ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 102 ให้เวลาเหล่าไป๋หน่อย

ชื่อตอน : บทที่ 102 ให้เวลาเหล่าไป๋หน่อย

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 316

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 09:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 102 ให้เวลาเหล่าไป๋หน่อย
แบบอักษร

บทที่ 102 ให้เวลาเหล่าไป๋หน่อย 

  เผิงกวนอิงนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ที่หลินชิงหูยกมาวางให้ที่ข้างเตียงจูอี้หลง เขากำมือทั้งสองข้างวางไว้บนหัวเข่าทั้งสอง ท่าทางเหมือนเด็กนักเรียนที่ต้องเข้าพบครูผู้ปกครอง จูอี้หลงนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง ไข้เขาลดแล้ว แต่หน้าตาดูอิดโรยมาก นัยน์ตาแดงแต่ไม่บวมมาก คงจะคอยใช้เจลเย็นประคบอยู่ สองมือวางบนหมอนรูปตุ๊กตาหมูใบเล็กที่วางไว้บนตัก นิ้วมือกรีดวาดไปตามหน้าตุ๊กตาบนหมอนเหมือนคนใจลอย 

  ใบหน้าและแววตาที่ดูดีใจมากๆเมื่อเห็นเผิงกวนอิงเดินเข้ามาในห้อง สลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเผิงกวนอิงเพียงแต่นั่งลงบนเก้าอี้ ไม่ได้ทักทายหรือถามไถ่ถึงอาการหรือสุขภาพของเขาแต่อย่างใด คำพูดแรกที่ออกจากปากกลับเป็นคำถาม .... ที่นายบอกฉันว่ารักเหล่าไป๋นี่ มันจริงหรือเปล่า ... ไม่ใช่เพราะฉันคาดคั้นนายมากไปจนนายตอบแบบขอไปทีนะ... 

 

  จูอี้หลงเกลียดตัวเอง.... เขาเกลียดที่เขาไม่อยากจะปล่อยมือจากคนไหนทั้งนั้น คนสองคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แม้กระทั่งความรัก เขาต้องการความรักของไป๋อวี่แต่เขาก็หวงแหนความรักของเผิงกวนอิง ความรู้สึกที่ว่าตอนนี้เขาไม่เหลือความรักของครอบครัวอีกแล้ว ทำให้เขาช็อคและทุรนทุรายเหมือนจะขาดใจตายเมื่อเห็นเผิงกวนอิงเดินจากไป  

  ....คนที่เป็นเหมือนทั้งเพื่อน ครอบครัวและคนรักมาหันหน้าหนีจากเขาไปง่ายๆ....จูอี้หลงผันความเสียใจมาเป็นความโกรธ .... คาดหวังอยู่ลึกๆว่าเดี๋ยวเผิงกวนอิงก็จะกลับมา แต่คนที่เคยขานตอบรับเขาเสมอมา กลับไม่ใส่ใจอะไรอีกจริงๆ .... 

  ความคิดชั่ววูบในหัว ทำให้เขากินยานอนหลับเข้าไปทั้งกำมือ คอยดูเถอะถ้าฉันไม่อยู่แล้ว... นายจะเสียใจไปตลอดชีวิต ... หากตอนนั้นเขาคิดถึงพ่อกับแม่สักนิด หากเขาเพียงนึกถึงอาหวู่กับลูกและเมีย หากเขาคิดถึงเหล่าไป๋ เขาคงไม่คิดทำอะไรโง่ๆเพื่อประชดประชันอย่างนั้น แต่ความรู้สึกที่ว่าเขาไม่เหลือใครแล้ว มันทำให้เขายิ่งโกรธเผิงกวนอิง รู้สึกเหมือนแม้แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่เขาพยายามเกาะไว้ไม่ให้จมน้ำก็ยังถูกเผิงกวนอิงกระชากออกไป 

  การปรากฏตัวของไป๋อวี่ในตอนนั้นแม้จะเป็นเหมือนภาพในฝัน แต่อ้อมกอดที่อบอุ่นและแข็งแกร่งของไป๋อวี่เป็นความจริงแท้อย่างที่สุด เขาเกาะกุมมันไว้แน่นเหมือนอย่างที่เขาทำมันเสมอมา... เข้าใจผิดไปว่านั่นคืออ้อมกอดของเผิงกวนอิง... เขาช่างโง่งม เขาน่าจะรู้ว่าเขาสูญเสียอ้อมกอดของเผิงกวนอิงไปแล้ว ... เสียงหัวใจที่เต้นระทึกของไป๋อวี่ทำให้เขาจำได้... มันทำให้เขาได้สติ รู้ตัวว่าได้ทำเรื่องงี่เง่าลงไปเสียแล้ว  

  ไป๋อวี่โกรธ เขาสมควรที่จะโกรธ จูอี้หลงมองเห็นความรุนแรงที่ไป๋อวี่กระทำต่อร่างกายของเขาเป็นเหมือนการปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริง ... มองดูไป๋อวี่ที่อยู่ตรงหน้า จูอี้หลงรู้ดีว่าทุกความรุนแรงที่โหมกระหน่ำลงมาเป็นเหมือนแส้ที่ฟาดลงบนหัวใจของไป๋อวี่เอง .... มันทำให้เขารู้ว่า ความรักของผู้ชายคนนี้ต่างหากที่ยังคงอยู่ ... นายคิดงี่เง่าอะไร จูอี้หลง!... ในชั่ววูบที่นายคิดกระโดดตามความรักที่หลุดมือไปแล้ว นายได้หลงลืมความรักที่โอบอุ้มนายไว้ในตอนนี้ได้ยังไง... 

  ความเจ็บปวดในทุกอณูบนร่างกาย ปลุกให้จูอี้หลงได้สติ ...ฉันจะไม่ลืมความรักของไป๋อวี่อีกแล้ว ...แต่ฉันก็จะไม่ลืมความรักของนายด้วยกวนอิง... ถึงแม้ว่ามันจะผ่านเลยไปแล้วก็ตาม  

  ... เพราะอย่างนี้จูอี้หลงจึงไม่ลังเลเลย ที่จะตอบคำถามของเผิงกวนอิง ว่าคำว่ารักของเขา ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดเพื่อเอาตัวรอด .... เขารักเหล่าไป๋...  

  ... รักจริงๆ ...  

 

  "เหล่าไป๋ทำร้ายนายถึงขนาดนี้ นายก็ยังรักเขาอย่างนั้นเหรอ" เผิงกวนอิงมองบริเวณคอที่พันผ้าไว้ของจูอี้หลง... 

  "เหล่าไป๋ทำร้ายร่างกายฉัน รักษาไม่กี่วันก็หาย...." จูอี้หลงยังคงมองสบตาเผิงกวนอิง 

  "แต่เป็นนาย...ที่ทำร้ายจิตใจฉัน.... เจ็บ จนไม่คิดว่าชาตินี้จะหายเจ็บ... " น้ำตาที่คลออยู่ไหลลงมาจริงๆแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะต่อว่าคนที่เขาไว้วางใจมากที่สุดเสมอมา โดยหลงลืมไปว่าเป็นเขาเองต่างหากที่ทำผิดต่อเพื่อนรักก่อน 

  "เป็นนายที่เดินหนีไป เป็นนายที่.... ไม่คิดถึงฉันเลย" เขาเว้นระยะเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ทรยศต่อความไว้วางใจของเผิงกวนอิงไปไม่น้อย 

  "...เป็นนายที่ไม่ยอมยกโทษให้ฉัน เป็นนายที่คิดตัดขาดจากฉัน.... " จูอี้หลงหายใจหอบ เขาขว้างหมอนที่อยู่บนตักใส่เผิงกวนอิง 

  "ที่เหล่าไป๋ทำ ฉันไม่รู้สึกเจ็บสักนิดเพราะฉันรู้ว่าเขายังจะรู้สึกเจ็บมากกว่าฉัน แต่ที่นายทำ ฉันเจ็บจนจะขาดใจ ที่เหล่าไป๋ทำ ฉันก็แค่เลือดออกเปื้อนเสื้อผ้า ใส่ยา ซักผ้า ก็หายแล้ว เห็นเขาเจ็บปวดหัวใจเพราะการกระทำของฉันอย่างนั้นฉันก็ไม่มีหน้าไปต่อว่าเขาแล้ว แต่ที่นายทำ เลือดมันไหลจนท่วมไปทั้งอกฉัน มันท่วมจนฉันจะขาดใจตายแล้ว... ถ้านายยังไม่สนใจ ถ้านายยังใจดำกับฉันอีก ฉันก็จะไม่ให้นายเจอฉันอีกแล้ว" 

  "แล้วที่นายทำกับฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะเจ็บปวดหัวใจ ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธเลยงั้นเหรอ" เผิงกวนอิงถาม ... จูอี้หลงก้มหน้างุด 

  "นายไม่เคยโกรธนี่นา จะยังไงนายก็ไม่เคยโกรธ..." 

  "อาหลง... ฉันเป็นคน ไม่ใช่จะอดทนได้ทุกเรื่อง" เผิงกวนอิงคิดว่าคงเป็นความผิดของเขาเองที่มักจะเอาอกเอาใจจูอี้หลงตลอดมา จนเพื่อนคนนี้คิดเข้าข้างตัวเองจนกลายเป็นเรื่องปกติแล้ว เขาถอนใจปลงตก ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา 

  "แล้วทำไมถึงเลือกเหล่าไป๋ ไม่เลือกฉัน" เผิงกวนอิงกำมือแน่นขึ้น รอฟังคำตอบ จูอี้หลงชะงักไป เขาคิดก่อนจะตอบคำถามอย่างช้าๆ 

  "เพราะฉันคิดว่าถึงฉันไม่เลือกนาย นายก็จะยังคงอยู่ข้างๆฉัน ตรงนี้ ตลอดไป..." คำตอบนี้ทำเอาเผิงกวนอิงอึ้งไปครู่ใหญ่... นี่ก็คงจะเป็นความผิดของเขาอีกเหมือน ที่ทำให้จูอี้หลงคิดอย่างนั้น มันคงไม่ง่ายที่เขาจะเปลี่ยนแปลงความเคยชินนี้ได้ 

  "ในเมื่อเลือกแล้ว นายก็ไม่ควรทำร้ายตัวเอง" เขาได้แต่ระบายลมหายใจเบาๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง ...อาหลง นายมันไม่เคยเปลี่ยนเลย ... ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ต่อหน้าคนอื่น แต่พออยู่ต่อหน้าเขาก็จะกลายร่างเป็นเด็กเอาแต่ใจ.... 

  "ทำไมล่ะ ทำไมนายไม่อยู่ข้างๆฉัน... นายหันหลังให้ฉันทำไม" จูอี้หลงยังตัดพ้อต่อว่า ดูคล้ายเด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัว ทำเอาเผิงกวนอิงจนคำพูด 

   "เพราะนายโกรธฉันไง เพราะนายเกลียดฉันไง...." เมื่อเผิงกวนอิงไม่ตอบคำ จูอี้หลงเลยตอบแทนเขา 

  "เปล่า ฉันไม่ได้เกลียดนาย" เผิงกวนอิงปฏิเสธ 

  "นายไม่เกลียดฉัน .... แต่นายโกรธ.." 

  "อาหลง ... นายโกหกฉัน นายหลอกฉัน นายเล่นสนุกกับความรู้สึกของฉัน .... ฉันมีสิทธิ์ที่จะโกรธ"  

  "นี่ฉันนะ นายจะโกรธจะเกลียดฉันได้ยังไง ... ฉันคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตนายเสมอมาไม่ใช่หรือยังไง" จูอี้หลงสวน ...คงไม่มีใครคิดเข้าข้างตัวเองได้เท่ากับจูเหม่ยลี่อีกแล้ว เผิงกวนอิงคิดก่อนจะตอบรับสั้นๆ 

  "ใช่...." ... เขาจนปัญญากับกระบวนการทางความคิดของจูอี้หลงแล้ว 

  "เพราะงั้น ฉันถึงได้โกรธ ถ้าเป็นคนอื่น ฉันจะโกรธทำไม" คนสำคัญที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา.... ใครมันจะไม่โกรธ... 

  ความเงียบเข้าครอบงำทั้งห้อง... จูอี้หลงนั่งก้มหน้า น้ำตาไหลเป็นสาย ไหลลงมาตามลำคอจนชุ่มคอเสื้อ เผิงกวนอิงก้มลงเก็บหมอนตุ๊กตาหมูที่พื้น ... เขากำลังตัดสินใจจะทำสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต 

  "เราเป็นเพื่อนกันนะ ...ถึงยังไงความรู้สึกนี้ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง นายไม่ต้องกลัว" เผิงกวนอิงลุกขึ้นไปนั่งลงบนเตียง เผชิญหน้ากับจูอี้หลง  

  "ฉันจะไปทำงานที่ไต้หวัน...." เขาวางหมอนลงบนตักจูอี้หลง 

  "ไจ๋เกอจะทำละครกับทางนั้น แล้วยังมีโปรดักชั่นที่จะทำร่วมกับทางสิงคโปร์ด้วย คุยกันไว้นานแล้ว ไจ๋เกอจะผันตัวมาเป็นผู้อำนวยการสร้างแล้วนะ คงจะอยู่แต่ที่ไต้หวันกับสิงคโปร์" เขาจับมือทั้งสองข้างของจูอี้หลงขึ้นมาวางบนหมอน 

  "นายจะทิ้งฉัน" จูอี้หลงช้อนตากล่าวหาคนตรงหน้า 

  "นายต่างหากที่ทิ้งฉัน" เผิงกวนอิงพ่นลมหายใจเฮือกออกจากปาก ทำสายตาเหมือนกึ่งเล่นกึ่งจริง ....ดูไปเหมือนผู้ใหญ่กำลังคุยกับเด็กอยู่ 

  "นายทิ้งฉัน!" จูอี้หลงขึ้นเสียงสูง 

  "ไม่อยากเห็นนายเป็นพันจินเหลียน*" เผิงกวนอิงเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้น เขาเอื้อมมือไปใช้นิ้วเสยสางผมด้านหน้าให้จูอี้หลง 

  "เผิงกวนอิง นายกล้าไป?" จูอี้หลงเชิดคาง ทำเสียงแข็ง 

  "ฉันกล้าไป แต่ฉันไม่กล้าเลิกรักนายหรอก ไม่ต้องห่วง" 

  "......." จูอี้หลงเงียบไป .... ที่จริงเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ขอเพียงแค่ให้เผิงกวนอิงอยู่ตรงนั้น ... อยู่ในที่ที่เขารู้ว่าจะพึ่งพิงได้ยามเมื่อเขาต้องการ จูอี้หลงรู้ดีว่ามันเป็นความเห็นแกตัว แต่อย่างน้อย... อย่างน้อยในตอนนี้ ในตอนที่เขากับไป๋อวี่กำลังเริ่มก้าวเดินไปด้วยกัน ความหวาดกลัวในหนทางที่ทอดรออยู่ข้างหน้า ทำให้จูอี้หลงยึดเผิงกวนอิงไว้แน่น หากความจริงที่ว่าเผิงกวนอิงก็รักเขาเช่นเดียวกับที่ไป๋อวี่รักยังคงเป็นความลับอยู่ จูอี้หลงคงจะยึดเผิงกวนอิงเอาไว้อย่างสบายใจมากกว่านี้  

  ... เขาก็แค่กลัว กลัวว่าเขาจะไม่มีกำลังพอที่จะฝ่าฝันไปได้ .... ไป๋อวี่ที่มีพ่อแม่คอยเป็นลมใต้ปีกของเขาตลอดมา จะบินฝ่าคลืนลมนี้ไปพร้อมๆกับเขาได้หรือไม่ เขาก็ยังไม่แน่ใจ จูอี้หลงอยากจะให้ความรักของเขากับไป๋อวี่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าเขาหมดแรง .... อย่างน้อยก็ยังมีเผิงกวนอิงอยู่ เขาก็จะทำเหมือนอย่างทุกคราว อาศัยเพื่อนคนนี้เป็นที่หลบลมหลบฝน อาศัยเพื่อนคนนี้ชาร์จเติมพลัง ...ความรักของเขากับไป๋อวี่ก็จะไม่ล่มลง... เขารู้ว่าเขาเห็นแก่ตัว แล้วยังคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอด แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เผิงกวนอิงคุ้นชินแล้วมิใช่หรือ... 

  คงเป็นเพราะกรรมตามสนองเขา หากเขากับเผิงกวนอิงเข้าใจกันเสียตั้งแต่แรก บางที ...บางทีเขาอาจจะไม่ปล่อยใจตัวเองให้รักไป๋อวี่ก็ได้... แต่เป็นเพราะเขาเองไม่ชัดเจนกับเพื่อน เป็นเพราะเขาเองที่ทั้งๆที่รู้ว่าเผิงกวนอิงมีใจให้ เขาก็ยังเหลือบมองไป๋อวี่ เขาก็ยังปล่อยใจให้ตกหลุมรักนักแสดงรุ่นน้องคนนี้จนได้ ...  

  สมน้ำหน้านายแล้ว จูอี้หลง นายจะต้องลงเอยด้วยการไม่มีใครอยู่ข้างๆนายสักคน... 

 

  "เลิกกับเหล่าไป๋เมื่อไหร่ค่อยโทรมาหา" เผิงกวนอิงบอก  

  "ไม่เลิกหรอก" จูอี้หลงหน้างอง้ำ 

  "งั้นก็ไม่ต้องโทร" 

  "นายจะมีใครคนอื่นมั้ย"  

  "ต้องขออนุญาติก่อนหรือไง" 

  "ไหนว่าไม่กล้าเลิกรักฉันไง" 

  "อ้าว ทำไมฉันจะรักคนสองคนพร้อมๆกันไม่ได้ ทีนายยังทำได้เลย ไอ้กร๊วก" เผิงกวนอิงตบหัวจูอี้หลงเบาๆ จูอี้หลงฉวยโอกาศนั้นโผเข้ากอดเผิงกวนอิงไว้ 

  "เฮ้ย อย่ากอด เดี๋ยวรู้ไปถึงเหล่าไป๋นายจะลำบาก จางฟงบอกว่า คนแซ่ไป๋ขี้หึงร้ายกาจมาก"  

  "ไปไหนก็ไป แต่ถ้าฉันไม่อนุญาติ นายห้ามมีแฟนนะ" จูอี้หลงบอก ผละถอยออกมาช้าๆ 

  ".... " เผิงกวนอิงพูดไม่ออกแล้ว 

  "อย่างน้อยก็รอจนกว่าฉันจะมั่นใจ...ในเหล่าไป๋" ในที่สุดจูอี้หลงก็ยอมเอ่ยถึงปมที่มีอยู่ในใจ 

  "ฉันก็แค่กลัว ...กลัวว่าฉันกับเหล่าไป๋จะไปไม่รอด ฉันกลัวว่าฉันจะหมดแรงเสียก่อน .... " 

  "แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหน" 

  "ถ้ามีนายอยู่.... ฉันคงพอจะมีแรงประคับประคองความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับไป๋อวี่ไว้ได้" 

  "จูอี้หลง นายป่วยเป็นสมองเสื่อมเรอะ.... ถัดจากคนทางบ้านนายแล้ว ก็มีฉันนี่แหละที่อยากให้นายเลิกกับไป๋อวี่ที่สุด" 

  "นายไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นหรอก" จูอี้หลงท้วงเสียงอ่อน 

  "ทำไมจะไม่อยาก... อย่าลืมสิว่าฉันรู้สึกกับนายยังไง" 

  "อะไรที่ทำให้ฉันไม่มีความสุข นายไม่ทำแน่" ...เพราะฉะนั้น อย่าได้หันหน้าหนีไปจากฉัน เพราะนั่นก็จะทำให้ฉันไม่มีความสุข... 

 

  อาหลง นายมันจะรู้ดีไปแล้ว คงรู้สินะว่าฉันรักนายมากจนยอมเสียสละให้นายได้ทุกอย่าง นายถึงเอาเปรียบฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนเหล่าไป๋ ก็คงจะรักและอยากจะครอบครองนายไว้เป็นของตัว ไม่ยอมเสียหรือแบ่งนายให้ใคร ความรักแบบนี้ถ้านายไม่ไข่วคว้าไว้นายก็จะสูญเสียมันไป ส่วนความรักของฉัน นายคิดว่ามันเป็นของตายสินะ ถึงนายจะไม่ยอมไขว่คว้า นายก็รู้ว่ายังไงๆมันก็เป็นของนาย.... 

 

  "อาหลง ฉ้นว่าฉันสมควรจะไปที่ไหนสักที่... อยู่ให้ห่างๆนายไว้... เพราะตั้งแต่นี้ไปมันไม่ใช่ฉันที่จะเป็นคนประคับประคองนายไว้ ...แต่มันเป็นเหล่าไป๋ต่างหากที่จะเป็นคนอยู่ข้างๆนาย..." 

  "....." 

  "ให้เวลาเหล่าไป๋หน่อย" เผิงกวนอิงกล่าวเสียงอ่อน 

  "นั่นแหละที่ฉันขอ.... ให้เวลาเหล่าไป๋หน่อย... อยู่ข้างๆฉัน... จนกว่าเหล่าไป๋...." จูอี้หลงพูดยังไม่ทันจบ เผิงกวนอิงก็แทรกขึ้น 

  "ไม่ใช่... เป็นนายไม่ใช่เป็นฉัน... ที่จะต้องให้เวลาเหล่าไป๋" 

""" 

""" 

 

 

** พันจินเหลียน พี่สะใภ้ของบู๋ซ่ง ที่คบชู้สู่ชาย คงประมาณนางวันทองของไทยเรา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว