I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[23] : สตรีผู้ต่ำต้อย

ชื่อตอน : [23] : สตรีผู้ต่ำต้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 445

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[23] : สตรีผู้ต่ำต้อย
แบบอักษร

 

[23] 

'I-RIS RED 

 

“ท่านพี่ได้บอกเรื่องลูกไปกับท่านอี้หลานหรือยังเจ้าคะ? ” เคอร์ซีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าฟางซินกลับมาที่บ้านพักเพื่อเตรียมอาหารอ่อนๆ ให้ท่านอี้หลานกิน 

“ยังเลย” ฟางซินตอบเสียงเรียบมือก็หั่นผักไปด้วยเพื่อจะเอาไปต้มเปื่อยๆ ให้อี้หลานทานกับข้าวต้มอ่อนๆ  

“ทำไมท่านพี่ถึงไม่บอก ท่านอี้หลานคงดีใจ” 

“ข้ายังไม่พร้อม” 

“อะไรกันที่ทำให้ท่าพี่ไม่พร้อมในเมื่อตอนนี้ท่านพี่กับท่านอี้หลานก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว” 

“ไว้รอเขาหายข้าค่อยบอกก็ยังทัน นอกเสียจากพอเขาหายเขาจะทิ้งข้ากลับไปเมืองหลวงดั้งเดิม”  

ฟางซินตอบเสียงเรียบโดยไม่ได้เงยมองหน้าเคอร์ซีสีกนิดเพราะสนใจแต่จะทำข้าวปลาอาหารให้กับอี้หลานที่รอกินข้าวอยู่ จริๆ เธอยังไม่มั่นใจนัก ไม่กล้าจะบอกอี้หลานเพราะเธอไม่รู้ว่าเขาจะดีใจไหมแต่ถึงเขาดีใจเธอก็ยังลังเลใจว่าควรจะบอกดีไหมเพราะถ้าบอกเขาก็ต้องอยู่กับเธอที่นี่ไม่กลับไปวังหลวง แต่เขามีหน้าที่ที่ต้องทำไม่งั้นเขาจะโดนอาญาแผ่นดินจากฮ่องเต้ การที่เขาหนีมาแบบนี้มันทำให้เขาเดือดร้อน 

“เจ้าไปเก็บผักกาดมาให้ข้าที”  

“เจ้าค่ะ” เคอร์ซีหันตัวออกไปตามคำสั่งของฟางซิน พอพ้นหลังเด็กสาวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอนกายพิงผนังบ้านเพื่อพักเสียหน่อย ตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งท้องเอาเข้าจริงร่างกายของเธอก็ดูเหมือนจะอ่อนแอลงด้วย ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยไปเสียหมด ข้าวปลาอาหารก็แสนเบื่อ จนบางวันไม่อยากจะทำอะไรนอกจากนอนเลย 

ทางด้านบ้านตระกูลคัง 

“อี้หลานนะอี้หลานทำไมถึงทำแบบนี้ก็ไม่รู้เสียเงินน่ะไม่ว่าเสียหน้านี้สิ ข้าล่ะอับอายชาวบ้านเหลือเกิน ออกไปไหนผู้คนก็นินทาทุกหนระแหง” คังฮูหยินพูดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มใจจนไม่เป็นอันกินอันนอนเมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแถมโตสุดในครอบครัวดันหนีงานแต่งงาน สร้างความอับอายให้วงศ์ตระกูลแบบนี้  

“ทำไมกันนะอี้หลานถึงได้ทำเช่นนี้ ชาวบ้านต่างพูดกันว่าอี้หลานมีคนรักอยู่แล้ว ทำไมข้าไม่เคยรู้? ” แม่ทัพฉินผู้เป็นพ่อเดินวนไปวนมาด้วยความสงสัยเพราะที่เขาได้ยินมานั้นชาวบ้านต่างนินทาว่าอี้หลานหนีงานแต่งเพราะมีนางที่รักอยู่แล้วเลยหนีตามกันไป 

ทุกคนในบ้านต่างเงียบไม่มีใครตอบข้อสงสัยของอดีตแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เลยมันทำให้คนที่เคยวางแผนกลยุทธ์การรบมานับครั้งไม่ถ้วนอดที่จะสงสัยเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ได้เพราะครอบครัวเขาเหมือนมีพิรุธเหมือนว่ามันมีอะไรมากกว่าการที่อี้หลานหนีงานแต่งงานไปกับสตรีนางอื่น 

“ข้าว่ามันคงมีบางอย่างที่ข้ายังไม่รับรู้ บอกข้ามาสิว่ามันมีอะไร? ” สายตาทมิฬจ้องมองลูกชายคนกลางอย่างอี้เหรินและเมียรักหนึ่งเดียวในดวงใจที่เอาแต่นั่งก้มหน้า “ฮูหยินเจ้าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนข้าไม่อยู่เรือน” 

“ท่านพี่มีคนรักอยู่แล้วขอรับ” อี้เหรินอดรนทนไม่ไหวจนต้องตอบไป 

“คนรักหรือ ทำไมข้าไม่เคยรู้? ” แม่ทัพฉินขมวดคิ้ว 

“ก็ท่านพี่ไม่ค่อยอยู่เรือนมันก็ไม่แปลกที่จะไม่รับรู้ สตรีผู้นั้นนางมาจากหอนางโลม อี้หลานแอบซ่อนนางไว้ข้างนอก ซื้อเรือนให้นางอยู่ดิบดียกยอนางเป็นเมีย มีข้ารับใช้มากมายสมฐานะเมียนักปราชญ์เชียวจนลืมไปว่านางมันต่ำต้อยเพียงดิน เด็กจากหอนางโลมเช่นนั้นไม่สมควรมาเป็นสะใภ้ตระกูลเรา” คังฮูหยินยอมเปิดปากพูด 

“เด็กสาวจากหอนางโลมเหรอ ข้าว่าแล้วสักวันมันต้องเป็นแบบนี้” แม่ทัพฉินดูไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่นักเพราะเขาคิดมานานแล้วว่าสักวันอี้หลานจะต้องไปคว้าเมียจากหอนางโลมมาอย่างแน่นอนเพราะลูกชายเขาคนนี้เจ้าสำราญนักเที่ยวเริงโลกีย์แทบทุกวันจนหอนางโลมบ้านโคมแดงเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองไปเสียแล้ว  

“ท่านพี่แลดูไม่ตกใจนัก แต่ถึงท่านพี่จะชินชา ท่านพี่ก็ควรจะไม่เห็นด้วยที่อี้หลานจะเอาเด็กจากหอนางโลมมาเป็นสะใภ้ใหญ่”  

“อย่าบอกนะว่าที่เจ้าอยากให้อี้หลานตบแต่งกับเสวี่ยนอันเพราะอยากจะแยกตัวอี้หลานออกจากเด็กสาวคนนั้น? ”  

“ก็ใช่ไงคนที่ควรมาเป็นสะใภ้ใหญ่ควรเป็นคนที่ฐานะมีชาติตระกูลสูงแบบเสวี่ยนอันสิไม่ใช่เด็กจากหอนางโลมต่ำต้อยเพียงดินแบบนั้น ข้าไม่ยอมหรอกนะที่จะให้ตระกูลของเราหม่นหมองเพราะไปเอาสตรีเช่นนั้นมาขึ้นแท่นสะใภ้ใหญ่”  

“แต่อี้หลานโตแล้ว เจ้าไม่ควรบังคับลูก” 

“ท่านพี่พูดมาได้เช่นไร นี่ข้ากำลังปกป้องวงศ์ตระกูลเราอยู่นะ” 

“ปกป้องหรือข้าว่าเจ้ากำลังทำลายมันมากกว่า เจ้าทำให้อี้หลานต้องหนีไปแบบนั้นเพราะความยโสของเจ้า มันไม่เกี่ยวกันเลย ต่อให้นางจะเป็นนางโลมแต่ถ้านางคือคนที่ลูกชายเรารักเจ้าก็ควรจะสนับสนุน ไม่ใช่ว่าทุกคนหรอกนะที่อยากจะทำงานที่หอนางโลมและไม่ใช่ว่าสตรีที่มาจากหอนางโลมจะต้องเลวร้ายทุกคน” 

“แต่ยังไงข้าก็ไม่ยอม! ฃ” คังฮูหยินลุกขึ้นยืนก่อนจะกระทืบเท้าลงบนพื้น “ถ้าเด็กคนนั้นก้าวเข้ามาในเรือนหลังนี้ข้าสาบานเลยว่าข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับไล่นางออกไปและมันจะไม่มีความรักความเมตตาจากข้าเลย”  

ว่าจบคังฮูหยินก็ก้าวเดินออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดอย่างชัดเจนจนเสียงปิดประตูดังปึงปังสนั่นหวั่นไหวทั่วเรือนทำเอาแม่ทัพฉินถึงกับส่ายหัวออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจในนิสัยรักชาติกำเนิดของภรรยาเขาที่รักชาติตระกูลอันสูงส่งของตัวเองยิ่งชีพ ไม่ยอมให้ใครมาทำให้ตระกูลหม่นหมองเด็ดขาด แต่บางทีมันก็มากไปถึงทำให้อี้หลานต้องหนีตามเด็กคนนั้นไปแบบนี้ ป่านนี้ลูกชายของเขาจะเป็นเช่นไรบ้าง อี้หลานไม่เคยต้องนอนกลางดินกินกลางทรายไม่เคยต้องลำบากเลยมาตั้งแต่เยาว์วัยตอนนี้จะต้องลำบากขนาดไหนเชียว 

“อี้เหรินพ่ออยากให้เจ้าออกตามหาพี่เจ้า พ่อคิดว่าคงมีคนพบเห็นพี่เจ้าบ้างเพราะพี่เจ้าคงไม่เก่งเรื่องซ่อนตัวนักหรอก” แม่ทัพฉินหันไปสั่งบุตรชายคนกลาง 

“ได้ขอรับข้าจะรีบออกตามหาท่านพี่ ไว้วางใจข้าเถิดขอรับ”  

อี้เหรินลุกเดินออกมาในทันทีเพื่อทำตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อ เขาหวังว่าเขาจะเจอพี่ชายของเขาโดยเร็ววันแต่เขาก็ยังนึกไม่ออกนักว่าหลังจากเจอแล้วทั้งสองคนจะเอายังไงต่อจะดำเนินไปในรูปแบบไหนเพื่อให้ทั้งแม่และเด็กสาวคนนั้นอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขเพราะตอนนี้แม่ของเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่มีวันเอาเด็กคนนั้นเป็นสะใภ้ใหญ่ แน่นอนมันทำให้เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป 

ทางด้านของอี้หลาน 

“ท่านพี่กินข้าวก่อนนะเจ้าคะ” ฟางซินตักข้าวต้มอ่อนๆ กับผักป้อนให้อี้หลานที่อ้าปากรอรับ 

“อร่อยจัง ฝีมือเจ้าช่างอร่อยยิ่งนัก” อี้หลานแย้มยิ้ม 

“ท่านพี่ก็ปากหวานเสมอ”  

“ข้าไม่ได้ปากหวานแต่ข้าพูดตามสัตย์จริง ฝีมือการทำกับข้าวกับปลาของเจ้าดีนัก” 

มือหนาเลื่อนไปลูบแก้มบางด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลาเพราะในตอนนี้เขาช่างมีความสุขนักที่ได้อยู่กับฟางซินคนที่เขารักอีกครั้ง “ข้ามีความสุขมากๆ นะที่ได้อยู่กับเจ้าอีก เจ้าเด็กน้อยยอดรักของข้า”  

“ข้าก็ดีใจเจ้าค่ะที่ได้ปรนนิบัติดูแลท่านพี่อีกครั้ง” เด็กสาวยิ้มบางในขณะที่มือก็ตักข้าวต้มป้อนให้สามีที่รักยิ่งอย่างอ่อนโยนทุกคำ 

“ข้าพกทองคำมาหลายก้อนนัก ข้าจะใช้มันซื้อที่ดินและสร้างบ้านอยู่กับเจ้า”  

“ท่านพี่จะไม่กลับไปบ้านของท่านพี่แล้วหรือ? ”  

“ถ้าข้ากลับไปเจ้าก็รู้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่กับเจ้า ท่านแม่ของข้าคงไม่ยอมเพราะฉะนั้นข้าเลือกอยู่กับเจ้าที่นี่ดีกว่า” มือหนาเลื่อนขึ้นมากุมมือบางก่อนจะกดจูบลงบนฝ่ามือนั้นอย่างอ่อนโยน “เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน เริ่มตระกูลของเราเอง” 

คำพูดของอี้หลานมันอดไม่ได้ที่จะทำให้ฟางซินยิ้มออกมาด้วยความปลื้มปีติที่ได้ยินถ้อยคำแบบนั้นจากปากของสามีที่เธอรักยิ่ง สามีที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าสำราญมักมากในกามตัณหาเที่ยวหอนางโลมแทบทุกวัน ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเลือกหยุดที่เด็กจากหอนางโลมแบบเธอ เลือกจะสร้างครอบครัวกับเธอคนที่ต่ำต้อยเพียงดินทั้งๆ ที่เขาสามารถหาลูกขุนนางใหญ่โตมาสมรสได้ง่ายๆ เพราะสตรีหลายคนล้วนอยากเป็นภรรยาของอี้หลานทั้งนั้นเพราะเขาไม่ได้ร่ำรวยแค่เงินทองแต่ร่ำรวยปัญหาด้วย หน้าที่การงานก็ใหญ่โตมั่นคง แถมยังเป็นถึงสหายรักของฮ่องเต้ที่ใครๆ ก็ต้องเกรงใจเพราะเกรงกลัวว่าถ้าทำให้พระสหายรักของฮ่องเต้ขุ่นเคืองใจจะโดนลากคอไปขังคุกมืดหรือประหารเอาเสียง่ายๆ เห็นไหมล่ะเขายิ่งใหญ่เพียงนี้เทียบกับเธอที่ต่ำต้อยช่างห่างกันนักแต่เขาก็เลือกเธอ มันก็สมควรแก่เหตุผลไหมที่เธอจะดีใจเช่นนี้ 

. 

. 

--------------------------------------- 

อ่านจบแล้วอย่าลืมเมนต์เน้อ เมนต์เยอะก็มาไวเพราะกำลังใจดีมาก!  

งานนี้สองคนนี้จะเอายังไงเนี้ย จะกลับบ้านหรืออยู่ที่นี่แล้วสร้างครอบครัวด้วยกันดีเพราะยังไงอี้เหรินก็ต้องตามหาอี้หลานเจอและคงต้องเลือกแหละ ทางหนึ่งก็ครอบครัว ทางหนึ่งก็หญิงที่รัก เลือกยากเนอะ! 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น