Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 15 : อย่าตกลงกับคนของฉลาม

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 15 : อย่าตกลงกับคนของฉลาม

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 15 : อย่าตกลงกับคนของฉลาม
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 15 : อย่าตกลงกับคนของฉลาม 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

คำพูดผมทำอีกฝ่ายหัวเราะในลำคอราวกับผมเพิ่งเล่าเรื่องตลกให้เขาฟังยังไงยังงั้น มือหนาแตะลงบนบ่าผมอีกครั้ง บีบเบาๆ คล้ายกับให้กำลังใจที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง หนำซ้ำเขายิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้ผมโดยการมองผมไม่ต่างจากเด็กน้อยคนนึงที่สายตาเขา

 

“อาปิดบังอะไรผมอยู่”

 

“อาจะเล่าเมื่อเธอรับข้อเสนอ”

 

“อย่ามาเล่นลิ้นกับผม อาไม่มีสิทธิ์ต่อรองด้วยซ้ำ” ผมสวนกลับคนกุมอำนาจและสิทธิ์ขาด EDS คือผมนั่นแปลว่าผมมีสิทธิ์สั่งใครก็ได้ “นี่คือที่ของผม อาคือผู้บุกรุกที่ผมช่วยชีวิตไว้ เพราะงั้นอย่ามาทำเหมือนว่าอาจะเล่นแง่กับใครก็ได้ ผมผลักอาลงไปให้ฉลามกินยังได้เลย”

 

“แหม ขู่เก่งจังนะ ไม่ยักรู้ว่าโรสเลี้ยงลูกให้ปากเก่งแบบนี้”

 

“นี่!”

 

“แต่เชื่อเถอะว่าอาเป็นคนดี อาแค่ต้องการข้อมูลนิดเดียว” เขาไม่ยอมรับกลับกันยังทำเหมือนว่าถือไพ่เหนือกว่า ทำมาเป็นเดินวนไปมาปั่นหัวผมด้วยสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดตั้งแต่ที่พ่อตายไป “ถ้าเธอยอมรับมัน ทุกความลับที่เธอสงสัยจะกลายเป็นของเธอคนเดียว”

 

“…”

 

“เธอไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมพวกมันถึงมีชีวิต ทำไมมันถึงอยู่ที่นี่ และทำไมมันถึงเป็นของเธอ” ริชาร์ดเป่าหูผมด้วยสิ่งที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดหลายปี ที่เขาพูดมันก็จริง ผมมีหลายอย่างที่สงสัย แต่หาข้อมูลไม่ได้เพราะข้อมูลที่พ่อทำไว้มันหายไปในวันที่เขาตาย จะไปถามหาจากใครก็ไม่ได้ เนื่องจากศูนย์วิจัยนี่ไม่มีใครที่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ขนาดเบอร์นาร์ดยังเพิ่งถูกจ้างมาหลังพ่อผมตายได้ไม่กี่สัปดาห์

 

ผมเลียปาก ไม่สนใจหรอกว่าเขาต้องการจะศึกษาอะไรจากฉลามของผม แต่คำพูดของเขามันเวียนวนจนผมอดลังเลไม่ได้

 

ผมกำลังชั่งใจ ถ้าการตัดสินใจนี่ทำให้ผมรู้เรื่องที่ตัวเองต้องการได้...

 

ผมก็ต้องคิดแผนใหม่

 

ผมจะไม่ยอมเสียผลประโยชน์แน่

 

“ถ้าเธอให้อาอยู่สามวัน อาสัญญาว่าจะไม่เอาพวกมันไป”

 

“แต่อาก็ได้ข้อมูลที่บอกว่าพวกมันมีชีวิตไป”

 

“แลกกับความลับทุกอย่างของพ่อเธอและมัน” เขาหยุดอยู่ตรงหน้าสบตากับผมด้วยแววตาจริงจัง ผมครุ่นคิดประมวลผลว่าเขาจะได้เปรียบผมในทางไหน จริงๆ ผมจะทิ้งความลับของพ่อไปก็ได้ แต่มันก็มีอะไรที่ผมสนใจอยู่

 

โดยเฉพาะเรื่องที่เขารู้ว่าข้อมูลหายไปในวันที่พ่อผมตาย

 

ผมต้องล้วงความลับจากเขาให้ได้ และเพื่อการนั้นผมเลยสูดหายใจ

 

“ไปเตรียมห้องพักให้พวกเขา จอร์แดน วันนี้เรามีแขกมานอนด้วยกัน”

 

“แต่คุณโซลครับ...!”

 

“ไม่ต้องคิดมากอะไรทั้งนั้น ผมมั่นใจว่าอาริชาร์ดจะอยู่ที่นี่แค่สามวันใช่ไหมครับอา?” ผมยกมือห้ามจอร์แดนที่ทำท่าจะห้าม ยกยิ้มบางๆ ให้เขาสบายใจกับการตัดสินใจของผม ดวงตาของเราสบกับคนตรงหน้า ริชาร์ดดูจะพอใจที่ผมยอมรับข้อเสนอของเขา พยักหน้านิดหน่อยเป็นการตอบกลับ ผมเลยวางมาดหยิ่งยโสใส่

 

“แน่นอนหลานชาย อาจะอยู่ที่นี่แค่สามวัน”

 

“ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”

 

“หึ อาไม่เคยผิดสัญญากับใคร”

 

“ผมไม่สนหรอกว่าอาจะผิดสัญญากับผมไหม”

 

“…”

 

“ผมสนใจว่าอาจะอยู่ที่นี่ได้ครบสามวันหรือเปล่า” ผมยิ้มให้เขาทำตัวเหมือนเด็กใสซื่อทั้งที่คำพูดทำอีกฝ่ายชะงักไป “ฉลามผมมันดุร้ายมาก มากจนขนาดอยู่ในศูนย์วิจัยยังไม่ปลอดภัย”

 

“นี่เธอจะขู่อาให้กลับไป?”

 

“ผมแค่จะบอกใบ้ว่าถ้าอาตุกติกกับผมเมื่อไหร่...” ผมแกล้งลากเสียงยาวใช้ปลายนิ้วไล้สันกรามแล้วเชยคางเขาขึ้นเหมือนไม่เกรงกลัวอะไร จ้องลึกเข้าไปมองภาพสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาที่ฉายชัดถึงความนิ่งงัน หากแต่ซ่อนความไม่ไว้ใจเอาไว้

 

ใช่ เขาไม่ควรจะไว้ใจ

 

จำได้ไหมว่าดีแลนเปรียบผมเป็นอะไร?

 

งูในสวนเอเดน :)  

 

“ผมจะฆ่าอาด้วยมือของผมเอง” คำพูดผมทำอีกฝ่ายประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้นยังรวมถึงคนอื่นๆ ที่มากับเขาด้วย หนึ่งในนั้นเป็นหนุ่มหล่อที่ไม่เอ่ยอะไรเลยตั้งแต่ที่มา เสียดายที่ผมไม่สนใจใครในเวลานี้ ผมเบี่ยงตัวหลบพยักหน้าให้จอร์แดนจัดการที่เหลือที

 

โดยไม่ลืมกระซิบข้างหูริชาร์ดตอนเขาเดินผ่านหน้าไป

 

“ระวังตัวให้มากนะครับอาของหลานชาย ชีวิตคนเรามันตายง่ายด้วยสิ”

 

กึก !

 

“โดยเฉพาะชีวิตที่อยู่ที่นี่ แค่สะกิดก็ตายแล้ว :) ”  

 

ผมกลับมาที่ห้องหลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยทุกอย่างเสร็จแล้ว ไม่สนใจเอริคที่มองหน้าเหมือนมีคำถาม เนื่องจากเรื่องครอบครัวผมไม่ใช่สิ่งที่จะต้องป่าวประกาศหรือบอกให้ใครรู้ ต่อให้สิ่งที่ผมทำอยู่มันจะพาให้ร้อนรนไปทั้งศูนย์วิจัยก็ตาม

 

แต่ผมจำเป็นต้องทำ และแม้นี่จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด...

 

ริชาร์ดก็ออกไปจากที่นี่โดยไม่มีผมไม่ได้อยู่ดี

 

เขาพาตัวเองมาตายแล้ว

 

“หึ” ผมแค่นหัวเราะว่าบทสรุปของผู้มาเยือนทุกคนจะเป็นไง ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินมาถึงห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ มัวแต่จมอยู่กับความคิดอันหลากหลาย ถึงอย่างนั้นเสียงของวาฬที่เปิดไว้ก็เรียกสติ ผมเดินไปปิดมัน ล็อคห้องใส่รหัสทุกอย่างป้องกันคนมาก่อกวนคืนนี้ จากนั้นก็ไปหยุดยืนอยู่ตรงกรอบรูปของพ่อแม่ที่ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน

 

ครั้งหนึ่งรอยยิ้มของพวกท่านเป็นกำลังใจให้ผมมีชีวิตต่อ

 

“ตอนนี้มีคนเล่นตลกกับเราแล้วครับพ่อ เขาจะมาเอาฉลามของผมไป” ผมพูดกับคนในลูบไล้ปลายนิ้วไปตามใบหน้าเนียนใส คลี่ยิ้มเล็กน้อยนึกถึงเมื่อก่อนว่าพวกเรามีความสุขมากแค่ไหน “ผมรู้ว่าเขามีแผนร้าย และผมหวังว่าการตัดสินใจของผมจะไม่ทำให้ใคร...เดือดร้อน

 

ผมเลียปากครุ่นคิดว่าถ้าพ่ออยู่ เขาจะพูดกับผมว่าไง

 

‘ถ้าตัดสินใจไปแล้วก็หวนกลับไม่ได้ มีแค่เดินหน้าต่อเท่านั้น’  

 

‘พ่อเชื่อในการตัดสินใจของลูกนะ’  

 

“พ่อคงพูดแบบนั้นสินะ” ผมพึมพำคิดถึงคำพูดของพ่อตอนผมยังเด็ก เวลาผมตัดสินใจไปแล้วพ่อจะไม่บอกให้ผมถอยหลัง ท่านบอกให้ผมเดินหน้าและยอมรับผลของการกระทำ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายเราก็เป็นคนตัดสินใจให้มันเกิดขึ้นเอง

 

เพียงแค่ครั้งนี้มันอาจจะลังเลนิดหน่อย แต่ผมเชื่อว่าผมจะควบคุมทุกอย่างได้

 

สามวันนี่ริชาร์ดจะไม่มีทางได้ข้อมูลอะไรไป ผิดกับผมที่จะทำทุกทางให้เขาคลายความลับออกมา

 

ปึง !

 

แรงกระแทกเรียกความสนใจให้ผมหันไปมองเจ้าฉลาม ดีแลนกับดายยังคงว่ายอยู่ตรงนั้น วนเวียนอยู่รอบห้องราวกับต้องการรู้ว่าใครเป็นคนบุกมา ผมหัวเราะ วางรูปภาพครอบครัวลงก่อนจะเดินมาหามัน ทาบมือลงกับกระจกสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำที่ไม่เคยฉายความกังวลเลยสักครั้ง

 

มีเพียงแค่ความดุดันที่ได้มอง

 

“หึ พวกแกรู้ไหมว่ามีคนจ้องจะเอาพวกแกไปจากฉัน”

 

“กึด”

 

“เขาบอกว่าเขามีสิทธิ์ที่จะทำ สิทธิ์ของเพื่อนพ่อ และสิทธิ์ของครอบครัวพวกแก” ผมเล่าไม่คิดว่ามันจะเข้าใจหรือได้ยิน หรือต่อให้ได้ยินก็ใช่ว่ามันจะแปลออก ถึงอย่างนั้นพวกมันก็เหลือบมามอง ผมเลียปากส่ายหน้าไปมาตบตีกับความคิดด้านใน “ฉันตกลงกับเขาว่าจะให้ศึกษาพวกแกได้สามวัน แลกกับความลับที่หาคำตอบไม่ได้”

 

ดายตวัดตัวคล้ายไม่พอใจ ขณะที่ดีแลนพุ่งเข้ามากัดกระจกผม ท่าทีงุ่นง่านแสดงถึงความไม่สบอารมณ์ พวกมันคงคิดว่าผมจะขายพวกมัน

 

“ใจเย็นก่อน ฉันก็แค่อยากเล่นเกมนิดหน่อยเท่านั้น” ผมห้ามปรามก่อนที่พวกมันจะพังทั้งศูนย์วิจัย “ทันทีที่ฉันได้ข้อมูล ฉันจะส่งเขากลับฝั่ง กลบทุกข่าวที่บอกว่าพวกแกมีชีวิตและริชาร์ดจะไม่ได้ข้อมูลอะไรทั้งนั้น”

 

“…”

 

“เขาจะกลับไปตัวเปล่า จะต้องเสียใจที่ได้มา” ดวงตาผมแน่วแน่มากและหวังว่าพวกมันทั้งสองจะสังเกตเห็นได้ มือทั้งสองกำหมัดแน่นเสริมทัพกับความรุ่มร้อนที่แฝงอยู่ในกาย “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาตัวพวกแกไปทั้งนั้น พวกแกเป็นของฉัน ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นของคนอื่นได้”

 

“กึด”

 

“ฉันจะทำให้พวกมันเห็นว่าการมาตกลงกับคนของฉลามมันเป็นยังไง”

 

“…”

 

“พวกมันจะเสียใจที่ได้มา”  

 

เช้าวันนี้ดูจะไม่สดใสเหมือนทุกครั้ง 

 

ควันสีขาวปกคลุมไปทั่วใบหน้า ป้อนนิโคตินเข้าปอดซ้ำๆ เนื่องจากการคิดอะไรเยอะแยะทำให้สมองผมแน่นเอียดไปหมด ผมจำเป็นต้องสูบเพื่อให้สมองมันโล่งจะได้คิดอะไรได้มากขึ้นกว่าเมื่อวาน ผมหลุบตา มองสายน้ำที่นิ่งงันบนแทงก์ที่ผมนั่งสูงจากพื้นค่อนข้างมาก มันเป็นจุดเดียวที่ดูวิวรอบข้างได้สวยงามที่สุด

 

ผมไม่เห็นครีบยาวของดีแลนและดาย พวกมันอาจจะยังไม่ตื่นไม่ก็ไปเที่ยวเล่นอยู่ใต้มหาสมุทรหมื่นฟุต สถานที่ที่พวกเราลงไปสำรวจไม่ถึงสักที

 

ผมพ่นควัน ปล่อยให้สายลมพัดพามันไปไกล แสงตะวันกำลังเลียไล้มันคือสัญญาณบอกว่าเช้าวันใหม่...

 

อาจจะไม่ได้ดีเหมือนเดิม

 

“ขอผมสูบด้วยได้ไหม?”

 

“หืม?” ภวังค์ความคิดถูกทำลาย เมื่อใครบางคนถือวิสาสะมารุกล้ำที่ต้องห้ามที่ไม่เคยมีใครกล้าปีนป่ายขึ้นมา เว้นช่วงจำเป็นเช่นเวลาที่ศูนย์วิจัยเกิดปัญหา หรือต้องใช้สัญญาณเรียกเฮลิคอปเตอร์จากบนบก ผมหันไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อคม เขาคือคนเดียวกับที่หนุนหลังให้อาผมเมื่อวานนี้

 

ดวงตาสีควันบุหรี่ทำผมพ่นลมหายใจนิดหน่อย

 

“ตรงนี้คือที่ของผม” ผมบอกกับเขา “ถ้าคุณจะสูบบุหรี่ คงต้องไปสูบที่อื่น”

 

“แต่คุณแนชลีย์บอกว่าถ้าอยากสูบ ต้องมาสูบที่นี่น่ะครับ”

 

“…”

 

“เพราะจะได้เพื่อนสูบด้วย” รอยยิ้มมาดร้ายมาพร้อมกับความเจ้าเล่ห์ที่แฝงอยู่ นาทีนั้นผมรู้เลยว่าเขาไม่ได้อยากจะมาทำความรู้จักผมหรือมาสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คาดว่าอาจจะมาเล่นเกม หยั่งเชิงดูว่าผมมีสติปัญญาแค่ไหน

 

เขาเป็นคนของริชาร์ด นั่นแปลว่าเขาไว้ใจไม่ได้

 

ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร แค่กระตุกยิ้ม...

 

เป็นการรับคำท้า

 

“เชิญ” ผมขยับตัวแบ่งที่ให้เขานั่ง ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะปีนขึ้นมานั่งข้างๆ บุหรี่ยี่ห้อดังถูกจุดขึ้นมาสูบ มันคนละยี่ห้อกับที่ผมใช้อยู่ แต่ประสิทธิภาพมันไม่ต่างกันเท่าไหร่ อยู่ที่ว่ารสนิยมคนเราเป็นแบบไหน

 

ผมชอบแบบละเลียดทีละนิด อัดนิโคตินย้ำๆ ได้ ส่วนเขาดูจากบุหรี่ที่ใช้...

 

คงเป็นพวกชอบความรุนแรง และจบเกมเร็ว

 

“ผมโจเอล” เขาแนะนำ มองเสี้ยวหน้าผมโดยไม่สนใจว่าผมตั้งใจฟังเขาไหม “เผื่อคุณไม่รู้ ผมเป็นญาติห่างๆ อาของคุณ”

 

“ริชาร์ดไม่ใช่อาผมโดยสมบูรณ์ เขาก็แค่เพื่อนพ่อที่จ้องจะหาประโยชน์จากงานของผมก็เท่านั้น”

 

“...”

 

“และคุณเองก็ทำเหมือนกัน” ผมไหวไหล่ “สายเลือดเดียวกัน ก็คงนิสัยเหมือนกัน”

 

“เหมารวมได้ใจร้ายจังนะครับ”

 

“หึ”

 

“แต่ผมต่างจากอา” เขาพ่นควันบุหรี่มาทางผมราวกับต้องการความสนใจ ผมเลยแสร้งทำเป็นหันไปเลิกคิ้วใส่ ท่าทีสนใจทำเขาระบายยิ้มออกมา “ผมไม่ได้หวังหรือสนใจฉลามนั่น ก็แค่ตามมาเพราะอาบอกว่ามีทริปพิเศษที่สนุกมากๆ”

 

“แล้วคุณก็หลงเชื่อเป็นเด็กอนุบาล”

 

“ตอนแรกผมก็ไม่คิดจะมา ว่ายน้ำกับฉลามมันน่าสนุกตรงไหน” เขาแค่นหัวเราะ กลอกตาเหมือนรำคาญใจ “แต่พอรู้ว่าการมาที่นี่จะทำให้เจอคุณได้ ผมก็ตกลง”

 

“...”

 

“การได้เจอคุณ มันน่าสนุกกว่าเจอฉลามอีก” เรียวนิ้วเกลี่ยแก้มผมอย่างถือดี ทำเอาผมนิ่งงันมองว่าเขาจะกล้าทำอะไรผมอีก ไม่ได้รีบปัดมือเพราะผมรู้ดีว่าไก่จะตื่นก่อน ปล่อยให้เขาคิดว่าผมง่ายพอที่จะทำอะไรก็ได้ โจเอลจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม ยกยิ้มท้าทายที่ทำผมเลียปากอย่างยั่วยวนใส่ ทำเขาเขวด้วยอิทธิพลของสิ่งที่ผู้ชายทั้งเกาะยกย่องให้

 

เสน่ห์ของผมมันค่อนข้างอันตราย ผมไม่ใช่นางมารร้าย

 

ผมก็แค่...

 

อสรพิษตัวนึง

 

“เขาบอกว่าการได้เป็นผู้ชายของคุณมันโชคดียิ่งกว่าขึ้นสวรรค์”

 

กึก !

 

“และผมไม่เคยรู้เลยว่าสวรรค์มีจริงไหม” เขากระซิบเสียงแหบ คงตั้งใจเชิญชวนให้ผมตกหลุมพรางความหล่อเหลาของเขา ยอมรับว่าถ้าเราไม่รู้จักกัน ผมคงลากเขาขึ้นเตียงไปแล้ว “คงพอจะช่วยสงเคราะห์ให้ผมได้ไหม เพราะผมอยากรู้จริงๆ ว่าสวรรค์มีจริงหรือเปล่า”

 

“หึ คุณอ้อร้อทุกคนด้วยคำพูดแบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่า โจเอล”

 

“ผมคิดว่าผมใช้มันกับคุณคนเดียว” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ให้ลมหายใจคลอเคลียอยู่เหนือริมฝีปาก ผมไม่รู้หรอกนะว่ากิตติศัพท์ความง่ายของผมมันโจทก์จันไปทั่วเกาะแค่ไหน แต่ไม่ใช่ว่าผมจะได้กับทุกคนซะเมื่อไหร่ เห็นอย่างนี้ผมก็เลือกว่าจะนอนกับใคร

 

และเขา...

 

ไม่ใช่ตัวเลือกของผมเลย

 

“งั้นคุณควรเก็บไว้ใช้กับคนอื่น โจเอล เพราะผมคงพาคุณขึ้นสวรรค์ไม่ได้” ผมกระชากคอเสื้อเขาให้จมูกเราบดเบียดกันนิดหน่อย หากแต่เว้นระยะของริมฝีปากเอาไว้นั่นทำให้เขาเบิกตากว้างใส่ ดูตกใจที่จู่ๆ ผมก็ลุกขึ้นมาต่อต้าน “สิ่งเดียวที่คุณจะได้จากผมคือความตายจากนรก”

 

“นี่คุณ...!”

 

“ชู่ว อย่าดื้อด้านกับผมสิ ทำตัวเชื่องๆ เหมือนผมเป็นแมวเลี้ยงง่ายแบบเมื่อกี้ที” ผมเหยียดยิ้มใช้ก้นบุหรี่ลูบไปตามกรอบหน้าของเขา “เพราะยิ่งคุณทำแบบนั้นกับผมเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งไร้ค่าไม่ต่างจากเศษเดนมากขึ้นเท่านั้น”

 

“โซล”

 

“และถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อของฉลาม ก็อย่าเข้ามาวุ่นวายกับผมมาก” ผมจับใบหน้าเขาให้หันไปทางทะเลใส แนบแก้มลงไปเพื่อบังคับให้เขาจ้องมองสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ จากตอนแรกที่ทะเลราบเรียบมาก ตอนนี้ปรากฏครีบยาวสองอันที่วนเวียนไปมา ผมเดาว่าดีแลนกับดายตื่นตั้งแต่ตอนที่โจเอลเข้ามาหาผม

 

เจ้าพวกนี้เหมือนมีสัมผัสพิศวงเวลาผมอยู่กับผู้ชายคนไหน

 

“คุณเห็นไหมว่าความตายมาจ่อปืนรอพาคุณไป”

 

“คะ...คุณ”

 

“พวกมันหวงผมชนิดที่ว่าถ้ามีคนมาเข้าใกล้ มันจะกัดให้ตาย” ผมกระซิบข้างหูเขา หวังเพียงให้มันหลอกหลอนและเรียกสติ “และถ้าให้เดา คุณเด็กกว่าผมใช่ไหม คงมีอีกหลายอย่างที่คุณอยากทำ เพราะงั้นการเอาตัวเองมาสุ่มเสี่ยงกับคนของฉลาม มันเป็นเรื่องที่โง่มาก”

 

“…”

 

“และจะดีกว่านี้ถ้าคุณหัดใช้สมองคิดบ้างว่าผมไม่ได้ง่ายกับทุกคน” ผมผลักเขาออกไม่สนใจว่าเขาจะเสียหลักจนเกือบตกแทงก์ไหม ผมหัวเราะโชว์ความกล้าตายโดยการโดดลงไปในบ่อฉลามซึ่งถูกปิดไว้ไม่ให้สัตว์อะไรเข้ามาในนั้นได้ หยาดน้ำกระเซ็นไปทั่วพื้นที่ เสยผมหนึ่งทีตอนโผล่ขึ้นมาหายใจ เงยหน้ามองคนที่เบิกตากว้างใส่

 

แล้วชูนิ้วกลางให้บอกว่าเขามันโคตรห่วยแตกเลย 

 

สายเลือดของริชาร์ด ก็แค่พวกใจกากแต่ปากเก่งเท่านั้น ไม่มีค่าให้เสวนาด้วยหรอก

 

ผมขึ้นจากน้ำมาเปลี่ยนชุดอีกรอบ มวนบุหรี่ทำให้สมองของผมโล่งขึ้นนิดหน่อย แต่สิ่งที่ทำให้ผมพอจะสนุกกับชีวิตขึ้นได้คือเรื่องที่ทำไว้กับโจเอลต่างหาก ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็ดูจะวางแผนการเพื่อหาวิธีเข้าใกล้ผมโดยไม่ตาย แน่นอนว่ามันเป็นความคิดที่โง่เง่า ขนาดคนในศูนย์วิจัยยังหลีกเลี่ยงการอยู่กับผมเลย ถ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้จริงๆ

 

คนที่โดนเรื่องนี้บ่อยสุดคงเป็นเอริคกับโอเว่น ติดตรงที่คนแรกเขายังวุ่นวายกับผมไม่เลิก

 

ผู้ชายนี่มันน่ารำคาญชะมัด

 

“ผมเตรียมของให้แล้วนะครับ คุณโซลจะยิงที่นี่หรือว่าไปกลางทะเลหน่อย”

 

“ผมคิดว่าไปกลางทะเลดีกว่า เดี๋ยวถ้ายิงใกล้ศูนย์วิจัย มันจะพังที่นี่เอา” ผมหันไปตอบสตีฟหลังจากที่เขาพูดแบบนั้น เมื่อวานผมสั่งให้เขาเตรียมอุปกรณ์สำหรับการยิงเครื่องติดตามที่ครีบฉลาม การจะยิงได้นั้นเราต้องลงไปว่ายอยู่ในน้ำ เพราะถ้าเรายิงบนบกหรือบนเรือ มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะกระโดดขึ้นมาถล่มเรือเรา

 

ถามว่ามันคือการคาดการณ์เหรอ...?

 

บอกเลยว่าไม่ใช่

 

เมื่อหลายปีก่อนผมเคยไปยิงแดร๊กเกอร์ใส่ดาย แล้วมันก็พังเรือผมโดยไม่สนใจว่าผมจะลอยคออยู่ในทะเลนานแค่ไหน ดีหน่อยที่ตอนนั้นมีเรือขนย้ายสินค้าผ่านมาพอดี ผมก็เลยรอดมาได้

 

แค่ผมคนเดียว 

 

“และสำรองเรือไว้ด้วยนะ เผื่ออะไรผิดพลาดเราจะได้มีเรือกลับ”

 

“งั้นผมเอากรงฉลามติดไปด้วยนะครับ เผื่อคุณอยากทำอะไร”

 

“ได้เลย” ผมพยักหน้าแล้วกลับมาจัดการเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำตัวเองต่อ มีจอร์แดนคอยช่วยเนื่องจากเขาต้องมาติดตั้งอุปกรณ์บางอย่าง ทว่าในตอนที่เรากำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมเรือขนาดกลาง จู่ๆ พื้นที่ของผมก็ถูกรุกล้ำโดยคนที่ผมไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด

 

“ขออาไปด้วยคนสิ โซล”

 

กึก !

 

“อาอยากลงไปเล่นน้ำกับมัน” เสียงทุ้มต่ำติดแหบแห้งรั้งผมให้หันไปมองเจ้าของใบหน้าเหี่ยวย่น ริชาร์ดยกยิ้มให้ผมขณะที่ผมถอนหายใจใส่ ดวงตาสบกันบ่งบอกถึงว่าผมจะไม่ยอมให้ใครมาวุ่นวายกับฉลามของผมทั้งนั้น

 

อีกอย่างผมยังไม่ได้ล้วงความลับจากเขาเลยสักอัน ถ้าเขามาตายก่อนจะทำไง

 

“ผมคิดว่าอาอยู่เฉยๆ ดีกว่า นี่ไม่ใช่สถานที่ที่อาจะลงไปว่ายน้ำเล่นกับฉลามได้”

 

“ก็ไม่เชิงว่าว่ายเล่น อาแค่อยากเห็นว่าตัวเป็นๆ มันจะเป็นไง”

 

“คนสุดท้ายที่พูดอย่างนี้ อยู่ในท้องดีแลน”

 

“อะ...!”

 

“แต่ถ้าอาอยากเห็นว่าความตายเป็นยังไง ไม่ต้องไปกับผมก็ได้ แค่กระโดดลงไปอาก็เห็นแล้ว” ผมเหล่ตาไปมองทะเลด้านข้าง เวลานี้ดายกับดีแลนกำลังว่ายวนเวียนอยู่ ราวกับกลัวว่าจะมีคนมาคุกคามผมยังไงยังงั้น ซึ่งพอผมพูดไปแบบนั้น ริชาร์ดก็หน้าถอดสี ผมเลยหัวเราะนิดๆ แล้วมัดเชือกที่เรือต่อ

 

ผมไม่หวังให้เขาเป็นคนดี บอกว่าอาเป็นห่วงอยากไปเป็นเพื่อนกับผมหรอก

 

เพราะผมรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีขนาดที่จะทำ

 

ทว่า...

 

ตุ้บ !

 

“อ๊ะ!” เรือผมโคลงเคลงทันทีริชาร์ดกระโดดลงมาบนเรือผม พร้อมกับโจเอลและคนของเขาอีกสองคน นั่นทำให้ผมหยุดการกระทำ หันไปมองพวกเขาพลางย่นคิ้วใส่ การที่เขาคุกคามผม เหยียบย่ำบนเรือผมโดยไม่ได้ทำรับอนุญาตเป็นการกระทำที่เสียมารยาทยิ่งกว่าอะไร แถมยังวางของที่เขาเอาติดมาด้วยอย่างถือวิสาสะ

 

นาทีนั้นผมแทบจะโยนพวกเขาลงเรือไป ถ้าไม่ติดว่าเขา...

 

“เธอตกลงกับอาแล้วไงว่าจะให้อาอยู่ที่นี่เพื่อศึกษามันสามวัน”

 

“นี่...!”

 

“เพราะงั้นอย่าผิดสัญญาสิโซล อิลเดนสัน พ่อของเธอไม่สอนเหรอว่าพูดคำไหนเป็นคำนั้น” ประโยคนั้นทำผมชะงัก เบิกตากว้างใส่คนที่กล้าท้าทายผมราวกับมองไม่เห็นว่าเบื้องหลังมีอะไรว่ายอยู่ “อาแค่อยากไปดูว่าพวกเธอมีวิธีจัดการมันยังไง”

 

“อย่าพูดเหมือนว่าเราจะทำร้ายมัน ผมเลี้ยงพวกมันด้วยความรัก”

 

“งั้นก็แสดงความรักที่เธอมีต่อเมกาโลดอนให้อาเห็นสิ”

 

“…”

 

“ไม่งั้นอาจะอยู่ที่นี่เกินสามวัน และอาจทำเรื่องไม่ดี” วินาทีที่ได้ยินแบบนั้น ผมไม่มีความกลัวเลยสักนิด แทบจะตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาด้วยซ้ำ แต่ถ้าผมทำอย่างนั้นก็เท่ากับว่าผมเลือกที่จะต่อสู้แบบลูเซอร์ ทั้งที่ผมสามารถต่อสู้แบบคิงได้

 

ผมหงุดหงิด นิ่งคิดไปสักพักเพื่อที่จะทำอะไรได้

 

พลันครีบยาวก็กระแทกเรือที่เรายืนอยู่ ทำเอาทุกคนเกือบจะหงายตกทะเลไป มีแค่ริชาร์ดกับโจเอลหน้าคว่ำเกาะขอบเรือไว้ จึงได้เห็นครีบยาวของดีแลนผ่านหน้าไป พวกเขาเบิกตากว้างตอนเห็นว่ามันอยู่ใกล้ขนาดไหน แทบจะจูบครีบมันได้เลยด้วยซ้ำ

 

“เฮ้ย!” โจเอลอุทานรีบผละออกมาด้วยความตกใจ ทว่าแทนที่จะช่วยดึงอาตัวเองให้ลุกขึ้นได้ เขากลับผงะถอยมาเพียงลำพังเท่านั้น ส่งผลให้ริชาร์ดตัวแข็งนิ่งค้าง คงกำลังคิดว่ามันจะทำอะไรเขาหรือเปล่า ผมเลยอาสาที่จะเข้าไปช่วยเขาไว้

 

โดยการโอบบ่าเขา แกล้งกดหน้าให้เข้าไปใกล้ๆ จนลมหายใจรินรดครีบยาวโผล่พ้นน้ำ

 

“โซล! จะทำอะไร ปล่อยอานะ!”

 

“ถ้าอาเสียงดัง มันจะยิ่งตื่นตัว” ผมกระซิบเหยียดยิ้มมาดร้ายให้หยาดใสสะท้อนภาพนั้นเขาดวงตาเขา “ฉลามมีประสาทสัมผัสที่ไวมาก ยิ่งเราตกใจมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งอยากทำร้ายเรามากขึ้นเท่านั้น”

 

“!!!!”

 

“แต่อาคงไม่กลัวใช่ไหมครับ เพราะอาบอกว่าอาอยากเห็นมัน” ผมแกล้งทำเป็นไร้เดียงสา กดหน้าเขาลงให้ต่ำขึ้นอีก อีกนิดเดียวดีแลนคงพุ่งมากัดหัวเขาให้ขาดได้ ประจำผมจะไม่ทำแบบนี้กับใครเพราะรู้ว่ามันเสี่ยงขนาดไหน แต่ในเมื่อริชาร์ดอยากเห็นว่าผมเลี้ยงพวกมันด้วยความรักยังไง

 

ผมก็จะสนองมันคืนให้ จะทำให้เขาทรมานจนเป็นฝ่ายอยากหนีไปเอง

 

“เป็นไงครับอา มันหน้าตาเหมือนความตายที่อาคิดไว้ไหม”

 

“ซะ...โซล”

 

“หรือว่าอายังมองเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่?”

 

“อาเห็น...!”

 

“งั้นเข้าใกล้กว่านี้อีกไหม...ดาย! มานี่ อาหารพร้อมแล้ว!”  

 

#ฉลามคลั่งรัก

ความคิดเห็น