จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความว่างของน้ำ

ชื่อตอน : ความว่างของน้ำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 07:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความว่างของน้ำ
แบบอักษร

 

ใครจะคิดว่า..มุกดาราจะคิดวิธีแก้จุดอ่อนของวิชาอากาศมนตราได้สำเร็จ

...........

เวลานี้..ทั้งสี่อัศวินแห่งอากาศมนตราถูกมัดตรึงกับเสาหิน..ซึ่งอยู่ในแอ่งน้ำกลางถ้ำ..

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยยังคงหมดสติ..และไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด..ทั้งสองยังไม่มีวี่แววจะฟื้นคืนสติแม้แต่น้อย..ซึ่งหากว่าไปตามเหตุผล..หากทั้งสองฟื้นคืนสติ..ต่อให้อยู่ในน้ำซึ่งเป็นจุดอ่อนของวิชาอากาศมนตรา..แต่ก็ยังมีพลังแห่งวาโยธาตุ..อาละวาดได้อยู่ดี..

ทาลิสกับมุกดาราฟื้นคืนสตินานแล้ว..แต่ยังทำอะไรไม่ได้..

ในใจทาลิสมีแต่ความคุกรุ่นของอารมณ์..

ทั้งหมดเป็นความผิดของนางที่ทำให้เพื่อน ๆ เดือดร้อน..

ทาลิสนิ่งงัน..หงุดหงิดใจมาหลายชั่วโมงแล้ว..

แต่พอนึกได้..ก็แปลกประหลาดใจ..ที่มุกดารา..น้องเล็กสุดของอัศวินแห่งอากาศมนตรา..แถมยังเป็นเจ้าหญิงแห่งภพเทพอสูร..ที่มีกาลเวลาของภพย้อนกลับไปในยุคโบราณ..นางจึงดูสดใสไร้เดียงสา..

แต่ในความสดใสนั้น..มุกดารากลับมีสิ่งที่เหนือกว่าทาลิสเสียอีก..

นั่นคือความเยือกเย็น..

ทาลิสไม่ได้ยินเสียงนางมานานแล้ว..ทั้งที่นางยังไม่สลบ..

มุกดาราพยายามหลับตา..และเหมือนจะทำอะไรสักอย่างที่ทาลิสไม่ทราบ..

ทาลิสอดถามขึ้นมาไม่ได้..

“..มุกดารา..เธอทำอะไร..เหมือนเธอจะหลับ..”

มุกดาราลืมตาขึ้น..ยิ้มน้อย ๆ ..

“..ท่านพี่..ข้ากำลังทบทวนวิชา..”

“..หือ..”ทาลิสอดสงสัยไม่ได้.. “..โดนมัดแบบนี้..แช่น้ำมาตั้งนาน..จะทบทวนวิชาอะไรอีก..”

“..ท่านพี่ริต้าบอกข้าว่า..วิชาอากาศมนตราไม่ควรจะมีจุดอ่อน..ข้าก็เลยต้องทบทวนวิชาหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงทำอะไรไม่ได้เมื่ออยู่ในน้ำ..และพยายามแก้ไขอยู่..”

ทาลิสครางเฮ้อ..

“..ตัวริต้าเองก็ยังไม่รอด..เธอจะเชื่อริต้าได้สักแค่ไหน..”

มุกดารายิ้มสดใส..แม้จะอยู่ในภาวะคับขันก็ไม่เครียดแม้แต่น้อย..

“..ท่านพี่ริต้ายังไม่มีเวลาจะมาทบทวนอันใด..เนื่องเพราะท่านพี่ริต้ากับท่านพี่อจินไตยล้วนมีวิชาแห่งวาโยธาตุที่ทดแทนจุดอ่อนของอากาศมนตราได้..แต่ท่านพี่ริต้าเชื่อว่า..มันต้องแก้ไขจุดอ่อนได้ด้วยตัวของมันเอง..เพียงแต่เรายังหามันไม่เจอ..ท่านพี่ทาลิส..ท่านไม่ทดลองทบทวนวิชาดูหรือ..เพราะเราต่างมีเพียงวิชาอากาศมนตราไว้ใช้งานเท่านั้น..”

ทาลิสส่ายหน้า..มุกดารายิ้ม..และพูดเหมือนจี้ใจดำ..

“..ท่านไม่ควรจะใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาบั่นทอนสิ่งที่ควรจะกระทำ..ข้ารู้ว่าท่านพี่เวลานี้..จิตใจเจ็บปวดและคั่งแค้น..อาจจะเจ็บใจตนเองด้วยใช่หรือไม่..”

“..มุกดารา..เธอไม่เข้าใจหรอก..”

“..ข้าอาจจะไม่เข้าใจเรื่องความเจ็บปวดที่ท่านได้รับ..แต่ข้าเข้าใจประการหนึ่ง..นั่นคือ..เวลานี้..เราต้องหาทางหลุดออกไปให้ได้..และข้ากำลังใช้การทบทวนวิชาเพื่อหาช่องว่างจะดิ้นรนหลุดออกไป..ท่านเห็นด้วยหรือไม่..”

ทาลิสครางเฮ้อ..ใช่..มุกดาราพูดถูก..แต่ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย..

ในแอ่งน้ำที่ทุกคนถูกมัดติดตรึงกับเสาหิน..เวลานี้.เริ่มมีแสงสว่างวาบขึ้นเป็นระยะ..

มุกดาราขมวดคิ้ว..รีบหลับตา..นึกทบทวนหาช่องว่างและทางดิ้นรนให้หลุดออกไปให้ได้..

แสงสว่างที่วาบขึ้นเป็นระยะ..ทำให้ทาลิสแปลกใจ..จะถามอันใดกับมุกดารา..นางก็หลับตาเข้าฌาณไปแล้ว..ไม่ทราบว่าทำไมเหมือนกัน..

แต่คนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา..ใช่..เดิน..แม้จะเป็นถิ่นของนางเงือก..

คนที่นำหน้า..คือแม่เฒ่าฟองสมุทรนั่นเอง..

และคนที่เดินเคียงข้าง..ก็คืออัมพุชาในสภาพที่มีขาแบบคนธรรมดา..

ตลอดจนคนของนางทั้งชายหญิง..ทุกคนมีขาแบบคนธรรมดา..

ทาลิสสบตากับอัมพุชาก่อนจะแค่นเสียง..

อัมพุชาหลบตา..ไม่กล้าสู้หน้าทาลิสแต่อย่างใด..

ทาลิสพูดขึ้นว่า..

“..จะมาหลอกลวงอะไรกันอีกก็มาเถอะ..อัมพุชา..”

อัมพุชานิ่งงันไป..แม่เฒ่าฟองสมุทรหัวเราะ..

“..การศึกไม่หน่ายอุบาย..ท่านยังคงโกรธเจ้าหญิงอีกหรือ..”

“..อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะพวกแก..”ทาลิสคำราม..

แม่เฒ่าฟองสมุทรหัวเราะอีก..

“..ท่านจะหลุดไปได้อย่างไร..แม่นางธวัลอร..พลังแห่งอากาศมนตราจะใช้ไม่ได้เมื่ออยู่ในน้ำ..และเพราะน้ำกับเสาเคลื่อนพลัง..จะทำให้พลังของท่านถูกดูดออกมา..เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกาะของเรา..”

ทาลิสขมวดคิ้ว..

“..ว่าไงนะ..”

“..ทางที่เราจะชนะพวกกบฎและพวกของมันจากเผ่ามนุษย์บก..นั่นคือ..ใช้อำนาจแห่งเกาะฟองสมุทรแห่งนี้..อดีตเกาะฟองสมุทรเหมือนเป็นเกาะมีชีวิต..เคลื่อนที่ได้..และมีพลังอำนาจในการทำลายศัตรูทุกสรรพสิ่ง..แต่หลายพันปีมาแล้ว..เกาะนี้ขาดอำนาจพลังที่สมบูรณ์เหมือนเคย..นั่นเพราะไข่มุกนาคา..ที่เป็นแหล่งพลังอำนาจสำคัญถูกเคลื่อนย้าย..ใครจะทราบว่า..อำนาจพลังแห่งอากาศมนตรา..จะสามารถทดแทนพลังของไข่มุกนาคาได้..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรพูดอีกว่า..

“..การดูดพลังอากาศมนตรามาใช้..ไม่อาจทำได้อย่างหักโหม..เวลานี้..พลังของธวัลอัศวินีทั้งสี่..ถูกดูดซับมามากพอจะขับเคลื่อนเกาะ..แต่ยังไม่พร้อมรบ..ซึ่งอาจจะไม่ทันการเพราะพวกกบฎกับพวกมนุษย์บกของพวกมัน..กำลังจะบุกฝ่าเข้ามาเพื่อจัดการพวกเราให้เด็ดขาด..”

อัมพุชามีสีหน้าปริวิตก..

“..แม่เฒ่า..เราจะทำอย่างไรกันดี..”

“..องค์หญิง..ต้องรบกวนท่านอีกแล้ว..”

อัมพุชาคุกเข่า..

“..แม่เฒ่า..เพื่อพิทักษ์เผ่าพันธุ์อุทกมิต..จะให้ข้ากระทำเยี่ยงใด..ข้าจะไม่ตัดพ้อตำหนิ..แม้แต่จะเอาชีวิตข้า..ก็ขอให้บอกมาได้..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรถอนหายใจ..

“..เราต้องเร่งดึงพลังอากาศมนตราให้มากขึ้น..ท่านสามารถดึงพลังนั้นมาจากแม่นางธวัลอรได้..”

“..ไฉน..”

“..อัศวินแห่งอากาศมนตราอีกสามคนล้วนแต่มีสัมพันธ์รักระหว่างกัน..ไม่คล้ายกับแม่นางธวัลอร..และการดึงเอาพลังแห่งอากาศมนตรานี้..ต้องใช้รสแห่งรัก..ดึงมันออกมา..”

ทาลิสใจหาย..ร้องลั่น..

“..ไม่นะ..ฉันไม่ได้รักเธอ..ไม่มีทาง..ฉันไม่มีทางรักคนที่หลอกฉันได้อีกหรอก..”

อัมพุชาก้มหน้า..รู้สึกละอาย..

แม่เฒ่าฟองสมุทรพูดว่า..

“..องค์หญิง..นี่ลำบากใจท่านแล้ว..”

แม่เฒ่าลูบศีรษะของอัมพุชาอย่างลำบากใจ..

“..ไม่..”อัมพุชาพูด.. “..เพื่อเผ่าพันธุ์ของเรา..ข้ายินดี..”

“..องค์หญิง..นี่จะยิ่งทำให้ท่านต้องเจ็บปวด..”

“..ต่อให้เจ็บปวด..ข้าก็ไม่สน..”

“..องค์หญิง..”แม่เฒ่าถอนหายใจ.. “..อากาศมนตราเป็นพลังแห่งความว่าง..หากทดแทนความว่างได้ด้วยความรัก..จะเป็นการดึงพลังออกมาอย่างดีที่สุด..ท่านมีใจกับแม่นางธวัลอร..ข้าทราบมาตั้งแต่แรก..มิเช่นนั้น..จิตใจนางคงไม่รับรู้และหลงกลท่านอย่างง่ายดายปานนี้..”

ทาลิสใจหาย..

“..หมายความว่าอย่างไร..”

“..แม่นางธวัลอร..องค์หญิงพบเห็นท่านจากสื่อของโลกของท่าน..นางก็หลงรักท่านมาตั้งแต่แรก..แต่ติดที่ว่า..การพบเจอท่านไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก..นางก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเรื่อยมา..จนถึงวาระที่เราต้องเสี่ยง..เพราะถูกรุกรานจากกบฎและพวกมนุษย์บกของพวกมัน..พลังของท่านและเหล่าสหาย..ก็มีความจำเป็นขึ้นมา..”

องค์หญิงอัมพุชาก้มหน้า..

แม่เฒ่าพูดอีกว่า..

“..สิ่งที่องค์หญิงกระทำลงไป..ยากจะให้ท่านอภัย..และท่านคงเกลียดนาง..แต่นางก็ไม่นำพา..เพราะนางต้องทำเพื่อบ้านเมือง..เพื่อเผ่าพันธุ์..”

แม่เฒ่าหันมาทางอัมพุชา..

“..เจ้าหญิงน้อยของข้า..เวทนาท่านนัก..แต่เรามีเวลาไม่มาก..ขอองค์หญิงจงกระทำการให้สำเร็จ..”

ทาลิสร้องเสียงหลง..

“..นี่พวกแกจะทำอะไรวะ..จะทำอะไร..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรส่ายหน้า..หันหลังพาคนอื่น ๆ ออกไปจากถ้ำบริเวณนี้..

อัมพุชาคุกเข่านิ่งก่อนจะลุกขึ้น..และนางก็กระโจนลงน้ำ..

เมื่อกระโจนลงน้ำ..ขาที่เคยเป็นขาแบบมนุษย์..ก็ประกบกลายเป็นหางปลา..อัมพุชาเป็นเงือกอีกครั้ง..

นางว่ายมาหาทาลิส..ซึ่งถูกมัดแช่น้ำ..และน้ำท่วมถึงคอ..

ทาลิสเบือนหน้าเมื่ออัมพุชากอดอัศวินแห่งอากาศมนตราคนนี้..ประกบจูบที่ปาก..

ทาลิสเบือนหน้า..พยายามเบือนหนี..

แต่อัมพุชาก็พยายามรุกไล่จูบ...

ทาลิสไม่อยากจะเจ็บปวดใจอีก..ไหนเลยจะยินยอมปล่อยตัวปล่อยใจอีกครั้ง..

มือของอัมพุชาคว้าที่ทรวงอกของทาลิส..

แต่ปากก็ยังรุกไล่จูบอยู่..รุกทั้งสองด้าน..จนทาลิสหลับตา..ยอมถูกประกบปากแล้ว..

นานจนการดิ้นรนเริ่มช้าลง..

อัมพุชาพูดขึ้นแผ่ว ๆ ..

“.ข้าทราบ..ว่าท่านก็ชมชอบข้าเช่นกัน..แม่นางธวัลอร..”

นางระดมจูบไปทั้งใบหน้า..ขบติ่งหู..และเลื่อนต่ำลงจากหน้า..ลำคอ..ลงไปเรื่อย ๆ ..

นางเป็นเงือก..และเงือกสามารถหายใจใต้น้ำได้..

ทาลิสเชิดหน้า..กัดปาก..นางไม่อาจจะทานทนความรู้สึกและความต้องการได้อีกต่อไป..

เสาที่ทาลิสถูกมัดด้วยเชือกติดไว้..เริ่มเรืองแสง..

อารมณ์ฮือโหมของทาลิส..ทำให้พลังแห่งอากาศมนตราถ่ายทะลักออกมาอย่างมากมาย..

เมื่ออารมณ์รักคุคั่ง..ก็ไล่ความว่างออกมา..นี่เป็นหลักการของแม่เฒ่าฟองสมุทร..

และทาลิสก็มีความรู้สึกคุคั่งอยากจะระบายความอัดอั้นทรมาณของตัวเองออกมาเต็มที..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่จมอยู่ใต้น้ำ..เหมือนจะกระพือไหว..แต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้อิสระเพราะเมื่ออยู่ในน้ำ..มันจะเคลื่อนไหวได้ยากเย็นยิ่งนัก..

จินดาพิสุทธิ์เคยพาอจินไตยและมุกดาราแหวกว่ายใต้น้ำ..ใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกช่วยให้เคลื่อนที่ใต้น้ำได้..แต่นั่นก็เพราะนางสร้างฟองอากาศขนาดใหญ่..ด้วยพลังแห่งวาโยธาตุ..และแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกก็เคลื่อนไหวในฟองขนาดยักษ์..ไม่ได้จมน้ำโดยตรง..

ดังนั้น..แม้จะมีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..แต่ในเวลาที่โดนน้ำกักไว้เช่นนี้..จะทำอันใดได้..

ทาลิสเชิดหน้า..เม้มปาก..กัดริมฝีปากอย่างแรง..เพราะนางทนทานไม่ได้แล้ว..

นางยอมรับว่านางทนทานกับสิ่งที่อัมพุชากระทำไม่ได้เลย..

อัมพุชาเหมือนปลาทองที่ทำปากดูดตอดออกซิเจนและอาหารในตู้ตลอดเวลา..

เพียงแต่..ทาลิสไม่ใช่อาหาร..

แต่เป็นความสุขของนาง..

อัมพุชารู้ว่า..ปฏิกริยาของทาลิส..เวลานี้..สามารถทดแทนคำพูดที่สื่อความถึงความรู้สึกได้..ว่าทาลิสก็มีใจต่อนางเช่นกัน..นางอ่อนโยนกับปฏิกิริยา..แนบชิด..แก้มเบาบางถูกับปฏิกริยาที่แสดงถึงความรักของทาลิส..

ทาลิสก้มหน้า..มองที่ใต้น้ำซึ่งพร่าเลือน..สายตามีแววที่อ่อนโยนลง..

ถ้ามือเป็นอิสระ..จะประคองร่างนางเงือกตัวนี้..และอุ้มขึ้นมา..กอดหอมให้สมอยาก..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่บังคับไม่ได้..เวลานี้..กระจายตัว..และโอบรอบร่างของอัมพุชา..

อัมพุชาไม่คิดกระไรมาก..กับแพรพรรณสีขาวที่โอบเข้ามาทั้งสี่เส้น..

สี่เส้น..อัมพุชาสะดุด..แพรพรรณของทาลิสมีเพียงสองชายก็เท่ากับสองเส้น..

แต่แล้วแพรพรรณนั้นก็รัดร่างนาง..

ทาลิสอุทานออกมา..

เสียงสดใสของมุกดาราพูดขึ้นว่า..

“..ข้าเข้าใจแล้วท่านพี่ทาลิส..เราแค่หาความว่างของน้ำให้เจอเท่านั้น..”

ความว่างของน้ำหรือ..

แต่จะมาหาเจออะไรกันในตอนนี้..

เสียงเปรี๊ยะ..พันธนาการที่มัดร่างมุกดาราขาดกระจาย..

ร่างนางดำลงไปใต้น้ำ..

และใครจะคิดว่า..นางลืมตาและหายใจได้แม้จะอยู่ใต้น้ำ..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของนางรัดร่างอัมพุชาอยู่..

มุกดาราเห็นสีหน้าตกใจของอัมพุชาก็ยิ้มเยาะ..เหมือนกับจะบอกว่า..นี่ดูถูกอัศวินแห่งอากาศมนตรามากไปแล้ว

.........

ความว่างของน้ำหรือ..

ทาลิสหลับตา..นางก็เฉกเช่นอัศวินแห่งอากาศมนตราคนอื่น ๆ ..ที่หาความว่างของสรรพสิ่งได้..

แต่ไหนเลยจะคาดคิด..ในน้ำก็มีความว่าง..

ใช่..ทุกสรรพสิ่งล้วนมีความว่าง..กระทั่งน้ำก็เช่นกัน..

ทาลิสหาความว่างของน้ำพบแล้ว..

เมื่อหาพบ..อากาศมนตราก็สามารถถ่ายเทใช้ในน้ำได้..

และเมื่อใช้อากาศมนตราในน้ำได้..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกก็สามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้เช่นกัน..

มุกดารารัดอัมพุชาด้วยแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..แต่ก็มีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกสองสายวิ่งเข้ามา..

มุกดาราหันมาเห็น..ก็ปล่อยร่างอัมพุชา..และทะลึ่งกายขึ้นจากใต้น้ำ..

ร่างเมื่อลอยขึ้นบนอากาศ..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกก็ฟาดใส่พันธนาการของจินดาพิสุทธิ์และอจินไตยจนขาดกระจาย..

สองเจ้าหญิงที่หมดสติร่วงลงน้ำ..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของมุกดารารัดร่างของทั้งสองดึงขึ้นเหนือน้ำ..

ในขณะนั้น..แม่เฒ่ากับบริวารรีบเร่งกลับเข้ามา..

มุกดาราและทาลิสขึ้นมาจากแอ่งน้ำแล้ว..

แม่เฒ่าฟองสมุทรอุทานขึ้นมา..

“..องค์หญิง..”

ร่างของนางเงือกอัมพุชาถูกแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของทาลิสคร่ากุม..ถูกจับยกขึ้น..

อัมพุชาร้องว่า..

“..แม่เฒ่า..ข้าไม่เป็นอันใด..แม่นางธวัลอรไม่ได้ทำร้ายข้า..”

ทาลิสพูดขึ้นว่า..

“..แกทำอะไรกับเพื่อนฉัน..ทำให้พวกนางฟื้นเดี๋ยวนี้..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรมือไม้สั่น..

“..อย่าทำอันใดองค์หญิง..”

“..ทำให้เพื่อนฉันฟื้นเดี๋ยวนี้..”

มุกดาราใช้สองชายแพรโอบร่างของท่านพี่ทั้งสองชูขึ้น..และนางยังเหลืออีกสองชายแพรที่จะอาละวาด..

อัมพุชาพูดขึ้นว่า..

“..ทำตามคำขอร้องของนาง..”

“..แต่ว่า..”

“..นางรู้วิธีเอาชนะข้อจำกัดของวิชาอากาศมนตราแล้ว..เราสู้ไปก็ไร้ค่า..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรนิ่งงัน..

ฉับพลันมีเสียงครืน ๆ ..ถ้ำทั้งถ้ำสั่นสะเทือน..

ทาลิสพูดเสียงเข้ม..

“..เลือกเอา..คิดว่า..พวกศัตรูของยายกำลังโจมตี..เวลานี้..จะให้ใครช่วยได้..”

ทาลิสเรียกว่ายาย..ทำให้มุกดาราถึงกับขำออกมา..

นางพูดอีกว่า..

“..ข้ารู้วิธีใช้อากาศมนตราใต้น้ำแล้ว..ท่านควรจะขอร้องพวกเราให้ช่วยดี ๆ ..จะเหมาะสมกว่าขโมยอำนาจพลังเราไปใช้นะท่านยาย..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรหรี่ตาเล็กน้อย..ก่อนจะโบกมือ..

บริวารของนางต่างก็เปล่งเสียง..ประสานกันเป็นอำนาจที่สามารถเจาะทะลุถึงวิญญาณ..

เดิมเสียงที่ประสานกับในลักษณะนี้..สามารถเจาะจิตสำนึกเพื่อสะกดให้สองอัศวินแห่งอากาศมนตราที่มีวิชาแห่งธาตุลมหลับใหลไร้สติ..

เมื่อสะกดให้หมดสติได้..ก็ปลุกให้ฟื้นได้..

พอดีเสียงครืน ๆ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง..และมีเสียงระเบิด..

แม่เฒ่าฟองสมุทรคุกเข่า..

“..แม่นางธวัลอัศวิณีทั้งสี่..โปรดช่วยเหลือพวกเราด้วย..ที่ผ่านมาพวกข้ากระทำการผิดพลั้ง..โปรดขออภัย..”

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยฟื้นขึ้นแล้ว..

...

กองทัพของกบฏที่แห่งเผ่าพันธุ์ของอาณาจักรอุทกมิต..ร่วมมือกับฮัล เวสท์..สามารถยึดเมืองหลวงและที่ตั้งของศูนย์กลางของเผ่าอุทกมิต..

สิ่งที่พวกเขาจะต้องกระทำขั้นต่อไป..คือจัดการกับเกาะฟองสมุทรของแม่เฒ่าฟองสมุทร..

นี่เฉกเช่นแคว้นสนธยาของอจินไตย.. ที่มีผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุและถ้ำแห่งอากาศธาตุเป็นไม้ตายหากว่าแคว้นถูกยึดครอง..ยังสามารถรวบรวมกำลังพล..เข้าโรมรันต่อสู้กับผู้รุกรานได้อีกแม้ว่าอาณาจักรใหญ่ถูกยึดไปแล้ว..

ดังนั้น..พวกเขาจึงยกกำลังมายังเกาะฟองสมุทรเพื่อทำสงครามขั้นสุดท้าย..

แต่การจะตีหักเกาะฟองสมุทรไม่ใช่เรื่องง่าย..หลายครั้งที่ตีหักเข้าไป..กองทัพเรือดำน้ำของฮัล เวสท์ก็แตกพ่าย..กองทัพกบฏก็ไม่อาจจะต้านทาน..

แต่เกาะฟองสมุทรก็เฉกเช่นบ้านบางระจัน..ที่ไม่อาจจะต้านทานข้าศึกได้นานนัก..

ดังนั้น..พวกกบฎกับพันธมิตรซึ่งก็คือกองกำลังของฮัล เวสท์..จึงรวบรวมกำลังเพื่อจะตีหักเกาะฟองสมุทรอีกครั้ง..

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว..

เพราะมีร่างคนสี่คน..ทะยานออกมาจากเกาะฟองสมุทรทางใต้น้ำ..

นี่คืออัศวินแห่งอากาศมนตราทั้งสี่..

ทุกคนเพียงสวมชุดเครื่องแต่งกายของอัศวินแห่งอากาศมนตราแต่เดิมของตน..ไม่มีถังออกซิเจน..หน้ากากดำน้ำ..หรือเรือดำน้ำอันใดทั้งสิ้น..

ทั้งนี้..เพราะมุกดาราคิดอ่านหาวิธีทลายข้อจำกัดของวิชาอากาศมนตราที่ไม่สามารถใช้ใต้น้ำได้สำเร็จ..

คำตอบอยู่ที่ปลายจมูก..แต่ไม่มีใครนึกถึงมาก่อนว่าวิธีการจะเป็นเช่นนี้..

นั่นคือ..หาความว่างของน้ำให้พบ..

เมื่ออัศวินแห่งอากาศมนตราใช้พลังของความว่างแทรกเข้าไปในช่องว่างของน้ำได้..ข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เคยมีต่างก็หมดไป..เพราะเดิมที..พวกเขาหาวิธีใช้พลังอากาศมนตราใต้น้ำไม่ได้..

ตอนนี้ทำได้แล้ว..

เวลานี้..ธวัลอัศวิณีทั้งสี่คล้ายกับมีความสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก..

เพียงแค่มุกดาราชี้แนะวิธีการหาความว่างของน้ำเพื่อใช้มันเป็นแหล่งรองรับพลังอากาศมนตรา..ไม่เพียงแต่จะทำให้ใช้พลังได้..ยังทำให้สามารถหายใจใต้น้ำได้ด้วย..

พลังอากาศมนตราเปรียบเสมือนพลังงานนิวเคลียร์ของสิ่งมีชีวิต..ดังนั้น..จึงเท่ากับกองทัพผู้รุกรานกำลังสู้กับระเบิดนิวเคลียร์สี่ลูกที่ระเบิดได้ไม่มีสิ้นสุด..

ตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำ..ถูกมุกดาราทำให้มันมุดมิติย้อนไปถล่มข้าศึกกลับคืน..

อจินไตยมีทั้งวาโยธาตุ..มีทั้งพลังแห่งอากาศมนตรา..แค่สร้างกระแสลมพายุใต้น้ำ..ก็ทำให้กำลังของกบฏปั่นป่วนมากมายแล้ว..

ทาลิสและจินดาพิสุทธิ์แหวกว่ายและสยายชายแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ทั้งรัด..ทั้งเหวี่ยง..ทั้งกระชาก..ทั้งเจาะ..ทั้งทะลวง..ทั้งฟาด..

การอาละวาดเฉกเช่นกัปตันมาร์เวลสี่คน..บินร่อนทำลายยานรบของกองทัพฝ่ายครีหรือของธานอสเป็นว่าเล่น..เพียงแต่นี่ไม่ใช่อวกาศ..ที่นี่คือใต้น้ำ..

จะมีใครสามารถต้านทานพวกนางทั้งสี่ได้..

......

ไกลจากเกาะฟองสมุทรเกือบครึ่งโลก..

ใต้น้ำที่ลึกและมืดเงียบ..ใครจะทราบว่า..ยังมีแสงสว่างของเมืองใต้น้ำ..

ในอาคารหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างในเมือง..ซึ่งออกแบบด้วยความหรูหราและมีอำนาจ..

นี่คือทำเนียบการปกครองของรัฐแห่งเผ่าพันธุ์อุทกมิต..

และที่ทำการของประมุขแห่งอุทกมิต..มีสองคนกำลังพูดคุยกัน..

แม้จะอยู่ใต้น้ำ..ก็สามารถพูดคุยได้เช่นเดียวกับบนบก..

คนหนึ่งหันมาทางอีกคนที่มีลักษณะบางอย่างแตกต่างจากชาวเผ่าอุทกมิต..

“..ท่านฮัล..เวสท์..”เขาพูด.. “..ข่าวไม่สู้ดีส่งมาแล้ว..”

ฮัล เวสท์แม้จะมีลักษณะเหมือนมนุษย์..แต่ก็ยังสามารถหายใจและพูดคุยใต้น้ำได้..

“..พวกเขาขอความช่วยเหลือพวกธวัลอัศวิณีได้แล้วใช่ไหม..”

“..ต้องขอบคุณกองกำลังของท่านที่ช่วยเหลือข้าให้ครองสมุทร..แต่หากพวกธวัลอัศวิณีมา..เราคงยากจะต้านทานพวกมัน..เพราะสิ่งที่ท่านวิตกก็ได้เป็นจริงแล้ว..พวกมันสามารถใช้พลังอากาศมนตราใต้น้ำได้สำเร็จ..”

“..ท่านนีรีด..ท่านอย่าได้กังวลไป..พลังอากาศมนตราใต้น้ำ..พวกมันควรจะใช้ได้ตั้งแต่แรก..เพียงแต่ยังไม่รู้วิธีการเท่านั้น..และต้องมีใครสักคนในหมู่พวกมัน..สามารถคิดค้นวิธีการเป็นผลสำเร็จ..ซึ่งข้าก็คาดการไว้แล้ว..”

ฮัล เวสท์ยิ้มเล็กน้อย..

นีรีดอดกังวลไม่ได้..

“..ดูท่านจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลย..”

“..เพราะข้าได้สิ่งซึ่งสามารถเอาชนะพวกมันมาได้แล้วน่ะสิ..”

“..หือ..”นีรีดขมวดคิ้ว..

“..เกาะฟองสมุทรมีสิ่งล้ำค่า..ซึ่งบรรพบุรุษของพวกท่านกริ่งเกรงกังวลเรื่องการชิงอำนาจ..จึงได้นำมันออกมา..เรื่องนี้..น้อยคนจะทราบ..แม้แต่แม่เฒ่าฟองสมุทรเองก็ยังไม่ล่วงรู้..”

“..ท่านหมายถึง..”

“..ใช่..ไข่มุกนาคา..”

นีรีดครางอือม์..

“..ไข่มุกนาคามีอำนาจมากกว่าอัศวินแห่งอากาศมนตราอีกหรือ..”

“..เท่าที่ข้าประเมินก็คงเป็นเช่นนั้น..แต่..สิ่งที่ข้าต้องการ..คือพลังทั้งหมด..ทั้งของไข่มุกนาคา..ทั้งอากาศมนตรา..เพื่ออุดมการณ์ของข้า..”

นีรีดยิ้ม..

“..ท่านจะมีอุดมการณ์อันใดก็เป็นเรื่องของท่าน..เพียงแต่เราสามารถมีผลประโยชน์ที่ร่วมกันได้..ก็จะเป็นเรื่องประเสริฐ..นั่นคือ..ข้าได้ครองเผ่าอุทกมิต..ท่านก็สมประสงค์ในอุดมการณ์..นี่ก็เพียงพอแล้ว..”

ฮัล เวสท์หัวเราะ..

“..เราควบคุมตัวองค์ราชินีลาริสซา..การจะปลดปล่อยนางคงยากสักหน่อย..อย่าว่าแต่..เรายังมีไม้ตายสูงสุดอยู่ในมือ..ซึ่งหาคนต่อกรได้ยากยิ่ง..”

“..ท่านหมายถึง..”

“..ใช่..ตราแห่งเทพไตรตัน..”

นีรีดหัวเราะ..

“..ท่านนี่วางแผนได้รัดกุมนัก..”

“..ท่านนีรีด..ทั้งหมดความจริงอาณาจักรท่านมีอยู่..เพียงแต่ไม่มีใครล่วงรู้เท่านั้น..”ฮัล เวสท์หรี่ตา..

นีรีดยังคงอารมณ์ดี..

“..เราคร่ากุมองค์ราชินีลาริสซา..มีไข่มุกนาคา..และตราแห่งเทพไตรตัน..ต่อให้พวกมันมีอัศวินแห่งอากาศมนตราทั้งสี่คน..ก็ไม่ใช่คู่มือเราอย่างแน่นอน..”

“..พวกมันคงย่ามใจและยกพลมาที่อาณาจักรในอีกไม่นาน..แต่ข้าจะทำให้พวกมันเห็นว่า..แนวคิดของพวกมันล้วนแต่ไร้ประโยชน์..”ฮัล เวสท์หัวเราะ..

“..ท่านมีแผนรับมือแล้วหรือ..เราควรจะรับมือกับพวกมันแบบตรงไปตรงมาหรือไม่..”

“..ท่านไม่ควรจะลืมเผ่าเนแอด...”

นีรีดอุทานออกมา..

“..หรือท่านจะใช้วิธี..”

“..เผ่าเนแอดเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทุกคนล้วนมองข้าม..ทั้งที่..มีอำนาจในการรบเข้มแข็ง..หากเราชักนำให้พวกมันมารบเพื่อเราได้..และลอบใช้ไข่มุกนาคาเข้าจู่โจม..ต่อให้มีพวกอัศวินแห่งอากาศมนตราเป็นกองทัพ..ก็ไม่ใช่คู่มือพวกเราอย่างแน่นอน..”

“..แต่เราจะทำให้เนแอดรบให้เราได้อย่างไร..”

“..เจ้าหญิงแห่งเนแอดหมายปองอัมพุชาอยู่..ท่านก็คงจะทราบ..”

“..หือ..หรือว่า..”

“..ใช่..สิ่งที่ข้าทราบ..เจ้าหญิงอัมพุชาชื่นชมหนึ่งในอัศวินแห่งอากาศมนตรา..ซึ่งก็คือธวัลอร..”

“..ข้าพอจะนึกออกแล้ว..”นีรีดหัวเราะ..

ฮัล เวสท์..หัวเราะบ้าง..

“..และเท่าที่ข้าทราบ..เผ่าเนแอดหูเบาไร้เหตุผลยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด..”

เขาพูดอีกว่า..

“..ส่งปะการังสีฟ้าให้เจ้าหญิงแห่งเผ่าเนแอด..เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง..”

“..ปะการังสีฟ้า..ซึ่งถือเป็นของหมั้นหมายจากราชินีลาริสซาน่ะรึ..”

“..พวกมันคงจะเนื้อเต้นที่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกับเผ่าอุทกมิตแล้ว..แต่หารู้ไม่ว่า..ไม่ใช่จะเป็นทองแผ่นเดียวกันง่าย ๆ ..ฮ่าฮ่าฮ่า..”

.............

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น