หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 846

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 07:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ (2)
แบบอักษร

*ร่างแรก ยังไม่ได้รีไรต์นะคะ อาจหลุดคำผิด หรืออ่านไม่ลื่นไหลบ้าง ต้องขออภับล่วงหน้าค่า*

 

หลี่จิวฮวาแม้เคยเห็นคนตาย ทั้งยังเคยติดตามมารดาไปถึงโรงเก็บศพ เฝ้าดูผู้เป็นมารดาก้มๆ เงยๆ สำรวจเหล่าหนอนและแมลงวันที่มาตอมศพซึ่งกำลังเน่าเปื่อยอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งมารดาไม่ก็บิดาจะอยู่ด้วย นางไม่เคยต้องเผชิญกับร่างมนุษย์ที่ไร้ลมหายใจเพียงลำพังเลยสักครั้ง

               ในครั้งนี้ หากคนที่นอนตรงหน้านางไม่หายใจแล้ว เท่ากับว่านางได้เผชิญหน้ากับศพเป็นครั้งแรกในชีวิต

               กลัว...นางอายุเพียงสิบปี เจอศพเข้าอย่างจังเช่นนี้ ไหนเลยจะตั้งสติได้ แต่ก็เพราะเป็นนางอีกเช่นกัน สติที่หลุดลอยไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ผ่านไปเพียงลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง นางก็ตั้งสติได้ นางเป็นบุตรีของหลี่หยาง บิดาผู้เคยเป็นแม่ทัพใหญ่ของต้าเฉิง บัดนี้ยังรั้งตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพหลวง ไม่อาจทำตัวอ่อนแอได้

               หลังตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง เท้าทั้งสี่ที่ผงะถอยก็ค่อยๆ ก้าวไปเบื้องหน้า ในปากยังงับสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้

               หลี่จิวฮวาหายใจแรง ยามเขยิบเข้าไปใกล้ร่างที่นอนแน่นิ่งนั้น ปลายจมูกของนางขยับไหวไปมา มันเกลือกกลิ้งไปบนใบหน้าที่โผล่พ้นกองหิมะออกมา

               ไม่มีกลิ่นเหม็น แม้ผิวกายด้านนอกจะเย็นเยียบ แต่นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นข้างใต้ นางลองแนบแก้มกับแก้ม เอาหน้าผากชนหน้าผาก ลองใช้อุ้งเท้าตะกุยหิมะออกอีกเล็กน้อย เผยให้เห็นช่วงลำคอที่ขาวซีด นางเพ่งมอง เห็นเส้นชีพจรยังเต้นตุบๆ แสดงถึงการมีชีวิต

               ยังไม่ตาย! คนผู้นี้ยังมีชีวิต! นางแทบพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

               เอาละ...นางหลับตา ตั้งสติ คนผู้นี้ยังไม่ตายนับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว ช่วงเวลาหลังจากนี้สิที่สำคัญ ยังเหลือเวลาอีกเท่าใด นางสามารถช่วยเขาได้หรือไม่ หากไปตามคนมาช่วยตอนนี้เกรงว่าจะใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยาม ถึงตอนนั้น...หลี่จิวฮวาไม่อยากคิด นางสลัดศีรษะเร็วแรง มองใบหน้าของคนผู้นั้น คิดจากไปทั้งอย่างนั้น ปล่อยเขานอนจมอยู่ในกองหิมะ ทว่าความมีเมตตาในส่วนลึกทำให้นางไม่อาจก้าวขาจากไปได้

               เถอะ...ช่วยได้เท่าที่ช่วยได้ หลังจากนี้คงต้องแล้วแต่สวรรค์จะเมตตาคนผู้นี้แล้ว

               หลี่จิวฮวาพยักหน้าให้กับตนเอง ก่อนเริ่มตะกุยหิมะออกจากตัวคนผู้นั้น

               เวลาล่วงเลยไปหนึ่งถ้วยชา นางจึงสามารถเห็นร่างที่นอนแน่นิ่งอย่างเต็มตัว

               เขาเป็นบุรุษ สวมเสื้อผ้าเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าฝ้ายสีหม่น มีรอยปะชุนประปราย ห่มทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์เก่าๆ มือของเขาซีด เล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงจางๆ นางก้มมอง ขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ นิ้วแต่ละนิ้วของเขาเรียวยาว แข็งแกร่ง แต่ไร้ริ้วรอย ปลายเล็บตัดเจียนอย่างสะอาดสะอ้าน ลักษณะเช่นนี้หาใช่มือและเล็บของชาวบ้านทั่วไปไม่

               นางมองสำรวจขึ้นไปถึงแผ่นอกกว้างกำยำ ไม่เห็นบาดแผล ไม่มีรอยเลือด

               ดวงตากลมโตแลมองขึ้นไปถึงใบหน้าซีดเซียว รูปหน้าสะอาดหมดจด คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป ลักษณะของเขาราวกับเพียงหลับไป เขาได้รับบาดเจ็บจากภายในงั้นหรือ หรือโดนสัตว์มีพิษกัดตรงไหนสักแห่ง นางคิดพลางกวาดตามองสำรวจอย่างละเอียด ฉับพลันนั้นจึงสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างบนมุมปากของเขา มันมีสีดำ แห้งเกรอะกรังอยู่บนนั้น นางใช้จมูกดมๆ ใช้อุ้งเท้าแหวกริมฝีปากของเขา ดวงตาสว่างวาบ เมื่อเห็นของเหลวสีดำติดอยู่ตรงริมฝีปากด้านในและปลายลิ้น

               เลือด!...ต้องเป็นเลือดของเขาเป็นแน่

               เลือดสีดำ มีข้อสรุปเดียวที่นางคิดได้...เขาได้รับยาพิษชนิดหนึ่ง

               เช่นนั้น...นางคายสิ่งที่อยู่ในปากลงบนอกของเขา...สิ่งนี้คงช่วยได้ มันคือสมุนไพรวิเศษพบได้แค่บนเขาหลิงซาน ว่ากันว่ารักษาพิษได้ทุกชนิด

               หลี่จิวฮวาชั่งใจ เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น ความลังเลในดวงตานางก็วับหาย อย่างไรแล้วชีวิตคนสำคัญกว่า

               นางจึงกัดกินสมุนไพรตัวนั้น เคี้ยวให้แหลกละเอียด ก่อนเปิดปากเขาแล้วประกบริมฝีปากลงไป ดุนดันสมุนไพรในปากใส่ลงไปในปากของเขา

               ‘เคี้ยวสิ’

                    ‘กลืนสิ’

                    นางพึมพำในใจ ขณะเฝ้ารอให้เขาขยับปาก

               ลมหายใจของเขาแผ่วจาง...เบาบางราวกับร่างนี้ใกล้จะสิ้นลมแล้ว

               นางไม่อยากให้เขาตาย หรือถ้าจะตายก็อย่ามาตายต่อหน้านาง หาไม่แล้วนางคงจำภาพของเขาจนกลายเป็นฝันร้ายไปชั่วชีวิต

               เจ้าเหมียวพ่นลมหายใจหงุดหงิดเมื่ออีกฝ่านนอนนิ่งไม่ไหวติง กลั้นใจเฝ้าดูอยู่ครู่เดียวก็ทนไม่ไหว ใช้อุ้งเท้าตบเบาๆ ที่แก้มซ้าย              

                    “เมี้ยว!” นางส่งเสียงออกไป สุ้มเสียงเกรี้ยวกราดกว่าปกติ

               “เมี้ยว! เมี้ยว!” นางตะโกนใส่หูเขา ใช้อุ้งเท้าตบหน้าอีกสองครั้ง

               อา...เล็บของนางคงคมเกินไป เขาจึงได้แผลจนเลือดซิบ นางมองจ้องแล้วผงกหัวเป็นเชิงขอโทษ เอาน่า...เทียบกับพิษในตัวเขาแล้ว แผลจากเล็บของนางก็เล็กน้อยเกินกว่าจะใส่ใจ

               ทว่า...ไม่รู้เพราะเป็นแผลสดใหม่หรือไม่ มันอาจจะเจ็บแปล๊บขึ้นมาจนทำให้เขารู้สึกตัว คิ้วเข้มจึงกระตุกสองสามครั้ง ตามมาด้วยเสียงโอดครวญแหบแห้ง

               เป็นสัญญาณที่ดี...ดีจริงๆ!

                    นางลิงโลดในใจ เห็นว่าวิธีนี้ช่วยปลุกให้เขาฟื้นคืนสติ จึงกระโดดขึ้นไปบนตัวเขา ยืนจ้องมองเปลือกตาที่ขยับไปมาตาเป็นประกาย จากนั้นจึงเริ่มใช้อุ้งเท้าตบลงบนแก้มทั้งสองข้างของเขาเบาๆ อีกสามสี่ครั้ง

ความคิดเห็น