เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Heart 10 (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 652

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 10 (2)
แบบอักษร

บทบรรยาย ทอฝัน 

‘กระเช้าผลไม้’ ฉันยกสิ่งที่ถืออยู่ในมืออย่างชั่งใจว่าจะให้หรือไม่ให้ดี แต่ไหนๆ ก็ซื้อมาตั้งแพง ทอฝันควรลุยต่อค่ะ คิดแล้วก็วางลงบนเบาะข้างคนขับ จากนั้นก็ทำใจกล้าหน้าหนาเข้าไว้  

ฟู่ “จีบพี่อินไม่ยาก จีบแม่เขาก็คงไม่ยากเนอะ” รู้ค่ะว่าเป็นแค่คำพูดปลอบใจ แต่ไม่มีอะไรที่ทอฝันจะทำไม่ได้  

ต้องบอกว่าแผนของฉันในวันหยุดที่กำลังจะหมดไปนี้คือ กราบขอโทษแม่พี่อินที่เมื่อคืนไปทำอะไรไม่ดีเอาไว้ ฉันคิดว่าต้องทำให้ไว ปล่อยให้เวลาผ่านไปเดี๋ยวคุณแม่ไม่ปลื้ม 

หมากเกมนี้ทอฝันทุ่มสุดตัวจริงๆ แต่ก่อนที่จะทุ่มอะไร ฉันควรไลน์ไปบอกพี่อินก่อนนะว่าขับรถมาถึงหน้าโรงเรียนแล้ว เพราะดูจากประตูที่ปิดแน่นหนา ความสูงประมาณ 5 เมตร ทอฝันคงเข้าไปได้ยากแน่นอน 

 

ทอฝัน : มาถึงแล้วค่ะ อยู่หน้าโรงเรียน 

ภาคิณ : รอแป๊บหนึ่ง พี่กำลังลงไป 

แล้วฉันก็รออย่างใจจดจ่อ แอบตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้ทำอะไรแปลกแบบนี้ ฉันหมายถึงแทนที่จะได้เจอกันในสถานที่อื่น แต่กลับเป็นโรงเรียนมัธยม ความรู้สึกเหมือนวัยรุ่นเลย 

“อะ มาแล้ว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อเห็นพี่อินมาในชุดทำงานแบบเรียบร้อยและที่สำคัญหล่อมาก 

เขาออกมาทางประตูเล็กๆ ข้างป้อมยาม ยิ้มและเดินลูบท้ายทอยเหมือนเขินนิดๆ ฉันเองก็ไม่แพ้กัน แต่เพราะถอยไม่ได้จึงรีบลงจากรถและหยิบตะกร้าผลไม้ติดมือมาด้วย 

ทว่า... 

ฉับ! พี่อินก้าวถอยหลัง มุมปากเรียบเฉยทันทีเมื่อฉันยื่นตะกร้าผลไม้ให้ เขาดูตกใจกับการกระทำของฉันมาก อารมณ์ประมาณว่า ‘ต้องขนาดนี้เลยเหรอทอฝัน’  

แต่ฉันไม่ได้เอามาให้เขาสักหน่อย 

“ฝันเอามาให้คุณแม่เป็นการขอโทษค่ะ”  

ฟู่... นั่นไง!! พี่อินคิดแบบนั้นจริงๆ ยืนยันด้วยเสียงพ่นลมหายใจเหมือนโล่งอกมากที่ฉันไม่บ้าหิ้วตะกร้าผลไม้มาจีบเขา 

“ถึงฝันจะเพี้ยนตอนเมาไปบ้าง แต่คงไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ” พูดจบก็ยัดตะกร้าใส่มือพี่อิน เปิดประตูรถคว้าถูกผลไม้แช่เย็นที่เป็นของเขาออกมา “อันนี้ต่างหากของพี่อิน”  

แหม...ทีแบบนี้ล่ะยิ้มหวานเชียวนะ 

“อันนั้นฝันฝากให้คุณแม่นะ” ฉันชี้ไปที่ตะกร้าผลไม้ในมือพี่อินและกำชับอีกที “อย่าลืมบอกด้วยว่าทอฝันคนสวยๆ ซื้อมา...”  

ฉันลากเสียงยาวลงท้ายพลางหันไปมองประตูใหญ่ของโรงเรียนที่เปิดออก ครู่เดียวก็มีรถยนต์คันหรูสีดำแล่นออกมา และฉันจะไม่ช็อกจนเสียสติเลยถ้ากระจกรถไม่ถูกเลื่อนลงขณะขับผ่านจุดที่เรายืนอยู่ เผยให้เห็นว่าเป็นรถใคร 

“คะ...คุณแม่” ฉันพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก มือก็ทำงานอัตโนมัติ ยกมือไหว้ท่านด้วยความเคารพ 

แต่ทว่า.. ขวับ! คุณแม่สะบัดหน้าหนีแล้วเลื่อนกระจกขึ้นเฉยเลยค่ะ 

“พี่อิน คุณแม่ยังโมโหฝันไม่หายเลยค่ะ” ถึงกับต้องหันไปบอกคนข้างๆ เบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้ที่โดนเมินขนาดนี้ แต่พอมองหน้าพี่อินให้ชัดอีกที เขากำลังยิ้มมุมปากราวกับเป็นเรื่องตลก ไม่สงสารฉันสักนิดเดียว 

“พี่อิน ฝันไม่ตลกนะ” ฉันพูดพร้อมกับตีแขนเขาด้วยความหมั่นไส้ คนเสียกำลังใจจะแย่ เขายังยิ้มได้อีกงั้นเหรอ 

‘ทานข้าวหรือยัง ไปทานด้วยกันไหม’  

เนี่ย! ดูสิ ขณะที่ฉันกำลังงอนเหมือนคนบ้าอยู่แล้ว พี่อินก็ตัดจบด้วยการชวนไปทานข้าว ว่าแต่ถ้าฉันยอมทานด้วยก็หมายความว่าได้อยู่กับพี่อินนานขึ้นใช่ไหม 

“ไปก็ได้ค่ะ งั้นก็เอารถฝันไปเลยละกัน”  

ตอบไว ใจง่าย ยกให้ทอฝันเลยค่ะ  

ทว่าฝีเท้าฉันต้องหยุดชะงักขณะกำลังจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ เพียงเพราะโดนคนด้านหลังดึงแขนไว้ก่อน พอหันไปเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย พี่อินก็ทำหน้าพยักพเยิดไปทางโรงเรียน 

นี่อย่าบอกนะว่า... “ไปทานข้าวในนี้เหรอคะ ฝันนึกว่าไปทานข้างนอกเสียอีก”  

พี่อินพยักหน้า ทอฝันก็เลยต้องเก็บความตื่นเต้นไว้ในใจและเดินตามพี่อินเข้าไปอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่ให้ตายสิ! เด็กๆ เยอะมากและสีหน้าท่าทางการแต่งตัวของฉันคงไม่ต่างอะไรกับครูดีๆ นี่เอง 

“ไปทานที่ห้องทำงานหรือโรงอาหารค่ะ”  

คราวนี้พี่อินหันมาย่นคิ้วจนเป็นปมคล้ายกับแอบว่าฉันเรื่องถามอะไรแปลกๆ ก่อนที่จะยื่นมือมาจับต้นแขนแล้วก็ลากให้เดินต่อโดยไม่มีคำตอบใดๆ  

ซึ่งตอนนี้ทอฝันรู้แล้วค่ะว่าทานที่ไหน ‘โรงอาหาร’  

อืม มันก็แค่โรงอาหารที่มีนักเรียนมัธยมหลายพันคน มีบุคลากรของโรงเรียนหลายร้อยชีวิต มิหนำซ้ำตอนนี้ยังมีคนหันมามองหน้าฉันแล้วด้วย 

“พี่อินเหมือนจะชินแล้วสินะ แต่ฝันเหมือนเป็นของแปลกเลย” พูดจบก็เดินหลบอยู่ด้านหลังพี่อิน เขาเดินไปทางไหนฉันก็ก้มหน้าก้มตาเดินตาม  

กระทั่ง.. ปึก! เสียงตะกร้าผลไม้ถูกวางไว้บนโต๊ะ ฉันจึงเงยหน้าขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่อินเดินมายืนซ้อนด้านหลัง เขากดหัวไหล่ฉันให้นั่งลงและวางโทรศัพท์พร้อมคำสั่งไว้ตรงหน้า 

‘นั่งตรงนี้รอ ทำความเคยชินไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ซื้อข้าวให้เอง’  

พี่อิน! ทิ้งฉันไว้ท่ามกลางสายตากดดันแบบนี้ก็ได้เหรอ ทอฝันอยากตายจริงๆ ใครจะคิดว่าตั้งใจมาหาแป๊บเดียว แต่กลับได้มานั่งทานข้าวในโรงอาหาร 

สถานที่โรแมนติกสุดๆ บรรยากาศอบอุ่นรายล้อมด้วยนักเรียนที่มองมาเหมือนดีใจที่ได้ครูประจำวิชาคนใหม่ ฉันว่าเด็กๆ คงคิดแบบนั้นแน่เลย  

“สวัสดีค่ะคุณครู สอนวิชาอะไรคะ”  

นั่นไง เซ้นส์ทอฝันผิดเพี้ยนซะที่ไหน แถมยังโดนนักเรียนหญิงสามสี่คนยืนล้อมเพื่อรอคำตอบแล้วด้วย 

“พี่ไม่ได้เป็นครูค่ะ พี่แค่มาหาฟะ..เพื่อนค่ะ”  

เกือบไปแล้ว ดีนะที่ยังไหวตัวทัน และที่ฉันบอกไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้พี่อินถูกมองว่าพาแฟนมาทานข้าวด้วยในเวลางาน แทนที่จะนัดเจอข้างนอกน่ะ กลัวเขาโดนว่าเรื่องไม่เหมาะสม 

ห่วงพี่อินมากเลยรู้ปะ 

“ว้าว เป็นเพื่อนกับพี่อินเหรอคะ”  

“ค่ะ” ฉันตอบโดยพลัน แม้ว่าจะแอบสงสัยในน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อครู่ก็ตาม 

“ถ้างั้นพี่ก็รู้สิคะ ว่าพี่อินมีแฟนหรือยัง”  

“หืม” ความสงสัยในตัวพุ่งสูงปรี้ดมากเลยค่ะวินาทีนี้ สมมติว่าทอฝันเป็นผู้หญิงปากจัดอีกนิด ก็คงต้องไปแล้วว่าพี่เอง แต่เพราะห่วงพี่อิน ฉันก็เลยต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไว้ก่อน 

“คือว่าหนูไม่ได้ชอบหรอกนะคะ แต่ว่าพี่สาวหนูที่มารับทุกวัน เขาชอบพี่อินก็เลยอยากรู้ค่ะ”  

อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง เสน่ห์แรงไม่เบาเลยพ่อคุณ น่าโมโห น่าหยิก น่าแสดงตัวจริงๆ ทว่าลองชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย หากพี่อินไม่ปลื้มหรือคุณแม่ทำเมินแล้ว ทอฝันก็ได้แต่ปิดปังตัวตนต่อไป 

“อ๋อ...” ฉันลากเสียงยาว กลั้นใจตอบเด็กๆ ไป “เรื่องนี้พี่ไม่ อะ!”  

ยังไม่ทันได้พูดจบก็ต้องหยุดชะงักไปก่อน เมื่อพี่อินมายืนซ้อนด้านหลัง เขาวางจานข้าวลงบนโต๊ะ พอฉันเงยหน้ามองก็เห็นว่าเขายืนยิ้มให้เด็กๆ อยู่ และที่สำคัญพี่อินกำลังเลื่อนมืออ้อมตัวฉัน จากแผ่นหลังสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  

จากนั้นเขาก็ใช้ปลายนิ้วกรีดผมที่ปล่อยยาวสลวยไปทัดหูให้ ทำซ้ำๆ อยู่สองสามที จากนั้นก็ยิ้มและเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม  

อึก! ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ภายในใจก็เต้นตึกตักไม่หยุด เหลือบมองอีกทีเด็กๆ ก็ไม่ยืนตรงนี้แล้ว จะมีก็แต่พี่อินที่แอบทำหน้าดุฉัน 

หมับ! เขายื่นมือมาหยิบโทรศัพท์คืนไป พิมพ์ๆ ๆ แล้วก็ส่งมา แต่ฉันเดาไว้ล่วงหน้าเลยว่ามีแต่คำด่าแน่นอน 

‘ไม่ว่าใครจะถามอะไร ให้พูดแต่ความจริงสิครับ’  

“พี่อินรู้ได้ยังไงว่าฝันตอบว่าเป็นเพื่อน”  

‘รู้ครับ’  

“รู้ได้ยังไง” ฉันถามซ้ำ 

‘ถ้าฝันตอบว่าเป็นแฟนพี่ ฝันต้องยิ้มนานแล้ว’  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น