ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE ME 13: [คิริน ❤ ภัทธิรา] วีณา 100%

ชื่อตอน : HATE ME 13: [คิริน ❤ ภัทธิรา] วีณา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 02:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE ME 13: [คิริน ❤ ภัทธิรา] วีณา 100%
แบบอักษร

 

 

HATE ME 13: วีณา 

 

อิชยะนั่งมองคิรินอย่างพิจารณา เพื่อนรักของเขาเปลี่ยนไปแล้ว! เมื่อสักครู่ได้เจอภัทธิราเพียงแค่แว้บเดียวให้ใจเต้น...หญิงสาวก็ถูกคิรินบังคับให้กลับเข้าไปอยู่ในห้องนอนอีกครั้ง ชายหนุ่มเท้าคางลงกับโต๊ะทำงานของคิริน 

 

"บอกกูมาเดี๋ยวนี้ว่ามึงกำลังหลงน้องเขาอยู่" 

 

"ยิ่งกว่าหลง แล้วกูก็หวงมากด้วย" คิรินตอบกลับในทันที 

 

"ก็ว่าล่ะ อาการมึงหนักกว่าครั้งก่อนนี้มากเลยนะ" อิชยะถอนหายใจ "ไอ้คีย์! ถ้ามึงอยากให้น้องภัทรอยู่มึงก็บอกเขาดีๆ ไม่ใช่ไปขู่เข็ญเขาแบบนี้ เป็นกูคงเกลียดมึงไปทั้งชาติ" 

 

"ก็กูรู้ว่ายังไงภัทรก็จะกลับ ต่อให้กูชักแม่น้ำทั้งห้ายังไงเขาก็ยอมอยู่ กูถึงต้องทำแบบนี้ไง" คิรินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยทั้งๆที่ในใจกระวนกระวายจะแย่ "เอาไว้หลังวันแต่งงานของกูแล้วไปแดกเหล้ากัน" 

 

"เออ ตอนไหนก็ได้ก่อนที่กูจะกลับไปคุมงานให้พ่อ" อิชยะเผยรอยยิ้มออกมา เห็นคิรินในสภาพแบบนี้แล้วนึกย้อนไปยังสมัยเรียน...เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตอะไรนักหรอก แต่ตอนนี้พอจะเห็นเค้าแล้วว่าเรื่องงมงายอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ "นึกถึงตอนจะเข้ามหาลัยเลยว่ะ กูจำได้ว่าตอนนั้นสภาพมึงผอมจนหนังหุ้มกระดูก มาดูตอนนี้แม่งเอากล้ามมาจากไหนวะ? คนละคนกันเลย แต่ตอนนั้นมึงแม่งห้าวไปต่อยกับไอ้วินโรคจิตจนได้แผลเหวอะ กูมานึกแล้วก็ขำว่ะ" 

 

คิรินก้มหน้าลงแล้วก็เผลอหลุดขำออกมา "กูถึงอยากแข็งแกร่งขึ้นไง แต่...กูก็ปกป้องคนที่กูรักไม่ได้เลยสักคน" 

 

อิชยะเอื้อมมือแตะไหล่และพยายามให้กำลังใจคนตรงหน้า "ตอนนี้มึงก็กำลังมีอีกคนไม่ใช่หรอ? มึงก็แก้ตัวรอบนี้ซะสิ" 

 

ในขณะที่สองคนด้านนอกกำลังสนทนากันโดยไม่รู้ว่าจะจบในตอนไหน ภัทธิราที่อยู่ในห้องก็กำลังวีดีโอคอลคุยกับเมย์รินอยู่เช่นกัน หญิงสาวเล่าความอึดอัดใจให้กับเพื่อนของเธอฟังจนหมดสิ้นรวมถึงคำถามที่เมย์รินต้องการจะถามเธออยู่แล้ว ภัทธิราจึงตอบให้ทั้งหมดใน ณ ที่นี้ 

 

"เท่าที่ฟังแกเล่ามานะ ฉันว่าอีตาคิรินน่าจะตกหลุมรักแกเข้าแล้วล่ะ" 

 

"ไม่ใช่หรอก เขาคิดว่าภิชญ์ทำให้น้องสาวเขาต้องฆ่าตัวตาย จะมารักฉันได้ยังไง" 

 

เมย์รินถอนหายใจเสียงดัง "ก็เพื่อนฉันสวยขนาดนี้ ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหวั่นไหวเป็นธรรมดา ถ้าไม่รักแล้วจะหาวิธีรั้งแกให้อยู่กับเขาแบบนี้หรอ? มาเฟียจอมโหดที่ก้าวร้าวกับคนทั้งโลก แต่อ่อนโยนกับแกคนเดียว นี่มันซีรีส์เกาหลีชัดๆเลยแก" 

 

"นี่ฉันปรึกษาถูกคนแล้วใช่ไหมเนี่ย" ภัทธิราบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ จังหวะนั้นคิรินก็เปิดประตูเข้ามาพอดีทำให้บรรยากาศนั้นเงียบลงไปถนัดตา เมย์รินพยายามเรียกชื่อเธออยู่หลายครั้งจนกระทั่งคิรินแย่งโทรศัพท์ออกไปจากมือของเธอ "เอาคืนมานะคะ !!" 

 

"อะ อะไรกันเนี่ย!" 

 

"ภัทรมีเดทกับฉัน แค่นี้นะ" ว่าแล้วคิรินก็กดวางสายแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้เจ้าของ "แค่ให้อยู่ต่อมันอึดอัดมากนักหรือยังไง?" 

 

ภัทธิราจ้องกลับด้วยความไม่พอใจที่มีต่อเขา "บอกดีๆก็ได้นี่คะ" 

 

"แล้วจะยอมอยู่กับพี่จริงๆน่ะหรอ?" คิรินเคลื่อใบหน้าไปใกล้คล้ายว่าจะจูบเธอ ภัทธิราหันหน้าหนีไปอีกทางทำให้เขาต้องหยุดชะงักลง "รถของภัทรพี่ให้อานัสขับไปไว้ที่บริษัทให้แล้ว เย็นนี้พี่อยากทานอาหารฝีมือภัทร คงจะไม่ขอมากไปใช่ไหม?" 

 

"....." 

 

เมื่อไม่ได้ยินคำตอบจากภัทธิราเขาก็ใช้สองมือประคองใบหน้าของเธอขึ้นมาให้ดวงตาคู่สวยสบตาเขา "ได้ไหม?" 

 

"ก็ได้ค่ะ แต่ต้องไปซื้อของก่อนเพราะตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือติดตู้เย็นเลย" ได้ยินคำตอบที่ตัวเองใจแล้วคิรินก็ยิ้มบางๆออกมา เขาเปลี่ยนมาจับมือของเธอเอาไว้แล้วทั้งๆที่รู้ว่าเธอเองก็ไม่ได้เต็มใจที่จะให้เขาสัมผัสตัว 

 

"ไปสิ" สองหนุ่มสาวพากันควงคู่ผ่านสายตาของทุกคนออกไป และทุกอย่างก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จะมาเป็นนายหญิงของที่นี่ แต่สิ่งที่ภัทธิราต้องเจอหลังจากนี้จะมีอีกมากมาย...แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอจะทนรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ได้นานแค่ไหนกันนะ 

 

############## 

 

บ้านของ สส.ชิษณุ 

 

พรวดีแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเตรียมที่จะออกไปช็อปปิ้งตามประสาคนที่ติดตามเทรนแฟชั่น วันนี้เธอคะยั้นคะยอให้สามีของเธอไปด้วยเนื่องจากว่าวันก่อนเห็นเพื่อนสาวในกลุ่มโพสต์ภาพในไอจีว่ามีสามีไปช่วยถือของ เธอก็อยากได้โมเมนต์แบบนั้นบ้าง 

 

"นะคะฌอร์ณ ไปช็อปปิ้งเป็นเพื่อพีชหน่อยนะ ตั้งแต่เราแต่งงานกันมายังไม่ได้ไปไหนมาไหนกันสองต่อสองเลย" 

 

"ผมไม่ว่างนะพีช เอาไว้วันหลังนะ" ฌอร์ณบอกปฏิเสธ ตอนนี้เขากำลังเลือกนาฬิกาที่จะใส่ออกนอกบ้านคืนนี้อย่างพิถีพิถัน 

 

พรวดีอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีแล้วปิดตู้เก็บนาฬิกาทุกตู้ "ไปกับพีชไม่ได้เลยหรอคะ? กลัวพี่ภัทรมาเห็นหรอ...จะบอกให้นะว่าเขากำลังจะแต่งงาน เจ้าบ่าวก็คือคุณคีย์! เจ้าหนี้รายใหญ่ของคุณไง อะ โอ้ยยย" 

 

"อะไรนะ !!" ฌอร์ณบีบใบหน้าของภรรยาสาวจนมือสั่น เรื่องที่ภัทธิราจะแต่งงานทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องนี้เลยล่ะ "ไปเอาข่าวนี้มาจากไหน?" 

 

"โอ๊ย เขารู้กันทั่วหมดแล้ว! มัวแต่หมกมุ่นอยู่ได้ กรี๊ดดด เจ็บนะ!!" พรวดีโวยวายที่ถูกเขาผลักไปกระแทกกับตู้บานใหญ่ เธอทุบตีเขาด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด ทำไมกัน! เธอทั้งรักและหวงแหนเขามากแต่ทำไมเขากลับยังคิดถึงแต่เพียงแค่ภัทธิรา "ไอ้เลว!! ฉันเมียแกนะ ทำไมคิดถึงแต่คนอื่น" 

 

"รำคาญเว้ย!!"  

 

เพียะ!! 

 

หญิงสาวหน้าหันไปตามแรงตบของเขา แววตากลมเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา พรวดียกมือลูบแก้มซ้ายบริเวณที่ถูกตบด้วยความเจ็บปวด ที่กายมันไม่เท่าไหร่หรอกแต่ที่ใจนี่สิ! เจ็บจนจะแหลกสลายไปแล้ว "ไอ้ฌอร์ณ!!" 

 

"......" 

 

"หึ! ก็อย่าได้คิดว่านังพี่ภัทรจะมาสนใจผีพนันแบบนี้ คุณคีย์เขาดีกว่าทุกๆด้านใครเขาก็อยากได้มาเป็นผัว เอ...จะว่าไป! ถ้าเขารู้ว่าจริงๆแล้วนังเด็กวีณาที่ต้องฆ่าตัวตายสาเหตุมันไม่ได้มาจากภิชญ์ แต่มีเพื่อเลวจัดฉากเพื่อแลกกับผลประโยชน์ รับรองพินาศหมดแน่" 

 

โคลม !! 

 

กรี๊ดดดดด 

 

ฌอร์ณไม่สามารถระงับอารมณ์ของตัวเองได้ เขาจิกผมพรวดีแล้วทำร้ายร่างกายเธอราวกับว่าโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหน ธาตุแท้ของผู้ชายคนนี้เป็นยังไงเธอนั้นรู้ดีแต่ก็เพราะว่ารักไปแล้ว ต่อให้เลวแค่ไหนก็อยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วย "มึงลองปากพล่อยไปบอกมันสิ รับรองว่าศพต่อไปก็คือมึง !! เอาเลย...กูตายมึงก็ตาย" 

 

พรวดีกลืนน้ำลายฝืดคอด้วยความหวดกลัวสายตาของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ทำไมกันนะ! ทำไมเธอถึงยอมทนไอ้คนแบบนี้อยู่ได้ ทำไมไม่คิดจะหย่าร้างเสียที "ฮึก !!" 

 

"แล้วจำใส่หัวเอาไว้นะว่ามึงไม่มีอะไรเทียบพี่ภัทร นางฟ้าของกูได้เลย! ที่กูเอามึงทำเมียก็เพราะเห็นแก่หน้าพ่อกูแล้วก็อีกอย่าง! มึงมันหลอกง่าย" เขาผลักหัวของเธอจนหน้ากระแทกไปกับพื้น ใบหน้าบวมช้ำแบบนี้จะออกไปเจอใครได้อีกล่ะตอนนี้ "ไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้เลยไป้ !!" 

 

พรวดีลุกขึ้นปาดน้ำตามองสามีตัวเองด้วยความเจ็บแค้นใจ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนฌอร์ณก็ทำเหมือนกับว่าเธอเป็นแค่ตุ๊กตาไร้ค่าที่เขาสามารถจะทิ้งหรือทำอะไรก็ได้ เธอสู้ภัทธิราไม่ได้ตรงไหนกัน? ทั้งฐานะ หน้าตา การศึกษาเธอก็มีเหมือนกัน ไหนพวกผู้ใหญ่บอกว่าพอแต่งงานฌอร์ณจะลืมภัทธิราออกจากใจได้เอง  

 

แต่มันไม่ใช่ ! 

 

เขาไม่เคยลืมผู้หญิงคนนั้นออกไปจากใจได้เลย เธอซะอีกที่ต้องคิดไปเองอยู่ทุกวันว่าได้ทุกอย่างของเขามาเป็นของตัวเองแล้ว สุดท้ายก็แค่คิดไปเอง... 

 

ทางด้านฌอร์ณที่เริ่มหงุดหงิดและอารมณ์เสียก็เดินกลับมานั่งที่ปลายเตียง เขาพยายามติดต่อภิชญ์ทุกช่องทาง มือกดจิ้มไปที่สมาร์ทโฟนจนทัชสกรีนแทบจะลุกเป็นไฟ "ไอ้เวรเอ้ย !!" 

 

ตื๊ดๆ  

 

"ฮะ ฮัลโหลไอ้ภิชญ์!! มึงมัวทำอะไรอยู่วะ? กูทั้งโทรทั้งไลน์กว่ามึงจะรับ" 

 

"โทษทีว่ะ กูเข้าห้องน้ำอยู่ มีอะไรรึเปล่า?" 

 

"กูเพิ่งได้ข่าวว่าพี่ภัทรจะแต่งงาน จริงไหมวะ?" เขาไม่รอช้าที่จะถามประเด็นที่เขาสงสัยอยู่ 

 

"เออ อีกสองเดือน" ภิชญ์ตอบกลับเสียงเรียบ "มึงโทรมามีแค่นี้หรอ?" 

 

ฌอร์ณรู้สึกแปลกๆกับคำพูดที่ดูเย็นชาของภิชญ์ ปกติเพื่อนของเขาคนนี้ต้องร่าเริงหรือว่าดูตื่นตัวมากกว่านี้สิ "มึง โอเคใช่ไหม?" 

 

"ไม่อ่ะ" ภิชญ์ตอบแล้วเว้นช่วงไปสักระยะ "ก็เพราะไอ้เวรที่มันจัดฉากให้กูมีอะไรกับวีณานั่นแหละ มันเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ภัทรต้องแต่งงานกับไอ้คิริน เสร็จแล้วกูก็ต้องกลับอเมริกา แต่ก่อนกลับกูต้องลากไอ้เวรนั่นออกมาให้ได้ก่อน มึงว่าดีใช่ปะ?" 

 

"ดะ ดี กูเห็นด้วย กูสนับสนุนมึงเต็มที่" 

 

"ขอบใจ งั้นแค่นี้ก่อนนะ กูต้องไปเลือกชุดใส่วันงานแต่งพี่ภัทร" ภิชญ์เน้นคำพูดที่เกี่ยวกับภัทธิราและน้ำเสียงของเขาจริงจังมากจนฌอร์ณเริ่มกังวลแล้วว่า 

 

ภิชญ์อาจจะรู้เรื่องเข้าให้แล้ว... 

 

แต่อีกใจหนึ่งเขาก็คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ภิชญ์อาจจะเครียดเรื่องที่จู่ๆก็กลายเป็นต้นเหตุการตายของวีณาและอีกอย่างภัทธิราก็ต้องแต่งงานแบบกระทันหันเช่นนี้อีก เขาเองก็ไม่ต่างอะไรนักหรอก...ทำไมภัทธิราถึงไม่เลือกเขาตั้งแต่แรกนะ 

 

ภาพในอดีตก่อนหน้านี้เริ่มไหลเวียนเข้ามาในหัวของฌอร์ณ เขานึกย้อนไปในสองสี่ปีที่แล้วที่ภิชญ์ชวนไปดูเขาถ่ายภาพหลังจากที่ได้กล้องคุณภาพดีเป็นของขวัญวันเกิดจากภาคิณ ตอนนั้นเขาเห็นเด็กสาววัยกำลังน่ารักมาเป็นนางแบบให้ ใช่! เธอน่ารักมาก แต่ใครจะรู้ล่ะว่าในการเจอกันครั้งนั้นจะส่งผลมาถึงปัจจุบันนี้ 

 

"นี่น้องวีณานางแบบของกู น่ารักสมที่กูคุยไหมล่ะ" ภิชญ์ในชุดนักศึกษาแนะนำนางแบบของตนเองให้ฌอร์ณรู้จัก "แต่อย่าได้คิดอะไรเลยนะ น้องบอกว่าพี่ชายน้องน่ะดุมาก" 

 

"เห้ย น้องยังเด็ก" ฌอร์ณในตอนนั้นตอบกลับไปอย่างใสซื่อ "อายุเท่าไหร่หรอ?" 

 

"สิบเจ็ดค่ะ" วีณาตอบด้วยรอยยิ้ม "พี่ชายวีมารับแล้วค่ะ ขอบคุณพี่ภิชญ์ที่ชวนมาถ่ายรูปวีรอรูปสวยๆอยู่นะ ไปก่อนนะคะ" 

 

"คับผม" 

 

ใสซื่อ บริสุทธิ์! เป็นสินค้าที่ตรงตามตลาดต้องการ ทุกอย่างมันเริ่มมาจากตอนนั้น! 

 

ฌอร์ณมองหน้าจอมือถือของตัวเองอีกครั้งด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด "มันไม่ใช่เพราะกูหรอกไอ้ภิชญ์ แต่เพราะอีเด็กวีณาต่างหากที่เป็นต้นเหตุ ถ้ามันไม่เสือกอ่อนแอและชิงฆ่าตัวตายไปก่อนตั้งแต่แรกพี่ภัทรก็คงยังโสดเพื่อรอกูหย่ากับพีชแน่นอน" 

 

แค่อีกนิดเดียวทำไมภัทธิราถึงไม่รอเขานะ ฌอร์ณพยายามคิดเข้าข้างตัวเองโดยไม่คำนึงเลยว่าทุกอย่างนั้นไม่ได้เป็นไปตามความคิดของเขา 

 

############### 

 

ทางด้านคิรินที่ใช้เวลาที่เหลือของวันนี้อยู่กับภัทธิราจนคิดว่านี่คือส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาไปแล้ว หลังจากที่ซื้อของแล้วกลับเข้ามาที่บริษัทของเธอ สองหนุ่มสาวก็พากันมายังห้องพักที่อยู่ชั้นบนสุดของบริษัทแห่งนี้  

 

ภัทธิราสวมผ้ากันเปื้อนบรรจงทำอาหารเย็นง่ายๆด้วยความละเมียดละไม ทุกย่างก้าวของเธอช่างดูสง่างามในสายตาของคิริน ตอนนี้จึงเกิดความรู้สึกที่ว่า เขาโชคดีที่มีเธอ แต่เธอกลับโชคร้ายที่มีเขา ไม่สิ! หลังจากนี้เธอต่างหากจะกลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด 

 

"เสร็จแล้วค่ะ" ต้มจืดแตงกวาไส้หมูสับ ไข่เจียว และข้าวสวยร้อนๆวางเสริฟลงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ "ถ้าเทียบกับแม่ฉันก็ยังไม่ค่อยเก่งเรื่องทำอาหารหรอกค่ะ ทำได้แต่ของง่ายๆ" 

 

"แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว" คิรินตอบกลับแล้วลงมือทานอาหารฝีมือของเธอทันที "ภัทรก็กินด้วยกันสิ" 

 

"ฉันยังไม่หิวค่ะ" 

 

เสียงถอนหายใจของชายหนุ่มดังออกมาช้าๆ "จะว่าไปแล้ว ภัทรทำให้พี่คิดถึงแม่กับวีณามากเลยนะ แม่น่ะชอบทำอาหารเอาไว้รอทุกคนมากินพร้อมกัน" 

 

"....." 

 

"ผู้หญิงสองคนที่มีค่าที่สุดในชีวิต อึก แต่..." จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมา ความทรงจำที่ฝังลึกอยู่ในใจของคิรินได้ฉายภาพความเจ็บปวดในอดีของเขาขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความเป็นลูกมาเฟีย...พ่อและแม่ของเขาจึงถูกตามล่าอยู่ตลอด คิรินต้องเห็นพ่อกับแม่ของตัวเองถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาด้วยวัยเพียงสิบห้าปีก็ได้ขึ้นมาบริหารคาสิโนแทนโดยมีวินิตราคอยดูแลเขามาตลอด ตอนนั้นวีณายังเด็กมากเขาจึงต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องเธอจากทุกสิ่ง 

 

แต่แล้วเธอก็เลือกที่จะตายต่อหน้าเขาอีกคน 

 

ภัทธิราสัมผัสได้ถึงความอ่อนแอที่กำลังเผยออกมาภายใต้ความแข็งแกร่งของเขา ร่างเพรียวบางเดินเข้าไปแล้วสวมกอดคนที่กำลังร้องไห้แล้วปลอบประโลมให้เขารู้สึกดีขึ้น มือเรียวลูบผมของเขาช้าๆเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถอยู่ใกล้ชิดกับคิรินโดยไม่มีความรู้สึกอึดอัด 

 

"ร้องไห้ออกมาเถอะค่ะ คนเราก็ต้องอ่อนแอได้บ้างเป็นธรรมดา" นิ้วโป้งของเธอค่อยๆปาดน้ำตาออกจากแก้มสาก ตอนนี้บุคคลตรงหน้าไม่ได้ทำให้ภทธิรารู้สึกกลัวหรือต้องฝืนใจเวลาที่ได้อยู่ด้วย เธอเห็นและพอจะรู้แล้วว่าคิรินต้องเผชิญกลับอะไรมาบ้างและคงจะมีมากกว่านี้ "ทานข้าวก่อนนะคะ อาหารจะชืดหมดแล้ว" 

 

พึ่บ !! 

 

แขนแกร่งโอบรัดร่างกายสาวเอาไว้ คิรินดึงภัทธิรานังลงบนตักของเขาแล้วเอาใบหน้าซบลงบนไหล่ของเธอ "อย่าเพิ่งไปไหนได้ไหม?" 

 

"จะถอดผ้ากันเปื้อนไปเก็บค่ะ ไม่ได้ไปไหนไกลสักหน่อย" ภัทธิราคลายอ้อมแขนของเขาออกจากตัว เธอถอดผ้าคลุมกันเปื้อนออกแล้วพับมันเก็บเอาไว้อย่างเรียบร้อย "ไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ ฉันไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครหรอก" 

 

คิรินสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เขาลงมือทานมื้อเย็นรสมือของภัทธิราจนหมดโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองหิวโหยมาจากไหน ความรู้สึกมันคนละอย่างกับอาหารที่บ้าน แบบนี้เป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี...การได้ทานอาหารฝีมือของคนที่รักช่างรู้สึกดีเสียจริงๆ 

 

ในคืนวันเดียวกันนั้นเอง... 

 

ภัทธิราสวมชุดนอนเชิ้ตสีชมพูหวานเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นผู้ชาย เธอส่งสิ่งของในมือให้กับคิรินแล้วนั่งลงตรงหน้ากระจก "เสื้อผ้าของภาคย์ค่ะ รูปร่างคล้ายๆกันคุณน่าจะใส่ได้นะคะ" 

 

คิรินมองสิ่งของที่รับมาด้วยความสงบ "นอนแบบนี้เลยไมได้หรอ?" ดวงตากลมสั่นระริกแถมใบหน้ายังรู้สึกร้อนผ่าวๆ ภัทธิราพยายามหลุบตาลงแล้วเบนสายตาหันไปทางอื่นด้วยความรู้สึกอาย "เนื้อแนบเนื้อกันก็บ่อย ภัทไม่เห็นต้องอายพี่เลย ดึกแล้วนะ...มานอนได้แล้ว" คิรินตบมือลงบนพื้นที่ข้างๆพร้อมกับรอยยิ้มที่อีกคนมองแล้วยังไงก็รู้ถึงความเจ้าเล่ห์ที่แฝงอยู่ภายใน 

 

"ไม่ได้ค่ะ จริงๆเราต้องนอนแยกห้องกันด้วยซ้ำ ถ้าพ่อฉันมาเห็นคงไม่พอใจ" ภัทธิรายังคงยืนกรานที่จะไม่ทำตามใจเขา "ถ้าไม่ใส่ ฉันจะไปนอนอีกห้อง" 

 

"เหอะ ถึงใส่แต่จะถอดอีกเมื่อไหร่ก็ได้" หลังจากที่คิรินสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ภัทธิราก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะค่อยๆคลานขึ้นเตียงนอนแต่ก็มิวายที่จะรักษาระยะห่างเอาไว้ นั่นน่ะไม่ใช่อุปสรรคของคิรินเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ล้มตัวลงนอนได้เขาก็สอดแขนเข้าใต้เอวบางแล้วกอดรัดร่างของเธอเอาไว้ ใบหน้าคมคายซบลงแนบไหล่มนโดยที่ปลายจมูกของเขานั้งไล่สูดดมกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่นด้วยกลิ่นโลชั่นยี่ห้อโปรดของเธอ "เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายในครอบครัวถึงได้หวงภัทรมากนัก อันที่จริงพ่อของภัทรคงไม่พอใจตั้งแต่เห็นหน้าพี่ครั้งแรกแล้วล่ะ หึ! ก็ลูกสาวเขาสวยขนาดนี้จะไม่ให้หวงก็คงแปลก" 

 

"ทุกคนเขาตกใจเรื่องที่เราจะแต่งงานกันต่างหากค่ะ ฉันเองก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน" ภัทธิราพูดโดยที่ยังหันหลังให้คนที่สวมกอดเธออยู่ หญิงสาวชั่งใจอยู่ไม่นานเธอจึงตัดสินใจถามเขาในเรื่องที่เธอเองก็รู้ว่าอาจจะไปจี้ใจดำเขาได้ "คุณคีย์ คือ...ถ้าไม่มากเกินไป คุณช่วยเล่าเรื่องของวีณาให้ฉันฟังได้ไหมคะ?" 

 

"...." คิรินชะงักไปกับคำถามของเธอ 

 

เสียงถอนหายใจของภัทธิราดังขึ้นอย่างแผ่วเบา "ฉันแค่อยากรู้ว่าวีณาเป็นคนแบบไหน แต่ถ้าคุณไม่สบายใจก็ไม่เป็นไรนะคะ" 

 

"ได้สิ" เขากระซิบตอบพลันกดจูบเบาๆบนแก้มนิ่ม "แต่เรื่องยาวอยู่นะ เอาเป็นพรุ่งนี้ก็แล้วกัน" 

 

"ค่ะ" ภัทธิราค่อยๆหลับตาลง แม้จะยังไม่หลับสนิทเอก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่กำลังโอบล้อมเธออยู่ในตอนนี้ คิรินปฏิบัติต่อเธออย่างอ่อนโยนซึ่งแตกต่างกับครั้งแรกที่ได้พบกันอย่างสิ้นเชิง ในใจของเธอมีความเห็นใจเขาเข้ามาแทนที่ทั้งๆที่ก่อนหน้าไม่อยากจะเจอผู้ชายคนนี้เลยเสียด้วยซ้ำ 

 

นี่คือสิ่งที่เธอได้เคยบอกกับคิรินไปก่อนหน้านี้ 

 

อนาคตทุกอย่างอาจจะเหมือนเดิมหรืออาจจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งภัทธอราไม่สามารถให้คำตอบเขาได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน แต่ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะไปในทิศทางของการเปลี่ยนแปลงเสียมากกว่า ก็ต้องมาดูเอาอีกทีว่าปลายทางของเส้นทางนี้จุดสิ้นสุดจะเป็นอย่างไร 

 

################ 

 

วันต่อมา... 

 

ธามและอานัสได้พาพรรคพวกไปจับตัวเสี่ยอิทธิตามคำสั่งของคิรินมาจนได้ พวกเขาพาไอ้เสี่ยบ้ากามไปขังไว้ยังห้องมืดเพื่อรอคำสั่งของคิรินอีกครั้ง ทุกอย่างมันไม่เหนือบากกว่าแรงของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายมาก็พร้อมที่จะถวายตัวยอมตายแทนได้ในทันที หลังจากจัดการมัดเสี่ยอิทธิและปิดประตูห้องนั้นเรียบร้อยแล้ว อานัสหันมาสั่งทีมงานสองคนที่อยู่ด้านหลัง 

 

"มึงสองคนเฝ้ามันไว้ให้ดีนะเว้ย ถ้าไม่มีคำสั่งจากคุณคีย์ห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด"  

 

"ครับ" ชายหนุ่มสองคนรับคำอย่างแข็งขัน 

 

อานัสพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะชวนธามเดินออกมาจากพื้นที่นั้น สองบอดี้การ์ดหนุ่มชวนกันออกไปหากาแฟดื่มกันในยามสายและอากาศร้อนของวันเช่นนี้ "คุณคีย์น่าจะเคืองที่มันมายุ่งกับคุณภัทร ผู้หญิงคนนี้เก่งนะทำคุณคีย์เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ มึงว่าไหมธาม? เห้ย! ไอ้ธาม!!" 

 

"อะ หะ? อะไรนะ?" ธามตื่นจากภวังค์ตามเสียงเรียกของเพื่อนในขณะที่เดินออกจากตึกคาสิโนมาจนถึงหน้าร้านกาแฟที่อยู่ห่างออกไปประมาสองร้อยเมตร 

 

"เฮ่อ ที่กูถามไปไม่ได้ยินเลยใช่ไหม? ใจลอยไปไหนกัน" อานัสมองเพื่อนของเขาอย่างพิจารณา "คุณวีเองก็คงไม่สบายใจถ้ามาเห็นมึงในสภาพนี้ ทำใจสักทีเถอะวะ" 

 

"...." ธามก้มหน้าลงพร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆ "สำหรับกูนะเว้ยอานัส คุณวีเหมือนพระอาทิตย์ของกู ทุกๆวันถ้ากลับไปบ้านหรือว่าไปที่ไหนกูจะได้ยินเสียงหัวเราะของคุณวีตลอด แต่ตอนนี้มันเงียบไปหมดเลย" 

 

อานัสแตะไหล่เพื่อนรักเชิงให้กำลังใจ "กูรู้ แต่มึงก็ต้องรับความจริงว่าตอนนี้คุณวีไม่อยู่กับพวกเราแล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือตามหาคนที่มันทำร้ายคุณวีให้ได้ เอาพวกมันมาขอขมาคุณวีและเอามันเข้าคุก" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนคนฟังรู้สึกเห็นคล้อยด้วย "จะว่ากูงมงายก็ได้นะ แต่สวรรค์คงกำหนดให้คุณวีกับมึงมาเจอกันแค่นี้ มึงลองเปิดใจแสกนหาใหม่สิเผื่อจะได้เจอคนที่สวรรค์ส่งมาให้ใหม่ก็ได้ อย่างเช่นผู้หญิงคนที่กำลังเดินลงจากรถมานั่นไง" 

 

ธามมองไปตามทางที่เพื่อนของเขาชี้ไป ร่างเพรียวบางของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังลงมาจากรถยนต์คันขนาดกลางสีขาว เธอสวมชุดเดรสสีน้ำตาลนัดรูปเห็นสัดส่วนของเธออย่างชัดเจน ผมยาวดำขลับปลิวสลวยไปตามสายลมที่พัดเอื่อยๆ ทันทีที่เธอถอดแว่นตากันแดดหันหน้าและเดินตรงมาที่ร้านกาแฟเดียวกับพวกเขา ธามก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน 

 

"เมย์ริน!" 

 

_________________________________________________ 100% ____________________________________________________ 

 

มาแล้วจ้า ตอนนี้พาร์ทของน้องสาวพี่คีย์จะเริ่มมาแล้วนะจ๊ะ 

ส่วนพี่คีย์เองก็กำลังหาวิธีจีบเมียตัวเองให้ติดอยู่ ใกล้จะแต่งงานแล้ว ฮ่าๆ 

เดี๋ยวน้องภัทรไม่ยอมเข้าเรือนหอด้วย 

 

คิดเห็นอย่างไรกับนิยายเรื่องนี้ คอมเม้นท์มาได้เลยนะคะ 

แล้วเจอกันค่าาาาา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น