หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 597

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ (1)
แบบอักษร

เขาหลิงซาน วันตงจื้อ (วันตงจื้อ (冬至) หรือตงโจ่ย ตรงกับวันที่ 21-23 ธันวาคม เป็นวันที่กลางคืนยาวนานกว่ากลางวันเพราะดวงอาทิตย์ส่องแสงสั้นที่สุด)

หิมะตกหนัก เกล็ดหิมะสีขาวปกคลุมไปทั่วบริเวณ ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ใบหลุดร่วงคงเหลือแต่กิ่งก้าน กองหิมะกองหนึ่งขยับเคลื่อนไหวไปมาราวกับบางสิ่งที่อยู่ข้างใต้กำลังเคลื่อนตัว ลมหนาวพัดมาอย่างแรง กระทบกับลำต้นขนาดสองคนโอบส่งเสียงดังตึง 

“เมี้ยว!” พร้อมกันนั้น เสียงเล็กๆ ของแมวตัวหนึ่งดังประสาน 

ใต้หิมะหนากว่าสิบชุ่น (10 นิ้ว) แมวตัวหนึ่งเพิ่งโผล่หัวขึ้นมา 

เกล็ดหิมะสีขาวสะอาดตาแปะอยู่บนศีรษะตัดกับขนสีเทาที่ดูไร้ระเบียบของมันอย่างยิ่ง มันหยัดยืนด้วยขาทั้งสี่ ก่อนพ่นลมหายใจพรืด เมื่อนั้นหิมะที่อัดอยู่ในรูจมูกจึงกระเด็นออกมา มันสูดลมหายใจลึก สีหน้าผ่อนคลายเมื่อหายใจคล่องขึ้นแล้ว 

เจ้าเหมียวหันซ้ายแลขวา มองกองหิมะที่สูงเกือบท่วมศีรษะแล้วถอนหายใจแรง ด้วยเพราะเป็นแมวตัวอ้วนขาสั้น การจะปีนป่ายข้ามกองหิมะหนาถึงเพียงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้เรี่ยวแรงมากกว่าปกติกว่าเท่าตัว 

เจ้าเหมียวส่งเสียงร้องขัดใจเมื่อปีนครั้งแรกพลาด ตัวของมันไถลลงมาและหล่นแอ้กอยู่ที่เดิม มันนอนหงายแผ่หราหมดสภาพ กระนั้นก็ยังไม่ละความพยายาม มันพลิกตัวยืนหยัดด้วยขาทั้งสี่อีกครา จากนั้นจึงตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปอีกครั้งหนึ่ง ปากของมันคาบบางสิ่งไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับเป็นของสำคัญ 

เจ้าแมวสีเทากัดฟัน แววตามุ่งมั่น ส่งเสียงฮึบคำหนึ่งกระโดดขึ้นมายืนบนกองหิมะได้สำเร็จ มันแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ติดที่ว่าเท้าข้างหนึ่งของมันกำลังจะจมลงไปในกองหิมะอีกครั้ง 

ไม่อาจเสียเวลาไปมากกว่านี้ มันยกเท้า ก้าวเดินไปข้างหน้า ใบหน้าแหงนเงยมองท้องฟ้า 

วันนี้ฟ้าขมุกขมัว คำนวณเวลาได้ยากยิ่ง หากคะเนดูแล้วคงยังไม่เกินสามชั่วยาม หากเร่งฝีเท้า อีกหนึ่งชั่วยามก็น่าจะถึงสำนักหลิงซาน ทันเวลาพอดิบพอดี หรือถ้าช้าไปสักเล็กน้อย ซือฝุคงไม่ใจร้ายตัดคะแนนเสียเกือบครึ่งหรอกกระมัง ไหนๆ นางก็เพียรพยายามหาเจ้าสมุนไพรตัวนี้ได้ทั้งๆ ที่หิมะตกหนักเพียงนี้ มิใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งเป็นตัวนางที่ไม่มีความโดดเด่นทางด้านใดเลย กลับพยายามจนหาเจ้านี่มาได้ นับว่าน่ายกย่องยิ่งแล้ว 

หลี่จิวฮวาอยู่เขาหลิงซานสองปี เรียนวิชากับซือฝุสองปีกลับไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก ศิษย์คนอื่นสามารถใช้วิชาตัวเบาไปโน่นมานี่ในชั่วพริบตา นางยังแทบยกเท้าทั้งสองไม่ขึ้น ขนาดวิชาขั้นพื้นฐานอย่างเดินลมปราณยังทำได้ครึ่งๆ กลางๆ ดังเช่นตอนนี้ เดิมทีนางควรอยู่ในร่างมนุษย์ แต่เผลอเดินลมปราณผิดพลาดจึงทำให้ติดอยู่ในร่างแมว ผ่านมาสองชั่วยามแล้วยังไม่มีวี่แวว่าจะกลับคืนร่างมนุษย์ได้ 

จิวฮวาเดินไปปลงไป มิรู้ชาตินี้นางจะมีสิ่งใดให้พอภูมิใจได้บ้าง 

นามก้มหน้าก้มตาเดิน ลมหนาวพัดหวิววู่ แม้มีขนแมวปกคลุมยังรู้สึกเย็นๆ อยู่บ้าง 

เดินมาได้กว่าครึ่งลี้ (1 ลี้เท่ากับ 500 เมตร) ยิ่งเดินหิมะยิ่งหนา เท้าทั้งสี่ของนางจมลงไป ต้องใช้แรงยกเท้าขึ้นมามากกว่าปกติจึงจะเดินต่อไปได้ นางหายใจหอบ เริ่มเหนื่อยจนอยากจะพัก 

ทว่าเสี้ยววินาทีของความลังเล เท้าข้างหนึ่งของนางพลันสะดุดเข้ากับบางอย่าง 

นางก้มมอง ทีแรกเห็นเพียงหิมะขาวโพลน ต่อเมื่อเพ่งมองอย่างตั้งใจ จึงเห็นบางสิ่งโผล่พ้นกองหิมะออกมา บางสิ่งที่ดูคลับคล้ายคลับคลา... 

เหมียวน้อยก้มหน้าลงไป ใช้จมูกที่เย็นจัดดอมดม ทั้งผลัก ทั้งเขี่ย ยังไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใด เพียงรู้สึกว่ามันเหมือนผิวกายของมนุษย์ 

ด้วยความสงสัย นางจึงยกอุ้งเท้าหน้าเขี่ยหิมะที่ถับถมอยู่ออกเล็กน้อย 

จากจุดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ ค่อยขยายวงกว้างขึ้น นางทำตาโต ใจเต้นระทึก อุ้งเท้าอวบๆ ตะกุยหิมะว่องไวกว่าเดิม กระทั่ง... 

นางผงะถอย ก้นแทบจำเบ้ากับพื้น เมื่อพบว่จากจุดเล็กๆ ที่เห็น บัดนี้กลายเป็นใบหน้าของคนผู้หนึ่งที่ซีดขาวราวกับไร้ซึ่งลมหายใจแล้ว! 

ความคิดเห็น