marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 20:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 28
แบบอักษร

 

 

บทที่ 28

 

 

“โซฉันขอโทษนะที่ฉันไม่สามารถช่วยแกได้จริงๆ” ฉันมองหน้ายัยลิสที่นั่งข้างๆอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

“ลิสฉันขอร้องละแกช่วยฉันเถอะนะฉันจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ยที่ทำอะไรไม่ได้” ฉันเอ่ยคำขอร้องเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้กับเพื่อนรักเพราะอยากจะให้เธอช่วยแต่เธอไม่ยอมท่าเดียวด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะฉันท้องหลังจากที่อาหย่งสลบไปไม่นานก็มีคนโทรเรียกรถพยาบาลมาให้นี่ก็ผ่านมาสามชั่วโมงแชร์แต่ไม่มีท่าทีว่าอาหย่งจะออกมาจากห้องฉุกเฉินเลย...

“โซฉันรู้ว่าแกไม่โอเคแต่แกอย่าลืมสิตอนนี้ในตัวแกมันไม่เหมือนเมื่อก่อนนะถ้าเป็นแกตอนนั้นฉันช่วยแกตอนนี้เลยก็ได้แต่ตอนนี้แกมีเจ้าตัวเล็กในท้องนะฉันคงให้แกไปเสี่ยงไม่ได้ฉันขอโทษจริงๆโซแต่รอให้อาหย่งฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะนะ” ฉันมองไปทางห้องไอซียูอย่างเหนื่อยใจฉันรู้ว่ายัยลิสบอกคืออะไรแต่ในใจก็ไม่สามารถสงบนิ่งได้ข้างในมันร้อนรนราวกับถูกไฟแผดเผาหัวใจ วินาทีที่เห็นเขาล้มลงมันเหมือนโลกของฉันกำลังจะสลายไปต่อหน้าต่อตามันเจ็บปวด และ ทรมานสุดแม้รู้ว่าจะมีลูกรักอยู่ในท้องแต่ความรู้สึกมันก็ไม่สามารถหยุดได้จริงๆ...น้ำตาของฉันเอ่อล้นออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด และ ความเกลียดชังฉันอยากจะตามฆ่าคนที่ทำแบบนี้กับเขาจริงๆ!!!!!

“โซฉันรู้ว่าแกรู้สึกยังไงฉันเคยผ่านมันมาฉันเข้าใจแต่แกต้องอดทนไว้ก่อนนะแกต้องสู้เพื่ออีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดมาแกต้องเข็มแข็งนะโซฉันสัญญาฉันไม่ปล่อยให้คนที่ทำลอยนวลแน่นอน” ลิสดึงฉันเข้าไปกอดฉันรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงฉันรู้ดีฉันก็ไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นแต่ด้วยความที่ท้องอยู่ด้วยมันเลยไม่สามารถเก็บอารมณ์ไว้ได้...

“ขอบคุณลิส...ฮึกๆ ขอบคุณแกจริงๆ ฮือๆ”

 

 

สองชั่วโมงต่อมา

 

 

ฉันนั่งจดจ่ออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างไม่ไปไหนทุกวินาทีสำหรับฉันมันทรมานเหลือเกินปกติคนถูกแทงจะไม่ล้มลงทันทีแบบนี้ถ้าไม่โดนจุดตายจริงๆยิ่งคิดยิ่งทรมานหัวใจถ้าหากว่าเขาเป็นอะไรไปฉันคงต้องขาดใจตายตรงนี้แน่ๆ!!

‘ขอละอย่าเป็นอะไรอาหย่งนายไม่ห่วงฉันกับลูกหรือไงนายจะทิ้งเราสองคนไปจริงๆเหรอ’

ตึกๆ ตึกๆ

“เป็นไงบ้างหนูโซอาหย่งยังไม่ออกมาเหรอ” เสียงทุ้มต่ำของป๊าดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของป๊าม๊า และ พ่อแม่ของฉันทุกคนมีสีหน้าที่กังวลอย่างชัดเจน

“ยังเลยค่ะ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนแม่เดินมานั่งข้างๆก่อนจะกุมมือฉันไว้ท่านไม่พูดอะไรแต่นั้นมากพอเกินกว่าจะพูดอะไรแล้ว

“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ตั้งแต่แต่งงานกันมามีแต่ปัญหาเข้ามาในบ้านไม่หยุดหย่อนสักทีแล้วตอนนี้อาหย่งก็มาเจ็บหนักแบบนี้ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยเกิดเรื่องแลบนี้ด้วยช้ำ!!” น้ำเสียงของม๊าดังขึ้นอย่างไม่พอใจท่านพูดต่อว่าพร้อมกับหันมามองฉันอย่างไม่พอใจด้วยความที่ท่านไม่ชอบฉันอยู่แล้วพอเกิดเรื่องแบบนี้ยิ่งไม่ชอบฉันมากกว่าเดิมแน่ๆ

“คุณใจเย็นก่อนอย่าพึ่งพูดอะไรเลย”

“คุณจะให้ฉันใจเย็นได้ไงลูกอยู่ในห้องฉุกเฉินยังไม่ออกมาเลยแล้วก็นะที่ฉันพูดมันผิดตรงไหนตั้งแต่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ลูกเรายิ่งตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิมนี่เราต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศด้วยแบบนี้ยังจะให้ฉันใจเย็นอย่างงั้นเหรอ!!! ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว!!!” ท่านพูดพร้อมกับชี้หน้าฉันอย่างไม่พอใจ

“เออคือว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่....” เสียงของยัยลิสดังขึ้นแต่ถูกกลบหายไปด้วยเสียงของแม่ฉัน

“ตอนนี้เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้วฉันว่าเรามารอให้อาหย่งฟื้นแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอาไงต่อดีกว่าโวยวายไปตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไรไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก”

“เธอก็พูดนะโซเฟียในเมือคนที่ถูกแทงไม่ใช่ลูกสาวของเธอ”

“ถึงอาหย่งจะไม่ใช่ลูกสาวของฉันแต่ฉันก็รักเขาไม่แพ้ลูกสาวของฉันหรอกนะฉางเฟิน”

“ตอนนี้ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นทันทีที่อาหย่งฟื้นลูกสาวเธอต้องหย่ากับลูกชายของฉัน”

“ฉางเฟินหยุดเดี๋ยวนี้นะคุณหยุดพูดสักทีผมทนไม่ไหวแล้วนะ!!”

“คนที่ทนไม่ไหวคือฉันต่างหากที่ต้องเห็นลูกเจ็บแบบนี้!!! ฉันยอมคุณมามากพอแล้วต่อจากนี้ฉันจะไม่ยอมให้คุณมาบังคับให้ลูกทำอะไรอีก!!!”

“ฉางเฟิน!!!”

“หยุดสักทีเถอะค่ะ!!! นี่มันโรงพยาบาลนะคะแล้วก็นี่มันหน้าห้องฉุกเฉินจะมาทะเลาะกันทำไม” ฉันพูดแทรกอย่างทนไม่ได้ฉันรู้ว่าว่ามีนผิดที่ฉันโอเคฉันรู้สึกผิดแต่นี่มันอะไรกันท่านมาสั่งให้ฉันหย่ากับเขางั้นเหรอ??? “แล้วก็เรื่องหย่าหนูคงทำให้ไม่ได้หรอกค่ะเพราะยังไงนี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องของหนูกับเขาสองคนไม่ว่ายังไงหนูก็ไม่หย่าต่อให้ม๊าจะพูดยังไงก็ตาม”

“นี่เธอ!!!” ฉันกับม๊าจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครแม่ฉันลูบแขนฉันเบาๆเหมือนจะเป็นการเตือนบอกให้ใจเย็นแต่ในจังหวะที่ม๊าจะพูดขึ้นหมออันก็เดินออกมาจากห้องไอซียูพอดีทำให้ฉันรีบลุกขึ้นเดินไปหาหมออันทันที

“หมออันเป็นไงบ้างอาหย่งปลอดภัยแล้วใช่ไหม”

“ใจเย็นครับซ้อตอนนี้เฮียปลอดภัยแล้วครับแต่ทางเรายังต้องให้เฮียอยู่ในห้องไอซียูก่อนเพื่อรอดูอาการนะครับอีกเดี๋ยวถึงจะเข้าเยี่ยมได้ครับแต่คงให้เข้าไม่เกินสองคนนะครับ” คำพูดของหมออันทำให้ฉันถอนหายใจโล่งอย่างดีใจอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ปลอดภัยแล้ว...

“ตอนนี้ซ้อพักผ่อนบ้างเถอะครับอย่าพึ่งคิดมากเดี๋ยวส่งผลต่อเจ้าตัวเล็กนะครับ”

“ขอบคุณนะเหว่ยอันที่ช่วยเขาขอบคุณจริงๆ” ฉันร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ด้วยความรู้สึกหลากหลายตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วมันก็ดีมากพอแล้ว...

“ไม่เป็นไรครับซ้อยังไงนี่ก็เป็นหน้าที่ของผมยังไงซ้อก็ไปนั่งพักก่อนเถอะครับสีหน้าซ้อดูไม่ค่อยดีเลยเดี๋ยวผมขอตัวเข้าไปตรวจอาการเฮียดูก่อนนะครับ” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจทุกคนไม่มีใครพูดอะไรจนหมออันเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง...

“นี่ลูกท้องอย่างนั้นเหรอโซ” แม่ถามขึ้นนั้นทำให้ฉันหันไปมองหน้าท่าน

“ค่ะแม่หนูท้องได้สามเดือนกว่าแล้ว” ฉันพูดพร้อมกับมองหน้าม๊าเหมือนจะบอกท่านว่านี้เป็นเหตุผลที่ฉันจะไม่ยอมหย่ากับเขาท่านมองหน้าฉันอย่างอึ้งๆเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก....

“งั้นไปนั่งพักก่อนโซอย่าเครียดมากเดี๋ยวมันส่งผลหาเจ้าตัวเล็ก”

“หนูโซป๊าว่าไปพักก่อนดีกว่ามั้ยตอนนี้สีหน้าหนูดูไม่ดีเลยแถมบนเสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยเลือดอีก”

“ใช่โซลูกควรไปพักผ่อนก่อนนะนี่ลูกคงนั่งอยู่หน้าห้องนี้มานานมากแล้วแน่ๆ”

“ทุกคนค่ะหนูไม่เป็นไรค่ะหนูจะรอเยี่ยมอาหย่งคะขอร้องละอย่าพึ่งบอกหนูไปพักผ่อนเลยนะตอนนี้หนูไม่เป็นไรจริงๆ” ฉันพูดขึ้นทำให้ทุกคนเงียบอีกครั้งแต่มีคนหนึ่งที่มองหน้าฉันอย่างไม่ชอบใจ

“อวดดีเกินไปแล้วเธอดูสีหน้าของเธอตอนนี้ด้วยเกิดหลานฉันเป็นอะไรขึ้นมาอีกนั้นมันความผิดของเธอเลยนะ” ฉันกำมือแน่นด้วยความโกรธ

“หนูรู้ตัวหนูดีคะว่าไหวหรือเปล่าถ้าหนูไม่ไหวหนูก็ไม่ฝืนหรอกคะไม่ต้องเป็นห่วงขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ” คำพูดของฉันทำให้ทุกคนเงียบกริบไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อฉันนั่งรอเยี่ยมสามีอยู่หน้าห้องอย่างไม่สนใจอะไรอีกต่อไป แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกเหมือนมีคนแอบมองอยู่แต่ฉันก็ไม่สนใจตอนนี้จิตใจฉันจดจ่ออยู่เพียงห้องไอซียูเท่านั้น.....

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

 

 

“อาหย่งยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ” เสียงของป๊าดังขึ้นนั้นทำให้ฉันหันไปมองท่าน

“ยังเลยค่ะนี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วหมออันลอกว่าอาการของเขาตอนนี้ทรงตัวมากแล้วเพราะแผลที่ติดเชื้อตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วคะ”

“หนูควรพักผ่อนด้วยนะโซราเดี๋ยวมันจะส่งผลให้หย่งน้อยตอนนี้หนูไปทานข้าวที่ป๊าเตรียมมาแล้วไปพักก่อนเถอะเดี๋ยวป๊าจะเฝ้าอาหย่งให้เอง” ฉันเงยหน้ามองท่านอย่างเหนื่อยล้าใช่ตอนนี้ฉันเหนื่อยถึงแม้เขาจะไม่รู้สึกตัวแต่อาการของเขาก็ต้องได้เฝ้าดูตลอดเพราะการติดเชื้อในกระแสเลือดมันร้ายแรงกว่าที่คิดแถมบาดแผลในกระเพาะของเราก็ติดเชื้อเหมือนกันด้วยนั้นทำให้บางคืนเขามีอาการซักขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...เพราะแบบนี้ฉันจึงไม่สามารถนอนหลับได้เลย

“งั้นหนูขอฝากด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรยังไงนี่ก็ลูกชายป๊า....ยังไงป๊าก็ขอโทษแทนม๊าที่พูดแบบนั้นวันนั้นด้วยเธอคงตกใจมากเกินนะเลยพาลลงใส่หนู หนูอย่าคิดมากเลยนะ”

“หนูไม่คิดอะไรหรอกคะ เพราะสิ่งที่ท่านพูดมันก็จริงแต่หนูคงทำให้ท่านไม่ได้เรื่องหย่า และ หนูก็ไม่คิดจะทำด้วยไม่ว่าท่านจะว่ายังไง หนูรู้ตัวดีว่าหนูผิดเอง หนูพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างแต่ไม่ใช่ในเรื่องที่ต้องให้เราหย่ากันนั่นคือสิ่งที่หนูจะไม่ทำคะ” คำพูดของฉันทำใหป๊ายิ้มออกเล็กน้อย

“ไม่มีใครต้องทำแบบนั้นหรอกเพราะป๊าเองก็ไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอนอย่าห่วงเลยไม่ว่ายังไงตอนนี้หนูก็ไปทานข้าวแล้วไปพักผ่อนก่อนเถอะเดี๋ยวป๊ารับช่วงต่อ”

“ขอบคุณป๊ามากนะคะ” พูดจบฉันก็ลุกขึ้นหวังจะเดินไปนอนพักที่ห้องรับรองแต่จู่ๆเหมือนสายตาของฉันไปเหลือบไปเห็นมือของเขามันขยับเล็กน้อย

“เอ๊ะ!! ป๊าเห๊นหรือเปล่าค่ะ!!!” ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปที่มือของเขา

“อะไรอย่างนั้นเหรอ”

“มือคะ!! มือของอาหย่งเมื่อกี้มันขยับคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแต่พอป๊ามองไปมือของเขาก็ไม่มีท่าทีจะขยับแต่อย่างใดแต่เมื่อกี้ฉันเห็นมันขยับจริงๆนะ!!!

“โซหนูเหนื่อยมากเกินไปหรือเปล่าลูกป๊าว่ารีบไปทานข้าวแล้วไปพักผ่อนเถอะตอนนี้อาหย่งยังไม่รู้สึกตัวเดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติป๊าจะบอกนะ” ป๊าพูดขึ้นด้วยสีหน้าอ่อนใจแต่เมื่อกี้ฉันเห็นจริงๆว่ามือของเขามันขยับแต่พอมองไปอีกทีมันก็ไม่มีอะไรแต่สาบานได้ฉันเห็นจริงๆนะ!!

“แต่...”

“ไม่มีแต่ไปได้แล้วป๊าว่าตอนนี้หนูคงเหนื่อยมากแน่ๆ” ฉันจำยอมลุกขึ้นเดินถอยไปยังห้องรับรองพร้อมกับสายตาที่มองมายังร่างที่ไร้สติของเขา

“เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตาฟาดจริงๆแน่นอนเพราะฉันเห็นจริงๆ”

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

 

“ลูกควรฟื้นได้แล้วนะหย่งหนูโซตอนนี้แทบไม่มีแรงแล้วเธอไม่ยอมให้ใครมาดูแลลูกเลยเธอเป็นหาวงลูกมากเลยนะ” คนเป็นพ่อพูดขึ้นกับร่างไร้สติของลูกชายที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆเขาอดสงสารลูกสะใภ้ของตัวเองไม่ได้ที่คอยดูแลลูกชายของเขายิ่งกว่าที่เขาทำเสียด้วยช้ำ แต่จู่ๆเหมือนสายตาของชายวัยใหญ่จะเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ

“นี่มัน!!!” เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่มาพร้อมกับความดีใจก่อนจะรีบลุกไปที่หัวเตียงของลูกชายของเขากดปุ่มเรียกพยาบาลด้วยความกระตือรือร้น

“ตอนนี้เขาเริ่มขยับตัวแล้วพยาบาลรีบมาที่ห้องของลูกชายฉันเดี๋ยวนี้!!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น