แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #26 ความสุขเล็กๆ น้อยๆ (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #26 ความสุขเล็กๆ น้อยๆ (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 54.5k

ความคิดเห็น : 89

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2559 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #26 ความสุขเล็กๆ น้อยๆ (RW)
แบบอักษร

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #26 ความสุขเล็กๆ น้อยๆ

 

อ๋องน้อย

หลายวันก่อนพี่ไอสูรย์มาส่งผมที่บ้านแม่ก่อนจะกลับผมก็เอาแต่ร้องไห้งอแงเหมือนเด็กๆ จนเขาทนไม่ไหวและยอมนอนกับผมคืนนึงตื่นเช้ามาเขากลับหายไปแล้ว ผมโกรธนั่นแหละครับแต่พอแม่ดุเข้าผมถึงเข้าใจว่าทำไมพี่ไอสูรย์ถึงหนีกลับไปซะก่อน ผมเองก็รอว่าเมื่อไหร่เขาจะติดต่อมาสักทีแต่พอเห็นเบอร์พี่ไอสูรย์เด้งขึ้นมาที่หน้าจอโทรศัพท์ผมแทบกระโดดแต่ก็ต้องทำเสียงแข็งเหมือนไม่พอใจจนสุดท้ายผมก็ยอมละทิฐิทุกอย่างและแสดงออกถึงความรู้สึกจริงๆ ออกไป

“ผมก็อยากกอดพี่ทรมานจังเลยครับ!

แต่รู้อะไรไหม? เพราะคำพูดนี้มันทำให้ผมแทบกลั่นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวเลยทีเดียว

ผมคิดถึงและอยากกอดมากๆ ไม่ได้ยินเสียงเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างทำไมชีวิตเราสองคนถึงมีอุปสรรคมากมายนักจนผมรู้สึกกลัวเลยทีเดียว

“อย่าร้องไห้นะครับ”

“อะ...อึก ไม่ทันแล้วครับ” ตอนนี้ผมร้องไห้ไปแล้ว

“แค่นี้ก่อนนะครับ!

“เห...” ผมไม่ทันตอบกลับไปพี่ไอสูรย์ก็กดวางสายไปซะแล้วแถมพอโทรกลับไปเขายังไม่รับสายอีก

“อสูรบ้าอะ อึกไหนว่าคิดถึงแล้วรีบวางสายทำไม?”

สุดท้ายผมก็ต้องอยู่คนเดียวโคตรจะเหงาเลยละครับต่อให้พยายามนอนสักเท่าไหร่เชื่อผมเถอะว่าไม่มีทางนอนหลัแน่นอนนอกจากจะนอนร้องไห้

หลับสิอ๋องหลับๆ ไม่งั้นจะไม่ดีต่อสุขภาพอย่าลืมนะว่ายังมีลูกอีกคนที่อยู่กับนาย

ผมไม่ได้บ้านะแค่อยากบ่นเพื่อให้กำลังใจตัวเอง

ผมนอนพลิกไปพลิกมาก็ปาเข้าไปจะชั่วโมงแล้วพอทนได้เพราะผมเริ่มง่วงแถมร้องไห้หนักคงจะเพลียผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างตัวเองค่อยๆ หลับตาไปเรื่อยๆ แต่ที่ไหนได้สักประมานห้านาทีต่อมาเมื่อผมเริ่มจะหลับจริงๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนถูกใครรบกวนคลอเคลียอยู่ที่หน้าของผมจนต้องเปิดไฟหัวเตียงดู

“มะมาได้ไงเจ้าขนปุย!

เมี้ยว เมี้ยว

ผมอึ้งนิดๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งและอุ้มมันขึ้นมาวางบนตักของผม ลูบหัวไปมานึกยิ้มเพราะผมคงฝันไปแน่ๆ เลยก็เมื่อกี้ผมหลับไปแล้วนี่

“ก็มากับพ่อของมันไงครับ” เสียงดังจากด้านหน้าทำให้ผมอึ้งยิ่งกว่าเดิมหลังมือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาขยี้ตาเพื่อเพ่งมองคนตรงหน้า

“รู้ไหม? ทั้งมันและพ่อมันคิดถึงแม่ใจแทบขาด”

ผมพี่ไอสูรย์ยืนพิงบานประตูมองมาทางผมแม้ว่าจะมืดสักแค่ไหนเพราะแสงไฟจากหัวเตียงผมไปไม่ถึงแต่ผมก็รู้ว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ ในฝันนี่ร้องไห้มันแปลกหรือเปล่า

ผมคิดถึงเขาจนต้องเก็บมาฝันเลยเหรอ

“ฮือๆ อะ อึกผมฝันไปใช่ไหม?”

พี่ไอสูรย์ไม่ตอบเอื้อมมือไปปิดประตูห้องก่อนจะเดินตรงมาหาผมที่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียง

“เดี๋ยวพี่จะพิสูจน์ให้ดูว่าความฝันหรือเรื่องจริง”

“อ๊ะ! …อื้อ”

พี่ไอสูรย์กดจูบลงมาที่ริมฝีปากผมหนักๆ ก่อนจะขบเม้มหยอกล้อจนผมรู้สึกเจ็บถ้านี่คือความฝันผมคงฝันดีแน่นอนเพราะจูบของเขาเหมือนจริงมากๆ แถมไม่แคร์สายตาเจ้าขนปุยด้วยว่าแต่ผมฝันอยู่นี่แมวคงไม่รู้เรื่องหรอก

“อื้อฝะ...ฝันดีจังแฮะ”

ผมเปล่าซื่อบื้อน่ะแต่พอพี่ไอสูรย์ถอนจูบออกไปผมก็พูดขึ้นนั่งจ้องหน้าเขากระพริบตาถี่ๆ ซะงั้นจนร่างสูงต้องอมยิ้ม

“ยังคิดว่าฝันอีกเหรอ? เดี๋ยวพี่ก็จับปล้ำซะหรอกจะได้รู้สักทีว่าเรื่องจริง”

พี่ไอสูรย์ทำผมเอ๋อกินไปเลยทีเดียวแถมผมยังพูดไม่ออกเอาแต่นั่งจ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้นจนร่างสูงนั่งลงข้างๆ มือหนาเอื้อมมาจับมือของผมที่ลูบหัวเจ้าขนปุยเล่นไปมาอยู่

“ไม่ได้ฝันหรอกนะพี่อยู่ตรงนี้จริงๆ ถ้าให้พี่ทนไปอีกนานกว่านี้รับรองคงอกแตกตาย”

“พี่โกหกผมฝันอยู่เมื่อกี้ผมหลับไปแล้ว” ผมเถียงครับก็เมื่อกี้ผมหลับไปแล้วจริงๆ นี่และที่ฝันแบบนี้ก็เพราะผมคิดถึงเขา

ใช่ไหมอะ?

“ครับฝันก็ฝันงั้นขอจูบอีกรอบนะคนดี”

“อื้อเดี๋ยวสิครับ” ผมรีบเอียงคอหลบหน้าเขาทันทีแต่ที่ไหนได้พี่ไอสูรย์กลับรั้งใบหน้าผมให้หันไปสบตาเขาอีกครั้งก่อนที่จะประกบปากลงมากดจูบอย่างอ่อนโยนทำเอาผมเคลิ้มไปเลยทีเดียวถ้าในฝันจะหวานขนาดนี้

ผมยอมขอแค่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ก็พอแล้ว

“ถ้าผมลืมตาขึ้นมาพี่จะหายไปไหม?”

ผมถามขึ้นหลังจากที่พี่ไอสูรย์ถอนจูบออกไปแล้วมือหนาลูบหน้าของผมไปมาเหมือนว่าต้องการสื่ออะไรสักอย่างแต่มือของเขาอบอุ่นมากๆ เลยละครับ

“ลองดู”

“ไม่เอาไม่ลองกลัวตื่นขึ้นมาแล้วพี่หายไป” ผมแบนปากใส่เขาจ้องหน้าพี่ไอสูรย์มากกว่าเดิมก็ผมกลัวเขาหายไปนี่ขอแค่ตอนหลับก็พอแล้ว

“พี่สัญญาว่าจะไม่หายไปไหน?”

“ไม่เชื่อ! อย่ามาบังคับผมนะ” เถียงใหญ่เลยครับเพราะกลัวว่าพี่ไอสูรย์จะบังคับให้ผมหลับตาและลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้ง ถ้าทำแบบนั้นผมกลัวเขาจะหายไปสุดๆ เลยทีเดียว

“เฮ้อ! ไม่บังคับแล้วจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือเรื่องจริง”

….

ผมนิ่งเงียบไปอีกครั้งคิดทบทวนเรื่องราวมากมายก่อนหน้านี้ จ้องหน้าพี่ไอสูรย์ที่ระดับสายตาของเขาลดต่ำลงไปพี่ไอสูรย์ก้มหน้าลงไปที่หน้าท้องของผมก่อนที่ร่างสูงจะนอนลงแล้วเอาหัวมาตั้งไว้บนตักข้างๆ เจ้าขนปุย

อ้อนผมทั้งคนทั้งแมว

จุ๊บ

สัมผัสจากริมฝีปากเขาที่กดจูบลงมาตรงหน้าท้องผมมันรู้สึกร้อนไปหมดทั้งตัวเลยทีเดียวน้ำตาผมไหลคลอเบ้ามองการกระทำของเขาอยู่อย่างนั้น

“ป๊าคิดถึงหนูจังเลยเด็กน้อยจุ๊บ “

พี่ไอสูรย์พูดราวกับว่าลูกจะได้ยินก่อนที่เขาจะถลกเสื้อของผมขึ้นมาและกดจูบลงไปอีกครั้งแถมครั้งนี้ยังทำให้หัวใจผมเต้นแรงอีกต่างหากผิดจากตอนแรกที่เขาจูบผ่านเสื้อตัวบางที่ผมใส่อยู่

“ฮือๆ คนบ้า!

และอะไรหลายๆ อย่างกลับทำให้ผมแน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้ฝันอยู่ผมร้องไห้สะอื้นฟุบหน้าลงไปหาเขาจนหน้าผากของเราสองคนแตะกัน

“ผมคิดถึงอยากกอดพี่มากๆ เลย”

“พี่ก็เหมือนกันไม่งั้นคงไม่รีบขับรถออกมาแบบนี้หรอกนะ”

พี่ไอสูรย์ลุกขึ้นนั่งก่อนจะรั้งผมเข้าไปกอดเอาไว้จนแน่นผมร้องไห้หนักกว่าเก่าไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าผมไม่ได้ฝันมันคือเรื่องจริงและมันก็ทำให้ผมมีความสุขมากๆ เลยด้วย

ทั้งสุขและทุกข์และขอสุขมากกว่าทุกข์ละกันครับ

ผมไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เช้ามาก็ไม่เจอพี่ไอสูรย์แล้วมันทำให้ผมเศร้าจนแทบอยากร้องไห้เขาหนีผมกลับบ้านไปอีกแล้วเหรอ

เมี้ยว เมี้ยว

แต่พอได้ยินเสียงของเจ้าขนปุยก็ทำให้ผมยิ้มออกมาก่อนจะก้มลงไปอุ้มมันขึ้นมานั่งบนตักแถมที่คอของมันก็มีกระดาษโน้ตแปะติดไว้กับสายปลอกคอผมขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาอ่าน

คิดถึงพี่อย่าลืมจุ๊บเจ้าแมวขี้อ้อนละรักนะครับ

ผมยิ้มแก้มปริเลยทีเดียวขนาดตัวไม่อยู่แต่ยังเขียนโน้ตไว้ซะน่ารักทำเอาผมเขินไปเลยทีเดียว

ผมวางเจ้าขนปุยลงบนเตียงก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำทุกอย่างที่บ้านของผมเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากวั้นนั้นที่พี่ไอสูรย์มานอนค้างที่นี่เช้ามาเขาก็สั่งให้พวกบริษัทรับเหมามาเปลี่ยนแปลงสภาพบ้านของผมให้ดูดีกว่าเดิมแต่ห้องน้ำผมคงไม่เปลี่ยนยังแคบเหมือนเดิมภาพรวมก็ถือว่าดีนั่นแหละครับ

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็ลงมาด้านล่างเจอแม่กำลังทำอาหารอยู่พอดีเลยเข้าไปช่วย

“ไม่ต้องเลยเดี๋ยวแม่ทำเอง” ท่านบ่นกับผมก่อนจะไล่ให้ออกไปรอด้านนอกวันแรกๆ ที่ผมกลับมาบ้านแม่ก็ทำตัวเป็นปกติแต่พอพี่ไอสูรย์กลับไปท่านก็เริ่มจับผิดผมและตั้งคำถามออกมาจนผมยังเขินไม่หายเลย

“อ๋องท้องหรือเปล่าลูก

ตอนนั้นที่ผมได้ยินก็แทบสำลักข้าวที่กินเข้าไปแม่ถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีมากๆ

“เปล่า” แรกๆ ก็โกหกไปก่อนแต่ก็ไม่รอดสายตาแม่และคนที่เคยท้องมาก่อน

“โกหก! แม่ท้องลูกมาก่อนนะแถมยังดูสวยขึ้นมีน้ำมีนวลผิดจากเดิม” คำพูดของแม่ทำเอาผมกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ทัน

“เฮ้อ! ท้องก็ได้ครับ”

“ไม่ใช่ท้องก็ได้แต่เพราะลูกท้องแล้วจริงๆ ใช่ไหม?” แม่อารมณ์ดีกว่าคนท้องอย่าผมอีกครับ “ลูกท้องกี่เดือนแล้ว”

“อาทิตย์หน้าก็สามเดือนแล้วครับ” ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเวลามันถึงผ่านไปเร็วขนาดนี้แต่ที่แน่ๆ ผมอยากให้ลูกคลอดออกมาเร็วๆ มากกว่า

“แล้วนี่หมอนัดอีกทีเมื่อไหร่เดี๋ยวแม่จะพาไป” แม่บอกผมอารมณ์ดีเชียวครับ

“ก็วันครบกำหนดสามเดือนนั่นแหละครับ”

“อิอิ ฉันจะมีหลานแล้วเหรอเนี่ยว่าแต่จะเป็นย่าหรือยายดีแต่ช่างเถอะเป็นมันทั้งสองนั่นแหละ”

” ถ้าผมเป็นผู้หญิงแม่จะดีใจมากกว่านี้หรือเปล่า

แม่พูดได้อารมณ์ดีโคตรๆ ทำเอาผมเงิบไปเลยทีเดียว

เรื่องมันก็เป็นอย่างที่ว่ามานั่นแหละเพราะหลังจากที่ท่านรู้ว่าผมท้องท่านก็สั่งห้ามผมทำงานหนักทุกอย่างเพราะการที่ผู้ชายท้องได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และมีสิทธิ์แท้งได้ง่ายนี่คือเหตุผลของแม่

“มาแล้วจ้าอาหารสำหรับคนท้องที่ต้องบำรุง”

ผัก ผัก ผัก

ขอโปรตีนบ้างได้ไหม?

“ไข่เจียวด้วย” ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่จะยกอาหารมาให้ผมกินซะเพียบขนาดนี้ยังมีตบท้ายด้วยนมอีกต่างหาก

อ๋อ! ผลไม้ด้วยครับ

“แม่เยอะไปหรือเปล่าครับ”

“ไม่ได้สิเจ้าลูกชายสั่งเอาไว้” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับแม่แต่ท่านกลับหลบสายตาซะงั้นแสดงว่าแม่เจอพี่ไอสูรย์ด้วยนะสิ

“เดี๋ยวนี้มีลูกชายเพิ่มแล้วเหรอครับ” ผมแอบแซว

“แน่นอนค่ะลูกเพราะคนตรงหน้าคือลูกสาวแม่”

“แม่!

ผมหน้างอทันทีก่อนจะนั่งกินข้าวโดยไม่สนใจท่าน จู่ๆ ก็มาบอกว่าผมเป็นลูกสาวก็รู้อยู่หรอกว่าท้องได้แต่ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วย

มันเขิน

ก๊อก ก๊อก

“ขอเข้าไปหน่อยนะครับ” ผมกับแม่นั่งกินข้าวได้สักพักเสียงของผู้มาใหม่ก็ดังขึ้น พอหันไปมองก็เห็นว่าพลกำลังเดินเข้ามาในบ้านผมพร้อมทั้งขนมในมือที่ถืออยู่อีกหลายอย่าง

“กินข้าวด้วยกันสิพล” แม่เอ่ยปากชวนทันทีที่เห็นหน้าหมอนี่

“ถึงคุณป้าไม่ชวนผมก็กินครับ” พลว่ายิ้มๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผมแม่เลยลุกขึ้นไปตักข้าวใส่จานมาให้หมอนี่แทน

“ไม่ได้เจอกันเท่าไหร่สวยขึ้นอีกแล้วแถมยังดูอ้วนขึ้น”

แค่ก แค่ก

คำพูดของพลทำเอาผมสำลักข้าวที่กินอยู่เลยทีเดียวละครับชมว่าผมสวยไม่ว่าเพราะชินแล้วแต่ที่สังเกตเห็นว่าผมอ้วนนี่สิชักจะหนาวถ้าพลรู้ว่าผมท้องจะช็อกปะเนี่ย

“นี่จ๊ะข้าวกินเยอะๆ นะ” แม่บอกก่อนจะยื่นจานข้าวไปให้พลผมเองก็นั่งกินข้าวต่อเงียบๆ

หลังจากที่กินข้าวเสร็จผมกับพลก็ออกมาเดินเล่นข้างนอกทุกคนที่เจอก็พากันทักผมและถามว่าหายไปไหนมากลับมาอีกทีดูมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะไม่อยากจะบอกว่าผมเขิน

หมับ!

พอเดินมาถึงสวนสาธารณะในหมู่บ้านพลก็จับมือผมแล้วพาเดินไปนั่งเล่นที่ชิงช้าทันที

“เดี๋ยวแกว่งให้” พลบอกก่อนจะยิ้มหวานให้ผมวันนี้หมอนี่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ทำไมตอนนั้นหายไปไม่บอกอีกแล้วรู้ไหมว่าพลเป็นห่วงแค่ไหน?”

หือ!

ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาพลหมอนี่ดูเศร้าลงขึ้นถนัดตาเลยทีเดียวผมเลยยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะตอบคำถาม

“ขอโทษทีที่ไม่ได้บอกแต่เราก็โทรคุยกันนี่”

“ทำเหมือนอ๋องรับสายพลทุกครั้งที่โทรไปงั้นแหละ”

คำพูดของพลทำเอาผมยิ้มไม่ออกเลยทีเดียวเท่าที่จำได้ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่ผมได้รับสายพลก็ตอนไปเขาใหญ่ส่วนครั้งอื่นๆ ผมไม่ได้ยินหรือไม่ก็ไม่ว่างรับแถมยังลืมโทรกลับอีกต่างหาก

“นี่ไงอ๋องก็อยู่ตรงหน้าพลแล้ว”

….

พรึบ!

พลเงียบและไม่พูดอะไรแต่หมอนี่กลับคุกเข่าลงตรงหน้าผมก่อนจะรั้งร่างของผมเข้าไปกอดเอาไว้จนแน่นผมเองก็พยายามขัดขืนเพราะที่นี่มันเป็นสวนสาธารณะถ้าใครเห็นเข้าอาจจะไม่ดี

“ปล่อยอ๋องนะพล” ผมบอกเมื่อหมอนี่ยังฝืนกอดและไม่ยอมปล่อย

“พลจะไม่ปล่อยอ๋องไปไหนอีกแล้วอ๋องก็รู้นี่ว่าพลคิด

“เราเป็นเพื่อนกันนะ” ผมร้องขัดขึ้นมาทันทีเพราะรู้ว่าพลกำลังจะพูดอะไรผมอยากเป็นเพื่อนกับหมอนี่มากกว่าเป็นแบบอื่น

“แต่พลไม่อยากเป็นเพื่อนอ๋อง”

“งั้นอ๋องคงให้ในสิ่งที่พลต้องการไม่ได้!” ผมพูดก่อนจะออกแรงผลักหมอนี่จนเป็นอิสระแล้วลุกขึ้นยืนจะเดินหนีแต่พลกลับกระชากข้อมือของผมกลับเข้าไปหาตัวเขาซะก่อน

ผมเจ็บครับ

“ทำไม?”

“อ๋องไม่ได้รักพล” ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมากเลยทีเดียว ทำเอาพลหน้าถอดสีมองผมเหมือนอยากจะร้องไห้เลยละครับ

“อ๋องอยากเป็นเพื่อนกับพล” พอเห็นหมอนี่เงียบไปผมเลยพูดต่อ

“แต่พล

“ขอร้อง! อ๋องรักพลไม่ได้หรอกนะ”

“เพราะอ๋องมีคนที่รักอยู่แล้วใช่ไหม?” พลจ้องหน้าผมรอฟังคำตอบผมเองก็อยากบอกและไม่อยากโกหกเขาด้วยในเมื่อสิ่งที่พลถามมันคือเรื่องจริง

“ใชและอ๋องก็รักเขามากด้วย”

“ใช่คนเดียวกับที่เจอตอนนั้นไหม?” น้ำเสียงของพลแผ่วลง

“อืม! เขานั่นแหละ

“หึ! น่าอิจฉาเขาชะมัด” พลว่าก่อนจะปล่อยมือผมแล้วหันไปอีกด้านหนึ่งผมเองก็ยืนมองแผ่นหลังแกร่งของเพื่อนสนิทน้ำตาแทบจะไหลน่าอิจฉาตรงไหนเพราะความรักของผมมีอุปสรรคเยอะกว่าที่คิด

ถ้าน่าอิจฉาจริงๆ ผมคงได้อยู่กับเขา!

 

เมื่อไหร่? วันของเราจะมาถึงละครับพี่ไอสูรย์

 

 

ความคิดเห็น

}