M. Writer

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทำไมฉันต้องตายอนาถแบบนี้

ชื่อตอน : ทำไมฉันต้องตายอนาถแบบนี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 17:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำไมฉันต้องตายอนาถแบบนี้
แบบอักษร

 

#ในยุคปัจจุบัน

' เต้าหู้ '  สาวน้อยสุดเด๋อหน้าตาธรรมดา  จอแบน  ตัวเตี้ย ดั้งแหมบ  ดีที่ยังขาวพ่อแม่เลยตั้งชื่อให้ว่าเต้าหู้   เป็นเด็กอีสานที่เข้ามาเรียนมหาลัยในกรุงเทพตัวคนเดียว  ด้วยตัวเธอต้องช่วยเหลือตัวเอง  ดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็กเลยเลือกที่จะพึ่งพาตัวเอง  ไม่ง้อผู้ชายหน้าไหนทั้งสิ้น  จนอายุ  22  ปี แล้ว  แต่ก็ยังไม่มีแฟนกับเค้าสักคน 

 

ไม่ว่าจะงานซ่อม  งานช่างไฟ  ปะปา  ทำเองหมด  เพราะมีอคติกับผู้ชายสมัยนี้  ว่าด้วยเรื่องเจ้าชู้  ชอบคบซ้อน  และมีกิ้ก ฟันแล้วทิ้ง ชอบทำให้เพื่อนของเธอแต่ละคนที่มีแฟน  ชอบมานั่งร้องไห้เสียใจกับเธอบ่อยๆ  เต้าหู้เลยตั้งใจกับตัวเองไว้ว่า  " แฟนของฉันต้องเป็นสุภาพบุรุษเท่านั่น!!! "  

 

เต้าหู้เป็นคนชอบอะไรเก่าๆ  วินเทจๆ  รวมไปถึงผู้ชายสมัยเก่าๆ  แบบคุณพี่อะไรเงี้ยะ  สุภาพบุรุษแบบที่เธอชอบเดะๆ  แต่ก็เป็นได้แค่ฝัน  จะมีคนแบบมีหมื่นในโลกนี้สักกี่คน  "อยากจะย้อนยุคแบบการะเกดมั่งอ่าาาาา"

 

"พอๆ เลิกเพ้อ"  บอกตัวเองแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นในหอพักของตัวเอง  ทำไมมันถึงโล่งโจ้งเยี่ยงนี้  "ว่าแล้วก็ไปซื้อของมาตุนไว้ดีกว่า"

 

@ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง  

 

เต้าหู้เดินไปที่ช่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารประจำสำหรับเด็กหอ  และของโปรดของเต้าหู้  เธอหยิบมันมาหนึ่งกล่องใหญ่  และหยิบขนมปัง  นมข้นหวาน  ผงโกโก้  และอาหารสดอีกนิดหน่อย  

 

เมื่อจ่ายตังเสร็จก็กลับมายังมอเตอร์ไซคันน้อยของตนเพื่อขับกลับหอพักที่อยู่ใกล้ๆ  ด้วยความประมาทและขี้ลืมเลยไม่ได้หยิบหมวกกันน็อคมาด้วย  แถมของที่ซื้อมาก็พะลุงพะลัง  เต้าหู้วางกล่องมาม่าไว้ที่พักเท้า  และของอย่างอื่นก็ห้อยไว้ตรงนั้นตรงนี้  สภาพรถจึงเหมือนรถมอไซขายกับข้าวมาก  

 

ขากลับก็ขับรถกลับแบบทุลักทุเลแต่ก็พอไปได้  แต่ด้วยแถวนั้นเป็นถนนใหญ่  มีรถเยอะ  จึงขับหลบไปด้วย  มองคันนู่นทีคันนี้ทีกลัวจะไปเฉี่ยวชน 

 

เอี้ยดดดดด!!!  กรี้ด!!!!!!

เพล้ง!!!!!!! ไม่ทันระวังก็มีรถยนต์เสียหลักพุ่งเข้ามาชนกับรถมอไซของเต้าหู้  ทำให้เธอกระเด็นไปชนกับขอบฟุตบาทก่อนที่สติจะดับไป เต้าหู้ก็มองเห็นของและรถกระจัดกระจาย  กล่องมาม่าของเธอก็กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง  

 

"ยังไม่ได้กินเลยอ่าาาา  เสียดายยย"  แล้วทุกอยากก็มืดดับไปพร้อมกับไทมุงเข้ามาช่วยและพยายามเรียกสติเธอ

 

#เวลาในอดีต  

@คฤหาสน์พรรคมารทมิฬ

 

"  กรี้ดดดดดด!!!  ทำไม  'พี่หลี่เฉียง' ทำกับ 'อิ้งเย่ว' แบบนี้ "  เจียงอิ้งเยว่  ลูกสาวท่านหมอหลวงเจียงลู่เฟย  กรีดร้องด้วยความโมโห  และหึงหวง  กับภาพเบื้องหน้า  ที่หยางหลี่เฉียงกำลังกกกอดกับสาวงามทั้งสามนางในห้องพักเรือนรับรองแขก  ซึ่งเป็นห้องของนางที่ใช้พักประจำเวลามาที่คฤหาสน์ของพรรคมารทมิฬ

 

"เอ้า!  อิ้งเยว่  มาแล้วหรอ  พี่นึกว่าเจ้าจะมาพรุ้งนี้สะอีก "  ประมุขของพรรคยกยิ้มหยันแบบสะใจที่ทำให้นางหัวเสีย  และเสียใจ  เพราะเขาต้องการให้มันเป็นแบบนั้น  นางจะได้ทนไม่ไหวและยกเลิกการหมั้นกับเขาสะ !

 

เป็นเพราะสัญญาของท่านพ่อของเขาและนางที่สัญญากันว่าจะให้ลูกสาวละลูกชายแต่งงานกัน  เพื่อนเชื่อมสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อน  และตอบแทนที่พ่อของนางได้ช่วยชีวิตอดีตท่านประมุข  หรือก็คือพ่อของเขานั่นเอง

 

แต่สัญญาเจ้ากรรมมีเพียงคนเดียวที่จะสามารถยกเลิกได้  คนผู้นั้นก็คือนาง  แต่เขารู้ดีว่านางไม่มีทางยกเลิกการหมั้นกับเขาแน่  เพราะนางนั้นหลงรักเขามาตั้งแต่ยังเด็ก  ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ  

 

การแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไร  นางเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่  ออกจะงามล่มเมืองด้วยซ้ำ  เพราะนางมีสรีระที่สง่างาม  บอบบาง  น่าทนุถถนอม  สักส่วนที่ผู้หญิงควรมีนางเองก็มีพร้อม  แถมยังมีเกินพอเสียด้วย 

 

ใบหน้ารูปไข่  จมูกเป็นสันโด่งรั้น  แบบคนเอาแต่ใจ  ดวงตากลมโตน่ารักสดใสสมวัย  ปากจิ้มลิ้มแต่ดูอวบอิ่มน่าสัมผัส  ผมยาวสวยดำขลับ  ผิดแต่เจ้าตัวชอบแต่งหน้าแต่งตัวจัดจ้านเกินไป  แถมนิสัยเอาแต่ใจ  อารมณ์ร้ายจนบ่าวไพร่รับใช้ก็กลัวจนตัวสั่น  เพราะนางชอบลงโทษแบบไม่มีเหตุผล  ใช้แต่อารมณ์ตน

 

เขาไม่คิดจะเอาคนแบบนางมาทำแม่ของลูกหรอก  ทั้งกฎของพรรคยังให้มีภรรยาได้แค่คนเดียวอีก  คนที่จะมาอยู่ข้างเขาต้องดีพร้อมทั้งกายและใจเท่านั้น  แต่ตอนนี้ก็ยังหาที่ถูกใจไม่เจอ  เขาเลยหาสาวงามมาปรนเปรอไปพลางๆ  ครั้งละสองสามคน  ไม่งั้นคงไม่พอสำหรับเขาเวลาต้องการปลดปล่อยหรือหาความสำราญ

 

คนคิดกฎนี่ก็กระไร  แค่หาความสำราญเล่นเขายังต้องใช้สองสามนาง  แต่จะให้เขาแต่งได้แค่เมียเดียว  เขาไม่ต้องเฉาตายเลยหรือหน้าหงุดหงิดจริง!!!

 

" น้องมาทุกตนเดือนเป็นประจำอยู่แล้ว  ใยท่านพี่จะไม่ทราบ! "  นางมองชายที่ตนรักด้วยความเสียใจ  เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยของทั้งเขาและนางอีกสามคนมันบาดตานางเหลือเกิน  

 

" เจ้าร้องไห้รึ?  ร้องทำไม!  ถ้ากลัวน้อยหน้าก็แก้ผ้าแล้วมาร่วมวงกับพวกนางสิ!  ข้าไหวอยู่แล้ว...."   เขายิ้มอย่างสะใจ  ดื้อด้านนัก  อยากจะเป็นเมียข้าจนตัวสั่น  เอาตัวมาเสนอให้เขาทุกเดือน  เพราะนางต้องการใกล้ชิดกับเขา  ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน  นางจึงขอร้องให้พ่อนางช่วยคุยกับพ่อของเขาให้นางมาพักที่เรือนรับรองทุกเดือน  เดือนละ  7  วัน  แต่เขาก็หลีกเลี่ยงไม่อยากพบนางมาโดยตลอด  จนเขาชักทนไม่ไหว  และลำคาญเต็มกลืน  มีอย่างที่ไหนเป็นสาวเป็นนางเร่มาหาผู้ชายถึงที่

 

"พี่หลี่เฉียง...."  นางร้องไห้ปานจะขาดใจ  อกข้างซ้ายปวดหนึบแทบหายใจไม่ออก  นางก้มตัวลงกุมหัวใจตนเองไว้

 

"อ้อ...  ถ้าเจ้าร่วมวงกับข้าครั้งนี้ข้าไม่นับรวมกับการแต่งงานนะ  ข้าคิดว่าเอาแค่สำราญ  เสร็จแล้วก็แยกย้าย! "

 

นางไม่มีแรงตอบกลับเขาใดๆทั้งสิ้น  นางเจ็บปวดเหลือเกิน  เจ็บปวดจนเกินจะรับไหว  น้ำตานองหน้า  นางพยายามหายใจเข้าออกแต่ก็ทำไม่ได้  จนสุดท้ายทุกอย่างก็พลันมืดสนิทลง

 

หลี่เฉียงเห็นนางก้มลงกุมหัวใจแล้วแน่นิ่งไป  เขาจึงคิดว่านางแค่เรียกร้องความสนใจ  เพราะนางชอบทำเป็นประจำเวลาไม่ได้ดั่งใจ  หรือต้องการให้คนตามใจ  และห้อมล้อมตน

 

"ไป๋ฉาง!!!  มาลากนางออกไปให้พ้นสายตาข้าที  เห็นแล้วหมดอารมณ์! "  เขาเรียกองครักษ์เงาคนสนิทที่อยู่หน้าห้องมาพานางออกไปให้พ้นหน้า  ลูกไม้ตื้นๆเยี่ยงนี้นางยังคิดว่าข้าจะเชื่อลงอีกหรอ

 

ไป๋ฉางที่ได้ยินท่านประมุขเรียกเช่นนั้น  เขาจึงเข้าไปจะประครองนางขึ้น  ถึงจะดูไม่เหมาะสมแต่ที่นี่มีเพียงเขาคนเดียว  นอกนั้นท่านประมุขก็ไล่ให้อยู่ห่างออกไปจากบริเวณนั้นคนครึ่งลี้  (250 เมตร)  และหากท่านประมุขสั่งแล้วต้องเป็นคำสั่ง  เมื่อสั่งให้เขาทำ  ก็ต้องเป็นเขา

 

ทางหลี่เฉียงเมื่อเขาสั่งให้ไป๋ฉางมาพานางไป  เขาก็กลับไปสนใจแม่นางทั้งสามต่อ  ทั้งสามเล้าโลมกันเป็นพัลวัล  ผ้าแพรหลุดหลุ่ย  เป็นภาพที่ใครเห็นก็คงต้องตกใจ  แต่กับไป๋ฉางนั้นเป็นภาพชินตาเสียแล้ว

 

ไป๋ฉางเมื่อเข้ามาพยุงนางขึ้นกลับสัมผัสได้ว่าตัวนางเย็นชืดกว่าปกติ  เขาจึงถือวิสาสะจับชีพจรนาง  เป็นดังคาด  นางไม่มีชีพจรแล้ว  

 

ไป๋ฉางเมื่อเข้ามาพยุงนางขึ้นกลับสัมผัสได้ว่าตัวนางเย็นชืดกว่าปกติ  เขาจึงถือวิสาสะจับชีพจรนาง  เป็นดังคาด  นางไม่มีชีพจรแล้ว  

 

ไป๋ฉางเห็นดังนั้นจึงรีบรายงานท่านประมุขในทันที  " นายท่าน  คุณหนูอิ้งเยว่  ไม่หายใจขอรับ  นางตัวเย็นมาก  จับดูชีพจรก็ไม่พบ!!!"  

 

หลี่เฉียงได้ยินก็ตกใจ  หยุดการโลมลันในทันที  เขารีบลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วก้าวเข้ามาอุ้มนางออกไปจากห้อง  ตรงไปที่ห้องโอสถ  แล้วสั่งให้ไป๋ฉางออกไปเรียกหมอประจำคฤหาสน์มาให้ในทันที

 

" อิ้งเยว่  เจ้าจะมาตายในบ้านข้าไม่ได้นะ  ไม่งั้นท่านพ่อท่านแม่เอาข้าตายแน่!  ไหนจะครอบครัวเจ้าอีก!  "  เขาพูดให้คนในอ้อมกอดฟัง  แต่ไม่รู้ว่านางจะได้ยินเขาไหม  เขาไม่ได้ห่วงนางถึงขนาดนั้น  แต่เป็นห่วงตัวเองมากกว่า  ก็เขาไม่ได้คิดอะไรกับนางหนิ

 

------------------------------------------------------------

 

ก็นะ  เฮียแกไม่มีหัวจายยยยยยย

 

แต่ไรท์มีหัวใจนะ  เลยอยากได้กำลังใจ  คอมเมนต์ให้กำลังใจไรท์หน่อยน้าาาาา  จะได้รู้ว่าทุกคนคิดยังไงมั่ง  จุ้บๆๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น