลาดอะไรไปบางอย่าง

 

ครอบครัวมีพี่น้องสามคน สองคนแรกคือดีวานกับดีแลน ชื่อที่เหมือนกันทำไมผมถึงไม่สงสัย เมกาโลดอนที่ผมเลี้ยงไว้หนึ่งในนั้นก็มีชื่อดีแลนเหมือนกัน แปลว่าดีแลนอาจจะเป็นคนเดียวกับฉลามของผมก็ได้ ส่วนดีวานที่ตาย...

 

“ดีวานตายแต่ดายยังอยู่” คำพูดนั้นแล่นมาจุกอก ผมกำภาพสามพี่น้องไว้แน่น ตามแผนผังในหัวเดม่อนมีลูกกับใครสักคนที่ผมหาข้อมูลไม่ได้ พวกเขามีลูกด้วยกัน สองคนแรกเป็นแฝดที่หน้าเหมือนกันยิ่งกว่าอะไร อีกคนคือลูกที่ไม่ได้มีโครงหน้าคล้ายใครในพี่น้อง

 

คนนั้นคือดีแลน ต่อด้วยดีวาน และอีกคนที่ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้

 

“เด็กคนนี้คือดาย ดีวานที่อยู่กับเราก็เช่นกัน...” ผมกัดปากแน่นดวงตาจ้องมองขณะที่หัวใจสั่น เมกาโลดอนที่ผมเลี้ยงไว้มีแค่สองตัวเท่านั้น ดีแลนกับดายใช้ชื่อนี้มาตลอดตั้งแต่ที่ผมรู้จักพวกมัน ผมไม่เคยได้ยินชื่อดีวานจากที่ไหน กระทั่งได้พบกับเขา...

 

สามพี่น้องดาย ดีวาน ดีแลนคือฉลาม

 

และหนึ่งในพวกเขาฆ่ากันเองแล้วอีกคนก็รอดมาได้

 

มันน่าตกใจตรงที่ว่าทำไมคนที่ตายถึงยอมให้ตัวเองถูกฉีกร่าง จะว่าตั้งตัวไม่ทันลงไปทะเลยังไงก็น่าจะเปลี่ยนร่างไม่ใช่เหรอ หรือว่ามันเป็นช่วงกะทันหัน อาจจะมีข้อแม้ที่ทำให้คืนสภาพไม่ได้ อีกอย่างคือผมนึกถึงหลักชีวะที่เคยเรียนติดตัวไว้

 

การ Test Cross ของสิ่งมีชีวิตที่ครอสกันไปมาเปลี่ยนลักษณะไปเรื่อยๆ จนจับทางไม่ได้ 

 

แล้วถ้ายีสน์เด่นคือฉลาม แปลว่ายีนส์ด้อยคือมนุษย์ ผมไม่รู้ว่ากว่าจะมาเป็นคนได้ เขาผ่านการครอสกันมานานแค่ไหน หากมองในมุมที่เป็นมนุษย์เต็มตัวซึ่งสามารถเปลี่ยนร่างเป็นฉลามได้ ก็มีเปอร์เซนต์สูงที่คนใดคนนึงจะฝ่าพันธุ์กรรมเป็นฉลามไม่ได้เหมือนกับในหนังที่จะต้องมีคนนึงอ่อนแอ อีกคนแข็งแรงเหนือใคร ผมคิดว่าดีวานอาจจะเป็นคนนั้นก็ได้ ก่อนจะโดนฆ่าตายเพราะสัญชาตญาณพี่น้องตัวเอง

 

ความคิดผมหนักหน่วงขึ้น มันเกินกว่าวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ได้ ผมเลียปากพลางคิดว่านี่มันคือเรื่องบ้าอะไร

 

และผมก็พบกับความจริงอีกอย่างที่ทำให้ต้องหยิบมือถือมาคุยกับปลายสาย

 

“คุณ...คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพวกเขาเป็นอะไร

 

[โซล]

 

“นี่คือสิ่งที่ต้องการจะบอกผมเหรอ” ผมถามเขาเสียงสั่น หลายความรู้สึกมากที่จู่โจมผม “คุณรู้ว่าเขาเป็นฉลาม รู้ได้ไงตอนไหนกัน”

 

[ก็ตั้งแต่บนเรือ ผมเจอเขาตอนแปลงร่าง]

 

“…”

 

[ผมคิดว่ามันบ้ามาก พวกเขาขู่ว่าจะฆ่าผมถ้าเกิดไม่ช่วยให้คุณรอดจากมือพ่อ แล้วก็สารภาพผิดว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าน้องชายผมตาย]

 

“แล้วเขาได้บอกคุณไหมว่าถ้าผมรู้เรื่องนี้เป็นคนสุดท้าย ผมจะรู้สึกยังไง”

 

[...]

 

“แล้วคุณรู้ไหมว่าดาย...ก็ฆ่าพี่ชายตัวเองเหมือนกัน”  

 

กลิ่นเลือด... 

 

กลิ่นหอมหวานที่เตะจมูกคนนอนหลับ ส่งผลให้คนพี่ที่นอนอยู่นั้นลืมตาตื่นขึ้นมาขณะที่มือควานหาคนข้างกายที่ควรจะนอนอยู่ด้วยกัน ทว่าเมื่อสัมผัสก็เจอเพียงความว่างเปล่ากับแขนของน้องชายที่นอนหลับอยู่อีกฝั่ง เล่นเอาเจ้าตัวชะงักลุกขึ้นมานั่งมองหาคนรักของตัวเอง

 

“โซล?” ดีวานส่งเสียงเรียก เงี่ยหูฟังเผื่อว่าคนตัวเล็กจะอาบน้ำ แต่ทุกอย่างก็เงียบมาก เขาเลยเดินไปดูก่อนจะพบว่าในห้องน้ำมันว่างเปล่า คิ้วสวยขมวดติดกันเดินไปมาอยู่ในห้อง กลิ่นหวานหอมของเลือดกระตุ้นบางอย่างในร่างให้ตื่นตัวขึ้นมา

 

ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามสะกดมันไว้ เดินไปเขย่าตัวน้องชายที่ตื่นจากความฝัน

 

“ดีแลน โซลหายไป”

 

“หา?”

 

“ตามหาเร็ว” คนน้องที่เพิ่งตื่นครางในลำคออย่างงัวเงีย แต่ทันทีที่ได้ยินว่าร่างบางหายตัวไปก็รีบยันตัวมานั่ง ดีวานเดินลงมาชั้นล่าง พยายามมองหาว่าเด็กซนไปอยู่ที่ไหน แอบเหล่อมองประตูห้องลับก็พบว่ามันยังปิดตาย ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าชั้นหนังสือมันเลื่อนจากที่เดิมมานิดหน่อย

 

ดีวานกับดีแลนช่วยกันตามหา กุญแจรถยังอยู่ที่เดิมแปลว่าโซลไม่ได้ขับรถออกไปไหน

 

ที่น่าตีคือสภาพแบบนั้นยังจะออกไปซนได้ ดีวานคิดแล้วว่าถ้าเจอตัวเมื่อไหร่คงต้องจับมาฟาดสักทีให้หลาบจำ

 

“อยู่นั่นไง”

 

“โล่งอกไปที” ดีแลนถอนหายใจวูบตอนที่พี่ชายชี้ให้เห็น โซลยืนอยู่ในทะเล หยาดใสโอบเอวเขาไว้เพียงครึ่ง ทว่าก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะพาตัวเองไปสู่ความตายหรืออยากเล่นน้ำแบบพวกเด็กๆ เขาเพียงแค่ยืนนิ่งๆ จ้องมองทะเลราวกับรอให้อะไรสักอย่างมาพรากตัวเองไป “โซลดูเศร้าจัง เกิดอะไรขึ้น?”

 

“ไม่รู้สิ”

 

“…”

 

“คงคิดมากเรื่องนั้นมั้ง” คำพูดของดีวานมาพร้อมกับลมหายใจที่พ่นออก เขารู้ว่าโซลเจ็บหนักแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ร่างกาย มันรวมถึงหัวใจที่กลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่และต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม แน่นอนว่าการจะสมานบาดแผลนั้น นอกจากเวลาก็ต้องมีความรัก มีความจริงใจให้กัน

 

และก็ความซื่อสัตย์ สิ่งนี้จะทำให้เราเชื่อใจแล้วอยู่ด้วยกันได้ตราบนานเท่านาน

 

สองหนุ่มสบตากันแลกเปลี่ยนความคิดผ่านสายลม ก่อนที่ดีวานจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนที่เหม่อลอย ไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเขามายืนอยู่ด้านหลัง ทว่าสิ่งที่กดดันกลับเป็นการที่ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งได้กลิ่นเลือดชัด กระทั่งหลุบตาต่ำไปมองมือขาว

 

ถึงได้เห็นเลือดสีแดงฉานหยดลงทะเลทีละหยด

 

“มือคุณไปโดนอะไรมา”

 

“อะ!”

 

“ทำไมไม่เรียกผมล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นทำโซลตกใจนิดหน่อย เขาหันมามองดวงตาเบิกตากว้าง ถึงอย่างนั้นก็ยังคงนิ่งไม่หนีไปไหน แวบแรกมันเป็นความตื่นตระหนกตกใจ พลันก็กลายเป็นเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ที่แน่ชัดคือความเสียใจ

 

ความเสียใจทั่วนัยน์ตา

 

“เป็นอะไรไป ทำไมซนแต่เช้า?”

 

“ตื่นแล้วเหรอ หลับยาวเลยนะ”

 

“…”

 

“คงมีความสุขมากใช่ไหมครับ?” เขายกยิ้ม ดูอ่อนล้ายิ่งกว่าแก้วใส ดีวานคล้ายกับเห็นรอยร้าวตราตรึงอยู่ข้างใน เขาสะกดกลั้นตัวเองไว้ จับมือคนตัวเล็กที่มีเลือดไหลมาดูเบาๆ ดวงตาสีดำไล่มองรอยแผลยาว มันดูเหมือนโดนอะไรบาด บางทีโซลอาจจะไปโดนมีดเข้า

 

ก็หวังเพียงว่ามันจะไม่ใช่ความตั้งใจ

 

“เจ็บไหม”

 

“ไม่ครับ ผมไม่รู้สึกอะไร”

 

“แต่แผลมันใหญ่”

 

“ใช่ แผลมันใหญ่จนไม่รู้สึกแล้ว” เขาปากสั่นดีแลนเลยเข้ามาสมทบ เนื่องจากเห็นดีวานดูนิ่งไป โซลกวาดตามองดูพวกเขา ระบายยิ้มบางขณะที่หัวใจสั่นไหว ผิดกับดีแลนและพี่ชาย พวกเขาห่วงใหญ่เพราะตอนนี้โซลดูเก็บอะไรไว้

 

ไม่ต่างจากพายุใหญ่ที่มาตอนทะเลสงบ

 

“ไปทำแผลกันเถอะที่รัก เอามาโดนน้ำทะเลแบบนี้มันไม่แสบแย่เหรอ?”

 

“น้ำทะเลไม่แสบเท่าคำพูดคนหรอกดีแลน”

 

“หืม?”

 

“คำพูดคนน่ะร้ายกว่ามากเลย” โซลหัวเราะ ดูยังไงก็เป็นการแกล้งทำ สองพี่น้องเลยคิดว่าโซลอาจจะฝันร้ายไม่ก็เจอเรื่องไม่ดีเข้าเลยทำให้คิดมาก แต่เลือกที่จะเก็บมันไว้เนื่องด้วยนิสัยก็ไม่ใช่คนที่พูดอะไรออกมาง่ายๆ อยู่แล้ว ส่งผลให้ดีแลนเดินไปกอดจากด้านหลัง กดจูบลงบนกลุ่มผมหอมโดยไม่ทันสังเกตสีหน้า

 

ร่างเล็กเผลอกัดปากเขาใช้มืออีกข้างลูบแขนดีแลนไว้ รอยยิ้มเหนื่อยล้ามีอิทธิพลกับหัวใจ

 

“วันนี้ทะเลสงบจัง” เจ้าตัวพูดเสียงสั่นเครือคล้ายคนร้องไห้ “นานแล้วที่ผมไม่เห็นทะเลสงบแบบนี้ คุณรู้ไหมว่าทั้งชีวิตผมเห็นแต่ทะเลสีเลือดบ่อยแค่ไหน น้ำทะเลจะกระจาย มีแต่สัตว์อันตรายว่ายวนรอบผม จนวันนึงผมถึงได้รู้ว่าคนต่างหากที่ร้ายกว่าสัตว์ขนาดไหน”

 

“คุณเหนื่อยก็ควรจะหยุดคิดไม่ใช่หรือไง” ดีวานปลอบใจ เขาถอดเสื้อตัวเองมาห้ามเลือดที่มือโซลไว้ เวลานี้ต่อให้อุ้มคนตัวเล็กก็คงยังไม่อยากกลับไปด้านใน ร่างสูงหวังเพียงจะได้เห็นรอยยิ้มไม่ก็สีหน้าแพรวพราวที่แสดงถึงความสนใจ

 

ไม่ใช่การหลุบตาต่ำแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนล้า

 

“มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตคิดมากอันดับหนึ่งของโลกคุณรู้ไหม พวกเราไม่เหมือนสัตว์ที่คิดแค่ว่าจะเอาตัวรอดไปวันๆ ได้ยังไง แต่ถ้าทำแบบนั้นได้ชีวิตก็คงง่ายขึ้นเยอะ” โซลว่าพร้อมถอนหายใจ นัยน์ตาทอดยาวมองอะไรไปไกล “พวกคุณล่ะเคยมีเรื่องอะไรที่คิดมากบ้างไหม เรื่องที่ติดอยู่ในหัวบอกใครไม่ได้”

 

“ถ้าบอกใครไม่ได้จะคิดมากทำไม”

 

“…”

 

“สุดท้ายบอกไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา” คำตอบนั้นทำโซลชะงัก ลากสายตาไปมองดีวานที่หน้านิ่งใส่ ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มคนของหัวใจ “คุณต้องเลิกคิดมากรู้ไหม คุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับพวกเรา”

 

“เมื่ออยู่กับพวกคุณ...งั้นเหรอ?” เขาทวนคำนั้น นิ่งชะงักยามจุมพิตแนบลงบนหน้าผาก “คุณให้ความสำคัญกับผมจังเลยนะ”

 

“ก็เพราะว่าคุณสำคัญ และเรามีชีวิตอยู่เพื่อคุณ”

 

“เป็นคำพูดที่โรแมนติกจังคุณว่าไหม”

 

กึก !

 

“แต่คุณว่ามันเหนื่อยไหมมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นน่ะ” คำถามที่สวนกลับทำสองหนุ่มชะงัก “ทั้งที่นี่เป็นชีวิตของตัวเองแท้ๆ กลับต้องติดอยู่กับคนอื่นตลอดเวลา ถึงปากจะบอกว่ารักแต่การกระทำมันสวนทาง”

 

“คุณกำลังหมายถึงเรื่องอะไรเหรอที่รัก?” ดีแลนถาม ขยับตัวมายืนด้านหน้ามองดูคนของตัวเองเต็มตาที่ยิ้มอยู่ “ทำไมถึงพูดเหมือนมีอะไรในใจ ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีอะไรก็บอกเราได้นะ มันไม่จำเป็นที่คุณจะเก็บทุกอย่างไว้ตลอดเวลา”

 

“พวกคุณเองก็ไม่ได้บอกผมทุกอย่างใช่ไหมล่ะ”

 

“อะ...”

 

“เพราะขนาดเรื่องสำคัญ...ผมยังเป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้เลย”  

 

LOADING 100 PER 

ล่าความจริงกุมใจไว้ให้ดี งานนี้เฉลย งานนี้มีคำใบ้ :)  

สิ่งที่ทิ้งท้ายไว้จะพาย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของปัญหา 

ตั้งใจ จับจ้อง พินิจมันให้ดีว่าต่อจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง 

อีกไม่นานความลับจะถูกไข 

และบทลงโทษของคนที่ทำให้ไม่เชื่อใจ... 

คือความเจ็บปวดชั่วนิรันดร์ 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น