Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 23 : จับกลโกง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 23 : จับกลโกง

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 23 : จับกลโกง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 23 : จับกลโกง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ให้ตายเถอะ” ผมกัดฟันกรอด ทุกย่างก้าวเจ็บร้าวจนแทบทนไม่ไหว ผมต้องใช้กำแพงประคองตัวเองให้เดินไป สาดสายตาไปทั่วเพื่อดูว่าตัวเองอยู่ชั้นไหน ขณะเดียวกันก็หาคนใจร้ายที่หายตัวไป อย่างน้อยเขาก็น่าจะบอกกับผมว่ามาที่นี่เพื่ออะไร หรือว่าจะไปไหน

 

ผมไม่สนใจหรอกว่าตัวเองจะถูกใครทิ้ง ทั้งชีวิตผมก็ถูกทิ้งมาตลอด

 

แต่เพราะครั้งนี้ผมมีเป้าหมายที่ต้องทำ การที่เขามาขวางแล้วหายไปเฉย มันไร้ความรับผิดชอบ ต่อให้ผมจะยินยอมให้เขามีความสุขกับผมก็ตาม

 

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ควรปล่อยผมไว้เพียงลำพัง

 

“ถ้าเจอกัน ได้เห็นดีกันแน่” ผมพึมพำเลียปากพลางส่ายหน้า พยายามฝืนกายเดินต่อปฏิเสธความช่วยเหลือจากพนักงานแถวนั้นที่เข้ามาช่วยผม ผมพักหายใจรู้สึกเหมือนเดินมานานแล้วทั้งที่ยังเดินไปไม่เท่าไหร่ คงเพราะว่าร่างกายตอนนี้ผมมันค่อนข้างอ่อนแอเกินจะทนไหว

 

เสียดายที่ผมหยุดไม่ได้

 

ผมต้องการริชาร์ดให้เจอ

 

“ครับนายท่าน”

 

“หืม?”

 

“ผมกำลังไปครับ” เสียงคุ้นหูที่เหมือนได้ยินที่ไหนทำให้ผมรั้งสายตาไปมองคนที่ยกโทรศัพท์มาแนบหู ดวงตาเพ่งดูก่อนจะขยับตัวหลบเข้าช่องเก็บของ ไม่ให้เลขาหนุ่มที่ยืนคุยกับริชาร์ดตอนนั้นเห็นว่าผมอยู่แถวนี้ “คุณริชาร์ดอยากได้วิสกี้เหรอครับ ได้ครับ ผมจะเอาไปให้”

 

“…”

 

“ให้ตามคุณชายไปด้วยใช่ไหมครับ ครับท่าน ได้ครับ ผมจะรีบจัดการให้ครับ” เขาโค้งหัวให้กับปลายสายแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ตรงหน้า นั่นทำให้ผมเห็นถึงความเคารพและจงรักภักดีที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีคนทำแบบนั้นให้ผมไหม อีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในห้อง ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นห้องเก็บไวน์หรืออะไรสักอย่าง

 

ผมแอบไปดูอยู่ห่างๆ หลบเหมือนเขาเดินออกมาพร้อมกับเก็บมือถือลงกระเป๋าอีกครั้งราวกับว่าเพิ่งโทรหาใคร

 

ทว่าที่น่าสนใจคือการที่เขาเอ่ยชื่อริชาร์ดออกมาต่างหาก แสดงว่าตอนนี้อาของผมคงอยู่กับคนที่ผมตามหา ผมเลยตัดสินใจเดินตามเขาไปแบบไม่ประชิดตัวมาก คอยสอดส่องว่ามีคนเดินตามมาไหม ผมไม่แน่ใจว่าบนเรือนี้มีกับดักอะไรหรือเปล่า เพราะตอนผมขึ้นเรือมาต่อให้จะมีดีวาน แต่ผมก็คือโซล อิลเดนสัน

 

ไม่มีใครจะไม่พูดถึงการปรากฏตัวของผมที่นานๆ จะโผล่มาสักครั้ง แต่ทุกครั้งจะสร้างความทรงจำให้ติดตรึงอยู่ในหัวของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไว้ อีกอย่างถ้าผมเป็นลูกน้อง แล้วเห็นคนแบบผมเข้ามา มีเหรอที่จะไม่บอกเจ้านาย

 

ผมคิดว่าบางทีริชาร์ดอาจจะรู้ว่าผมมาที่นี่แล้วก็ได้

 

เขาแค่ไม่รู้ว่าผมอยู่ส่วนไหนของเรือ

 

“คุณชายมาหรือยัง?”

 

กึก !

 

“ผมโทรไปตามเขาแล้ว เขาบอกจะรีบมาหา”

 

“ยังไม่เห็นคุณชายมาเลยนะครับคุณเลขา”

 

“งั้นอีกสักพักก็คงมา ดูแลความปลอดภัยด้วยล่ะ”

 

“ครับ” ผมหลบตรงบันไดไม่ไกลจากที่มีการ์ดสองคนยืนอยู่ หรี่ตาลงมองเลขาหนุ่มทีเดินถือเครื่องดื่มเข้าไปในห้อง เหล่มองตรงสุดทางเดินนิดหน่อยก็พบว่านี่คือชั้นสาม มันเป็นโซนวีไอพี และส่วนใหญ่เป็นห้องพักขนาดใหญ่ ผมแอบแปลกใจเนื่องจากพวกโซนแบบนี้ควรจะอยู่ใกล้กับชั้นดาดฟ้ามากกว่าเกือบล่างสุดของเรือ

 

ผมเลียปาก ดูท่าว่าการจะเข้าไปในนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผมจะผ่านการ์ดที่เฝ้าอยู่ไปโดยไม่โดนจับได้ยังไง

 

จะให้ไปยั่วยวนผมคิดว่าตัวเองก็คงรับอะไรไม่ไหว แค่นี้ผมก็ปวดขาจะตายอยู่แล้ว

 

“ขอโทษนะครับ คุณลูกค้า”

 

“อ๊ะ!”

 

“เมาเรือเหรอครับถึงมายืนอยู่ตรงนี้?” ผมสะดุ้งหันขวับไปมองพนักงานเสริฟ์น้ำที่สวมหน้ากากสีทองเอาไว้ เขากะพริบตาใส่ขณะที่ไอเดียผุดพรายเข้ามาในหัว ถ้าเกิดผมเข้าไปในห้องในฐานะโซล อิลเดนสัน หลานชายของริชาร์ดไม่ได้ ผมก็คงต้องปลอมตัวเข้าไป

 

และโชคดีที่พนักงานคนนี้มีขนาดตัวที่ไล่เลี่ยกับผมค่อนข้างมาก ทำเอาผมกระตุกยิ้มหวาน ก่อนจะหยิบเงินจากกระเป๋าตังค์ที่คราวนี้ไม่ลืมไว้ออกมาให้

 

เจ้าตัวเลิกคิ้วใส่ ดูตกใจกับจำนวนเงินที่น่าจะมากกว่าที่เขาเคยได้รับ

 

“นะ...นี่มันอะไรครับคุณลูกค้า?”

 

“ค่าเครื่องแบบของคุณไง”

 

“หา?”

 

“ผมขอซื้อมัน”  

 

ผมขยับหน้ากากสีทองบนหน้า มันใหญ่พอที่จะปิดบังไม่ให้ใครเห็นว่าภายใต้หน้ากากนี่เป็นใคร หนำซ้ำผมยังเปลี่ยนทรงผมของตัวเองใหม่ จัดชุดพนักงานเสริ์ฟเครื่องดื่มให้เรียบร้อยแล้วหันไปตบบ่าคนที่ผมซื้อเครื่องแบบเขามาใส่ ตอนนี้เจ้าตัวใส่ชุดของผม จัดแต่งองค์ประกอบต่างๆ ที่ถ้ามองจากด้านหลังก็คงคิดว่าเป็นผมได้ไม่ยาก

 

“รบกวนคุณช่วยไปเดินเล่นอยู่ในงานสักพักนะ จนกว่างานจะเลิกเลยก็ได้”

 

“คะ...คุณลูกค้าแน่ใจนะครับว่าจะใส่ชุดนั้น ผมใส่มาทั้งวัน มันอาจจะ...”

 

“ไม่ต้องห่วง ผมจะใส่มันไม่นาน”

 

“…”

 

“และอย่าบอกใครเป็นอันขาด นี่ถือว่าเป็นค่าขนมของคุณนะ” ผมตบบ่าเขาสองสามทีแล้วยื่นเงินอีกจำนวนนึงให้ ถึงมันจะดูมากเกินไปสำหรับชุดและการให้สวมรอยเป็นผมในเวลาไม่นาน แต่ผมคิดว่าถ้าเราอยากได้อะไรสักอย่าง มันย่อมต้องลงทุนกันบ้าง

 

ยิ่งไปกว่านั้นเงินแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของผมร่วงหรอก

 

ซึ่งพอพูดไปแบบนั้น เจ้าตัวก็แลดูจะอึกอักนิดหน่อย เสียดายที่ผมไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียงมากนัก ยัดเงินใส่มือเขา หยิบถาดที่ใส่เครื่องดื่มมาถือไว้ เดินออกจากห้องน้ำกวาดตามองเพื่อดูว่าแถวนี้มีใครไหม มันคงไม่ดีถ้าเกิดผมถูกจับได้ ซึ่งพอทุกอย่างปลอดภัยผมก็สวมรอยเดินไปหาการ์ดที่ยืนกันอยู่

 

ยกยิ้มให้เขานิดๆ ปั้นแต่งเป็นพนักงานที่เอาเครื่องดื่มมาเพิ่มให้ แอบกัดกรามนิดหน่อย เพราะเวลาขยับตัวเร็วๆ มากๆ มันสะเทือนกับช่วงล่างที่มีความบอบช้ำตราตรึงไว้

 

“คุณเลขาสั่งให้ผมเอาเครื่องดื่มมาเพิ่มให้”

 

“เมื่อกี้เห็นเขาถือเครื่องดื่มเข้าไป”

 

“แล้วเขาก็สั่งให้ผมเอาเข้าไปเพิ่มอีก” ผมตอบหน้านิ่งตามแบบฉบับ มองพวกเขาที่มองหน้ากันอย่างลังเลใจ คำสั่งที่ให้ระวังความปลอดภัยคงทำให้พวกเขาไม่สามารถปล่อยผ่านใครไปได้ง่ายๆ อีกส่วนนึงผมคิดว่าพวกเขาอาจจะระแวงว่าจะมีคนสวมรอยเข้าไป

 

งั้นแปลว่าริชาร์ดรู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าผมอยู่บนเรือ

 

“ขอเดินไปถามเขาก่อน แล้วจะออกมาเรียกเข้าไป”

 

“แบบนั้นจะชักช้าไหม ถ้าเกิดคุณเลขาไม่พอใจหรือทำให้คุณท่านเสียเวลา พวกคุณจะโดนว่าเอานะ” ผมยกข้ออ้างว่าถูไถ คิดว่ายังไงคนพวกนี้ก็ย่อมต้องกลัวคนที่อยู่เหนือกว่า “อีกอย่างผมก็แค่มาส่งเครื่องดื่มแล้วก็กลับ ผมไม่อยากเดือดร้อนเพราะพวกคุณหรอกนะ”

 

“แต่เราไม่ได้รับคำสั่งว่าให้คนเอาเครื่องดื่มมาเพิ่ม เมื่อกี้คุณเลขาก็ไม่ได้พูดอะไร”

 

“งั้นถ้าคุณจะไปเรียกเขามาดูหน้าผมก็ได้ แต่ถ้าโดนด่า อย่ามา...”

 

“มีปัญหาอะไรกันเหรอ?”

 

“อะ!” บทสนทนาของเราถูกขัด นั่นทำให้ผมหันขวับไปมองคนที่เดินเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายสงสัยทำเอาผมเบิกตากว้างนิดหน่อย ก่อนจะรีบกลับมาสนใจการ์ดที่โค้งหัวให้กับเขาไม่ต่างจากที่ทำกับคนก่อนหน้า

 

การแสดงความเคารพพาให้ผมเลียปากอย่างลืมตัวไปชั่วขณะ พลันก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อได้ยินว่า...

 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับคุณชาย

 

“ว่าไงนะ”

 

“แค่พนักงานคนนี้บอกว่าจะมาเติมเครื่องดื่มให้ แต่เราไม่ได้รับคำสั่งจากใครเลยไม่ให้เข้าไป คุณเลขากำชับไว้น่ะครับ” การ์ดที่ยืนเถียงกับผมอยู่นานฟ้องไปแบบนั้น ทำเอาคนที่ถูกเรียกว่า ‘คุณชาย’ เลิกคิ้วใส่ เขาสบตากับผม จ้องมองลึกผ่านหน้ากากเข้ามาราวกับค้นหาคำตอบให้ได้

 

ซึ่งผมก็ไม่ได้ทำตัวผิดปกติอะไร ยืนยันหน้าที่ที่ตัวเองสวมรอยเอาไว้

 

“คุณเลขาเป็นคนสั่งให้ผมเอามาเติมให้ และผมก็เลทเวลามากแล้วด้วยเพราะพวกเขาไม่ให้ผมเข้าไป”

 

“สงสัยพวกเขาจะจริงจังมากเกินไป”

 

“...”

 

“เดี๋ยวผมพาคุณเข้าไปเองก็ได้ อ้อ และไม่ต้องเรียกผมว่าคุณชายหรอก เรียกว่าโนเอลก็พอ”  

 

“...ได้ครับคุณโนเอล” ผมโค้งให้เป็นการขานรับ เจ้าตัวเลยพยักหน้าและเดินนำไปก่อน ผมลอบมองการ์ดทั้งสองอีกรอบก่อนจะเดินตามเข้าไปด้านใน ตอนแรกผมคิดว่ามันจะเป็นห้องที่มีคนนั่งอยู่เลย ทว่ามันกลับแยกย่อยเข้าไปอีก มีประมาณสองถึงสามห้องได้ ซึ่งห้องที่น่าสนใจคือห้องที่อยู่สุดทางเดิน

 

มันมีร่างของใครหลายคนเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น

 

“คุณกำลังจะทำอะไร”

 

“หืม?”

 

“ผมคิดว่าผมจำคุณได้นะ หัวขโมย” ผมหันขวับไปมองคนด้านข้างที่หยุดเดินเพื่อมองหน้าผม โนเอลย่นคิ้วใส่ขณะที่ผมยกยิ้มให้เป็นเชิงรู้กัน “หน้ากากนี่ไม่ได้ปิดบังเสียงของคุณหรอกนะ รวมถึงแววตานั่นด้วย”

 

“ผมนึกว่าคุณจะเป็นพวกสมองกลวงเหมือนลูกน้องตัวเองซะอีก”

 

“นี่”

 

“แต่เชื่อเถอะ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี”

 

“ผมไม่เชื่อคุณอีกแล้ว” โนเอลตอบนั่นทำให้ผมหัวเราะเพราะคิดว่าเข้าใจในความหมาย “คุณขโมยเรือผม ขโมยบัตรเชิญ และยังลอบเข้ามาในส่วนที่เขาห้ามคนอื่นเข้าอีก”

 

“แต่คุณก็พาผมเข้ามานิ”

 

“…”

 

“คุณเองก็คงมีแผนเหมือนกันใช่ไหม โนเอล?” ผมถามสบตากับเขาผ่านหน้ากากที่สวมไว้ บอกตามตรงว่าผมค่อนข้างตกใจที่โนเอลคือคุณชาย และการที่เขาอยู่ในตำแหน่งนั่นแปลว่าเขาคือลูกชายของคนที่ริชาร์ดมาหา รวมถึงเป็นพี่ชายของคนที่อยู่ในท้องฉลาม

 

เขาคงยังไม่รู้ว่าน้องชายตัวเองตายไปแล้ว

 

“คุณคงกำลังล่อผมไปติดกับไม่ก็ทำอะไรสักอย่างที่ผมคิดไม่ทัน”

 

“ไม่ใช่แบบนั้น ผมก็แค่ทำตามที่พวกเขาขอ”

 

“หา?”

 

“คุณไม่รู้หรอกว่าที่นี่อันตรายแค่ไหน พวกลูกน้องในเรือเขาตามหาตัวคุณกันเต็มไปหมด” คำพูดของโนเอลทำผมชะงัก ดวงตาหลุบต่ำคิดตามที่เขาบอก งั้นแสดงว่าตอนนี้ริชาร์ดก็คงจะรู้แล้วจริงๆ แต่เขาก็คงคิดไม่ถึงว่าผมจะมาหาเขาด้วยตัวเอง “ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปทำอะไรไว้แต่มันคงไม่ดีถ้าคุณถูกจับ ผมพาคุณออกจากเรือนี้ได้ต่อให้คุณจะเป็นหัวขโมยก็ตาม”

 

“มันดูย้อนแย้งนะคุณว่าไหม”

 

“โซล”

 

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีแผนอะไร แต่ผมต้องทำเป้าหมายของตัวเองให้สำเร็จ” ผมว่าอย่างจริงจังไม่สนใจสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ และความเอือมระอาราวกับซ่อนอะไรไว้ของเขา “ผมจะไม่ไปไหนจนกว่าผมจะได้รู้บางอย่าง”

 

“บางอย่างที่ว่าเกี่ยวกับที่คุณหลอกผมไหม”

 

“อะ...”

 

“คุณบอกว่าคุณต้องขึ้นเรือให้ได้ เพราะคุณทะเลาะกับใครบางคน” ผมเลียปากนึกถึงคำโกหกที่ตัวเองไปโปปดเอาไว้ “คนคนนั้นคือใครทำไมคุณถึงต้องทำขนาดนี้”

 

“ถ้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ผมคิดว่าเขาคงเป็นหนึ่งในคนที่คุณรู้จัก”

 

“ว่าไงนะ”

 

“เอาเป็นว่าคุณช่วยพาผมเข้าไปข้างในก่อนแล้วกัน และถ้าทุกอย่างมันโอเค ผมรอดออกมาได้ คราวหน้าผมจะชดใช้ให้ทุกอย่าง คุณจะไม่เสียใจเลยเชื่อผมสิ”

 

“ผมไม่เชื่อคุณอีกแล้วคุณโซล อิลเดนสัน คุณนี่มันโคตรหัวแข็งเลยให้ตาย”

 

“ก็ผม...”

 

“ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ ให้ตายสิ ถ้าไม่ทำพวกเขาก็จะฆ่าผมอีก โอ้ย ผมนี่มันไร้สมองจริงๆ” เขายีหัวตัวเองแทบจะเอาหัวโขกกำแพงแล้วด้วยซ้ำ ท่าทางเหมือนคนบ้าที่คิดหนักทำผมต้องผงะ เลิกคิ้วใส่อย่างไม่เข้าใจ โนเอลกำลังพูดถึงใครแล้วทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น เขาดูอยากจะช่วยให้ผมรอดพ้นขณะเดียวกันก็เหมือนจะจับผมลงทะเลไป เสียดายที่บทสนทนาของเราต้องถูกพับเก็บไว้เมื่อบานประตูห้องที่ผมสนใจถูกเปิดออกมา

 

“อ้าวคุณชาย มาแล้วเหรอครับ”

 

“!!!!”

 

“คุณท่านกำลังรออยู่เลย” เราทั้งสองหันไปมองเลขาหนุ่มที่ทำหน้าแปลกใจตอนเห็นเขา โนเอลรีบกลับมาทำตัวปกติ วางมาดนิ่งที่ดูไม่เหมือนเขาเท่าไหร่ แน่นอนว่าผมแซะเขาไม่ได้ เพราะก็ต้องกลับมาวางมาดพนักงานเสิร์ฟเช่นกัน “แล้วนั่นพนักงานเข้ามาได้ไง ใครสั่งให้คุณเข้ามา”

 

“เผอิญผมให้เขาเอาเครื่องดื่มมาเพิ่มน่ะคุณไคลม์ ไม่รู้ว่าอากับพ่ออยากดื่มอะไรกัน”

 

“ผมเตรียมวิสกี้ไว้ให้พวกท่านแล้วน่ะครับ แล้วก็ไวน์แดงที่คุณชายชอบ”

 

“อะ...อ่า แต่วันนี้ผมอยากดื่มไวน์ขาวน่ะคุณไคลม์”

 

“ครับ?”

 

“ผมถึงให้เขาเข้ามาด้วยนี่ไง เขาพกไวน์ขาวที่คุณเก็บไว้มา เราควรลองอะไรใหม่ๆ บ้างจริงไหม” โนเอลรีบแก้ต่างเล่นเอาอีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆ เลขาหนุ่มดูจะตงิดใจถึงอย่างนั้นด้วยความที่เขาเป็นแค่ลูกน้อง เลยต่อกรอะไรกับเจ้านายไม่ได้

 

“งั้นก็แล้วแต่คุณชายเลยครับ เขามาก็ดีเหมือนกัน ผมกำลังหาลูกมือเพิ่มพอดี” เจ้าตัวยกยิ้มโค้งให้โนเอลด้วยความเคารพ ผิดกับผมที่ทำท่าเหมือนจะจิกหัวใช้ ซึ่งผมก็ต่อต้านอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้โนเอลเดินเข้าไป ส่วนตัวเองก็เดินตามหลัง

 

นาทีนั้นผมเหมือนเดินลงไปในกับดัก

 

กลิ่นเทียนไขที่แม่ชอบลอยตลบอบอวลไปทั่วร่าง มันช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าระคนความกดดัน พาให้ผมลากสายตากวาดมองห้องที่ตกแต่งด้วยสีแดงและม่วงผสานกันไป อดรู้สึกไม่ได้ว่าที่นี่ไม่ต่างจากหอนายโลมไม่ก็พวกคลับที่เรียกเด็กมามีอะไร

 

ผมเห็นริชาร์ดนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ตรงโซฟา

 

เพียงลำพัง 

 

“อาริชาร์ด”

 

“ไงโนเอล สบายดีไหม”

 

กึก !

 

“ไม่เจอกันตั้งนาน โตขึ้นเยอะเลยนะหลานชาย” ผมกลืนน้ำลายลงคอ พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดตอนที่มองริชาร์ดลุกขึ้นมากอดโนเอลเป็นการทักทาย สีหน้าของคนโดนกอดไม่ได้ดูมีความสุขเท่าไหร่ เขาดูนิ่งกว่าตอนที่คุยกับเลขาซะอีก

 

“อาไม่ตอบข้อความผมที่ถามว่าโจเอลอยู่ไหน”

 

“...”

 

“น้องชายผมเป็นอะไร ทำไมไม่ติดต่อกลับมาเลย” คำถามนั้นทำผมชะงัก อยากจะจับโนเอลมาเขย่าบ่าแล้วบอกความจริงว่าน้องชายเขาหายไปไหน ทว่าถ้าทำแบบนั้นคงกลายเป็นเรื่องใหญ่ อีกอย่างผมก็อยากรู้ว่าริชาร์ดจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ “อาคงไม่ได้ทำอะไรกับเขาใช่ไหม เขาน่าจะอยู่ที่นี่ อยู่กับอา”

 

“อารู้ แต่อาเสียใจด้วยนะหลานรัก”

 

“หมายความว่าไง?”

 

“หมายความว่าโจเอลตาย”

 

“อ๊ะ!”

 

“เขาจากเราไปแล้วโนเอล” เสียงพูดนั้นไม่ได้มาจากปากของคนที่รอการคาดโทษอยู่ หากแต่มาจากคนที่ซ่อนตัวอยู่ตรงผนังกั้น มันเหมือนกับม่านที่ไว้บังเวลาเราแต่งตัวยังไงยังงั้น ซึ่งผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเกิดผมไม่รู้สึกว่าเคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน

 

เสียงที่คล้ายกับคนในความทรงจำ แต่หาตัวไม่พบเพราะความทรงจำเสี้ยวนั้นขาดหายไป ทว่านาทีนี้จิ๊กซอว์ตัวนั้นกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

เสียงย่ำก้าวเร่งเร้าให้หัวใจของผมเต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมา ผมเบิกตากว้างจับจ้องคนที่เดินออกมาจากม่านกั้น เขาถือแก้วไวน์ในมือไม่ต่างจากพวกนักสังสรรค์ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มบ่งบอกถึงความมีอำนาจและความร้ายกาจที่ซ่อนเอาไว้

 

ราวกับโดนบีบคอไม่ให้หายใจ

 

ลมอากาศของผมแลดูจะหายไปขณะที่เอาจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายเติมเต็มในความทรงจำที่เว้นว่างไว้

 

แล้วเอ่ยชื่อคนที่ผมเกลียดชังที่สุดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา

 

“เซ็บ ปาร์คเกอร์…”  

 

ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ผมนั่นเอง 

 

“พ่อ...พ่อพูดเรื่องอะไร”

 

“พ่อเหรอ?”

 

“โจเอลจะตายได้ไง ไม่มีทาง” คนเป็นพี่เอ่ยเสียงเบา เขาดูตกใจระคนเสียใจมากๆ ถึงอย่างนั้นความไม่เข้าใจก็ยังฉายชัดเต็มนัยน์ตาเขา โนเอลมองหน้าริชาร์ดสลับกับคนที่เขาเรียกว่าพ่อ วินาทีนั้นมันยิ่งย้ำเตือนถึงการบุกถิ่นที่ไม่มีคนที่ไว้ใจได้

 

ผมเลื่อนสายตาไปมองโนเอลที่ทำท่าเหมือนจะทรุดลงไป

 

เขากำลังเสียใจต่างจากผมที่กำลัง...

 

ตกใจและสับสนยิ่งกว่าโลกทั้งใบพลิกกลับ 

 

ตอนแรกผมรู้แค่ว่าโนเอลน่าจะเป็นพี่ชายของโจเอล เพราะได้ยินเลขาเรียกเขาว่าคุณชาย ผมรู้ว่าพ่อของโจเอลสั่งให้ริชาร์ดฆ่าเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง รวมถึงให้อาขโมยข้อมูลจากศูนย์วิจัยของผม ด้วยเรื่องทั้งหมดผมถึงมาที่นี่เพื่อดูว่าเขาเป็นใคร

 

แต่ใครจะคิดว่าผมจะมาเจอกับฆาตกรจิตใจโหดร้าย ถึงความทรงจำของผมจะหายไป ทว่าพอได้เห็นหน้าทุกอย่างกลับชัดเจนยิ่งกว่าปรับคุณภาพหนัง ผมอ้าปากค้างหัวใจเต้นรัวกระหน่ำ ชั่วขณะผมอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยหน้าเขา จับโยนลงทะเลแก้แค้นให้สมกับชีวิตที่ถูกพังเละไม่เป็นท่า

 

ผมยังจำวันที่พ่อแม่ผมถูกฆ่าได้ วันที่พวกท่านต้องตายเพียงเพราะผู้ชายคนนี้อยากได้ข้อมูลเมกาโลดอนของผม

 

จำได้ว่านาทีที่กระสุนเจาะลงบนผิวเนื้อ พ่อของผมเจ็บปวดแค่ไหน

 

จำเสียงกรีดร้องในวินาทีแห่งความตายได้

 

รวมถึงสัมผัสอันโหดร้ายที่ผมเกือบจะโดนเขาทำให้กลายเป็นขยะที่แปดเปื้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแค่สบตาทุกอย่างที่ผมพยายามกดทับไว้ก็ปรากฏขึ้นมาในหัว ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมรู้แค่ว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่ผมมีนามสกุลว่าปาร์คเกอร์ แต่ผมไม่รู้ว่าชื่อของเขาคืออะไร ไม่รู้ว่าหน้าตาของเขาเป็นไง และไม่ได้หาข้อมูล เนื่องจากเอริคขอให้หยุด เขาไม่อยากให้ผมติดอยู่กับความเจ็บปวดที่ทำผมฝันผวาทุกครั้งที่นอนหลับ

 

เสียดายที่ตอนนี้ผมถูกกระชากให้ตื่นจากความฝัน

 

สิ่งที่เอริคพยายามให้ผมหนีมัน ตอนนี้มันปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

เซ็บ ปาร์คเกอร์คือฆาตกรที่พยายามขโมยทุกสิ่งจากผมไป และตอนนี้เขาก็ยังให้อามาทำลายความเชื่อใจ หนำซ้ำยังฆ่าลูกชายของตัวเอง

 

เขามันสารเลว 

 

“เป็นอะไร ทำไมตัวสั่น”

 

“…”

 

“ถ้าเกิดป่วยก็ออกไปซะ อย่าให้พวกคุณท่านเขาติดโรคไปด้วย” ผมกัดกรามแน่น ความกรุ่นโกรธสะท้านไปทั่วร่าง หยาดใสคลอเบ้าแต่ผมก็บังคับไม่ให้มันไหลออกมา ถึงอย่างนั้นมันก็ส่งผ่านไปที่ถาดที่ผมถืออยู่ เวลานี้มันสั่นรั้งความสนใจเลขาหนุ่มให้จับบ่าผม ดวงตาสีสวยตวัดไปมองพร้อมกับไหวไหล่เป็นการเอามือเขาออกอย่างไร้มารยาท “นี่เธอ”

 

“ผมสบายดี ไม่ได้เป็นโรคอะไร”

 

“แต่...”

 

“คุณไปดูคุณชายดีไหม อย่ามัวสนใจพนักงานอย่างผมเลย” ผมกดเสียงต่ำ พูดรอดไรฟันเป็นการข่มขู่ พยายามอย่างมากที่ไม่ให้ตัวเองสติหลุด ถึงผมจะโกรธแค้นแค่ไหนแต่ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองตกไปเป็นเบี้ยล่างของใคร แน่นอนว่าการกระทำของผมพาให้เลขาหนุ่มย่นคิ้วใส่ ซึ่งผมก็ไม่ได้อธิบาย แค่ลากสายตากลับมาหาริชาร์ดและเซ็บที่มองโนเอลด้วยความว่างเปล่า

 

เขาไม่แม้แต่จะเข้ามากอดลูกชายด้วยซ้ำ ปล่อยให้โนเอลทิ้งตัวลงคุกเข่า เศร้าเสียใจไม่ต่างจากผมที่มองดูศพพ่อแม่ตัวเองจมสู่ทะเลไป

 

“พ่ออย่ามาหลอกผมเล่นนะ ผมยังคุยกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนอยู่เลย”

 

“ก็ใช่ แต่เรื่องความเป็นความตายมันไม่เข้าใครออกใครนิหลานชาย” ริชาร์ดพ่นลมหายใจ ตีหน้าสลดใจทั้งที่ความจริงคงยิ้มอยู่ “ตอนเราอยู่บนเรือโจเอลพูดถึงเธอมากมาย แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุทำให้เขาผลัดตกทะเลไป อาพยายามช่วยแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้”

 

“อา...”

 

“อาเสียใจที่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นนะ”

 

‘น่ารังเกียจ!’  

 

ผมสบถคำนั้นเป็นพันครั้งอยู่ในใจ ริชาร์ดไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไงถึงได้พูดคำนั้นออกมาอย่างง่ายดายราวกับไม่รู้สึกผิด เขาเดินมาตบบ่าโนเอลสองสามที เอื้อมมือมาหยิบไวน์ขาวที่ผมเตรียมไว้ เขายื่นแก้วนึงให้อีกฝ่าย ในเวลาแบบนี้มันสมควรจะฉลองตรงไหน

 

ร้ายกว่านั้นคือการที่เซ็บยกยิ้มเหมือนดีใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา กระดิกนิ้วเรียกให้ผมเข้าไปหา

 

“ขอให้ฉันแก้วนึงสิ”

 

“เร็ว” เลขาหนุ่มสะกิดให้ผมทำตามที่สั่ง เล่นเอาผมต้องขบกรามแน่นพ่นลมหายใจเหยียดยาวระบายความรู้สึกด้านใน เซ็บวางแก้วไวน์ที่ตัวเองถือไว้ลงบนโต๊ะ มองผมที่เดินเข้าไปหาช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวให้เขาหยิบแก้วไวน์ใบใหม่

 

เขาลากสายตาโลมเลียให้ผมรู้สึกขยะแขยงไปทั่วทั้งร่างกาย

 

ผมเกือบจะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว เพราะความสะอิดสะเอียนที่ต้องมองหน้าคนใจร้าย มันเป็นความรู้สึกที่แย่เกินจะทนไหว

 

“ดื่มให้กับการตายของน้องชายเถอะโนเอล พ่อคิดว่าโจเอลคงไม่อยากให้เราเศร้า”

 

“เราควรส่งคนไปตามหาเขา ไม่ใช่ปล่อยให้เขาหายไปแบบนี้”

 

“คนตายไปแล้ว ลูกจะไปเอาอะไรอีก”

 

“แต่โจเอลก็ลูกพ่อนะ” โนเอลสวนกลับ เขาดันริชาร์ดให้ถอยพร้อมกับมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความจริงจัง “ถึงเขาจะเป็นลูกเมียน้อยแล้วแม่เขาก็ร้ายกับเราไว้เยอะ ยังไงซะเขาก็เป็นน้องชายผม เป็นลูกของพ่อคนนึงเหมือนกัน พ่อควรจะเสียใจไม่ใช่เอาแต่ดื่มให้เขา”

 

“จะดื่มหรือไม่ดื่ม โจเอลก็ตายอยู่วันยังค่ำ”

 

“พ่อ...!”

 

“ลูกอย่าเสียใจให้คนตายเลย คิดซะว่าแมรี่แอนน์อยากได้ลูกชายเขาไปอยู่ด้วยกัน” เซ็บยิ้มขำ ยกไวน์ขึ้นดื่มไม่สนใจเลยว่าตอนนี้โนเอลจะเบิกตากว้างแค่ไหน ริชาร์ดพยุงเขายืนทำตัวเป็นอาที่สงสารหลานชาย ต่างจากผมที่พยายามเก็บข้อมูลทุกอย่าง ยังไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามจะได้ไม่เสียแผนที่วางไว้

 

ต่อให้ใจจริงผมอยากจะฆ่าเขาให้ตายก็ตาม

 

“ป่านนี้พวกเขาก็คงมีความสุขอยู่บนสวรรค์ ส่วนเราก็เดินหน้าต่อใช้ชีวิตแทนเขาที่จากไป พ่อไม่อยากให้ลูกติดอยู่กับความเสียใจนักหรอกนะ” ไม่มีความจริงใจในคำพูดที่พ่นออกมา มีแต่ความน่าขยะแขยงของความคิดอันบิดเบี้ยว “อีกอย่างตอนนี้เราก็มีปัญหาใหญ่ให้คิดมากกว่า ลูกรู้แล้วใช่ไหมว่ามีคนลอบขึ้นเรือเรามา”

 

“อะ...”

 

“ลูกเจอเขาใช่ไหม โซล อิลเดนสันว่าที่แม่ใหม่ของลูกน่ะ :) ”  

 

LOADING 100 PER 

จับกลโกง มาหาคำตอบ มาล่าความจริง ระวังกันสักนิดเดี๋ยวจะโดนกินไม่รู้ตัว :)  

ปริศนาเหมือนจะถูกคลาย คนร้ายที่คิดไว้คงโดนจับ 

แต่ระวังให้ดีบนเรือนี้มีกับดัก 

ถ้าไม่ระวังจากผู้ชนะจะกลายเป็นแพ้พ่าย 

และบทสรุปคนที่ระวังตัวน้อยเกินไป 

คือตายสถานเดียว :)  

ฝากติดตามด้วยน้า 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น