Lisa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 การเดินทาง 70 %

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 การเดินทาง 70 %

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 639

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 การเดินทาง 70 %
แบบอักษร

ตอนที่ 1.2 เดินทาง

เป็นเวลาผ่านไปแล้วสองอาทิตย์ที่นิศาชลใช้เวลาเดินให้ห่างจากเมืองหลวงเธอ

เองก็เริ่มชินกับการใช้ชีวิตในโลกใบใหม่และเริ่มปรับตัวให้คุ้นชินกับร่างกายของ

หานเหม่ยหลินจนรู้สึกว่าร่างและจิตวิญญาณหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่าง

สมบูรณ์แบบเพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตั้งแต่นี้ต่อไปนิศาชลของเรียกแทนตัวเองว่าเหม่ยหลินส่วนชื่อนิศาชลนั้นของเก็บเอาไว้ในความทรงจำ

หานเหมยหลินเดินทางผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยวัฒนธรรมที่เหมือนผู้คนที่รูปร่าง

เหมือนแต่อาจจะมีภาษาเพียงเล็กน้องที่มีสำเนียงแตกต่างกันออกไปตามแต่ละ

เมืองทำให้การเดินของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่มีโอกาสได้สัมผัส

กับสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองไม่ใช่เป็นเพียงตัวหนังสือที่ตรงนั้นได้อาและอยากที่จะ

จินตนาการเรื่องราวเหล่านี้ออกมา การแต่งกายอาจมีบางทีคลายกับละครจีน

ยุคแต่จะขาดเพียงสีสันเพราะเป็นช่วงของการไว้ทุกข์ให้กับอดีตฮ่องเต้ทีสิ้น

พระชนม์ส่วนสามเชื้อพระวงศ์จากแคว้นจ้าวก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างที่

นางคาดการณ์เอาไว้ และข่าวที่สะเทือนแผ่นดินคืออดีตฮองเฮาจากตระกูลจาง

ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไทเฮาต้องย้ายออกไปอาศัยที่ตำหนักนอกวัง ซึ่งนั้นก็คือวังออกอนุญาตให้เข้าวังเพียงปีละครั้งเท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตามให้

พระนางละทิ้งตำแหน่งและออกบวชทันทีนี้เป็นราชโองการของอดีตฮ่องเต้

เห็นได้ชัดว่าผู้บิดาปูทางไว้ให้จากนี้ไปขึ้นอยู่กับความสามารถของฮ่องเต้

องค์ใหม่แล้วจะมีความสามารถเพียงใด

" ไว้ทุกข์แบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องเปลืองเงินซื้อออาหารเดินไปทางไหนก็มีแต่

โรงทานช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชันของคนจนที่ไม่ต้องอดอาหารเลยจริงๆๆ "

หานเหมยหลันคิดในใจในขณะที่ตนนั้นกำลังต่อแถวรอรับอาหารที่เจ้าเมืองเมืองนี้ที่มีจิตกุศลอยากทำบุญให้กับคนยากไร้และยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภัคดีที่ขุนนางนั้นมีต่อฮ่องเต้ของท่านเจ้าเมืองในขณะที่ผู้คนรอรับอาหาร

อย่างเป็นระบบอยู่นั้นก็ได้มีดรุณีน้อยหน้าตาน่ารักเดิมออกมาให้ชาวเมืองได้

ยลโฉม สตรีน้อยตรงนี้อายุประมาณ 15 ปี แต่สำหรับเหมยหลินแล้วกลับคิดว่า

นางพยายามทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่มาเกินไป จริงสังคมของที่นี่ผู้หญิงต้องแต่งงาน

ตอนอายุเพียงแค่ 15 ลืมไปได้อยไรกัน ตอนนางอายุ 15 ในโลกก่อนนั้นยังแก้ผ้า

เล่นน้ำกับความอยู่เลย ไม่เห็นแปลกใจเลยว่าทำไมคนยุคโบราณถึงได้เสียชีวิต

หรือป่วยเรื้อรังหลังคลอด

" จะสวยกว่านี้มั้ยหากนางไม่โบ๊ะแป้งเกินไป ดูแล้วเหมือนผีจูออนไม่มีผิด "

" แม่นางว่าอะไรนะข้าได้ยินไม่ถนัด "

อ้าวป้าข้างบ้านโผล่มาไม่ว่าจะยุคสมัยใหนการอยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้าน

เป็นที่นิยมที่สุดขอรวมวงสักหน่อยก็แล้วกันเป็นอีกหนึ่งสีสันในชีวิตและการเดิน

ทาง

" ข้าพูกว่าคุณหนูผู้นั้นงดงามยิ่งนัก "

"ออ..บุตรสาวของท่านเจ้าเมืองกับฮูหยินเอกนางเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมือง

เชียวนะ "

" ดูท่านางจะใจบุญไม่น้อยถึงได้ออกมาแจกจ่ายอาหารด้วยตัวเอง "

"ไอ้ยาาา..แม่นางคงเป็นคนต่างเมืองถึงยังไม่รู้ข่าวลือ "

" ข่าวลืออะไรหรือเจ้าคะ "

เหมยหลินแสดงสีหน้าและท่าทางอยากรู้ออกมา บางทีการนินทาชาวบ้านก็สนุกดี

เหมือนกันหายเบื่อได้อีกวันหนึ่ง

" นางนั้นมีจิตใจโหดร้ายที่สุดบุตรีที่เกิดจากอนุล้วนถูกนางกำจัดจนหมดสิ้น ทำที่คนในเมืองนี้รู้จักกันดีจนไม่มีแม่สือคนใหนกล้ามาสู่ขอนาง หากตระกูลใดได้นาง

มาเป็นสะใภ้คงไม่แคล้วหลังบ้านต้องลุกเป็นไฟแน่นอน และที่นางออกมาทำดี

เพราะหวังจะให้มีชื่อเสียงบ้างเพราะหลังจากพ้นช่วงไว้ทุกข์แล้วนางจะถูกส่งตัว ไปวังหลวงคัดเลือกเป็นพระสนมของฮ่องเต้องค์ใหม่ "

" เป็นเช่นนี้เอง "

เหมยหลินพยักหน้าให้กับท่านป้าคนนั้นอีกครั้งแล้วหันกลับไปสนใจรับอาหารต่อ

เมื่อได้อาหารแล้วนางก็รีบจากไปหาที่เงียบ ๆ กินทันทีโดยไม่สนใจว่าใครจะ

จะนินทามาใครอีกบทสนทนาทั่วไปคงไม่พ้นเรื่องของฮ่องเต้ขุนนางและวังหลวง

เรื่องต่อไปคือปัญหาของนางที่จะเดินไปทางใหนต่อนอนกลางดินกินกลางทราย

แล้วไม่ใช้ปัญหาใหญ่เท่ากับวันนี้นางจะเดินไปทางใหนดี ที่นี่ก็ห่างจากเมืองหลวง ไม่น้อยคงไม่มีใครบังเอิญมาเจอนางหรอกมั้ง

เมื่อทานอาหารจนหมดเหมยหลินก็เดินไปซื้อหมั่นโถวเพื่อกินระหว่างทางโดยไม่

ไม่ลืมที่จะถามไถ่ข้อมูลเล็กน้อย เพื่อเป็นการตัดสินใจว่าจะไปท่าไหนต่อดี

" เถ้าแก่ทางทิศตะวันออกของเมืองนี้เป็นที่ใดหรือเจ้าคะ "

"อา..แม่นางคงไม่ใช่คนที่นี่ถึงไม่รู้ทางทิศตะวันออกนั้นหากเดินเท้าติดต่อกันสามวันก็จะเป็นเขตของหุบเขาเหอซาน ไม่มีผู้ใดไปที่นั้นกันหรอกนะแม่นาง"

"เพราะอะไรหรือเจ้าคะ "

"เพราะใกล้ๆกับที่นั้นมีหมู่บ้านของคนไร้วรรณะนะสิแม่นางรู้หรือไม่ว่าในหมู่บ้าน

นั้นผู้คนยากจนและเป็นโรคติดต่อ ไม่มีหมอไม่มียารักษา และที่สำคัญในหมู่บ้าน

มีควันจากการเผาศพทั้งวันวันทั้งคืน"

" แล้วไม่มีใครแจ้งทางการหรือเจ้าคะ "

" เรื่องนี้ท่านเจ้าเมื่อเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญจึงไม่แจ้งให้ทางเมืองหลวงรู้ "

"เจ้าคะถ้าเช่นนั้นเถ้าแก่ช่วยจัดหมั่นโถวให้ข้าสำหรับใช้เดินทางสักสามสี่วันได้

หรือไม่เจ้า "

" ได้ๆๆๆๆๆ...ขอบคุณแม่นางที่อุดหนุนร้านของข้า "

เหมยหลินรับเอาหมั่นโถวห่อใหญ่พร้อมกับมุ่งหน้าไปที่เขาเหอซาน ไปตั้งหลัก

บริเวณนั้นคงจะปลอดภัยไม่น้อย ยิ่งไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ยิ่งดีนางเชื่อว่าอีกไม่

นานผู้คนจะลืมเลือนหานเหมยหลินไปเอง ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้นางมาอยู่ที่

นี่แต่ขอต่อจากนี้ไปชีวิตของนางที่อยู่ในร่างของหานเหมยหลินมีแต่ความสุขและ

สงบเรียบง่ายดั่งที่เจ้าของเดิมของร่างนี้หวังเอาไว้

ทางอีกด้านหนึ่งของวังหลวงบุรุษรูปงามอยู่ในชุดของการไว้ทุกข์กำลังนั่งจิบชา

ฟังรายงานจากทหารที่เขานั้นส่งไปช่วยแคว้นจ้าวเป็นที่น่าเป็นที่น่าแปลกใจท่ี่

องค์รัชทายาทของแคว้นเว่ยมีราชโองการเปล่าของอดีตฮ่องเต้มาขอพบเขาหลัง จากนั้นการเจรจาเพื่อความช่วยเหลือก็เกิดขึ้นเขาผู้เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ไม่ เห็นว่ามีผลประโยชน์อันใดที่จะช่วยเหลือชาวแคว้นจ้าวมีแต่จะเสียกำลังคนโดย เปล่าประโชยน์และตัวเขาเองพึ่งจะขึ้นครองราชมีหรือพวกขุนนางงี่เง่าพวกนั้นจะไม่คัดค้านหากเขาเอ่ยเรื่องช่วยเหลือแคว้นจ้าวออกมาแต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิด ใจมากที่สุดก็คือตราทัพของตระกูลหาน เมื่อพระองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจ้าวใช้ตราทัพของตระกูลหานมาเป็นเครื่องใน การต่อรองมีหรือที่ฮ่องเต้ใหม่อย่างเขาจะไม่ยอมเขาตัดสินใจช่วยเหลือ องค์รัชทายาท

แห่งแคว้นจ้าวเพื่อแลกกับตาทัพของตระกูลหานที่ซึ่งผู้ใดมีตาทัพนี้ก็จะสามารถ

ควบคุมกองทัพของตระกูลหานนับแสนคนได้ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้ใดและแคว้นใดก็

ตามแต่ที่ทำให้เขาแปลกใจมากที่สุดคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจ้าวได้ตราทัพ

ของตระกูลหานมาครอบครองได้อย่างไร และไม่ว่าเขาจะส่งคนไปสืบเช่นไรก็ไม่เป็นผลว่าองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจ้าวได้ ตราของตระกูลหานมาได้อย่างไร ไม่ว่าจะสอบถามเช่นไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอก

แต่สิ่งที่ทำให้เขาได้รู้อีกอย่างคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจ้าวเป็นคนที่น่าคบหา

มากเลยทีเดียวเขาเป็นคนเปิดเผยจริงใจและต้องการแค่เพียงความช่วยเหลือเท่านั้นเขาสามารถยึดกองทัพของตระกูลการไว้ในมือด้วยซ้ำแต่ไม่ทำน่านับถือหัวใจ ของคนผู้นี้ยิ่งนัก

"เพียงแค่สองอาทิตย์เท่านั้นองค์รัชทายาทและชินอ๋องสามารถควบคุม สถานการณ์อันวุ่นวายเอาไว้ได้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยจริงจริง "

" ส่วนเรื่องที่มาของตราทัพนั้นแปลกยิ่ง หลังจากที่แม่ทัพและคนตระกูลการสิ้น

ตราทัพได้ถูกส่งมอบให้กับอดีตองค์ฮ้องเต้ จากนั้นก็ไม่รู้อีกเลยพะยะคะว่าอดีต

ฮ่องเต้นั้นจะเก็บไว้หรือมอบให้แก่ผู้ใด "

หยางเฟยหลงมองคนที่คุกเข่ากับพื้นที่กำลังรายงานเรื่องที่เขาให้องค์คนสนิดนั้นไปสืบมีอะไรอีกมากมายที่ยังไม่ได้กระจ่างเสด็จพ่อมีเรื่องอะไรที่ปิดบังและยังไม่บอกเขาอีกกันแน่

" เหวินเต๋อเจ้าไปพักผ่อนเถอะเรื่องนี้ค่อยไปสืบก็ได้ "

" พะย่ะคะ "

เหวินเต๋อคำนับผู้เป็นนายแล้วเดินจากไป เขายอมรับว่าผู้เป็นนายของเขานั้น

เปลี่ยนไปตั้งแต่ที่อดีตพระชายาจากไปโดยที่ไม่มีความผิด สถานการณ์ต่าง

ต่างเริ่มกระจ่างชัดขึ้นพระองค์ได้รับยาถอนพิษได้ทันเวลาก่อนที่อดีตฮ่องเต้

จะสิ้นพระชนม์ทุกคนต่างคิดว่าองค์รัชทายาทเชื่อฟังและเคารพอดีตฮ่องเฮามาก

จนทำให้ตระกูลจางของอดีตฮองเฮานั้นมีอำนาจล้นฟ้าและยิ่งตระกูลหานสาย

หลักนัั้นตายตกกันหมดยิ่งทำให้เหล่าขุนนางหวาดหวั่นในอำนาจของตระกูลจาง

แต่ใครจะคาดคิดว่าตระกูลจางและจางฮองเฮานั้นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งให้กับ

สองพ่อลูกผู้มีอำนาจเท่านั้น จางเหลียงฮวาพระชายารองอันเป็นที่รักในตอนนี้กลับไร้ซึ่งความโปรดปรานได้ รับการแต่งตั้งเป็นแค่เพียงซูเฟยเท่านั้น จะขอความช่วยเหลือจากใครได้แม้แต่

จางไท่เฮาเองยังถูกไล่ให้ไปอยู่นอกวัง เห็นได้ชัดว่าตระกูลจางวางหมากผิดตั้ง

แต่แรกเขาคิดว่าตนนั้นโชคดีที่ไม่เกิดในครอบครัวของราชวงศ์

เมื่อเห็นว่าว่าองค์คู้กายเดินออกไปจนลับตาแล้วหยางเฟยหลงก็ยกฏีกาขึ้นอ่าน

ทั้งที่ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อของเขาเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไรตั้งหลายสิบปีเขารับตำแหน่ง

แค่สองอาทิตย์เท่านั้นก็แทบจะขอล่าออกจากการเป็นฮ่องเต้ยังดีที่ตอนนี้เป็น

ช่วงไว้ทุกข์ทำให้เหล่าขุนนางยังไม่รวมหัวกันกดดันเขาให้มีทายาทและรับสนม

เข้ามาเพิ่ม

" ซุนกงกง พระชายาจากไม่นานเท่าใดแล้ว "

ซุนกงกงที่ดูแลฮ่องเต้พระองค์นี้มาตั้งแต่สมัยที่พระองค์ยังเป็นองค์ชายมีหรือที่

เขาจะไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้นกำลังคิดอะไรอยู่ แต่การเป็นฮ่องเต้ต้องไร้ใจ

ถึงจะเป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ได้หากยามใดจิตใจไม่มั่นคงแล้วก็เป็นการง่ายที่พวกที่คิดก่อการกบฏลงมือช่วงชิงอำนาจ

" นับจากวันนั้นก็เห็นจะเป็นหนึ่งเดือนแล้วพะยะคะ"

" เจ้าคิดว่าวันนั้นคนที่โดนประหารคือนางจริงจริงหรือ "

" พระองค์ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับพระชายาก็ได้นะพะย่ะค่ะหากว่าพระชายา

ทรงมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ไม่เท่ากับว่าอยู่อย่างตายทั้งเป็นไม่สู้พระองค์ปลดปล่อย

พระชายาไปไม่ดีกว่าหรือพะยะคะ"

" เป็นข้าเองที่ทำร้ายนางนางน่าส่งสารปานนั้นทำไม่เราถึงไม่เคยมองเห็นความเป็น

จริงหลงเชื่อคนชั่วพวกนั้นได้อย่างไรหากไม่มีเสด็จพ่อช่วยชุดดึงขึ้นมาเกรงว่า

วันนี้เราคงเป็นได้เพียงหุ่นเชิด "

"อย่าทรงกงวัลพระทัยไปเลยพะยะคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของพระองค์ในตอนนี้คือ

การรวบรวมอำนาจผ่านต่างเอาไว้กับพระองค์นะพะยะคะ "

"จริงสินะ ตอนนี้เราเป็นฮ่องเต้แล้วส่วนร่วมต้องมาก่อนถึงจะถูก ตระกูลจางลดอำนาจก็ยังมีตระกูลใหม่เกิดขุมอำนาจขึ้นอีกน่าปวดหัวจริง"

จากนั้นห้องทรงอักษรก็เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้งฮ่องเต้ใหม่นั้งอ่านฏีกาโดยมี

เพียงขันทีเป็นเพื่อนคอยฝนหมึกไม่ว่าจะรัชสมัยใดก็ยังเป็นเช่นนี้ ฮ่องเต้ที่ผู้คนอิจฉา

อยู่ดีกินดีมีอาภรชั้นเลิศสวมใส่แต่ในใจนั้นกลับอ้างว่าเดี๋ยวดายไม่มีใครที่

สามารถไว้ใจและระบายความทุกข์ที่มีอยู่ในใจได้

หานเหมยหลินใช้เวลาเดินเท้าเป็นเวลาสี่วันก็ถึงเขาเหอซานตามที่เถ้าแก่ร้านขายหมั่นโถวบอกนางยังไม่เจอหมู่บ้านไร้วรรณะแต่ก็ไม่คิดตามหาเพราะนางคงช่วย เหลือทุกคนไม่ได้ป่าแห่งนี้ถือว่าอุดมสมบูรณ์ไม่น้อยมีทั้งเห็ดที่กินได้และกินไม่ ได้สมุนไพรและผักชนิดต่าง ๆ ที่ เห็นได้ตามท้องตลาดในยุคปัจจุบันแต่ที่นั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในยุคนี้ผัก

บางชนิดอาจไม่เป็นที่นิยมหรือคนไม่รู้ว่ามันกินได้เพราะวิวัฒนาการทางอาหาร

พัฒนาขึ้นเรื่อยไปเหมือนกันกับเรื่องอื่นที่ไม่เคยหยุดการพัฒนาไปตามจิตนาการและความคิดของมนุษย์ ที่นี่นั่นเป็นที่ที่เหมาะมากสำหรับการตั้งหลักจะขาดก็เพียงแต่แหล่งน้ำเท่านั้น

หานเหมยหลันเดินไปเรื่อยเพื่อตามหาแหล่งน้ำสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญจะขาดไปไม่ได้

เดิมมาได้สักพักนางก็พบน้ำตกขนาดไม่เล็กจนเกินไปทำให้คนที่มาจาก

ยุคปัจจุบันเช่นนางนั้นตาโตขึ้นมาทันทีที่ประเทศไทยไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำตกแต่เด็กที่

เกิดจากชนบทเช่นนางยากนักที่จะไปกว่าจะเรียนจบกว่าจะเริ่มทำงานและเมื่อ

อะไรหลายอย่างดูเหมือนจะไปได้ดีแล้วกลับมาตายซะได้ แต่ไม่เสียใจเลยสักนิดนางนั้นชอบธรรมชาติที่นี่ถือว่าเป็นกำลังของชีวิต ไม่ต้องเสียเวลาตัดสินใจเลยสักนิดเหมยหลินตัดสินใจที่จะสร้างกระท่อมที่

แข็งแรงสักหลังที่นี้ สำหรับนางหลังคาไม่รั่วก็พอแล้ว

เมื่อตัดสินใจได้แล้ววิชาลูกเสือ และการสร้างที่พักชั่วครามในป่าที่นางเคยดูใน ยูทูปก็เกิดขึ้นอันดับแรกต้องหาไม้ก่อน เหมยหลินใช้สายตามองหาไม้ที่สามารถ

นำมาทำเป็นที่พักแบบง่ายง่ายและมองเห็นสิ่งที่ต้องการแล้วมีดสารพัดประโยชน์ ของนางก็ถูกนำออกมาใช้ต้องภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง ที่ซือมีดเล่มใหญ่ นี้ติดตัวมาด้วยมันอาจจะใช้งานไม่ถนัดมือเหมือนกับมีดอีโต้ที่บ้าน แต่ก็ดีกว่าไม่ มีอะไรให้ใช้งาน เหมยหลินให้เวลาตัดไม้กว่าครึ่งวันใช้แรงกายทั้งหมดที่มีกว่า ไม้ตามที่ตองการได้ นางใช้แขนเสื้อซับเหงื่อที่ออกมาเต็มใบหน้างาน

" ฉันต้องขอโทษเธอด้วยนะเหมยหลินท่ีี่ไม่ดูแลร่างงามงามนี้ให้เธอ แต่ฉันทำเพื่อความอยู่รอดไม่โกรธกันนะ "

ไม่พูดพร่ำทำเพลงเหมยหลินรับขนไม้ไปที่บริเวณน้ำตกทันทีกว่าจะเสร็จนาง

ให้เวลาในการเดินไปกลับตั้งเกือบสิบรอบต้องขอบคุณที่เกิดเป็นลูกชาวนา ที่ทำให้นางรู้จักอดทนและชินชากับการทำงานพวกนี้ นั้งให้หายเหนื่อยสักพัก

นางก็ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วหาเขาไปในป่าผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยามเหมยหลินก็กลับมาพร้อมกับเถาวัลย์และกัดดักจับปลาที่นางนั้นได้เอากิ่งไม้เล็กบ้างใหญ่บ้าง มามัดรวมแล้วยังไม่ลืมเอาไปว่าไว้ที่ลำธารบริเวณที่มีหญ้าและสาหร่าย มากหน่อยพร้อมกับอธิฐานกับเหล้าเทพทั้งหลายให้ปิดตาปลาว่ายน้ำมาเขากับ ดักของนางด้วยหรือจะพูดกันตามประสาแถวบ้านว่าขอให้มีปลาตาบอดมาติดกับ

เหมยหลินกลับมายังบริเวณที่ตนเองนั้นตั้งใจจะทำท่ี่พักชั่วคราวอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ เป็นการเสียเวลานี้ก็ใกล้คำแล้วเหมยหลินจึงทำเป็นแบบหลังคาสามเหลี่ยม ที่นิยมใช้ในยามเข้าค่ายลูกเสือตอนเรียนชั้นประถมศึกษา จากนั้นก็หักกิ่งไม้ที่มี ใบหนามามุงเป็นหลังคาขอแค่เพียงฝนไม่ตกลงมาก็นอนได้แล้วสำหรับคืนนี้

เมื่อตะวันดินแล้วเหมยหลินก็เริ่มก่อไฟโดยของที่ใช้จุดไฟนั้นนางเองก็ยังไม่ลืมที่ จะซื้อติดตัวมาจากในเมื่อลงเรื่องอะไรนางจะมานั้งขูดหินเป็นเวลากว่าชั่วโมง เหมือนมนุษย์หินละ หลังจากที่มั่นใจว่าไฟที่ตนก่อนั้นติดดีแล้วเหมยหลินก็เดินไป ดูกับดักจับปลาของนางในขณะที่ยกไม่สิต้องบอกว่าลากมันขึ้นมาถึงฝั่งแล้ว นางก็ไม่ลืมที่จะเทมันลงพื้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของนางเต้นแรงราวกับจะระเบิด ออกมาได้นั้นคือจำนวนของปลาต่างหาก

" อะไรมันจะเยอะขนาดนี้ "

เหมยหลินพูดออกมาเป็นประโยคสั้นสั้นแต่ในใจนั้นกลับรู้สึกชอบความ อุดมสมบูรณ์ของที่นี่ชอบน้ำที่ใสสะอาดสามารถดื่มได้ โดยไม่ต้องผ่านเครื่อง กรองน้ำและฆ่าเชื้อโรคด้วยด้วยสารคอลลีนถึงจะบอกว่าสะอาดปราศจาก เชื้อโรคแต่เมื่อยกขึ้นดื่มบางครั้งกลับมีกลิ่นของสารคลอรีนติดปากติดคอมาด้วย

ด้วยเห็นนี้เลยเป็นที่นิยมกันมากในหมู่บ้านของนางไม่มีใครซื้อน้ำดื่มแต่จะรองน้ำ ฝนจากหลังคาใช้แทนถึงแม้ว่ากรมสาธารณสุขจะออกมาประกาศว่าไม่สะอาด เนื่องจากหลังคานั้นเต็มไปด้วยขี้ของนกและโองที่ ใช่เก็บน้ำจะเป็นแหล่ง กำเนิดของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกมาแต่ก็ยังไม่มีใครปฏิบัติตาม เท่าไหร่นักเพราะผู้คนในหมู่บ้านต่างชินในการใช้ชีวิตแบบชนตระกร้าแหลินเลือกเอาแค่ปลาที่โตเต็มวัยเพียงเท่านั้น ส่วนตัวเล็กนางปล่อยลงน้ำคืน นางใช้ใบไม้ใบใหญ่มาเย็บโดยใช้ไม้เล็ก ๆ กลัดติดต่อกันจนมีรูปร่างคล้าย ตระกร้าแล้วนำปลาห้าตัวใส่ลงไปจากนั้นก็เดินกลับไปยังที่พัก ข้างกายนั้นเงียบ กริบมีเพียงเสียงของจิ้งหรีดเรไรเท่านั้นที่ส่งเสียงร้องจนดังลั่นป่า

เมื่อเดินกลับมาถึงเหมยหลันก็นั่งลงกับพื้นพร้อมกับใช้ไม้เสียบปลาและนำไปย่างกับไฟที่นางก่อไว้ก่อนหน้านี้ น่าเสียดายดายที่ไม่มีเกลือใช้โรยบนตัวปลา รอสักพักปลาที่นางย่างก็สุก เหมยหลินลงมือทานปลาที่ย่างถึงแม้จะมีรสชาติจืด เพราะไม่มีเกลือแต่นางก็สัมผัสได้ถึงรสชาติที่แท้จริงของปลาดับกลิ่นคาวด้วย กลิ่นของควันไฟแต่ก็ถือว่าไม่เลวเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรเรากินเพื่ออยู่หากอะไร หลายอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วทุกอย่างจะดีเอง

หลังจากที่ใช้เวลาในการกินปลาและนั้งจนรู้สึกไม่แน่นท้องแล้วเหมยหลินก็ใช้ไม้ ท่อนใหญ่โยนเข้ากองไฟเพราะนางอยูในป่าต้องอาศัยกองไฟเพื่อความปลอดภัย ในการไล่สัตว์ป่าและควันไล่ยุง เมื่อสำรวจทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเหมยหลินก็ ล้มตัวลงนอนทันทีด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวันนางยังมีภาระกิจใหญ่ที่ต้องทำนั้นคือการสร้างบ้าน ถึงแม้ว่าความเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างมันขึ้นมาตัวคนเดียวแต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะ ไม่สำเร็จหากว่าคนเรานั้นมี่ความมุ่งมั่นและอดทน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น