M. Writer

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สูตรเด็ดมัดใจนายเพลย์บอย!

ชื่อตอน : สูตรเด็ดมัดใจนายเพลย์บอย!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 01:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สูตรเด็ดมัดใจนายเพลย์บอย!
แบบอักษร

หลังจากรับประทานอาหารแซ่บๆและของหวานแก้เผ็ดกันเป็นที่เรียบร้อย ท่านประมุขก็ขอตัวพาคู่หมั้นสาวเดินทางกลับจวนทันที เพราะไม่อยากให้พวกแมงหวี่แมงวันทั้งหลายแทะโลมนางด้วยสายตา ขณะที่อีกสองหนุ่มทำหน้าละห้อยมองตามหลังทั้งคู่ขึ้นรถม้าไป

 

"ตอนเย็นข้าอยากกินอาหารฝีมือเจ้าอีก แต่เป็นแบบที่ไม่เผ็ดนะ !"  ท่านประมุขพูดขึ้นทำลายความเงียบในรถม้าที่มีเขาและนางเพียงสองคน พร้อมกับหันหน้าเสไปนอกหน้าต่าง ไม่ยอมสบตาคนที่ตนพูดด้วย

 

"ท่านไม่กลัวตายแล้วหรือเจ้าค่ะ?"  (แหมมมม ทำมาเป็นติดใจอาหารเรา พึ่งกินข้าวเที่ยงเสร็จ นึกถึงอาหารมื้อเย็นแล้วหรอจร้ะ!)

 

"ข้าว่ามันรสชาดพิลึกดี!" 

 

"ถ้าอย่างนั้นท่านก็ช่วยพาข้าไปที่ตลาดได้หรือไม่เจ้าค่ะ ข้าอยากหาซื้อของใช้และเครื่องปรุงทำอาหารสักหน่อย" (ถือโอกาสหาเลาะเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี ฉันจะให้นายเปย์ให้หมดตัวเลย  หึๆ)

 

"ได้ " ยกยิ้มแทบจะฉีกถึงหูที่นางตามใจตน แล้วเขาก็สั่งให้สารถีเปลี่ยนเส้นทางไปที่ตลาดทันที

 

@ตลาดในเมืองหลวงแคว้นฉิน

 

ตลาดแห่งนี้เป็นที่แลกเปลี่ยนสินค้า ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง เป็นจุดศูนย์รวมของสินค้าต่างๆ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง อาหารทะเล สินค้าแปลกตาจากต่างแดน ของตกแต่งบ้าน ร้านขายหนังสือ รวมไปถึงเสื้อผ้าแพรพรรณ และเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีโรงเตี้ยมและหอหมื่นบุปผา  แทรกอยู่ระหว่างร้านค้ามากมาย สองข้างถนนต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ร้านค้าตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อดึงดูดใจลูกค้า 

 

เมื่อรถม้าสุดหรูที่มีสัญลักษณ์ของพรรคมารทมิฬหยุดลง ชายหนุ่มก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการเดินลงจากรถม้าเป็นคนแรก แล้วยื่นมือเพื่อประคองคู่หมั้นสาวลงมา (แหมมม  อยากจะหลอกกินเต้าหู้เค้าละสี้!  แต่เอ๊ะ! ทำไมมันถึงฟังดูแปลกๆละเนี่ยะ? ฉันไม่น่าเกิดมาชื่อเต้าหูเล้ยยย!)  (หลอกกินเต้าหู้ แปลว่า หลอกแตะอั๋ง) 

 

"เจ้าจะยืนมองหน้าพี่อีกนานหรือไม่? ถ้าเจ้ามองพี่นานอีกสักพักพี่จะได้ไม่ต้องพาไปซื้อของที่ตลาด เพราะคงไม่ต้องกินข้าวเย็น" พูดให้ได้ยินกันเพียงสองคน แล้วก็ยิ้มกริ่มจนน่าหมันไส้  (ไม่ได้กินข้าวเย็นเพราะแกจะได้หยอดน้ำข้าวต้มแทนนะสิไอ้คนหื่นกาม!)  ว่าแล้วก็ยอมจับมือเขาลงมาแต่โดยดี

 

"พี่หลี่เฉียงอยากจะกินอะไรหรือเจ้าค่ะ?"

 

"ข้าอยากกินอาหารเผ่าทางใต้ของเจ้า มีของผัด ของทอด และน้ำแกงเป็นอย่างไร?  พี่แล้วแต่เจ้าว่าจะทำอะไร แต่ต้องไม่เผ็ด! "  (ย้ำอีกทีเพื่อความปลอดภัย)

 

"เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าคงต้องเดินดูของไปสักพัก จึงจะคิดออกว่าจะทำอะไรดี" เขาพยักหน้าให้เพื่อเป็นการอนุญาติ และเห็นด้วย

 

ใช้เวลาไม่นานมือของบ่าวไพร่และผู้ติดตามทั้งหลายก็แทบจะไม่มีที่ว่าง เพราะว่าที่นายหญิงของตนเที่ยวเดินเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ด้วยความตื่นเต้น อันนั้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่าลอง ของแปลกตาและน่าสนใจเต็มไปหมด  ทางฝั่งนายท่านก็ได้แต่เดินยิ้มตามหลังนางต้อยๆ ไม่บ่นสักคำ มีหน้าที่เพียงจ่ายเงินเท่านั้น

 

เขาคอยลอบมองนางเพราะเอ็นดูในความน่ารักสดใส และอารมณ์ดี แต่แล้วยิ้มของเขาก็ต้องหุบลงทันทีด้วยความขุ่นข้องใจ เพราะมีกลุ่มคนสามคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี  กำลังเดินตรงมาทางเขา  นั่นก็คือสามสาวที่อยู่กับเขาวันนั้น วันที่นางหมดลมหายใจ

 

 

สามสาวหอหมื่นบุปผา  (top 5 ของทางร้าน)

 

"คาระวะท่านพระมุขเจ้าค่ะ!"  (พร้อมเพรียงเหมือนนัดไว้)

 

"นายท่านช่างใจร้ายจริงนะเจ้าค่ะ! ท่านหายไปไหนตั้งนาน ไม่แวะเวียนมาหาพวกข้าบ้างเลย" หนึ่งในสามสาวพูดขึ้นด้วยความน้อยใจและพยายามออดอ้อนทำให้ดูน่าสงสารโดยการเดินไปเกาะแขนเขา

 

"ข้าไม่ว่างนะ ข้าต้องไปต่างแคว้น" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ท่าทางดูลุกลนกลัวว่าใครบางคนจะเห็นเข้า  (นางพึ่งจะให้อภัยข้านะ พวกเจ้ากำลังจะทำเสียเรื่อง!)

 

"เช่นนั้นวันนี้นายท่านว่างหรือไม่เจ้าค่ะ? วันนี้ไปกับพวกเรานะเจ้าค่ะ" อีกสาวก็เดินมาเกาะแขนอีกข้างของเขาเพราะกลัวอีกคนจะได้รับความโปรดปรานมากกว่าตน

 

"วันนี้ข้ามีธุระ ไว้วันหลังเถอะ" พร้อมทั้งพยายามแกะมือสองสาวออกด้วยความร้อนรน

 

"พวกเราคิดถึงนายท่านมากเลยนะเจ้าค่ะ  ท่านหายไปเป็นแรมเดือน ขนาดพี่หยู่เยียนยังไม่ยอมต้อนรับแขกท่านใด เพราะอยากจะต้อนรับนายท่านเพียงผู้เดียวนะเจ้าค่ะ" เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินหนีไป หนึ่งในอีกสามสาวก็เดินมาดักหน้าเขาไว้ แล้วเอาแม่นางหยู่เยียนมาล่อ เพราะไม่มีชายใดในแคว้นนี้ปฏิเสธนางได้ลง  นางเป็นสาวทรงเสน่ห์ ชายใดได้พบเห็นก็ต้องหลงไหลไปกับความงามของนาง เช่นนั้นนางถึงได้เป็นอับดับหนึ่งในหอหมื่นบุปผา แต่เพราะนางตกหลุมรักชายที่อยู่ตรงหน้า เลยปฏิเสธชายทุกคนที่พยายามเข้าหานาง ทั้งนางยังจะยอมเป็นอนุหรือแม้แต่นางบำเรอให้เขา นางยอมได้ทั้งนั้นเพื่อจะได้อยู่เคียงข้างเขาผู้นี้ ชายเจ้าสำราญที่ไม่เคยคิดจะรักใครผู้นี้

 

 

 

แม่นางหยู่เยียน สาวงามล่มเมือง (อันดับ 1 แห่งหอหมื่นบุปผา)

 

เพียงเขาได้ยินชื่อของหยู่เยียนก็พลันชะงักเท้าที่กำลังจะย่างก้าวออกไป  นางเป็นสาวงามที่เขาโปรนปรานมากที่สุด แต่เพราะเขาไม่อยากถูกกักขังหรือมีข้อผูกมัดไปตลอดชีวิต จึงปฏิเสธความรักของนางไป เพราะเขาคิดว่า แค่หญิงงามเพียงหนึ่งเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขาทั้งชีวิต  แต่ในใจก็นึกเอ็นดูนางไม่น้อย จึงมักไปหานางที่หอหมื่นบุปผา เพราะเป็นสถานะเดียวที่เขาให้นางได้

 

ขณะที่เขากับลังสับสนอยู่นั้น คู่หมั้นสาวที่กำลังมีความสุขกับสิ่งแปลกใหม่ก็หันมาหาคนจ่ายเงินว่าเขาหายไปไหน และสุดท้ายก็เห็นว่าเขากำลังยืนอยู่กับสามสาวที่นางเคยเจอมาแล้วครั้งก่อน (หึ!!  ยืนชิดจนจะกลายเป็นปลากระป๋องตราสามแม่ครัวแล้วมั่ง!!  ได้...เดี่ยวได้เจอเด็กสมบูรณ์อย่างฉันแน่!) ว่าแล้วก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาคู่หมั้นหนุ่มที่กำลังจะตัวลีบตายไปเพราะสามสาวนั่น

 

"พี่หลี่เฉียงเจ้าขาาาาาา  เยว่เอ๋อหาตั้งนาน อยู่นี่เองหรือเจ้าค่ะ" พูดเสียงหวานหยดย้อยแล้วเดินกระแทกสามสาวให้กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง เดินไปคล้องแขนเขาไว้แทน

 

โอ้ย!!! ปึก!!!  แต่ละคนแทบจะหัวขวิดเพราะแรงที่นางกระแทกเข้ามานั้นไม่น้อยเลย  ทางด้านชายหนุ่มก็ตกตะลึงกับการกระทำของนาง และอดแปลกใจไม่ได้เพราะครั้งนี้นางไม่โวยวาย หวีดร้องเหมือนที่ผ่านมา ซ้ำยังพูดกับเขาเสียหวานหยด (ข้าได้กลิ่นไหน้ำส้ม นางคงหึงข้าสินะ ฮึๆ น่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง เห็นทีข้าคงต้องเล่นตามน้ำแล้วสิ)

 

"เจ้ามีอะไรหรือเยว่เอ๋อของพี่ ห่างกันเพียงครู่ เจ้าก็คิดถึงพี่แล้วรึ" หันไปพูดกับร่างบางแล้วทำหน้าทะเล้นใส่ บ่งบอกให้รู้ว่าเขาทันเล่ห์กลนาง (ได้ทีเอาใหญ่เชียวนะไอ้หูดำ!!!) (หูดำ แปลว่าหน้าหม้อค่ะ หูหม้อมันดำ)

 

"เยว่เอ๋อใจหายวูบบบบบ! เลยเจ้าค่ะ พอไม่เห็นพี่หลี่เฉียง น้องเหมือนจะตายสะให้ได้" แล้วก็ใส่แอคติ้งเยอะๆ (เอาสี้! แกจะสู้ฉันไหมละอีต้าคนหื่น ปี 1019)

 

"เช่นนั้นหรือ ฮ่าๆๆ  พี่ผิดไปแล้วคนดี ต่อไปพี่จะเดินประคองเจ้าไว้ตลอดเลยดีหรือไม่?"  (ไม่ดีโว้ยยยย!) เต้าหู้คิดในใจ แล้วแสร้งเปลี่ยนเรื่องไม่ยอมตอบ

 

"แล้วนั้น! แม่ค้าที่ไหนเจ้าค่ะ? ก่อนน้องจะเดินมา น้องเห็นพวกนางกำลังขู่จะปล้นเงินจากท่านอยู่...ท่านไม่เป็นอะไรนะเจ้าค่ะ  นี่พวกเจ้า! หากขายของไม่ได้ก็อย่าได้เร่ไปยัดเยียดให้คนอื่นสิ ใยเจ้าไม่รู้จักเช่าที่ค้าหายให้เป็นที่เป็นทางเล่า!" ทำมึนใส่แล้วหันไปพูดกับสาวๆพวกนั้น

 

เมื่อสามสาวได้สติก็รีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย เพราะคนที่เดินตลาดอยู่เมื่อครู่ เริ่มจะหยุดเดินและกำลังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า  

 

"ขออภัยคุณหนูอิ้งเยว่เจ้าค่ะ พวกเราไม่ใช่แม่ค้าแต่อย่างใด พวกเราเห็นว่าเป็นคน 'คุ้นเคย' เลยเข้ามาคาระวะตามมารยาทเจ้าค่ะ"  (ปื้ดดดด  จุก!!! เข้าใจอารมณ์เมียหลวงเลย  หึงหวงมันก็พอมีบ้าง แต่ที่ได้ตบกันคงเพราะมันน่าหมันไส้แบบนี้แหละ)

 

"เช่นนั้นหรือ ข้าคงเข้าใจผิดไปเอง เพราะข้าเห็นจากการแต่งตัวทางด้านหลังนึกว่าเป็นแม่ค้า แต่พอข้าเห็นหน้า ก็รู้ว่าพวกเจ้าเป็น 'นักแสดงงิ้ว'  พี่หลี่เฉียงชอบดูงิ้วหรือเจ้าค่ะ? ถึงได้คุ้นเคยกับนักแสดงเป็นอย่างดี คราวหน้าชวนน้องไปด้วยนะเจ้าค่ะ เพราะน้องไม่เคยเห็นงิ้วเต้นแร้งเต้นกาแบบที่พวกนางทำมาก่อน คงจะเป็นท่ารำใหม่"  เมื่อสามสาวโดนว่า ว่าตนเองเป็นงิ้ว ก็ได้แต่ดิ้นเร่าๆ กรีดร้องอยู่ในใจแล้วรีบเดินออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนในตลาด (ฝากไว้ก่อนเถอะ! เจ้าคิดรึว่าคนอย่างเจ้าจะหยุดคุณชายท่านนี้ได้!!) 

 

"ว้าาาา  เสียดายจริง น่าจะรำให้ดูสักบท"

 

"คู่หมั้นใครกันนะ ชายผู้นั้นช่างโชคดีจริง" เขายิ้มพลางยื่นมือมาดึงแก้มนางทั้งสองข้างจนหน้าบิดเบี้ยว 

 

"ข้านึกออกแล้วเจ้าค่ะว่าอยากจะทำอะไรให้ท่านเป็นมื้อเย็น  ต้องขอบใจสามสาวนั่นนะเจ้าค่ะที่ทำให้ข้าคิดออก"

 

เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง สงสัยในคำพูดของนางแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วทั้งสองก็เลือกหาซื้อของอีกสักพัก กว่าจะกลับถึงคฤหาสน์ก็เข้ายามเซินพอดี (15:00-16:59)  เมื่อสั่งให้บ่าวไพร่เอาของต่างๆไปเก็บ  และสั่งให้ฮุยอินพาบ่าวสักสองสามคนไปช่วยหาวัตถุดินที่นางอยากได้  นางจึงมานั่งรอที่หอเก๋งกลางสระน้ำ นั่งมองเหม่อไปที่ดอกบัว และอีกฝากของสระ มองบ่าวคนสนิทของตนผุดลุกผุดนั่งริมบึงบัวอย่างสงบนิ่ง แววตาเศร้าและท่าทางอ่อนแรงของนางจะแสดงออกมาเสมอเวลาได้นั่งอยู่ในหอเก๋งคนเดียว และคิดไปถึงครอบครัวของตนในชาติที่แล้ว เมื่อท่านประมุขเห็นท่าทางของนางจึงเดินเข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

 

"เยว่เอ๋อ เจ้าคิดอะไรอยู่รึ?"  เขาได้ความเงียบเป็นคำตอบ จึงมองตามสายตาของนางไป 

 

"เจ้าให้คนไปเก็บเม็ดบัวกับรากบัวรึ? เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพี่ชอบกิน" คราวนี้นางหันหน้ามามองเขานิ่งแล้วหันไปทอดสายตาทางเดิมโดยไม่พูดอะไร  เขาจึงคิดว่านางคงจะโกรธเขาเรื่องสามสาวงามนั่น 

 

"ไม่ได้ไปแล้ว!! "  นางหันหน้ามามองเขาด้วยความสงสัย

 

"พี่ไม่ได้ไปที่หอหมื่นบุปผา ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับหญิงใดตั้งแต่....เอ่อ....ตั้งแต่...วันที่เจ้าจุมพิตพี่"  เขาหน้าแดงเมื่อพูดจบ พูดออกมาเองแล้วก็เขินเอง ( โว๊ะ!!! อีหยังว่ะ คนสินั่งสงบๆบ่ได้เลย เป็นหยังต้องมาเว้าหึ่งๆข้างหูคือแมงวันแทะเดี๋ยวหนิ  หนหวยเว้ย!!!) เต้าหู้คิดในใจแล้วเดินหน้างอหงุดหงิดเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมตัวทำอาหารเย็น  

 

"นางคงจะโกรธข้ามากสินะ  นั่นสินะรักมากก็หวงมากเป็นธรรมดา เฮ้อออ โลกใบนี้ช่างน่าเหนื่อยหน่าย"  มองตามหลังนาง แล้วยืนถามเองตอบเองเสร็จสรรพ  (หยุดหลงตัวเองค่ะเฮีย!!!  555)

 

ไม่นานก็ถึงเวลาอาหารเย็น  อาหารที่นางทำก็ขึ้นโต๊ะ รวมกับอาหารของพ่อครัวอีกสองสามอย่าง  เขาเห็นอาหารแปลกตาสามอย่างก็รู้ทันทีว่าใครเป็นคนทำ เขาจึงตั้งใจจะกินเพียงสามอย่างนี้เท่านั้น  แล้วกับข้าวที่เหลือให้นางกินเพราะเขาให้เหตุผลว่านี่เป็นของเขา เดี่ยวเขาไม่อิ่ม  ถึงนางจะทำตาละห้อยอยากจะกินเขาก็ไม่นึกสงสาร

 

"อืมมมม  อันนี้ข้าวผัดปูรึ เนื้อขาวสวยดีจริง คงจะสดมาก  แต่เจ้าไปซื้อปูตอนไหน ข้าไม่เห็นรู้เลย?" 

 

"เจ้าค่ะ สดมากมันพึ่งตายตอนข้าจะทำกับข้าวไม่นานเจ้าค่ะ" ตอบแค่คำถามแรก  เขาก็ไม่ได้สนใจ นางคงไปซื้อตอนเขาโดนสาวๆรุมทึ้ง คิดได้ดังนั้นจึงหันกลับมาสนใจอาหารของตนต่อ รีบตักเข้าปากด้วยความอร่อย

 

"นี่ก็ทอดไก่สินะ รสชาดแปลกใหม่ทั้งข้าวผัดและไก่ทอด คงปรุงรสแบบเผ่าทางใต้  แต่เสียดายชิ้นไก่เล็กไปหน่อย" ทั้งกิน ทั้งถาม ทั้งติ ในเวลาเดียวกัน แต่ก็กินด้วยความเอร็ดอร่อยจนไปถึงจานสุดท้าย

 

"อื้มมม  น้ำแกงนี้กินแล้วสดชื่นนัก เจ้าแกงไก่ใส่อะไรรึถึงได้เปรี้ยวสดชื้นแบบนี้?"

 

"ใส่ยอดใบมะขามอ่อนเจ้าค่ะ ถ้าท่านชอบก็กินเยอะๆนะเจ้าค่ะ" เต้าหู้ตอบคำถามเขาหลังจากที่นังเงียบๆแอบลอบมองเขากินอยู่นาน 

 

"ข้าชอบทั้งสามอย่างเลย เพราะมันไม่เผ็ด สงสัยข้าคงต้องให้คนไปกว้านซื้อเนื้อปูกับเนื้อไก่มาไว้ที่นี่เยอะๆแล้วสิ กว่าเจ้าจะกลับข้าคงได้กินจนเบื่อ" พูดแล้วก็นั่งยกซดต่อ

 

"ผิดแล้วเจ้าค่ะ  ทั้งสามอย่างไม่ใช่ทั้งเนื้อปูและเนื้อไก่  แต่มันคือเนื้อ  'กบ'  เจ้าค่ะ!  ถ้าท่านอยากกินอีกก็แค่ให้คนไปจับเอาตามริมสระบัวก็ได้เจ้าค่ะ ไม่เปลืองเงิน"  เขาที่กำลังยกซดต้มกบอย่างเอร็ดอร่อยก็ชะงักทันที เขาหันหน้ามามองนางเพื่อต้องการคำตอบว่าเป็นความจริงหรือไม่  นางจึงยิ้มเย็นไปให้แล้วผงกหัว (เมนูมัดใจอร่อยไหมไอ้หูดำ!  555)

 

เขาเห็นภาพรอยยิ้มเย็นของนางเป็นภาพสุดท้าย ก่อนที่ร่างกายของเขาจะโงนเงน  สติของเขาก็ดับวูบไปแล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความมืด.......

 

โคร้มมมมมม!!!  เฮ้ยยย! เหี้ยยยย!

 

------------------++++++-----------------

 

ไรท์น่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องตามชื่อตอนนะไรท์ว่า  ช่วงนี้นางเอกชอบทำอาหารบ่อยสะเหลือเกิน  555+

 

ส่งคอมเมนต์ให้ไรท์หน่อยน้าาา เพราะมันเป็นทางเดียวที่ไรท์จะสื่อสารกับทุกคนได้  (พูดสะเหมือนสื่อวิญญาณเลย 555) อย่าเป็นรีดเดอร์เงาเลย  ไรท์อยากรู้จักทุกคน อยากอ่านความเห็นว่าทุกคนชอบไหม ไรท์ตั้งใจอ่านทุกคอมเมนต์เลยนะ  บางทีก็วนอ่านอันเก่าไปมา  ขอบคุณทุกกำลังใจเลยค้าาาา

ความคิดเห็น