Lisa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2.2 ไม่ใช่เรื่องง่าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2.2 ไม่ใช่เรื่องง่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 718

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 21:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2.2 ไม่ใช่เรื่องง่าย
แบบอักษร

เหมยหลินก็เข้ามาช่วยพวกเขาอีกแรงถึงแม้มาทุกคนจะตกอยู่ในความเงียบแต่ นางนั้นก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึก ยินดีจากพวกเขาใบหน้าที่เปี่ยมยิ้มแววตาที่ท่อประกายความหวังออกมาดูแล้วก็ น่าส่งสารคงไม่มีใครอยากเกิดมาในสภาพแบบนี้เท่าไหร่นักหรอกเพียงแต่ พวกเขาเลือกที่เกิดไม่ได้ก็เท่านั้นเอง

" ท่านยายฮัวถงข้าต้องการไม้ไผ่จำนวนมากท่านรู้หรือไม่ว่าต้องหาได้จากที่ใด "

"เดินจากนี้ต่อไปไม่นานก็จะถึงเขตป่าไผ่ "

" ดีจริง "

" แม่นางเหมยหลินจะนำมันมาทำบ้านหรือ "

"เจ้าคะ"

" อย่าได้กังวลวันพรุ่งนี้ข้าจะให้บุตรชายและหลานชายมาช่วยแม่นางอีกแรง"

เหมยหลินส่งยิ้มขอบคุณให้กับทั้งสองอีกครั้งวันนี้ถือว่าเป็นอีกวันที่ถือว่าไม่เลว ร้ายเท่าไหร่มีเพื่อนใหม่ต่างวัยเป็นเพื่อนคุยในยามทำงานว่าแต่เจ้าลูกแมวน้อยทั้ง สองของนางหายไปไหนกันนะ นางเพลินกับการตัดหญ้าจนลืมพวกเขาได้อย่างไร กันหรือว่าพวกมันจะกลับไปหาแม่ของพวกมันแล้ว

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงยามเซิน ( 15.00-16.59 ) เหมยหลินจึงบอกให้พวกเขาหยุดทำงานเตรียมตัวกลับบ้าน

ในตอนนั้นเจ้าแมว น้อยของนางก็กลับมาพร้อมกับลากไก่ตัวโตมาด้วยคนละตัว พวกมันนำไก่สองตัว ให้เหมยหลินและนางเองก็เข้าใจทันทวี่าพวกมันนำไก่สองตัวนี้มาให้นางใช้ทำ อาหารสำหรับเย็นนี้ เหมยหลินจึงเก็บไว้ตัวหนึ่งและมอบให้กับสตรีที่ ช่วยนางทำงานอีกตัวพวกเขาน้ำตาคลออีกครั้ง และมันก็ไหลปานเขื่อนแตกเมื่อ นางมอบตำลึงทองให้กับทั้งสอง

" แม่นางเหมยหลินนี้มันมากเกินไป "

เป็นอ้ายเป๋าที่พูดออกมาแล้วทำท่าจะคือเงินให้หานเหมยหลิน จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้อย่างไรกับในเมื่อ

ตั้งแต่เกิดมาพวกเขายังไม่เคยเห็น ตำลึงทองด้วยซ้ำอย่าว่าแต่ตำลึงทองเลยแม้แต่อีแปะเดียวยังยาก

" รับไปเถอะพวกท่านต้องมาทำงานกับข้าอีกนาน อะ..อะ..อะ.. อย่าโขกหัว ลงพื้นเชียวนะ "

เหมยหลินรีบเอ่ยห้ามขึ้นมาทันทีเพราะกลัวว่าจะเห็นคนหัวแตกจากการขอบคุณนาง

"แต่นี้มันมากเกินไป ท่าไม่มีเงินอีแปะให้พวกเราหรือแค่ไก่ป่าตัวนี้ก็มากพอแล้ว "

" เอาอย่างนี้แล้วกัน เงินนี้ถือว่าเป็นค่าแรงของพวกท่านสองคน หากพวกท่านคิดว่ามากเกินไป พรุ่งนี้พวกท่านก็ซื้อเกลือมาฝากข้า ด้วยก็แล้วกัน"

"เอาเช่นนั้นหรือ "

" ใช้ ข้าต้องขอตัวแล้วพบกันที่นี่ตรงนี้ก็แล้วกัน ข้าจะมาร่วมทานอาหารเช้ากับ พวกท่านที่นี่ดีหรือไม่"

" ดียิ่งนัก ยายแก่คนนี้จะแสดงฝีมือทำอาหารให้ท่านชิม "

" ลาก่อน "

เหมยหลินโค้งตัวให้กับทั้งสองและเดินจากไปในขณะกำลังเดินกลับนางไม่ลืมที่ จะดึงเอาเถาวัลย์ติดมือมาด้วยเพราะเถาวัลย์นี้นางจะใช้สำหรับถักยึดหญ้า แฝกกับไม้ให้เข้ากันจะว่าไปสระบัวนั้นกับที่ที่นาง ตั้งใจจะสร้างบ้านก็ไม่ไกลกันมาก หากไม่เดินอ้อมไปมาเหมือนเมื่อเช้าก็ให้เวลาเพียง 30 หรือ 40 นาทีเท่านั้น

ค่ำคืนของวันนี้ก็ไม่แตกต่างจากเมื่อวานเหมยหลินก่อไฟด้วยท่อนไม้ท่อนโต

จัดการกับไก่ป่าที่เจ้าสองตัวนี้ลากมาเสร็จแล้วก็ล้มตัวลงนอนเมื่อก่อนนอนคน เดียวแต่วันนี้ข้างกายของนางกลับมีแมวน้อยทั้งสองขดตัวอยู่ข้างๆ ราวกับเป็น องครักษ์คอยรักษาความปลอดภัยก็ไม่ปาน

ในขณะที่อีกฝ่ายหลับไหลเนื่องจากเหนื่อยล้าจากการทำงานแต่อีกฝ่ายกลับนอนไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมาอ่านฏีกาเพื่อให้ลืมเลือนใบหน้าที่เจ็บปวดและท่าทางที่ กลัวเขาจนตัวสั่นเหตุการณ์ในคืนนั้นที่เขาลงมือทำร้ายนางยังไม่เคยจากหายไป ความรู้สึกผิดที่มีในใจอัดแน่นจนแทบจะระเบิด เป็นเขาเองเองที่โง่งมหลงเชื่อคน อื่นหากเขามองนางซักนิด มองให้ลึกลงไปถึงเนื้อแท้ของบางที เขาอาจจะรักนาง ก็เป็นได้นางงามออกปานนั้นกริยาก็น่ารักออกปานนั้นติดเพียงแค่ดวงตาอันแสน

เศร้าที่ส่งมาให้เขาตลอดเวลาในตอนที่พบกัน ห้าปีสำหรับชีวิตการแต่งงานที่ไร้ พันธะและความผูกพันแต่เพียงคืนเดียวเท่านั้นเพียงแค่คืนเดียวก่อนนางจากไป ตัวเขากลับลืมนางไม่ลง

" ฝ่าบาท ...ทรงบรรทมไม่หลับหรือพะยะคะ "

" อืม"

" ทรงเสด็จวังหลังดีหรือไม่พะยะคะ "

" เอาไว้วันหลังก็แล้วกันวันนี้มีฏีกามากมายให้เจิ้นต้องอ่าน "

หยางเฟยหลงไล่ขันทีและนางกำนัลออกไปจนหมดตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่นั่งอยู่ในห้องทรงอักษร ในใจมีมีเรื่องมากมายให้ขบคิดยังไม่ทันได้อ่านฏีการตามที่ คิดเขารับรู้ได้ถึงการบุกรุก ด้วยเป็นผู้ฝึกยุทธจึงไม่แปลกที่เขาจะมีสัมผัสที่ดีเป็น พิเศษแต่ก่อนที่จะซัดอาวุธลับเข้าใส้ผู้บุกรุกนั้น เขาก็เห็นใบหน้าผู้บุกรุกเสียก่อน

" อาเหวิน...เจ้าจะมาดีดีไม่ได้หรือไงกันหากว่าข้าซัดอาวุธลับโดนจุดสำคัญของเจ้าขึ้น มาจะทำอย่างไร "

" ก็แค่ตายพี่ใหญ่ ท่านจะกังวลทำไม "

" นี้เจ้า "

" พวกเขาเริ่มทำการค้าที่ชายแดนแคว้นหนานแล้ว "

หยางเหวินหลงรายงานผู้เป็นพี่ชายเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายแต่ พี่ชายของเขานี้ช่างน่าตายยิ่งนักนอกจากจะไม่สังหารยังปล่อยให้พวกเขา กระทำตามอำเภอใจหากเป็นเขาเขาคงจะสังหารน้องชายต่างมารดาผู้นั้น ไม่ให้หลงเหลือแม้แต่วิญญาณนานแล้ว

" เหวินเออร์...นะเหวินเออร์ เจ้าต้องรู้จักใจเย็นให้มากกว่านี้ จะฆ่าพวกนะไม่ใช่เรื่องยากแต่มันจะสะใจได้อย่างไรหากพวกเขานั้นตายแบบไม่ ทรมาน "

" ท่านไม่มีเพื่อนเล่นก็บอกมาเถอะ น้องสามจะมีอะไรหากไม่มีน้องห้ามีหรือในหัว ของเขาจะคิดหาเงินสร้างกองทัพได้ "

" คนที่น่ากลัวไม่ใช่พวกเขาเจ้าเองก็รู้ดีว่าคนที่ชักใยอยู่ตัวจริงนั้นคือใคร "

"เฮอะ...เขานะหรือ"

" อย่าลืมว่าขุนนางกว่าครึ่งราชสำนักเป็นคนของเขา เข้าเป็นคนชอบคบหากับเหล่าบัณฑิต และบัณฑิตพวกนั้นล้วนเป็นลูกหลานของขุนนางพี่เองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าตระกูลใด ช่วยเหลือเขาอยู่บ้างและอีกอย่างการจะเป็นฮ่องเต้ทรราชไม่ ใช่เรื่องง่าย "

" ฆ่าให้หมดก็สิ้นเรื่องไม่ต้องมานั่งปวดหัว เอาน่าพี่ใหญ่เราเลิกคุยเรื่องน่าปวดหัว ข้าได้สุราดีมาเรามาดื่มกันสักหน่อย "

"เจ้านี้ตีองครักษ์เงาของข้าสลบหมดยังไม่สำนึกแล้วยังมีหน้ามาชวนข้าร่ำสุราอีก"

" หากท่านเมาข้าจะเป็นแบกท่านไปนอนเอง "

คนที่บอกว่าจะแบกเขาแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเขาซะเองที่ต้องมาแบกน้องชาย ไปนอนน้องชายของเขาเป็นคนที่มีความสามารถทั้งบุ๋นบู้ไม่เป็นรองผู้ใดแต่นิสัย ใจร้อนฆ่าคนในคราเดียวอีกทั้งยามฆ่าคนนั้นใบหน้าอันหล่อเหล่ากับนิ้งเฉย ราวกับปีศาจ มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย เขากลัวว่าสักวันหนึ่งน้องชาย ผู้นี้จะพลาดเพราะความใจร้อนของตน

วันนี้เป็นวันที่บรรดาเหล่าพระสนมทั้งหลายของหยางเฟยหลงฮ่องเต้มีสีหน้าที่ เบิกบางใจเพราะฮ่องเต้ได้ให้เหล่าขันทีเชิญพวกนางมาที่ท้องพระโรง ในต้อนที่ ฮ่องเต้ดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทอยู่นั้นเขาได้มีสตรีในวังหลังรวมถึงสาวใช้ อุ่นเตียงทั้งหมด 28 นาง ในตอนนี้ตัดอดีตพระชายาเอกออกไปก็ยังคงเหลือ 27

เขาได้เรียกทุกคนมาแน่นอนว่าวันนี้เขาจะมอบตำแหน่งในวังหลังให้กับพวกนาง อย่างเป็นทางการ

เมื่อประชุมเช้าเสร็จเรียบร้อยเขาก็ให้เหล่าขุนนางนั้นอยู่ต่อเพื่อเป็นพยานกับการมอบตำแหน่งในครั้งนี้ด้วยจะพูดกันง่าย ๆ ก็คือให้พวกเขาอยู่ร่วมยินดีให้กับบุตร สาวของพวกเขา

บรรดาเหล่าสนมทั้งหลายต่างเขามาด้านในพร้อมเพรียงกันเพื่อไม่เป็นการเสีย เวลาขันทีก็เริ่มประกาศราชโองการฉบับแรกทุกคนพร้อมใจกันเงียบและตั้งใจฟัง โดยเฉพาะจางเหลียงฮวานางมั้นใจในครั้งนี้นางต้องได้เป็นฮองเฮาอย่าแน่นอน เพราะนางมันใจว่าตลอดเวลานั้นหยางเฟยหลงฮ่องเต้หลังรักในตัวนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้นไม่ว่านางจะทำความผิดร้ายแรงเพียงใดเพียงแค่ออดอ้อนและบีบน้ำตา เขาก็พร้อมจะหาให้นางเสมอ ท่าทางเชิดหน้าชูคอราวกับนางพญาหงส์นำทำให้เหล่าสนมด้วยกันตาบอด หมั่นไส้ไม่ได้สายตาชิงชังที่ส่งมายังจางเหลียงฮวาอย่างเปิดเผย ราวกับว่าหากวันใดที่สตรีนางนี้ล้มลง พวกนางเองก็เตรียมพร้อมที่จะเหยียบย่ำ ทันที

คนที่ได้รับการแต่งตั้งคนแรกคือ เฉิงลี่อิง นางเป็นบุตรีของแม่ทัพแม่ทัพชายแดน ใต้และนางได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่ง กุ้ยเฟย เป็น เฉินกุ้ยเฟย

ต่อมานั้นก็คือ องค์หญิงบรรณาการจากแคว้นหนาน หนานจื่อหลิน ได้รับตำแหน่งเป็น เต๋อเฟย ทรงให้ใช้นามว่า หลินเต๋อเฟย แทนชื่อสกุลเดิม

และคนต่อไปคือ ฝูซินฮวา บุตรสาวของราชครู ได้รับตำแหน่งเป็น เซียนเผย เป็น ฝูเสียนเฟย ส่วนคนอื่นก็รับตำแหน่งตามสมคารมีเพียงสาวใช้อุ่นเตียงเท่านั้นได้รับตำแหน่ง ไฉเหรินและเหมยเหริน

ส่วนจางเหลียงฮวานั้นนางได้รับตำแหน่งเป็นซูเฟย นาม จางซูเฟย นางนั้นรู้สึก เหมือนถูกดึงลงมาจากที่สูงความมั่นใจก่อนหน้านั้นหายไป แต่กลับเป็นความรู้สึก อับอาบเข้ามาแทนที่นางได้แต่เก็บอารมณ์ความโกรธเอาไว้ในใจ ภาวะนาให้ฮ่องเต้อนุญาตออกจากตรงนั้นก่อนที่นางจะระเบิดอารมณ์ออกมา ขุนนางต่างก็เขามาแสดงความยินดีซึ่งกันและเมื่อบุตรีของตนได้รับตำแหน่งน้อยบ้างใหญ่บ้างแต่ก็ต้องทำหน้ายิ้มเข้าหาเพื่ออนาคตในการทำงานของตน

" กรีด......"

เสียงกรีดร้องและทำลายข้าวของดั้งออกมาจากห้องของซูเฟยคนใหม่ นางกำนัลต่างรีบพากันปิดประตูหน้าตา เพื่อปิดบังสายตาอยากรู้อย่างเห็นจาก บุคคลภายนอก

" เพราะอะไรข้าใช้เวลาถึงสี่ปีกว่าจะกำจัดหานเหมยหลินออกไปจากเส้นทางได้ เพราะอะไรกันว่าฝ่าบาทถึงไม่ทรงแต่งตั้งข้าข้าเป็นฮองเฮา "

" พระสนมพระทัยเย็นก่อนนะเพคะ นี้แค่เพียงเริ่มต้นเส้นทางนี้ยังยาวนักหากว่า ยังมีลมหายใจยังถือว่าพระองค์ยังมีโอกาส "

" ก็จริงของเจ้าฝ่าบาททรงเลื่อนการรับสาวงามเข้าวังตั้งสามปี ถือว่าข้ายังมีโอกาสหากว่าข้าสามารถมอบพระโอรสองแรกให้กับฝ่าบาทได้ อำนาจในวังหลังก็ต้องตกในมือข้าและตระกูลจางก็ต้องกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง"

จางเหลียงฮวามาอารมณ์ดีอีกครั้งเมื่อนางยังมองเห็นโอกาสนางจะกำจัดทุกคนที่ เข้ามาขวางเส้นทางการขึ้นเป็นใหญ่ของนาง

" ทูลเฉินกุ้ยเฟย เป็นไปตามที่พระองค์คาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพคะ ต้อนนี้ที่ตำหนักของซูปิดเงียบ แต่ก่อนปิดได้ยินมาว่าซูเฟยระบายอารมณ์ จนตำหนักแทบพังเลยเพคะ"

เฉินลี่อิงยกยิ้มที่มุมปากทันที่ด้วยความสะใจถึงเวลาของนางแล้วสินะเดิมที่ นางเป็นบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกแต่ก็ต้องยอมแต่ง เข้าตำหนักบูรพาใน ฐานะอนุที่ต่ำต้อยเพื่อรอวันนี้อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้นการได้ยืนอยู่ บนจุดสูงสุดของสตรีทั้วแคว้นในตอนนี้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน

"ถึงเลาที่ข้าต้องเอาคืนพวกนางแล้วโดยเฉพาะ จางเหลียงฮวา ข้าจะทำให้นางจดจำข้าจนลืมไม่ลงเลยที่เดียว "

" พระสนมจะทำเช่นไรต่อไปเพคะ"

" ต้อนนี้ข้าเพิ่งได้รับตำแหน่งและดูแลวังหลัง เราเคลื่อนไหวอะไรมากไม่ได้ต้อง อยู่นิ่งไปก่อนรอ เจ้าแค่จับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกนางไว้ก็พอ"

สำหรับนางเฉิงลี่อิงเองแล้วนางไม่ใช่แค่ต้องการความรักจากบุรุษนอกจากได้ ครอบครองหัวใจมังกรแล้วนางยังต้องการให้บิดามองเห็นมารดาของนาง นางเป็นบุตรีทีีเกิดจากฮูหยินเอกก็จริงแต่มารดาของนางกลับไร้ตัวตน สำหรับบิดาเขามีอนุในจวนมากกว่าฮ่องเต้ซะอีกพี่น้องของนางก็มากมายจนแทบ จะจำใบหน้ากันไม่ได้นางไม่อยากเป็นเหมือนมารดาที่วันเอาแต่ร้องไห้ คล้ำครวญให้ผู้เป็นบิดามาหา นางต้องได้เป็นมากกว่าภรรยาเอกและ นางก็จะต้องเป็นมารดาของจักรพรรดิองค์ต่อไป

" เพคะ พระสนม "

เสียงตอบรับของนางกำนัลคนสนิททำเฉิงลี่อิง กลับมามีสติอีกครั้งหลังจากที่ ปล่อยให้ความต้องการภายในใจครอบงำความคิดและเผลอแสดงท่าทีออกมา ให้คนรอบกายรับรู้ นางต้องการให้ผู้คนมองเห็นว่านางนั้นรักสงบและมีเมตตา ดั่งพระโพธิสัตว์เพียงเท่านั้น

" ฝ่าบาททรงแต่งตั้งพระองค์เป็น กุ้ยเฟย นับว่าในพระทัยนั้นพระสนมของบ่าวยัง มีน้ำหนักอยู่บ้างไม่มากก็น้อย"

ซานซือบ่าวรับใช้คนสนิทจากบ้านเดิมของเฉิงลี่อิงเอ๋ยขึ้นหลังจากที่ไล่พวกนางกำนัลขันทีที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ออกไปกันหมด นางรับใช้เฉิงลี่อิงมาตั้งแต่เด็ก ทำไม่นางจะไม่รู้ว่าความปรารถนาที่แท้จริงของผู้เป็นนายคืออะไร หากผู้เป็นนายมีวาสนานางก็จะอยู่ดีกินดีไปด้วย

" ไม่ง่ายเลยจะได้ในสิ่งที่หวังเอาไว้ "

" แต่ว่าเมื่อก่อนฝ่าบาทก็ไม่เคยพระราชทานยาห้ามครรภ์ให้กับพระสนมนางใดนิ เพคะ "

" เจ้าจะไปรู้อะไรฝ่าบาทระวังพระองค์ยิ่งนัก พระองค์รู้ดีว่าต้องทำเช่นไรไม่ให้ สตรีนั้นตั้งครรภ์ และสามเดือนมานี้ฝ่าบาทไม่เสด็จหาใครเลยเจ้าคิดว่ามันไม่ แปลกหรอกหรือ บุตรหากอ้างว่าอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ให้แก่บิดาก็จริงแต่ก็ต้องมี บ้างที่ต้องปลดปล่อยอารมณ์กำนันของตนเอง"

" พระสนมเพคะ หรือว่าฝ่าบาทจะมีนางกำนัลอุ่นเตียงอยู่ที่ตำหนักเทียนกง"

สองนายบ่าวสบตากับก็รู้ความหมายทันที่ไม่ต้องรอให้ผู้เป็นออกคำสั่งซานซื้อก็ รีบขอตัวออกจากตพำนักเพื่อสืบข่าวอะไรทีเป็นประโยชน์ต่อนายของตนนาง ย่อมรู้ดี บางทีอาจไม่ใช่แค่พวกนางเท่านั้นที่หวาดระแวง ตอนนี้เจ้านายตำหนัก อื่นอาจส่งคนไปก่อนนางก็ได้ใครจะไปรู้

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น