เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ชื่อตอน : 68.4 ไขกลไกลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 48

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
68.4 ไขกลไกลับ
แบบอักษร

      ท่ามกลางความเงียบสงัดมีสัตว์ร้ายตนใดแอบซ่อนอยู่นะ ณ ม่านอำพรางมายาที่พัดปลิวเป็นบางครา เผยให้เห็นร่องรอยของชายผ้าคลุมสีขนอีกาและรองเท้าหนังคู่โปรด เรือนเกศาสีเงินสาดละอองแพรวพราว ไม่มีใครรู้ด้านในของความเงียบมีใครบ้างนอกจากผู้ที่เคยเข้าถึงความเงียบ ย่างสู่โลกไร้เสียงเพื่อไขว่คว้าหรือเพื่อหลบซ่อนจากโลกอันแสนวุ่นวาย โสมม และมัวหมอง   

         มีตำนานหนึ่งกล่าวขานถึงดินแดนไร้เสียงว่า ณ สถานแห่งนั้นคือโลกของมหาจอมโจรเพลิงสวรรค์[เอเวนราเทีย] ปีศาจจอมตะกละ[ผลไม้ต้องห้าม] และผู้ที่อยากหลีกหนีจากสังคม[เดอท์ฮิวแมนบีฟอร]  

         อีธานเข้าถึงโลกไร้เสียงได้ตั้งแต่วัยหนุ่ม สิ่งที่เขาสัมผัสในโลกนี้คือความอ้างว้างไร้เพดาน และความเงียบงันอันไร้ขอบเขตปานประหนึ่งไม่มีผู้ใดยินเสียงของเขา 

         แม้นเขายืนท่ามกลางผู้คนมากมาย กระนั้นไม่มีใครรับรู้ถึงตัวตนของอีธาน ราวว่าเด็กหนุ่มหายลับจากโลกอย่างสิ้นเชิง หายโดยไม่มีใครสังเกต ไม่มีใครมองเห็น หายอย่างเงียบๆราวหมีขาวน้อยที่ค่อยๆเลิกคุยกับนากน้อยเมื่อรู้ว่านากน้อยมีแฟน 

         เข็มนาฬิกาเคลื่อนขยับบอกเพลาเริ่มเดิน อีธานหลุดพ้นจากโลกไร้เสียง เขาปล่อยลมหายใจ และกลับคืนสู่โลกแห่งความจริง โลกคนเป็น สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ และมองแสงตะเพียงไฟส่องสลัว น้ำเสียงหยอกล้อของสาวๆค่อยๆเลือนหายลับหลังมุมทางเดินปูพรมแดง จอมโจรหนุ่มยกมุมปากอย่างมิทราบสาเหตุ บางทีนั้นอาจเพราะความรู้สึกที่สัมผัสในโลกนี้กระมัง  

         ความรู้สึกราวเพิ่งหนีจากคุกมืดด้วยความพยายามอย่างสุดแรง ท้ายที่สุดหนีสำเร็จ และค้นพบว่าโลกภายนอกช่างสวยงาม มีดวงดาราเต็มฟาก 

         “..” 

         ไม่เสียเวลาหยุดคิด อีธานเดินอย่างสง่างาม ฝีเท้า ท่วงท่าราวคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ สองแขนปล่อยทิ้งข้างลำตัว หลังตรง องคาตั้งตรง และมองข้างหน้าอย่างเฉยชา ดวงตาเหยี่ยวภายใต้หน้ากากเงินกวาดมองรอบด้านอย่างเชื่องช้า แม้นแลภายนอกจอมโจรหนุ่มเหมือนเปิดช่องว่างมากมาย แต่ความจริงแล้วไม่มีช่องว่างใดให้แอบลอบจู่โจม  

         เดินหลบมุมกระทั่งถึงห้องเป้าหมาย อีธานส่ายสายตาสำรวจรอบด้าน ตลอดเส้นทางจากจุดลอบเข้าคฤหาสน์กระทั่งถึงห้องทำงานโซมีกล้องวงจรปิดติดตั้งด้านหลังภาพแขวนผนัง อีธานใช้ศาสตร์มาโฮอำพราง และบิดเบือนภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดแล้ว นั้นทำให้กล้องไม่สามารถจับภาพจอมโจรหนุ่ม การขโมยคราวนี้ไม่ทิ้งหลักฐานใดให้ตามรอยเขา ทุกหลักฐานต้องถูกทำลาย  

         กรณีของกล้องวงจรปิดตามทางเดินนั้นแก้ไขได้ง่าย แม้นคนธรรมดาทำมิได้ แต่อีธานทำได้  

         สาเหตุที่เขาทำได้เพราะเขาวางแผนดีเยี่ยม และมีแผนรับมือทุกสถานการณ์ไม่คาดฝัน 

         ปกติเวลาทำงานใหญ่มักต้องมีอุปสรรค และปัญหาที่จู่ๆก็ตูมระเบิด ส่งผลให้แผนที่วางไว้พังทลายไม่เป็นชิ้นดี 

         อย่างว่าคนเรามีพลังควบคุมสิ่งรอบข้างได้น้อยมากๆ  

         ชีวิตเราคุมอะไรได้ไม่กี่อย่าง และบางทีอาจควบคุมอะไรไม่ได้เลยนอกจากชีวิตตนเอง 

         ฉะนั้นเมื่อมีปัญหาต้องมีไหวพริบ รู้จักการแก้ปัญญาเฉพาะหน้าด้วยใจที่สุขุมเยือกเย็น อย่าลนลาน อย่าตื่นตระหนก 

         พึงมีสติไว้ต่อให้ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยจับก็ตาม 

         “หนึ่ง..หนึ่ง..สอง..เจ็ด” 

         อีธานยืนหน้ารูปสลักช้างน้ำแข็ง ผลงานประติมากรรมยุคน้ำแข็ง “เอราวัณเหยียบเมฆ” รูปสลักแกะจากน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย โซเป็นคนชอบสะสมของโบราณประเภทสัตว์ งานใดๆก็ตามเกี่ยวกับสัตว์ อาทิ ภาพวาดช้าง ภาพวาดแมว รูปสลักนกอินทรี รูปปั้นเทพแห่งสรรสัตว์ และอื่นๆ ชายชราชื่นชอบสัญชาตญาณดิบของพวกมัน วิถีชีวิตแห่งผู้ล่า และผู้ถูกล่าช่างสวยงาม และน่ากริ่งเกรง แม้นกล่าวแล้วมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งแต่ก็ยังต้องล่า และถูกล่า กระนั้นมันไม่สวยงามเหมือนพวกสัตว์ที่สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อชีวิตท่ามกลางอันตราย และธรรมชาติ อีธานเหมือนเข้าใจความสวยงามที่โซหลงใหล กระนั้นเขาคิดว่าความสวยงามคือน้องสาวเขามากกว่า 

         หากถามอีธานว่าอะไรคือสิ่งที่สวยงามที่สุดที่เขาเคยเห็น ชายหนุ่มบอกเลย 

         “ไดอาเรีย” 

         น้องสาวเขาน่ารัก และนิสัยดื้อนิดหน่อย และแม้นแต่ตอนนี้เขายังมั่นใจน้องสาวสวยที่สุด และถามว่าทำไมไม่บอกลีโอน่าสวย เหตุผลเพราะนักไวโอลินสาวไม่นับว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่ง แถมเบื้องหลังรอยยิ้มนางยังเต็มไปด้วยมีดบินที่พร้อมพุ่งเป้าหมายอย่างเลือดเย็น นิสัยแลเรียบร้อย แต่เอาจริงน่ากลัวกว่าปีศาจ นางใจดีกับคนรอบข้าง และนางจะใจร้ายมากๆกับคนที่นางจริงใจด้วย ฉะนั้นในฐานะคนใกล้ชิดลีโอน่า อีธานบอกเลยว่าอย่าสนิทกับนางจะดีกว่า หนึ่งเขาหวง สองคือนางอาจยืมมือคนอื่นเอาชีวิตคุณได้ หากคุณยืนเฉยๆไม่ทำให้นางสนุก 

         พักเรื่องคนงามไว้เพียงเท่านั้น อีธานกดรหัสปลดล็อคระบบตรวจจับผู้บุกรุก ศาสตร์ค่ายกลว่าร้ายกาจแล้ว แต่ศาสตร์ค่ายกลประสานเครื่องจักรร้ายกาจกว่าแปดเท่า อีธานจักเข้าข้างในห้องทำงานโซไม่ได้เลย หากชายหนุ่มไม่ใช่มหาจอมโจร เพราะบริเวณด้านหน้าห้องทำงานโซมีโถงทางเดินยาวที่รอบข้างวางรูปปั้นสัตว์ประหลาดเรียงราย แน่แท้ว่ารูปปั้นเหล่านั้นสามารถลุกจากแท่นแล้วเหวี่ยงอาวุธในมือตัดหัวอีธานเละ หากชายหนุ่มเป็นหมอผีน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วหอบพุงอวบๆเดินดุ่มๆไปเปิดประตูห้องทำงาน 

          คาดว่าต่อให้เมรัยมีร้อยชีวิตก็เข้าห้องทำงานโซไม่ได้ 

         ในเมื่อหมอผีน้อยปัญญานิ่มทำไม่ได้ หน้าที่สำคัญนี้จึงตกอยู่ที่อีธาน 

         จอมโจรหนุ่มไม่อาจนั่งรอเวลาให้หมดลงอย่างว่างเปล่า เรื่องราวนี้มีกำหนดเวลา และหากเลยกำหนดเวลาทุกอย่างคงมุ่งสู่จุดจบอันเลวร้าย  

         กริ่ง 

         อีธานทำทีกดเลขผิดครั้งหนึ่งเหมือนที่โซชอบกดผิด ชายชราเป็นคนขี้ระแวงไม่พอยังเป็นคนชอบระวัง เขากดรหัสผิดทุกครั้ง แล้วค่อยกดรหัสใหม่ มันคือนิสัยเสียที่หลายคนยากจะรู้ แต่อีธานก็รู้ หากอีธานรู้เพียงรหัสแล้วกดสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก ระบบค่ายกลจะทำงาน และส่งสัญญาณเตือนไปยังโซบอกว่ามีผู้บุกรุกทันที จอมโจรหนุ่มไม่อยากพลาดในส่วนสำคัญ เขาทำทุกอย่างระมัดระวังชนิดผิดก้าวเดียวก็พร้อมตายทุกเมื่อ 

         สภาวะกดดันเช่นนี้ทำให้หลายคนอยากวิ่งหนี และร้องไห้ แต่ไม่ใช่อีธาน 

         ตอนนี้ทุกอย่างยังสามารถควบคุม และต่อให้เกิดเรื่องผิดพลาด เขาพร้อมจะแก้ไข 

         “..” 

         ชายหนุ่มกดตัวเลขตัวสุดท้ายเรียบร้อย เขาปลดระบบตรวจจับผู้บุกรุกขั้นหนึ่งสำเร็จ เหลืออีกสองสามขั้นที่ยังต้องฟันฝ่าไปให้ถึงจุดหมาย อีธานเม้นปาก และมองลำแสงสีแดงเส้นตรงที่ปรากฏเบื้องหน้า ด้านในโถงทางเดินอันกว้างใหญ่มีลำแสงสีแดงเคลื่อนขยับหลายสิบเส้น ไม่ต้องเดาว่าลำแสงพวกนี้ใช้ทำอะไร เพราะแค่มองก็รู้แล้วว่าพวกมันมีไว้ตรวจจับผู้บุกรุก หากผู้บุกรุกเผลอเอาร่างกายแตะลำแสงก็จะกลายเป็นหายนะทันที  

         หลายคนอาจคิดแบบนั้น แต่ความจริงลำแสงสีแดงนี้ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่เห็น พวกมันมีมากถึงสามสิบเส้น ทว่าเส้นที่ทำหน้าที่ตรวจจับผู้บุกรุกจริงๆมีเพียงสิบเส้นซึ่งสิบเส้นที่ว่าซ่อนอยู่ในหมู่ลำแสงพวกนั้น เหมือนกันราวกับแกะ ไม่มีทางแยกออกเลยว่าเส้นไหนของจริงเส้นไหนของปลอม สาเหตุที่มีเส้นปลอมเพราะเบื้องหลังเส้นปลอมคือจุดที่เปิดใช้งานกับดักอื่นๆ ใบไม้ เคียว ลูกศร  

         หากเดินหลบลำแสงสีแดงไปเรื่อยๆแน่นอนต้องมีก้าวเท้าพลาดแล้วเหยียบลงจุดที่วางกับดักเอาไว้ กับดักดังกล่าวโดนแล้วมีสิทธ์ตายทันที ฉะนั้นอีธานไม่ขอเสี่ยงวัดดวงกับการรอดจากกับดัก ชายหนุ่มไม่มีข้อมูลเรื่องลำแสง เพราะนั้นเป็นข้อมูลลับสุดยอดของโซ กระนั้นอีธานรู้ว่าจุดใดมีกับดักซ่อนอยู่บ้าง โซจะเปลี่ยนแปลงจุดวางกับดักทุกๆสัปดาห์ และอีธานพึ่งศึกษาจุดวางกับดักไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉะนั้นจุดที่มีกับดักยังเป็นเช่นที่เขารู้  

         อาศัยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และศาสตร์ลับเฉพาะตัว 

         “กลับตาลปัตร[พลิกตารางหมากขาวดำ] 

         ศาสตร์ลับนี้จัดอยู่ในระดับกลางของวิชามาโฮอีธาน จอมโจรหนุ่มใช้มาโฮปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเขาให้อยู่ตรงข้ามกับตำแหน่งเดิม ภาพคือเมื่อครู่อีธานยืนบนพื้นห้อง หลังจากใช้ศาสตร์ลับ ร่างชายหนุ่มก็ไปปรากฏยืน เท้าเหยียบบนเพดานปานแมงมุม กลับหัวกลับหาง กระนั้นไม่สนแรงโน้มถ่วง ไม่ว่าเส้นผมหรือเสื้อผ้าก็ยังคงลักษณะเดิม อีธานยืนบนเพดานสูง และย่อเข่า เริ่มขยับร่าง 

         เรื่องน่าตกใจคือแม้แต่บนเพดานยังติดตั้งกับดัก… 

         และพอเทียบกับด้านล่างนับว่ามีกับดักมากพอๆกัน กระนั้นที่อีธานเลือกไต่เพดานเพราะวิถีเส้นทางลำแสงนั้นมีช่องว่างให้เดินมากกว่าด้านล่างที่เวลาลำแสงสองหรือมากกว่านั้นมาใกล้กันจะบีบพื้นที่ช่องว่างบนพื้นให้แคบจนไม่สามารถหลบหลีก อีธานลดความเสี่ยงที่จะถูกลำแสง เขาเลือกเดินบนเพดาน หลบลำแสงที่ใกล้เข้ามาอย่างว่องไว ไม่วายก้าวเท้าลงบนจุดที่ปลอดภัย ไม่เหยียบกับดัก 

         ฟุบ ฟุบ ฟุบ 

         แม้นการอธิบายแลยาวนาน แต่ความจริงอีธานใช้เวลาทำทั้งหมดนี้เพียงห้านาที 

         กระทั่งชายหนุ่มหลบกับดัก และลำแสงพิฆาตหมด เขาทิ้งตัวลงบนพื้นตามเดิม เบื้องหน้าคือประตูห้องทำงานโซซึ่งไม่ต้องห่วงว่ามันจะปลอดภัย เพราะแน่นอนว่ามันมีกับดักซ่อนเช่นกัน ความจริงกับดักนี้ซ่อนอยู่ทุกที่  

         อีธานรู้จักกลไกของประตูดีกว่ากลไกที่ใช้ระหว่างห้องโถง หนึ่งเพราะข้อมูลจากเอกสาร สองเพราะเขาเคยติดตามโซมาที่ห้องทำงานในตอนยังเยาว์ ตอนนั้นโซเป็นฝ่ายเปิดประตูเอง กระนั้นอีธานสังเกตเห็นว่าชายชราทำอย่างไร ขั้นแรกพรมรองเท้าหน้าประตูมีที่วัดน้ำหนักซ่อนอยู่ หากไม่ใช่คนน้ำหนักเท่าโซยืน สัญญาณเตือนภัยจะดังบอกมีผู้บุกรุก คนที่เข้าโซได้คือคนที่โซนำทางมาห้องเองหรือตัวโซ อีธานตอนนี้เป็นจอมโจร และไม่ใช่แขกของโซ วิธีที่เขาจะทำคือใช้เครื่องมือพิเศษ  

         เหรียญเงิน 

         “ตาชั่งค้ำจุนน้ำหนัก 52 [โกหกเพื่อหลักการ]” 

        ส่งพลังมาโฮจางๆชนิดความเข้มข้นสูงใส่ในเหรียญเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เท่าน้ำหนักชายชรา แล้วนำเหรียญเงินวางบนพรมเช็ดเท้าเพื่อหลอกเครื่องตรวจ ศาสตร์ลับนี้ใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนักวัตถุทุกชนิด ไม่สามารถใช้กับสิ่งมีชีวิต น้ำหนักที่เพิ่มมีขีดจำกัด ข้อดีคือใช้หลอกเครื่องวัดน้ำหนัก และตาชั่ง เมื่อใดที่พลังมาโฮในวัตถุหมดลง วัตถุนั้นจักสลายหายไปเองด้วย ไม่ต้องเก็บกวาดที่หลัง ไร้ร่องรอย 

         เมื่อแก้กลไกใต้เท้าเรียบร้อย อีธานขยับใกล้ประตู และเริ่มแก้กลไกบนลูกบิด จำเป็นต้องกดรหัส กุญแจ ตรวจลายนิ้วมือ และม่านตา กลไกทั้งมดทั้งปวงที่แลยุ่งยาก แต่มีความสำคัญมากหากอยากเข้าห้องทำงานโซย่อมต้องแก้กลไกลพวกนี้ อีธานคิดรัดขั้นตอน ในเมื่อเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามาขโมยสมบัติที่ห้องทำงานโซ ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องทำเรื่องให้มากความ เพราะนั้นอาจทิ้งร่องรอย 

         อีธานชอบกลไก และเขาเก่งพอจะใช้วิธีพิสดารปลดล็อคกลไกร้อยแปดบนประตู และเปิดเข้าข้างใน แต่ยังไม่หมดเท่านี้ 

         เข้าห้องมาแล้วเขาต้องยืนนิ่ง กวาดตารอบด้านเพื่อหาจุดสำคัญ  

         “..” 

         กับดักวางไว้บนเพดานว่าอึ้งแล้ว “ค่ายกลที่วางไว้ในห้องตัวเอง..” อีธานหลุบตา งานนี้หนักมือจริงๆ.. 

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น