Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 22 : เรือสำราญ

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 22 : เรือสำราญ

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 22 : เรือสำราญ
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 22 : เรือสำราญ 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ผมไม่แน่ใจว่าดายกับดีแลนเข้าใจที่ผมพูดไหม แต่ถ้าการชนเรือผมให้โคลงเบาๆ คือการตอบกลับ นั่นคงเป็นการตอบรับคำเชิญของผม รอยยิ้มเลยปรากฏ ผมยันตัวลุกขึ้นวนเรือกลับขึ้นฝั่ง ความชำนาญทางทำให้ผมรู้ว่าขึ้นตรงไหนจะปลอดภัยจากคนของริชาร์ดมากที่สุด จากนั้นก็ค่อยไล่ตามวงกลมสีแดงที่บอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

 

และผมก็พบว่าเขามาขึ้นเรือสำราญที่ถูกจอดไว้ไม่ไกลจากจุดที่ผมส่งเขาเท่าไหร่

 

ผมจอดเรืออยู่ในจุดที่เขาไม่น่าจะสังเกตเห็นได้ แอบมองอยู่แถวนั้นเพื่อหาทางว่าผมจะขึ้นไปยังไง มีคนมากมายขึ้นไปบนนั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกคนมีฐานะ ดูได้จากการแต่งตัว และข้าวของที่ให้คนถือขึ้นไป ผมคิดว่าเรือนี้น่าจะพาเขาไปที่ไหนสักที่ การที่ขนกระเป๋าไปขนาดนั้นแปลว่าอาจจะมีการค้างคืนก็ได้

 

ผมเลียปาก คิดอยู่นานว่าจะหาทางขึ้นไปยังไง

 

ดูเหมือนว่าจะต้องเป็นคนที่จองตั๋วไว้ไม่ก็ไปกับใครสักคนที่จะ...

 

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคุณ?”

 

“อ๊ะ!” ผมสะดุ้งตอนมือหนาทาบลงบนบ่า ความรุ่มร้อนรั้งสายตาผมให้หันไปมองคนที่เดินเข้ามาทัก เจ้าของดวงตาสีหวานเลิกคิ้วใส่ พลันเขาก็ต้องเบิกตากว้างไม่ต่างจากผมที่ชะงักไป

 

“คุณ...คุณที่ขโมยเรือผมนิ!”

 

“ไง...เจอกันอีกแล้ว” ผมยิ้มให้เขา ไม่เกรงใจใบหน้าหล่อเหลาที่ตื่นตระหนก ตอนแรกผมก็งงว่าผมเคยเจอเขาที่ไหน จนเขาพูดออกมาว่าผมไปทำอะไร ผมก็นึกหน้าและชื่อของคนที่ผมไปหลอกล่อ หวังให้เขาเห็นใจให้ผมยืมเรือขับกลับศูนย์วิจัย ทว่าเขาไม่ติดกับก็เลยต้องขโมยเรือเขา

 

ซึ่งมันก็ถูกพังไปก่อนที่ผมจะขับมาคืน

 

“คุณดูหล่อขึ้นนะ ดูดีกว่าคราวก่อนที่เราเจอกันซะอีก”

 

“คะ...คุณไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะ! เรือผมอยู่ไหน คุณทำอะไรกับมัน!”

 

“ผมก็แค่ขับมันกลับบ้าน แล้ว...มันก็ถูกพัง

 

“หา!?”

 

“เอาเป็นว่าผมจะซื้อคืนทีหลัง ลำละไม่กี่ตังค์ ผมซื้อให้คุณสิบลำยังได้เลย” ผมตอบปัดตบบ่าเขาสองสามครั้งเป็นการปลอบใจ แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่นคิ้วใส่ เขาดูไม่พอใจและทำท่าเหมือนจะเอาเรื่องผมให้ได้ เสียดายที่ผมไม่สนใจ

 

ผมมีเรื่องให้ทำมากกว่ามานั่งสำนึกผิดว่าผมทำเรือเขาพังแค่ไหน

 

“คุณจะช่วยแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ได้ไหม อย่างน้อยก็ควรขอโทษ ไม่ใช่เอาเงินฟาดแล้วเรื่องก็จบ”

 

“มันก็ควรจบ เพราะผมชอบใช้เงินแก้ปัญหา”

 

“นี่!”

 

“อีกอย่างถ้าตอนนี้คุณยังไม่โดนไล่ออก ก็ถือว่าโอเคแล้วไม่ใช่หรือไง ผมจะซื้อเรือมาคืนให้แล้วเราก็จบกัน ตกลงนะ” ผมตัดบทหันไปมองเรือที่ริชาร์ดขึ้นไปอีกครั้ง ดวงตาหรี่ลงมองป้ายประกาศที่เขียนว่าอีกไม่นานเรื่องจะออกจากท่า ถ้าเกิดผมยังหาทางขึ้นเรือไปไม่ได้ผมจะต้องมาเสียเที่ยวแน่ๆ

 

พลันดวงตาผมก็สังเกตเห็นทุกคนที่ขึ้นเรื่องจะต้องโชว์บัตรเชิญหรืออะไรสักอย่างให้การ์ดที่อยู่ด้านหน้า ผมเลยหันกลับมามองคนที่พร้อมจะหาเรื่องผมตลอดเวลา

 

“ผมจะขึ้นไปบนเรือนั่นได้ไง”

 

“เรือไหน?”

 

“ลำนั้น” ผมชี้ไปที่เรือสำราญ มันใหญ่ที่สุดในบรรดาเรือที่จอดอยู่ “ผมมีคนที่ต้องเข้าไปคุยด้วย แต่ผมเข้าไปไม่ได้ และ...เขาก็ไม่ยอมออกมารับ”

 

“คุณไม่มีบัตรเชิญหรือไง?”

 

“ผมคิดว่าผมน่าจะลืมไว้ที่เขา” ผมโกหก ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดความจริงกับคนแปลกหน้าที่ผมไปขโมยเรือเมื่อคราวก่อน “มีวิธีอื่นไหมที่จะให้ผมได้ขึ้นไป ผมยอมเสียเงินซื้อใหม่ได้ถ้าเกิดผมได้ไปลำนั้น”

 

“คุณจะใช้เงินแก้ปัญหาตลอดเลยหรือไง?”

 

“หรือจะให้ผมขโมยบัตรเชิญของคุณดีล่ะ”

 

“!!!”

 

“ผมมือไวนะบอกก่อน” ผมยักคิ้วกวนประสาท มองการ์ดเชิญสีแดงเหลือบทองที่โผล่พ้นกระเป๋าเสื้อเขามาทักทาย ดวงตาผมระยิบระยับเมื่อเห็นว่าโอกาสที่ผมจะไปจับคนที่สั่งริชาร์ดได้อยู่ตรงหน้า โนเอลรีบดันลงในกระเป๋าชนิดที่ว่ามันแทบจะทะลุออกด้านหลัง เขาคงกลัวว่าผมจะขโมยมันอย่างที่บอกเขา

 

โดยไม่รู้เลยว่าผมต้องใช้เขาทั้งตัว

 

“ถ้าคุณขโมยมัน ผมจะแจ้งตำรวจจับ”

 

“ผมมีเส้นสายในกรมตำรวจเยอะพอที่จะทำให้คดีนี้เป็นเพียงแค่ขี้ปากชาวบ้าน”

 

“คุณ...!”

 

“แต่เราจะแฟร์กันทั้งสองฝ่ายถ้าเกิดคุณยอมช่วยผม โนเอล” เจ้าของชื่อทำท่าผงะตอนที่ผมยกยิ้มให้ ทว่าผมก็เอื้อมมือไปรั้งแขนของเขาไว้ ไล้ยาวไปกอดคออีกฝ่ายที่ชะงักใส่ “ผมจะซื้อเรือคืนให้ถ้าเกิดคุณพาผมขึ้นไป ผมมีเรื่องต้องทำ และจำเป็นมากจนรอไม่ได้”

 

“งั้นทำไมคุณไม่โทรเรียกคนที่เอาบัตรคุณไปออกมารับ”

 

“นั่นก็เพราะเราทะเลาะกันอย่างหนักจนผมถึงขั้นปามือถือใส่เขา”

 

“พระเจ้า”

 

“ผมไม่ได้อยากโมโหร้ายใส่เขาหรอก แต่...เขาทำไม่ดีกับผม ผมเลยทนไม่ไหว” ผมรั้งคอเขามาใกล้ๆ โน้มใบหน้าจนปลายจมูกเราคลอเคลียกัน “เชื่อเถอะว่าผมจะไม่ทำแบบนั้นกับคนที่ใจดีใส่ อย่างเช่นคุณเป็นต้น”

 

“ไม่จริง คุณขโมยเรือผม”

 

“นั่นก็เพราะผมจำเป็นต้องทำ และผมขอโทษ” ผมยอมพูดในสิ่งที่เขาต้องการ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโนเอลแสดงให้เขาเห็นถึงการขอร้องแบบมีชั้นเชิง “ผมขอโทษที่ขโมยเรือคุณและทำให้คุณเดือดร้อน แต่ครั้งนี้คุณช่วยผมหน่อย ผมยินดีจะทำตามที่คุณต้องการทุกอย่างถ้าเกิดคุณพาผมไปขึ้นไป”

 

“นอกจากคุณจะใช้เงินแก้ปัญหาแล้ว คุณยังใช้เสน่ห์กวนใจคนอื่นอีก”

 

“เพราะผมคือโซล อิลเดนสันน่ะสิ”

 

“...”

 

“ผมยอมแลกเพื่อสิ่งที่ต้องการ” โนเอลหลุบตามองริมฝีปากของผม เดจาวูคราวก่อนที่ผมเกือบจะให้เขาได้ลองสัมผัสมัน บางทีเขาอาจจะคิดว่าผมหยั่งเชิงและไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นก็ได้มั้ง เสียดายที่ผมคือโซล อินเดนสัน และเหมือนที่ผมพูดไป

 

ผมไม่ต่างจากริชาร์ดที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ

 

“อื้อ” ผมครางในลำคอตอนบดเคล้าริมฝีปากร้อนจัด โนเอลเบิกตากว้างขณะที่ผมเหยียดยิ้มหยัน ผมไม่เคยสนใจว่าตัวเองจะนอนกับใครหรือจูบกับใครเป็นร้อยเป็นพัน ถ้าเกิดเขาทำให้ผมสนุกหรือคลายเครียดได้ ผมยินดีเพราะผมไม่มีอะไรให้เสียหาย

 

ทว่าตอนนี้มันแตกต่างกันตรงที่ผมไม่ได้จะนอนกับเขา ผมแค่ต้องทำให้เขารู้ว่าผมกล้าที่จะเล่นกับเขาได้

 

ผมกอดคอเขาไว้ ร่างกายถูกดันให้ชิดติดกับต้นไม้ที่แอบอยู่ ไม่นานนักโนเอลก็ตกหลุมพรางที่ผมวางไว้ เขากอดผมตอบรับรสสัมผัสที่ผมมอบให้ ก็ต้องยอมรับว่าเขาจูบเก่งอย่าบอกใคร มือหนาเริ่มไล้ไปทั่วแผ่นหลังผิดกับผมที่ขยุ้มเสื้อตรงอกเขาไว้

 

พลันเขาก็ถูกกระชากออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมได้สิ่งที่ต้องการมา

 

“เฮ้ย อะไรกัน...!”

 

“โนเอล!”

 

“เงียบปากซะถ้าคุณไม่อยากตาย”

 

“!!!!”

 

“กล้ามากที่ไปจูบกับใครต่อใคร เราคงต้องล้างปากกันยกใหญ่แล้วสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดหนักจนสั่นไปทั้งใจ ทำให้ผมรีบตวัดสายตาไปมองเจ้าของดวงตามาดร้ายที่กระชากโนเอลออกไป เขาผลักอีกฝ่ายไปกองกับพื้น ดันตัวผมชิดต้นไม้เอาไว้ จากนั้นก็จับปลายคางผมให้เชิดขึ้นแรงรับบดขยี้จากเรียวปากใจร้าย

 

ร่างสูงประคองหน้าผมเอาไว้ สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานพร้อมกับลมหายใจและเรี่ยวแรงที่ผมมีไป ฝากฝังรอยกัดไว้ที่ต้นคอก่อนจะขยับตัวมากระซิบข้างหูผมว่า

 

“สนุกไหมหนีลงน้ำ”

 

“อะ!”

 

“คืนนี้คุณคงต้องรับศึกหนักหน่อยนะ ที่รัก :) ”  

 

“คุณหมายความว่าไง ไม่สิ คุณมาที่นี่ได้ไง?”

 

“เกาะนี่เล็กเกินไปเมื่อเทียบกับทะเลนิจริงไหม”

 

“หา?”

 

“ผมหาคุณเจอได้ทุกที่ตราบใดที่คุณยังมีชีวิต โซล” ผมย่นคิ้วใส่ไม่เข้าใจที่เขาพูด ทว่าดีวานก็ไม่ยอมอธิบายอะไรอีก เขาเพียงแค่กระตุกยิ้ม จับแขนของผมไว้แล้วกระชากให้เดินตามไปด้วยกัน ไม่สนใจโนเอลที่อ้าปากค้าง ฉายความไม่เข้าใจทั่วใบหน้า ไม่ใช่แค่เขาที่ตกใจกับสถานการณ์

 

ผมเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

 

“เราเป็นเพื่อนของโนเอล”

 

“อะไร...อ๊ะ!” ผมสะดุ้งเมื่อเอวถูกคว้าพร้อมกับบีบขยำอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้พูดอะไรต่อ ดีวานถือวิสาสะหยิบบัตรเชิญที่ผมขโมยมาให้กับการ์ดที่เฝ้าทางขึ้น พวกเขาเลิกคิ้วใส่ คาดว่าคงไม่มีคำสั่ง แต่ด้วยการแต่งตังและรวมถึงการมี ‘ผม’ มาร่วมงาน มันเลยไม่ใช่เรื่องยากที่จะเชื่อเท่าไหร่

 

ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนที่ขึ้นมาได้ก็ต้องมีบัตร ซึ่งตอนนี้เราก็ได้มาแล้วและมันก็ไม่ได้จ่าหน้ามาเชิญใครมา

 

นั่นเลยทำให้พวกเขายอมผายมือให้เราเข้าไป

 

“เชิญครับ” คำขอบคุณคล้ายกลืนลงคอ ดีวานบังคับผมให้ขึ้นเรือไปด้วยกัน ทำตัวเหมือนคนรักที่ผมต้องปั้นหน้ายิ้มทั้งที่โดนกดดันใส่ ผมอยากขึ้นมาบนเรือนี้ อยากมาดูว่าคนที่อานัดไว้คือใคร แต่ภาพที่ผมจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้คือผมต้องเดินควงอยู่กับโนเอล

 

ไม่ใช่คู่นอนที่แสดงอาการหึงหวงอย่างออกนอกหน้า

 

“ปล่อยผมได้แล้ว คุณเป็นบ้าหรือไงถึงทำแบบนั้น”

 

“ถามตัวเองสิว่าเป็นบ้าหรือไงที่ไปจูบกับมัน”

 

“ผมจำเป็น”

 

“ผมไม่ชอบ” เขาตอบกลับตวัดสายตามาดุไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าสายตาแค่ไหน “เคยบอกแล้วไงว่าคุณเป็นของพวกเรา คราวก่อนหนีไปก็น่าหงุดหงิดพอแล้ว นี่ยังจะมาจูบกับผู้ชายอีก สนุกหรือไงทำตัวแบบนี้”

 

“แล้วคุณสนุกหรือไงมาทำตัวเป็นเจ้าของผมเนี่ย” ผมสวนกลับใครจะยอมอยู่เฉยๆ ให้เขามาต่อว่ากัน “ผมจูบเขาเพราะผมต้องใช้บัตร ส่วนเรื่องหนี ผมมีความจำเป็นที่ต้องทำ”

 

“ความจำเป็นในการพาตัวเองไปเสี่ยงน่ะเหรอ”

 

“อ๊ะ!”

 

“เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นชะมัด” ดีวานกดเสียงต่ำ เขาดูหงุดหงิดขณะที่ดวงตากวาดมองไปทั่วราวกับหาใครสักคน หรือที่สักแห่งที่จะทำให้เราคุยกันได้คล่อง เขากระชับมือที่กอดเอวผมไว้ ไม่รู้ว่ากลัวผมหนีไปหรือกันพวกผู้หญิงที่ฉีดน้ำหอมราคาแพงยั่วยวนเขากันแน่

 

เวลาเดินผ่าน ผมจะเห็นเขาย่นจมูกด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แล้วเลือกที่จะเข้ามาคุยกับผมใกล้ๆ

 

เหมือนใช้กลิ่นของผมกลบกลิ่นพวกนั้นแทน

 

ตึก !

 

“อื้อ!” ร่างของผมถูกดันชิดติดกับแพงในซอกแคบๆ ที่คนทั่วไปคงไม่ผ่านกัน มันเป็นทางเดินทะลุอีกฝั่งเหมือนกัน ทว่ามันก็มืดจนน่ากลัวยิ่งกว่า ดีวานกดริมฝีปากลงมา บดเคล้าตอกย้ำทุกความผิด เขากอดผมไว้แน่นพอที่ผมจะขยับตัวหนีไม่ได้ คนใจร้ายกัดปากผม หนักหน่วงจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งไปทั่วปาก ลิ้นชื้นตวัดเลียกวาดต้อนความหวานปนเปกับรสขมปร่าเข้าไป

 

ผมครางในลำคอ ลมหายใจถูกพรากไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดีวานผละออกเล็กน้อยให้ผมหายใจแล้วทาบทับริมฝีปากออกมาอีก ผมคิดว่านั่นคือการลงโทษที่ผมหนีเขาเมื่อคราวก่อน ส่วนอีกนึงเหตุผลคือเขาบอกว่าจะล้างปากให้หลังจากที่ผมจูบกับโนเอลไป

 

ผมนึกว่าจูบก่อนหน้าคือการล้างปากแล้วซะอีก ไม่คิดว่าเขาจะมาทำแบบนี้อีกรอบ

 

แถมยังดูจะไม่หยุดแค่ที่จูบ เขาเริ่มไซ้ซอกคอ ไล้มือเข้าไปในเสื้อสีขาวที่ผมใส่ปลุกเร้าอารมณ์ทั้งที่ผมไม่ได้คิดว่าผมจะมานอนกับใคร ผมมาหาริชาร์ด ผมยอมกลายเป็นหัวขโมยอีกรอบเพื่อมาดูหน้าคนที่ฆ่าลูกชายตัวเองได้ลงคอ

 

ไม่ใช่มาโดนเคล้าคลอโดยมัจจุราชที่ผมเคยตอบรับคำเชิญว่าจะไปอยู่ด้วยกัน

 

“มะ...ไม่ อย่าทำ ผมมีเรื่องต้องทำนะ”

 

“ผมเองก็ต้องลงโทษคุณเหมือนกัน”

 

“อ๊ะ อื้อ!”

 

“ขอผมเห็นด้านที่น่าอายของคุณหน่อย เด็กไม่ดี” ตัวของผมสั่นยามเรียวปากร้อนจัดลากไล้ไปทั่วทุกที่ที่เขาทำได้ ในหัวเหมือนโดนลบความจำ ผมลืมไปเลยว่าตัวเองจะมาทำอะไร ดีวานย่อตัวลง เขากดจูบที่หน้าท้องผมทำท่าจะกัดซิบกางเกงเพื่อถอดมันออกไป ผมหอบหายใจขยุ้มเรือนผมสีเข้มไว้ แอบสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่มีกลุ่มคนเดินผ่าน พวกเขาสังสรรค์ ไม่ทันสังเกตว่าพวกเราอยู่ในจุดอับ

 

ถ้าเกิดมีคนเห็นว่าพวกเรากำลังทำอะไรทั้งที่ฟ้ายังสว่าง เราอาจจะโดนข้อหาอนาจาร...

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะครับ คุณริชาร์ด”

 

“อ๊ะ!”

 

“สบายดีนะครับ?” เสียงพูดคุยที่ดังขึ้นรั้งสายตาผมให้หันไปมองผู้ชายสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่ไม่ไกล พวกเขาอยู่ในจุดที่มองเห็นได้ และถ้าเขาหันมาสังเกตภายใต้ความมืดก็คงจะเห็นเสือร้ายกำลังขย้ำผมอยู่ เสียดายที่ผมหลงลืมดีวานไปชั่วขณะ เพ่งสายตาจับจ้องไปที่ริชาร์ดที่ยืนคุยอยู่

 

ข้างกายเขามีการ์ดสองคนประกบ เป็นคนเดียวกับที่มารับตอนผมไปส่งอา

 

เจ้าตัวยิ้ม พยักหน้าตอบรับผู้ชายที่แต่งตัวภูมิฐาน เขาดูเหมือนพวกพนักงานไม่ก็เลขาคนดังสักคน

 

“สบายดีมากเลยไคลน์ หวังว่าเจ้านายเธอก็จะสบายดีเหมือนกัน”

 

“ท่านรอคุณอยู่ที่ชั้นสามครับ แต่บอกให้ไปหาเป็นการส่วนตัวตอนสี่ทุ่ม”

 

“ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องลงมาเปิดงานก่อนหรือไง?”

 

“ครับ ลงมาเปิดงานเสร็จท่านก็จะกลับไปทำงานต่อ” ร่างโปร่งโค้งหัวให้เป็นการตอบรับ ริชาร์ดพยักหน้าเข้าใจ ผมหลุบมองกุญแจห้องที่อีกฝ่ายยื่นให้ พยายามดูว่าเขาจะไปพักที่ห้องไหน ทว่าก็ต้องกลับมาสนใจคนที่กำลังง่วนอยู่กับกางเกงผม

 

ดีวานไม่นอนกับผู้หญิงบ้างหรือไง ถึงได้ดูกระหายผมขนาดนี้น่ะ

 

“ช่วยปล่อยผมสักหนึ่งนาทีได้ไหม ผมไม่ได้มาถึงนี้เพื่อมีอะไรกับคุณนะ”

 

“ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อการลงโทษเสร็จแล้วเท่านั้น”

 

“ดะ...ดีวาน อื้อ” ริมฝีปากผมถูกครอบครองอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาบดบังไม่ให้เห็นว่าริชาร์ดกำลังจะไปไหน เจ้าของชื่อบังคับให้ผมโฟกัสกับความใจร้ายของเขา พอผมปิดปากไม่ยอมให้เขาลุกล้ำ มือหนาก็บีบเข้าที่สะโพก รั้งกางเกงผมลงจนสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่ซ่อนไว้

 

เขาใช้จมูกกดหอมดอมดมผมไปทุกที่ ฝากฝังรอยกัดตีตราจองจนผมเผลอร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บ

 

“โอ๊ย!”

 

“นั่นใคร!” ผมเบิกตากว้างหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เสียงร้องของผมรั้งสายตาทั้งสี่คู่ให้หันมามองเราที่ซ่อนอยู่ในความมืดที่ทำให้มองไม่เห็นใบหน้า ถึงอย่างนั้นมันก็มีแสงสว่างจากอีกฝั่งของเรือรอดผ่านมาให้เห็นเงาดำของร่างกาย

 

เป็นสัญญาณบอกว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้

 

“แย่แล้ว หยะ...หยุดก่อน เดี๋ยวพวกเขาเห็น”

 

“จะแคร์ทำไม ตอนจูบกับมันไม่เห็นกลัวว่ามันจะมีใครเห็น”

 

“มันไม่ตลกนะดีวาน ตอนนั้นมันจำเป็น”

 

“ตอนนี้ก็จำเป็นเหมือนกัน” ผมอยากจะข่วนหน้าหล่อๆ ให้ขาดวิ่น ดีวานไม่สนใจเลยว่าผมจะเดือดร้อนแค่ไหน ถ้าเกิดริชาร์ดเห็นว่าผมอยู่ตรงนี้รับประกันได้ว่าเขาจะเรียกคนนับสิบมาโยนผมลงทะเลไป ร้ายกว่านั้นเขาอาจจะจับตัวผม พาไปหาคนที่เขาติดต่อตอนอยู่ศูนย์วิจัย ซึ่งไม่ว่าเขาจะทำอะไร มันย่อมไม่ใช่เรื่องดี

 

ผมกัดปากมองดีวานที่กัดขาผม รุนแรงจนเลือดออกพาให้ผมนึกถึงวันที่เรามีคืนที่เร่าร้อนด้วยกัน หยาดใสคลอเบ้า เขากัดย้ำอีกหลายจุดให้ผมหลุดเสียงร้องออกมา คนของริชาร์ดทำท่าจะหยิบไฟฉายส่องมาทางเรา ผมคิดว่าตัวเองต้องถูกจับได้แน่นๆ ถ้าดีวานยังแกล้งผมอยู่แบบนี้

 

ทว่าในตอนที่ไฟกำลังจะฉายมาทางนี้ จู่ๆ ช่องทางก็ถูกบังโดยเจ้าของร่างกายกำยำที่ผมรู้จักดี

 

ทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับเลิกคิ้วใส่ไปตามๆ กัน

 

“โทษทีนะครับ แต่ผมคิดว่าคุณอย่าสนใจเสียงนั้นเลยดีกว่า”

 

“หา?”

 

“เผอิญพี่ชายผมกำลังกินมื้อเย็นกับภรรยา”

 

“!!!”

 

“อาจจะทำเรือโคลงนิดหน่อยนะครับ เขาค่อนข้างรุนแรง :) ”  

 

เสียงนั่น...ดีแลนเหรอ?

 

“คุณหมายถึง...” เลขาหนุ่มที่ริชาร์ดคุยด้วยเลิกคิ้วใส่ เขาดูจะเป็นคนแรกที่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ “ผมคิดว่าพวกเขาควรจะไปทำในห้อง ที่โล่งแจ้งแบบนี้อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่”

 

“ไว้ผมจะบอกเขาให้ หลังจากเขากินกันเสร็จแล้ว” ดีแลนหัวเราะกลบเกลื่อนให้สถานการณ์มันคลี่คลายลง ผิดกับผมที่โดนคนใจร้ายพลิกกายให้แนบชิดกับกำแพงของเรือ หันหลังให้เขาเพื่อที่เจ้าตัวจะได้ทำอะไรสะดวก คมเขี้ยวร้ายฝังลึกลงบนที่ผิวเนื้อตรงบั้นท้าย

 

“อึก!” ผมยกมือขึ้นปิดปาก พยายามกลั้นเสียงไม่ให้หลุดออกไป เหล่มองดีแลนที่พยายามควบคุมคนด้านนอกให้ เขาแอบหันมามองเราอยู่เช่นกัน

 

“ผมว่าพวกคุณไปทำอย่างอื่นเถอะครับ ผมจะจัดการตรงนี้ให้ ขออภัยที่ทำให้เสียบรรยากาศ”

 

“แต่คุณนี่หน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนเลยนะ”

 

“ครับ?”

 

“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?” ริชาร์ดถาม ดวงตาหรี่ลงตรวจสอบใบหน้าคนที่ขบขันใส่ ดีแลนส่ายหัวเขาผายมือให้ทั้งสี่คนเดินออกไป จะได้ไม่ขัดเวลาพี่ชายของเขาที่กินผมไม่รู้เวล่ำเวลา แน่นอนว่าตอนแรกริชาร์ดแลดูจะอยากคุยกับเขา ดวงตาฉายชัดถึงความสงสัยระคนสนใจในใบหน้า ทว่าเลขาหนุ่มคนนั้นก็พาเขาเดินไปด้วยกันเนื่องจากมีคนโทรมาตาม

 

ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ผมกำลังตามหาอยู่

 

“ดีวาน อึก ปล่อยผมน่า”

 

“...”

 

“ผมมีเรื่องต้องทำนะ อ๊ะ!” ผมหลุดครางลั่นจนต้องเอามือตะครุบปาก นั่นทำให้ดีแลนส่ายหน้าเบาๆ คล้ายกับเหนื่อยหน่ายใจ เขามองซ้ายมองขวาตรวจสอบว่าแถวนี้มีใครไหม ก่อนจะเดินเข้ามาในซอกที่ผมกับดีวานใกล้จะร่วมรักเต็มทน ดวงตาสีดำสะท้อนแสงตะวันจากอีกฝั่ง เขาถอนหายใจขณะมองพี่ชายตัวเองกินผม

 

“ให้ตายเถอะ ไหนพี่บอกว่าจะอดทนไง”

 

“โซลจูบกับผู้ชาย”

 

“แต่พี่ทำเราเสียแผน” คนน้องพ่นลมหายใจกวาดตามองผมที่น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บจากที่โดนกัด “ที่รัก เขาทำคุณเจ็บมากเหรอ?”

 

“อย่ามาถาม ถ้าคุณไม่คิดจะห้ามเขาอย่างจริงจัง ดีแลน”

 

“ผมบอกเขาแล้วนะว่าให้ใจเย็น แต่คุณก็รู้ว่าเขาเป็นพวกรุนแรง”

 

“อื้อ!”

 

“และพอเห็นคุณในสภาพนี้แล้ว ผมก็ชักจะอยากรุนแรงด้วยแล้วสิ” ผมกัดฟันกรอดพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งสูงด้วยความปรารถนา ดีวานลากไล้ไปทั่วเรียวขาของผม ฝากฝังรอยแดงแทรกผ่านรอยกัดเต็มไปหมด มันน่าหงุดหงิดตรงที่ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง “แต่ผมจะอ่อนโยนให้มากกว่าเขานะ”

 

“ดะ...ดีแลน” ไม่รอให้ผมห้าม คนใจร้ายคนที่สองก็ฉกฉวยความหวานจากริมฝีปากของผมไป เขาดึงผมไปกอดปล่อยให้ดีวานทำหน้าที่เล่นด้านหลังของผมไปราวกับแกล้งกัน มือหนาประคองใบหน้าผมไว้ บดเคล้าเรียวปากอย่างเอาใจ สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานรวมทั้งลมหายใจ มอบสัมผัสเร่าร้อนที่ทำให้ในหัวมึนไปหมด

 

ในหัวผมขาวโพลน ความคิดที่เคยยุ่งเหยิงคล้ายหดหาย ดีแลนสวมบทมัจจุราชใจร้าย ขยับมากระซิบใกล้ๆ

 

ทำหัวใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ

 

“Game on Dear :) ”  

 

จบประโยคนั้นปลายนิ้วของดีวานก็แทรกเข้ามาในช่องทางด้านหลัง พร้อมกับลิ้นชื้นที่สอดเข้ามาพร้อมกันคล้ายกับใช้มันแทนเจลหล่อลื่นที่ตอนนี้คงหาไม่ได้จากที่ไหน ดีแลนปลดกระดุมเสื้อผม แหวกสาปเสื้อขณะที่ลากมือไปทั่วร่างกาย กอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมไว้ ขยับรูดรั้งเอาแต่ใจให้ผมเสียดเสียวแทบบ้า

 

“อ๊ะ อื้อ อยะ...อย่า”

 

“ผมรู้ว่าคุณชอบ” เขากระซิบขบกัดใบหูผมนิดๆ เป็นการปลุกเร้า “ผมคิดถึงใบหน้าตอนคุณมีเซกส์กับพวกเราชะมัด ทำให้เราเห็นสิว่าคุณมีความสุขแค่ไหนตอนพวกเราทำกัน”

 

“มันต้อง อื้อ ไม่ใช่ตอนนี้สิ ผมมีเรื่องต้องจัดการ”

 

“เอาไว้ทำหลังจากที่พวกเราจัดการคุณเสร็จแล้ว”

 

“ดีแลน...!”

 

“เป็นเด็กดีนะที่รัก” ริมฝีปากร้อนจัดฝากฝังรอยแดงไว้ที่ลำคอของผม เม้มแรงๆ ไปหลายทีเพื่อให้รอยสีกุหลาบนั่นปรากฏ ผมหลุดคราง หยาดใสคลอเบ้าและรินไหลผ่านหางตา มือนาขยับส่วนหน้าเป็นจังหวะ เนิบนาบสลับกับรัวเร็วเช่นเดียวกับเรียวนิ้วที่สอดอยู่ด้านหลัง ผมตอดรัดมันอย่างปรารถนา มันเป็นปฏิกิริยาปกติที่จะตอบรับเวลาเราจะมีเซกส์กัน

 

ดีวานกัดเอวผมหนักๆ รุนแรงจนเลือดไหล เขากวาดต้อนมันเข้าปากไป ยืดกายขึ้นดันผมให้กอดดีแลนไว้ ยกสะโพกผมขึ้นพร้อมกับแทรกความรุ่มร้อนเข้ามา

 

“อ๊า!”

 

“แน่นชะมัด” เขากดเสียงต่ำยามดันความดุดันเข้ามาในร่าง นาทีนั้นมันเจ็บร้าวยิ่งกว่าร่างจะฉีกขาด ผมผวากอดดีแลนไว้แน่นฝังหน้าลงกับแผ่นอก ปล่อยให้ดีวานใจร้ายใส่ผม ผมลืมไปสนิทว่าขนาดของเขามันใหญ่กว่าคนปกติขนาดไหน จากตอนแรกที่ผมกังวลว่าสถานที่ที่เราทำ มันอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่กลายเป็นว่าผมต้องมานั่งกังวลว่าร่างกายตัวเองจะพังไหม

 

เขาไม่อ่อนโยนกับผมเลย

 

“เด็กดี” เจ้าตัวครางต่ำชิดใบหูผม “ผ่อนคลายหน่อยโซล”

 

“อึก สะ...ใส่เข้ามาแบบนั้น จะผ่อนคลายได้ไง”

 

“คุณทำได้ เราเคยทำกันมาแล้ว” ผมสะดุ้ง ร่างกายสั่นไหวเมื่อเขาพยายามฝังกายหนักขึ้น ผมหอบหายใจพยายามตั้งสติ ผมมีประสบการณ์ด้านนี้พอที่จะผ่อนคลายร่างกายไม่ให้เจ็บมากได้ แต่ผมต้องยอมรับว่าผมไม่ได้ทำมาสักพัก และการรุกรานแบบรวดเร็วเป็นสิ่งที่มอบความเจ็บปวดเกินจะทนไหว

 

ซึ่งพอเห็นว่าผมน้ำตาไหล ดีแลนก็มาจูบซับให้ เขาก้มหน้าลงไปดูดดันยอดอกผม ปลอบประโลมให้ความรวดร้าวมันเหือดหาย ไล่ต่ำลงไปอีกเพื่อครอบครองส่วนอ่อนไหว ผมเกร็งหน้าท้องจนลอนกล้ามสวยขึ้น ขยุ้มเรือนผมสีสวยที่เคลื่อนไปมาเนื่องจากกำลังเล่นกับส่วนหน้าให้

 

ร่างสูงบีบปากแน่นรูดรั้งพร้อมกับที่ดีวานดันกายเข้ามาจนสุด เขากอดผมไว้บังคับให้หันไปจูบ เรียวลิ้นชื้นสอดเข้ามา แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความหวานที่หาไม่ได้จากที่ไหน ดีแลนจับขาผมไว้ เขาเริ่มรูดกายผมเร็วขึ้น ขบกัดเล็กน้อยให้ผมครางอื้อในลำคอไม่นานนักร่างกายผมก็ได้รับแรงปะทะ ดีวานขยับกายแม้จะยังจูบกับผมอยู่

 

“อื้อ!”

 

“ขี้โกง” ดีแลนกระตุกยิ้มมองผมที่สุขสมกับช่องทางด้านหลัง “ผมจะทำให้คุณคลั่งเหมือนดีวานบ้าง”

 

“งะ...งั้นก็รีบทำ”

 

“หืม?”

 

“ทำให้ผมเสร็จสักที” ผมกัดปากแน่นสบตากับเขาผ่านความมืด ได้ยินเสียงเจ้าตัวหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะกลับมาเล่นกับส่วนหน้าของผมอีก ตัวของผมงอไปด้านหน้า ช่องทางบีบรัดความดุดันที่สอบเข้าหา ดีวานจับแขนผมไว้ แอ่นหน้าอกให้ดีแลนสัมผัส ผมปลดปล่อยในปากของเขา ถึงอย่างนั้นก็ถูกปลุกเร้าอย่างรวดเร็ว

 

ปลายลิ้นชื้นโลมเลียยอดอก ซุกไซ้ซอกคอรุนแรงไม่ต่างจากที่ดีวานกลั่นแกล้งผม หยาดใสไหลผ่านแก้มหยดลงบนพื้นพร้อมกับเหงื่อที่ผุดซึมไปทั่วร่าง ร่างสูงกระแทกกายอย่างหนัก เขาดูหิวโหยจนผมอยากจะฟาดชะมัด แค่ผมหนีมามันทำให้พวกเขาต้องคลั่งขนาดนี้เลยหรือไง

 

“ปากคุณยังว่างนะที่รัก” ผมเลียปาก มองดีแลนที่ยืดกายขึ้นแล้วปลดซิปกางเกงลง ความรุ่มร้อนที่ขนาดไม่ต่างจากพี่ชายเท่าไหร่ชี้หน้าผม ดวงตาสีดำแพรวพราวบอกให้รู้ว่าผมควรทำอะไร ผมหอบหายใจ แต่ก็ยอมครอบครองส่วนนั้นเข้าปาก ขาของผมคล้ายจะอ่อนแรงลงทว่าดีวานก็ยึดสะโพกผมไว้แน่น

 

เสียงเนื้อกระทบเนื้อฟังดูหยาบโลนยิ่งกว่าอะไร ผมตอดรัดเขาสัมผัสความดุดันที่กระทบกับจุดเร่าภายใน ครางกระเส่าแม้กายร้อนของดีแลนจะยังอยู่ในปาก ผมขบกัด รู้ดีว่าอีกฝ่ายชอบแบบไหนเพราะเราก็ทำกันมาหลายครั้ง ดีแลนขยุ้มเรือนผมไว้เบาๆ ครางต่ำเล็กน้อยด้วยความพอใจ

 

หยาดใสเปื้อนปากผมนิดหน่อย เลยต้องผละออกมาใช้ลิ้นโลมเลียมัน เสียดายที่นาทีนี้ดีแลนเองก็ใจร้ายไม่ต่างจากพี่ชายเขา เจ้าตัวดันมันเข้าปากผมอีกครั้ง สอบกายเข้าหาราวกับปากผมคือช่องทางด้านหลัง ความยาวลึกเข้าไปในคอทำผมเกือบสำลักอยู่หลายครั้ง ดีวานโน้มตัวลงมากัดท้ายทอยผม ขยับกายหนักหน่วงจนผมแทบทนไม่ไหว

 

ไม่นานนักหยาดขาวขุ่นก็แทรกซึมไปทั่วภายใน ขาผมอ่อนทรุดไปกองหากแต่ปากก็ยังขยับให้ดีแลนอยู่ ร่างสูงยกยิ้มมองพี่ตัวเองที่เข้ามากอดผมจากด้านหลัง เขาดันหัวผมออก ย่อตัวลงมาดันผมให้นอนราบกับกับอกดีวานที่รองรับ

 

ความดุดันบดกายเข้ามาในช่องทางที่เต็มไปด้วยหยาดขาว ดีวานรูดรั้งตรงนั้นให้ผม

 

“อ๊ะ อ๊า อื้อ”

 

“เสียงของคุณมันน่าฟังชะมัดที่รัก”

 

“อ๊า!” ผมครางลั่นส่วนปลายของดีแลนกระทบกับจุดเร้าให้กายสะท้าน ผมจิกเล็บลงกับแขนของดีวาน แลกลิ้นกับเขาจนหยาดใสไหลผ่านปลายคางไป น้องชายขยี้กายหนัก เขาทำให้หยาดขาวทะลักมาเปื้อนซอกขาด้านในของผม มือหนาจับขาผมไว้แน่นสอบกายถี่รัวราวกับกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้เราจะไม่ได้ทำกัน

 

ผมร้องไห้ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขอร้องให้เขาหยุด ต่อให้ก่อนหน้านี้ผมอยากจะไปทำเรื่องที่ตัวเองตั้งใจไว้ก็ตาม แต่ตอนนี้สมองของผมกลับว่างเปล่า

 

มันมีแค่ภาพของดีแลนกับดีวานเท่านั้นที่เด่นชัดขึ้นมา

 

“ที่รัก” ดีแลนกระซิบกัดเข้าที่คอผมอีกข้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่ดีวานดึงเสื้อผมลง ฝากรอยเขี้ยวไว้ที่หัวไหล่ ผมเจ็บจนเหมือนจะตาย ฟันของพวกเขาคมจนผมต้องร้องไห้ ดีแลนสอบเอวถี่เช่นเดียวกับพี่ชายเขาที่รูดรั้งให้ผม กายของดีวานถูไปมาอยู่ที่หลัง ผมเลยเอื้อมมือไปขยับให้เขาเจ้าตัวจะได้เสร็จพร้อมกัน

 

การถูกปรนเปรอทั้งสองทางทำผมเสร็จอีกครั้ง หยาดขาวของดีแลนทะลักเข้ามาในร่าง เสียดายที่เขาไม่ปล่อยให้ผมพัก เจ้าตัวพลิกร่างผมให้หันไปหาดีวาน กดสะโพกลงไปรับความร้อนแรงที่รอคอยอยู่ ใช้ตัวเองขับเคลื่อนให้ผมเคลื่อนกายอยู่บนตัว เขากัดหลังผมใกล้เคียงกับรอยแผลที่ดีวานทำไว้

 

นาทีนั้นผมหัวหมุนยิ่งกว่าเรือโคลงหวังให้ตาย

 

ดีวานสวนกายเข้าใส่สลับกับดีแลนที่ผลัดเวียนกันเข้ามา

 

“นี่คือบทลงโทษนะที่รัก เพราะคุณหนีเราคราวนั้นเลยต้องทำให้คุณรู้ว่าคุณเป็นของใคร”

 

“ดะ...ดีแลน”

 

“และคุณยังไปจูบกับผู้ชายอีกใช่ไหม”

 

“อื้อ อ๊า”

 

“เหนื่อยหน่อยนะราชินีของผม” ผมบดสะโพกลงกับกายร้อนของดีวาน พยายามไม่ให้ตัวเองกลายเป็นศูนย์กลางให้พวกเขามาแกล้งใส่ ผมรู้ว่าขนาดตัวและแรงของผมสู้พวกเขาไม่ได้ แต่ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็นเบี้ยล่างใครแน่นอน

 

ได้ยินเสียงหัวเราะ ดีแลนถูกผมให้โน้มตัวมาข้างหน้า เราแลกลิ้นกันมอบสัมผัสความหวานไปมา ส่วนดีวานก็หยอกล้อกับยอดอกผม ย้ำกายรัวเร็วให้ผมรู้ตัวว่าตอนนี้ผมกำลังทำกับใคร ผมรูดรั้งให้ตอนที่ดีวานถอดกายออกไป และให้ดีแลนเข้ามาแทนที่

 

หยาดขาวเปรอะเปื้อนไปทุกที่ มากสุดก็ไหลผ่านขาและหยดลงบนพื้นไป

 

นี่มันยิ่งกว่าลงทัณฑ์

 

ทว่าในตอนที่เรากำลังทำกันอยู่นั้น จู่ๆ ดีวานก็เข้ามากระซิบข้างหู

 

“เลิกพาตัวเองไปเสี่ยงได้แล้ว เด็กไม่ดี”

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“พวกเราจะจัดการให้เอง” ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจที่เขาพูด ฝังหน้าลงกับบ่าเมื่อดีแลนย้ำกายดุจนหายใจไม่ทัน “อย่าไปเสียเวลากับคนพวกนั้น มันไม่มีค่าให้คุณสนใจ”

 

“คะ...คุณหมายความว่าไง”

 

“หมายความว่าอย่าพาตัวเองไปตาย”

 

“หา?”

 

“ต่อให้จะตายไปแล้วก็ตาม” คำพูดของดีวานแลดูจะหายวับไปทันที เขาบดขยี้ริมฝีปากแล้วดันร่างผมชิดกับกำแพงเพื่อสอบกายเข้าหาผม นาทีนั้นผมกอดเขาไว้แน่น หยาดใสไหลผ่านแก้มคลอเคล้ากับความปรารถนา ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองควรจะตอบรับหรือพูดว่าอะไรบ้าง

 

รู้แค่ว่าก่อนที่ฟ้าสว่างจะลาลับ ดีวานกับดีแลนพูดพร้อมกันว่า

 

“คุณเป็นของเรา โซล”  

 

พวกเขาต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่นะ

 

 

ยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์แล้วตกนรกพร้อมกัน

 

ผมโดนพวกเขากลั่นแกล้งอย่างหนัก เรี่ยวแรงหดหายจนไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปตอนไหน ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นริมฝีปากใจร้ายที่พูดอะไรหลายอย่างข้างหูผม ก่อนจะมอบสัมผัสที่ชวนติดตรึงยิ่งกว่าบุหรี่ราคาแพงที่ผมสูบ ในตอนนั้นผมลืมไปเลยว่าผมต้องมาหาตัวคนจ้างวานริชาร์ด

 

ผมปล่อยใจไปกับรสชาติของพวกเขา ให้ร่างกายได้ลิ้มรสความดุดันแสนหอมหวาน

 

และตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงทะเลาะจากห้องข้างๆ

 

เพล้ง !

 

“อ๊ะ!” ฝันเสียงบางอย่างที่ตกแตกทำผมสะดุ้งตื่นจากความฝัน ร่างกายเจ็บร้าวจนต้องนิ่วหน้า ปวดจนอยากจะร้องไห้ออกมาไม่ต่างจากวันนั้นที่พวกเราทำกัน “บ้าจริง เจ็บชะมัด แล้วนี่พวกเขาหายไปไหนกันอีกแล้วเนี่ย”

 

ผมย่นคิ้วใส่กวาดตามองรอบห้องพักก็ไม่เจอใครเลยสักคน ดีแลนกับดีวานไม่เคยจะทิ้งโน้ตหรือบอกผมว่าเขาจะไปไหน พอเขาสนุกกับสิ่งที่ได้ไป เขาก็ปล่อยผมไว้ในห้องคนเดียวราวกับเป็นขยะ ผมกัดปากแน่น สิ่งแรกที่ผมมั่นใจคือผมยังอยู่ในเรือที่ขโมยบัตรเชิญโนเอลมา

 

เสียงทะเลาะจากห้องข้างๆ ทำให้ผมเหลือบไปมองผนังที่กั้นเราไว้ ผมฟังไม่รู้เรื่องหรอกว่าพวกเขาทะเลาะอะไร ผมสนใจแค่นาฬิกาที่ติดไว้บนผนังมากกว่า

 

ตอนนี้สี่ทุ่มกว่า มันเป็นเวลาที่ริชาร์ดจะ...

 

‘ท่านรอคุณอยู่ที่ชั้นสามครับ แต่บอกให้ไปหาเป็นการส่วนตัวตอนสี่ทุ่ม’

 

‘ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องลงมาเปิดงานก่อนหรือไง?’

 

‘ครับ ลงมาเปิดงานเสร็จท่านก็จะกลับไปทำงานต่อ’

 

“อาต้องไปหาเขาแล้วแน่เลย” ผมพึมพำเลียปากขณะที่มองหาเสื้อผ้าตัวเองที่กระจายอยู่ที่พื้น เพิ่งสังเกตว่าเสื้อที่ผมสวมไม่ใช่เสื้อของตัวเอง มันใหญ่จนปิดขาอ่อนผมแบบหมิ่นเหม่ น่าจะเป็นเสื้อของดีวานไม่ก็ดีแลน กลิ่นน้ำหอมที่เขาใส่มันเริ่มจางลงจนผมไม่แน่ใจว่าเป็นของใคร

 

เสียดายที่ผมต้องถอดมันทิ้ง หยิบเสื้อผ้าตัวเองขึ้นมาใส่

 

หลังจากนั้นก็ประคองร่างตัวเองเปิดประตูออกไป

 

ถึงเวลาตามหาคนร้ายแล้ว 

 

LOADING 100 PER 

ใครบอกว่าจะขึ้นฝั่ง ในเมื่อมีเรือสำราญให้โลดแล่น :)  

ได้ข่าวว่าคิดถึงแด๊ดดี้กันเหรอ งั้นมาหาอะไรหวานๆ ใส่ตัวกันหน่อยดีไหม 

แต่ก่อนจะรู้ว่ามันหวานจริงไหม ลองดูหยาดแดงรอบกาย... 

ทายสิว่ามันคือน้ำแดง 

หรือเลือดของคุณ :) 

 

สกรีมลงแท็ก 

 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น