Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 25 : คนของฉลาม

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 25 : คนของฉลาม

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 25 : คนของฉลาม
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 25 : คนของฉลาม 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

เลือดข้นกว่าน้ำ 

 

หยาดใสแตกกระจายยามมัจจุราชตัวร้ายเอียงตัวเข้าหา ดายรับคนตัวเล็กเข้ามาในปาก พาด่ำดิ่งหลบลูกระสุนของลูกน้องริชาร์ดที่ตามมาอีกเป็นสิบ ผิวเนื้อคล้ายโดนสะกิด ถึงอย่างนั้นกระสุนเงินก็ไม่ได้ฝังร่างลึกเลยสักลูก ยิ่งในน้ำมีแรงต้านทาน กระสุนพวกนั้นก็เป็นเพียงแมลงที่แตะผิว

 

ครีบยาวเว้าแหว่งแหวกทะเลชนเข้ากับเรือไม่ให้หยุดนิ่ง ท้ายเรือถูกชนจนหมุนกลับทิศตามด้วยความภักดีของดีแลนที่กระแทกเข้าใจกลางเรือ

 

ผัวะ !

 

“เฮ้ย!” เสียงกรีดร้องโหวกเหวกดังลั่นเมื่อไม้จากใต้ท้องเรือถูกพังด้วยคมเขี้ยว ดีแลนง้างขากรรไกรกัดกินทุกชีวิตที่ตกลงน้ำเพราะแรงปะทะ ขณะที่ดายเลือกจะว่ายหวนกลับพาสิ่งมีชีวิตในปากถอยห่าง ทว่าดวงตาสีดำก็ยังฝากความเครียดแค้นเป็นการบอกเล่า

 

ไหลผ่านไปกับสายน้ำให้คนเป็นน้องรับทราบถึงคำสั่ง

 

‘ฆ่าพวกมัน’  

 

“อ๊าก!” ดีแลนกระโจนขึ้นบนดาดฟ้า กระชากร่างพวกลูกน้องเกือบสี่คนลงอีกฝั่ง หลากชีวิตเกาะติดเรือที่กำลังจะคว่ำ เรือกู้ภัยถูกปลดให้ใช้การในทันที ดวงตาสีสวยกวาดมองสิ่งมีชีวิตจากใต้มหาสมุทร มองดูการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของพวกมนุษย์ที่ชวนขบขัน

 

ดีแลนไม่ได้ต้องการจะฆ่าพวกไฮโซที่ไม่ได้รู้เรื่องราว เขากำลังมองหาเป้าหมายที่กระทำ

 

พลันก็เห็นร่างหนึ่งของคนที่อยู่บนดาดฟ้า โนเอลมองหาทางลี้ภัยด้วยท่าทีเหนื่อยหอบ ไม่มีลูกน้องพาเขาหนีต่างจากพ่อ เซ็บกำลังกระโดดลงเรือที่โอเว่นเตรียมไว้ให้ การหลบหนีเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เสียงโวยวายเคล้ากับกลิ่นเลือดเป็นอะไรที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในร่าง

 

แต่ก่อนจะไล่ตาม ดีแลนก็พุ่งจากใต้ทะเล ชนเข้ากับเรือที่ตอนแรกเตรียมไว้ให้โซล

 

ปึง !

 

ครีบหลังพัดโบกกระทบเรือเล็กให้ไปติดกับเรือใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับที่โนเอลเสียหลักตกลงมาพอดีแบบรอดตายได้ ร่างของเขากระแทกกับเรือโอดครวญด้วยความเจ็บ เสียดายที่ไม่มีใครเห็นใจ ดีแลนใช้ครีบยาวดันเรือเล็กให้ถอยห่างออกไป เพราะเขาเห็นว่าหนึ่งในคนใจร้าย...

 

กำลังจะปาระเบิดมา !

 

“หลบไป!” ทั้งร่างด่ำดิ่งลงสู่ทะเลลึก มองดูหยาดใสแตกกระเซ็นไม่ต่างจากตอนที่พี่ชายกระโดดรับร่างโซลไว้ เสียงระเบิดดังจนไล่พวกปลาแถวนั้นให้หายไป แต่มันไม่ได้ไล่ให้ดีแลนเลิกสนใจ กลับกันแล้วมันคือสัญญาณของการเปิดศึกมากกว่า “ดีแลน...!”

 

“กึด!” คมเขี้ยวชนกับเรือเล็กเป็นการบอกให้รีบหนี หางยาวสะพัดโบกให้คลื่นน้ำซัดเรือโนเอลให้ถอยห่าง ระเบิดอีกลูกกำลงตามมา ดีแลนรีบดำลงน้ำไปอีกครั้งมองดูเรือลี้ภัยสามลำที่แล่นไปอีกทาง ครีบยาวลากผ่านน้ำ ไม่สนใจพวกลูกค้าที่พยายามตะเกียดตะกายรอดชีวิต

 

ธรรมดาก็ไม่ใช่พวกที่จะฆ่าคนดี ทุกการฆ่าที่เขาทำ...

 

มีเหตุผลทั้งนั้น

 

เช่นตอนนี้ 

 

ผัวะ !

 

“อ๊ากกก!!!!!” มัจจุราชง้างขากรรไกร กัดเข้าใต้ท้องเรือจนขาดครึ่ง ลูกน้องของเซ็บรีบกระโดดลงน้ำว่ายหาเรืออีกลำที่รออยู่ แต่พอเห็นว่าเมกาโลดอนไล่หลัง ก็พากันเร่งเครื่องหนีให้เพื่อนโดนกินไปตรงหน้า ดีแลนกัดขาดครึ่งทว่าไม่ได้เอาใครลงท้องไป

 

เขาไม่อยากกินพวกเศษสวะแสนน่ารังเกียจพวกนี้หรอก เพราะเขามีเป้าหมายที่น่าสนใจมากกว่า

 

“ยิงปืนไปทางนั้น ล่อมันอย่าให้ชนเรือเราได้!” โอเว่นตะโกนสั่งให้คนยิงสกัดดีแลนไว้ ในเรือลำนั้นมีเซ็บที่จ้องมองสิ่งมีชีวิตแห่งความตายด้วยนัยน์ตาแพรวพราว ความสนใจแสดงออกนอกหน้า ยิ่งตอนที่ดีแลนกัดซากเรือและเหวี่ยงร่างคนของเขาไปมายิ่งเป็นภาพที่สวยงามในสายตาเขา

 

ความงดงามที่พระเจ้ารังสรรค์ สิ่งมีชีวิตที่ควรจะสูญพันธ์กลับว่ายอยู่เบื้องหน้า

 

ทั้งขากรรไกร ทั้งครีบและลำตัวเหยียดยาว มีหลายอย่างที่เขาต้องการจะจับไปศึกษา

 

“ทำยังไงก็ได้ให้เราได้มันมา จับตัวมันให้ได้ต่อให้พวกแกต้องตายทุกคน!”

 

“ครับนาย!” ลูกน้องรับคำสั่ง กราดยิงใส่ทั้งที่ก็รู้ว่าคงฆ่าเจ้าสัตว์หนังเหนียวนี่ไม่ได้ “เอาระเบิดมาอีก ยาสลบอยู่ไหน!”

 

“ยิงเข้าที่ปากมัน ตรงเหงือกเป็นส่วนเดียวที่ยิงเข้าไปง่ายสุด” คุณหมอประจำศูนย์วิจัยให้รายละเอียดกับมือปืนแม่นเป้า โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทุกการสื่อสารไหลเข้ามาในหูดีแลนหมด เจ้าตัวอ้าปาก กระโจนเข้าไปกัดเรืออีกลำแล้วสลัดไปโดนเรือหลัก

 

ทุกคนบนเรือต้องเกาะหาที่พึ่งกัน ไม่งั้นคงตกลงไปกลายเป็นเหยื่อของฉลาม

 

“ระวัง!”

 

“มันจะฆ่าเรา!”

 

“เราไม่รอดกันแน่!” หลากคำพูดส่งผ่านกันไปมา มองดูความเสียหายที่ดีแลนทำไว้ให้ นาทีนี้มันกำลังวนไปรอบเรือหลักที่เครื่องยนต์ดับเลยคอนโทรลไม่ได้ โอเว่นเอาตัวมาบังเซ็บไว้ เหลือลูกน้องปกป้องอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น

 

คนอื่นจากเรืออีกลำถูกจัดการจนมองไม่รู้ว่าศพไหนเป็นคนไหน ดีแลนว่ายวนเรือราวกับวัดใจว่าจะมีใครกล้าลองดีกับมันไหม

 

ดวงตาสีดำสบเข้ากับเซ็บและโอเว่นที่มองมาคล้ายกับสื่อความในใจ

 

คนนึงอยากได้

 

คนนึงหวาดหวั่น

 

จุดรวมเดียวกันก็คือฉลามล้านปีที่ลองใจพวกเขา  

 

“สวยงามชะมัด”

 

“คุณเซ็บ”

 

“ฉันอยากได้มัน”

 

“…”

 

“พวกมันและโซล” เซ็บเหยียดยิ้มหยัน ไม่มีความเกรงกลัวเลยทั้งที่ความตายอยู่ตรงหน้า เวลานี้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ดีแลนสามารถฆ่าพวกเขาได้ง่ายๆ แต่ก็เลือกที่จะหยั่งเชิงดูก่อนว่าเซ็บมีแผนอะไร อีกส่วนนึงคือเขาต้องการจดจำใบหน้าของคนที่ทรยศคนของฉลามที่มอบความเชื่อใจ

 

โอเว่นโดนหมายหัวแล้ว

 

“ดีแลน แกควรไปกินเขากับพี่ชายแกไม่ใช่เหรอ”

 

“กึด”

 

“หนีไปก่อนที่อะไรๆ มันจะแย่กว่านี้ดีกว่าน่า อย่าให้ฉันต้องทำแกอีกตัวเลย” คุณหมอบอกเสียงแผ่ว ไม่สนใจว่าจะมีอะไรแฝงในคำพูด “ป่านนี้พี่แกคงอร่อยกับร่างของเขา ไปกินก่อนที่จะไม่เหลืออะไรให้”

 

“นายหมายความว่าไง?” เซ็บถาม “นายกำลังพูดถึงใคร โอเว่น”

 

“พูดถึงใครก็ได้ที่มีอิทธิพลกับมัน”

 

“หืม?”

 

“และคงทำให้คุณอยากฆ่าผมเลยล่ะ” เซ็บเลิกคิ้วใส่เขาไม่เข้าใจสิ่งที่โอเว่นต้องการจะสื่อ ผิดกับดีแลนที่หงุดหงิด มันว่ายถอยห่างเพื่อพุ่งชนมาใหม่ แต่ในนาทีนั้นโอเว่นก็ตัดสินใจ เขาผลักลูกน้องคนอื่นลงน้ำแล้วหยิบมือถือมาเปิดเสียงวาฬล่อเจ้าฉลามไว้

 

เหน็บมันเข้ากับเสื้อของลูกน้องคนนึงที่ต้องเสียสละตัวเอง

 

“อ๊ากกก!” เสียงโอดครวญเคล้ากับเสียงเรดาร์ที่กำกับอยู่ เจ้าตัวอาศัยจังหวะนั้นรีบกลับไปสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อพาเจ้านายหนี ด้วยสัญชาตญาณที่ชอบวาฬมากเลยทำให้ไม่อาจทนความรบเร้าได้ ดีแลนพุ่งตรงไปหามือถือที่ถูกเหน็บไว้หลังลูกน้องซึ่งพยายามว่ายหนีไม่ให้ตัวเองตาย

 

เขาอ้าปากกว้างเขมือบผู้ชายคนนั้นไปทั้งตัว 

 

ทั้งที่ก็รู้ว่าเป็นกลลวง แต่ก็ห้ามความอยากของตัวเองไม่ได้

 

ถึงอย่างนั้นดีแลนก็ไม่ได้สนใจ เขายอมปล่อยให้เรือของอีกฝ่ายแล่นห่างไป เพราะรู้ดีว่าคนพรรค์นั้นอีกไม่นานก็จะถูกฆ่าตาย และคนที่จะทำก็ไม่ใช่ใครอื่น

 

ดายคงอยากฆ่าพวกมันด้วยตัวเอง 

 

“ถือว่าผมเหลือเหยื่อไว้ให้พี่นะ ดาย”  

 

พี่คงอยากล้างแค้นให้โซล...และครอบครัว 

 

สองมือโอบร่างเล็กขึ้นจากน้ำ หอบหายใจนิดหน่อยตอนประคองร่างคนที่ตัวซีดขาว เวลานี้โซลเสียเลือดไปมาก เนื้อตัวเริ่มเย็นและไม่ได้สติ เจ้าของนัยน์ตาสีนิลเลยต้องดูแลแบบใกล้ชิด กวาดตามองไปทั่วดูว่าจะพาคนตัวเล็กไปไหนได้บ้าง

 

จะพาไปที่บ้านก็คงไม่ทันการ เสียเลือดมากขนาดนี้ยังไงก็ต้องไปโรงพยาบาลก่อน

 

“ทำใจดีๆ ไว้ก่อนนะ ผมจะพาคุณไปหาหมอ”

 

“…”

 

“อดทนนะคนเก่ง” กดจูบลงบนหน้าผาก ความไม่ได้รู้ลู่ทางมากกลายเป็นพิษ ร่างสูงกระชับอ้อมกอดที่มี พาขึ้นไปบนถนนหวังเพียงรถสักคันหรือใครสักคนผ่านมาเห็น แต่เวลานี้ดึกเกินกว่าที่จะมีคนมาเห็นใจ จะให้อุ้มพาไปเองโซลก็คงหายใจได้อีกไม่นาน

 

ภาพที่อีกฝ่ายโดนยิงยังติดตา รวมถึงน้ำตาที่สัมผัสได้

 

คนตัวเล็กเสียใจและยินยอมรับความตาย เนื้อตัวที่แปดเปื้อนไปด้วยหยาดเหนียวข้นบ่งบอกถึงการถูกมัจจุราชโอบกอดเอาไว้

 

มันหยดลงบนดิน ย้อมสีนิลเป็นแดงฉาน นาทีนั้นร่างสูงต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณ

 

และฟ้าก็ส่งคนมาช่วยทัน

 

“พ่อหนุ่ม ยืนทำอะไรน่ะ”

 

“อะ!”

 

“มืดแล้วนะ ไม่กลับไปนอนพักเหรอ” เสียงทุ้มต่ำรั้งสายตาให้หันไปหา ก่อนจะสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าของลุงวัยหกสิบ เขาย่นคิ้วเพ่งมองดูร่างที่เต็มไปด้วยเลือดในวงแขนของที่ยืนคิด พลันก็เบิกตากว้างทันที ถอยหลังผงะทิ้งข้าวของที่ถือมา “นะ...นั่นใครน่ะ! ทำไมเลือดท่วมตัวขนาดนั้น!”

 

“เขา...เขาโดนยิงมา”

 

“หา?”

 

“ต้องพาเขาไปโรงพยาบาล ช่วยผมหน่อยได้ไหม” ร่างสูงถามเสียงหนัก หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำเมื่อได้ยินเสียงพร่ำเพ้อของคนที่ใกล้จากไป ขยับเข้าไปใกล้ลุงที่พยายามตั้งสติตัวเอง “เขาจะไม่ไหวแล้ว”

 

“อะ...อ้าว งั้น...งั้นไปขึ้นรถ ลุงมีรถ จะ...จอดอยู่ด้านหลัง”

 

“...”

 

“รีบไปกันเร็วเข้า เดี๋ยวจะแย่เอานะ!” คนแปลกหน้าลนลานหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกง นำทางให้คนที่อุ้มร่างเล็กไปขึ้นรถด้วยกัน จากที่ไม่เคยขับรถเร็วกลายเป็นต้องเร่งเครื่องหนัก รถกระบะสีเทาเก่าๆ เร่งเครื่องยาวตรงไปถึงโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

 

ร่างสูงกัดปาก เนื้อตัวเปื้อนเลือดแต่ก็ไม่หวั่น กอดร่างบางไว้ข้างกันก่อนจะอุ้มไปวางบนเตียงที่แผนกฉุกเฉินทันทีที่มาถึง

 

เจ้าหน้าที่หลายคนเข้ามารุมดู ทำเอาเผลอย่นคิ้วใส่ การที่มนุษย์มารวมตัวมากมาย กลิ่นไอความร้อนจากร่างกายแลดูจะมีผลโดยเฉพาะพวกมนุษย์ตอนอยู่ในสถานการณ์ตื่นตระหนก ทว่าเจ้าตัวกลับต้องข่มอารมณ์ ถูกพยาบาลดันให้รออยู่ข้างนอกไม่ให้เข้าไปในห้องฉุกเฉิน

 

“ญาติรอข้างนอกค่ะ”

 

“ผมขอเข้าไปด้วยไม่ได้หรือไง”

 

“ไม่ได้ค่ะ” เธอตอบรีบปิดประตูกันร่างสูงเดินเข้าไป นัยน์ตาสีนิลสั่นไหว เดินวนไปมาหน้าห้องฉุกเฉิน หยาดเลือดหยดลงบนพื้น วนเป็นวงกลมตามแนวที่เดิน เขาคอยไปเกาะประตูดูว่าตอนนี้ในห้องนั้นเป็นยังไง ขณะที่หัวใจก็ภาวนาให้อย่ามีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้น

 

“พี่!”

 

“ดีแลน”

 

“โซลเป็นยังไงบ้าง?” คนถูกเรียกหันไปมองก่อนจะพบกับน้องชายที่วิ่งมาหา ดีแลนตรงไปเกาะบานประตูพยายามแอบดูว่าตอนนี้ข้างในเป็นยังไงบ้าง “กลิ่นเลือดคลุ้งชะมัด เขาเสียเลือดเยอะแค่ไหนกัน”

 

“เยอะจนร่างกายซีดขาว”

 

“หา?”

 

“ไม่ต่างจากวันนั้นเลย” คนเป็นพี่หลุบตาต่ำหวนนึกถึงวันที่เรื่องร้ายเริ่มต้นขึ้นมา รวมถึงเรื่องที่เขารู้ว่าโซลอยากจากไปหาพ่อแม่มานานแค่ไหน แต่คนที่จะพรากชีวิตไปได้มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขาก็ไม่เคยทำให้โซลตายจริงๆ เลยสักครั้ง

 

ไม่มีใครที่กล้าทำร้ายคนของฉลาม ถ้าเกิดโซลตาย พวกเขาเองก็คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้เหมือนกัน

 

“ผมอยากเข้าไปหาเขาชะมัด ไม่รู้ว่าเขาเป็นไงบ้าง”

 

“ฉันก็อยากเข้าไป แต่พวกเขาไม่ให้เข้า” พี่ชายถอนหายใจยืดยาว เสยผมขึ้นแม้เลือดจะเปื้อนไปบ้าง เวลานี้ถึงจะเข้มแข็งแค่ไหน หัวใจก็เต้นในจังหวะที่ความกลัวปลุกเร้า โซลเสียเลือดมากจนเขาไม่แน่ใจว่าความตายจะมาพรากเราออกจากกันไหม

 

ดีแลนกัดปาก ยกมือขึ้นกุมหน้าอกราวกับโดนบีบหัวใจ

 

“เขากำลังจะตาย”

 

“ดีแลน”

 

“เขากำลังจะยอมแพ้ ดีวาน” ไม่ใช่แค่น้องชายที่รับรู้ถึงลางสังหรณ์นั้น ดีวานเองก็อึดอัดอยู่ในใจไม่แพ้กัน ดวงตาหลุบมองที่ประตูพยายามคิดว่าจะมีหนทางไหนที่ช่วยคนของฉลามให้รอดตายได้บ้าง “ผมจัดการคนพวกนั้นหมดแล้ว แต่ไอ้ตัวการผมเหลือไว้ให้”

 

“…”

 

“พี่คงอยากจัดการมันเอง” สบตากับพี่ชายเพื่อสื่อสารกันผ่านจิตใจ ดีวานรู้ดีว่าน้องชายหมายถึงอะไร และมันก็เป็นจริงที่พูด พวกคนที่ทรยศคนของฉลามไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ถ้าเกิดมันไม่ยิงโซล บางทีพวกมันอาจจะถูกฆ่าเงียบๆ แล้วปล่อยให้เป็นปริศนาก็ได้

 

แต่เพราะพวกมันกล้าลองดี เขาเลยขอเก็บพวกมันไว้ส่งท้าย

 

“โซลฟื้นเมื่อไหร่ พวกมันได้ตายยกรัง” ฝากฝังคำพูดสุดท้ายเป็นจังหวะเดียวกับได้ยินเสียงติ๊ดยาวดังมาจากในห้อง นาทีนั้นพี่น้องทั้งสองรีบเกาะประตูแนบหูฟัง และดูว่าเสียงนั้นมันมาจากไหน เขาเคยได้ยินตอนที่พาโซลมาโรงพยาบาลคราวนั้น ถ้าจำไม่ผิดมันคือเครื่องวัดชีพจรการเต้นของหัวใจ

 

ซึ่งการที่มันส่งเสียงติ๊ดยาวแบบนี้แปลว่าเกิดเรื่องไม่ดีต่อใจ

 

คนของฉลามกำลังจะทอดทิ้งกันไปพาให้ฉลามคลั่งขึ้นมา

 

“โซล ไม่นะ ไม่ ไม่!!!!!!”  

 

 

ผมคิดว่าตัวเองคงไม่รอด 

 

เดจาวูเหตุการณ์คราวก่อน ผมเห็นภาพของแม่ที่ยื่นมือมารับ ทว่าพอจะจับกลับตกอยู่ในวังวนฉลามอันน่าพิศวง พวกมันรายล้อมเข้ามาจู่โจม ฉีกทึ้งร่างกายผมคล้ายโกรธเกลียดกัน ผมกรีดร้องสัมผัสถึงความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทรมานจนต้องเอ่ยปากอ้อนวอนให้ความตายมารับ

 

หนำซ้ำยังเห็นภาพของคนที่ไว้ใจหยิบมีดแทงซ้ำตรงแผลเก่า โอเว่น เอริค ริชาร์ด รวมถึงเซ็บไม่ต่างจากฉลาม เขาฝังมีดคมวาวลงกับร่าง กรีดกระชากให้ผมกรีดร้องด้วยความรวดร้าวจากร่างกายและหัวใจ

 

‘ไม่มีใครอยากตายเพื่อคุณ’  

 

‘ทุกคนมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้’  

 

‘เพราะคุณรักมันเกินไป งั้นก็ตายไปพร้อมกับมันเลยแล้วกัน’  

 

‘ไม่นะ!!!!!!!’ ในมโนภาพโอเว่นผลักผมให้จมดิ่งสู่ความมืด ผมหวีดร้องแต่กลับไม่มีเสียงคล้ายโดนปาดคอขโมยกล่องเสียงไป จากที่อยู่ในน้ำพลิกกลับเป็นตกจากเรือแล้วลงสู่ทะเลใหม่

 

หยาดใสผสมกับทะเลเคล้าคลอกันไป แสงสว่างเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นยามกายบอบช้ำร่วงลงสู่ทะเล รอบข้างมีหยาดเลือดปนเปกันไป ผมพยายามนึกว่ามันเคยเกิดขึ้นที่ไหน มันไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกับวันที่ผมอยู่ใต้มหาสมุทรหมื่นฟุต

 

ผมเห็นเงาของคน ร่องรอยกระสุนที่พยายามสาดใส่ และฉลามมากมายที่ทำท่าเหมือนจะฆ่าผมให้ได้

 

แล้วมันก็หายไป 

 

แทนที่ด้วยเงาดำที่ผมพยายามเพ่งเล็งว่ามันคืออะไร

 

ผมรู้มาตลอดว่าความทรงจำของผมสูญหาย ทั้งเรื่องของเซ็บ ทั้งเรื่องที่ผมรอดตาย ไม่มีใครรู้ว่าผมมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง ซึ่งมันยากกว่าการตามหาว่าปาร์คเกอร์คือใครซะอีก แต่ในความฝันผมเห็นร่างสีดำที่เริ่มเปลี่ยนไป

 

ดวงตาพร่าเลือนไม่รู้ว่าตรงหน้าคืออะไร รู้แค่ว่าผมโดนป้อนอากาศให้ โอบกอดด้วยวงแขนอันอบอุ่น ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นมโนภาพที่ผมสร้างขึ้น ผมได้ยินเสียงกระซิบ แต่ไม่รู้ว่าคำพูดนั้นคืออะไร ราวกับว่าจิ๊กซอว์ที่ผมต่อไว้มันยังลงล็อคไม่ได้

 

ยังมีบางส่วนขาดหาย บางส่วนที่มาพร้อมกับถ้อยคำที่แว่วดังอยู่ไม่ไกล

 

ผมรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย

 

แต่ผมไม่รู้ว่ามัจจุราชยังปราณีผมอยู่ 

 

‘คุณต้องไม่เป็นอะไร’  

 

‘กลับมาหาเรานะ โซล’  

 

‘พวกเราต้องการคุณ’  

 

เสียงติ๊ดยาวเป็นเสียงเดียวที่ลอยวนอยู่ในความทรงจำผม ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหายและกลายเป็นเสียงติ๊ดปกติ มันรบกวนดึงรั้งผมออกมาจากภวังค์ความคิด ตักเตือนว่าตอนนี้มีบางอย่างผิดแปลกไป ผมคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังถูกตรวจสอบว่าตายจริงไหม

 

แต่การลืมตาขึ้นมาเจอกับคนที่ซ้อนทับกับความฝันยิ้มให้ มันแลดูจะไม่ใช่ความตายที่ผมคิดไว้เท่าไหร่

 

มันดูเป็นความจริงที่น่าผิดหวังมากกว่า...

 

“คุณกลับมาแล้ว ที่รัก”  

 

ผมยังไม่ตายนั่นคือสิ่งที่ผมอยากพูดออกมา

 

ติดตรงที่ผมสวมหน้ากากช่วยหายใจเอาไว้ การพูดเลยลำบาก หนำซ้ำเรี่ยวแรงที่จะพูดจาก็เหือดหาย ผมปรับโฟกัสไล่สายตามองหน้าสองหนุ่มที่ชะโงกหน้ามาดูผมที่ฟื้นจากความตาย ดีแลนกับดีวานระบายยิ้มโล่งใจ มือหนาของคนพี่ลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน

 

“เก่งมาก เด็กดี” คำชมเชยทำผมนิ่งคิด ไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ทว่าสายตาที่สื่อมาก็เต็มไปด้วยความห่วงใย พลันปลายนิ้วก็เกลี่ยน้ำตาที่ไหลผ่านหางตาไปให้

 

ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองร้องไห้ทำไม

 

ดีใจที่ยังมีชีวิต

 

หรือเสียใจที่ยังไม่ตาย 

 

“ผม...ยังอยู่เหรอ?” ผมเค้นเสียงถาม ลำบากแค่ไหนก็อยากยืนยันให้แน่ใจ “ผมยังไม่ตาย?”

 

“คุณรอดอย่างหวุดหวิด หมอบอกว่าหัวใจคุณหยุดเต้นไปพักนึง แล้วคุณก็กลับมา”

 

“…”

 

“ผมนึกว่าคุณจะยอมแพ้แล้วรู้ไหม คุณเก่งมากที่สู้ต่อนะที่รัก” ดีแลนยิ้มหวานกดจูบลงบนหน้าผาก ดึงมือผมมาจูบเบาๆ ผมเห็นถึงความโล่งใจและสบายใจของเขาราวกับว่าเพิ่งผ่านการลุ้นระทึกมานาน “หัวใจผมเกือบหยุดเต้นตามเลยตอนได้ยินแบบนั้น ทำไมคุณชอบทำให้พวกเราเป็นห่วงนักนะ”

 

คนน้องส่ายหน้าไปมา ดูเขาอยากจะดุแต่เหมือนคำพูดนั้นเป็นการบ่นกับตัวเองมากกว่า ดีวานเช็ดน้ำตาให้ผม แม้จะไม่มีเสียงสะอื้นแต่ผมก็ยังคงร้องไห้

 

ผมรู้แค่ว่าผมเสียใจ

 

และเจ็บร้าวไปทั่วร่างไม่เว้นหัวใจที่บอบช้ำ

 

“แต่อย่าทำแบบนี้อีกนะ พวกเราเป็นห่วงคุณมากนะรู้ตัวบ้างไหม”

 

“...”

 

“ถึงคุณจะไม่เหลือใคร คุณยังมีเรานะโซล” ผมคิดว่านั่นเป็นคำปลอบโยนที่ดี ถ้าเป็นคนปกติหรือช่วงเวลาที่ผมไม่เสียใจขนาดนี้ ผมก็ยังจะอินมันได้ไม่ยาก แต่เพราะผมเพิ่งเจอคนที่ผมไว้ใจหักหลังมา การถูกพูดว่าเป็นห่วงโดยคนแปลกหน้าทำให้ผมไม่เชื่อเลยสักนิด

 

อีกอย่างผมไม่รู้ว่าพวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ก่อนหน้านี้พวกเขาหายตัวไป ทิ้งผมไว้ในห้องแล้วกลับมาสวมรอยเป็นคนที่ห่วงใยผมมากกว่าใคร

 

คิดว่าผมจะเชื่อคำพูดเขาไหม...

 

ผมไม่เชื่อสักคำ 

 

ผมร้องไห้เงียบๆ ขณะที่พวกเขาไปตามหมอมาดูอาการให้ ผมยังคงต้องพักรักษาตัวจนกว่าแผลจะหาย เสียดายที่ผมไม่มีเวลาขนาดนั้น ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ที่เรือนั่นเป็นยังไงบ้าง เซ็บกับโอเว่นยังลอยนวลอยู่ไหม มีแค่ริชาร์ดที่ผมเห็นว่าโดนดายฆ่าไป ส่วนเรื่องอื่นๆ กลายเป็นปริศนาให้ผมเดาเอาเองระหว่างหมอดูอาการ

 

ผมเลียปาก หลุบตามองดีวานกับดีแลนซ้ำไปซ้ำมา เขาไปคุยกับหมอปล่อยให้ผมนอนทบทวนตัวเองอยู่คนเดียวในห้อง มีหลากคำถามที่ผมอยากถามออกไป ทว่าพอจะพูดทีไหร่สมองกลับขาวโพลนไปหมด คงเพราะผมพึ่งฟื้น การจะคิดอะไรหนักๆ คงจะทำร้ายผม

 

อีกส่วนคือผมอยากจะพักสักนิด

 

ผมอยากได้เวลาทำใจก่อนจะกลับไป...

 

เผชิญความจริง 

 

“ไง ฟื้นแล้วเหรอจอมโจร”

 

“อะ...”

 

“คุณดูแย่กว่าที่ผมคิดไว้นะ” เสียงทุ้มต่ำที่เคยได้ยินรั้งสายตาผมให้หันไปมองคนที่เดินเข้ามาใหม่ นาทีนั้นผมตกใจ เบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติ โนเอลยิ้มให้ผม เหล่มองสองหนุ่มที่คุยกับหมออยู่ข้างนอก ขออนุญาตนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงซึ่งผมก็พยักหน้าเป็นการตอบรับ “คุณเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าคุณหลับไปเกือบสองวัน”

 

“ก็ยังไม่ตาย”

 

“ปากเก่งแบบนี้แปลว่าหายแล้วแน่ๆ” โนเอลยิ้มเขาดูจะพยายามไม่ให้สถานการณ์มันตึงเครียดเกินไป ผิดกับผมที่มองข้ามไป ผมเลือกที่จะเข้าประเด็นเพราะเสียเวลามากพอแล้ว

 

“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ไง ผมนึกว่าคุณจะหายไปกับเซ็บ”

 

“ผมเลือกช่วยคุณแล้ว ผมไม่หันกลับไปเดินทางผิดหรอก”

 

“…”

 

“ถึงผมจะไม่รู้ว่าพวกคุณมีเรื่องก่อนหน้าอะไรกัน แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่เขาทำตัวไม่ดีใส่ และผมรู้สึกแย่ที่ได้ยินเขาพูดกับคุณแบบนั้น”

 

“คุณคิดว่าผมจะเชื่อจริงๆ เหรอที่บอกว่าคุณไม่รู้ว่าผมกับพ่อคุณมีเรื่องอะไรกัน”

 

“…”

 

“ตอนผมรู้ว่าคุณเป็นลูกชายเขา ผมตกใจมาก คิดว่าคุณอาจจะหลอกผมไปติดกับพ่อคุณก็ได้ แต่คุณกลับช่วยผมไว้” ผมหลุบตาต่ำ ถอนหายใจยาวไม่สบตากับคนตรงหน้า “ผมไม่รู้ว่าคุณทำแบบนั้นทำไม ถ้าเกิดคุณมีแผนอะไรหรือพ่อคุณใช้ให้มาทรยศผม คุณจะจัดการผมเลยก็ได้นะ”

 

“โว้ว ใจเย็น ผมไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น” โนเอลยกมือห้าม “ที่ผมช่วยคุณก็เพราะพวกเขาสั่ง พ่อไม่ได้บังคับอะไรผมหรอก”

 

“พวกเขา?” ผมเลิกคิ้ว โนเอลเลยผงกหัวไปทางสองหนุ่มนั่น “พวกเขาเกี่ยวอะไรด้วยกัน?”

 

“ก็พวกเขาคิดว่าคุณน่าจะรั้นออกไปตามหาความจริงแน่ๆ เลยขอให้ผมช่วยเพราะผมดันไปรู้อะไรไม่ดีเข้า”

 

“หืม?”

 

“ไว้คุณไปคุยกับพวกเขาเองดีกว่า ส่วนเรื่องพ่อ เท่าที่ผมรู้คือมีคนพาเขาหนีไปที่ไหนสักแห่ง ยังระบุไม่ได้ชัดเจนแต่ผมจะติดต่อคนในตามหาตัวให้...ถ้าเกิดพวกเขายังไม่ตายน่ะนะ” ประโยคหลังโนเอลพึมพำ เขาพ่นลมหายใจเหยียดยาวดูเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น พลันเขาก็เปลี่ยนมานั่งประสานมือ ขบฟันไปมานิดหน่อยด้วยท่าทีจริงจัง “แต่ผมมีเรื่องที่อยากถามคุณมาก”

 

“เรื่องอะไร?”

 

“เรื่องน้องชาย”

 

“…”

 

“คุณรู้ใช่ไหมว่าเขาตายยังไง” ภาพของโจเอลลอยเข้ามาในหัว ผมยังจำมือซีดขาวที่โบกให้ผมอยู่ได้ “ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นอะไรตาย เรื่องศูนย์วิจัยก็เกี่ยวกับคุณใช่ไหม ไหนจะเรื่องข้อมูลอะไรที่อาพูดถึงอีก เรื่องพวกนี้มันคืออะไรกันแน่?”

 

“ทำไมคุณไม่ถามพ่อตัวเองเอาล่ะ เขาเป็นคนวางแผนทุกอย่าง”

 

“ผมบอกแล้วไงว่าตอนนี้ผมกลับไปหาพ่อไม่ได้”

 

“…”

 

“ผมมีแค่คุณแล้วก็พวกเขา เพราะงั้นช่วยบอกผมเถอะว่ามันเกิดอะไร และผมจะบอกทุกสิ่งที่ผมรู้ให้คุณฟังเช่นกัน”

 

“นี่คือการเดิมพัน?”

 

“มันคือการขอความเห็นใจก่อนความตายมาเยือน โซล”  

 

 

LOADING 100 PER 

คนของฉลาม ใครทำเขาเจ็บต้องเตรียมใจ :)  

ความตายมันง่ายนิดเดียว มารอเสียวพร้อมกัน 

ถึงเวลามาแก้เกมคนแปลงฉลาม เมื่อความเสียใจพุ่งสูงจนอดทนไม่ไหว 

จะเลือกรักษาความลับต่อไหม 

หรือจะปล่อยให้มันตายไปกับความเชื่อใจกัน? 

ฝากติดตามด้วยน้า 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น