Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 20 : กับดักล่อลวง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 20 : กับดักล่อลวง

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 09:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 20 : กับดักล่อลวง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 20 : กับดักล่อลวง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

โอเว่นเบิกตากว้างเขาดูตกใจกับการกระทำของผมที่เปลี่ยนไป ถึงอย่างนั้นผมก็ยังทำเป็นยิ้มแย้มใส่ ผละออกมาจัดเสื้อเขาให้เข้าที่เข้าทางจะได้ดูเหมือนว่าเมื่อกี้มันคือการแกล้งกันทั่วไป ต่อให้มันจะเป็นการเตือนแบบนัยๆ ให้เขารู้ว่าการร้ายใส่ผมมันจะเป็นยังไง

 

การที่ผมไม่เหลืออะไรนั่นแปลว่าผมกล้าพอที่จะทำอะไรก็ได้

 

ผมอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สิ่งที่เขาควรจดจำมากที่สุดคือผมมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี

 

ผมมีเมกาโลดอน 

 

“ขอบคุณที่ทำแผลให้นะ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงติดเชื้อตาย”

 

“โซล...”

 

“แต่คุณไม่ต้องห่วงนะว่าผมจะเป็นอะไร หลังจากนี้ผมจะระวังตัวให้มากขึ้น จะได้ไม่เจ็บตัวเพราะใครอีก” ผมหัวเราะร่าเริงไม่ต่างจากเด็กวัยแรกใส ผมอยากให้เขาเห็นว่าผมเป็นแบบเดิม ไม่ได้แตกต่างจากก่อนหน้านี้เท่าไหร่ ถึงจะทำให้เขาสงสัยไปนิดหน่อยก็ตาม

 

แต่ผมไม่แคร์ ผมมีอะไรให้ทำมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้

 

“ผมขอตัวขึ้นไปสูบบุหรี่หน่อยดีกว่า เราจะได้มาวางแผนกันต่อว่าจะทำอะไร”

 

“…”

 

“คุณเก็บของเสร็จแล้วก็รีบตามขึ้นไปนะ ผมว่าจอร์แดนต้องการคนเยียวยาจิตใจ แนชลีย์คนเดียวคงรับมือไม่ไหว คุณเป็นหมอน่าจะเข้าใจหัวอกคนมากกว่า” ผมแกล้งพูดเพื่อตอกย้ำว่าคำพูดก่อนหน้านี้เขามันร้ายกาจแค่ไหน การเป็นหมอไม่ได้ทำให้จิตใจใครสูงขึ้น ผมยกยิ้มหมุนตัวเดินออกไปขณะเดียวกับที่เจ้าสองตัวว่ายวนไปมาเหมือนคุมกันผมเอาไว้

 

ผมไม่ได้หันไปดูว่าโอเว่นทำสีหน้ายังไง ผมหมดธุระกับเขาและสนใจเพียงเจ้าฉลามยักษ์เท่านั้น

 

ดีแลนชนกระจกนิดหน่อยราวกับบอกว่าพวกมันจะไม่ไปไหนไกล มันจะจับตาดูทุกคนไว้ไม่เว้นแต่ผมที่ทาบมือกับกระจก มองมันด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้ม

 

หัวใจผมเจ็บเมื่อคิดว่าตัวเองได้ยินอะไร

 

มันทำให้ผมต้องกำมือแน่นสบตากับดายและดีแลนที่ว่ายมาหา ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฝากฝังคำพูดนึงไว้ให้พวกมันจำขึ้นใจ

 

“มีแค่พวกแกเท่านั้นที่ช่วยฉันได้”

 

“กึด”

 

“อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะดาย ดีแลน”  

 

ผมกลับมาที่ห้องมีความคิดนึงที่แล่นเข้าหัวผมระหว่างที่เดินอยู่ ผมลืมไปว่าตัวเองไม่มีมือถือเนื่องจากวันนั้นผมใช้มันเปิดเสียงวาฬเพื่อล่อสองพี่น้องให้ถอยห่าง ผมจะได้ขึ้นฝั่งได้สะดวก พอมาถึงนี่มือถือไม่มีความจำเป็น เราติดต่อกันผ่านไวเลทและเครื่องมืออื่นๆ เท่านั้นเลยเป็นสาเหตุว่าทำไมผมไม่ถึงไม่ได้มองว่าการมีโทรศัพท์มันสำคัญ

 

กระทั่งผมคิดอะไรขึ้นได้

 

“จอร์แดน”

 

“ครับคุณโซล?” เจ้าของชื่อหันมาหาผมที่ส่งยิ้มให้ ใบหน้าหม่นหมองตามประสา ผมเลยเดินเข้าไปลูบบ่าเขา มองดูคนที่กำลังชงกาแฟในห้องครัวของศูนย์วิจัย เขาคงจะเหม่อลอยมากไปหน่อยเลยไม่ทันเห็นว่าตัวเองเทกาแฟหกเยอะขนาดไหน

 

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมมา

 

“คุณโอเคไหม แนชลีย์บอกผมว่าคุณไม่กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า”

 

“ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”

 

“...”

 

“ผมยังทำใจเรื่องสตีฟไม่ได้น่ะครับ” จอร์แดนเลือกที่จะพูดความจริงนี่เป็นสิ่งเดียวที่เขากับสตีฟมีเหมือนกัน ดวงตาสีสวยหลุบต่ำ ชะงักเล็กน้อยตอนเห็นว่าตัวเองทำกาแฟหก เขารีบหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะขณะที่ผมมองดูข้างๆ ช่วยเขาเล็กน้อยเพื่อให้ดูว่าผมไม่ได้มาเพราะความต้องการบางอย่าง

 

ความต้องการที่ทำให้ผมต้องตรงมาหาเขาทันทีที่คิดแผนได้

 

“ผมรู้ ผมเองก็ยังอดคิดมากไม่ได้”

 

“คุณโซล”

 

“แต่ผมก็อยากให้คุณทำใจและช่วยอะไรผมบางอย่าง”

 

“หืม?” เจ้าตัวครางในลำคอทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หันมาเลิกคิ้วใส่สบตากับผมที่ยกยิ้มให้บางๆ ทำเป็นเทกาแฟใส่แก้วใหม่แล้วยื่นให้เขารับไปอย่างมีน้ำใจ

 

ก่อนที่เราจะใช้งานใคร เราก็ต้องทำให้เขาไว้ใจเราก่อน

 

“ผมมีเรื่องให้คุณช่วยหน่อยน่ะจอร์แดน มันเป็นเรื่องที่สำคัญและมีแค่คุณเท่านั้นที่น่าจะช่วยผมได้”

 

“คุณโซลหมายความว่าไง?” ผมหยิบมือถือของโจเอลมาส่งให้ มันพังเพราะน้ำเข้าเครื่องไปตอนที่เอริคโยนกระเป๋าลงน้ำ ถ้ามองแบบผิวเผินมันไม่ต่างจากโทรศัพท์ของผมเลย ยิ่งผมถอดเคสเขาออกเหลือเพียงตัวเครื่องเปล่าๆ มันก็ยิ่งเหมือนของผมราวกับถอดแบบออกมา

 

ต้องขอบคุณที่เราใช้รุ่นเดียวกันเพราะมันจะทำอะไรได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

 

“มือถือของคุณโซลนิครับ มันเป็นอะไร?”

 

“มันไม่ใช่มือถือของผมจอร์แดน มันคือมือถือของโจเอล หลานชายริชาร์ด”

 

“ว่าไงนะ”

 

“มันหล่นลงน้ำและผมเก็บได้ คุณพอจะช่วยทำให้มันกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมได้ไหม มันมีข้อมูลสำคัญที่ผมต้องใช้และผมอยากให้คุณติดตั้งอะไรบางอย่าง” จอร์แดนมุ่ยคิ้ว รับมือถือไปพลิกกลับไปกลับมา ถอดฝาข้างหลังออกเพื่อเช็คเครื่องด้านใน

 

ในศูนย์วิจัยมีแค่จอร์แดนกับแนชลีย์เท่านั้นที่เก่งเรื่องคอมรวมถึงไอทีอื่นๆ แต่การที่ผมให้จอร์แดนเป็นคนจัดการให้ เพราะผมมั่นใจว่าเขารักสตีฟมากพอที่จะไม่หักหลังกัน และเขาก็ทำงานกับผมมานาน พูดความจริงกับผมทุกอย่าง มากกว่านั้นคือผมรับรู้ได้ว่าความรู้สึกของเขามันเป็นของจริง

 

เขาเป็นตัวเลือกเดียวที่ผมต้องยอมเสี่ยง ดีกว่าแนชลีย์ที่สนิทกับทั้งสตีฟและโอเว่น…

 

ผมไม่รู้ว่าเธอไว้ใจได้มากแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมต้องเลือกที่คนที่ผมไว้ใจได้มากที่สุด แค่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยผมได้

 

“ผมอยากให้คุณติดตั้งตัวจับสัญญาณมือถือของทุกคนในศูนย์วิจัย โดยเฉพาะโอเว่น เอริค และริชาร์ด”

 

“หมายถึงตัวระบุตำแหน่งที่เราใส่ไว้ในไวเลทน่ะเหรอครับ”

 

“ใช่”

 

“แต่เราเช็คจากไวเลทก็ได้นี่ครับ หรือว่าสัญญาณมันเป็นอะไร?”

 

“สัญญาณไม่ได้เป็นอะไร แต่มันจะช่วยให้ผมรู้อะไรมากขึ้นต่างหาก” ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา ส่งผ่านความแน่วแน่ที่ทำอีกฝ่ายนิ่งงันไป “ผมรู้ว่าคุณไม่เข้าใจ แต่ผมจำเป็นต้องให้คุณช่วยจริงๆ จอร์แดน ถ้าไม่ใช่คุณ สตีฟก็คงจะตายตาไม่หลับ”

 

“คุณโซลหมายความว่าไง?”

 

“…”

 

“เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับสตีฟครับ?” เจ้าตัวถลึงตาใส่ เขาดูสงสัยและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมพูดมา ผมจับบ่าเขา บีบเบาๆ ให้เขาตั้งใจฟัง

 

“การตายของสตีฟ มันมีอะไรมากกว่าที่เราเข้าใจ”

 

“หา?”

 

“และถ้าคุณช่วยผมโดยไม่บอกใคร ผมจะทำให้คุณเห็นความจริง” ผมไม่รู้ว่าจอร์แดนจะยอมช่วยผมที่ลับลมคมนัยกับเขามากแค่ไหน แต่การที่จะให้ผมเล่าความจริงทั้งหมดที่ได้ยินมา ผมก็ทำไม่ได้ มันมีหลายอย่างที่ผมไม่แน่ใจ ผมจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ใช้มัดตัวคนผิด

 

และสิ่งเดียวที่จะช่วยแผนผมดำเนินแผนที่คิกไว้ต่อไปได้คือมือถือเครื่องนี้

 

มือถือของโจเอลต้องมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ ถ้าเกิดจอร์แดนไม่ช่วยผม ผมจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากการถูกหักหลังกับเสียคนของตัวเองไป

 

ริชาร์ดและคนอื่นๆ จะต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ และผมจะไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้เขาวิ่งมาร้ายใส่ เพราะงั้นผมเลยต้องหว่านล้อมให้จอร์แดนคิดวนถึงเรื่องนี้ จับมือเขาพร้อมกับบีบนิดๆ ทำให้เขาเห็นว่าผมต้องการความช่วยเหลือจากเขาจริงๆ

 

รวมถึงสตีฟ

 

ผมจะทวงความยุติธรรม 

 

“อย่าปล่อยให้สตีฟต้องตายไปอย่างนี้เลยจอร์แดน ช่วยผมแล้วเขาจะไม่ตายฟรี”

 

“…”

 

“เขาไม่ยินดีหรอกที่เห็นฆาตกรลอยวนอยู่ข้างคุณ”  

 

คำพูดผมทำจอร์แดนนิ่งคิดถ้าเป็นปกติก็คงจะไว้ใจผมได้ไม่ยาก แต่เพราะถ้อยคำนั้นเลยทำให้เขาต้องแอบคิดมาก เจ้าตัวก้มลงมองมือถือที่ผมส่งให้ เขากัดปากครุ่นคิดว่าควรจะตอบรับข้อเสนอของผมไหม ผมไม่ได้อยากจะเอาสตีฟมาอ้าง แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้มันก็วัดใจใครไม่ได้

 

ทว่าในตอนที่ผมกำลังรอคำตอบจากเขาอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาขัด

 

“อยู่นี่เองเหรอโซล ผมหาตั้งนาน”

 

“อ๊ะ!”

 

“มัวทำไรอยู่น่ะ นึกว่าคุณจะอยู่กับลูกวาฬซะอีก” ผมหันขวับไปมองเอริคที่เดินขมวดคิ้วเข้ามาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนแปลกใจที่ผมเห็นอยู่กับจอร์แดนที่เศร้าอยู่ เขาเลื่อนสายตาไปมองอีกคน เล่นเอาผมเผลอเลียปาก ถ้าเกิดเขาเห็นโทรศัพท์ในมือของจอร์แดนขึ้นมา ผมคงโดนสงสัยไม่ยอมหยุด

 

และแผนผมมันจะเดินหน้าได้ยากขึ้น หรือไม่บางที...

 

“คุณโซลมาชงกาแฟให้ผมน่ะครับ เพราะเห็นผมยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า”

 

“หืม?”

 

“หัวหน้าอยากได้สักแก้วไหมครับ คุณโซลชงอร่อยมากเลย” จอร์แดนยิ้มกว้างทำเหมือนว่าทุกอย่างเป็นปกติ เจ้าตัวยกกาแฟที่ผมเทให้ใหม่ขึ้นดื่ม ชูแก้วขึ้นเป็นเชิงชวนเอริค นั่นทำให้ผมชะงักไปนิดๆ ดวงตาเบิกกว้างเพียงชั่วครู่แล้วก็หรี่ลงเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตแม้จะตกใจที่มือของจอร์แดนว่างเปล่า

 

มือถือที่ผมให้หายไปแล้ว พอไล่ต่ำก็เห็นมันถูกยัดที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง

 

จอร์แดนขยิบตาให้ผมเบาๆ ผมเลยพยักหน้าเป็นการตอบรับก่อนจะหันไปหาเอริคที่ส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธคำเชื้อเชิญ

 

“ไม่ล่ะ ไม่ใช่ตอนนี้”

 

“งั้นคุณมีอะไรล่ะ ถึงได้ตามหาผม”

 

“ลูกวาฬในบ่อมันเหมือนจะป่วย ผมเลยมาตามให้คุณไปดูมันหน่อย” ร่างสูงทำหน้าซีเรียสผมเลยย่นคิ้วใส่ นึกถึงเจ้าวาฬตัวน้อยที่เราเลี้ยงไว้ มันมักตกเป็นอาหารสายตาของดายกับดีแลนเสมอ ดีที่มีทางเดินกั้นไม่งั้นมันก็คงลงท้องเจ้าสองตัวนั้นไม่ต่างจากตัวอื่น

 

และเพื่อไม่ให้จอร์แดนตกเป็นเป้าสงสัยที่อยู่กับผมลำพังมากขึ้น ผมเลยพยักหน้าแล้วรีบเดินไปกับเอริค ไม่วายหันไปมองหน้าเขานิดๆ เจ้าตัวเลยพยักหน้าใส่พร้อมกับทำมือโอเค

 

ถือว่าเขาตกลงกับผมแล้วนะ

 

“ไปปลอบจอร์แดนเรื่องสตีฟเหรอ”

 

กึก !

 

“เห็นแนชลีย์บอกว่าเขาร้องไห้ทั้งคืน เอาแต่บอกว่าคิดถึงสตีฟ แล้วก็ทำงานไม่ได้”

 

“มันไม่แปลกสำหรับคนที่สูญเสียคนที่รักไป”

 

“…”

 

“ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นตอนพ่อแม่ตาย มันทรมานยิ่งกว่าตกนรกซะอีก” ผมพูดโดยไม่มองหน้าเอริค ทำเพียงแค่ต่อไปที่บ่อวาฬ ไม่สนใจว่าเขาที่กำลังคิดหาคำปลอบโยนมากมายมาประโลมให้ ผมคิดว่าผมอาจจะเชื่อเขาได้ไม่เท่าไหร่หลังจากที่ได้ยินเรื่องที่ผ่านมา

 

บรรยากาศตอนนี้มันเหมือนกับว่าผมถือปืนอยู่หนึ่งกระบอง และในมือเขาก็มีปืนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าถ้าเกิดทิ้งเขาไว้ด้านหลัง...

 

เขาจะยิงผมให้ตายตรงนั้นหรือยิงคนที่จะวิ่งมาฆ่าผมกันแน่

 

“แต่เดี๋ยวเขาก็ชิน แรกๆ มันก็จะเจ็บแบบนี้ ถ้าคุณว่างก็ไปปลอบเขาบ้างสิ มันดีกว่ามาตามติดผมนะ” ผมหยอกล้อตามประสา ปั้นหน้ายิ้มให้เอริคจับไม่ได้ ดีหน่อยที่ผมก็ทำแบบนี้กับเขาอยู่บ่อยครั้งเขาเลยดูจะไม่ติดใจอะไร

 

ทำเพียงแค่ถอนหายใจ ดูเหนื่อยหน่ายยามเราเดินข้างกัน

 

“ว่าแต่ลูกวาฬเป็นอะไร ทำไมมันถึงป่วยขึ้นมา?”

 

“เบอร์นาร์ดคิดว่ามันน่าจะตรอมใจที่สตีฟตาย เขาคุยกับมันเมื่อเช้านี้ตอนที่ทุกคนยังไม่ตื่น” ผมเผลอชะงัก พลันก็ต้องปั้นหน้าไม่รู้สึก แม้จะรู้ความจริงอยู่แล้วว่าในช่วงเวลานั้นมีใครคนนึงตื่นมาเอากระเป๋าไปโยนทิ้งทะเลและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมแค่นหัวเราะในลำคอ ถึงอย่างนั้นก็ยังเนียนต่อได้

 

“ก็ไม่แปลกถ้ามันจะตรอมใจ ถึงมันจะเป็นสัตว์ มันก็มีหัวใจ”

 

“…”

 

“และมันก็รู้ว่าควรซื่อสัตย์กับใคร ไม่เหมือนคน” ฝีเท้าของเราหยุดลงตรงบ่อวาฬ เจ้าตัวน้อยที่สตีฟเป็นคนจับมารักษากำลังว่ายวนไปมาด้วยท่าทีเชื่องช้าต่างจากทุกที มันพ่นน้ำผ่านรูตรงหัวคงทักทายผมที่เดินมาหา ผมหลุบตาต่ำรู้ดีว่ามันอยากจะสื่อถึงอะไร

 

มันคงคิดถึงนายมัน สตีฟคอยมาให้อาหาร ทำแผล รวมถึงดูแลร่างกายทุกส่วนให้ ผมยังจำภาพที่เขาว่ายคู่กับมัน ยกยิ้มด้วยความสุขที่ออกมาจากใจ

 

เสียดายที่ไม่มีวันนั้นแล้ว

 

“คุณโซล”

 

“มันเป็นไงบ้างเบอร์นาร์ด”

 

“มันไม่ยอมกินอะไรเลยครับ ผมเอาอาหารมาให้มันก็ว่ายหนีตลอด แถมยังชนทางเดินบางครั้งด้วย มันคงเรียกหาคุณสตีฟ” เบอร์นาร์ดถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย ในมือถือถังปลาตัวเล็กตัวน้อยสำหรับวาฬไว้ ผมเลียปากมองมันสลับกับเจ้าวาฬตัวน้อยที่มองผมคล้ายอยากให้ลงไป

 

ดวงตาสีดำมีหยาดน้ำใสๆ ผมคิดว่ามันกำลังเสียใจ

 

“เดี๋ยวผมไปให้อาหารมันเอง เอาถังมา” ผมยื่นมือไปขอถังปลาจากเบอร์นาร์ด นั่นทำให้เขาเบิกตากว้างใส่

 

“ไม่ได้นะครับ คุณโซลมีแผลจะให้ลงน้ำได้ยังไง”

 

“ผมแค่หย่อนขาลงไป ไม่ได้ลงทั้งตัว” ตอบกลับหน้านิ่งเพื่อให้รู้ว่าอย่ามาขัด ผมรักสัตว์ของผมทุกตัวบางตัวมากกว่าคนที่นี่ซะอีก เหตุผลเดียวที่ผมทุ่มชีวิตให้พวกมัน เพราะพวกมันไม่เคยใจร้ายใส่ผม เว้นเจ้าสองตัวด้านนอกที่ว่ายวนเหมือนรอกินเจ้าตัวน้อยของสตีฟอยู่

 

เอริคย่นคิ้ว เขาเองก็ดูจะไม่อยากให้ผมลงไปเท่าไหร่ เสียดายที่ผมหัวรั้นเกินไป

 

ผมคว้าถังมาถือไว้ เดินไปริมขอบแล้วทิ้งตัวลงนั่ง วินาทีนั้นวาฬน้อยว่ายเข้ามาใกล้ มันเว้นระยะห่างตามสัญชาตญาณมันไม่ได้เชื่องเท่าวาฬที่เขาเลี้ยงไว้ตามสวนสัตว์ ผมกวักน้ำใส่มัน โยนปลาตัวนึงไปให้หวังเพียงมันจะตอบรับน้ำใจ

 

ปึง !

 

“อย่าสิดาย” ผมปรามฉลามตัวพี่ มันดูหงุดหงิดที่วาฬนั่นไม่กินปลาที่ผมโยนให้ อีกนัยนึงคือมันคลั่งอยากจะเข้ามากินวาฬตัวนี้ให้ตาย พนักงานผมหลายคนเกือบโดนมันฆ่าตายก็เพราะมันกระแทกทางเดินแบบนี้แหละ ผมส่ายหน้าถอนหายใจแล้วโยนปลาให้เจ้าวาฬใหม่ คราวนี้มันเข้ามาใกล้แต่ก็ยังปล่อยปลาให้ลอยไป มันมากินก็ตอนที่ดีแลนกระแทกทางเดินเสริมทัพพี่มัน

 

ผมกำลังจะปรามอีกครั้ง ถ้าไม่ติดว่าเห็นริชาร์ดเดินมาทางนี้ซะก่อน

 

“อรุณสวัสดิ์ ร่าเริงแต่เช้าเลยนะโซล”

 

“อาเองก็เหมือนกัน ดูสดใสกว่าเมื่อวานอีกนะครับ” ผมปั้นหน้ายิ้มแม้ว่าในใจผมจะรุ่มร้อนและอยากจะผลักเขาลงไปให้เมกาโลดอนกินมากก็ตาม ริชาร์ดเดินมาหยุดข้างเอริค พวกเขามองหน้ากันนิดๆ อาผมยกยิ้มผิดกับเอริคที่ไม่สนใจ

 

ริชาร์ดเลยหันมายิ้มให้ผมแทน

 

“นิดหน่อยน่ะ แต่อาก็ยังลืมเรื่องโจเอลไม่ได้”

 

“…”

 

“อายังไม่รู้เลยว่าจะคุยกับพ่อเขายังไง เขาคงทำใจไม่ได้ และก็คงจะโกรธอามากที่พาลูกเขามาตาย” ผมพยักหน้าทำเป็นเห็นใจคนที่ตีหน้าเศร้าใส่ ผมต้องยอมรับว่าถ้าผมโง่กว่านี้สักหน่อย ผมก็คงตกหลุมพรางเขาได้ไม่ยาก ริชาร์ดหลุบตาต่ำ ถอนหายใจพร้อมทำหน้าเครียดจัด เขาเท้าแขนลงกับราวกันมองวาฬที่ผมกำลังโยนปลาให้วาฬ

 

ดวงตาแพรวพราวยามมองเมกาโลดอน

 

“ถ้าไปเล่าให้เขาฟังว่าโดนฉลามยักษ์กินก็คงไม่มีใครเชื่อ ลำพังจะบอกว่าเมกาโลดอนมีจริงคนก็คงมองว่าอาบ้า”

 

“ดีแล้วครับที่คิดแบบนั้น เพราะอาไม่ควรเอาเรื่องของมันไปเล่าให้ใครฟัง”

 

“แล้วอาจะไปบอกพ่อเขายังไงที่ทำลูกเขาตาย”

 

“ก็บอกไปสิครับว่าอาไม่ได้ตั้งใจ”

 

“...”

 

“หรือจะบอกว่าอาจงใจฆ่าหลานตัวเองล่ะครับ :) ”  

 

“แหม...หยอกอาแรงจังนะ” ริชาร์ดว่าเสียงแผ่วแม้ว่านาทีแรกเขาจะเบิกตากว้างดูตกใจก็ตาม “อย่าพูดให้อารู้สึกแย่สิโซล อาทำใจไม่ทันหรอกนะ อาแก่แล้ว”

 

“อายุมันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขน่ะครับอา มันเอามาวัดปัญญาและสามัญสำนึกไม่ได้”

 

“โซล”

 

“แต่ถ้าอาไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ให้ผมไปบอกพ่อเขาอาด้วยไหม ผมว่าผมมีเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อผมได้นะ” ผมละสายตาจากวาฬมาสบตาเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ยิ้มแหยให้ พิรุธแรกที่สังเกตได้คือเขาหลุกหลิกเหมือนไม่อยากให้ผมไปพบเจอพ่อของโจเอลเท่าไหร่

 

“อาว่ามันจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ อาไม่อยากให้เธอโดนหางเลขไปด้วย”

 

เขาโกหก 

 

ผมเลียปากไม่เชื่อคำพูดนั้นสักคำ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นการตอบกลับแค่ปล่อยให้เขาปั้นหน้า รวมถึงคำพูดสวยหรูต่อไป ส่วนตัวเองก็กลับมาสนใจวาฬน้อยที่ยอมกินปลาที่ผมโยนให้ ขณะที่ในหัวผมคิดเรื่องอะไรมากมาย

 

ผมคิดว่าพ่อของโจเอลอาจจะเป็นใครสักคนที่มีอิทธิพลกับริชาร์ดก็ได้

 

มันไม่มีทางที่เขาจะเป็นห่วงไม่อยากให้ผมโดนลูกหลงหรอก

 

“อาอาจจะบอกเขาว่าโจเอลจมน้ำตอนเราไปแล่นเรือกัน มันดูเป็นไปได้มากสุด”

 

“แล้วถ้าเกิดเขาถามว่าศพลูกเขาไปไหนล่ะ?”

 

“ก็คงต้องบอกว่าจมไปลึกมาก คนอื่นดำไปหากันไม่ไหว” เจ้าตัวทำหน้าครุ่นคิดนั่นยิ่งทำให้ผมเหยียดยิ้มเข้าไปใหญ่ “ไม่ก็ต้องบอกว่าตกลงไปในวังวนฉลาม ถ้าบอกแบบนี้ก็น่าจะพอเชื่อได้ว่าคนอื่นไม่กล้าลงไปช่วยเขา”

 

“ผมไม่สนหรอกว่าอาจะแก้ตัวกับพ่อแม่เขายังไง”

 

“อะ...”

 

“อาอย่าพูดเรื่องฉลามของผมก็แล้วกัน” ทันทีที่ผมพูดแบบนั้น เจ้าสองตัวก็ชนเข้ากับทางเดินเล่นเอาริชาร์ดเกือบจะหน้าคว่ำลงมาในบ่อ ดีที่เอริคจับเขาไว้ทันเป็นอะไรที่น่าเสียดายเหมือนกันนะผมว่า “พวกมันคงไม่พอใจถ้ามีคนมารุกรานพื้นที่ของมัน”

 

“เธอนี่รักมันมากกว่าคนของตัวเองอีกนะ”

 

“เพราะมันไม่เคยทรยศผมไงครับ” เลื่อนสายตาไปมองสองพี่น้องที่ว่ายวนไปมา ครีบยาวของมันสื่อถึงการอยู่เคียงข้างต่อให้จะอันตรายแค่ไหนก็ตาม “มันอาจจะทำลายล้าง อาจจะทำเหมือนจะฆ่าผม แต่ผมก็ต้องขอบคุณที่มันไม่เคยทิ้งผมไป”

 

“โซล”

 

“ผมมีชีวิตอยู่เพื่อมัน ผมเลยยอมตายเพื่อมันดีกว่าเพื่อคนอื่น” ผมหัวเราะไม่คิดจะหันไปมองว่าพวกเขาทำสีหน้ายังไง ผมอาจจะพูดเหมือนไม่รักษาน้ำใจ แต่ถ้ามองในมุมผม มีใครที่รักษาน้ำใจของผมบ้าง ผมเลียปากยันตัวขึ้นมาหลังจากให้อาหารวาฬเสร็จ

 

ทั้งริชาร์ดและเอริคมองหน้าผมนิ่ง ดูเขามีเรื่องอยากพูดทว่าก็เลือกที่จะเก็บไว้

 

“แล้วนี่อาอยากจะกลับขึ้นฝั่งไหม ผมคิดว่าการปล่อยให้เรื่องมันยืดยาวออกไป ครอบครัวของโจเอลจะเป็นห่วง”

 

“อาก็อยากขึ้นฝั่งอยู่นะ แต่อาก็ยัง...แอบกังวลเรื่องโจเอล”

 

“อาไม่มีสิทธิ์ได้มันแล้วครับ”

 

“ว่าไงนะ!”

 

“เพราะตอนนี้อาไม่เหลือคนของอาที่จะช่วยอาได้แล้ว และที่นี่มีแค่คนของผมที่จะทำตามคำสั่งของผมเท่านั้น เพราะงั้นผมจะไม่ยอมให้อาเอาพวกเขาไปเสี่ยงกับความโลภของอาหรอก ใช่ไหมเอริค?” ผมเลิกคิ้วถามคนที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร เอริคสบตาผมพยักหน้าให้พร้อมกับเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาให้

 

เพราะเป็นคนที่นิ่งงันอยู่แล้ว เขาเลยดูไม่น่าสงสัยอะไร

 

เสียดายที่ผมติดใจเรื่องนั้นไปแล้ว

 

“เราไม่ควรเสียคนของเราเพราะความโลภของใคร” เขาว่าคลุมผ้าขนหนูให้ แม้ผมจะเปียกแค่ขาก็ตาม “ทางที่ดีคุณควรกลับไป ที่นี่ไม่มีใครจะทำตามคำสั่งของคุณหรอก”

 

“เอริค” ริชาร์ดกัดฟันกรอด ทั้งสองมองหน้ากันอย่างมีเลศนัย “แต่อายังไม่ได้ที่อาต้องการเลยนะโซล แล้วมันก็ยังไม่ครบสามวันที่เราตกลงกันไว้”

 

“ผมขอยกเลิกสัญญา เพราะตอนนั้นมันยังไม่มีใครตาย”

 

“…”

 

“อาไปเก็บของเถอะครับ ผมจะขับเรือไปส่งเอง...เพื่อความปลอดภัยของอา” ผมยกยิ้มแกล้งเหลือบตาไปมองดายกับดีแลนที่ว่ายวนอยู่ เดินไปตบบ่าริชาร์ดเบาๆ ที่ต้องมัดมือชกเขาแบบนี้เพราะผมมีแผนที่คิดเอาไว้

 

ถ้าตัวเขากลับไปผมพนันได้ว่าริชาร์ดต้องให้ใครสักคนที่นี่ทำบางสิ่งที่เขาต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขากลับขึ้นฝั่ง มันจะช่วยตอบโจทย์เรื่องที่เขาดันทุรังมาหาผมที่นี่ได้มาก

 

ผมคิดว่าการที่ริชาร์ดมาหา นอกจากจะมาศึกษาแล้ว มันน่าจะเป็นคำสั่ง ก็ถ้าเราเป็นนายคนเราไม่น่าจะต้องลงมือเองด้วยซ้ำ ต่อให้จะเป็นเพราะเขารู้จักกับพ่อแม่ผมก็ตาม ผมยังติดใจอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับเขาอยู่

 

และเขาก็ยังมีความลับที่ผมวางเดิมพันไว้

 

“แต่ถ้าอายังทำใจไม่ได้ ผมจะให้เวลาถึงพรุ่งนี้”

 

“งั้นอาขออะไรบางอย่างสิ”

 

“อะไร?”

 

“อาอยากเห็น...ข้อมูลของพวกมัน” ริชาร์ดรั้งผมไว้ด้วยถ้อยคำละโมบโลภมากของเขา เล่นเอาผมถึงกับหันไปเลิกคิ้วใส่ “อาสัญญาว่าอาจะไม่เอาไปไหน อาแค่อยากเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามันเป็นยังไง และมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง”

 

“จนถึงตอนนี้อาก็ยังจ้องจะเอาเปรียบผมทุกทางเลยนะครับ”

 

“อะ...”

 

“อาไม่สำนึกเลยว่าอาอยู่ในสถานะไหน ตัวเองไม่มีสิทธิ์มาต่อรองยังจะจ้อไม่หยุด” ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา แสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่เอาจริงที่คงไม่มีใครกล้าเล่นกับผม บีบไหล่เจ้าตัวแรงมากเพื่อให้เขาทบทวนสิ่งที่พูดมา “ถ้าข้อมูลของผมคือสิ่งที่อาอยากได้มาก งั้นเรามาเล่นเกมกันไหม”

 

“เกมอะไร?”

 

“เกมซ่อนหาไง”

 

“…”

 

“ใครชนะคนนั้นตายนะครับ :) ”  

 

มันคือการวางหมากก่อนเกมจริงจะเปิดตัว

 

LOADING 100 PER 

กับดักล่อลวง มีคนวางแผน มีคนตลบหลังตามด้วยปริศนา :)  

มีเรื่องมาให้คิดอีกแล้วนะคะ เรื่องกำลังเข้มข้นเลยล่ะ 

ถึงเวลาไล่ล่าหาความจริง และกำจัดคนทรยศให้สิ้นซาก 

แต่ทุกก้าวมีจังหวะของมัน เพราะงั้นอย่าเดินเสียงดัง... 

เดี๋ยวเขารู้หมดว่าเราจะเอาคืน :)  

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น