I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[22] : ความรักที่คำนึงหา

ชื่อตอน : [22] : ความรักที่คำนึงหา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 538

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[22] : ความรักที่คำนึงหา
แบบอักษร

 

 

[22] 

'I-RIS RED' 

 

สามวันต่อมา 

"ท่านหญิงพักเสียหน่อยดีไหม ท่านนอนเฝ้าท่านอี้หลานมา 3 วันแล้ว" หยวนซานเข้ามาทักฟางซินที่เอาแต่นอนเฝ้าอี้หลาน คอยเฝ้าเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายทุกวัน ปรนนิบัติดูแลอย่างดีจนเขาชักสงสัยว่าสองคนนี้เกี่ยวข้องยังไงกันแน่แต่ทั้งฟางซินและเคอร์ซีก็ไม่ยอมเล่าเลย 

"ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็ได้หลับ นอนดฝ้าข้าก็หลับด้วยไม่ได้อดหลับอดนอนเสียหน่อย" ฟางซินแย้มยิ้มก่อนจะหันไปบิดผ้าชุบน้ำให้หมาดๆ แล้วเช็ดลงบนตัวของอี้หลานอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวว่าอี้หลานจะเจ็บ นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วเขายังไม่ฟื้นเลยคงเพราะบาดแผลฉกรรจ์จนร่างกายฟื้นตัวช้า 

"ดูท่านเป็นห่วงท่านอี้หลานอย่างมาก" 

"ท่านคงอยากทราบว่าข้ากับท่านอี้หลานเกี่ยวข้องกันยังไงสินะ" 

"นั่นมันแน่อยู่แล้ว ความสงสัยของข้ามันล้นเปี่ยมนัก" 

"งั้นข้าจะบอกให้" ฟางซินถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วเริ่มเล่าโดยที่มือยังคงเช็ดตัวให้อี้หลาน "ข้ากับท่านอี้หลานเราเป็นคนรักกัน แต่ก็เลิกรากันไปและข้าจึงย้ายมาที่นี่" 

"อย่าบอกนะว่าท่านคือสตรีที่ชาวเมืองต่างพูดกันว่าเป็นคนที่ทำให้ท่านอี้หลานหนีงานแต่งงาน" 

หยวนซานรู้สึกตกใจไม่น้อยกับคำบอกเล่าของฟางซินมันทำให้เขาหวนนึกถึงคำพูดของเหล่าชาวบ้านในเมืองหลวงที่พูดกันทั่วทุกหนแห่งว่าที่อี้หลานหนีงานแต่งงานเพราะมีหญิงคนรักอยู่แล้วถึงได้กระทำการหักหน้าเหยียบศักดิ์ศรีครอบครัวขนาดนั้น 

"เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอก จริงๆ เขาเองมิใช่หรือที่อยากแต่งงานเอง เหตุใดเขาจึงหนีมาแบบนี้? " 

"ข้าก็บอกอยู่ว่าท่านอี้หลานหนีงานแต่งงานเพราะมีหญิงคนรักอยู่แล้วและการที่ท่านอี้หลานลำบากมาถึงที่นี่โดยลำพังมันก็ย่อมชัดเจนว่าหญิงผู้นั้นคือเจ้า" 

ฟางซินขบเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ร่างบางหันเอาผ้าชุบน้ำมาใส่ในโถแก้วแล้วหันกลับมามองหยวนซาน "ไม่หรอก ข้าคงไม่ใช่สตรีผู้นั้นหรอกเพราะข้าไม่คู่ควร" 

"อะไรล่ะที่ตัดสินว่าท่านหญิงไม่คู่ควร? " 

"ก็แต่เป็นเพียงเด็กที่มาจากหอนางโลม ชาติกำเนิดแสนต่ำต้อย คนแบบข้าหรือจะคือสตรีที่ท่านอี้หลานยอมทิ้งงานแต่งงานมาหา มันช่างไม่มีอะไรที่ดูจะเป็นไปได้เลยจริงไหม? " 

"ท่านไม่ควรให้ความสำคัญตัวเองต่ำต้อยขนาดนั้นจะมาจากไหนก็ล้วนเป็นมนุษย์เดินบนดินเช่นกัน เกิดมาแบบเดียวกันและก็ตายเหมือนกันทุกคน สุดท้ายก๋ถูกฝังลงดินเหมือนกันกลับสู่จุดต่ำสุดเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นข้าไม่เห็นว่าจะไม่มีข้อไหนที่เป็นไปไม่ได้เพราะทุกอย่างในโลกล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น" 

"ท่านดูมองโลกในแง่ดีนะ แต่ข้าไม่ได้มองโลกเช่นเดียวกับท่าน" ร่างบางลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกไปจากห้อง "ข้าว่าข้าขอตัวไปดูเคอร์ซีหน่อยดีกว่า" 

"อ๊ะ! " แต่จังหวะที่ฟางซินกำลังจะเดินออกไปก็ถูกมือของใครบางคนจับรั้งเอาไว้จนชวนตกใจ 

"...ฟะ...ฟางซินหรือ นั่นเจ้าใช่ไหม? " น้ำเสียงแหบดังขึ้นจนแทบจะไม่ได้ยินถ้อยคำที่พูดแต่มันก็เป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคยสำหรับฟางซินเป็นอย่างมาก เด็กสาวหันกลับไปมองเบื้องหลังทันทีก่อนจะปะทะเข้ากับดวงตาคู่คมที่แสนคุ้นเคยที่จ้องมองเธอด้วยแววตาที่แสนดีใจอย่างเห็นได้ชัดเฉกเช่นเดียวกับเธอ 

"...ทะ...ท่านพี่ ท่านฟื้นแล้ว" ร่างบางรีบทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เฉกเช่นเดิมมือก็ลูบไล้ไปทั่วใบหน้าคมคายด้วยความลืมตัวเพราะเคยชินกับการสัมผัสตัวของอี้หลาน 

"...ฟะ...ฟางซินเจ้าจริงๆ ด้วย" อี้หลานแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ได้เห็นใบหน้าหวานที่แสนคุ้นเคยและเขาคำนึงหา มันเหมือนความเจ็บปวดทุกอย่างในตอนนี้ของเขาหายไปหมดแล้วเหลือแต่ความสุขล้นเท่านั้น 

"ข้าเองเจ้าค่ะท่านพี่" ดวงตาคู่หวานเอ่อล้นด้วยคราบน้ำตาถึงแม้ตอนแรกหัวใจจะปฏิเสธแต่ในตอนนี้เธอกลับลืมไปหมดแล้วจริงๆ เธอมิอาจจะถอดถอนร่างกายถอยห่างจากอี้หลานได้เลย 

"ข้านึกว่าข้าจะไม่ได้เจอเจ้าอีกแล้ว จ้าตามหาเจ้าไปทุกที่เลย" 

"ตามหาหรือเจ้าคะ แต่ท่านพี่กำลังจะแต่งงานกับคุณหนูเสวี่ยนอันมิใช่หรือ ท่านเป็นคนอยากจะแต่งงานเองนิแล้วท่านจะหนีมาทำไม? " 

"ไม่ ข้าไม่ได้อยากแต่งงานกับนางเลย แต่ที่ข้าทำไปเพื่อตบตาท่านแม่ของข้าให้วางใจและข้าจึงแอบหลบหนีออกมานี่ไง ออกมาตามหาเจ้ายอดรัก" 

มือหนาลูบไปตามใบหน้าหวานด้วยรอยยิ้มที่ประดับใบหน้าไม่เสื่อมคลาย ทั้งสองต่างจ้องมองสบตากัน สัมผัสใบหน้ากันไปมาด้วยรอยยิ้มที่แสนปีติ จนลืมไปเลยว่าหยวนซานนั้นยืนอยู่ในที่นี้ด้วย จนหยวนซานเลือกจะก้าวถอยออกมาเงียบๆ เพราะคิดว่าตัวเองคงเป็นส่วนเกินแน่ๆ ทั้งสองคนคงอยากจะใช้เวลาร่วมกันมากกว่า จริงๆ เขาแค่มองภาพฟังคำพูดเมื่อกี้ก็เหมือนจะรู้แล้วแหละว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันเช่นไร 

สตรีที่ทั้งแคว้นร่ำลือก็คือฟางซินเนี้ยแหละ ที่ทำให้ผู้ชายเจ้าสำราญแบบอี้หลานถึงขั้นพังงานแต่งงาน ไม่สนใจชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเพื่อออกตามหานางแบบนี้ 

"ท่านพี่อยู่ข้างในหรือไม่เจ้าคะ? " เคอร์ซีที่กำลังจะเอาข้าวปลาไปให้ฟางซินเอ่ยถามหยวนซานที่เดินออกมาจากห้องพอดิบพอดี 

"อยู่แต่ข้าว่าท่านหญิงน้อยไม่ต้องเข้าไปหรอก ตอนนี้พี่สาวของท่านนางกำลังสำราญกับท่านอี้หลานอยู่ ท่านหญิงน้อยเข้าไปก็ไปขัดพวกเขาเสียเปล่าๆ " หยวนซานตอบมือก็โบกพัดด้วยรอยยิ้ม 

"ท่านอี้หลานฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? " 

"ใช่สิ ฟื้นมาก็เรียกหาพี่สาวของท่านไม่หยุดปาก ข้าเลยออกมาเสียก่อนไม่อยากอยู่ขัดคนเขารักกัน" 

"แต่ข้าต้องนำข้าวปลาไปให้ท่านพี่ ท่านพี่ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า" 

"ข้าว่าท่านหญิงไม่ต้องห่วงหรอก ท่านพี่ของท่านหญิงคงอิ่มอกอิ่มใจเสียแล้วแหละ ข้าเห็นยิ้มหน้าบานเชียว" 

"แล้วข้าวปลาพวกนี้ข้าจะเอาไปให้ใคร ข้าเองก็กินแล้ว" 

"งั้นข้าจะอาสากินเองถ้าท่านหญิงไม่รังเกียจ" 

"ท่านมากกว่าถ้าไม่รังเกียจฝีมือข้าก็เชิญท่านทานเถิด" เคอร์ซียื่นถาดสำรับให้หยวนซาน 

"ท่านว่างหรือไม่? " หยวนซานรีบถาดสำรับมาจากเด็กสาว 

"ว่างเจ้าค่ะ ท่านมีอะไรจะใช้ข้าหรือ? " 

"ไม่ๆ ข้ามิได้จะใช้งานท่าน ท่านหญิงเป็นแขกของข้า ข้าจะใช้งานท่านได้เช่นไร ข้าเพียงแต่อยากจะชวนท่านไปนั่งชมบัวที่ศาลาริมน้ำตอนนี้บัวกำลังออกดอกงดงามนักแล" 

"ข้ายินดีจะไปกับท่านเพราะข้าคงปฏิเสธน้ำใจของท่านไม่ได้" 

"ขอบใจ งั้นเชิญท่านหญิง" 

หยวนซานผายมือเพื่อเชิญให้เคอร์ซีเดินนำออกไปก่อนโดยมีตัวเองเดินตามไปที่หลังแต่สุดท้ายก็เดินขึ้นมาเคียงคู่กันจนมาถึงศาลาริมน้ำที่แสนร่มเย็น ถาดสำรับข้าวปลาถูกวางลงบนโต๊ะหินอ่อนในขณะที่สายตาของชายหนุ่มก็จ้องมองอาหารในสำรับที่ล้วนแล้วแต่น่าลิ้มลองทั้งนั้น "ท่าทำอาหารได้น่ากินมาก ฝีมือของท่านประณีตแม้กระทั่งผัก ท่านยังแกะสลักมันออกมาเสียสวยงาม" 

"ขอบใจเจ้าค่ะ ข้าได้วิชาจากท่านแม่ของข้ามาเยอะ" เคอร์ซียิ้มตอบรับคำชมแต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้แม่ของเธอที่อุตส่าห์สั่งสอนเธอมาตั้งแต่เยาว์วัยเธอเลยมีเสน่ห์ปลายจวักติดตัวแบบนี้ 

"งั้นข้าขออนุญาตกิน" 

"เชิญเจ้าค่ะ" มือบางหยิบกาน้ำชามารินใส่ถ้วยใบน้อยให้หยวนซาน 

"รสชาติช่างดีนัก ข้าไม่เคยกินอะไรอร่อยแบบนี้มาก่อน" หยวนซานเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม ปากก็เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ 

"ท่านก็ชมข้าเกินไปเสียแล้ว" ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ 

"ข้าพูดจริงๆ ท่านหญิง ท่านทำอาหารอร่อยจนข้าอยากให้ท่านมาทำให้ข้าได้กินทุกวัน ข้าคงจะมีแรงทำงานแน่ๆ " 

คำพูดของหยวนซานทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงระเรื่อมากกว่าเดิมเพราะคงจะเป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่อายด้วยวัยที่เป็นสาวแรกแย้มกำลังเบ่งบานจึงเป็นธรรมดาที่จะหลงไปในคารมของชายหนุ่มที่หยอกเย้าเสียแบบนี้ แต่เคอร์ซีก็ต้องพยายามเก็บอาการเพราะฟางซินมักจะสอนเธอเสมอว่าเกิดเป็นหญิงไม่ควรใจง่ายเกินไป ควรสงวนร่างกายเอาไว้แด่คนที่เราจะแต่งงานด้วยเท่านั้นเพราะฟางซินผ่านมาก่อนและรู้ดีว่าผลเสียที่ตามมาเป็นเช่นไรเมื่อหลวมตัวให้ชายก่อนแต่งเช่นนี้เพราะเขาจะเขี่ยทิ้งตอนไหนเสียก็ได้เพราะถือว่าได้ลิ้มลองแล้วย่อมไม่เสียดาย 

"ข้าว่าท่านกินเสียให้หมดเถิดเดี๋ยวน้ำแกงจะเย็นชืดหมด" เด็กสาวเลือกจะตัดบทสนทนาแล้วส่งยิ้มให้ทาน 

"อืม"  

หยวนซานเองก็ได้แต่ตอบรับน้ำเสียงแผ่วก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าวปลาอาหารเสียให้หมดตามที่เคอร์ซีต้องการ เขาพูดเสียขนาดนี้เคอร์ซียังทำท่าทางนิ่งเฉยเสียได้นี่เขาข้ามขั้นตอนหรือยังไรก็ไม่นิเขาก็จีบนางไปตามขั้นตอนนี่นาไม่ได้กระโดดก้าวข้ามตรงไหนเลยหรือว่านี่มันยังไม่พอให้นางรู้สึกหวั่นไหวแล้วเขาจะต้องทำเช่นไรนางถึงจะรับรู้ว่าเขาชอบนางและอยากได้นางมาเคียงข้างกาย 

ทางด้านของฟางซิน 

"ทำไมท่านพี่ถึงทำเยี่ยงนี้ ทำไมถึงล้มงานแต่งแบบนี้ ท่านพ่อท่านแม่ของท่านพี่คงจะอับอายไปทั่วทั้งแคว้นเสียแล้วมั้ง นั้นหมายถึงพี่น้องของท่านพี่ด้วย ยิ่งฮองเฮาอีก ป่านนี้พระนางคงกลุ้มใจเป็นแน่" ฟางซินเอ่ยถามถึงสาเหตุของอี้หลานที่เขาต้องใจกล้าบ้าบิ่นแค่ไหนถึงได้ล้มงานแต่งของตัวเอง ทิ้งชื่อเสียงตัวเองและวงศ์ตระกูล ทำเอาพ่อแม่พี่น้องต้องอับอายเพื่อมาหาเธอที่นี่ 

"เพราะข้ารักเจ้าไง ข้าทำได้ทุกอย่างเพื่ออยู่กับเจ้า" มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบที่แก้มบาง 

"แต่ท่านทำให้พ่อแม่พี่น้องของท่านต้องทุกข์ระทม" 

"ข้าไม่สนใจหรอกว่าใครจะทุกข์ระทม แต่ข้าต้องได้อยู่กับเจ้า" 

"ความรักของเราช่างดูเห็นแก่ตัวนัก" 

"ข้าไม่อยากให้เจ้าคิดเช่นนั้น เจ้าไม่ควรนึกถึงคนอื่นในเมื่อคนอื่นไม่เคยนึกถึงเจ้า ในตอนนี้ข้ากับเจ้าได้อยู่ด้วยกันก็เพียงพอแล้วนึกถึงแค่ความสุขของเราสองคนก็เพียงพอในเมื่อเจ้ามีเพียงข้าที่รักเจ้าและยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มาอยู่กับเจ้า" 

ในตอนนี้อี้หลานไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วเพราะสิ่งที่เขาต้องการคือการได้อยู่กับฟางซินและตอนนี้ตัวเขาได้อยู่กับนางแล้ว เขาไม่สนว่าท่าพ่อท่านแม่จะรู้สึกเช่นไรเพราะท่านทั้งสองเองก็ยังไม่เห็นจะเคยรับรู้ความรู้สึกของเขาเลยโดยเฉพาะท่านแม่ที่ตีกรอบเขาทั้งๆ ที่เขาโตจนป่านนี้แล้ว หลังจากนี้เขาจะเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองจะไม่ยอมให้ใครมาตีกรอบสั่งเขาแล้วและทางที่เขาเลือกจะต้องมีฟางซินในนั้น จะไม่มีใครมาพรากเขาออกจากนางได้เพราะเขาจะไม่มีวันยอมอีกแล้ว ถ้าจะต้องถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวก็ยินยอม 

"เจ้าค่ะ" 

ฟางซินตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาของอี้หลาน มันก็ถูกอย่างที่อี้หลานว่าเธอไม่ควรสนใจความรู้สึกคนอื่นเพราะคนอื่นก็ไม่ได้มาสนใจความรู้สึกของเธอโดยเฉพาะแม่ของอี้หลานที่ผลักไสไล่ส่งเธออย่างกับหมูหมา แต่ถึงแบบนั้นเธอจะไม่สนใจทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะความรักของเธอกับอี้หลานมันเหมือนจะทำให้ใครหลายคนต้องเดือดเนื้อร้อนใจจนอยู่ไม่เป็นสุข อี้หลานไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นลูกของขุนนางใหญ่โต มีน้องชายเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ชนะศึกจนชื่อเสียงเกรียงไกร มีน้องสาวเป็นฮองเฮานางพญาหงส์ที่มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้เท่านั้น และตัวอี้หลานเองก็เป็นนักปราชญ์ผู้เลื่องชื่อในเรื่องความเก่งหัวดีสั่งสอนลูกขุนนางในรั้ววังหลวงมาหลายปีแต่กลับต้องมาชื่อเสียงด่างพร้อยเพราะเรื่องแบบนี้ เธอคิดว่ามันคงจะดูเห็นแก่ตัวไปสักนิดหน่อยเหมือนกัน 

. 

. 

-------------------------- 

หายไปนานมากๆเลย กลับมาแล้วววววว ใครยังจำได้มั้ง? สำหรับใครที่จำเนื้อเรื่องไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านใหม่เลย 555555 ถือเสียว่ารำลึกความทรงจำ จะย้อนไปอ่านยันเรื่อง ลิขิตรักบัลลังก์มังกร ก็ได้นะ เรื่องนั้นเพิ่งแก้คำผิดเสร็จไปเมื่อวานเอง ไฉไลกว่าเดิม! 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น