IM'I-dea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ACT 48 Policeman and his prisoner

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 01:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ACT 48 Policeman and his prisoner
แบบอักษร

ตั้งแต่เด็ก.... ฉันคิดเสมอว่าตัวเองบกพร่อง เพราะฉันขาดความรักจากคุณพ่อ แม้ว่าคุณแม่จะย้ำเตือนเสมอว่าอย่าไปคิดเรื่องนั้นให้ตัวเองรู้สึกแย่ เอาเวลาไปตั้งใจเรียน สร้างอนาคตดีๆให้ตัวเองจะดีกว่า แต่ฉันก็ยังคงไม่สามารถลบภาพความทรงจำแย่ๆนั้นออกไปได้ 

ฉันเคยถามน้องสาวตัวเองหลายครั้ง ว่าคิดถึงคุณพ่อบ้างไหม และแน่นอนว่าเธอต้องตอบว่าคิดถึง และอยากให้คุณพ่อกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง คำพูดที่โหยหาซึ่งความอบอุ่นนั้น ดังออกมาจากปากของน้องสาวที่แสนเย็นชาของฉัน นั่นสินะวันนั้นเธอเด็กเกินกว่าที่จะจำภาพเหตุการณ์อันปวดร้าวนั้นได้ 

วันที่คุณพ่อต้องการที่จะไปจากคุณแม่ และยอมทิ้งลูกสาวของเขาไป มันรู้สึกแย่มากๆสำหรับฉันในตอนนั้น แต่คุณพ่อก็ไม่ได้จากพวกเราไปเฉยๆ เพราะเขายังคงแวะเวียนมาถามไถ่ ส่งเสียเลี้ยงดูฉันและน้องสาวอยู่เรื่อยๆ .....แต่มันก็แค่ถึงตอนฉันขึ้นม.ปลาย ก่อนที่เขาจะหายไปจากชีวิตฉัน และครอบครัว 

ฉันรู้แค่ว่าคุณพ่อเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก และไม่แน่ว่าเขาอาจจะเคยมีครอบครัวมาก่อนแล้ว ก่อนที่จะมาพบกับคุณแม่ แต่ว่า.... ที่เขาจากไปก็แปลว่าต้องมีอีกหนึ่งครอบครัวที่เพิ่มขึ้นมา และบางทีครอบครัวนั้นอาจจะเป็นเหมือนครอบครัวของฉัน หรือครอบครัวก่อนหน้านี้ก็ได้...... 

'พี่อินน์... แบบนี้ดีแล้วหรอ?' 

แบบนี้? แบบนี้คือแบบไหนกันล่ะ? 

'ฉันเองก็ชอบนะ ชีวิตแบบนี้ของเรา แต่ว่ามันจะดีจริงๆหรอ?' 

ชีวิตแบบไหนกัน? 

'ฉันรักพี่นะ อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย ขอร้องล่ะ' 

ฉัน...... ความทรงจำ..... 

'ถ้าพี่ทำแล้วไม่รู้สึกเจ็บ แต่พอเห็นพี่ทำแบบนี้แล้วฉันเจ็บนะ! พอได้แล้ว! อย่า!' 

ไม่นะ! อย่าร้องไห้สิ ฉันไม่-- 

'กรีดข้อมือตัวเองแล้วคิดว่าจะมีใครมาสนใจหรอ? อย่าสำคัญตัวไปหน่อยเลย' 

. 

. 

. 

. 

. 

ฟุ่บ! 

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!!" 

ร่างของหญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะการนอนหลับสนิทจากการถูกกระแทกเข้าที่ท้าทอยอย่างจังดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา พร้อมแผดเสียงร้องออกมาอย่างสุดเสียงก่อนจะหอบแฮ่กๆเหงื่อกาฬไหลพรากราวกับพึ่งไปออกกำลังกายมาอย่างหนัก 

"ฝันหรอ? รึว่าความทรงจำ? นี่ฉันยังเหลือเรื่องที่ยังจำได้ไม่หมดอยู่อีกหรอเนี่ย?" เธอพึมพำกับตัวเองราวกับคนสติแตก รู้สึกไม่ดีเลย... แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย? 

เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องรับรองหรอ? แต่เฟอร์นิเจอร์ดูแปลกตาไปชอบกลแฮะ รึว่าจะเป็นห้องรับรองห้องอื่นจากที่เคยไป อ๊ะ? 

ระหว่างที่กำลังคิดอยู่เธอก็หยุดมองที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้ามกับเธอ ที่มีชายคนหนึ่งนั่งขมวดคิ้วเอามือปิดหูอยู่ เส้นผมสีบลอนด์สว่างไล่ลงมาบังหน้าจากการก้ม ชุดสูทสบายๆดูดีมากทีเดียวเมื่อถูกสวมอยู่โดยชายหนุ่มรูปงามคนนี้ ว่าแต่....เขาเป็นใคร? 

"อ๊ะ?! นายเป็นใคร?" 

"รู้สึกตัวแล้วก็โวยวายเสียงดัง แถมยังชี้หน้าถามคนอื่นแบบนั้นมันเสียมารยาทนะ" 

"อึก!" นี่ฉันต้องมาโดนคนแปลกหน้าดุหรอเนี่ย? "ขอโทษค่ะ...." 

หลังจากหญิงสาวเอ่ยคำขอโทษออกไป ชายหนุ่มก็ค่อยเอามือที่ปิดหูอยู่ลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาวตรงๆ สีตาสวยจังเหมือนไพรินสีน้ำเงินเลย เธอคิดก่อนจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายก็จ้องกลับมาเหมือนกัน 

"อ-เอ่อ.... ฉันอินโนเซนต้าค่ะ เพื่อนๆเรียกฉันว่าอินน์ แล้วคุณล่ะคะ?" เธอเอ่ยแนะนำตัวอย่างประหม่า 

"ฉันไม่ได้ถาม และไม่มีเหตุผลที่จะต้องบอกชื่อตัวเองให้เธอรู้ด้วย" อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างเย็นชาด้วยใบหน้าเรียบเฉย 

หน็อย..... ไอ้หมอนี่.... 

"ร-หรอคะ! แต่พอคนอื่นเขาแนะนำตัวเสร็จแล้ว ควรจะแนะนำตัวกลับไม่ใช่หรอคะ!" 

"เธอย้อนฉันหรอ?" 

"ตามมารยาทต่างหากค่ะ!" 

แล้วทั้งห้องก็เงียบลง หมอนี่นิสัยคล้ายเนวี่นิดหน่อยแฮะ แต่ดูไม่รับแขกแบบแซนกัสโซ่มากกว่า เธอคิดก่อนจะแอบชำเลืองมองกลับไปอีกครั้ง ถึงจะหล่อก็เถอะ แต่นิสัยแบบนี้ไม่ไหวนะ ฉันได้สติแตกก่อนพอดี 

"ฉันชื่อ...." แล้วในที่สุดอีกฝ่ายก็เอ่ยปากออกมาท่ามกลางความเงียบ "ฉันชื่อ อเล---" 

พรวด! 

"เกิดอะไรขึ้น?!" 

ยังฟังได้ไม่ถนัดก็มีชายอีกสองคนวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมท่าทีตกอกตกใจ สงสัยจะเป็นเพราะเสียงกรีดร้องของอินน์ก่อนหน้านี้ ทำให้พวกเขามาที่นี่ 

"เอ๊ะ!" 

ถ้าจำไม่ผิดนั่นใช่มือขวาคนสนิทอะไรสักอย่างของพี่ชายอาจารย์ริครึเปล่า ก่อนหน้านี้ฉันจำได้ลางๆว่าเจอคนท่าทางน่าสงสัยอยู่ในห้องสมุดเลยแอบฟัง แล้วก็..... 

"เห้ย?!! โจรขโมยเอกสาร!" เธอโผลงออกไปพร้อมกับชี้ไปที่ชายผมสีแดงเพลิง 

"อุ๊บ! ย-ยังครับ ผมไม่ได้ขำ... คิก~" 

"ใช่แล้ว! ฉันจำได้ว่าเห็นพวกนายสามคนในห้องสมุดที่พวกอาจารย์จัดเอกสารกันไว้" อินน์ว่าพลางนึกย้อนไปก่อนที่เธอจะถูกลักพาตัวมาที่นี่ "ถึงจะไม่รู้ว่าเอกสารพวกนั้นมันสำคัญมากแค่ไหนก็เถอะ แต่ถ้าถึงขั้นลงทุนสับคัตเอาต์เพื่อแอบเข้าไป แถมยังลักพาตัวคนที่บังเอิญเดินผ่านไปเจอเข้าแบบนี้ แสดงว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่!" 

"เธอฉลาดด้วยแหละ~" 

"จี..." 

"พรีโม่ไม่ว่างคุยกับฉัน เพราะน้องชายหมอนั่นยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นอยู่ คงต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปก่อน" 

ใช่จริงๆ พี่ชายของอาจารย์อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ 

"อา... แบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเราต้องอยู่ดูแลเธอคนนี้น่ะสิ?" 

"......" 

"ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว..." 

ถามจริง? ทำไมต้องมองมาที่ฉันอย่างกับตัวปัญหาด้วยเนี่ย?! ตัวคนก่อปัญหาจริงๆคือพวกพี่ไม่ใช่หร๊อ?!!! 

"ฟังนะยัยหนู" จีสาวเท้าเข้ามาหาอินน์ที่นัั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวตรงข้ามกับชายอีกคนอย่างช้าๆ "ตอนนี้เธอมีหน้าที่เดียวคืออยู่เงียบๆ ไม่มีใครในนี้ต้องการทำร้ายเธอโดยที่ไม่จำเป็น..." 

"แต่ก็ลักพาตัวมาแล้ว" เธอเอ่ย 

"มารยาท..." ก่อนจะถูกอีกคนดุอีกรอบ 

"ดังนั้นถ้าฉันได้รายงานให้พรีโม่รู้เมื่อไหร่ เธอจะเหลือแค่สองตัวเลือก คือถูกลบความทรงจำ ไม่ก็ถูกฆ่าปิดปาก" 

"......" ไหงฉันถึงได้ซวยแบบนี้ล่ะเนี่ย 

"มันก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของพรีโม่เพราะเธอไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว ดังนั้นทำตัวดีๆซะ" 

โอ้มายก๊อดเลยสิจ๊ะ! ทำเป็นพูดว่ามีสองทางเลือก แต่ทางไหนมันก็แย่อยู่ดี แถมฉันยังเลือกเองไม่ได้ต่างหาก นี่ยังอุตส่าห์ใจดีมาบอกให้ฉันเสียวสันหลังเล่นๆอีก ต้องขอบคุณด้วยไหมเนี่ย?! 

"จะทางไหนมันก็แย่อยู่ดีนี่!" 

"เธอหมดสิทธิ์เลือกตั้งแต่มาเห็นพวกผมเข้าแล้วล่ะครับ~" ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกรอบประตูว่า 

"ถ้าอย่างนั้น..... ฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องทำตัวดีๆก็ได้นี่" เธอฉีกยิ้ม "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! ตาลุงวิตถารจะรุมโทรมช้านนนนนนนน!!!!!" 

ว่าแล้วเธอก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง จนชายอีกสามคนต้องรีบเอามือมาปิดหูแทบไม่ทัน 

"ยัยบ้า! อยากตายนักรึไง?!" 

"ตายช้าตายเร็วก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ สู้ขอล้างแค้นก่อนตายสักนิด จะได้ตายอย่างสบายใจก็ยังดี! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด" 

"โธ่เอ๊ย! ยัยตัวแสบ!" 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

"อินน์หายตัวไป?!!" 

เสียงคำรามลั่นของโคโรเนลดังขึ้นหลังจากได้ยินสาและอิ้งบอก พลันทั้งห้องก็เงียบลงต่างคนต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนที่จีอาจะพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ 

"ที่ว่าหายตัวไป.... อยู่ด้วยกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?" 

"ที่ห้องครัวค่ะ พอดีเหมือนว่าไฟในอาคารจะตัดไปเพราะพายุ อินน์เลยอาสาจะไปดูในห้องควบคุมให้ แล้วก็หายไปเลยค่ะ" อิ้งอธิบาย 

"แล้วได้ไปดูรอบๆรึยัง?" ดีโน่ถาม 

"พวกฉันเดินหาทุกห้องแล้ว แต่ไม่เจอเลย" สาตอบ 

"รึว่าจะไปหาแม่?" 

"ถ้าแบบนั้นคงต้องบอกใครสักคนไว้ก่อนออกไปสิคะ~" เนวี่และฟรานหันไปตอบรับกัน 

"งั้นฉันจะออกไปดูเอง" แอสควอว่าพลางสาวเท้าจะออกจากห้องแต่กลับถูกแซนกัสโซ่คว้าแขนไว้ก่อน 

".....ไม่ได้สั่งก็อย่าเสนอหน้า" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจจนแม้แต่คนที่ได้ยินยังรู้สึกหน้าเสีย "เบล..." 

"ชิชิชิ ไม่เอาอ่ะ เจ้าชายไม่อยากเปียก~ ให้ม้าพยศไปแทนแล้วกัน" 

"ห๊ะ?! อา....ฉันไปเองจะดีกว่านะ"  

ดีโน่ยิ้มแหยพลางหันไปมองเพื่อนรักที่เขาตงใจว่าจะพยายามไม่เข้าไปวอแวใกล้ๆสักพัก เพราะเรื่องระหว่างพวกเขาพึ่งจะเคลียร์กันไปได้ไม่นาน แถมนี่ก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะลองทำอะไรเพื่อเนวี่สักครั้ง 

"แต่ปล่อยให้มันไปคนเดียว เดี๋ยวก็ได้จมบ่อโคลนตายหรอก" แอสควอว่าก่อนจะมองไปทางเนวี่ "แกไปกับมันสิ" 

"....." เนวี่เหลือบตาไปมองดีโน่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

"ตามไปสิ" นัทว่าพลางฉีกยิ้มแซว 

ดีโน่จึงรีบวิ่งออกจากห้องพร้อมกับแซนกัสโซ่ที่ตาแทบจะปิด จีอาหันไปหาพวกที่มีแผลให้ไปพักกันก่อน อาร์มี่และฟรานโดนเบลลากออกไปห้องอาหารที่พวกสาจัดโต๊ะไว้ให้เรียบร้อยแล้ว 

"เอาน่า อย่าพึ่งคิดมาก บางทีหนูอินน์อาจจะไปเดินเล่นด้านนอกก็ได้" จีอาว่า 

"ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ พวกฉันก็อยากช่วยนะคะ" อิ้งหันไปพูดกับโคโรเนล 

"เพราะพวกฉันละเลยเอง มีอะไรก็อยากจะรับผิดชอบ...." 

"ฉันรู้ มันไม่ใช่ความรับผิดชอบอะไรของพวกเธอหรอก อินน์อาจจะอยู่ใกล้ๆนี่แหละ" โคโรเนลเอ่ยเสียงเรียบ 

"ฉันว่างตลอด มีอะไรให้ช่วยก็บอกล่ะ" แอสควอว่าพลางเดินออกไปจากห้องบ้าง 

"อา.... ใครจะไปกล้าใช้งานคนเจ็บล่ะนั่น" จีอาพูดหลังจากแอสควอเดินออกจากห้องไป... 

. 

. 

. 

. 

. 

แถบชายป่า 

ซ่าาาาา~ 

"เหมือนฝนจะตกหนักขึ้นนิดหน่อยนะ"  

ดีโน่พูดขึ้นพร้อมกับรีบสาวเท้าไปให้ทันคนตัวเล็กที่ก้าวไม่รอคนถือร่มเลย ท่ามกลางพื้นดินโคลนที่ชื้นแฉะ กับสายฝนที่เหมือนจะหนักขึ้นเรื่อยๆด้วย 

"พวกเธอมายืนทำอะไรกันกลางฝน เข้ามาตรงนี้ก่อนสิ" เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายสูงอายุที่ยืนอยู่ใต้ร่มในเต๊นท์ผ้าใบหลังหนึ่งที่มีทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่อีกเกือบยี่สิบชีวิต 

"อ้าว! เนวี่?"  

"แม่!" เสียงของลิสาเรียกลูกสาวให้เข้าไปหา "แม่คะ เห็นพี่บ้างไหม?" 

"ไม่เลยลูก มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า?" 

"พี่หายตัวไปค่ะ...." เนวี่ตอบเสียงเบา 

"อืม..." ลิสาหันไปมองชายชราคนเดิมก่อนจะหันมาตอบลูกสาว "แถวๆป่ารอบๆนี้ไม่มีใครหลงเข้ามาเลยนะ มีแค่พวกลูกสองคนนี่แหละ" 

"หรอ....คะ......" เนวี่ขมวดคิ้วหน้าซีดด้วยความรู้สึกอึดอัดแปลกๆ 

"รีบกลับออกไปเถอะ ที่นี่อยู่ใกล้เนินเขา ดินโคลนจะถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อย่ามาแถวนี้" ชายชราเอ่ยเสียงพร่า 

"แล้วหมอกล่ะคะแม่?" เนวี่พยักหน้ารับคำเตือนจากชายชรา ก่อนจะหันไปถามลิิสา 

"หมอกเค้ากำลังตามพวกแม่มาน่ะ หรือไม่กก็อาจจะ..." 

"เนวี่! รีบไปกันเถอะฝนเริ่มแรงขึ้นแล้วนะ" ดีโน่ตะโกนแข่งกับเสียงฝนมาทางเธอ 

แล้วใครใช้ให้ไปยืนกางร่มอยู่กลางฝนล่ะ?! เนวี่ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นัก 

"ไปซะลูก ไปตามหาพี่เค้าให้เจอ แม่ฝากที่เหลือด้วย" 

"คะ?" 

"เนวี่! ทำอะไรอยู่?" ดีโน่รีบสาวเท้าเข้ามากางร่มให้เธอ 

"ไปกันเธอ แม่บอกว่าพี่ไม่ได้อยู่แถวนี้" 

"ห๊ะ? อืม...." 

. 

. 

. 

. 

. 

ในอาคารที่พัก 

ก๊อก! ก๊อก! 

"บอส ฉันเข้าไปนะ" เสียงขออนุญาตจากด้านนอกห้องดังขึ้นเนือยๆ พร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดออกไม่รอคำตอบจากเจ้าของห้อง 

แกร๊ก~ 

"......"  

อากาศแบบนี้ยังจะถอดเสื้อนอนอยู่อีก แอสควอคิดก่อนจะวางถาดสำรับอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียง ผมยุ่งหมดแล้ว.... ทำไมไม่ตัดสักทีนะ เธอขยับเข้าไปลูบผมเจ้าของห้อง 

"?!!!" 

ฟึ่บ! 

".....อ-" 

"นอน" 

"งั้นฉันจะกลับไ-" 

"ฉันบอกให้นอนที่นี่ กับฉัน" 

ไอ้นี่..! แอสควอแอบถลึงตาใส่อีกฝ่าย ที่เอาแต่สั่งอย่างเดียว แถมยังกดหัวเธอเข้าซุกแผงอกหนาของตัวเองหน้าตาเฉย แอสควอไม่แม้แต่จะขัดขืน เพราะบังเอิญอยู่ในท่าที่นอนสบายซะนี่ แถมยังเพลียมาทั้งวันแล้ว ถือว่าทำตามที่มันสั่งก็แล้วกัน 

"ราตรีสวัสดิ์ แซนซัส" 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

ติ๊ก~ ต๊อก~ ติ๊ก~ ต๊อก~ 

เสียงนาฬิกาดังขึ้นท่ามกลางห้องรับรองที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงฝนจากภายนอกที่ท้องฟ้าเปลี่ยนกลายเป็นสีส้มจางๆ หน้าต่างด้านนอกถูกเกาะด้วยหยดน้ำฝนที่กระเด็นเข้ามา ถึงท้องฟ้าจะดูโปร่งกว่าเมื่อเช้า แต่ว่าฝนก็ยังคงตกอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดซักนิด 

จีอามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดงกลืนไปกับสีผมของเธอ กระจกหน้าต่างเย็นเฉียบถูกวางทาบด้วยฝ่ามือนุ่มนิ่ม เธอหันกลับมามองอีกคนที่นั่งอมทุกข์อยู่บนโซฟา 

ทั้งห้องมีเพียงแค่โคโรเนลและจีอาอยู่เพียงสองคน เพราะคนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปทำอย่างอื่นกันหมด 

"จารย์ริคจะกลับมาเมื่อไหร่?" โคโรเนลถาม 

"ไม่รู้เหมือนกัน..." จีอาตอบ พลางมองไปยังโคโรเนลที่ยังคงนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่เหมือนเดิม... รึเปล่า? "นี่! จะไปไหนน่ะ?" 

"ก็ไปตามหาอินน์น่ะสิ..." เขาผุดลุกขึ้นพร้อมตรงปรี่ไปยังประตูห้อง 

"เดี๋ยวก่อน! ไปไม่ได้นะ! ถ้านายไม่อยู่แสตนบายที่นี่ก็แย่น่ะสิ" 

"มันไม่จำเป็นต้อ----" 

"นายก็รู้ว่าคนที่เหลือต้องพัก ที่นี่เลยมีแค่นายที่พอจะอยู่รอเผื่อหนูอินน์กลับมา อีกอย่างลำพังแค่คนของเราเองก็มีไม่มาก จะให้ทุกคนไปตามหาอินน์กันหมดก็แย่สิ นายเข้าใจใช่ไหม?" 

"แต่...อินน์....." 

"ฉันรู้ว่าหนูอินน์สำคัญกับนาย แต่ช่วยวางใจให้หนูเนวี่ออกไปตามหากันเองเถอะ" 

"...." 

แกร๊ก~ 

เสียงประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมทั้งสายตาของทั้งคู่ที่เบนไปทางต้นเสียงทันที ในใจนึกมีความหวังว่าคนที่เปิดเข้ามาจะเป็นคนที่หายไป... 

"ทำอะไรกัน?" ริคเอ่ยถามเสียงเรียบเมื่อเห็นคนในห้องมายืนขวางหน้าประตูและหันมาจ้องเข้าด้วยสายตาแปลกๆ 

"จารย์เองหรอ...."โคโรเนลว่าด้วยน้ำเสียงสลดเล็กน้อย 

"ริค! มาได้สักที พวกเรากำลังมีปัญหา--" 

"อย่าพึ่ง ตอนนี้ฉันก็มีเรื่องสำคัญจะบอกเหมือนกัน อินน์กับเนวี่อยู่ที่ไหน?" ริคเอ่ยเข้าประเด็นโดยที่ไม่สนใจสีหน้าของอีกทั้งสองคนเท่าไหร่ 

"นั่นแหละปัญหา! อินน์หายตัวไป แล้วตอนนี้พวกเนวี่กำลังออกไปตามหากันอยู่" จีอาบอกกับริค 

"หา...?" เขาขมวดคิ้วมุ่น 

"แล้วจารย์มีเรื่องอะไร?" โคโรเนลถามบ้าง 

"มีเหตุดินสไลด์อยู่ใกล้กับบริเวณที่เด็กๆในค่ายไปเล่นกัน ตอนนี้มีคนโดนดินถล่มทับอยุ่หาไม่เจอหลายสิบคน หนึ่งในนั้นเป็มแม่ของสองคนนั้นด้วย" 

"?!!" 

"แล้วหมอกล่ะ?!" 

"หมอนั่นก็หายสาบสูญ ไม่รู้ชะตากรรมเหมือนกัน" 

. 

. 

. 

. 

. 

"อื้อ! อื้อๆๆ" 

"ขนาดจับมัดไว้ยังไม่วายที่จะดิ้นอีกนะครับ" 

"ปวดหูชะมัด ให้อยู่สบายๆไม่ชอบ" 

หลังจากที่โดนจับมัดมือมัดเท้าปิดปากเสียเรียบร้อย อินน์ก็หมดโอกาสที่จะร้องโวยวาย ชิ! อย่าให้หลุดไปได้นะ แม่จะต่อยให้สลบรายตัวเลยคอยดู 

"เอาไงต่อล่ะครับ~ คุณหัวหน้า" 

"พวกนายก็เฝ้าต่อไปสิ ฉันจะไปรายงานพรีโม่ใหม่อีกรอบ ไว้มีอะไรคืบหน้าจะมาบอกแล้วกัน" จีทำท่าจะเดินออกจากห้องไปอีกครั้ง "แล้วถ้าไอ้พวกที่เหลือมาเจอเข้าก็ตอบดีๆด้วย โดยเฉพาะแก อย่าไปปั่นพวกมันไม่เข้าเรื่อง เข้าใจไหม" 

"ครับๆ สั่งเก่งจริงๆเลยเนอะ~" ชายคนที่ถูกดุปนสั่งหันไปพูดกับชายอีกคนที่ค่อนข้างจะพูดน้อย แต่ก็ดุเก่งยิ่งกว่าแม่ฉันอีก! 

"จะไปไหนก็ไป เพราะยังไงคุณคงไม่คิดจะอยู่เฝ้าด้วยอยู่แล้ว" 

"ฉลาดนี่คุณตำรวจ งั้นคงต้องขออนุญาตคุณหัวหน้า เพื่อแวะไปหาคนรักสักหน่อยนะครับ บาย~" 

"เฮ้ย?! เดี๋ยวก่อน! ไอ้บ้านี่ ฝากนายแทนแล้วกัน ฉันต้องไปแล้ว" 

"...." 

พวกเขาพูดคุยกันไม่สนใจฉันอยู่ครู่หนึ่ง จนกลับมาเหลือแค่ฉันกับชายคนเดิม... เห็นเพื่อนของเขาเรียกเขาว่าคุณตำรวจด้วยนี่ อินน์จ้องไปทางอีกฝ่ายอย่างพิจารณา ดูเขาไม่น่าจะใช่คนญี่ปุ่นด้วยสิ ทั้งผมสีบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้าเข้ม แต่โครงหน้าก็ไม่ได้ฝรั่งจ้าขนาดนั้น ออกจะดูจิ้มลิ้มมากสำหรับผู้ชายด้วยกันมากกว่า หมอนี่แอบคล้ายเนวี่อยู่เหมือนกันแฮะ ทั้งแววตาเย็นชา กับสีหน้าดูหยิ่งๆแบบนั้น... 

"มีปัญหาอะไรกับหน้าฉันรึเปล่า" เขาเอ่ยเสียงเย็น 

"!" อินน์สะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกจับได้ ก่อนจะเริ่มทำเสียงอู้อี้เพราะถูกเทปกาวปิดปากไว้ 

"อ๋อ... เสียใจด้วย ฉันไม่คิดจะเอามันออกให้หรอก จะทำอะไรก็เชิญ" 

หน็อย...! ไม่คิดจะหลงกลเลย แถมยังทิ้งระยะห่างไว้อีก อะไรจะรอบคอบขนาดนั้น! แล้วทำไมตอนไปขโมยเอกสารถึงไม่ทำให้มันเนียนๆล่ะ ถ้าพวกคุณพี่รอบคอบกว่านี้ฉันคงไม่เดินไปเจอจนโดนจับมามัดเป็นแหนมแบบนี้หรอก! อินน์ถลึงตาใส่อีกฝ่ายแทนคำพูด ก่อนจะพลิกตัวหันหน้าหนีไปทางพนักพิงโซฟา 

ป่านนี้พวกโคโรเนลต้องเป็นห่วงมากแน่เลย ทั้งเนวี่ทั้งแม่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกันอยู่.... ไม่ต้องเป็นห่วงนะ อีกสักพักฉันจะหาทางหนีออกไปให้ได้!! 

ฟึ่บ~ 

"..?!" 

จู่ๆอินน์ก็รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆ จึงหันไปมอง พี่ตำรวจ?! ถอดเสื้อมาคลุมขาให้ฉัน?!! โอ้โหพ่อเทพบุตร บทจะใจดีก็มาเงียบๆแบบนี้เลย! ถ้าไม่ได้ถูกมัดอยู่ได้เผลอเตะไปแล้วนะ 

"...." 

อะไรยะ! มีอะไรติดหน้าฉันอยู่รึไง ทำมาเป็นจ้อง ทีฉันล่ะมาดุ ไอ้คนสองมาตรฐาน!!! อยากหลุดออกไปได้เร็วๆแล้วเนี่ย! 

"เธอหน้าคล้ายคนที่ฉันรู้จักนิดหน่อยน่ะ ขอโทษที่เสียมารยาท" เขาพูดก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเหมือนเดิม 

"???" อย่าเห็นฉันหน้าเหมือนแฟนเก่าแล้วนึกแค้นเอามีดมาปาดคอกันเชียวนะ! 

ไม่สิ! แววตาแบบนั้นไม่น่าใช่ความแค้นนะ แต่มันดูเศร้ามากกว่า.... ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องมองว่าพีี่แกหน้าคล้ายเนวี่ด้วยเนี่ย! ปวดหัวจังเว้ย!! 

"...." 

แถมพี่แกก็ไม่คิดจะพูดอะไรเลยด้วย! คิดจะปล่อยให้เวลามันผ่านไปง่ายๆแบบนี้เลยหรอ?! 

"...." 

ได้! งั้นฉันก็จะคิดหาทางหนีเหมือนกัน!!! 

. 

. 

. 

. 

. 

กี่โมงแล้วเนี่ย.... หวังว่าจะไม่ได้หลับนานจนมืดค่ำแล้วนะ แอสควอหันไปมองนอกหน้าต่างที่มืดสนิท มีเพียงแสงจากเสาไฟด้านนอกคอยให้ความสว่าง ให้ตายสิป่านนี้แล้วหรอเนี่ย แล้วไม่มีใครเข้ามาปลุกบ้างเลยรึไง 

"...." 

ขยับไปไหนไม่ได้.... ไอ้บอสเวรนี่มันดันมานอนทับกันไว้ซะครึ่งตัวเลยด้วย! ที่ตื่นขึ้นมาก็เพราะอึดอักแกนี่แหละ! 

"หนักโว้ย จะนอนไปถึงไหนวะ" 

เอกสารก็ยังเหลืออีกครึ่งนึงที่ยังสรุปไม่เสร็จ หวังว่าพวกไอ้เบลมันจะผีเข้าคิดไปทำต่อให้อยู่นะ ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้เลยก็เถอะ.... 

"....." 

ให้ตายสิ นอกจากจะมานอนทับกันแล้วยังจะมาหายใจรดหูคนอื่นเขาอีกนะไอ้บ้า คนอะไรขนาดหลับแล้วยังเอาแต่ใจได้อีกวะ! แอสควอหันไปมองหน้าคนที่ยังนอนหลับทับตัวเองไว้ไม่ให้แอบลุกไปไหน  

ฟึ่บ~ 

"...." 

บางทีมันอาจจะเหนื่อยก็ได้มั้ง ผ่ามือเรียวยกขึ้นลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆแทนการกล่อม หวังว่ามือข้างนี้จะอุ่นพอให้แกฝันดีนะ.... 

"อยากเปลี่ยนผ้าพันแผลจัง..... นอนต่ออีกหน่อยแผลจะหายเร็วแบบที่ไอ้คุณสีขาวบอกไหมนะ" 

ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเรื่องอื่นก่อนดีกว่า... เริ่มง่วงขึ้นมาอีกรอบแล้วด้วย 

"ไว้ค่อยลุกไปทำงานต่อพรุ่งนี้แล้วกัน..." 

แล้วร่างบางก็ผล็อยหลับไป สักพักใหญ่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว คนที่นอนทับอีกฝ่ายไว้อยู่ก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะชันตัวลุกขึ้นช้าๆเพราะไม่อยากให้คนที่หลับไปแล้วรู้สึกตัวตื่น 

"แกจะแอบดูอีกนานไหมเบล" เขากดเสียงต่ำพลางหันไปทางประตูห้องที่ค่อยๆถูกแง้มออกเมื่อถูกจับได้ 

"ชิชิชิ ไม่เคยเล่นซ่อนหาชนะบอสเลย~" เบลว่าด้วยน้ำเสียงใส 

"มีอะไร" อีกฝ่ายถามกลับห้วนๆ ก่อนจะยกผ้าห่มขึ้นคลุมให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียง 

"เจ้าชายเคลียร์ห้องสมุดให้อย่างที่บอสบอกแล้วนะ~ ตอนนี้ยัยกบกำลังพักหลังจากใช้พลังมากไปอยู่" 

"แล้วพวกมันเป็นใคร" แซนกัสโซ่ชันตัวลุกขึ้นจากเตียงและค่อยๆก้าวตรงไปทางประตูห้อง 

"จะใครซะอีกล่ะ~ ก็พวกไอ้หัวแดงนั่นไงแถมที่อินน์หายไปเพราะบังเอิญไปเห็นพวกนั้นเข้าพอดีน่ะสิ~" 

"....." 

"ชิชิชิชิชิ ดีนะที่บอสรอบคอบ แถมมียัยกบก็เหมือนมีกล้องCCTV" 

"พาฉันไปที่นั่นเร็วๆ" 

แล้วประตูห้องก็ถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งให้เหลือเพียงทั้งห้องที่เงียบสนิท 

 

"พวกมันลืมไปรึไงว่าฉันเองก็เป็นนักฆ่า..." แอสควอค่อยๆชันตัวลุกขึ้น "ใครจะไปหลับตอนมีคนคุยกันอยู่ในห้องได้ลงวะ" 

เธอตรงปรี่เข้าไปหยิบอาวุธคู่ใจมาไว้ ก่อนจะค่อยๆย่องออกไปทางประตู อินน์โดนจับไปจริงๆด้วย... ต้องไปพาตัวมา 

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ 

เธอเดินตามหาคนที่มีประโยชน์ที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ ก่อนจะเจออีกฝ่ายอยู่กับคนที่เธอไม่ไว้ใจมากๆ 

"...เข้าห้องผู้ชายแบบนี้มันไม่ดีนะ" 

"ฉันจะมารับหมอนั่น" แอสควอเอ่ยเสียงเรียบอย่างคนไม่ค่อยอยากจะเสวนาด้วย 

"เอาไปเลย ฉันก็รำคาญที่หมอนี่สำำรอกครวญครางตลอดเวลาอยู่พอดี" เติร์ดโบกมือไล่แมนที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องอย่างไม่แยแสอะไร 

"ตามฉันมา..." แอสควอเรียกแมนให้ตามออกไปปละปิดประตูห้องโดยไม่สนใจจะหันกลับเข้าไปอีก 

"เป็นผูู้หญิงที่ไม่น่ารักเอาซะเลยนะ" 

เขาเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังโทรศัพท์ที่ตั้งไว้อยู่ข้างหัวเตียง พร้อมกดหมายเลขบางอย่าง ก่อนที่ปลายสายจะรับขึ้น 

[คุณเองหรอ?] 

"ครับ เหมือนว่าคนของคุณจะเอาตัวแฟนผมไปสินะครับ" 

[คุณพูดเรื่องอะไร?] 

"เสียงดังแบบนี้แสดงว่ายังยุ่งอยู่จนลูกน้องหาช่วงเข้าไปคุยไม่ได้สินะครับ" 

[มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่ รีบพูดมาดีกว่า] 

"อย่าพึ่งอารมณ์ไม่ดีสิครับ เราตกลงผลประโยชน์กันไว้แล้วนะ" 

[.....เข้าเรื่องสักที] 

"ครับๆ เหมือนว่าที่คุณวางแผนไว้จะพลาดนิดหน่อยทำให้แฟนของผมไปเห็นเข้าเลยโดนลูกน้องคุณพาตัวไปด้วยกันกับพวกเขานะ แล้วตอนนี้คนที่คุณต้องการกำลังออกไปตามหาเธออยู่" 

[หมายความว่า....] 

"ผู้หญิงที่ทำลายความสัมพันธ์พี่น้องของคุณ กำลังค่อยๆเดินหลงเข้าไปในรังของคุณแล้ว" 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

รองั้นหรอ.... ใครมันจะไปนั่งเฉยๆได้ โคโรเนลเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง หลังจากถูกพวกริคลากมาส่งให้นอนพักก่อน เพื่อรอให้พวกเขาคิดแผนการนั่นนี่จนเรียบร้อย 

"ขืนรอจนถึงตอนนั้น ไม่รู้ว่าอินน์จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างน่ะสิ" เขาสะพายเป้ของตัวเองขึ้นบ่า ก่อนจะปิดประตูห้องอย่างเงียบเชียบ 

"ทำอะไรลับๆล่อน่ะคะ..." 

"เฮ้----?! ฟราน!" โคโรเนลเอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆก็มีคนโผล่มาจากด้านหลังประตู ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เช็คดูแล้วแท้ๆ 

"ถ้าคิดจะไปช่วยพี่อินโนเซ้นท์คนนั้นคงต้องห้ามไม่ให้ไปสักหน่อยแล้วค่ะ ถึงสุดท้ายจะห้ามไม่ได้อยู่ดีก็เถอะ" 

"รู้ตัวอยู่แล้วก็เงียบๆไว้แล้วกัน ถ้ามีใครถามก็บอกว่าแันหลับไปแล้วก็ได้" 

".....meแค่จะมาบอกว่า เจ้ผมยาวเองก็กำลังจะออกไปเหมือนกัน แถมเหมือนจะเดาถูกด้วยว่าพี่อินน์อยู่ที่ไหน" 

"งั้นหรอ?! ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไปกับฉันด้วยเลยแล้วกัน" ว่าแล้วเขาก็หิ้วตัวฟรานขึ้น 

"เดี๋ย---?! Meอยากจะบ้าตาย...." 

ฟรานรู้ตัวดีว่าสู้แรงไม่ได้จึงไม่คิดจะดิ้น ดีซะอีกที่ไม่ต้องเดินเองให้เจ็บขา ถึงจะเหนื่อยอยู่บ้างแต่พอมีคนคอยเป็นแขนเป็นขาให้แบบนี้ก็ช่วยได้มาก แถมเธอก็ไม่อยากนอนอยู่ในห้องของรุ่นพี่โรคจิตสักเท่าไหร่ 

ใครจะไปคิดล่ะว่าพอตื่นมาก็เจอมีดเป็นพันๆเล่มวางอยู่เต็มพื้นรอบห้อง แถมบางอันก็มีลวดห้อยระโยงระยางอยู่เต็มห้อง คนโรคจิตนี่มันยังไงกัน แฟชั่นการตกแต่งห้องให้เต็มสิบความอันตรายเลย กว่าจะออกมาได้ มีดมันก็แกว่งไปแกว่งมาจนเกือบได้แผลมาแล้วไง 

ตึก~ ตึก~ ตึก~  

"แฮร่~" 

"อย่าเสียงดังนะโว้ย ไอ้หน้าเขียวนี่" 

"Meว่าที่เสียงดังน่ะ เจ้ผมยาวมากกว่านะคะ~" 

"จริงหรอ....?!!!!" 

แอสควอหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะสะดุ้งตกใจซะยกใหญ่ แต่ก็ยังดีที่ห้ามตัวเองไม่ให้แหกปากร้องออกมาได้ 

"พวกแก!! มาทำบ้าอะไรแถวนี้เนี่ย?!" เธอหันไปถามทั้งสองพร้อมกับลดระดับเสียงลง 

"แกรู้แล้วใช่ไหมว่าอินน์อยู่ที่ไหน?!" โคเรเนลชิงถามขึ้นมาแทนคำตอบ 

"ก็ไม่เชิง รู้แค่โดนพาตัวไป แต่น่าจะอยู่ที่ฐานทัพใต้ดินนั่นแหละ...." แอสควอตอบ ก่อนจะหันไปมองฟราน "แกรู้ดีกว่าฉันอีกไม่ใช่รึไง แล้วทำไมไม่ไปนอนพักก่อนล่ะวะ" 

"มีmeไปด้วยจะได้เจอเร็วกว่านี่คะ~ แบบนี้ไม่ดีหรอ" 

"เออ... อยากทำอะไรก็ทำ" แอสควอบอกปัด 

โคโรเนลจึงหันไปส่งตัวฟรานให้แมนเป็นคนอุ้ม ห่อนที่พวกเขาจะค่อยๆพากันย่องออกมาจากอาคารที่พักเข้าไปในฐานทัพใต้ดิน...  

 

ถึงพวกเขากับพวกจีอ๊อตโต้จะเป็นคนจากแก๊งค์เดียวกันก็เถอะ.... แต่เพราะหัวหน้าแก๊งค์มีลูกชายสามคน ทำให้ภายในถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆอย่างชัดเจน ถึงแม้คนของจีอ๊อตโต้จะมีมากกว่าในฐานทัพนี้ แต่ไม่ใช่ว่าคนของพวกริคหรือแซนกัสโซ่จะไม่มีเลย ซึ่งไม่แปลกที่ทำไมแอสควอถึงต้องคีพลุคแอ๊ปแมนอยู่ตลอดที่อยู่ที่นี่ 

แถมว่าที่หัวหน้าแก๊งค์ยังมีเพิ่มขึ้นมาอีกคนคือเด็กม.ปลายที่มีเชื้อสายของหัวหน้าแก๊งค์รุ่นแรก ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาแทนที่คนที่ไม่มีสายเลือดอย่างแซนกัสโซ่.... แต่มีหรือที่พ่อคนหัวร้อนจะยอม 

เพราะคนของแซนกัสโซ่ที่มีเพียงหยิบมือเมื่อเทียบกับคนของพี่ๆ แต่ประสบการณ์และระดับการทำงานต่างจากพวกลูกน้องทั่วไปพวกริคหรือจีอ๊อตโต้ จนได้ชื่อว่าเป็นหน่วยลอบสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดในแก๊งค์..... 

แล้วโคโรเนลล่ะ? เขาเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับแก๊งค์มาเฟีย ถึงจะบอกว่าไม่เกี่ยวในฐานะทหาร แต่ก็เกี่ยวเต็มๆเพราะเป็นคนของมือขวาของหัวหน้าแก๊งค์คนปัจจุบัน หรือก็คือพ่อของพวกริค ถึงจะไม่มีตำแหน่งอะไรในแก๊งค์ แต่ก็ได้รับอภิสิทธิ์พอๆกับมือขวาของหัวหน้าแก๊งค์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รองมาจากลูกชายหัวหน้าแก๊งค์ ถือว่าค่อนข้างมีหน้ามีตาพอสมควร 

"ฉันคิดว่าไอ้เจ้าลูกชายคนโตของตาลุงรุ่นที่เก้า ดูท่าจะใกล้หมดความอดทนแล้ว" โคโรเนลว่า "ช่วงนี้ดูเหมือนปัญหามันจะรายล้อมบีบบังคับจนหมอนั่นเริ่มหัวปั่นจะแทบระเบิด แกเองก็ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี" 

"ฉันรู้ แต่คนที่ยั่วขึ้นง่ายน่ะแซนซัสต่างหาก" แอสควอเอ่ยเสียงเรียบพร้อมทั้งค่อยๆแทรกตัวเข้าไปหลบหลังกำแพงอย่างแนบเนียน ทิ้งให้แมนเดินนำทางพวกเขาไปพร้อมกับฟราน  

"นี่แกเอาหมอนั่นมาเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย?! เดินดมกลิ่นตามหาอินน์เนี่ยนะ" โคโรเนลทำหน้ายิ้มเจื่อนมองแทนที่ทำท่าดมกลิ่นตามหาตัวอินน์ตามทางเดิน 

"เหมือนยัยนั่นจะมีกลิ่นเฉพาะของพวกที่มีพลังแปลกๆอยู่น่ะ พาหมอนี่มาด้วยก็สะดวกดี" 

"ยัยนี่... เห็นไอ้แมนเป็นหมาถึงขึ้นกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ" 

ถ้าหมอนั่นฟังรู้เรื่องคงอยากตะโกนใส่ว่า ฉันไม่ใช่หมาโว้ยยย ตอบกลับแหง แต่พอมีความสามารถแบบนี้ก้ช่วยได้เยอะกว่ามนุษย์ทั่วไปล่ะนะ ถึงจะยุ่งยากนิดหน่อยก็เถอะ 

"เฮ้! รีบตามมาเร็วเข้า อย่าคลาดกันเชียว" แอสควอหันมาส่งซิกให้โคโนเนลที่เดินรั้งท้าย 

"รู้แล้วๆ" เขาตอบอย่างขอไปทีกับคนขี้โวยวายตรงหน้า ก็เสียงแกไม่ได้เบาอย่างที่แกเข้าใจน่ะสิ! 

"แฮร่~" 

"เจออะไรบ้างแล้วหรอ?" 

"เปล่าค่ะ... แต่ข้างหน้าเป็นลิฟท์" 

ฟรานชี้ไปตรงหน้าที่แมนยืนแบกเธออยู่ ประตูลิฟท์ขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าพวกเขา แอสควอหันไปมองหน้าโคโรเนลที่มุ่นคิ้วอย่างคิดหนัก 

"เราต้องลงลิฟท์ และเปิดทุกชั้นให้ไอ้หมอนั่นมันดมกลิ่นใช่ไหม?" แอสควอว่า 

"คงงั้นมั้ง.... ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีวิธีอื่น" 

ติ๊ง~! 

ไม่รอช้าแอสควอก็กดเรียกลิฟท์มาทันทีอย่างไม่คิดอะไร ผิดกับโคโรเนลที่รีบคว้าแขนเธอและแมนที่อยู่ใกล้ๆให้หลบไปซ่อนอยู่หลังแผ่นไม้ที่วางอยู่ข้างประตูลิฟท์ 

"ยัยบ้า จะกดทำไมไม่ปรึกษากันก่อนเล่า?!" 

"ก็แกบอกไม่มีวิธีอื่นนี่หว่า ชักช้าเดี๋ยวก็หาไม่เจอหรอก!" 

ติ๊ง~! ครืด~ 

เสียงลิฟท์ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับประตูที่ค่อยๆเลื่อนเปิดออก โคโรเนลค่อยๆชะโงกหน้าออกมาดูอย่างระแวงอยู่หน่อยๆ 

"ไม่มีใคร ทางสะดวก...เฮ้ย!" เขาหันกลับมาบอกแอสควอ แต่เธอดันเดินเข้าไปในลิฟท์พร้อมกับแมนและฟรานก่อนแล้ว 

"ชักช้าจริง ถ้าไม่รีบพวกฉันจะทิ้งแกไว้ที่นี่แล้วนะ" 

เจ้าตัวเอ็ด โคโรเนลรีบออกมาจากที่ซ่อนเข้าไปในลิฟท์ตามไปอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ทำไมพวกนี้ถึงได้ไม่รอบคอบแบบนี้เนี่ย แบบนี้ก็เหมือนฉันต้องลำบากมาคอยระวังให้พวกมันน่ะสิ! เขาคิด ถึงจะไม่ค่อยรู้ว่าพวกนี้มันทำงายกันยังไง แต่นักฆ่าเขาชิวกันขนาดนี้เลยเหรอวะ 

รู้งี้ไม่เป็นทหารมันหรอก! 

"หลบมุมเร็ว!" 

เสียงของฟรานดังขึ้นดึงให้เขาหลุดจากภวังค์ ก่อนจะรีบขยับเข้าไปยืนหลบอยู่ที่มุมที่ประตูลิฟท์ ต่างคนต่างพยายามทำตัวให้ลีบที่สุด จนกระทั่งประตูลิฟท์เปิดออกได้สักระยะหนึ่ง พวกเขาจึงค่อยๆชะโงกหน้าออกมาดู 

"ใช่ชั้นนี้รึเปล่า?" 

"ฮื่ม..." 

แมนส่ายหัวราวกับเข้าใจที่แอสควอถาม ฟรานจึงเอื้อมมือไปกดปุ่มปิดลิฟท์พร้อมกับลงลึกไปอีกชั้น ... 

แสดงว่า....ฉันต้องมาคอยลุ้นว่าจะมีคนเข้ามารึเปล่าทุกชั้นเลยหรอ?!!! 

. 

. 

. 

. 

. 

ทางด้านห้องสมุด 

พั่บ~ 

เสียงกระดาษถูกสลับเปลี่ยนแผ่นดังขึ้นภายในห้องที่เงียบสนิท แซนกัสโซ่นั่งจัดการกับเอกสารต่อจนเสร็จไปหลายส่วน ห่างไปไม่ไกลเป็นเบลที่คอยช่วยตรวจความเรียบร้อยและจัดหมวดหมู่เอกสารเหล่านั้น 

"ชิชิชิ แล้วบอสจะเอายังไงกับคนที่มาค้นเอกสารล่ะ~" เบลถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ 

"...." แซนกัสโซ่เหลือบขึ้นไปมองอีกฝ่าบที่ยังคงจดจ้องอยู่กับงานส่วนของตน "ไม่มีหลักฐาน" 

"แต่ก็ดีที่มียัยกบคอยระวังให้ถูกมะ~ ถ้าไม่ได้สลับเอาเอกสารอื่นมาบังหน้าป่านนี้คงโดนล้วงแผนการไปหมดแล้ว~" 

"...." 

"ถึงบอสจะเป็นคนสั่งก็เถอะ แต่ให้รางวัลยัยกบด้วยนะ ชิชิชิ" 

"ฉันยกเรื่องนั้นให้แกจัดการแล้วกัน คนของใครก็จััดการเอง" แซนกัสโซ่ตอบปัดอย่างไม่คิดจะสนใจมากนัก 

"ชิชิชิชิ บอสพูดถูกใจเจ้าชายอย่างแรงเลย~" เบลยิ้มแป้น 

ใช่แล้ว แซนกัสโซ่อ่านเกมออกตั้งแต่แรกที่มีคนมาตามให้พวกเขาออกไปบริเวณที่พบศพกันจนหมด ไม่มีใครอยู่ในอาคารที่พักสักคน เขาจึงสั่งให้เบลและฟรานช่วยกันจัดการสลับเนื้อหาเอกสารกันไว้ และให้ฟรานคอยจัดการเฝ้าดูห้องสมุดไว้ตลอดเวลาทั้งๆที่เจ้าตัวก็ออกไปพร้อมๆกันกับพวกเขาด้วย ส่วนเรื่องวิธีการของเธอที่สามารถอยู่ในที่ที่ต่างกันในเวลาเดียวกันนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่เธอค่อนข้างถนัด 

ถึงมันจะกินแรงพอสมควรก็เถอะ.... 

 

แกร๊ก~ 

ปากกาด้ามพอดีมือถูกวางลงหลังจากกองเอกสารที่สุมอยู่รอบตัวถูกคัดแยกสรุปออกมาเหลือเพียงเอกสารไม่กี่เล่ม นิ้วเรียวยาวค่อยๆกรีดมีดทำมือของตนออกพร้อมร้อยลวดเส้นเล็กๆผ่านรูตรงปลายด้าม ก่อนที่มีดทั้งหมดจะถูกเก็บหายเข้าไปในเสื้อยืดแขนยาวตัวใหญ่ของเจ้าตัว ส่งเสียงแปลกๆออกมาเบาๆเมื่อเส้นลวดคมกริบบาดเข้ากับรูในมีดสีเงินวาว 

"หนวกหู.... หมดหน้าที่แล้วก็ไสหัวไปนอนกอดไอ้กบสวะไป" แซนกัสโซ่ไล่คนที่นั่งหัวเราะคิกคักแข่งกับเสียงมีด 

"รอให้ไล่อยู่เลย~ เจ้าชายไปล่ะ~" เบลดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา พร้อมทั้งรีบมุ่งไปทางประตูห้อง 

 

ปึง! 

"พวกแกเห็นไอ้พันเอกรึเปล่า" ริคเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา 

"ชิชิชิ ไม่...." เบลตอบเสียงเข้มพลางเอามือลูบหัวตัวเองปอยๆ 

"งั้นหรอ เหมือนพวกมันจะหายตัวไปเพิ่มอีก" ริคทำหน้าครุ่นคิด 

"พวกมัน? หมายความว่ายั--" 

"ยังไม่ขอโทษเจ้าชายอีก อูยยย~ คิดว่าตัวเองมือเบานักรึไง" เบลบ่นอุบอิบ เพราะหัวดันไปโขกเข้ากับประตูห้องสมุดอย่างแรงจนน้ำตาเล็ด 

"แล้วใครสั่งให้แกมายืนใกล้ประตูล่ะวะ" ริคบอกปัดอย่างไม่ใยดี แหงล่ะ ก็ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่านี่นา 

"ชิ!" 

"พูดต่อสักทีไอ้สวะ ใครหายหัวไปอีก" แซนกัสโซ่ถามย้ำอย่างสนอกสนใจ ไม่ใช่ว่าเป็นห่วงคนอื่นหรอก แต่ช่วงนี้แค่รู้สึกใจคอไม่ดีมาตั้งแต่หัววันแล้ว 

"พอสควอโล่ไม่ได้อยู่ในระยะสายตาก็เลยกังวลสินะ" ริคกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นน้องชายขมวดคิ้วพร้อมจ้องเขม็งกลับมา "เออๆ อย่างที่แกคิดแหละ ตอนนี้นอกจากอินน์แล้ว เหมือนไอ้พันเอกจะแอบออกไปตามหายัยนั่น ส่วนคนที่หายไปที่เหลือไม่แน่ใจว่าหายไปไหน" 

"ที่เหลือ? งั้นหรอ?" เบลถามย้ำอีกรอบ 

"จะใครอีกล่ะ ก็สควอโล่น่ะสิ พวกสาไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ แค่นั้นยังไม่พอ เหมือนมันจะพาฟรานกับไอ้แมนออกไปด้วย" 

พาคนเจ็บ กับคนสติไม่สมประกอบ(?)ไปด้วยเนี่ยนะ??? แซนกัสโซ่กับเบลหันควับไปทางริคพร้อมส่งสายตาสนใจเรื่องนี้ไปอย่างปิดไม่มิด มันไปกันได้ยังไง ไปเมื่อไหร่ ทำไมมันไม่นอนพักอยู่ในห้องดีๆ!!! 

"แค่เรื่องดินถล่มกับไอ้สี่ศพก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้วนะ" ริคถอนหายใจอย่างเหนื่อยปนระอา เพราะแม้แต่เวลาจะพักสักห้านาทียังแทบไม่มีเลย 

แซนกัสโซ่ลุกขึ้นออกจากโต๊ะเอกสาร ก่อนจะเดินออกจากห้องไปตามด้วยเบลที่ปัจจุบันใบหน้าที่เคยฉีกยิ้มกว้างอยู่ในสภาพหน้าบึ้งที่ไม่ถึงกับดีหรือร้าย ใบหน้าเรียบเฉยถูกฉาบทับความกังวลไว้ รู้สึกเหมือนมีกที่ซ้อนไว้ตามตัวมันสั่นระริก 

ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ อยากให้เจ้าชายโกรธนักรึไงยัยกบหัวกลวง.... 

. 

. 

. 

. 

. 

"ฮัดชิ้ว~" 

"ว่าแต่ฉัน... คนที่ดูร้อนๆหนาวๆเหมือนจะเป็นหวัดคือแกเองไม่ใช่รึไง" แอสควอหรี่ตากลับไปมองฟรานที่เอามือปิดจมูกอยู่หลังแมน ทั้งยังพูดเหน็บอีกฝ่ายไปอีก 

"อยู่เงียบๆไปเถอะค่ะ สถานการณ์แบบนี้ยังมีกระจิตกระใจมาว่าmeอีกหรอคะ" 

"หนวกหูน่า..." 

"เงียบๆกันหน่อยสิพวกเธอ" 

คราวนี้เป็นโคโรเนลที่หันมาดุบ้าง ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ชั้นG6 หรือก็คือลงลึกมาจากบนพื้นดินหกชั้น เรียกว่าเป็นชั้นเกือบสุดท้ายเลยก็ว่าได้ 

ทางเดินยาวมีช่องเล็กๆสำหรับกลับรถขนของ หรือหลบทางคนที่เดินสวนมาอยู่เป็นระยะ แต่บางช่องก็กลายเป็นที่สำหรับมีไว้วางของ ซึ่งมันเป็นที่หลบชั้นยอดของพวกที่แอบลอบเข้ามาอย่างพวกเขาได้ดีทีเดียว 

"ทางเดินแถวนี้ไม่มียามคอยลาดตระเวนเลยแฮะ" โคโรเนลบอกเมื่อเขาชะโงกหน้าออกไปมองรอบๆหลายนาทีแต่กลับไม่มีวี่แววของยามผ่านมาเลย 

"เหมือนว่าพวกนั้นจะยังเดินมาไม่ถึง หรือไม่ก็อาจจะยังไม่มีใครแจ้งข่าวที่มีตัวประกันถูกจับมาล่ะมั้ง" แอสควอว่า "ยามส่วนมากมันก็จะไปกองๆกันอยู่แถวๆห้องพี่ชายไอ้บอสบ้านั่นมากกว่าแหละ" 

"ชู่ว~ มีคนมาค่ะ หลบเร็ว!" ฟรานร้องเตือนพร้อมดึงเสื้อทั้งสองเข้ามาหลบ 

 

ตึก~ ตึก~ ตึก~ ตึก~ 

เสียงฝีเท้าค่อยๆดังขึ้นมาใกล้ขึ้นทุกขณะพร้อมกับเสียงพูดคุยกันที่ดังขึ้นตามระยะทางที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆเช่นกัน ฟรานที่ได้เปรียบเรื่องตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม ค่อยๆเบียดตัวไปมองทางเดินผ่านช่องแผ่นไม้ที่วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบอยู่แถวนั้น สองคน.... ท่าทางจะเป็นคนที่ถูกส่งมาลาดตระเวนแถวๆนี้นะ 

"ท่านหัวหน้าบอกว่าให้ระวังเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเนอะ" เสียงหนึ่งดังขึ้น 

"ก็รายงานบอกว่าให้มาเฝ้าทางเดินนี่ไงเจ้าบ้า เหมือนว่าจะมีคนคิดจะบุกเข้ามา ถ้าจับเป็นได้ก็ให้คุมตัวไว้น่ะสิ" ตามด้วยเสียงตอบกลับจากคู่สนทนา 

"มันระบุไว้ด้วยสิว่าหนูที่จะลอบเข้ามาเป็นผู้หญิง ไม่รู้ว่าท่านหัวหน้าไปรู้มาจากไหน ทั้งๆที่ยังไม่มีใครเจออะไรผิดปกติแท้ๆ" 

"เหมือนว่าจะเป็นสายข่าวคนใหม่น่ะ เเจ้าหมอนั่นมันทำงานดีจนแม้แต่ท่านหัวหน้ายังออกปากชมเลยนะ" 

"ให้ตายสิ เวลาแบบนี้อยากหาที่สบายๆแล้วแอบงีบให้หมดวันชะมัด" 

"แกจะบ้าหรอ ขืนถูกจับได้มีหวังโดนโยนออกนอกค่ายนี้แหง ข้างนอกลำบากกว่าที่นี่เท่าตัวเลยนะ" 

"เอาน่าๆ ฉันแค่พูดเล่นเอง แกก็ทำจริงจังไปได้" 

โคโรเนลขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกติดใจเรื่องสายข่าวอะไรนั่นนิดหน่อย เพราะเรื่องหาข่าวต่างๆทางองค์กรของเขาที่ทำงานร่วมกับพ่อของริคและแซนกัสโซ่จะได้รับหน้าที่เป็นหน่วยข่าวกรองให้แก๊งค์ แต่เท่าที่เขามาที่ค่ายนี้ก็ไม่เห็นมีคนขององค์กรเลย แถมมันไม่จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยข่าวในค่ายกลางป่าเขาที่ล้อมลอบด้วยเมืองที่เต็มไปด้วยศพเดินได้แบบนี้ อย่าว่าแต่หน่วยข่าวกรองของเขาเลย แม้แต่พวกหน่วยลอบสังหารที่ดูจะทำประโยชน์ได้มากกว่ายังมีไม่ถึงห้าสิบคนด้วยซ้ำ ....ขนาดนับรวมพวกหัวหน้าหน่วยอย่างไอ้พวกบ้าๆบอๆพวกนี้ไปแล้วนะ 

"มองแบบนั้น แสดงว่าแกก็คิดเหมือนกันสินะ..." แอสควอกระซิบขึ้นเบาๆ 

"ถ้าหมายถึงเรื่องหน่วยข่าวล่ะก็......เฮ้ย?! นั่นแกจะทำอะไ----!" 

ยังไม่ทันได้ทักท้วงอะไรมาก เจ้าตัวก็วิ่งพรวดออกไปอ้อมหลังพวกยามที่พึ่งเดินผ่านไปก่อนจะจับหัวพวกนั้นกระแทกกำแพงทีเดียว ก่อนที่พวกนั้นจะสลบหมืดไปทันที บ้าดีเดือดดีแท้.... 

"ทางสะดวก รีบไปกันเถอะ" แอสควอหันมาบอกพวกโคโรเนลที่ยังแอบอยู่ที่เดิม 

"ยัยบ้านี่ ชอบทำตัวเสี่ยงแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้แซนซัสมันถึงได้หวงนักหวงหนา" 

"เห็นว่าตายยากก็อย่าเอาตัวไปเสี่ยงเล่นสิคะ....." 

"ฮา.... อาแฮร่" 

"ไม่ได้อยากให้พวกแกมารุมบ่นตอนนี้นักหรอกนะ จะไปไม่ไปเนี่ย นำทางสักทีไอ้หน้าเขียวนี่!" 

แอสควอว่าบ้าง เนื่องจากโดนรุมดุไม่เว้นแม้แต่แมนก็ยังมีท่าทีไม่โอเคกับความบ้าบิ่นของแอสควอ ห้ามไปก็คงไม่ฟังหรอก เพราะแม้แต่แซนกัสโซ่เองก็ยังห้ามนิสัยนี้ของแอสควอไม่ได้ ดังนั้นอย่าหวังพึ่งคนอื่นเลย ทั้งสามพร้อมใจกันถอนหายใจ ทำเอาคนผิดหน้าตึงไปชั่วครู่ ก่อนจะยอมเดินตามไปโดยที่ไม่พูดอะไร 

"อา... ข-แฮร่...." แมนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง พร้อมกับหยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง 

"มันบอกว่าข้างใน" แอสควอพึมพำออกมาเบาๆ 

"....เอายังไงดี ข้างในห้องมีกี่คนพอจะเช็คได้ไหม" โคโรเนลหันไปถามฟราน 

"อืม.... คนเฝ้าแค่คนเดียวค่ะ อีกคนคงเป็นเจ๊หัวฟู" 

"ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันจะให้สัญญาณเธอ" 

"ให้meเป็นคนเปิดประตูสินะคะ" 

"ใช่ แล้วฉันก็จะโยนระเบิดควันนี่เข้าไป" 

แกร๊ก! ครืด~ 

ยังคุยกันไม่จบดี แอสควอก็จัดการกดเปิดประตูเข้าไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้ทั้งสามที่ยืนซุบซิบปรึกษากันหน้าเครียดก่อนหน้านี้ได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ออก พึ่งดุไปหยกๆ มันเอาอีกแล้ว!!! แอสควอเดินเข้าไปในห้องก่อนโดยที่ไม่สนใจใคร ภายในห้องรับรอง...อินน์ถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปากไว้บนโซฟา ส่วนอีกด้านคือชายผู้ขึ้นชื่อว่ายากที่จะล้มได้ มิน่าหล่ะทั้งยามหรือกับดักมันถึงได้ไม่มีเลย แม้แต่คนเฝ้าตัวประกันก็มีแค่คนเดียว เพราะไอ้หมอนี่คนเดียว ต่อให้มาเป็นสิบก็ไม่ทำให้มันเหงื่อออกได้สักหยด 

"ฉันมารับเพื่อนของฉันออกไปจากที่สกปรกนี่" แอสควอทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าจะชนะได้รึเปล่าแต่มันก็น่าสนใจที่จะลองสู้ด้วย 

"แกคือ.... อย่างนี้นี่เอง....." ชายในชุดเครื่องแบบลุกขึ้นพร้อมกับสาวเท้าไปยืนข้างๆอินน์ พร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย "พวกแกติดกับแล้ว" 

"?!!" 

"อินน์!" โคโรเนลที่พึ่งตั้งสติได้รีบพรวดพราดเข้ามาในห้อง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นหน้าชายคนที่ค่อยๆประคองในห้อินน์ลุกขึ้นมาชัดๆ "อลาวดี" 

"หมดเวลา...สนุกแล้วสิ...." 

ฟรานเอ่ยเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ค่อยๆเพิ่มมากขึ้น พวกเขาติดกับ....เข้ามาในทางเดินที่เต็มไปด้วยหมอก..... คนที่ทำได้ขนาดนี้คงไม่ธรรมดา เพราะเธอแทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเดินเข้ามาในกับดักของศัตรู จู่ๆพวกเขาก็โดนล้อมไว้ด้วยกองกำลังฝีมือดีนับสิบ แถมดูเหมือนว่าเจ้าพวกนี้มันจะมีเป้าหมายเดียวกันตามที่ได้รับมอบหมายมาก็เถอะ 

"นั่นไงผู้หญิงที่ว่าให้จับตัวไว้" ชายคนหนึ่งชี้ไปทางฟราน 

"ส่วนที่เหลืออย่าให้ถึงตายสินะ" 

เดี๋ยวนะ?! แน่ใจหรอว่าmeคือเป้าหมาย?! ไม่ใช่ว่าพี่ชายเจ้าเล่ห์คนนั้นของตาลุงหน้าบากจะอยากได้ตัวเจ๊ผมยาวหรอกหรอ?!!!! รึว่า.... เธอรีบหันไปมองที่ร่างโปร่งที่วิ่งสลับออกมานอกห้องแทนโคโรเนล เสื้อฮู้ดแขนยาวสีดำกับกางเกงสีน้ำตาลอ่อน..... อาเจ๊จะแอ๊บแมนลงมาทำไมมมมมม๊?!!!! 

"เข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว Meอยากจะบ้าตาย" 

ฟรานบ่นอย่างเหลืออดพร้อมทั้งกำชับแขนขาใหแน่นขึ้น โดยที่ยังไม่ยอมลงจากหลังแมน ถึงจะมั่นใจในความพริ้วของตัวเอง แต่ขาเจ็บแบบนี้จะให้วิ่งหลบพวกพี่บึ้กเป็นสิบแบบนี้ไม่ไหวหรอก มีแต่ต้องพึ่งพ่อศพเดินได้คนนี้แล้วล่ะ 

"ไม่เอาตัวผู้หญิงนั่นมา!!!!" 

"ฝันไปเถอะโว้ยยยย!!! แมน!แกปกป้องไอ้ฟรานไว้ ฉันจะจัดการพวกมันให้ จนกว่าไอ้โคโรเนโล่มันจะออกมา" 

"แฮร่!" 

พอเห็นพวกศัตรูจ้องจะจับฟรานกันตาเป็นมัน แอสควอก็หันไผสั่งให้แมนเข้าไปคุ้มกันฟราน พวกเขายืนกันอยู่คนละฝั่งทางเดิน โดยมีฟรานยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ รวมถึงอยู่หน้าห้องที่อินน์ถูกจับมาไว้ด้วย 

"อินน์" 

เสียงเรียกจากโคโรเนล เขาอยากจะกระโจนเข้าไปช่วยอินน์ที่ดิ้นไปมาเพราะพยายามจะดิ้นให้หลุดออกจากเชือกที่พันธนาการเธอไว้ให้หลุดออกจากตัว และแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล แถมยังทิ้งร่องรอยสีแดงจางๆตามผิวเนื้อราวกับจะกดดันให้เขาเข้าไปช่วยเธอเดี๋ยวนั้น แต่โคโรเนลไม่ได้บุ่มบ่าม เพราะเขาเรียนรู้บางอย่างได้จากเหตุการณ์ที่เขาต้องเป็นเหมือนคนตาบอดชั่วคราวก่อนหน้านี้ 

"...ปล่อยอินน์มาซะอลาวดี ฉันไม่อยากมีเรื่องกับพวกเดียวกันหรอกนะ" 

โคโรเนลเลือกใช้คำว่าพวกเดียวกันเพื่อให้อีกฝ่ายเบาใจลง ถึงแม้ในใจเขาคิดว่ามันคนไม่มีผล แต่น่าแปลกที่แม้แต่อลาวดีเองก็ไม่ได้ขยับไปไหนตั้งแต่ที่เขาเข้าไปยืนข้างๆอินน์ 

"....." 

ไม่มีใครพูดอะไรอีก มีเพียงเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอกห้องเท่านั้น อินน์มองอลาวดีสลับกับโคโรเนล เธอมีเทปปิดปากไว้อยู่จึงพูดอะไรออกไปไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้เธอจะมีเรื่องอยากบอกอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตาม อลาวดีไม่ได้พกอาวุธติดตัว จะว่าไม่พกก้คงไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้อินน์เห็นปืนในเสื้อโค้ทของเขาที่ถูกถอดวางไว้บนโต๊ะ แต่อลาวดีกลับไม่ยักสนใจจะตรงเข้าไปหยิบอาวุธมาขู่จะฆ่าตัวประกันอย่างเธอ เขาเพียงแต่เอาตัวเข้ามาบังเธอไว้ราวกับจะป้องกันเธอจากบางอย่างเท่านั้น 

ไม่ได้นะ! โคโรเนโล่! อย่าสู้กัับเขา! เธออยากจะตะโกนออกไปเต็แต่ติดอยู่ที่ไอ้เทปบ้านี่ดันเหนียวจน แค่จะอ้าปากยังรู้สึกตึงไปทั้งหน้า แถมเชือกพวกนี้ก็มัดไว้ดีเหลือเกิน ถึงมันจะไม่ได้มัดแน่นจนปวดตัว แต่ก็ดิ้นไม่หลุดสักที 

"ออกไปซะโคโรเนโล่.... พวกแกไม่ควรมาที่นี่" อลาวดีเอ่ยเสียงเรียบค่อนไปทางดุ 

"ไม่ จนกว่าอินน์จะไปกับฉันด้วย" โคโรเนลตอบโดยที่ไม่ต้องคิด 

"...." อลาวดีไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สีหน้าเขาตอนนี้ดูวิตกอย่างเห็นได้ชัด 

มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอ โคโรเนลคิดแต่ก็ยังไม่คลายความประหม่า เสียงต่อสู้ด้านนอกยังคงดังเข้ามาไม่ขาด เขาไม่ได้รู้สึกว่าตอนนี้ฝั่งตนเสียเปรียบเพราะแอสควอสามารถรับมือสถานการณ์ด้านนอกได้แน่นอน แถมยังมีแมนที่เป็นเหมือนอาวุธสังหารเดินได้ที่แอสควอจะสั่งอะไรหมอนั่นก็ทำตามทั้งหมด ทุกอย่างน่าจะไม่มีปัญหา ขอแค่ได้ตัวอินน์แล้วหนีขึ้นไปรวมกับพวกริคด้านบนได้ก็พอ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง 

"อย่านานนักสิคะ สงสารคนที่โดนพวกปีศาจในคราบมนุษย์สองคนนี้จัดการบ้างก็ดีนะคะ รึอีกคนไม่ใช่มนุษย์แล้วนะ?" 

ฟรานพูดทีเล่นทีจริงออกมาจากหน้าห้องระหว่างที่พวกกำลังเสริมค่อยๆลดลงจากฝีมือคนต้นคิดเรื่องลงมาช่วยอินน์ และลูกไล่หน้าผีที่เอาแต่เออออตามน้ำอีกฝ่ายท่าเดียวจัดการจนแทบเรียบ เหตุนองเลือกกำลังจะยิ่งบานปลายเพราะมีกำลังเสริมเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆแข่งกับจำนวนที่ถูกจัดการไป แถมสองคนนี้ก้ไม่เหมือนจะเหนื่อยกันง่ายๆซะด้วย 

โคโรเนลทีเอาแต่ดูเชิงจนฟรานมองว่ามันค่อนข้างเสียเวลาเปล่าจึงเริ่มคิดหาวิธีใหม่เพื่อที่จะไปพาตัวอินน์มา มือใหญ่ค่อยๆเคลื่อนไปที่กระเป๋ามีดสนามที่เหน็บไว้กับเข็มขัดทางด้านหลังอย่างช้าๆ พร้อมกับคำพูดหว่านล้อมต่างๆนานา 

"ดูเหมือนนายจะไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้สินะ คนสุขุมอย่างนายถึงกับแสดงสีหน้ากังวลออกมาขนาดนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่" 

"ใช่.... ต่อจากนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ดีเลยสักนิด ฉันอยากให้พวกแกออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด รีบไปหาริคแล้วออกไปซะ" 

"หมายความว่ายังไง?" โคโรเนลชะงัก 

"ฉันไม่จำเป็นต้องพูดให้ตัวเองกลายเป็นคนทรยศ แค่พวกแกต้องออกไป" 

"แต่อิน--?! นี่มันอะไร" 

"ไม่ทันแล้ว! โธ่เอ้ย!" 

จู่ๆพื้นรอบๆห้องก็มีไอหมอกบางอย่างพวยพุ่งออกมาจากช่องปรับอากาศ และลอยลงต่ำเอ่ออยู่เต็มพื้นจนทะลักออกไปทางเดินด้านนอก อลาวดีรีบคว้าปืนออกมาจากเสื้อโค้ท ก่อนจะหันกระบอกปืนไป.... 

เปรี้ยง! เปรี้ยง!---- 

 

 

 

 

 

Tobecontinued... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น