Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10 100%

คำค้น : โคแก่, หญ้าอ่อน, โรแมนติก, น่ารัก, ดุแต่ใจดี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 100%
แบบอักษร

 

 

พอลงมาถึงอาคารด้านหน้าของโรงพยาบาล ศรุตก็ขับรถเช่าไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่นั่นหล่อนได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อจรัญ แต่แสนรักคุ้นๆ ชื่อว่าเขาอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ศรุตติดต่อสั่งให้เตรียมของ ก่อนไปเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองด้วยกันเมื่อวันก่อน 

“คุณจรัญ คนนี้หรือเปล่าที่...” 

หล่อนยังถามไม่ทันจบดี ศรุตก็พูดสวนกลับมา 

“ใช่ คนนี้แหละจรัญ คนเดียวกับที่เธอได้ยินชื่อตอนเราไปเอาของก่อนจะไปเที่ยว” 

เลขาฯ หนุ่มหน้าตี๋ส่งยิ้มให้ก่อนจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ แสนรักจึงแนะนำตัวกลับไปแล้วก็แอบมองเขาไปด้วย เขาน่าจะอายุไล่เลี่ยกับศรุต แล้วก็ดูเป็นคนยิ้มง่ายเข้าหาง่ายกว่าศรุตมากด้วย  

พอแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแสนรักก็บอกกับศรุตว่า “แสนรักขึ้นเรือกลับเกาะไปก่อนก็ได้ คุณศรุตจะได้ทำงานต่อสบายๆ” 

“ได้ยังไง มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ” 

“แต่คุณศรุตมีงาน” 

“งานของฉันอย่างดีสักชั่วโมงหรือไม่ก็สองชั่วโมงก็เสร็จแล้ว แต่เดี๋ยวฉันจะเปิดห้องให้ เธอก็ขึ้นไปรอบนห้องระหว่างที่ฉันทำธุระก็แล้วกัน” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น” 

“แต่ฉันว่าต้อง...” 

ศรุตตัดสินใจเสร็จสรรพแล้วหันไปพยักหน้ากับเลขาฯ หนุ่มพร้อมชูสองนิ้วในลักษณะบอกจำนวนมากกว่าจะเป็นลักษณะของการให้กำลังใจ แค่นั้นเลขาฯ ส่วนตัวผู้รู้งานก็ไปจัดการทันที  

หลายนาทีต่อมาเลขาฯ ส่วนตัวก็เดินกลับมาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย พนักงานของโรงแรมที่เดินตามมาก็เชิญแขกไปยังห้องพัก แสนรักจึงได้แต่จำใจเดินตามเขาไปยังห้องพักด้วยกัน เพราะไม่อยากถูกดุต่อหน้าคนอื่น 

ครู่ใหญ่ถัดมา พอมาถึงหน้าห้องพนักงานโรงแรมก็ใช้คีย์การ์ดเปิดประตู จรัญเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยในห้อง ทั้งประตู หน้าต่าง ระบบน้ำระบบไฟทุกอย่างก่อนจะเดินออกมารายงานศรุต คนเป็นเจ้านายจึงหันมาบอกหล่อนต่อเป็นเชิงสั่ง 

“เธออยู่ห้องนี้ ส่วนของฉันห้องถัดไป” 

แสนรักฟังแล้วก็ทำตาปริบๆ ก็เขาแค่เปิดห้องพักให้หล่อนซุกหัวฆ่าเวลาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงต้องจองสองห้อง ทำอย่างกับจะพักค้างคืนที่นี่อย่างนั้นแหละ 

“ทำไม...” 

แสนรักยังเอ่ยไม่ทันจบ ศรุตก็ชิงตอบเสียก่อน 

“ตอนที่จรัญติดต่อรีเซฟชันเมื่อกี้ ฉันให้เขาโทร. บอกคุณสินธรแล้วว่าวันนี้เราจะไม่กลับไปที่เกาะ จะค้างคืนที่นี่หนึ่งคืน ฉันทำธุระแค่ไม่นานก็จริง แต่ไหนๆ มาแล้วก็อยากเที่ยวบนเกาะนี้ด้วย” 

คำตอบของเล่นเอาหล่อนถึงกับร้องเสียงหลงเลยทีเดียว 

“ใครบอกว่าแสนรักจะค้างคืนกับคุณศรุต!” 

“ฉันนี่แหละบอก” เขายังมีหน้าตอบแถมสั่งอีกด้วยว่า “แล้วก็เลิกโยกโย้ได้แล้ว ฉันจะได้รีบไปจัดการเรื่องงาน ส่วนเธอก็เข้าไปในห้องได้แล้ว”  

ศรุตกล่าวและพยักพเยิดให้หล่อนเข้าไปในห้อง แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังดื้อไม่ยอมทำตาม เขาก็ส่งยิ้มเย็นให้ก่อนทำท่าจะอุ้มหล่อนเข้าไปเอง จนแสนรักต้องยอมทำตาม 

“โอเค โอเค แสนรักเข้าแล้วค่ะ” 

แสนรักก้าวเข้าไปในห้องด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ไม่เข้าใจว่าเขาจะหิ้วหล่อนไปไหนมาไหนด้วยทำไมนักหนา ทำตัวติดกับหล่อนเป็นตังเมอยู่ได้ แล้วเจ้ากรรมที่หล่อนก็ต้องยอมเขาด้วย เพราะว่าเขาเป็นแขกคนสำคัญของรีสอร์ตและหล่อนก็มากับเขา 

“รอในห้อง เดี๋ยวรูมเซอร์วิสจะยกอาหารมาให้ หรือถ้าอยากสั่งอะไรเพิ่ม ก็โทร. เรียกรูมเซอร์วิสได้เลย” 

“สายเปย์สุดๆ” 

“พูดว่าอะไรนะ” 

“เปล่าค่ะ” หล่อนปฏิเสธเสียงสูง “คุณศรุตไปจัดการเรื่องงานเถอะค่ะ แสนรักจะอยู่ในนี้ ไม่ไปไหน” 

หญิงสาวให้สัญญาแล้วดึงบานประตูเตรียมปิดเป็นการตัดบท แต่ถูกศรุตเอามือยันประตูไว้พร้อมกับมองหน้าหล่อนด้วยแววตาที่เจ้าตัวถึงกับสะท้าน มันเป็นแววตาของการคาดโทษว่า ถ้าหล่อนแสร้งรับคำว่าจะยอมรอเขา แต่ระหว่างที่เขาไปจัดการธุระ แล้วหล่อนหนีกลับไปที่รีสอร์ตบนเกาะคนเดียว แล้วทิ้งเขาไว้ที่นี่ละก็ จบไม่สวยแน่ 

“ไปสิคะ แสนรักไม่ไปไหนหรอก จริงๆ” 

ศรุตหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะยอมละมือที่ยันประตูออกและยอมให้แสนรักปิดประตู จากนั้นเขาก็เดินไปยังห้องถัดไป เพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เลขาฯ เตรียมมาให้และพนักงานเพิ่งจะขนขึ้นมา พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเขาก็ไปจัดการธุระเรื่องงานตามที่พูดไว้ 

ฝ่ายแสนรักพอเข้ามาในห้องก็เดินไปที่ระเบียง เปิดประตูระเบียงออกไปยืนชมวิวทิวทัศน์แก้เซ็ง แต่พอเห็นบรรยากาศของโรงแรมหรู ก็ถอนหายใจว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่ ถ้าเป็นปกติหล่อนคงไม่มีทางมาพักแน่ เพราะหล่อนไม่เคยได้ไปเที่ยวไหน ถ้าไม่ใช่ไปทัศนศึกษากับโรงเรียนก็ไม่ต้องหวังเลย 

หญิงสาวถอนหายใจอีกระลอกแล้วยืนอยู่ตรงระเบียงครู่ใหญ่ก่อนจะกลับเข้ามาในห้อง หล่อนมองสภาพห้องพักหรูๆ ที่ห้องน้ำใหญ่อย่างกับจะเป็นห้องนอนอีกห้องได้อย่างเหนื่อยใจ  

จากการอยู่ในบ้านที่ทำธุรกิจนี้ ถึงหล่อนจะไม่ได้มีส่วนในการบริหาร แต่การที่เรียนด้านนี้และพอจะรู้อัตราการบริการ ก็พอจะเดาได้หรอกว่าที่นี่ราคาไม่ถูกแน่  

คิดแล้วเจ้าตัวก็อยากรู้ขึ้นมา จึงไปนอนเอกเขนกบนเตียงคิงไซซ์ พร้อมกันนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมแห่งนี้ เพราะจำได้ว่าตอนเดินจากล็อบบีมาเมื่อครู่นี้ หล่อนเห็นป้ายบอกทางไปฟิตเนสด้วย แสดงว่าโรงแรมนี้ราคาต้องไม่เบาแน่ แล้วมันก็ไม่เบาอย่างที่คิดจริงๆ เมื่ออึดใจต่อมาหล่อนเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของโรงแรมและเปิดดูราคาห้องพักที่ถูกที่สุด  

“โอ๊ย ตาย ห้องนี้สี่พัน จองสองห้องแปดพัน นั่นเงินค่าขนมสองเดือนรวมกันเลยนะไอ้แสนรัก” 

หล่อนครางพลางทำหน้าเบ้ แล้วจึงหงายหลังทิ้งตัวลงนอนมองเพดานห้องอย่างใจลอย เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้เจอกับศรุต 

ระยะเวลาไม่กี่วันที่ได้รู้จักกับเขา มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ที่เจอเขาแบบจังๆ เพราะถูกวิ่งราว จนกระทั่งต้องตกกระไดพลอยโจนไปเที่ยวด้วยกัน แล้วก็เกือบต้องติดเกาะด้วยกัน ได้นอนเต็นท์ด้วยกัน ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน เหมือนได้รู้จักกันมากขึ้นในแต่ละวินาทีที่ผ่านไป 

“คุณศรุตอย่าทำดี อย่าดูแลแสนรักดีนักสิ รู้ไหมทำแบบนี้หัวใจผู้หญิงมันหวั่นไหวนะ” 

แสนรักว่าพลางถอนหายใจก่อนจะดีดดิ้นไปมาบนเตียงกับความคิดที่ว่า ตอนนี้หล่อนเริ่มชอบเขาไปแล้ว เพราะเขาดีไปเสียทุกอย่าง ดีจนไม่มีข้อติ ดีแบบที่สาวๆ คนไหน ถ้าได้อยู่ใกล้ ถ้าไม่หวั่นไหวใจเต้นก็บ้าแล้ว! 

หญิงสาวมัวแต่ดิ้นอยู่คนเดียวกับความคิดของตนเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฟากฝั่งหนึ่งนั้น ที่ห้องคนไข้ในโรงพยาบาล มีใครคนหนึ่งไปเยี่ยมนายสุด หลังจากที่ทั้งสองคนได้ออกมาแล้วพักใหญ่  

  

 

“คุณวิตา!” 

นายสุดตกใจเมื่อเห็นภวิตาถือช่อดอกไม้เดินมาหาถึงปลายเตียง โดยมีผู้ช่วยพยาบาลนำทางมาให้ เจ้าหล่อนยังคงวางท่าเย่อหยิ่งทำคอเชิดเหมือนเดิมทุกครั้ง แล้วก็ไม่มีการขอบคุณผู้ช่วยพยาบาลที่อุตส่าห์เดินนำมาจนถึงเตียงคนไข้เลยแม้แต่น้อย 

คล้อยหลังจากผู้ช่วยพยาบาลจากไปแล้ว ภวิตาก็วางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะคร่อมเตียงที่อยู่ปลายเตียงคนไข้ด้วยท่าทีไม่ค่อยชอบใจนัก พร้อมกันนั้นก็มองกวาดไปยังสองข้างเตียงซ้ายขวาอย่างดูแคลน เพราะเจ้าตัวไม่เคยมาที่ห้องพักฟื้นคนไข้แบบรวมมาก่อน ระดับภวิตาเคยแต่อยู่ห้องพิเศษเท่านั้น 

“ฉันเอาดอกไม้กับของมาเยี่ยม คุณปู่สั่งมา”  

ภวิตาอ้างไปอย่างนั้น เพราะความจริงไม่ใช่สินธรที่สั่ง แต่เป็นพิมพ์นรีผู้เป็นแม่ต่างหาก เพราะพิมพ์นรีรู้ว่าแสนรักถูกสินธรสั่งให้มาเยี่ยมนายสุดและศรุตก็ขอตามมาด้วย จึงส่งให้ภวิตามาหานายสุด เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายมาหานายสุดทำไม โดยไม่ได้บอกเรื่องที่แอบได้ยินศรุตคุยกับสินธรให้ลูกสาวรู้ 

“ขอบคุณครับคุณวิตา ฝากขอบคุณคุณท่านด้วยครับ” นายสุดยกมือที่มีสายน้ำเกลือเจาะอยู่บนหลังมือขึ้นไหว้ 

ภวิตาพยักหน้ารับไปแกนๆ ก่อนจะถามหาน้องสาวต่างแม่ 

“แล้วนี่ยายแสนรักกับคุณศรุตยังไม่มาเยี่ยมเหรอ” 

“มาแล้วครับ เพิ่งกลับไปได้สักครึ่งชั่วโมงก่อนนี้เองครับ”  

ท่าทางและคำถามแปลกๆ ของภวิตา ที่ไม่น่าจะสนใจน้องสาวนอกไส้คนนั้น กลับทำให้นายสุดหวนนึกถึงคำพูดของศรุตขึ้นมา 

‘ผมแค่ต้องการความจริง ถ้าสิ่งที่ผมคิด มันมีความเป็นไปได้ ถ้ามีคนผลักแสนรักตกลงมาจริง คนคนนั้นก็ต้องเป็นใครสักคนที่อยู่บนเกาะ ที่ทำร้ายคนอื่นแล้วยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้หน้าตาเฉย’ 

“แล้วนี่ต้องอยู่อีกกี่วันล่ะ” ภวิตาถามต่อ  

“พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วครับ” 

“งั้นก็ดี” 

ภวิตาเอ่ยแต่มันทำให้นายสุดเริ่มไม่สบายใจ ว่าคำว่าดีของภวิตานั้นมันฟังดูแปลกๆ จนไม่แน่ใจแล้วว่ามันจะดีจริงสำหรับใครกันแน่  

“คุณวิตาครับ ผม...” 

“มีอะไร” 

“ผมขอ...” 

นายสุดพูดความต้องการออกไป แต่มันกลับทำให้ภวิตาถึงกับจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนที่อึดใจถัดมาสาวสวยที่เพิ่งมาเยี่ยมคนไข้ได้ไม่ถึงห้านาทีจะสะบัดหน้าพรืดเดินจากไปด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างโกรธจัด เพราะสิ่งที่นายสุดพูดนั้นมันทิ่มแทงใจหล่อนมากเหลือเกิน ขณะที่คนพูดก็ได้แต่กล้ำกลืนความสิ้นหวังนี้ไว้ในอกและหวังว่ามันจะไม่เกิดเรื่องร้ายๆ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว! 

 

 

*************************** 

 

น้าสุดรู้อะไร น้าสุดรู้เรื่องเมื่อ 13 ปีก่อนใช่ไหม แล้วน้าสุดพูดอะไรออกไปน๊าาาาา 

พี่วิตาถึงได้โกรธปุดๆ อะไรที่ทำให้ทิ่มแทงใจขนาดนั้น ต้องรอดูกันต่อไป 

ใครกันแน่ที่เป็นคนผลักแสนรักตกลงมา อิๆๆๆ 

  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น