Lisa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอทที่ 2.1 ไม่ใช่เรื่องง่าย

ชื่อตอน : ตอทที่ 2.1 ไม่ใช่เรื่องง่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 527

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอทที่ 2.1 ไม่ใช่เรื่องง่าย
แบบอักษร

ตอนที่ 2 มันไม่ง่ายอย่างที่คิด

" โคล้ม......เพล้ง !!!!!"

เสียงของข้าวของตกลงกระทบพื้นดังออกมาจากห้องหนังสือ ท่าทางเกรี้ยวกราด และอารมณ์โกรธของผู้เป็นเจ้าของห้องทำให้ บรรดาบ่าวไพร่ทั้งหลายไม่มีใคร กล้าย่างกรายเข้ามาใกล้ผู้คนที่นี่ต่างรู้ดีว่าผู้เป็นนายนั้นร้ายกาจเพียงใด

หากคนที่ทำงานผิดพลาดเพียงเล็กน้อยนั้นอาจหมายถึงชีวิตของตนได้

ใบหน้าคมที่จัดได้ว่าหล่อเหล่าผู้หนึ่งกลับไม่มีท่าทางว่าจะอารมณ์ขึ้นมา ถึงแม้ว่าการระบายอารมณ์กับข้าวของเครื่องใช้มากมาก็ตาม ตอนนี้เส้นทางการก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรของเขา นั้นแคบลงเรื่อย ๆ อีกไม่นาน ฮ่องเต้ผู้มีฐานะเป็นพี่ชายต่างมารดาคงไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างให้เขาหรือใคร เข้ามาแทรกแซงได้มันน่าเจ็บใจยิ่งนัก

หยางอู่กงหรือองค์ชายสามที่ตอนนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องสาม ได้แต่เก็บความ แค้นเอาไว้ในเขาเองก็เป็นองค์ชายที่อดีตฮองเฮาเลี้ยงดูมาเช่นกันกับ หยางเฟยหลงแต่ทำไมเขาไม่ได้รับโอกาสในการนั่งบนบัลลังก์มังกร เขาทำตามคำสั่งของอดีตฮองเฮาอย่างเคร่งครัด เพราะอะไรกันเหลืออีกเพียงแค่ ก้าวเดียวเท่านั้นเขาก็จะสามรถกำจัดบิดาที่น่าชังและพี่ชายน่าตายอย่าง หยางเฟยหลงได้แล้วอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น เขาผิดพลาดตรงไหนกัน

" พี่สามท่านต้องใจเย็นและอดทนให้มากกว่านี้ "

"เจ้าไม่เห็นท่าทางยโสของมันหรือน้องห้า ไหนจะพี่รองนั้นอีกไม่รู้ว่าโผล่มาจาก นรกขุมไหนมันหายไปตั้งสิบปีทำไมพวกมันไม่ตายกันไปให้หมด"

"ซู...."

องค์ชายห้าหรืออ๋องห้ารีบยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ปากเป็นการแจ้งเตือนให้ อีกฝ่ายระวัง คำพูดหาเล็ดลอดออกไปเพียงคำเดียวอนาคตพวกเขาอาจเปลี่ยนได้

"พี่สามท่านระวังหน่อยต้อนนี้อะไรก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเราต้องหยุดความ เคลื่อนไหวสักพักเพื่อไม่ให้ฝ่าบาทสงสัยเราได้ "

 

"สงสัยอะไรพวกมันรู้ตั้งนานแล้วว่าแผนการทุกอย่างนั้นเป็นฝีมือของพวกเรา่มันแ

ค่เก็บพวกเราไว้เป็นของเล่นแก้เบื่อเทานั้น "

การที่หยางเฟยหลงรู้เรื่องทุกอย่างนั้นมันไม่ทำให้เขารู้สึกกลัวเลยซักนิด แต่ที่ทำให้เจ็บใจคือหยางเฟยหลงไม่ลงโทษ หรือกำจัดพวกเขาไปแต่ กลับเก็บพวกเขาเอาไว้ ทำราวกับว่าเป็นตุ๊กตาเขาไว้คลายเครียดเท่านั้น

 

"เอาน่า...ท่านอย่าได้ร้อนใจไปสักวันหนึ่งพี่ใหญ่ก็ต้องก้าวพลาดรออีกหน่อยจะเป็ไรไป..แต่ว่าวันนี้ข้าได้ยินข่าวว่ามีการประมูลคืนแรกที่หอคณิกาท่านสนใจหรือ ไม่ "

เมื่อได้ยินน้องชายพูดดังนั้นก็ทำให้หยางอู่กงถึงกับอารมณ์ดีขึ้นมาทันที สถานการณ์เช่นนี้หากได้สาวงามคอยปลอบใจคงจะดีไม่น้อย ส่วนองค์ชายห้าอย่างหยางเทียนหลงมีหรือที่จะไม่รู้ใจผู้เป็น พี่ชายหากพี่ชายอารมณ์ไม่ดีเพียงเอ่ยถึงสาวงามเท่านั้นก็สามารถวางความโกรธ ลงได้คราว

หอคณิกาอันดับ 1 ของเมืองหลวงแคว้นเว่ย นอกจากจะเป็นสถานที่ที่ใช้ผ่อน คลายให้เหล่าบุรุตทั้งหลายแล้วยังเป็นสถานที่ที่คนบางกลุ่มใช้นัดหมายในการ พูดคุยและหนึ่งในกลุ่มนั้นก็จะรวมถึงบุคคลสำคัญในราชสำนักและบรรดาเหลา ขุนนางหรือแม้แต่เหล่าเชื้อพระวงศ์เองยังเลือกที่จะใช้สถานที่แบบนี้ เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจของพวกนักสืบ เมื่อสองพี่น้องราชวงศ์เดินเข้ามาด้านในก็ได้รับการต้อนรับ เป็นอย่างดีจากแม่เล้าชื่อดังนามว่าติงลี่ ถึงที่นี่จะเปิดนานแล้วแต่ก็มีเพียง ลูกค้าที่มีฐานะกลางกลางเท่านั้นที่เข้ามาเมื่อเห็นลูกค้า ท่าทางกระเป๋าหนัก มีหรือที่น่าจะไม่รีบเข่ามาประจบเอาใจ

" เชิญคุณชายทั้งสองด้านในวันนี้พวกท่านโชคดีที่มาถูกวัน

เพราะวันนี้จะเป็นการประมูลคืนแรกของสาวงาม....."

ตงลี่หรือแม่เล้าใหญ่ของที่นี่ต้องหุบปากทันทีเมื่อเมื่อคุณชายทั้งสองที่นางเชื่อ เชิญโยนตำลึกทองให้นางรีบพาทั้งสองไปหาที่นั่งที่ดีที่สุดทำทันทีอย่างรู้งาน

เมื่อได้ที่นั้งแล้วหยางอู่กงก็ยกยิ้มที่มุมปากออกมาทันทีที่นี่ถือว่าไม่เลว ถึงด้านนอกจะดูเล็กไปบ้างแต่ด้านในถือว่าใช้ได้ สาวสาวที่ออกมาวาดลวดลาย เย้ายวนท่าทางเชิญชวนนั้นทำให้รู้สึกดี จนรู้สึกอยากจับพวกนางมาขย้ำเพื่อระบายโทษะที่มี มากล้นออกมา

" ที่นี่ดูไม่เลวเจ้ารู้จักที่นี่ได้อย่างไรน้องห้า "

" ข้ารู้จักกับพ่อค้าคนหนึ่งที่ทำการค้าขายที่ชายแดนเขาแนะนำข้ามาที่นี่ "

" พ่อค้าชายแดนหรือ "

" ใช้เข้าเป็นพ่อค้าชายแดนแคว้นหนานท่านสนใจหรือไม่ "

สองพี่น้องส่งยิ้มให้แก่กับในตานั้นระยิบระยับดังพบขุมทองชั้นเลิศไม่ต้องพูด ให้มากความก็รู้ความหมายของมันในเมื่อหนทางในการช่วงชิงบัลลังก์ในช่วงนี้ ไม่ง่ายพวกเขาหันมาทำการค้าขายไม่ดีกว่าหรือหากวันร่ำรวยขึ้นมาพวกเขา ก็สามารถสร้างกองทัพให้กับตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนที่ไร้ประโยชน์ อย่างฮองไทเฮาอีกต่อไป

" น้องห้าช่างรู้ใจพี่ชายคนนี้ยิ่งนัก จะเริ่มเมื่อไหร่ดี "

" เรื่องนี้เอาไว้ที่หลัง ว่าแต่คืนนี้ท่านสนใจคืนแรกของสาวงามหรือไม่ "

"ย่อมเป็นเช่นนั้น"

"555555"

สองพี่น้องหัวเราะออกมาพร้อมกันแล้วหันกลับไปในใจที่เวทีประมูลเนื้อสดตาม เดิมเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้หยุดลงเพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน จนเกิดปัญหาขึ่นในอนาคต ในใจของหยางอู่กงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานจนไม่มีสิ่งใด ที่จะสามารถมาดึงรั้งเขาได้อีกต่อไป

หานเหมยหลินตื่นขึ้นมาหากเป็นเวลาที่โลกก่อนก็นาจะเป็นตีห้า ก่อนเข้าเข้านอน เมื่อวานนางได้ทำรายการเอาไว้ในหัวแล้วว่าจะต้องทำอะไรบ้างแสงสีส้มจากกองไฟยังคงอยู่ไม่มอดดับไปถึงแม้ว่าใก้ลจะถึงเวลาขึ้น ของดวงอาทิตย์แล้วก็ตาม เหมยหลินเดินเข้ามานั้งใกล้กับกองไฟเหมือนเมื่อคืนอีกครั้งไม่มีอะไรจะสงบสุข ไปมากกว่านี้อีกแล้วแต่ว่าเมื่อไหร่กันที่นางจะสร้างได้สำเร็จ นางตั้งใจจะทำบ้านจากไม้ไผ่และมุงหลังคาจากหญ้าแฝกเพราะง่ายและ ไม่เสียเวลามากแต่ก่อนที่จะลงมือทำอะไรอย่างสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องหาอะไร รองท้องก่อน วันนี้คงจะไม่พ้นปลาย่างดังเช่นเมื่อวาน ใช้เวลาไม่มานักเหมยหลิงก็ลุกขึ้นแต่ก่อนที่นางจะก้าวขา ออกจากบริเวณสายตาของนางก็ปะทะกับ อะไรบางอย่างที่นอนขดตัวอยู่ตรง ข้ามอีกด้านของกองไฟ นี้มันตัวอะไรหมาหรือว่าแมวสีขาวน่ารักเชียว เหมยหลินเดินเข้าไปไกล้พวกมันเพื่อสำรวจให้มั่นใจว่าพวกมันเป้นสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่

เมื่อได้ยินเสียงอันตรายมาใกล้สัตว์ทั้งสองตัวที่นอนรวมกันก็ยกหัวขึ้นมาทำ ท่าทางข่มขู่ผู้มาเยือนทันที เหมยหลินตาลุกวาวด้วยความดีใจทันทีในป่านี้มีแมวน้อยน่ารักอยู่ด้วย

" ไม่ต้องกลัวเจ้าแมวน้อยข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก "

เมื่อสัตว์ป่าทั้งสองเห็นท่าทางที่อบอุ่นและมีเมตตาก็สงบลงทันทีทั้งคนทั้งสัตว์ต่าง สำรวจซึ่งกับและกับเพื่อผูกมิตร ส่วนเหมยหลินทั้งดีใจและตื่นเต้นเพราะอยู่คน เดียวมานานหากมีแมวน้อยสองตัวเป็นเพื่อนก็ดีไม่น้อย แต่แมวน้อยสีขาวสองตัวนี้ ก็มีลวดลายสวยไม่เบาดูไปก็เหมือนเสือเหมือนกัน

" เจ้าตัวน้อยพวกเจ้าหิวหรือเปล่าเราไปหาอะไรกินกัน "

เหมยหลินลุกขึ้นพร้อมกลับหันไปทางเดิมนางเดินออกไปเพื่อดูกับดักปลาเมื่อวาน และยังรู้สึกได้ว่ามีอะไระเดินตามนางมาและนางก็ไม่ได้ตกใจเท่าใดนักเพราะเป็น เจ้าแมวสองตัวนั้นที่เดินตามนางมา

" ฟังภาษาคนรู้เรื่องแฮะ...ดูท่าจะฉลาดไม่เบา "

เหมยหลินใช้วิธีเดิมนำปลามาย่างแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือเจ้าสองตัวนั้นฟาดปลาดิบจนหมดเกลี้ยงตัวเล็กแค่นี้ไม่รู้ว่าพากันเอาไปเก็บไว้ตรงไหนกันหมด หลังจากการกินอาหารเช้าเสร็จสิ้นลงภารกิจในการตามหาไม้ไผ่ก็กำลังเกิดขึ้น

" เจ้าแมวน้อย พวกเจ้าสองตัวมีชื่อกันหรือไม่ ถ้างั้นข้าตั้งชื่อให้พวกเจ้าก็แล้วกัน เจ้าตัวนี้มีลายพาดสีดำ เจ้าชื่อ เสียวเฮ่ย ก็แล้วกัน ส่วนเจ้ามีลายพาดสีเทา ต้องชื่อว่า เสียวฮุ่ย และพวกเจ้าต้องจำเอาไว้ว่าข้าคือแม่ของพวกเจ้า "

ส่วนผู้ที่ถูกเข้าใจว่าเป็นแมวต่างก็อาลัยในชะตาของตน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ทำไมต้องให้สตรีวิปลาสนี้มาเป็นมารดาของเจ้านายพวกเขาด้วย อันดับแรกพวก ข้าเป็นเสือไม่ใช้แมวและอันทีสองชื่อที่ท่านมอบให้พวกข้านั้นไร้รสนิยมสิ้นดี

" อะไรกันกางปลาติดฟันพวกเจ้าหรือทำไมทำหน้าราวกับปวดฟันเช่นนั้น "

เหมยหลินรีบง้างปากของพวกแมวทันทีเพราะนางเขาใจว่าอาจมีก้างติดฟันของ พวกเขาแต่เม่ืี่อสำหรวจจนละเอียดว่าไม่มีอะไรแล้วนางก็ปล่อยให้แมวน้อยเป็น อิสระทันที

' อาท่านเทพสงคราม องค์ไท่จื่อสวรรค์ มารดาของพวกท่านช่างน่าตายยิ่งนัก '

เมื่อไม่อาจทำอะไรได้พวกเขาก็ได้แต่เดินตามร่างบางเพื่อรักษาความปลอดภัยให้

ด้านเหมยหลินเองก็เดินได้สักพักยังไม่พบไม้ไผ่อย่างที่ตนนั้นต้องการ ตั้งแต่ที่มาอยู่ที่แห่งทำให้นางได้เรียนรู้อีกอย่างว่าผู้คนที่นี้ใช้ลมปราณในการต่อสู้บางคนมี ลมปราณบ้างบางคนไม่มีบ้างเป็นเรื่องปกติ สำหรับหานเหมยหลินนั้นเป็นคนที่ไม่ ฝึกยุทธจึงไม่แปลกที่จะไม่มีลมปราณ

ในขณะที่เดินหาป่าไผ่อยู่นั้นเหมยหลินได้พบกับสระบัวขนาดใหญ่ มันใหญ่มาก มองจนสุดลูกหูลูกตาดอกบัวสีแดงอมชมพูชูช่อแข่งกันกับใบสีเขียวหากมีกล้อง ถ่ายภาพนางคงอดยกขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ไม่ได้เมื่อหาต้นไผ้ไม่เจอ ขอแวะข้างทางเก็บเมล็ดบัวแทะสักหน่อยคงจะไม่เป็นอะไร กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของ ดอกบัวทำให้รู้สึกสดชื่นหากไม่ติดว่านางต้องรีบหาวัสดุในการสร้างบ้านละก็ นางจะแช่อยู่ที่นี่ทั้งวันเลยคอยดู

สายตามองไปรอบรอบจนสังเกตเห็น หญิงอายุประมาณ 60 มีผมสีขาวแซมขึ้น บางแล้วและอีกคนก็น่าจะประมาณ 35 -40 ปี ตั้งอยู่ใต้ร่มไม้ข้างสระบัวด้วยความ อ่อนล้าเหมยหลินอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปถามไถ่ดูท่าแล้วคงจะหิวไม่เบาหวังว่า คงจะไม่ได้ราชวงศ์แคว้นใดแคว้นหนึ่งปลอมตัวมาอีกนะ

" คาราวะท่านยายและท่านป้า "

สตรีทั้งสองหันมามองตามเสียงหวานที่เอ๋ยขึ้นทักทายในมีทั้งสองของนางอุ้มสัตว์ตัวที่ดูแล้วน่าจะเป็นแมวป่าทั้งสองแสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกันกับเหมยหลินที่สำรวจคนทั้งสองเช่นกัน เสียงท้องร้องดังมาไม่ต้องคาดเดาก็รู้ได้ว่าทั้งสองคนนั้นกำลังหิว

" ไม่ต้องกลัวข้าไม่ทำอะไรพวกท่านหรอก พวกท่านหิวหรือไม่ข้ามีปลาย่างถึง แม้รสชาติจะไม่ดีแต่ก็พอทานได้"

เหมยหลินยื่นปลาย่างที่นางย่างในต้อนเช้าแล้วใช้ใบตองหอส่งให้กลับสตรีทั้ง สอง เมื่อได้ได้ความช่วยเหลือจากคนที่มีท่าทางใจดีและกลิ่นอายของความท่ี่

เมตตาแผ่ออกมาทำให้คนที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือมาก่อนถึงกับน้ำตาไหล ออกมาทันที

" พวกท่านกินเถอะจะได้มีแรงและนี้น้ำดื่ม "

เหมยหลินส่งน้ำดื่มที่ใช้กระบอกไม้ไผ่เก็บน้ำไว้ดื่มระหว่างทางให้นางรอจน กระทั่งทั้งสองกินเสร็จแล้วจึงค่อยถามไถ่ เพื่อว่าพวกนางจะเป็นคนแถว นี้และสมารถบอกนางได้ว่าไปหาไม้ไผ่ได้จากที่ไหน

" พวกท่านเป็นคนแถวนี้หรือเจ้าคะ "

" พวกเรามาจากหมู่บ้านไร้วรรณะ "

เหมยหลินเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบาย สตรีทั้งสองก้มหน้าราวกับว่ากลัวนาง จะรังเกียจ

" ไม่ต้องห่วงข้านั้นไม่ได้รังเกียจพวกท่าน แล้วนี้พวกท่านจะไปที่ใดกัน "

" ที่หมู่บ้านเกิดโรคระบาดหนักอยากจะรักษาทำให้ช่วงกลางวันพวกเราต้องออก จากหมู่บ้านจะกลับบ้านในต้อนพบค่ำเท่านั้น "

" แล้วพวกท่านอยู่กันสองคนหรือเจ้าคะ "

" ไม่..สามีและลูกของข้าไปหางานทำในเมืองแต่ก็อยากนักเพราะพวกเขา รังเกียจคนที่แบบพวกเรา "

เหมยหลินเข้าใจดีจึงไม่ถามไถ่ให้มากความ แต่พวกเขาบอกว่ากำลังหางานทำ ไม่ใช่หรอกหรือหากว่ามีคนมาช่วยนางสร้างบ้านเพิ่มคงจะดีไม่น้อย

" ถ้าเช่นนั้นพวกท่านมาทำงานไห้ข้าดีหรือไม่ข้ากำลังต้องการคนช่วยงาน"

"ได้.." สตรีทั้งสองตอบขึ้มมาพร้อมกับทั้งยัง มีแสดงออกถึงความกระตือรือร้น ทำให้เหมยหลินอดคิดไม่ได้ว่าหากโลกนี้ไม่มีคนจนไม่มีคนอดอยากจะดีแค่ไหน

" บอกตามตรงตัวข้านั้นเป็นหญิงม่ายที่สามีหย่าร้าง เพื่อหลบเลี่ยงผู้คนจึงคิดที่ จะสร้างบ้านหลังน้อยที่ที่ป่าแห่งนี้ แต่ข้านั้นตัวคนเดียวขาดคนช่วยเหลือ ดีเหลือเกินที่ได้พบพวกท่านหากพวกท่าน "

"ข้ายินดีแม่นางงานอะไรข้าทำได้หมดถึงข้าจะแก่เรี่ยวแรงถดถอยบ้างก็ตาม"

" ถ้าเช่นนั้นหากได้แรงของบุรุษเช่น บุตรชายและหลานชายท่านเพิ่มอีกแรงคงจะดีไม่น้อย"

" ขอบคุณแม่นาง "

สตรีทั้งสองโขกศีรษะลงกับพื้นจนเหมยหลินเองยังรู้สึกเจ็บแทนนางสั่งให้ พวกเขาหยุดโขกศรีษะทันที แต่นี้คุยกันตั้งนานแล้วยังไม่รู้จักชื่ออีก คิดแล้วก็อยากหัวเราะออกมาการทักทายที่ดีต้องถามชื่อก่อนซิถึงจะถูก

" ข้ามีชื่อว่าเหมยหลินแล้วพวกท่านละ "

" ตายจริงคุยกันตั้งนานลืมแนะนำชื่อได้เช่นไรกัน ข้ามีนามว่าฮัวถง ส่วนนี้ลูกสะใภ้ อ้ายเป่า "

" ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งเจ้าคะ ท่านยายฮัวถง ท่านป้าอ้ายเป่า "

หลังจากที่ทำความรู้จักการได้สักพักทั้งสองก็ยืนยันว่าต้องการช่วยงาน เหมยหลินทันที นางจะเริ่มเปลี่ยนแผนใหม่ของวันนี้เช่นกันในเมื่อนางหา ต้นไผ่ไม่พบแต่นางพบหญ้าแฝกในบริเวณนี้จำนวนมาก เหมยหลินตัดสิน ในทันทีว่าจะเก็บเกี่ยวหญ้าแฝกเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการทำงาน เจออะไรก่อนเอาอันนั้นก็แล้วกัน

" พวกท่านเห็นหญ้าชนิดนั้นหรือไม่ พวกท่านทั้งสองช่วยข้าตัดมันตัดตรง โคลนต้นของมันยิ่งยาวยิ่งดีเจ้าคะ จากนั้นก็นำพวกมันมาผึ่งแดดให้แห้ง พรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ"

ทั้งสองพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับเริ่มลงมือทำแต่ก็แปลกใจไม่ต้อง ว่าผู้มีพระคุณของพวกจะใช้หญ้าชนิดนี้ทำอะไร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเขาที่ จะพูดมาให้ผู้มีพระคุณลำคาญใจ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น