เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 27

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.7k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 20:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 27
แบบอักษร

27  

  

  

  

วันต่อมา..   

  

“ทำไมวันนี้ออกเช้าจังวะ มึงกลัวจะไปมอไม่ทันคนแรกหรือไง” พีคเดินบ่นอย่างหงุดหงิด เพราะต้องตื่นเช้าขับรถออกไปส่งนักกีฬาสุดขยัน ที่นึกคึกแหกขี้ตาตื่นไปซ้อมวิ่งตั้งแต่เจ็ดโมง   

“ก็กูมีนัดตอนเที่ยง กูถึงได้ตื่นเช้าเผื่อเวลาซ้อมวิ่งไง” เพลิงบอกเสียงเรียบ ก่อนจะแอบสะดุ้งหน่อยๆเมื่อพีคตวัดสายตามองดุๆ  

“มีนัดอะไร”   

“เอ้า นัดกินเลี้ยงวันเกิดเพื่อน ก็..คนที่โทรมาเมื่อคืนไง ที่มึงแย่งโทรศัพท์ไปคุยตอนกลับบ้านอ่ะ” เพลิงรีบพูดอธิบาย กลัวว่าพีคจะเกิดโมโหขึ้น เพราะเมื่อคืนตอนเพลิงรับสายคุยโทรศัพท์กับเพื่อน พีคดูจะหงุดหงิดจนแย่งโทรศัพท์ไปคุยแทน   

“เอก?” พีคทวนชื่อคนที่โทรมาเมื่อคืนและก็พึ่งมารู้จากเพลิงเมื่อคืนว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มคณะเดียวกัน  

“เออ ไอ้เอก แล้วมึงก็ให้กูไปแล้วนะ อย่าลืม” เพลิงพูดย้ำเตือนเรื่องที่พีคอนุญาต พีคยืนนึกอยู่สักพักก็นึกได้ว่าได้ให้อนุญาตอะไรเพลิงไว้ ก่อนจะหายใจเซ็งขึ้นมาทันที  

“เออๆ ไปถึงแล้วโทรรายงานกูด้วยแล้วกัน ไม่ใช่เงียบแล้วหายไปเลย” พีคว่า  

“รู้แล้วหน่า ..เหอะ กลัวกูหนีมาก ไม่มานั่งเฝ้าเลยวะ” เพลิงตอบพีคก่อนจะแอบบ่นพึมพำคนเดียว แต่เมื่อหันไปมองคนข้างๆ กลับเห็นพีคส่งสายตาดุๆมาให้ ก่อนจะยิ้มแห้งๆส่งไปแล้วรีบเดินตรงขึ้นรถทันที พีคเองก็เดินขึ้นรถตามก่อนสตาร์ทรถขับออกไปจากบ้านเพื่อตรงไปส่งเพลิงที่มหาวิทยาลัย และในระหว่างนั้นพีคกับเพลิงก็ใช้เวลาอยู่บนรถตามปกติ ..ปกติที่ไอ้พีคจะเปิดเพลงกวนประสาทเพลิงนั่นแหละ  

“หยุด! หยุดเลยนะมึง กูรู้นะว่ามึงจะทำอะไร” เพลิงรีบห้าม เมื่อพีคทำท่าจะใส่แผ่นเพลงอันคุ้นเคยฟังบนรถ พีคชะงักไปแปปนึง ก่อนจะยกยิ้มหันไปมองนิดๆเมื่อเพลิงรู้ทัน   

“เอ้า เห็นมึงชอบฟัง กูอุตส่าจะเปิดให้” พีคพูดบอกอย่างขำๆ  

“ชอบกับผีอ่ะดิ มึงช่วยเปิดอะไรจรรโลงใจแก่หูกูหน่อยได้มั้ย ฟังมึงแหกปากร้องเพลงด้วยเสียงอุบาทๆทุกอาทิตย์ กูจะเป็นโรคประสาทแล้วเนี่ย” อัดอั้นความในใจสุดๆ พีคยกยิ้มขำกับท่าทางของเพลิง เขาเข้าใจว่าเพลิงรู้สึกยังไง แต่เพราะเป็นแบบนี้แหละ เขาถึงตั้งใจแกล้งแหย่เพลิงอยู่แบบนี้ แต่ในเมื่อเจ้าตัวระบายออกมาแบบนี้ เขาจะเว้นไว้สักวันก็ได้  

“ก็มึงไม่เห็นเคยบอกกูหนิว่าชอบเพลงอะไร กูก็เลยเปิดเพลงตามใจกูอยู่แบบนี้” พีคพูดบอก  

“หน้ากับเพลงมึงนี่คนละสไตล์เลยนะ มึงรู้ตัวมั้ยเนี่ย ดีนะที่ร้านมึงไม่ได้เป็นคนเลือกเพลงเองน่ะ ไม่งั้นกูว่าต้องมีคนคิดลาออกเพราะเพลงเหมือนกูบ้างแหละ” เพลิงพูดบ่นอย่างอดไม่ได้ แต่พีคกลับไหวไหล่เหมือนมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรสำหรับเขา  

“แล้วตกลงจะฟังเพลงอะไร ไม่เอา bee gees อะไรนั้นของมึงนะ รถกูไม่มีให้มึงฟัง” พีครีบปฏิเสธ เื่อนึกถึงเพลงที่เพลิงเคยบอก  

“เอาUSB ต่อกับโทรศัพท์ก็ได้มั้ย” เพลิงว่าหน้าเซ็ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ตัวเองต่อเข้ากับUSBบนรถ พีคนั่งขับรถไปเรื่อยไม่ได้สนใจว่าเพลิงจะเปิดเพลงอะไรฟัง เพราะพีคก็เป็นคนที่ฟังเพลงอะไรก็ได้ถ้ามันเพราะ แต่ฟังไปฟังมายิ่งช่วงเข้าท่อนฮุค พีคกลับคิดว่าเพลงมันเพราะชอบความหมายของเพลงอย่างบอกไม่ถูก  

“นี่เพลงอะไร” พีคถามขึ้น เพลิงที่นั่งฟังเพลงเพลินๆผละออกจากเพลงแล้วหันไปสนใจพีคแทน  

“Good together เพลงของ Honne กูชอบเพลงของดูโอ้คู่นี้” เพลิงบอกเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงดูจะติดอารมณ์ดีเมื่อพูดถึงเพลงที่ตัวเองชอบ  

“งั้นหรอ แล้วมีชอบนักร้องคนไหนอีกมั้ย” พีคถามด้วยความอยากรู้ขึ้นมาดื้อๆ  

“passion pit , oh wonder,  Albert Posis ส่วนใหญ่ก็เพลงนอกกระแสทั้งนั้น เพลงไทยก็มีนะ polycat , The parkinson ,Whal&Dolph ส่วนใหญ่ก็แนวๆนี้ แต่เพลงนอกกระแสทั้งไทยและนอกดีๆมีอีกเยอะนะ เดี๋ยวว่างๆกูแชร์ให้ฟัง แต่ว่าเพลงที่มึงฟังอยู่ถ้ามึงฟังท่อนฮุคดีๆมันก็คือเสียงเพลงเรียกเข้ากูนี่แหละ” เพลิงอธิบายอย่างอารมณ์ดี แถมยังดูยิ้มแย้มง่ายขึ้นกว่าปกติ ทำเอาพีคอดที่จะมองใบหน้ายิ้มๆนั่นไม่ได้ เพลิงเองก็รู้ตัวว่าถูกมอง จึงหันไปเลิกคิ้วอย่างสงสัย  

“มองอะไร”   

“มองเด็กน้อย” พีคยกยิ้มบอกพร้อมยื่นมือไปขยี้ผมเพลิงจนยุ่ง เล่นซะหน้าตาอารมณ์ดีเปลี่ยนเป็นมุ้ยทันที   

“เด็กน้อยอะไร อีกไม่กี่อาทิตย์กูก็เลยยี่สิบและ” เพลิงว่าพลางจับแขนพีคยกออกจากหัว  

“จะอายุเท่าไรมึงก็เด็กสำหรับกูอยู่ดี ว่าแต่..ใกล้วันเกิดน้องเพลิงแล้วหรอ ว้าว แก่ขึ้นแล้วน้าาา” พีคแกล้งพูดแหย่พลางขยับมือข้างที่เพลิงจับแขนยื่นไปบีบแก้มทั้งสองข้างพร้อมส่ายไปมาอย่างเอ็นดู แม้ว่าจะแกล้งหยอกก็ตาม และนั่นไม่ได้ทำให้เพลิงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเลย กลับกัน หน้ายังตึงหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ  

“แล้ววันเกิดมึงนี่วันไหน?” พีคถามก่อนปล่อยมือออกจากแก้มเพลิง  

“ทำไมกูต้องบอก เก่งนักก็ลองใช้สกิลขี้เสือกของมึงหาเอาเองสิ” เพลิงพูดบอกพร้อมหันไปยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหุบยิ้มหน้าตึงสะบัดแขนพีคกลับเข้าฝั่งคนขับแล้วหันกลับออกนอกรถมองวิวตามเคย พีคยิ้มขำในลำคอพลางส่ายหน้าไปมาให้กับท่าทางของเพลิง ก่อนจะขับรถตรงไปมหาลัยเพลิงต่อเรื่อยๆ แม้จะจบด้วยการเงียบ แต่บางครั้งพีคก็มักจะแกล้งแหย่เพลิงอยู่เป็นพักๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เพลิงมีทั้งอารมณ์ดีและบึ้งบ้าง และโดยส่วนใหญ่เพลิงก็มักจะหน้าบึ้งเสียมากกว่า   

หลังจากที่แกล้งแหย่เพลิง ไม่นาน พีคก็ขับรถพาเพลิงมาส่งถึงที่มหาลัยในที่สุด โดยที่ตั้งแต่ได้รถมาพีคก็มักจะชอบขับเข้ามาจอดที่หน้าตึกวิศวะทุกครั้ง และทุกครั้งที่มาจอดเพลิงก็มักจะบ่นเป็นประจำ   

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้จอดหน้ามอ มาจอดทำบ้าอะไรที่หน้าตึกเรียน”   

“ไม่ได้มีป้ายบอกไว้หนิว่าห้ามจอด เลิกบ่นแล้วลงไปได้แล้ว กูจะได้ไปทำงานที่ร้านต่อ” พีคบอกไล่ไม่ได้จริงจัง เพลิงเองก็ลงตามที่พีคบอกแต่ก็ไม่วายมองค้อนใส่ก่อนเดินไปเปิดประตูหลังรถไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่เบาะหลัง   

“ไอ้พีค” เพลิงเรียก  

“ว่า” พีคขานตอบพร้อมหันหลังมามอง  

“ข้าวกล่องอยู่ในถุงผ้า เอาไปกินที่ร้านนะ ไปล่ะ” เพลิงพูดแค่นั่นก่อนปิดประตูรถเดินจากไป ปล่อยให้พีคนั่งงงกับสิ่งที่เพลิงพึ่งพูด   

“ห๊ะ?” พีคขมวดคิ้วก่อนเอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าด้านหลังมาดู พีคนั่งหยิบกล่องข้าวสีเรียบออกมาจากถุงก่อนจะเปิดดูข้างในว่ามันมีอะไร และเมื่อเปิดดูข้างใน ปฏิกิริยาแรกที่แสดงบนใบหน้าทำเอาพีคคุมสีหน้าตัวเองไม่อยู่  

“หึหึ สิ้นคิดชะมัด” ไม่รู้ว่าเพลิงเข้าใจไปเองหรือเปล่าว่าพีคชอบกินผัดกระเพรา เพราะตามจริงคือพีคไม่ได้ชอบขนาดถึงขั้นเป็นของโปรด แต่ว่า สิ่งที่เพลิงทำมาทำให้พีคไม่สามารถหุบรอยยิ้มดีใจบนใบหน้าได้เลย   

“ขอบคุณ..” พีคพูดพึมพำกับตัวเองคนเดียว ก่อนจะเก็บข้าวกล่องใส่ถุงผ้าแล้ววางเอาไว้ที่เบาะข้างๆคนขับ ก่อนที่จะขับรถออกจากมอไปอย่างอารมณ์ดี ใครจะไปคิดล่ะว่าเพลิงจะแอบตื่นมาทำข้าวกล่องให้เขากินตอนเช้า..  

  

*************************************  

  

ณ บาร์คอริน (ร้านพีค)  

  

หลังจากพีคขับรถไปส่งเพลิงและขับรถมาที่ร้านได้ไม่นาน พีคก็มุ่งตรงขึ้นมาจัดการเคลียร์เอกสารของตัวเองต่อ และก็ไม่ลืมเอาข้าวกล่องที่เพลิงทำให้ติดตัวขึ้นมาด้วย พีคใช้เวลาในการทำงานอยู่คนเดียวอยู่นานราวๆสองสามชั่วโมง มีพักเบรคแวะกินข้าวกล่องที่เพลิงทำให้ก่อนจะกลับมาทำงานต่อเมื่อกินหมด และไม่นานหลังจากนั้น แขกที่ไม่คิดว่าจะมาดันเดินเปิดประตูเข้ามาโดยไม่มีการเคาะประตูตามมารยาทเลยสักนิด  

“อะไรมันเข้าสิงทำให้มึงถ่อมาที่นี่ได้วะ ไอ้กราฟ” พีคยกยิ้มพูดพร้อมละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน เหลือบมองเพื่อนตัวดีที่เดินเข้ามาด้วยหน้าตายิ้มแย้มตามเคย   

“แล้วกูแวะมาหาบ้างไม่ได้หรอไง พูดซะอย่างกับเป็นที่ต้องห้าม” กราฟพูดบ่นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนทิ้งตัวลงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพีค “ยังจัดการเรื่องยักยอกเงินไม่ได้อีกหรอไง”  

“ถ้ามันจัดการง่าย กูก็ไม่ต้องเข้ามานั่งทำงานก่อนเวลาแบบนี้หรอก แล้วตอนนี้กูก็จัดการได้ครึ่งทางแล้ว ไม่ช้าไม่เร็วกูคงได้ตัวหนอนบ่อนไส้จริงๆ” พีคพูดบอกโดยที่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความจริงจัง กราฟยกยิ้มที่เห็นเพื่อนตัวเองดูจะจัดการอะไรได้แบบไม่รีบร้อนตามนิสัย  

“แสดงว่าตัวการมึงปักธงแล้วใช่มั้ยว่าต้องเป็นไอ้หมอนั่น” กราฟถาม  

“กูมั่นใจตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเป็นมัน แค่สิ่งที่กูต้องการมีแค่หลักฐานกับไอ้ลูกน้องเวรนั่นเท่านั้น ถ้าทุกอย่างมันชัดเจนเมื่อไร มึงเตรียมชุดดำไปงานศพอีกรอบได้เลย” กราฟถึงกับนั่งยกยิ้มหัวเราะในลำคอ พีคไม่ได้ใจเย็นขึ้นอย่างที่เขาคิด แต่แค่มันตั้งใจเก็บรวบยอดไประเบิดลงทีเดียวตอนสุดท้ายเลยมากกว่า   

“เหอะๆ ดุจริงจริ๊งง ..โอ๊ะ อะไรเนี่ย สาวที่ไหนช่างกล้าทำข้าวกล่องให้กับคนอย่างไอ้ห่าพีคครับเนี่ย แหนะ อย่าบอกนะว่ากลับไปหาสาวๆเหมือนเดิมแล้วน่ะ” ตอนแรกก็ว่าจะแขวะเฉยๆ แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นกล่องข้าวอันสะดุดตาที่คนอย่างพีคไม่น่าจะพกมากินได้ ทำให้กราฟรีบเปลี่ยนจากแขวะเป็นแซวทันที แต่มานึกดูอีกทีกราฟแอบคิดว่าพีคกำลังกลับสู่ร่างเนื้อนมเหมือนเมื่อก่อน   

“ไม่มีสาวที่ไหนทำให้ทั้งนั้นแหละ ของไอ้เพลิงมันนู่น” พีคพูดแก้ โดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเลยว่ากำลังนั่งตะลึงงันขนาดไหน  

“ไอ้เพลิงเนี่ยนะ ทำข้าวให้มึงกิน ..โห ความสัมพันธ์พวกมึงนี่มันอะไรกันเนี่ย” ทำเอากราฟไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับเพราะหลักฐานบนโต๊ะเป็นเครื่องยืนยันชัดเจน   

“มึงมีธุระหรือเปล่า ถ้าไม่มีเชิญไสหัวเดินเล่นที่ไหนก็ไป กูจะทำงาน” พีคพูดไล่ แสร่งทำเมินเรื่องที่กราฟพูดไปเมื่อกี้  

“ขยันไล่กูจัง เออ แล้วนี่ไอ้เพลิงไปไหน มันไม่ได้มากับมึงหรอ” กราฟถามเมื่อนึกขึ้นได้  

“กูพึ่งไปส่งมันที่มอก่อนมาที่นี่ เดี๋ยวบ่ายสามมันเข้ามาทำงาน” พีคตอบอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะที่กำลังก้มไปสนใจเอกสารในมือต่อ  

“กล้าปล่อยมันไปไหนคนเดียวแล้วหรือไง ไม่ใช่ว่ามันไม่มาทำงานแล้วเสือกโทรหากูตอนดึกนะ” กราฟแกล้งพูดแซะถึงเรื่องความหึงหวงของพีค จนเจ้าตัวถึงกับเหลือบมองค้อนใส่ แต่ได้แปปๆก็กลับไปสนใจงานต่อ   

“ยังไงมันก็ต้องมา เห็นแบบนี้แม่งบ้างานจะตาย” พีคพูด  

“หราา หึหึ มึงอย่าเอางานมาอ้างเลย กูว่าเพราะมึงเชื่อใจมันมากกว่าว่ามันไม่มีทางหนีไปจากมึง ถูกมั้ย?” กราฟเขยิบตัวเข้าไปใกล้โต๊ะ พร้อมหรี่ตาจ้องเพื่อนอย่างจับผิด แต่พีคกลับนั่งนิ่งไม่ได้อะไร แถมยังเมินสายตาที่กราฟจ้องมา ทำทีสนใจแต่กระดาษบนโต๊ะเท่านั้น กราฟเห็นว่าพีคแกล้งทำเมินจึงเขยิบทิ้งตัวเอนหลังเข้ากับเก้าอี้ ทำมองนู่นมองนี่อย่างไม่ใส่ใจ ยกเว้นแต่ปากที่ยังคงพูดไม่หยุดก็ตาม  

“เนี่ย จากที่กูสังเกตมาสักระยะ กูว่ามึงกำลังแอบชอบน้องกูอยู่แน่ๆ ทำมาเป็นอ้างนู่นอ้างนี่.. เหอะ ปากแข็ง” กราฟแขวะ  

“ตีนกูก็แข็งนะ อยากลองเอาปากกระแทกดูมั้ย” พีคพูดขู่  

“ไอ้นี่ เอ่ะอ่ะใช้กำลัง ถ้าเกิดไอ้เพลิงทนไม่ไหวแล้วหนีออกมากูจะไม่แปลกใจเลย” กราฟบ่นอุ๊บ แต่ก็แอบไปสะกิดต่อมประสาทพีคได้พอควร  

“ถ้ามันหนีเมื่อไร กูจะเผาบ้านมึง”   

“แหม๋ๆ ไอ้พีคคนหวงเมีย หวงไม่พอยังมาพาลใส่บ้านกูอีก” กราฟว่าพลางเบ้ะปากใส่ แต่พีคนั่งเงียบใส่ไม่ได้โต้ตอบหรือปฏิเสธอย่างทุกที  ทำเอากราฟกระพริบตาขมวดคิ้วมองพีคอย่างเหลือเชื่อ “ไม่ปฏิเสธ แสดงว่ามึงยอมรับแล้วใช่มั้ย เรื่องไอ้เพลิงน่ะ”  

“มึงออกไปข้างนอกเลยไป ไอ้ดลน่าจะมาแล้ว” พีครีบพูดไล่เสียงขุ่น แต่กราฟกลับยิ้มนิดๆไม่ได้มีท่าทีกลัวพีคแต่อย่างใด เพราะรู้นิสัยเพื่อนดี   

“เดี๋ยวค่อยไปหามัน แต่ที่กูกำลังคิดอยู่ก็คือ..แล้วถ้าน้องมึงตื่นขึ้นมา มึงจะทำยังไงกับน้องกูต่อ ไอ้พีค”  

  

กึก  

  

เงียบ.. คำถามที่ยิงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้พีคเกิดอาการชะงักนิ่งเงียบไปทันที เมื่อกราฟถามเสียงเข้ม เริ่มที่จะจริงจังเมื่อเรื่องที่พูดอยู่นี้มันกำลังใกล้ความจริงเข้ามาทุกที กราฟนั่งมองเพื่อนเหมือนจะเข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายเหมือนยังไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อน ไม่สิ.. ถ้าพีคไม่รู้สึกอะไรกับเพลิง ป่านนี้คงมีคำตอบให้เขาไปแล้ว แต่เพราะดันคิด ตัวมันเองถึงได้นิ่งเงียบไปแบบนี้  

“เนี่ยแหละธุระกู กูเห็นว่ามันเป็นเรื่องของมึงโดยตรง เลยยังไม่ได้ให้พยาบาลโทรรายงานมึงเรื่องอาการของแก้ม เพราะกูอยากรู้ด้วยตัวเองว่าตอนนี้มึงกำลังรู้สึกอะไรยังไงกับไอ้เพลิงอยู่กันแน่ กูถึงต้องถ่อมาคุยกับมึงด้วยตัวเอง และก็เป็นอย่างที่กูคิด ..มึงไม่มีคำตอบในเรื่องของมึงเอง เพราะมึงเกิดไปชอบไอ้เพลิงเข้าจริงๆ แล้วถ้าในอีกไม่กี่วันแก้มฟื้นขึ้นมา มึงคิดว่ามึงจะทำยังไงต่อกับอีกคน จะเก็บไว้แบบนี้..หรือจะปล่อย..”  

“แก้มอาการเป็นยังไง” พีคสวนขึ้นมาพร้อมสายตาเงยขึ้นจ้องกลับกราฟอย่างจริงจัง จนกราฟถึงกับเลิกคิ้วจ้องกลับ   

“หึ ดีขึ้นมากกว่าปกติ มีโอกาสสูงที่จะฟื้นขึ้นมาทุกเมื่อ แต่ไอ้พีค แล้วประเด็นที่กูกำลังพูดอยู่...”   

“เดี๋ยวอีกสักพักกูจะไปเยี่ยมแก้ม ส่วนมึงจะไปเดินเล่นที่ไหนก็ไปก่อน เสร็จแล้วกูโทรตาม” พีคพูดบอกอย่างกระตือรือร้นเมื่อได้ยินว่าน้องสาวมีอาการดีขึ้น จนทำเหมือนว่าไม่ได้สนใจประเด็นที่กราฟพูดอยู่เลยจริงๆ แต่ว่าคู่สนทนาอย่างกราฟกำลังมองเพื่อนราวจะจับผิด เขาไม่ได้โง่ที่ดูไม่ออกเลยว่าพีคกำลังหนีประเด็นที่เขาตั้งใจพูด  

“ไอ้พีค กูรู้ว่ามึงรักน้องมาก แต่กูอยากให้มึงคิดสักนิดนะ ว่าถ้ามึงดันไปรักคนที่ทำน้องสาวมึงเจ็บ มึงจะยังเก็บไว้หรือปล่อยไปตามสัญญาที่มึงว่า เพราะถ้ามึงยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ หลังจากนี้ กูกลัวว่ามันจะทำให้พวกมึงแย่กันทั้งสองฝ่าย” ว่าจบ กราฟลุกจากเก้าอี้แล้วเดินหนีกลับออกมาจากห้องทำงาน ทิ้งให้พีคจมอยู่กับคำถามที่เขาพูดทิ้งท้ายไว้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝั่งของประตูกำลังมีใครอีกคนเฝ้ารอผลลัพธ์ไม่ต่างจากกราฟ 

"มันชอบน้องเค้าอยู่ใช่มั้ย" เสียงณดลดังขึ้นเมื่อกราฟเดินปิดประตูกลับออกมา 

"ใช่ ชัดเจนแล้วด้วย" กราฟตอบ 

"หึ จับเค้ามาจนได้เรื่องแท้ๆ แสดงว่าคงจะตอบไม่ได้ล่ะสินะ เรื่องที่นั้นน่ะ" ณดลถามขึ้น ใช่ เขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกว่ากราฟจะไปคุยกับพีคเรื่องอะไร เพราะทั้งเขาและกราฟได้เจอกันก่อนที่กราฟจะขึ้นไปหาพีค 

"เออ ตอบไม่ได้ อีกคนก็น้อง อีกคนก็รัก แถมยังเป็นคนรักเก่าของน้องและทำน้องตัวเองเข้าโรงพยาบาลจนสาหัส กูว่ามันคงกำลังนั่งเครียดกับเรื่องนี้อยู่แน่ๆว่าจะเอายังไง เพราะถ้าเกิดมันเลือกไม่ปล่อยไอ้เพลิง แสดงว่ามันยอมรับเรื่องที่ไอ้เพลิงเคยทำไว้ทั้งหมด สิ่งที่มันตั้งใจทำตั้งแต่แรกจะไม่มีความหมายเลย" 

"ไม่หรอก กูว่าเรื่องที่มันตั้งใจทำ..มันทำสำเร็จตั้งแต่แรกแล้ว แต่ที่มันตอบไม่ได้เพราะมันมีทิฐิเรื่องของแก้ม เพราะถ้าแก้มฟื้นมาจริงๆ คำตอบที่มันตอบไม่ได้ มันจะตอบง่ายมาก ..ถ้ามันทำตามหัวใจของตัวเองและไม่สนใจว่าอดีตที่ผ่านมามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" คำพูดเรียบง่ายแต่มีความหมายชัดเจน กราฟยืนมองณดลอึ้ง นึกไม่ถึงว่าเพื่อนคนนี้จะอ่านคนได้ดีกว่าที่คิดและรู้สึกเห็นด้วยกับเรื่องนี้มากๆ 

"เป็นงั้นได้ก็ดี แต่แม่งเสือกเป็นคนรักน้องนี่สิ"  

 

ทางฝั่งหลังประตูอีกด้าน พีคนั่งเงียบมองประตูที่กราฟพึ่งจะปิดไป ก่อนก้มหน้ากุมขมับอยู่คนเดียวที่โต๊ะ  ...ใช่ เขากำลังเลี่ยงตอบคำถามของกราฟ ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจสิ่งที่กราฟพูด แต่เพราะว่าเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยตั้งแต่แรก เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงตอบได้ว่าคงต้องปล่อยเพลิงไปตามสัญญาที่เคยให้ไว้และคงตัดจบทุกอย่างที่ผ่านมา แต่มาวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป...เขาดันชอบคนที่ทำน้องสาวเขาเจ็บปางตายจริงๆ ชอบจนเกือบลืมสาเหตุหลักที่แท้จริงไปเลยว่าเขาจับเพลิงมาเพราะอะไร ถ้าสมมติว่าแก้มฟื้นขึ้นมาตามที่กราฟพูด ถึงเวลานั้นเขาจะทำยังไงต่อ   

“ถ้ากูเลือกไม่ปล่อย แสดงว่ากูกำลังยอมรับคนที่ทำร้ายแก้มสินะ...”  

  

ครืนน ครืนน  

  

พีคดึงสติจากความคิดของตัวเองพร้อมหันไปมองโทรศัพท์บนโต๊ะข้างตัว ที่กำลังสั่นเตือนพีคให้รับสาย คนหน้าเครียดย่นคิ้มมองหน้าจ่ออย่างไม่สบอารมณ์ แต่ทว่าชื่อที่อยู่บนจ่อกลับทำให้ต้องรีบกดรับสายคนอย่างรวดเร็ว  

“ว่าไง”  

(กูมางานวันเกิดเพื่อนแล้วนะ)   

“อืม” เสียงตอบพีคสั้นจนคนปลายสายขมวดคิ้วงง  

(อืม..เนี่ยนะ? มึงไม่มีอะไรจะพูดกับกูอีกหรอ) เพลิงถามงง เพราะรู้สึกดูพีคมาแปลกๆ  

“แล้วจะให้กูพูดอะไร” พีคถามเสียงเรียบ  

(ก็..เปล่า ..ทำงานอยู่หรอ)   

“ใช่” พีคตอบสั้นๆแค่นั้น ก่อนจะเกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งคู่ เพลิงรอให้พีคพูดอะไรตอบมาบ้าง แต่ดูพีคจะเงียบหายไปแบบแปลกๆไม่ชิน จนกลายเป็นตนเองที่ต้องเริ่มสายพูดอีกครั้ง  

(เฮ้ย มีอะไรไปอุดปากมึงป่ะเนี่ย ทำไมดูสงบปากแปลกๆวะ เมื่อเช้ายังบ่น...)  

“ข้าวกล่องอร่อยมาก เป็นไปได้...ช่วยทำให้กินทุกวันก็ดี” จู่ๆ คำพูดที่ไม่คิดว่าพีคจะพูด เรียกให้ปลายสายขมวดคิ้วงง แถมน้ำเสียงยังดูตัดพ้อแบบแปลกๆ จนเพลิงไม่เข้าใจว่าไอ้ข้าวกล่องที่ว่าเนี่ย มันกำลังแฝงอะไรอยู่หรือเปล่า 

(ดูมึงจะติดใจข้าวกล่องเนอะ เออๆ ถ้าอยาก เดี๋ยวกูทำให้กิน ..แค่นี้นะ เพื่อนเรียกแล้ว)   

“เสร็จแล้วรีบกลับมาให้ไวด้วย เข้าใจมั้ย”   

(รู้แล้วหน่า ไปล่ะ บาย)  

  

***************************************  

  

อีกด้านหนึ่ง  

  

(บาย)  

 เสียงปลายสายบอกลาจบ ก่อนที่โทรศัพท์จะถูกตัดสาย เหลือไว้เพียงหน้าจอสีขาวที่พึ่งออกจากสายการโทร เพลิงยืนจ้องหน้าจ่อนิ่ง แววตามีความรู้สึกผิดฉายผ่านออกมาอย่างชัดเจน  

“ขอโทษนะ แต่กูอยากเจอแก้มจริงๆ” เพลิงไม่ได้ตั้งใจจะโกหกพีคเรื่องที่อ้างว่ามาวันเกิดเพื่อน แต่เพราะเขาอยากมีเวลาก่อนทำงานไปหาแก้มที่โรงพยาบาล จึงได้ส่งข้อความไปข้อเพื่อนให้ช่วยทำทีว่ามีจัดงานวันเกิดแล้วแกล้งโทรมาเท่านั้น และพีคก็เชื่อ ซึ่งคำโกหกนั้นทำให้ตอนนี้เพลิงได้มาเหยียบอยู่ ณ โรงพยาบาลที่แก้มพักรักษาตัว โดยที่รอบนี้ไม่มีใครมาเป็นเพื่อนทั้งสิ้น มีเพียงแค่เพลิง เพลิงคนเดียวเท่านั้น  

  

ครืนน..  

  

เหมือนจะพึ่งวางสายจากพีคได้ไม่นาน เบอร์ใหม่อีกเบอร์ก็แสดงขึ้นบนจอ เพลิงยืนมองนิ่ง ก่อนจะกดรับคุยกับปลายสาย  

(มึงได้ไปเยี่ยมแก้มยัง) เสียงเอก เพื่อนสนิทจากคณะเดียวกันถามขึ้น  

“กูพึ่งมาถึงได้ไม่นาน เรื่องเมื่อคืนขอบใจมากนะ” เพลิงบอกเสียงแผ่ว 

(ไม่เป็นไร ช่วยมึงเจอแก้มทั้งที แล้วนี่มึงจะบอกกูได้ยังว่าคนเมื่อคืนเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับแก้ม) เอกถามอย่างสงสัย เพราะเมื่อวานตอนเพลิงทักมา เขาก็งงว่าเพลิงทำไปทำไม แต่เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับแก้ม เขาถึงยอมช่วยง่ายๆ  

“เอาเป็นว่าหลังเยี่ยมแก้มเสร็จ กูจะเล่าให้ฟัง” เพลิงบอกปัด เพราะยังไม่มีเวลามาอธิบายอะไรมาก 

(อ่าๆ อย่าลืมนะเว้ยว่าเรื่องนี้มึงต้องเล่าให้พวกกูฟังให้หมด แล้วทำงานก็อย่าหักโหมล่ะ แบ่งเวลาพักผ่อนดีๆด้วย)  

“รู้แล้วครับ ยังทำตัวเป็นพ่อกูเหมือนเดิมนะมึงเนี่ย” เพลิงว่า   

(ใครๆก็รู้ว่ามึงชอบเอาเวลาพักไปเล่นเกม เพื่อนไม่บ่นสิแปลก) เอกว่า  

“เออๆ แค่นี้แหละ บาย”  

(บาย)  

เพลิงกดตัดสายจากเพื่อนแม้จะอารมณ์ดีหน่อยๆ แต่ก็มีกังวลถึงเรื่องที่ทำ เพลิงยืนทำใจเก็บความรู้สึกผิดอยู่สักพัก ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วเดินเข้าไปข้างใน ร่างสูงของเพลิงเดินตรงดิ่งไปยังลิฟท์อย่างมีจุดหมาย ไม่ได้สนใจความวุ่นวายรอบข้างว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือมีใครแอบมองอยู่ และเมื่อขึ้นมายังชั้น 13 ของอาคาร เพลิงรีบก้าวเดินไปยังห้องพักฟื้นของแก้มอย่างไม่ลังเลเหมือนครั้งแรกที่มา พยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลแก้มเดินสวนออกมาจากห้อง ก่อนจะหยุดชะงักเพราะจำหน้าเพลิงกับกระเป๋ากีฬาที่สะพายมาได้ จึงรีบเรียกรั้งเพลิงก่อนที่จะเดินเปิดประตูเข้าห้องไป  

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณ”  

“ครับ?” เพลิงหันไปหาอย่างงงๆ  

“ไม่ทราบว่ารู้จักกับคนไข้ห้องนี้หรือเปล่าคะ?” พยาบาลถามม  

“ครับ ผมเป็นเพื่อนเค้าน่ะครับ” เพลิงตอบกลับเรียบนิ่ง   

“อ๋อ ต้องขอโทษที่เรียกห้ามกระทันหันนะคะ พอดีเมื่อวานแฟนคุณแก้มเขาขอให้เรียกคุณไว้น่ะค่ะ ถ้าเกิดคุณมาที่นี่อีก เขาอยากทราบให้แน่ชัดว่าคุณจะมาที่นี่อีกแน่ๆ แต่เค้าไม่ได้ห้ามเรื่องเยี่ยมนะคะ เค้าปล่อยให้คุณเยี่ยมตามสบายเลย และก็ต้องขอโทษอีกทีด้วยนะคะ เชิญค่ะ” พยาบาลฉีกยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้ เพลิงยืนสะอึกนิ่งค้างไป ไม่คิดว่ากราฟจะรู้เรื่องนี้ และเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีการจ้างพยาบาลมาดูแลแก้มแบบนี้ เพลิงเรียกตัวเองให้หันไปเรียกพยาบาลคนเมื่อกี้อีกที แต่พอหันไป ก็เห็นพยาบาลคนนั้นขึ้นลิฟท์ไปแล้ว   

ในเมื่อเรียกพยาบาลไว้ไม่ทัน เพลิงจึงหันกลับมาที่ประตูห้อง ยืนคิดเรื่องที่พยาบาลพูดอยู่สักพัก ในเมื่อกราฟรู้แล้ว ตอนแรกเขากลัวว่ากราฟคงจะเอาไปบอกพีค แต่จนป่านนี้พีคยังไม่รู้แสดงว่ากราฟไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้พีครู้ แถมยังเปิดโอกาสให้เขาเข้าเยี่ยมคนที่ขึ้นชื่อเป็นแฟนเก่าและยังเป็นคนที่ทำให้แฟนตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาล เพลิงไม่อยากคิดไปเอง แต่กราฟเหมือนจะยอมเปิดทางให้เขา ไม่ได้คิดแค้นเคืองอะไรกับเรื่องนี้เหมือนกับพีค ความไว้วางใจจากที่เคยมีแค่ 1 เพลิงคิดว่ามันคงจะพัฒนาจากเดิมขึ้นเป็นเท่าตัว  

หมดความลังเล เพลิงเปิดประตูเข้าไปข้างใน สภาพห้องสีขาวตัดสีพีชชวนสบายตาตรงกลางห้องมีคนคุ้นเคยกำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยข้างกายมีดอกไม้สีเดิมเหมือนกับพึ่งถูกเปลี่ยนได้แค่ข้ามวันประดับวางไว้อยู่ เพลิงเดินตรงไปหาแก้มทันทีพร้อมลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างๆเตียงคนไข้ เฝ้ามองใบหน้าที่เงียบสงบและผ่อนคลายขึ้นจากเมื่อวาน ความนิ่งเงียบเข้าปกคลุม ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับคนที่นอนไม่ได้สติเพราะเมื่อวานก็พูดไปจนหมดแล้ว แต่ทว่า การนั่งเงียบๆอยู่คนเดียวอยู่สักพักนั้น บางทีความคิดหลายๆอย่างที่ผ่านมาในช่วงเกือบสองเดือน อาจทำให้เพลิงนึกฉุกคิดอะไรบางอย่างและกล้าพูดขึ้นอย่างไม่ปิดบัง เพราะรู้ว่าแก้มคงไม่มีทางรับรู้ได้แน่  

“รู้มั้ย ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังพวกเราเลิกกัน เพลิงยอมรับนะว่าแก้มเป็นคนที่เพลิงตัดใจไม่ขาดสักที จนถึงตอนนี้ก็ด้วย ต่อให้ตลอดที่เราคบกันนั้นแก้มจะทำอะไรให้เพลิงต้องเจ็บทุกครั้งก็ตาม...” เสียงพูดพึมพำเริ่มระบายความรู้สึก เพลิงพูดด้วยความเศร้าพลางเคลื่อนมือไปกุมสัมผัสมือแก้มเบาๆด้วยความห่วงใย   

“ที่ผ่านเพลิงยอมแก้มทุกครั้ง เพราะเพลิงเคยคิดว่าแก้มคือคนคนเดียวที่เพลิงจะรักและคิดถึงอยู่ตลอด เคยวาดฝันไปต่างๆนาๆถึงขั้นแต่งงานเลยนะ ฮะๆ โลกสวยเป็นบ้า แต่ว่า...” เพลิงเว้นช่วงไว้ แววตาที่ทอดมองใบหน้าสวยของแก้มเริ่มเหม่อ แม้ตาจะมอง แต่ความจริงมันกลับมองทะลุจนไม่ได้มีความโฟกัสใบหน้านั้นเลย รอยยิ้มจางๆหุบยิ้ม แววตาเริ่มเศร้าหมองทันตา  

“..ตั้งแต่เจอใครบางคน เพลิงเริ่มสับสนแล้วว่าสิ่งที่เคยคิดไว้กับแก้มมันจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า เพลิงเริ่มไม่เข้าใจตัวเอง ทั้งๆที่ตอนแรกหมอนั่นโครตจะเหี้ย ทุกครั้งที่เพลิงอยู่กับมัน เพลิงคิดตลอดทุกวินาทีว่าสิ่งที่หมอนั่นทำ มันทำเพราะแก้แค้นเพื่อแก้ม ทำตัวเป็นตัวเวรตัวกรรมเพื่อให้เพลิงรับโทษที่ทำกับแก้มไว้...” ยิ่งพูด เหมือนมือยิ่งสั่น แต่เพลิงเข้าใจดีว่าเพราะอะไร  

“แต่สิ่งที่เพลิงไม่เข้าใจ..ทำไมตลอดเวลาที่อยู่กับมัน มันเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยๆแทรกตัวเข้ามาอย่างช้าๆ จากที่คิดว่าร้ายจนไม่อยากอยู่ใกล้ พอนานวัน มันกลับเริ่มกลายเป็นดีขึ้นจนเพลิงรู้สึกกลัว.. กลัวว่าวันนึงเพลิงจะคิดอะไรมากกว่านั้น แต่แก้มรู้อะไรมั้ย ว่าสุดท้าย ความกลัวที่ว่า..มันเหมือนจะเป็นจริง..” แววตาที่เหม่อมองอยู่บริเวณใบหน้าของแก้ม ขยับมาก้มมองต่ำที่มือ ยามยิ่งนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเขาและอีกคน  

“...น้ำหยดลงหินทุกวัน..แต่หินไม่รู้... กูพึ่งรู้นะ ว่าหินที่มึงหมายถึงมันเป็นใคร” เป็นการย้ำที่แน่ชัดแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองพูดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในระหว่างนี้ แต่สำหรับเพลิงคงเป็นแค่การพึ่งเริ่ม ต่างจากใครบางคนที่เป็นคนสตาร์ทตัวออกก่อน พีคคงไม่รู้ว่าตอนนี้จริงๆแล้วเพลิงกำลังรู้สึกอะไร แต่เพลิงก็กลัวใจตัวเองพอที่จะยังไม่กล้าจะยอมรับความรู้สึกนี้ได้ตรงๆ อาจเป็นเพราะใจนึงกำลังสับสน   

คนนั่งเศร้าก่ำกึ่งเครียดทิ้งศรีษะฟุบเข้ากับขอบเตียง โดยที่มือยังกุมมือเล็กไว้ไม่ปล่อย หลังจากฟุบหน้าลงไป เพลิงเริ่มปล่อยตัวเองให้อยู่กับความเงียบ ไม่มีเสียงร้องเสียงสะอื้นแม้ร่างกายตอนแรกจะสั่นเทาก็ตาม แต่พออยู่นิ่งๆเงียบๆคนเดียว สมองกลับโล่งขาวโพนเหมือนคนไม่ได้คิดอะไรอยู่เลย สายตาเหม่อมองพื้นเตียงนิ่ง ไม่นานความเหนื่อยล้าที่สะสมของร่างกายและสมองเริ่มทำให้เพลิงรู้สึกง่วง แม้ตอนแรกจะฝืนตัวเองไม่ให้หลับ แต่ทว่า ร่างกายตัวเองก็สู้ความเหนื่อยล้าไม่ไหว ทำให้พ้อยหลับลงไปอย่างไม่รู้ตัว   

...และมันก็นานพอที่จะทำให้ใครบางคนตื่นมาเห็นร่างสูงข้างกายกำลังหลับไหลอยู่  

“เพลิง..”  

******************************************* 

คำสารภาพที่คนฟังจริงๆไม่มีทางได้รู้ (?) 

ปล.เริ่มต้มมาม่ากินแล้วค่ะ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น