Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 6 (1) Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2562 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 (1) Rewrite
แบบอักษร

6.1  

ผมข่มใจที่พลุ่งพล่านเอาไว้ อดทนกินข้าวจนหมด รอพี่เซนอิ่มก็เรียกพนักงานมาคิดเงิน ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ว่าโต๊ะไอ้ไนท์ก็เรียกเก็บเงินเหมือนกัน พนักงานเดินเอาเงินทอนไปให้โต๊ะมันเสร็จก็เดินมาคิดเงินต่อที่โต๊ะผม ระหว่างพนักงานทวนรายการอาหารโต๊ะผม ไอ้ไนท์กับปายก็ลุกออกจากโต๊ะเดินไปทางประตูร้าน ผมไม่ได้ตั้งใจมองหรือจะจับผิดอะไรหรอก แค่มันอยู่ในระยะสายตาพอดีเท่านั้นเอง ผมกำลังจะล้วงกระเป๋าจ่ายค่าอาหารหลังพนักงานสรุปยอด แต่พี่เซนเร็วกว่าเขายื่นบัตรเครดิตให้พนักงานตัดหน้าผมเลย พนักงานรับบัตรเครดิตไปแล้วกล่าวขอบคุณก่อนเดินออกไปรูดบัตรที่เคาน์เตอร์ ระหว่างนั้นพี่เซนก็ลุกขึ้น “พี่ว่าจะเข้าห้องน้ำ น้องตะวันออกไปรอที่รถก่อนก็ได้”

“ไปด้วยสิ ผมก็อยากเข้าห้องน้ำอยู่เหมือนกัน”

“อ่อ ได้ครับ”

รอไม่นานพนักงานก็เอาใบเสร็จกับบัตรมาคืน ผมกับพี่เซนเดินออกมาพร้อมกัน ในห้องน้ำมีคนอื่นอยู่ ผมชะงักไปหนึ่งจังหวะเมื่อปะทะสายตาเข้ากับร่างสูงที่กำลังยืนล้างมืออยู่หน้ากระจก สายตาไอ้ไนท์ในกระจกมองตรงมาที่ผมแล้วเลื่อนไปมองพี่เซนที่เดินไม่รู้เรื่องรู้ราวไปทางโถฉี่ ในแววตาไอ้ไนท์เหมือนมีความสงสัยบางอย่างเคลือบแฝง ผมไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรและไม่อยากเข้าใจมันด้วย

ผมเดินตามพี่เซนไปเงียบๆ ทำเหมือนไอ้เหี้ยที่ยืนอยู่หน้ากระจกไม่มีตัวตน จนมันออกจากห้องน้ำไปนั่นล่ะผมถึงสามารถยืนฉี่ได้อย่างสบายใจ

พี่เซนเสร็จก่อน เขาตรงไปล้างมือแล้วเดินออกไปรอข้างนอก

ผมเดินมาล้างมือหลังทำธุระเสร็จ มองกระจกเช็กหน้าตาตัวเองเรียบร้อยก็เดินออกมา

ปัง!

เสียงประตูปิด ผมเงยหน้ามองอย่างตกใจก็เห็นไอ้ไนท์ยืนขวางประตูอยู่ ไอ้เหี้ย แม่งคิดจะทำอะไรวะ ผมกลั้นหายใจมองใบหน้าเยือกเย็นของไอ้ไนท์สลับกับประตูที่อยู่ด้านหลังมัน ใจไม่ดีเลย

“หลบ” ผมบอกเสียงขรึม ไม่ออกอาการลนลานให้มันเห็น

ไอ้ไนท์ไม่ขยับเขยื้อน สายตาคมกริบของมันราวกับกระสุนปืนกลยิงรัวใส่ร่างผมจนพรุน ทำเอากระเพาะที่เพิ่งยัดข้าวไปจนเต็มบีบรัดไปหมด

“มึง มึงจะทำอะไรไนท์” ผมโพล่งถามเสียงตะกุกตะกักเมื่อไอ้ไนท์มันขยับตัวเข้ามาใกล้ ผมเกลียดความรู้สึกที่โดนไล่ต้อนอย่างตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้ใช้กำลังบุกฝ่ามันออกไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมต้องทนให้มันคุกคามอยู่ฝ่ายเดียว

ไอ้ไนท์ต้อนผมติดผนังห้องน้ำ ยันมือข้างหนึ่งกับผนังเพื่อปิดทาง จ้องผมด้วยแววตาดุดัน

“ไอ้นั่นเป็นใคร”

ผมไม่รู้ไอ้ไนท์กำลังหมายถึงใคร มองตอบมันด้วยสายตามึนๆ

“จะใครซะอีก ก็ไอ้คนที่มึงพามากินข้าวไง”

“ทำไมวะ” ผมอึ้งเล็กน้อย ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกี่ยวอะไรกับมัน ผมจะมากินข้าวกับใครแล้วแม่งยุ่งอะไรด้วยวะ “กูจะกินข้าวกับใครแล้วมันหนักหัวมึงหรือไง”

แววตาคมกริบที่หรี่มองผมราวกับจะเชือดใจกระตุกไหวเหมือนมีอะไรสะเทือนความรู้สึก แต่ก็แค่แวบสั้นๆ เท่านั้น จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าเห็นจริงหรือแค่คิดไปเอง

“กินข้าวเสร็จแล้วจะไปไหนต่อล่ะ” คำถามใส่อารมณ์กับรอยยิ้มเยาะเย้ยของไอ้ไนท์ยิ่งทำให้ผมรำคาญหนักขึ้น ไม่รู้มันต้องการอะไรกันแน่ “โรงแรม... หรือว่าห้องมัน”

คิ้วผมกระตุก ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ผมก็พอเข้าใจว่าคำพูดทำนองนี้มันหมายความว่ายังไง

“มึงพูดอะไร ระวังปากด้วย” ผมผลักไอ้ไนท์ออกสุดแรง จ้องมันด้วยสายตาเอาเรื่อง ไม่ใช่แค่ผมแต่มันกำลังดูถูกพี่เซนด้วย ผมยอมให้คนอย่างมันมาพูดจาสกปรกใส่คนอื่นแบบนี้ไม่ได้ อีกอย่างพี่เซนเป็นลูกน้องที่บริษัทผมรู้สึกว่าต้องปกป้องเขา

“ทำไม?” ไอ้เหี้ยไนท์แค่นยิ้ม ดูเหมือนมันจะไม่เลิกเข้าใจผมกับพี่เซนผิด “โกรธเหรอ... ใช่สิ กูทำอะไรมึงก็โกรธไปหมด”

“นี่มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย แค่นี้ใช่ไหมที่จะพูด”

ผมผลักไหล่มันออกให้พ้นทางอย่างรำคาญ เดินตรงไปที่ประตู

“มึงจะเปลี่ยนมาชอบผู้ชายแล้วเหรอ” เสียงโพล่งของไอ้ไนท์ดังขึ้นก่อนที่ผมจะเอื้อมมือไปแตะลูกบิด

“เมื่อกี้มึงว่าไงนะ” ผมหันกลับไปมองใบหน้ากวนประสาทของมัน ไม่แน่ใจว่าฟังผิดไปหรือเปล่า

ท่าทางของไอ้ไนท์ไม่มีตรงไหนที่บอกว่ากำลังล้อเล่นอยู่เลย มันก้าวเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่เหนือกว่าผมไม่กี่นิ้ว

“ไอ้นั่นมันเป็นเกย์ มึงรู้หรือเปล่า”

“....” ผมมองสบแววตาคมกริบของไอ้ไนท์นิ่ง รู้สึกอึ้งกับสิ่งที่มันบอก แต่ก็ใช่ว่าจะเชื่อมันซะทีเดียว ดูไม่ออกเลยว่าพี่เซนเป็นเกย์ แต่ถึงจะเป็นเกย์จริงๆ แล้วยังไง มันมีสิทธิ์อะไรมายุ่งวุ่นวายหรือห้ามไม่ให้ผมไปไหนมาไหนกับใคร

“มึงนี่ทำตัวน่าขนลุกขึ้นทุกวัน ต่อให้คนที่กูกินข้าวด้วยจะเป็นเกย์หรือไม่เป็นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับมึง กูกับมึงไม่ได้เป็นอะไรกัน”

ดวงตาคมกริบของไอ้ไนท์กะพริบไหว “ก็ใช่ กูกับมึงไม่ได้เป็นอะไร ก็แค่...”

ไอ้ไนท์หยุดพูดกลางคัน ทั้งที่เมื่อกี้มันยังทำเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างใส่ผมอยู่เลย ไอ้เหี้ยไนท์ทำหน้าจังงันอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ผมมองใบหน้างุนงงเหมือนคนหลงทางกลางสี่แยกไฟแดงของมันอย่างไม่เข้าใจ จู่ๆ แม่งเป็นอะไรไปวะ ผมไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับมันแล้วก็ไม่อยากสนใจด้วย ทันทีที่มันเปิดช่องว่างผมก็รีบเผ่นออกมาทันที

พี่เซนรออยู่ที่รถ เขาหันมามองผมเหมือนมีอะไรจะพูด แต่พอเห็นสีหน้ารีบร้อนของผมเขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบแล้วตามผมขึ้นรถ ผมติดเครื่องทันทีที่เข้ามาข้างใน มองกระจกส่องหลังแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นหรือได้ยินอะไรนอกจากความมืดสลัวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงของตัวเอง

“น้องตะวัน ระวัง!”

“เฮ้ย!”

ผมหักพวงมาลัยอย่างใจหายใจคว่ำ จู่ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์พุ่งออกมาจากซอย แม่งอยากตายหรือไงวะ! ผมสบถหยาบคายหลายคำกว่าจะดึงสติกลับมาได้ มองไฟท้ายรถมอเตอร์ไซค์ตรงหน้าที่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนหายวับไปจากสายตา ก่อนระบายลมหายใจยาวเหยียด หันไปมองพี่เซนอย่างเป็นห่วงแกมรู้สึกผิด

“พี่ตกใจหรือเปล่า ผมขอโทษนะ”

“อือ ไม่หรอก ไม่ใช่ความผิดตะวัน รถคันนั้นต่างหาก”

พี่เซนพูดปลอบใจผม เขาบ่นรถคันนั้นอีกสองสามคำแล้วก็นั่งเงียบเหมือนเดิม ในวินาทีที่ผมคิดว่าบรรยากาศในรถคงจะกลับไปเยือกแข็งเหมือนก่อนหน้านี้เสียงพี่เซนก็ดังขึ้น

“น้องตะวันโอเคหรือเปล่า”

“ครับ?” ผมเหลือบมองคนข้างๆ แวบหนึ่งด้วยไม่เข้าใจว่ากำลังพูดถึงอะไร แล้วผมก็นึกถึงคำพูดไอ้ไนท์ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

“ไอ้นั่นมันเป็นเกย์ มึงรู้หรือเปล่า” 

เกย์เหรอ... ผมแอบเหล่พี่เซนแบบไม่ให้เขารู้ตัว ดูเผินๆ ก็เหมือนผู้ชายทั่วไปนี่หว่าแล้วไอ้ไนท์มันรู้ได้ยังไงวะว่าพี่เขาเป็นเกย์

“เห็นเข้าห้องน้ำนาน”

เสียงพี่เซนดังขึ้นแทบจะต่อเนื่องกัน ผมใจหายวาบ ยังไม่ทันเคลียร์ความสงสัยในหัวเสร็จก็ต้องสลัดความคิดทั้งหมดทิ้ง ลนลานตอบออกไป “อ้อ... คะคือใช่ ผมไม่สบายท้องนิดหน่อย”

ผมยิ้มเจื่อนกลบเกลื่อนอาการเลิ่กลั่กของตัวเอง พี่เซนทำเสียง “อ่อ” ในลำคอเบาๆ แล้วก็กลืนหายไปกับความเงียบ ผมกำลังจะโล่งอกเสียงเขาก็ดังขึ้นมาอีก “แวะซื้อยาไหม”

“ไม่เป็นไรพี่ ผมดีขึ้นแล้ว”

“งั้นเหรอ”

“ครับ แล้วพี่เล่นอยู่เฝ้าแม่ผมแบบนี้แฟนไม่ว่าอะไรเหรอ” ผมถือโอกาสเนียนถาม

“พี่ไม่มีแฟน”

“อ่อ... แล้วพี่ชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ”

“ไม่รู้สิ” พี่เซนตอบแบบขอไปที หันหน้าออกไปมองนอกกระจก เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ผมควรเงียบไปเลยหรือหาเรื่องคุยต่อดีวะ ไปต่อไม่ถูกเลยว่ะ สุดท้ายผมก็ไม่ได้ถามอะไรเขาอีก จนกระทั่งถึงโรงพยาบาล ผมเดินมาส่งพี่เซนที่ห้องแม่ ตั้งใจว่าจะมาบอกฝันดีแม่ก่อนค่อยกลับ ปรากฏว่าแม่ไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อย ไม่ได้ห่วงเราสองคนเลยแม้แต่น้อย ผมมองแม่ที่ท่าทางหลับสนิทบนเตียง ก่อนหันมาพูดกับพี่เซน

“ผมว่าแม่ไม่ได้ต้องการคนเฝ้าหรอก พี่กลับเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งบ้าน”

พี่เซนส่ายหน้ายิ้มๆ ปฏิเสธผมอย่างไม่ลังเล “พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้ น้องตะวันกลับไปเถอะครับ ขอบคุณที่พาพี่ออกไปกินข้าว”

“ขอบคุณอะไรล่ะ พี่เป็นฝ่ายเลี้ยงผมแท้ๆ”

พี่เซนยิ้มอ่อนกลับมาราวกับจะบอกว่าไม่ชอบเป็นฝ่ายติดค้างใคร ผมลอบถอนหายใจ เดาไม่ออกเลยว่าเขาเป็นคนยังไง เวลายิ้มบางทีก็ดูเศร้าจนน่าสงสารแต่บางทีก็ดูมีเล่ห์เหลี่ยมแปลกๆ อย่างกับซ่อนอะไรเอาไว้ในแววตาคมๆ นั่นยังไงยังงั้น ทว่าคำพูดที่ฟังดูถ่อมตนตลอดเวลาก็บ่งบอกชัดเจนว่าเขาพยายามรักษาระยะห่างกับผมเอาไว้ มันก็เป็นเรื่องปกติที่ลูกจ้างจะมีท่าทีแบบนี้ต่อลูกชายนายจ้าง แต่ไอ้ความไม่สบายใจลึกๆ นี่มันอะไรกันวะ หรือเพราะคำพูดไอ้ไนท์ที่บอกว่าพี่เซนเป็นเกย์? ผมครุ่นคิดระหว่างทางขับรถกลับหอพัก แต่ก็ไม่ได้จริงจังมาก สุดท้ายเขาจะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่ดี ต้องโทษไอ้ไนท์ที่ทำให้ผมหมกหมุ่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น