เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 86 หัวใจของหมึกปีศาจ

ชื่อตอน : บทที่ 86 หัวใจของหมึกปีศาจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 196

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 13:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 86 หัวใจของหมึกปีศาจ
แบบอักษร

           แดนลับ… 

 

           สถานที่อันลึกลับที่มีมาแต่บรรพกาล บ้างก็กล่าวขานกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งเทพเจ้าสร้างไว้เพื่อมอบสมบัติและทรัพยากรทรงคุณค่าเพื่อตกทอดไว้ให้แก่มนุษย์ บ้างก็กล่าวขานกันว่าเป็นมิติอันลึกลับซึ่งยอดยุทธ์ชั้นนภาตกทอดมรดกของตนไว้ในโลกมนุษย์ก่อนที่จะกลายเป็นเทพเจ้าและขึ้นสู่สวรรค์ 

 

           สำหรับคำว่าแดนลับนั้นช่างเต็มไปด้วยสิ่งลึกลับที่เหล่าชาวยุทธ์ต่างวาดฝันเอาไว้มากนัก สัตว์อสูรชั้นสูงที่มีสายเลือดเก่าแก่ที่รอให้พวกเขาจับไปเป็นทาสอสูร หรือแม้แต่วรยุทธ์อันล้ำค่าต่างๆ ทรัพยากรทรงคุณค่าต่อการฝึกตน หรือแม้แต่อาวุธในตำนานของเหล่าเทพเจ้า…ต้นแบบอันแท้จริงของอาวุธจิตวิญญาณ 

 

           ว่ากันว่าราชวงศ์ต่างๆที่สามารถขึ้นมามีอำนาจในแผ่นดินได้อย่างในปัจจุบันนี้ก็เป็นเพราะได้ครอบครองแดนลับบรรพกาลของเทพเจ้า แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็เป็นเพียงข่าวลือในยุทธภพเท่านั้นเอง ไม่ได้มีหลักฐานมายืนยันคำกล่าวเหล่านั้นแม้แต่น้อย 

 

           ในกาลเวลาปัจจุบันภายในห้วงมิติอันแปลกประหลาดซึ่งถูกขนานนามกันว่าแดนลับทะเลปีศาจ ร่างของหมึกปีศาจวังวันมารกำลังแหวกว่ายอยู่ภายในมหาสมุทรแห่งปีศาจ ในท้องของมันนั้นเองที่มีมนุษย์ผู้หนึ่งที่ทนรับความทุกข์ทรมานอยู่ด้านใน 

 

        “บ้าเอ้ย! คิดจะว่ายไปถึงไหนกัน!” เสียงของถังเฟยหู่ดังก้องขึ้นภายในร่างกายของหมึกปีศาจวังวนมาร เป็นเวลาหลายชั่วยามแล้วที่เขาต้องติดอยู่ในท้องของหมึกปีศาจตนนี้จนเขาแทบจะรู้สึกอยากเป็นบ้าไปแล้ว 

 

           แต่หมึกปีศาจนั้นก็มีความรู้สึกที่ไม่ต่างกันเท่าไหร ปราณแห่งความตายของถังเฟยหู่ส่งผลกระทบต่อมันเป็นอย่างมาก ร่างกายของมันแหวกว่ายอยู่ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่และภายใต้ผืนทะเลปีศาจแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ที่แปลกตา พื้นที่โบราณใต้ผืนน้ำ สิ่งปลูกสร้างโบราณที่ผุพังรวมถึงสัตว์อสูรแปลกตาทั้งหลาย 

 

           มันได้แทรกตัวเข้าไปในช่องหินแห่งหนึ่งภายใต้ท้องทะเลปีศาจก่อนที่จะเริ่มหลับใหลอีกครั้งหนึ่ง สีของผิวหนังของมันเริ่มเปลี่ยนไปจนดูคล้ายกับพื้นที่รอบข้างซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่สามารถมองเห็นร่างกายของมันได้เลย 

 

           ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ลืมตาขึ้นมา เขาสัมผัสความรู้สึกโดยรอบได้ในทันทีว่าหมึกปีศาจได้หยุดการเคลื่อนไหวแล้ว “…มันหยุดว่ายแล้ว” ถังเฟยหู่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง หมึกปีศาจไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ไร้ซึ่งการขยับ 

 

           ปราณมารไร้ลักษณ์ กายหยาบมาร กายาปลาปีศาจ! 

 

             ปราณมรณะสีแดงดำถูกรวบรวมไว้ในขาทั้งสองข้างจนบังเกิดเป็นรอยสักมารรูปเกล็ดปลาที่สมจริงภายใต้เสื้อผ้า ปราณหนาแน่นก่อตัวที่ฝ่าเท้าของเขาจากนั้นถังเฟยหู่จึงได้เหวี่ยงตัวไปทางอีกด้านและใช้ฝ่าเท้าที่เต็มไปด้วยรอยสักมารและปราณแห่งความตายหนาแน่นกระแทกไปยังบริเวณด้านล่าง 

 

           ตู้มมมมม 

 

           ฟันแหลมคมที่เรียงตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นได้ถูกชายหนุ่มเตะกระแทกจนหักไปเสียสิ้นทั้งหมด ถังเฟยหู่ลงมายืนอยู่บนพื้นที่ภายในปากของหมึกปีศาจบริเวณหนึ่งซึ่งฟันตรงนั้นได้แตกหักและเต็มไปด้วยเลือดสีน้ำเงินเรืองแสงแปลกประหลาดอันเจิ่งนอง 

 

           หากเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่หมึกปีศาจยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเขาคงไม่อาจทำเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน นั่นเพราะช่วงเวลาก่อนหน้านี้ร่างกายของหมึกปีศาจได้ขยับแหวกว่ายอยู่ในน้ำตลอดเวลา หากเขาขยับตัวโดยไม่คิดให้ดีก่อนก็อาจถูกคมเขี้ยวในปากของหมึกปีศาจทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ 

 

           และถึงแม้จะมีวิชาฝึกกายกับกายหยาบมาร แต่ลมปราณของเขาก็จะถูกเผาผลาญไปตลอดเวลาซึ่งต่างจากการใช้กายหยาบมารแต่บริเวณเฉพาะส่วนและทรงตัวให้อยู่ห่างไกลจากคมเขี้ยวของหมึกปีศาจ 

 

           ถังเฟยหู่หลับตาลงและพยายามใช้ความรู้สึกของตนในการจับการเคลื่อนไหวของหมึกปีศาจ แต่หลังจากผ่านไปนานหลายเค่อก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ถังเฟยหู่จึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างเบาใจ ดูเหมือนว่าการโจมตีของเขาเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายอันใหญ่โตของหมึกปีศาจก็ไม่นับว่าเป็นอันใด 

 

           เจ้าหมึกปีศาจไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือแม้แต่จะตื่นจากการหลับใหลแม้แต่น้อย ถังเฟยหู่นั่งลงบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยเลือดและฟันอันแตกหักจากนั้นจึงได้โคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้าและลมปราณที่เสียไป 

 

           เมื่อถังเฟยหู่ฟื้นฟูลมปราณภายในตันเถียนของตนจนเต็มเปียมแล้วเขาก็ได้ลืมตาขึ้นมาและสำรวจโดยรอบอีกครั้งเพื่อหาช่องทางในการหลบหนีออกไป แต่ในตอนนั้นเองที่เขาได้มีความคิดอันบ้าคลั่งชนิดหนึ่งขึ้นมา 

 

           “จะเป็นอย่างไรนะหากข้ากลืนกินหมึกปีศาจจากข้างในเช่นนี้ ช่างน่าสนใจมาก หากข้าสามารถกลืนกินมันได้ทั้งร่างอาจได้ความสามารถใหม่ๆมาจากกายหยาบมาร” เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงได้ประทับฝ่ามือของตนเองลงบนพื้นซึ่งก็คือเนื้อบริเวณหนึ่งภายในช่องปากของหมึกปีศาจ 

 

           ปราณมรณะลอยขึ้นล้อมรอบร่างกายของเขา รอยสักมารปรากฏขึ้นบนร่างของเขาโดยมีอสูรทมิฬที่สถิตอยู่ตรงแผ่นอกเป็นส่วนช่วยสำคัญในการใช้วิชานี้ แต่ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถดูดกลืนวิญญาณของหมึกปีศาจเข้ามาได้เลยแม้แต่น้อย 

 

           “…ดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลืนกินวิญญาณและร่างกายของสัตว์อสูรที่ยังไม่ตาย ถ้าคิดจะกลืนกินมันอย่างน้อยก็ต้องทำให้มันใกล้ความตายเป็นอย่างมากเสียก่อน” เขาหันกลับไปมองสถานการณ์รอบด้านก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ “นั่นช่างยากเหลือเกิน…เหมือนเอาไข่ไปกระทบหินก็ไม่ปาน” 

 

           ญาณโลหิต ตาเหยี่ยวพันลี้! 

 

             ดวงตาสีม่วงดำของเขาจดจ้องไปยังพื้นที่โดยรอบเพื่อสำรวจโดยละเอียดรวมถึงการเผาผลาญพลังของสายเลือดไปเพื่อใช้วิชาขั้นสูงของตาเหยี่ยวพันลี้ในการมองทะลุกำแพงที่สร้างจากเลือดเนื้อและฟันอันแหลมคมจำนวนมาก ในสายตาของเขากำแพงเหล่านั้นกลับดูโปร่งแสงลงเรื่อยๆจนมองเห็นวัตถุในชั้นถัดไป 

 

           เขาสามารถเห็นถึงชั้นกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในอันแปลกประหลาดและอยู่ผิดที่ผิดทางซึ่งต่างจากร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างมาก เขาสามารถมองเห็นถึงสมองซึ่งอยู่ใกล้กับหลอดอาหารเป็นอย่างมาก แต่เขากลับเห็นพลังปราณตามธรรมชาติของหมึกปีศาจที่ปกป้องส่วนสมองไว้และยังมีส่วนเชื่อมต่อกับหนวดทั้งแปดอีกจำนวนมาก 

 

           ซึ่งจุดนั้นนับว่าอันตรายเป็นอย่างมากหากต้องการเล่นงานมันจากจุดนั้น เขาได้ใช้วิชาสายเลือดดวงตาของตนในการเพ่งมองให้มากขึ้นแต่ก็มองทะลุไปได้ไม่ไกลมากนัก อาจจะเพราะเป็นวิชาที่ยังอยู่ในขั้นสามไม่ก็สายเลือดของเขายังไม่เข้มแข็งพอ 

 

           “จุดตายของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สมองและหัวใจ…แต่นั่นก็ไม่เสมอได้ ท่านตาเคยกล่าวไว้เกี่ยวกับสัตว์อสูรแปลกประหลาดในโลกหล้าไว้ บ้างก็มีความประหลาดถึงขั้นตัดหัวไปแล้วก็ยังสามารถคงชีพอยู่ได้…แล้วหมึกปีศาจละ?” ถังเฟยหู่ขบคิดปัญหานี้อยู่นานก่อนที่จะตัดสินใจบางอย่างออกมา 

 

           “ระดับขั้นชีวิตรวมถึงปราณของหมึกปีศาจวังวนมารยังเหนือกว่าตัวข้าจนเกินไป หากโจมตีที่สมองอาจเสี่ยงเกินไปเพราะพลังปราณของมันที่ปกป้องอยู่ แล้วถ้าหากข้าทำตัวเหมือนกับหนอนมารกินใจละ? แม้จะอ่อนแอแต่ก็สามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าหลายเท่าด้วยการเกาะกินและเล่นงานที่หัวใจ” ถังเฟยหู่นึกถึงเรื่องราวการรักษาครั้งหนึ่งของถังหยางหลิวผู้เป็นตา 

 

           ทันใดนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้เรียกจิตวิญญาณอสรพิษมรกตออกมาและได้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณกระบี่งูเขียว “ถ้าหากความคิดของข้าถูกต้องละก็อย่างน้อยหัวใจของมันก็มีการป้องกันที่อ่อนด้อยกว่าส่วนสมอง หากบุกไปตามเส้นเลือดของมันก็อาจจะเข้าถึงหัวใจมันได้โดยง่ายเลย” 

 

           ถังเฟยหู่ยกฝ่ามือของตนขึ้นมาและโคจรปราณด้วยวิชาปราณเก้าเยือกแข็ง ฝ่ามือของเขาดูซีดขาวลงหลายส่วนและแผ่ไอเย็นสีขาวลอยออกมา เขาได้ทาบฝ่ามือลงไปบนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดสีน้ำเงินจนมันเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งชั้นบางๆ ส่วนกระบี่ที่อยู่ในมืออีกข้างก็ถูกอัดแน่นไว้ด้วยปราณสีฟ้าเยือกแข็ง 

 

           เขายกกระบี่ขึ้นสูงและในทันใดนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ปักกระบี่ลงมาใส่พื้นที่ตรงพื้นในทันที กระบี่อันแหลมคมแทงเข้าไปอย่างง่ายดาย แต่ด้วยความเย็นที่ถูกแช่แข็งโดยลมปราณของเขายิ่งทำให้หมึกปีศาจไม่รู้สึกถึงสิ่งใดบริเวณนั้นแม้แต่น้อย ในชั่วพริบตาเดียวนั้นเองที่เขาได้กรีดรอยแผลขนาดใหญ่ขึ้นภายในช่องปากของหมึกปีศาจ แต่เลือดสีน้ำเงินเหล่านั้นกลับไม่ไหลทะลักออกมาอีกแล้ว 

 

           ถังเฟยหู่เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนที่จะสอดแทรกร่างกายของตนเข้าไปในช่องว่างนั้น เขาได้เคลื่อนผ่านชั้นของกล้ามเนื้อที่น่าขยะแขยงและส่งกลิ่นเหม็นอันรุนแรง เขาได้ตวัดกระบี่ออกไปอีกหลายครั้งเพื่อสร้างช่องว่างในเคลื่อนที่ต่อไป 

 

           ใช้เวลานานเกือบกว่าสองชั่วยามกว่าที่เขาจะเคลื่อนที่ผ่านชั้นเนื้อเหล่านั้นออกมาได้จนถึงสุดทาง ในตอนนั้นเองที่ชั้นเนื้อตรงหน้าของเขามีความรู้สึกที่แปลกออกไปอยู่บ้าง มือของเขาเอื้อมออกไปแตะสัมผัสชั้นเนื้อตรงหน้า เขารู้สึกถึงความบางเบาของมันและยังสัมผัสได้ถึงของเหลวจากอีกด้าน 

 

           ญาณโลหิต ตาเหยี่ยวพันลี้! 

 

             เขาเรียกใช้วิชาสายเลือดดวงตาอีกครั้ง ชั้นเนื้อตรงหน้ากลายเป็นโปร่งแสงและสามารถมองทะลุผ่านไปถึงอีกด้านได้ด้วยการผลาญพลังสายเลือดไปอย่างรวดเร็ว ตรงหน้าของเขาคือของเหลวใสจำนวนมากมาย เบื้องหน้าของเขากลับเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำจำนวนมาก 

 

           “ร่างของมันช่างแปลกนัก อวัยวะแปลกตา ช่องว่างภายในร่างกายที่เชื่อมต่อกับภายนอก…ถ้าหากข้าจะหนีไปด้วยช่องว่างนี้ก็คงสามารถว่ายออกไปยังด้านนอกร่างกายของมันได้อย่างง่ายดาย…” ถังเฟยหู่ค้นพบทางหนีของตนแล้วแต่เขากลับไม่เร่งรีบหนีจากไป นั่นเพราะเขายังเล็งเห็นถึงผลประโยชน์บางอย่างอยู่

 

           หากเขาหนีไปเช่นนี้ก็จะไม่อาจบ่มเพาะกายหยาบมารให้แข็งแกร่งมากขึ้นอีกทั้งเขายังเชื่อว่าภายในร่างกายของหมึกปีศาจจะต้องมีผลประโยชน์และทรัพยากรจำนวนมหาศาลรอเขาอยู่เป็นแน่

 

           “มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น…” ดูเหมือนว่าถังเฟยหู่จะตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว ตลอดชั่วชีวิตของเขาที่อยู่อย่างคนอ่อนแอและโอนอ่อนต่อโชคชะตาที่เจอทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง

 

           เขาไม่ต้องการจะเสียสิ่งใดในชีวิตอีกแล้ว ความต้องการที่จะแก้แค้น ความต้องการที่จะแข็งแกร่ง ความต้องการมากมายภายในหัวใจราวกับผลักดันมือของเขาให้วาดกระบี่นี้ออกไป และในชั่วพริบตานั้นเองที่ผนังจากเลือดเนื้อของหมึกปีศาจได้ถูกผ่าออก น้ำทะเลจำนวนมากได้ไหลเข้ามาภายในซึ่งตอนนั้นถังเฟยหู่ได้พุ่งร่างของตนเองออกไปยังช่องว่างที่เต็มไปด้วยน้ำทะเล

 

           เขาหันหลังกลับมาและดึงเส้นผมของตนเองออกมาหนึ่งเส้นจากนั้นจึงได้ถ่ายทอดลมปราณลงไปจนผมเส้นนั้นกลายเป็นเข็มเล่มหนึ่งด้วยลมปราณกล้าแข็ง เขาได้ใช้เส้นผมของตนอีกหลายเส้นแทนด้ายปราณเพื่อเย็บแผลตรงหน้า ด้วยทักษะการใช้เข็มอันร้ายกาจของเขาทำให้ชั่วพริบตาเดียวแผลของหมึกปีศาจก็ปิดสนิท

 

           เหตุผลที่เขาไม่ใช้ด้ายปราณอย่างทุกทีนั่นเพราะเขากลัวว่าด้ายปราณเหล่านั้นจะสลายหายไปเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจนทำให้น้ำทะเลเข้าสู่ร่างกายของหมึกปีศาจจนอาจทำให้มันตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล

 

           แม้จะยากไปอยู่บ้างเมื่อไม่มีเลือดสีน้ำเงินเรืองแสงอันแปลกประหลาดของหมึกปีศาจตนนี้แต่นั่นก็ไม่ค่อยเป็นปัญหาเสียเท่าไหร เมื่อเขาใช้วิชาสายเลือดดวงตาของตนออกมาก็ทำให้มองภาพต่างๆชัดเจนยิ่งขึ้นแม้จะไม่มีแสงใดเลยก็ตามที

 

           “เอ๊ะ…นี่มัน….” ในตอนนั้นเองที่เขาได้ค้นพบบางอย่างเข้า ถังเฟยหู่เลิกใช้การหายใจภายในด้วยลมปราณแล้วกลับมาใช้ระบบหายใจของตนเองแทน แต่แทนที่เขาจะสำลักน้ำทะเลเหล่านั้น ทันทีที่น้ำทะเลเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายของเขากลับสลายกลายเป็นเศษเสี้ยวของพลังวิญญาณ

 

           พลังวิญญาณเหล่านั้นถูกร่างกายของเขาดูดซึมไปและมุ่งเข้าสู่จุดตันเถียน น้ำทะเลเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณตามธรรมชาติซึ่งสามารถย่อยสลายกลายเป็นลมปราณได้อย่างง่ายดายราวกับการดูดกลืนพลังวิญญาณในอากาศของพื้นที่ปกตินอกแดนลับทะเลปีศาจแห่งนี้

 

           และเมื่อการหายใจไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปนั่นจึงทำให้เขาสามารถพูดคุยกับตนเองได้แม้จะอยู่ในน้ำทะเลเช่นนี้ ถังเฟยหู่ได้กวาดตามองออกไปรอบด้านอีกครั้งหนึ่งเพื่อตรวจสอบเป้าหมายที่เขาต้องการ “ตรงบริเวณสมองของมันมีการป้องกันและพลังปราณที่หนาแน่นไม่อาจเข้าไปทำลายได้โดยง่าย คงได้แต่ทำลายหัวใจของมันเพื่อฆ่ามันอย่างที่คิดไว้ตอนแรก” ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้พบเห็นเป้าหมายของตนเอง ด้วยวิชาสายเลือดดวงตาหนุนเสริมจึงทำให้เขาสามารถพบเห็นจุดบริเวณที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นหัวใจของหมึกปีศาจได้อย่างเลือนราง

 

           “ระยะทางแม้จะดูไกลเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่น่าจะเกินแรงเสียเท่าไหร อีกทั้งกายหยาบมารของข้ามีพลังของปลาปีศาจ การว่ายน้ำย่อมไม่ใช่ปัญหาเสียเท่าไหร อีกทั้งต่อไปการต่อสู้ในน้ำอาจเป็นข้อได้เปรียบอีกด้วย การฝึกฝนธาตุวารีหรือเหมันต์ก็ดูจะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นไปอีก…อย่างเช่นปราณเก้าเยือกแข็ง” ถังเฟยหู่วางแผนการณ์ของตนเองในขณะที่มองสำรวจไปยังทิศทางต่างๆ

 

           ปราณมรณะแดงดำลอยออกมาจากร่างของเขาซึ่งมีส่วนน้อยบางส่วนของปราณเหล่านั้นที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดอันเป็นสัญลักษณ์ของขั้นที่สามแห่งปราณมารไร้ลักษณ์ ถังเฟยหู่ใช้พลังของตนเองออกมาอย่างเต็มที่โดยที่ไม่กลัวเกรงว่าใครจะมาพบเห็นเขา

 

           ในที่แห่งนี้นอกจากเขาแล้วยังจะมีใครอีกเล่า รอยสักมารปรากฏขึ้นรอบร่างกายของเขาเป็นรูปเกล็ดปลาที่ดูสมจริงอย่างมาก ทันใดนั้นเองที่ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับปลาตนหนึ่งก็ไม่ปาน เขาได้หลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปใกล้กับอวัยวะส่วนสมองของมัน

 

           เขาว่ายน้ำย้อนขึ้นไปเรื่อยๆท่ามกลางความมืดมิดโดยมีวิชาสายเลือดดวงตาเป็นส่วนช่วยในการทำให้เขาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย แต่พลังของสายเลือดดวงตาเองก็ผลาญสายเลือดที่กลายพันธุ์ของเขาไปเช่นกัน เขาว่ายน้ำมากว่าหนึ่งวันแล้วแต่ก็ดูไม่ได้เข้าใกล้จุดหมายมากขึ้นเลย

 

           อาจจะเป็นเพราะการพุ่งไปอย่างสุดตัวเช่นนี้เป็นการเผาผลาญพลังงานภายในร่างกายของเขาไปอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นปราณมรณะหรือแม้แต่พลังของสายเลือดก็ตามที และเมื่อพลังต่างๆของเขาถดถอยจนแทบจะหมดสิ้น เขาจึงได้หยุดพักและโคจรพลังลมปราณเพื่อฟื้นพลังต่างๆภายในร่างกายของตนอีกครั้งหนึ่ง

 

           และในขณะที่หยุกพักนั้นเองที่เขาได้โคจรปราณเก้าเยือกแข็งเพื่อบ่มเพาะขอบเขตพลังของตนขึ้นและยังเพื่อฝึกฝนวิชาปราณเหมันต์ชนิดนี้อีกด้วย ในทันทีที่น้ำทะเลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของเขาและถูกใช้เพื่อบ่มเพาะปราณเหมันต์นั้นเอง มันก็ได้เกิดเรื่องราวแปลกประหลาดขึ้นมา

 

           การบ่มเพาะปราณของวิชาปราณเก้าเยือกแข็งในขั้นกลางที่หยุดพัฒนามานานกลับตอบรับกับพลังวิญญาณตามธรรมชาติในท้องทะเลได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดูเหมือนว่าการบ่มเพาะพลังประเภทวารีและเหมันต์จะมีอัตราที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

           การบ่มเพาะของเขาเป็นไปอย่างราบรื่นจนเขาไม่ได้มุ่งหน้าต่อไปอีก จนเวลาล่วงเลยเข้ามาถึงวันที่สามที่เขาได้หยุดพัก ในที่สุดขอบเขตพลังของเขาก็ได้เข้าสู่ปราณขั้นแปดระดับต่ำรวมถึงปราณเก้าเยือกแข็งเองก็พัฒนาจนเข้าสู่ขั้นที่สี่ระดับสูง

 

           ถังเฟยหู่ลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับพลังภายในร่างกายที่เต็มเปี่ยม ปราณมรณะสีแดงดำได้ทะลักออกมาอีกครั้งพร้อมกับร่างของเขาที่ได้เปลี่ยนให้พวกมันกลายเป็นรอยสักมารรูปเกล็ดปลา สายเลือดที่กลายพันธุ์ได้ถูกญาณโลหิตรวบรวมไว้ในดวงตาและใช้ออกด้วยวิชาสายเลือดดวงตา

 

           ทัศนวิสัยโดยรอบชัดแจ้งอีกครั้งหนึ่ง ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปด้วยความรวดเร็วจนบังเกิดแรงกระแทกของห้วงน้ำสะท้อนออกไป แต่นั่นก็ไม่นับเป็นอันใดหากเทียบกับขนาดของร่างกายที่แตกต่างกันจนเกินไป มีเพียงแต่หมึกปีศาจที่จะมีการขยับตัวเล็กน้อยในหลายวันมานี้เพราะความรู้สึกแปลกประหลาดในกายของมัน

 

           การกระตุ้นใช้ปราณมรณะของถังเฟยหู่ได้ส่งความรู้สึกที่ทำให้รู้สึกไม่สบายขึ้นภายในกายของหมึกปีศาจอย่างต่อเนื่อง แต่ถังเฟยหู่กลับไม่รับรู้เรื่องราวเหล่านั้นและใช้ออกด้วนพลังทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากพลังทั้งร่างสูญหายไปอย่างรวดเร็วเขาก็จะใช้เวลาในการนั่งพักเพื่อฟื้นคืนพลังและบ่มเพาะขอบเขตพลังของตนเอง

 

           เป็นเช่นนี้วนซ้ำไปมากว่าหนึ่งสัปดาห์จนร่างกายของเขาไม่ค่อยตอบรับกับพลังวิญญาณตามธรรมชาติในทะเลปีศาจเสียเท่าไหรแล้ว ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะคุ้นชินกับพลังวิญญาณในสภาพเช่นนี้แล้ว แต่นั่นก็ยังมอบประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับเขาอยู่ดี การพัฒนาของเขาเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว

 

           ขอบเขตของเขาได้เติบโตขึ้นกว่าเดิมจนมาถึงปราณขั้นแปดระดับต่ำค่อนไปทางสูง ซึ่งหากเขาพบเจอโชคหรือประโยชน์ใดๆในร่างกายของหมึกปีศาจตนนี้ก็อาจจะทำให้เขาสามารถทะลวงขั้นเข้าสู่ระดับปราณขั้นแปดระดับสูงก็เป็นได้ ส่วนปราณเก้าเยือกแข็งเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เขาได้ฝึกปราณเหมันต์นี้จนมาถึงขอบเขตระดับสุดยอดของขั้นที่สี่แล้วเช่นกัน

 

           พลังปราณเหมันต์ที่เขาปลดปล่อยออกมามีความร้ายกาจขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน อีกทั้งยังมีความลึกซึ้งในศาสตร์เหมันต์มากกว่าเดิมอีกด้วย หลังจากการเดินทางหลายวันในที่สุดเขาก็สามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในทิศทางที่เขากำลังไป ตรงหน้าของเขาที่ไกลลิบได้ปรากฏแสงสีฟ้าเรืองแสงท่ามกลางความมืดมิด

 

           ถังเฟยหู่หยุดการเคลื่อนไหวของตนและจ้องไปมองไปยังแสงสีฟ้าอันน่าพิศวงตรงหน้านั้น เขาเร่งเร้าวิชาสายเลือดดวงตาของตนออกมามากกว่าเดิม “แสงพวกนั้นมันคือ….หัวใจอย่างงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าจะมาถูกทางแล้วนะ” เขาเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจออกมาก่อนที่จะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

 

           ตึก ตึก ตึก ตึก

 

           เสียงหัวใจที่เต้นตูมตามดังสนั่นราวกับเสียงกลางศึกดังก้องไปทั่ว ยิ่งถังเฟยหู่เข้าใกล้บริเวณหัวใจของหมึกปีศาจวังวนมากเท่าไหรก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมของห้วงทะเลรอบด้านที่บังเกิดจากการเต้นของหัวใจ

 

           ตึก ตึก ตึก ตึก

 

           ยิ่งเขาเข้าไปใกล้เท่าไหรก็ยิ่งสามารถสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเหล่านั้น เขาได้มาถึงยังบริเวณผนังกล้ามเนื้อจุดหนึ่งซึ่งปรากฎแสงสีฟ้าเรืองรองออกมาให้ได้เห็น เขาได้ใช้วิธีการเดิมในการแช่แข็งผนังเนื้อนั้นและใช้กระบี่ผ่าเพื่อเข้าไปด้านใน ผนังกล้ามเนื้อบริเวณนี้นับว่าบางกว่าตรงหลอดอาหารที่เขาเคยบุกทะลวงออกไปในคราแรกมากมายนัก เมื่อเขามาได้เขาก็ได้ใช้วิธีการเดิมในการเย็บแผลตรงหน้าเสีย เขาได้ว่ายน้ำต่อไปเรื่อยๆตามเสียเต้นของหัวใจ แต่เมื่อเขาได้มาถึงบริเวณที่ใกล้พอจะสามารถมองเห็นรูปร่างของหัวใจดวงนั้นเขากลับพบเรื่องราวที่แปลกพิกลยิ่งนัก

 

           “หัวใจ….สามดวง…..” ถังเฟยหู่มองภาพตรงหน้าด้วยความแปลกใจ อีกทั้งยังใช้ดวงตาของตนเองพยายามสอดส่องและสำรวจรูปลักษณ์ของหัวใจทั้งสามดวงซึ่งกำลังเปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองออกมา

 

           “หัวใจทั้งสามดวงมีรูปลักษณ์เหมือนกันไม่มีผิดอีกทั้งยังเต้นด้วยอัตราที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก พวกมันต่างก็หัวใจของหมึกปีศาจไม่ผิดอย่างแน่นอน น่าจะไม่ใช่กลลวงอันใด แต่ดูจากขนาดของพวกมันและกลับเล็กเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายอันใหญ่โตของมัน” ถังเฟยหู่ยังคงสำรวจหัวใจทั้งสามดวงไปก่อนที่จะลงมือทำอะไรลงไปในตอนนี้

 

           เขายังคงไม่รีบร้อนใดๆ แม้หัวใจหนึ่งดวงจะมีขนาดเพียงเทียบเท่ากับร่างกายของปลาปีศาจทะเลใต้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งเท่านั้น แต่การบุ่มบ่ามโจมตีไปอาจส่งผลร้ายต่อตัวเขาก็ได้ หากทำลายหัวใจหนึ่งดวงและอีกสองดวงยังทำงานได้จนหมึกปีศาจสามารถรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอม

 

           การลงมือของเขาจำเป็นต้องเบ็ดเสร็จและมั่นใจอย่างแน่นอนว่าหมึกปีศาจจะตายหรืออย่างน้อยต้องทำให้มันอ่อนแอเป็นอย่างมาก แต่ในตอนนั้นเองที่เขาได้มีความคิดบางอย่างขึ้นมา “หัวใจทั้งสามดวงมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วทั้งร่างกาย พวกมันทั้งสามย่อมมีส่วนช่วยหนุนเสริมกันและกัน…หากใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์โดยการใช้พวกมันฉีดอัดพิษไปทั่วทั้งร่างละ…”

 

             ถังเฟยหู่เผยรอยยิ้มของตนเองออกมาก่อนที่จะพุ่งทะยานออกไปยังหัวใจดวงหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด หัวใจที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ตรงหน้าของเขา แต่ในตอนนั้นเองที่เขาได้เปลี่ยนทิศทางไปยังเส้นอื่น เขากลับมุ่งหน้าไปยังเส้นเลือดที่ลำเลียงเลือดเข้าสู่หัวใจดวงนั้นแทน

 

           เขากระชับกระบี่ในมือของตนซี่งแปลงมาจากอสรพิษมรกต มืออีกข้างได้วาดผ่านบริเวณเส้นเลือดนั้นจนพลังความเย็นในศาสตร์เหมันต์ครอบคลุมเส้นเลือดนั้นก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าสู่เส้นเลือดนั้นไป

 

           เลือดสีฟ้าพุ่งออกมาผสมปนเปไปกับน้ำทะเลรอบด้าน ถังเฟยหู่ที่อยู่ด้านในเส้นเลือดขนาดใหญ่นั้นแล้วก็ได้เร่งรีบเย็นเส้นเลือดนั้นในทันที หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วเขาก็ได้นำพาตนเองไปตามกระแสของเลือดของหมึกปีศาจ ในตอนนั้นเองที่เขาอยู่ท่ามกลางเลือดสีฟ้าเรืองรองเหล่านั้นกลับรู้สึกประหลาดยิ่งนัก ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางหัวใจของหมึกปีศาจเขาก็ยิ่งสัมผัสได้

 

           ในตอนนั้นเองที่เขาได้มาถึงยังใจกลางของหัวใจห้องใหญ่นั้น ใจกลางของหัวใจดวงนั้นกลับเต็มไปด้วยแสงสีฟ้า ตรงใจกลางของหัวใจดวงนั้นเต็มไปด้วยคลื่นของโลหิตสีฟ้าที่หมุนวนอย่างรุนแรงราวกับพายุ ที่ใจกลางของพายุนั้นได้มีวัตถุหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น มันคือผลึกอสูรสีน้ำเงินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันมากล้น

 

           “ผลึกอสูรของหมึกปีศาจวังวนมาร….”

ความคิดเห็น