ดวงดุษณี / MARITA
facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 06:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 (100%)
แบบอักษร

เที่ยงวันเสาร์ร้านผัดไทชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ด้านนอกต้นไม้ใหญ่พัดพาเอากลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆผ่านเข้ามายังหน้าต่างไม้สักที่เปิดกว้าง ด้านในเสียงพูดคุยกันกลบเสียงดนตรีไปจนหมดสิ้น ตรงมุมร้านห่างไกลผู้คนชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคมคายเงียบขรึมทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง 

หวนคิดถึงเหตุการณ์วันก่อนที่เผอิญพบมธุรานอกเมือง เส้นผมหอมกรุ่นกลิ่นดอกไม้คล้ายจะติดอยู่ที่ปลายจมูก ดวงหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเด่นชัดในความรู้สึก คิดถึงเพียงเท่านี้หัวใจเขาก็วูบไหว

“วิน!” ร้อยโทสีหราชเห็นเพื่อนสนิทใจลอยไม่รู้ไปถึงไหน เขาเลยจงใจเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังกว่าปกติ ร่างหนาสะดุ้งนิดๆหยุดความรู้สึกแปลกๆ

ธาวินมองข้ามหมวดสิงโตไปด้านหลังแต่ไม่เห็นคู่หมั้นสาวของเขา “สิงโตมาคนเดียว?” 

ผู้หมวดพยักหน้าแล้วนั่งลงตรงข้าม “ฉันแวะมาซื้อผัดไทให้แตน้อย”

“จำเป็นต้องมาเองด้วย?” ชื่อเสียงเรื่อง ‘รักน้องสาวอย่างรุนแรง’ ของหมอนี่สงสัยว่าจะไม่ใช่แค่คำรำ่ลือ

“วันธรรมดาแตน้อยช่วยงานคุณอาที่ห้าง พอวันเสาร์ก็ไปช่วยงานคุณแม่ฉันที่บริษัท” ผู้หมวดพูดไปก็ลอบสังเกตสีหน้าอีกฝ่าย แววตานิ่งๆของเซนเซมีความแปลกใจไม่เชื่อถืออยู่หลายส่วน “น้องสาวฉันขยันมากใช่ไหม อาทิตย์นึงหยุดงานแค่วันอาทิตย์วันเดียวเอง” พี่ชายยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ น้องสาวใครหนอช่างประเสริฐเช่นนี้

ธาวินยังคงนิ่งเงียบแววตาแสดงความสนอกสนใจเขาจึงพูดต่อ “แตน้อยเวลางานยุ่งข้าวปลาก็ยังลืมกิน ทุกวันเสาร์ฉันเลยต้องเอาข้าวกล่องไปส่งด้วยตัวเอง แตน้อยกินเสร็จเมื่อไหร่ฉันถึงจะวางใจ”

คิ้วเข้มของเซนเซวินขมวดนิดๆ ใครจะไปคิดว่าลูกเศรษฐีอย่างเธอจะยุ่งตัวเป็นเกลียวแม้แต่เวลาจะเที่ยวเล่นก็ยังไม่มี เขาดูคนผิดไปแล้วจริงๆ 

ร้อยโทสีหราชมองเห็นเพียงแววตาคล้ายแฝงอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก เขาจึงคาดเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ขณะกำลังจะผละไปสั่งผัดไทให้น้องสาวเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาของหมวดสิงโตเคร่งขรึมผิดปกติ ธาวินเงยหน้ามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย 

“ต้นส้มไม่สบายฉันต้องไปดูเธอหน่อย ยังไงฝากวินเอาข้าวกล่องไปให้แตน้อยด้วยนะ” เขาพูดพลางล้วงเอาบัตรผ่านวีไอพีบริษัทของครอบครัวที่มีธุรกิจก่อสร้างใหญ่โตวางลงบนโต๊ะ 

“สิงโต!” เซนเซวินตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิทไล่หลัง

ไม่ทันแล้ว พอหมวดสิงโตได้ยินว่าคู่หมั้นสาวไม่สบายหัวใจก็ร้อนรุ่มอยากไปดูคนรักเร็วๆ ทิ้งให้เซนเซวินถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอช่างเป็น ‘ตัวอันตรายน้อย’ หาเรื่องมาให้เขาอยู่ร่ำไป ครั้นจะทำเป็นหลงลืมก็กลัวว่าเด็กคนนั้นจะลืมกินข้าวกินปลาแล้วเป็นลมเป็นแล้งไป พอจินตนาการว่าร่างบอบบางนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล หัวใจแกร่งก็คล้ายถูกเข็มทิ่มแทงอย่างไร้สาเหตุ 

ร่างสูงลุกขึ้นพรวดไปสั่งอาหาร

…วันนี้เป็นเด็กส่งอาหารสักวันจะเป็นอะไรไป!

 

ธาวินหยุดอยู่ข้างหน้าตึกหลังโต แหงนหน้ามองอาคารโมเดิร์นมูลค่าหลายล้านแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ มาถึงที่นี่แล้วเขากลับละล้าละลังว่าควรจะเดินหน้าต่อไปหรือควรจะหันหลังกลับดี การเอาตัวเองเข้ามายุ่งกับ ‘ตัวอันตรายน้อย’ เป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าสักนิด 

ขณะที่ยังตัดสินใจไม่ได้เสียงเรียกชื่อตัวเองก็ดังขึ้น ผู้จัดการวัยกลางคนรีบร้อนสาวเท้าตรงมาหา ราวกับกลัวว่าเขาจะหันหลังจากไป 

“คุณวินเชิญครับเชิญ เมื่อกี้คุณสิงโตโทรฯมาบอกว่าคุณวินจะเอาข้าวมาส่งให้คุณกระแต จะบ่ายโมงแล้วคุณกระแตยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ธาวินจึงไม่มีทางเลือกเดินตามผู้จัดการเข้าไปข้างใน 

เมื่อใช้บัตรวีไอพีที่เพื่อนสนิทให้ผ่านเข้ามาข้างใน ผู้จัดการจึงเดินนำเขาไปที่ลิฟท์ของผู้บริหารท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของหลายๆคน กดลิฟท์หมายเลขห้าแล้วผู้จัดการก็ฝากฝังเจ้านายสาวให้ธาวินดูแลเสร็จสรรพ ปล่อยให้เขาขึ้นไปชั้นห้าเพียงคนเดียว

ประตูลิฟท์เปิดแล้วหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งก็มายืนรออยู่ข้างหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเข้าใจว่าคงเป็นเลขา แค่เอาข้าวมาส่งกระแตแค่นี้พวกเขาก็ให้การต้อนรับราวกับว่าเขาเป็นคนสำคัญ

เลขาสาวเคาะประตูห้องสองสามทีก็ได้ยินเสียงใสๆตอบรับ เธอผลักประตูเข้าไปรอจนเขาเข้าไปข้างในแล้วจึงปิดประตูตามหลังอย่างเบามือ 

ภาพหญิงสาวหน้าตาสะสวยผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่ด้านหลังโต๊ะตัวโต สายตาจดจ่อกับจอคอมพิวเตอร์ทำให้ลมหายใจเขาสะดุด หัวใจเต้นผิดจังหวะ จากเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองเปลี่ยนเป็นผู้หญิงจริงจังกับำงานทำให้เขาชื่นชม และรู้สึกว่ากระแตน้อยในตอนนี้น่ามองเหลือเกิน

เมื่อคนที่เข้ามาไม่ยอมพูดจาหญิงสาวจึงช้อนขนตางอนยาวขึ้นมอง เมื่อตาสบตาต่างฝ่ายต่างจ้องมองแต่แล้วนัยน์ตาสีนิลก็เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มธุราหลบสายตาแล้วเดินไปหาแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“สิงโตติดธุระ พี่เลยเอาข้าวมาส่งให้เราแทน” เรียนคาราเต้กับเซนเซวินมาเกือบสองอาทิตย์แล้วความสนิทสนมของพวกเขาจึงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมคำหาจึงเปลี่ยนไป

ตอนแรกเธอคิดว่าเอาข้าวกล่องมาส่งแล้วเขาคงกลับไป แต่คิดไม่ถึงว่าเขากลับหย่อนตัวนั่งลงแล้วผลักข้าวกล่องไปที่ว่างตรงข้าม ส่วนตัวเองคว้าช้อนส้อมพลาสติคแล้วก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ 

มธุราเอียงคอมองด้วยความสงสัยแต่ก็ยอมนั่งลงจัดการกับผัดไทกลิ่นหอมน่าตาน่าทาน เธอคิดจะเอ่ยปากถามว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าต้องการสนทนา เธอจึงก้มหน้าก้มตาจัดการผัดไทแล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลา

“เรื่องเลี้ยงข้าวพี่แตคงไม่ลืมหรอกใช่ไหม” จู่ๆเขาก็ทวงเรื่องนี้ขึ้นมา เธอลืมไปแล้วจริงๆ พอถูกถามร่างเล็กจึงสะดุ้งนิดๆ ส่ายหน้ายืนยันว่ายังไม่ลืม

ฮู้ว! เกือบถูกจับได้

เขาคล้ายจะพูดอะไรต่อแต่แววตาลึกล้ำตรึงอยู่ที่ดวงหน้างามเนิ่นนานกว่าจะยอมถอนสายตา มือหนาคว้าทิชชูแล้วเช็ดเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ติดอยู่ใบหน้าเนียนอย่างตั้งอกตั้งใจ นัยน์ตาลึกล้ำสุดจะหยั่งทำให้เธอทั้งประหม่า ทั้งเขินอาย ความร้อนแล่นซ่านบนใบหน้า ความไร้เดียงสาและใบหน้าเปล่งปลั่งน่ารักน่าเอ็นดูจนเขาอยากจะลิ้มรสริมฝีปากอมชมพู

เซนเซวินชักมือกลับกระแอมกระไอเล็กน้อยแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ยิ่งอยู่ใกล้ ‘ตัวอันตรายน้อย’ เขาก็ยิ่งหวั่นไหวเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วจู่ๆเสียงของเพื่อนสนิทที่บอกว่าคนที่ชอบกระแตน่าสงสารแค่ไหน เมื่อก่อนเขาไม่เชื่อในเรื่องความแตกต่างในฐานะ แต่ตอนนี้มาคิดดูก็รู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาไม่อาจเอื้อมจริงๆ ตัดไฟเสียแต่ต้นลมเพื่อป้องกันความยุ่งยากต่างๆที่จะตามมานับเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“เย็นนี้พี่วินว่างไหมคะ” มธุราถามแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ เธอพูดเสียงเบาเกือบเป็นเสียงกระซิบอย่างมีลับลมคมนัย “แตจะเลี้ยงข้าวตอบแทนที่พี่วินช่วยรักษาความลับ” 

เมื่อครู่ตัดสินใจแล้วว่าควรจะอยู่ห่างๆ ‘ตัวอันตรายน้อย’ จะดีกว่า แต่น้ำเสียงปนความออดอ้อน ดวงตาใสกระจ่างคล้ายเด็กน้อย และริมฝีปากยั่วยวนเช่นนี้เขาไม่อาจใจแข็งต่อไปได้เลยจริงๆ

ให้ตายเถอะ!!! เซนเซวินสบถออกมาในใจดังๆ  

ผู้กล้ายากจะผ่านด่านสาวงามโดยแท้ จะโทษ ‘ลูกผู้ชายทั้งแท่ง’ อย่างเขาไม่ได้นะ!

 

เย็นวันเดียวกันมธุราคิดว่าจะไปนัดเจอกับธาวินที่ร้านอาหาร แต่เขากลับบอกว่าเจอกันที่โรงเรียนสอนคาราเต้ เมื่อไปถึงบ้านพักของเขาที่อยู่ด้านหลังโรงเรียน เยี่ยมหน้าเข้าไปมองในบ้านกลับไม่เห็นใคร

พี่วินคงไม่ลืมนัดหรอกใช่ไหม

มธุรายืนเขว้งคว้างอยู่ในห้องรับแขกตัดสินใจเรียกชื่อเจ้าของบ้าน “พี่วิน” 

“เข้ามาสิ” 

หญิงสาวเดินตามเสียงนั้นเข้าไปข้างใน ดวงตาคู่งามเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เพราะเซนเซวินผู้หล่อเหลาเวลานี้สวมผ้ากันเปื้อนอยู่ในห้องครัว บนโต๊ะมีของสดของแห้งเยอะแยะไปหมด

ภาพนี้คล้ายกับว่าเธอจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน คุ้นๆอย่างไรชอบกล แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

ใบหน้าหล่อเหลาหันมายิ้มให้นิดๆเมื่อเธอเดินมาใกล้ “แค่หั่นผักแตคงทำเป็นใช่ไหม”

ตั้งแต่รู้จักกันมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขายิ้มให้เธอ รอยยิ้มนิดๆแต่ก็มากพอที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ จู่ๆหัวใจก็อ่อนแอขึ้นมาดื้อๆ

…พี่วินไม่ยิ้มจะดีกว่า

มีดกับเขียงผลักถูกมาตรงหน้า ตามด้วยจานผักสด “หั่นผักง่ายๆแค่นี้เราทำเป็นใช่ไหม” เขาพูดพลางหั่นแตงกวาให้ดูเป็นตัวอย่าง แค่ท่าทางการหั่นผักของเขาก็ชำนาญราวกับมืออาชีพ ทำให้มธุราต้องเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับเซนเซวินใหม่ เป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิค เปลี่ยนยางรถได้ แล้วยังทำกับข้าวเป็นอีก ผู้ชายคนนี้จะเก่งกาจเกินไปแล้ว

นัยน์ตาสีนิลลุ่มลึกมองเธออย่างรอคอย หญิงสาวจึงดึงสติกลับมา หมุนตัวไปล้างมือเสร็จจึงคว้าผักสดมาหั่นด้วยความตั้งอกตั้งใจเพราะกลัวว่าถ้าทำไม่ดีจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ ท่าทางจริงจังเกินไปของเธอช่างน่ารัก น่ากิน ไม่ใช่สิ! น่ามองเหลือเกิน!

แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านนายพลสั่งยกเลิกไม่ให้กระแตเรียนคาราเต้อีก เพราะสงสารลูกสาวที่เนื้อตัวฟกช้ำดำเขียว โอกาสที่จะได้ทานข้าวสองต่อสองเช่นนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ความจริงเขาไม่อยากใกล้ชิดกับ ‘ตัวอันตรายน้อย’ ถ้าไม่จำเป็นเพราะกลัวความยุ่งยากที่จะตามมา แต่ไม่รู้ทำไมถึงใจหายที่จะไม่มีโอกาสได้พบเธออีก

“หั่นแบบนี้ใช้ได้ไหมคะ” เสียงใสปลุกเขาตื่นจากภวังค์ความคิด นัยน์ตาที่คล้ายจะยิ้มได้จึงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม รอยยิ้มตรงริมฝีปากเลือนหาย จู่ๆเขาก็เปลี่ยนเป็นต้นไม้แข็งทื่อหมื่นปีมธุราจึงเข้าใจผิดคิดว่าฝีมือตัวเองไม่ได้เรื่อง จิตใจพลันห่อเหี่ยว คล้ายลูกแมวน้อยถูกเจ้าของทอดทิ้งกลางสายฝน หัวใจแกร่งวูบไหวยกมือขึ้นลูบผมเธอให้รางวัล

“ใช้ได้” รอยยิ้มจางๆระบายบนใบหน้าหล่อเหลา  

ได้รับคำชมแล้วหัวใจดวงน้อยก็พองโตคับอก ช้อนขนตางอนยาวและประกายตาเจิดจ้าขึ้นมอง รอยยิ้มบนดวงหน้างามสว่างไสวยิ่งกว่าแสงดาว 

รอยยิ้มอ่อนหวานบริสุทธิ์เช่นนี้

….แล้วเขาจะตัดใจได้อย่างไร?

   

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น