หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 แ ม ว น้ อ ย ล ง จ า ก เ ข า (2)

ชื่อตอน : บทที่ 1 แ ม ว น้ อ ย ล ง จ า ก เ ข า (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 389

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 แ ม ว น้ อ ย ล ง จ า ก เ ข า (2)
แบบอักษร

“อาจารย์ปู่”  

หลานโหลวเดินจากไปแล้ว อาจารย์ปู่ยังยืนเอามือไพล่หลังไม่ไหวติง นางยืดคอแลมอง กระแอมกระไอหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “ฮวาเอ๋อร์มาพบอาจารย์แล้ว”  

“....”  

ห้องโถงอันกว้างขวางยังคงเงียบสงัด หลี่จิวฮวาเริ่มอยู่ไม่สุข ไม่รู้ว่าอาจารย์เรียกมาด้วยเหตุอันใด พอมาถึงแล้วไยจึงยังยืนเงียบสงบเพียงนี้ หรืออาจารย์ปู่กำลังใช้ความคิด...ไม่ใช้ความคิดก็คงงีบหลับกระมัง 

ราวกับอ่านใจนางได้ เสียงแหบต่ำแต่กังวานดังขึ้นมาในความเงียบ 

“เอาสิ่งนั้นมาให้อาจารย์”  

ถ้อยคำแรกก็ทำให้งุนงงเสียแล้ว จิวฮวากะพริบตาปริบ อ้าปากแล้วหุบ นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนทำท่าจะถาม แต่สุดท้ายกลับไม่พูดอะไร 

“ของที่เจ้าซ่อนไว้”  

...ซ่อนไว้? นางซ่อนสิ่งใดรึ คิดเท่าใดกลับคิดไม่ออก กระทั่งได้ยินประโยคถัดมา 

“ที่อกเสื้อของเจ้า...” ผู้อาวุโสเสิ่นหยางหมุนตัว มือไพล่หลัง ใช้เพียงดวงตาคมกริบมองลูกศิษย์ตัวดีอย่างคาดคั้น “คงไม่บอกข้านะว่าเป็นตำราเรียน”  

หลอกผู้อื่นย่อมหลอกได้ แต่กับอาจารย์ปู่...ฝันไปเถอะ จิวฮวาไม่กล้า ยังคงพอมีสำนึกว่าไม่ควรโกหก 

นางยิ้มแหยๆ สอดมือเข้าไปใต้สาบเสื้อก่อนล้วงเอาหนังสือเล่มเล็กออกมา ความจริงตอนที่เจอศิษย์พี่ใหญ่เมื่อครู่ นางคิดว่าตนเองซ่อนหนังสือเล่มนี้ไว้ได้อย่างแนบเนียนแล้ว คาดไม่ถึงว่าอาจารย์ปู่จะรู้ อันที่จริง อาจารย์ก็รู้ทุกอย่างราวกับมีตาทิพย์ 

ทุกสรรพสิ่งบนโลกราวกับผ่านดวงตาสีเงินที่แสนอ่อนโยนคู่นี้มาแล้ว 

นางอยู่กับอาจารย์ปู่มาห้าปี ไม่เคยมีครั้งใดที่อาจารย์ปู่ไม่มีคำตอบต่อข้อสงสัยของนาง ยกเว้นก็แต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ และนิทานประโลมโลก เมื่ออาจารย์ปู่ไม่รู้ แต่นางอยากรู้ จะผิดอันใดหากนางขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเอง มารดาของนางมิเคยห้ามปราม หนำซ้ำยังสนับสนุนเสียอีก 

ทว่านิทานเหล่านั้นราวกับเป็นภูตผี เอาเข้าเขตเขาหลิงซานไม่ได้ นางหาวิธีซ่อนแทบตายกว่าจะหอบหิ้วขึ้นมาได้ อ่านยังไม่ทันจบเล่มก็ถูกอาจารย์ปู่จับได้เสียแล้ว 

“เจ้าจำเป็นต้องรู้เรื่องพวกนี้ด้วยรึ ฮวาเอ๋อร์”  

อาจารย์ปู่ว่าพลางพลิกนิทานเล่มนั้นไปมา พลิกไปพลิกมาเจอรูปสองหนุ่มสาวกำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่มก็แทบจะขว้างหนังสือทิ้ง 

ผู้เป็นอาจารย์พับหนังสือฟึ่บ ก่อนซ่อนมันไว้ทางด้านหลัง 

ดวงตาสีเงินจ้องมองลูกศิษย์เต็มตา มองแล้วมองอีก ก่อนส่ายหน้า ไม่รู้ด้วยความระอาหรือเหนื่อยใจ 

“เจ้ายังเด็กเกินไป เรื่องพวกนี้ไม่ต้องรีบร้อน รอให้เจ้าแต่งบุรุษสักคน เมื่อนั้นค่อยศึกษาก็ยังไม่สาย”  

แต่งบุรุษสักคน...จิวฮวาอยากหัวร่อยิ่งนัก ใครเล่าจะมาแต่งกับนาง ทั้งอ้วน ทั้งกินจุ ไหนจะยังมีคำสาปติดตัวมาตั้งแต่เกิด วันดีคืนดีเกิดควบคุมตัวเองไม่ได้กลายเป็นแมวปีศาจไล่ฆ่าสามีตัวเองเล่า จะทำเช่นไร ไม่ว่าอย่างไรก็มองไม่เห็นทาง 

“อาจารย์ปู่จะไล่ฮวาเอ๋อร์ไปแต่งกับผู้ใดเล่าเจ้าคะ ชาตินี้ฮวาเอ๋อร์จะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอย่าเฝ้าสำนักกับศิษย์พี่ใหญ่จนตัวตาย”  

คนฟังหลุดหัวเราะ ดวงตาอ่อนแสงลงสามส่วน 

“มิมีใครอยู่ที่นี่จนตายหรอก ไม่ช้าก็เร็วข้าก็จะไล่พวกเจ้าลงเขาไปเสียให้พ้นๆ จะได้ไม่มีเรื่องให้ปวดหัว” ผู้สูงวัยสะบัดแขนเป็นสัญญาณให้เลิกพูดเรื่องนี้ ก่อนเดินไปที่โต๊ะไม้สีดำมะเมื่อม ดึงลิ้นชักชั้นบนสุดออกมาและหยิบสิ่งหนึ่งไว้ในมือ จากนั้นเสียงทอดถอนใจชนิดหนึ่งก็ดังแว่วมา หลี่จิวฮวาไม่ค่อยเห็นอาจารย์ปู่ถอนหายใจ เช้าวันนี้จึงนับว่าประหลาดยิ่งนัก 

“ฮวาเอ๋อร์...” อาจารย์หยุดยืนตรงหน้านาง ดวงตาที่มองสบเห็นชัดว่ามีความกังวลอยู่หลายส่วน “ถึงเวลาที่เจ้าต้องลงจากเขาแล้ว”  

“ลงเขา?”  

แค่ลงเขาไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอันใด ทว่าช่วงเวลานี้มิใช่เวลาต้องเล่าเรียนหรอกหรือ ทุกปีอาจารย์ปู่จะอนุญาตให้ศิษย์ลงเขาก็หลังวันเสียวสู่ไปแล้ว (เสียวสู่(小暑)ตรงกับวันที่ 6-8 กรกฎาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 105° อากาศเริ่มร้อน)  

“อาจารย์มีเรื่องไหว้วานเจ้า”  

ต้องเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นยิ่ง มิเช่นนั้นคงไม่ต้องให้ถึงมือศิษย์ไม่เอาไหนอย่างนางหรอก 

ปีก่อนจำได้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ลงเขาไปช่วยรักษาผู้คน ปีก่อนของปีก่อนศิษย์พี่รองลงไปสืบสิบคดี ปีก่อนๆ นั้นอีก ศิษย์พี่หกก็เคยไป ศิษย์พี่สิบสามยังเคยถูกไปส่งเทียบเชิญยังสำนักต่างๆ เพื่อชวนมาแข่งขันประลองฝีมือประจำปี 

...จริงสิ อีกไม่เดือนจะถึงวันแข่งแล้ว หรือปีนี้จะเป็นหน้าที่ของนาง 

“เจ้าเก็บไว้” อาจารย์ปู่ยื่นสิ่งหนึ่งให้นาง “แล้วส่งมอบให้กับคนแซ่อู๋”  

นางก้มมอง สิ่งที่อยู่ในมือเป็นถุงกำมะหยี่สีดำถุงหนึ่ง มัดปากถุงแน่นหนา ลองบีบๆ ลูบๆ ดูแล้ว ไม่รู้สึกถึงสิ่งอื่นนอกจากความนุ่มมือ หากเสียงกรอบแกรบที่ได้ยินทำให้นางเดาว่าในนั้นบรรจุสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ 

“คนแซ่อู๋?”  

“เจ้าเพียงไปให้ถึงโรงเตี๊ยมเทียนอี้ อยู่ที่นั่นให้ครบเจ็ดวัน ระหว่างนั้น คนแซ่อู๋จะเป็นคนมาพบเจ้าเอง”  

...แค่ส่งมอบของ หาใช่เรื่องใหญ่โตอันใด 

หลี่จิวฮวาสบายใจยิ่ง นางก้มหน้า โค้งตัว กล่าวแข็งขัน 

“จิวฮวารับคำสั่ง!” 

ความคิดเห็น