สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 243

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19
แบบอักษร

โปรแกรมท่องเที่ยวสุดท้ายของวันนี้ก็คือการเข้าเยี่ยมชมโรงงานผ้าไหม เพราะซูโจวเป็นหนึ่งในสองเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องผ้าไหมที่สุดในประเทศ ไหมจีนมีลักษณะคล้ายแพร แต่เนื้อผ้าบางละเอียดกว่า ในขณะที่ราคากลับสูงลิ่วแตกต่างกันจนน่าตกใจ 

หลังเยี่ยมชมวิธีผลิต และช็อปปิ้งสินค้าสมใจแล้ว เหล่าลูกทัวร์ก็พากันทยอยออกจากเขตโรงงานผ้าไหม  

ชนวีร์รั้งอยู่ท้ายขบวน รอจนทุกคนออกไปหมดแล้ว จึงชี้ผ้าเนื้อบางชิ้นที่หมายตาไว้ ชำระเงินแล้วคว้าติดมือออกจากร้านและนำไปสอดใส่มือรินรดาโดยไม่พูดอะไรสักคำ จากนั้นทำอาการไม่รู้ไม่ชี้เข้าไปสมทบกับน้องชาย เสียงพูดคุยของสองพี่น้องดังลอยมาแว่ว ๆ ให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ยินว่า 

“ภูมิเอ๊ย ! เราว่าแม่จะเสียคนก็เพราะยายพลอยนี่แหละ ดูสิแค่ได้ยินว่าเครื่องนอนผ้าไหมจีนแท้ใช้แล้วระบายอากาศดี ใช้หน้าหนาวก็อุ่นสบาย ใช้หน้าร้อนก็โปร่งไม่อบอ้าว แม่สะใภ้เล็กคนดีนี่ขนซื้อครบเซตไปฝากแม่ซะงั้น” 

“พี่วีร์พูดถูก ทีบอกให้ซื้อใช้เองก็ไม่เอา บ่นแพงโน่นนี่ แต่ถ้าซื้อให้แม่นะ เท่าไหร่เท่ากันเลย” 

แพรพลอยหัวเราะนิด ๆ “ก็พลอยเห็นว่าคุณแม่ชอบคัดจมูกตอนเช้านี่คะ เลยห่วงว่าท่านอาจเป็นภูมิแพ้ นี่ตั้งใจว่าจะเอาผ้าห่มไหมไปให้ท่านลองใช้ดู ตอนกลางคืนจะได้ไม่ต้องเปิดแอร์ ให้เปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติบ้าง อาจทำให้ท่านสบายตัวขึ้น” 

“ลูกผู้หญิงก็ดีแบบนี้เอง...ช่างสังเกต ไอ้เราสองคนนี่มันไม่ค่อยละเอียด มิน่าแม่ถึงบ่นบ่อย ๆ ว่าสะใภ้น่ารักกว่าลูกชาย อีกหน่อยคงรักสะใภ้มากกว่าลูกแน่” ชนวีร์เปรย 

น้องชายผสมโรง “นี่ขนาดว่าตอนนี้มีแค่สะใภ้เล็กคนเดียวนะพี่วีร์ ลองคิดดูสิ ว่าถ้าอีกหน่อยมีสะใภ้ใหญ่อีก เฮ้อ...ไม่อยากคิดเลย”  

“ดีเลยค่ะ พลอยก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเวลาคุณภูมิกับพี่วีร์ตกกระป๋องแล้วจะทำหน้าตายังไง ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ พี่วีร์รีบหาเพื่อนสะใภ้มาให้พลอยดีกว่า พลอยจะได้มีคู่หูช่วยหาวิธีทำคะแนนกับคุณแม่” 

ชนวีร์โวยทันที “อ้าว ๆ ไหงสุดท้ายถึงได้วกมาลงที่ฉันอีกแล้วล่ะ” 

“พลอยก็พูดถูกนะพี่วีร์ รีบหาสะใภ้อีกคนให้แม่ดีกว่า ไอ้เรื่องตกกระป๋องหรือเปล่าน่ะผมไม่รู้ แต่ที่มั่นใจได้อย่างคือแม่จะโดนพะเน้าพะนอเอาใจจนลืมเอ็ดเราสองคนแน่ ๆ ” พอมาถึงเรื่องแซวพี่ชาย ภูมิก็แปรพักตร์ไปเข้าพวกกับภรรยาง่ายดาย 

“พอ ๆ ๆ นายสองคนอย่าพูดเรื่องนี้เลยว้า แสลงใจว่ะ คนประวัติแย่ ๆ อย่างฉัน ผู้หญิงสติดี ๆ ที่ไหนจะเอา” 

ภูมิมองท่าทางของพี่ชายด้วยความหลากใจ เขาสังเกตเห็นว่าชนวีร์ถอยห่างจากสาวเป้าหมาย นั่นก็ว่าแปลกแล้ว นี่ยังมาทำน้ำเสียงตัดพ้อน้อยอกน้อยใจอีกต่างหาก 

ชะรอยรินรดาคงได้ยินอาชาศัพท์ชื่อเสียงด้านลบของพี่ชายเขาแล้วแน่ ๆ เจ้าตัวถึงได้ทำเสียงมารยาวอนขอความเห็นใจฝากลอยลมไปอย่างนี้ 

“คิดมากไปได้น่าพี่วีร์ มีใครบ้างเกิดมาไม่เคยทำผิด ยิ่งถ้าทำผิดแล้วรู้ แล้วรีบแก้ไข ต้องถือว่าน่ายกย่องไม่ใช่เหรอ พี่ดูสิขนาดองคุลีมาลกลับใจ สุดท้ายก็ยังบรรลุโสดาบันได้เลย” 

“นั่นน่ะองคุลีมาล แต่ฉันน่ะมันเป็นแค่นายชนวีร์ธรรมดา ๆ คนนึงเท่านั้นเอง” 

คำประชดประชันที่แว่วมาตามลมทำให้รินรดาเม้มปากอย่างขัดเคืองใจ เธอก้มลงมองของที่ถูกยัดเยียดใส่มือแล้วเงยขึ้นแลตามแผ่นหลัง ‘ผู้ให้’ ที่ปะปนอยู่ท่ามกลางสมาชิกในครอบครัว  

แม้จะพยายามวางเฉย แต่หญิงสาวกลับรู้สึกถึงหัวใจที่โลดแล่นขึ้นด้วยความยินดี ก่อนจะควบคุมความรู้สึกของตนเองได้ทัน ! 

เธอนึกว่าการปฏิเสธเขาที่หลอฮั่นจะทำให้ชนวีร์รามือไปแล้วเสียอีก เพราะระหว่างทางที่นั่งรถมาร้านผ้าไหม ชายหนุ่มแยกไปนั่งที่ท้ายรถอีกครั้ง แถมตลอดเวลาที่ชมการสาธิตขั้นตอนการทำผ้าไหม เขาก็ไม่เฉียดกรายเข้ามาใกล้เธออีกเลย 

ผ้าไหมนุ่มเนื้อลื่นที่อยู่ในมือเธอขณะนี้ บอกแทนความตั้งใจของผู้ชายคนนั้นได้ดีกว่าคำพูดใด ทั้งหมด 

เขาไม่ได้ถอยห่าง แต่ให้เวลาเธออยู่คนเดียวเงียบ ๆ เพื่อพิจารณาคำตอบที่เขาต้องการต่างหาก 

หญิงสาวถอนใจยาว รู้ดีว่าเหตุผลและความต้องการกำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง เธอเองก็อยากเปิดโอกาสให้เขาใจจะขาด แต่...มันคุ้มแล้วหรือถ้าต้องเสียใจอีกครั้ง แลกกับความสุขอันไม่จีรังยั่งยืน 

ขนาดการซื้อลอตเตอรี่ที่มีทั้งโอกาสถูกเงินและโดนกิน เธอยังไม่ยอมเสี่ยงเลย 

แล้วนี่...เห็นกันอยู่ว่าต้องลงทุนด้วยหัวใจ โดยความเป็นไปได้ที่จะถูกรางวัลคือศูนย์เปอร์เซนต์ !        

ใครยอมเสี่ยง...ก็บ้าเต็มทีแล้ว ! 

ชนวีร์พูดไม่ผิดหรอก...เธอขี้ขลาดอย่างที่เขาว่าจริง ๆ 

รินรดายกผ้าในมือขึ้นดูอย่างอดไม่ได้ ผืนผ้าพลิ้วใสสีเขียวตองนุ่มนวลสวยจับตา จนเธออยากคลี่ออกมาชื่นชมตามประสาผู้หญิงจับใจ ทว่าสติกลับห้ามปรามไว้ทัน พร้อมทั้งย้ำเตือนว่าเธอควรปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปดีแล้ว  

หญิงสาวเสมองท้องฟ้า กะพริบตาถี่ มือบอบบางกำผ้าพันคอในมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจ 

ลองเสี่ยงดูเถอะ เลือกตามที่หัวใจต้องการ อย่างน้อย...เธอก็จะมีความทรงจำดี ๆ กอบเก็บเอาไว้ยาใจยามที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้งไงละ 

ไม่ว่าเสียงของหัวใจจะพยายามโน้มน้าวเพียงใด แต่รินรดาก็ยังคงฝืนปฏิเสธทั้งที่กำลังใจอ่อนแรงเต็มที 

เธอไม่พร้อมจะเสี่ยง ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนก็ตาม ! 

รินรดาคอยจนสมาชิกขึ้นรถโค้ชกันหมดแล้ว จึงก้าวขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย เธอเอาแต่สะกดสายตาไว้ที่พื้นรถ มือหนึ่งถือผ้าพันคอเอาไว้หลวม ๆ หญิงสาวก้มหน้าก้มตากลับไปยังที่นั่งด้านหลังของภูมิและแพรพลอยซึ่งในขณะนี้...ว่างเปล่า !  

แม้ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นแม้แต่น้อย แต่ก็เดาได้ว่าคงมีใครคนหนึ่งจับตามองเธออยู่แน่นอน  

รินรดาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพชนวีร์ที่สะท้อนอยู่บนกระจกรถพร่าเลือนด้วยรอยน้ำตาของเธอ เครือสะอื้นพรายไหวอยู่ในอกบาง ๆ ก่อนพึมพำด้วยความอาดูร 

“ฉันขอโทษ” 

 

โถงโรงแรมระดับสี่ดาวในเมืองซูโจวนั้นงามสง่าด้วยเพดานสูง และโคมระย้าช่อใหญ่ซึ่งส่องแสงระยิบพร่างพราวลงมาเบื้องล่าง ที่มุมด้านหนึ่งของโถงกว้างมีเคานเตอร์บาร์เครื่องดื่มและม้านั่งตัวสูงสำหรับให้แขกที่มาพักหย่อนใจยามราตรี ชุดโต๊ะและเก้าอี้โซฟากลุ่มเล็กกระจายอยู่หน้ายกพื้นซึ่งใช้แทนเวทีการแสดง นักดนตรีชาวจีนเล่นกีตาร์โปร่งและร้องเพลงสากลอยู่บนเวที คลอบรรยากาศให้ปลอดโปร่งและผ่อนคลาย 

รินรดานั่งเหม่อมองหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วทรงสูงซึ่งบรรจุเครื่องดื่มสีฟ้าขุ่น ความทรงจำหวนย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา 

หลังออกจากโรงงานผ้าไหม รถโค้ชพานักท่องเที่ยวไปรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารจีน และนำกลับมาส่งยังโรงแรมที่พัก สินแจกกุญแจห้องให้ลูกทัวร์แล้วแนะนำแผนที่รอบบริเวณโรงแรมคร่าว ๆ เผื่อแขกบางกลุ่มอาจไปเดินสำรวจหรือช็อปปิ้งชมทิวทัศน์ในยามค่ำคืน 

เธอรับกุญแจและขึ้นลิฟต์ไปพร้อมคนเจ็บ แขกที่พักห้องเดี่ยวยังคงถูกแยกไปอยู่คนละโซนกับพวกห้องคู่ทั้งหลายเช่นเคย 

ขณะที่ชนวีร์กำลังไขกุญแจห้องพักซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของเธอ หญิงสาวก็เปรยขึ้นลอย ๆ 

‘ฉันจะช่วยถอดแผ่นพยุงแขนให้’ 

สีหน้าประหลาดใจของเขาที่หันกลับมามองเธอยังติดตาแจ่มชัด แต่ชายหนุ่มก็ไม่แสดงท่าทีอื่นใดมากไปกว่านั้น เขาผลักประตูห้องพักออกกว้างและเปิดไฟโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว 

แม้จะไม่มีบทสนทนาใดระหว่างทั้งคู่ นอกจากความเงียบงัน แต่รินรดากลับพบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกลำบากใจหรืออึดอัดกับการต้องดูแลผู้ชายคนนี้เลยสักนิด 

ถ้าให้บอกตรง ๆ เธอคงต้องสารภาพว่าชอบช่วงเวลาเหล่านี้ด้วยซ้ำ ! 

เมื่อปฏิบัติภารกิจนางพยาบาลเสร็จสิ้น รินรดาก็ออกจากห้องเขาทันที ชายหนุ่มตามมาส่งที่หน้าห้องเหมือนเช่นทุกวัน ก่อนจะพึมพำบอกเธอว่า 

‘ขอบคุณครับที่กรุณา แล้วก็...ขอโทษด้วยที่ผมเป็นภาระของคุณมาตลอด’  

แค่นึกถึงเรื่องเมื่อเย็น รินรดาก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่เก็บน้ำเสียงละห้อยของเขาไปคิดจนนอนไม่หลับ ! เลยต้องลงมาหาอะไรดื่มที่โถงโรงแรมอย่างนี้ 

แรงสั่นจากในกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนโซฟาข้างกาย ทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์ เธอรื้อกระเป๋าชั่วครู่ แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาดู 

เมื่อเห็นชื่อกานนปรากฏขึ้นที่โทรศัพท์ หญิงสาวจึงกดสายทิ้ง ทว่าเพียงครู่ถัดมามันก็สั่นซ้ำอีกครั้ง คราวนี้รินรดากลับนั่งมองตัวอักษรที่กะพริบอยู่บนหน้าจอเนิ่นนาน 

เธอจำไม่ได้เลยว่าสมัยที่คบหากัน กานนทำตัวเป็นคนดื้อรั้นและช่างตื๊ออย่างนี้หรือเปล่า หรือเขาอาจจะน่ารำคาญมากกว่านี้ก็ได้ แต่ภาพมายาบังตาอยู่ ทำให้เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน 

นึกย้อนไปถึงช่วงเวลานั้นแล้ว หญิงสาวก็อดส่ายหน้าด้วยความสมเพชตัวเองไม่ได้ แค่ดวงตาเพียงคู่เดียวที่มีส่วนคล้ายกับคนในภาพวาด เธอก็สรุปเอาเองแล้วว่ากานนคือผู้ชายคนนั้น และเชื่อจริง ๆ จัง ๆ ว่ากานนคือผู้ชายที่เคยฝันถึง โดยไม่เคยฉุกใจสงสัยว่า เหตุใดเธอจึงไม่เคยเห็นภาพเขา ซ้อนทับกับความฝันเหล่านั้นเลยสักครั้ง  

แม้การตัดสินใจของกานนจะทิ้งให้เธอจมอยู่กับความผิดหวังในท้ายที่สุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดสามปีที่คบหากับเขา เธอไม่เคยต้องใช้ชีวิตที่เงียบเหงาอ้างว้างโดยลำพังเลยสักครั้ง กานนมักคอยปลอบใจอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจ และกระตุ้นเตือนให้เธอลุกขึ้นสู้เสมอ กานนในวันวานเป็นทั้งเพื่อน และพี่ชายที่ดีของเธอเสมอมา 

หญิงสาวเคยคิดว่าสิ่งที่เธอรู้สึกต่อผู้ชายคนนั้นคือความรัก แต่เมื่อเลิกรากันไปไม่นาน เธอก็กลับทำใจได้ง่ายดายและรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง  

เธอเพิ่งรู้ว่าความรู้สึกที่เคยมีต่อกานน คือชื่นชม ศรัทธา และเชื่อมั่น  

‘เกือบ ๆ จะรัก’ น่ะใช่  

แต่ว่ายังไม่ใช่ความรักแบบที่เธอเฝ้ารอคอยอยู่อย่างแน่นอน ! 

เรือนร่างสูงเพรียวคุ้นตาที่เพิ่งก้าวออกจากลิฟต์ทำให้รินรดาขมวดคิ้ว ชนวีร์ในเครื่องแต่งกายชุดใหม่กำลังเดินตรงมายังบาร์แห่งนี้เช่นกัน เขาชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าใครจับจองเก้าอี้ที่มุมด้านนอกห่างจากเวทีที่สุดไว้ ชายหนุ่มกำลังจะเลี่ยงไปทางอื่นอยู่พอดี เสียงรินรดาก็เอ่ยขึ้น 

“นั่งด้วยกันไหมคะ” 

บริกรหนุ่มเร่เข้ามาในวินาทีถัดไป ชนวีร์มองแก้วก้านสูงด้านบนเป็นทรงกรวยที่ว่างเปล่าของหญิงสาว แล้วจึงสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองและรินรดาใหม่ ก่อนนั่งลงตรงข้ามเธอ 

“นอนไม่หลับหรือครับ” 

“ค่ะ” 

“มีเรื่องกลุ้มที่คิดไม่ตกหรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ  

ผู้ฟังตวัดตาขึ้นมองเขาโดยอัตโนมัติ ใบหน้าของชนวีร์มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ท่าทางเขาสุภาพ ไม่มีรอยหยอกยั่วกวนใจอย่างที่เคยเป็น 

หญิงสาวส่ายศีรษะ “เปล่าซะหน่อย” 

“ดีแล้วล่ะครับ เพราะบางเรื่องก็ไม่มีค่าพอที่จะให้ไปเปลืองเวลาคิดขนาดนั้น”  

คำพูดของเขาทำให้เธอกังขา นอกจากจะมามาดใหม่แล้ว เขายังพูดจาแบบที่เธอคาดไม่ถึงอีกด้วย 

“คุณคิดอย่างนั้นจริงหรือคะ” 

“ผมเชื่อว่าคุณคงต้องคิดใคร่ครวญอย่างดีแล้วกว่าจะยอมตัดสินใจบางเรื่องลงไป เพราะฉะนั้นในเมื่อได้ทบทวนอย่างรอบคอบแล้ว ทางเลือกนั้นก็ต้องถือเป็นการตัดสินใจที่ดี และถูกต้องที่สุดไม่ใช่หรือครับ” 

รินรดาไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเธอกำลังถูกประชดหรือเปล่า เพราะสีหน้าของเขายามพูดดูเป็นการเป็นงาน น่าเชื่อถือ ชนิดที่สมควรจะให้คำจำกัดความว่า...น่ามองด้วยซ้ำ ! 

แต่แปลกที่เธอกลับชอบมาดทะเล้นกวน ๆ พวกนั้นมากกว่า อย่างน้อยมันก็เข้าใจง่าย และดูเป็น ‘คน’ จริง ๆ ไม่ใช่สวมหน้ากากมาพูดอย่างนี้ 

หญิงสาวสะดุ้งโหยง เมื่อนึกได้ว่าเธอใช้คำว่า ‘ชอบ’ แทนความรู้สึกที่มีต่อใบหน้ากวนประสาทพวกนั้น ! 

ชนวีร์คอยจนพนักงานนำเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเลื่อนแก้วเครื่องดื่มสีเหลืองอ่อนมีก้านเสียบมะกอกแช่อยู่ไปตรงหน้าหญิงสาว “ผมเครื่องดื่มคุณหมดแล้ว เดาว่าคุณคงดื่มดรายมาร์ตินี่ เลยถือวิสาสะสั่งแก้วใหม่มาให้ คงไม่ว่ากันนะ” 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาหรี่ลงนิด ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไปคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ ชายหนุ่มพิจารณาอารมณ์ที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าของรินรดาด้วยอาการตริตรอง 

สุดท้ายเขาจึงยกบรั่นดีขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว  

“ท่าทางคุณอยากอยู่คนเดียว งั้นผมไม่กวนแล้วดีกว่า คุณอย่าขึ้นห้องพักดึกนักล่ะ เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวอย่างนี้มันอันตราย” เขาชี้ไปยังแก้วบนโต๊ะ “ขอให้ผมได้รับเกียรติเป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าคุณสักครั้งละกัน”  

ชนวีร์ขยับลุกขึ้นยืน และเอ่ยก่อนแยกจากไปว่า  

“ในเมื่อการตัดสินใจแรกมักจะดีและถูกต้องเสมอ แต่คุณกลับหยิบยกบางเรื่องกลับขึ้นมาทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงขนาดนอนไม่หลับ แสดงว่าไอ้ความถูกต้องนั่นน่ะ มันอาจจะไม่ถูกใจคุณก็เป็นได้  

“คนส่วนใหญ่มักเลือกสิ่งที่ถูกต้องเสมอ แต่คนบางคน...เขาจะเลือกสิ่งที่ถูกใจ เพราะมันมีคุณค่ามากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ ลองกลับไปคิดดูเถอะ แล้วคุณจะรู้ว่าผมพูดถูกหรือเปล่า ! ”  

เอ่ยจบร่างสูงสง่าก็เดินดุ่มจากไปด้วยท่าทีองอาจเชื่อมั่น ราวกับว่าเขาไม่แยแสกับการตัดสินใจของเธออีกต่อไปแล้ว ! 

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้าไปยืนอยู่ตรงเคานเตอร์บาร์ด้วยอาการนิ่งงัน ชนวีร์เรียกพนักงานและชี้มาที่โต๊ะ พร้อมกับวางธนบัตรชำระค่าเครื่องดื่ม ก่อนมุ่งหน้าไปยังลิฟต์เพื่อกลับขึ้นสู่ห้องพัก 

รินรดาหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ รู้แก่ใจว่าเธอไร้คำโต้แย้งกับสิ่งที่เขาพูดทิ้งท้ายไว้...โดยสิ้นเชิง ! 

จะว่าไปแล้ว...ตลอดสิบเจ็ดปีที่เฝ้าฝันถึงผู้ชายคนนี้ เธอก็ไม่เห็นว่าสิ่งที่เขาพูดหรือคิดในความฝันพวกนั้น จะผิดไปจากความจริงสักเท่าไหร่เลย 

ความคิดนั้นทำให้หญิงสาวตกใจ ไม่ใช่เรื่องที่เขาพูดถูกคิดถูก 

แต่เป็นเรื่องที่เธอฝันถึงเขามาสิบเจ็ดปีแล้วต่างหาก ! 

สิบเจ็ดปี ! นั่นมันนานเกินกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้วด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะเฝ้ารอคอยและตามหาผู้ชายในฝันมานานขนาดนี้ 

หญิงสาวทอดถอนใจ ใช่...คอยมาตั้งสิบเจ็ดปี แต่พอได้เจอกันจริง ๆ แค่สี่วัน เธอกลับต้องปฏิเสธเขาเสียแล้ว เธอเจอเขาช้าไปแค่อาทิตย์เดียวเอง ! 

ถ้าเธอรู้ว่าเขาคือผู้ชายในฝันก่อนที่เธอจะเริ่มฝันถึงการหย่าพวกนั้น หญิงสาวเชื่อว่าตัวเองคงไม่ต้องหยุดคิดหาคำตอบเลยแม้แต่วินาทีเดียว 

นี่ถ้าเปลี่ยนความฝันใบหย่าพวกนั้นไปเป็นเรื่องอื่นได้ก็คงจะดี หญิงสาวคิดด้วยอาการปลง ๆ 

แต่แล้วภาพหนึ่งก็วาบขึ้นมาในใจ หญิงสาวชะงักขยับนั่งตัวตรง 

เปลี่ยนให้ไปฝันเป็นเรื่องอื่นเลยน่ะ จะทำได้หรือเปล่าไม่รู้  

แต่เปลี่ยนเรื่องที่เคยฝันแล้วให้ผลลัพธ์เป็นอย่างอื่นน่ะ...ทำได้ ! 

ภาพชนวีร์ที่นั่งกองอยู่บนพื้นโดยมีเลือดไหลออกจากหางคิ้วแจ่มชัดกระจ่างสายตา 

มือขาวบางกดลงที่หัวใจซึ่งกำลังเต้นระรัวจนแทบพลัดออกมาด้านนอก อารมณ์ชื่นบานแล่นซ่านไปทั่วทั้งเนื้อตัว 

ภาพที่เธอฝันเห็นชนวีร์หกล้มนั่นไง คือข้อพิสูจน์ว่าความฝันเปลี่ยนได้ ไม่จำเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้น จะต้องเป็นจริงทุกอย่าง บางที...ความฝันเรื่องการหย่าอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ! 

ริมฝีปากบางค่อย ๆ เผยอยิ้มอย่างมีความสุข ความหวังเรืองรองขึ้นในห้วงความคิด 

รินรดาจิบค๊อกเทลจนหมด แล้วจึงเก็บโทรศัพท์มือถือหย่อนใส่กระเป๋า แอลกอฮอล์ดีกรีสูงที่แล่นอยู่ในสายเลือด ทำให้ความสดใสพร่างพราวไปทั่วทั้งในกระแสเลือดและบนดวงหน้า  

หญิงสาวก้าวเข้าลิฟต์กดเลือกชั้นที่ต้องการ แล้วมองเงาสะท้อนของตัวเองจากกระจกในห้องโดยสารอย่างมีความสุข 

ในเมื่อเธอรู้ล่วงหน้าก่อนแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็แค่ต้องคอยระวัง อย่าปล่อยให้มันเป็นจริง...ก็เท่านั้นเอง ! 

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

 

อีบุ๊กภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu 

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh 

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z 

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

 

 

 

 

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น