จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนที่โดนหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า

ชื่อตอน : คนที่โดนหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 17:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนที่โดนหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า
แบบอักษร

 

รูปของน้องตาล ต้นแบบทาลิส

จริงๆ ชื่อ ทาลิส ก็มาจาก ตาล วงเอลิซนี่แหละค่ะ

.............

ในเวลานี้..เจ้าหญิงทั้งสามคิดว่า..ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ทาลิสมีปัญหามากไปกว่านี้..

อย่าว่าแต่สามเจ้าหญิงเลย..กระทั่งสองปีศาจแห่งอนันตกาลก็ยังคิดเหมือนกัน..

บนสายการบินบางสายการบิน..จะมีจอภาพที่พนักพิงของเก้าอี้ด้านหน้า..และในที่นั่งโดยสารของเรือดำน้ำลำนี้ก็เช่นกัน..เพียงแต่..ตัวทาลิสเองกับนางเงือกอัมพุชาไม่ทราบเท่านั้นว่า..ภาพตัวเองปรากฏบนจอภาพเบื้องหน้าเพื่อน ๆ แล้ว

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..ว้า..ไม่ได้อยากจะดูเพื่อนเล่นหนังเอ๊กซ์เลย..แต่..”

อจินไตยเองก็พูดว่า..

“..บอกตรง ๆ นะ..มันก็ทำให้เสียเรี่ยวแรงไปเหมือนกัน..”

“..จริง ๆ คือเยอะมากกกก..”จินดาพิสุทธิ์พูด.. “..โดยเฉพาะพลังแห่งอากาศมนตรา..เพราะมันใช้ความว่างเป็นเชื้อพลัง..แบบนี้ไม่มีทางว่างไปได้หรอก..”

มุกดาราหยิบบางอย่างเบื้องหน้า..นั่นคือแก้วน้ำพลาสติก..

ก่อนขึ้นเรือดำน้ำ..นางมีอาการอืดที่ท้องเพราะกินเข้าไปเยอะ..จินดาพิสุทธิ์เลยหายาลดกรดที่คล้ายอีโนบ้านเรา..เทใส่น้ำเต็มแก้ว..และให้มุกดารากิน..

มุกดารากินเกือบหมด..แต่ก็เสียดาย..หยิบติดมือมาด้วย..

เวลานี้นางหยิบแก้วพลาสติกที่ใส่ยาลดกรดผสมน้ำ..

และเทลงพื้น..

แต่น้ำก็ไม่ถึงพื้นเพราะมันหายไปกับช่องว่าง..

นี่เป็นลูกเล่นที่ได้มาจากการยิงธนูข้ามมิติ..

มิติเหนือร่างทาลิสกับอัมพุชาเปิดออก..น้ำจากแก้วพลาสติกเทลงมา..รดศีรษะทาลิสและส่วนหนึ่งกระเด็นถูกอัมพุชาด้วย..

ทั้งทาลิสและอัมพุชาสะดุ้ง..ร่างอัมพุชาล้มโครม..เท้าทั้งสองเชื่อมติดกัน..แปรเปลี่ยนเป็นหางปลา..

ทาลิสใจหาย..มองไปด้านบน..ไม่มีอะไร..

แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอได้สติ..

เสียงโครมของการร่วงหล่นจากเก้าอี้ของอัมพุชา..ทำให้มีเหตุผลที่เพื่อน ๆ ทุกคนของทาลิสจะลุกขึ้น..และวางท่าตกใจ..รีบมาทางต้นเสียง..

ทาลิสจัดเสื้อผ้าให้ดี..สติกระเจิดกระเจิง..แต่ก็ประหลาดใจที่เห็นสภาพของอัมพุชา..

แพคเกจกับศศินามาถึง..แพคเกจถามว่า..

“..เกิดอะไรขึ้น..แล้วนั่น..นางเงือกเป็นเงือกไปแล้ว..”

อัมพุชากระเสือกกระสนบนพื้น..ทาลิสรีบก้มลงอุ้มร่างนางขึ้น..

“..เมื่อครู่ข้าถูกน้ำ..ร่างข้าหากตัวแห้ง..จะมีสองเท้าคล้ายมนุษย์..แต่หากตัวเปียก..เท้าข้าจะกลายเป็นหางปลา..”

สามเจ้าหญิงตามมาถึง..ทาลิสดูงุนงง..

“..จู่ ๆ ก็มีน้ำอะไรก็ไม่รู้ตกมาจากข้างบน..”ทาลิสทำจมูกฟุตฟิต.. “..น้ำแปลก ๆ แฮะ..เป็นน้ำผสมอะไรก็ไม่รู้..”

จินดาพิสุทธิ์นึกชมเชยภรรยาคนเล็ก..แต่ปากก็พูดว่า..

“..อาจจะเป็นน้ำแอร์มั้งทาลิส..”

“.ไม่ใช่หรอก..ไม่น่าจะเป็นไปได้..”

ทาลิสยังคงดูงุนงงอยู่..แต่ยังอุ้มร่างนางเงือกอัมพุชาเพราะปล่อยไปก็ไม่ได้..

แต่ก็มีเสียงสั่นสะเทือน..

ทุกคนในเรือดำน้ำเหมือนจะเสียหลัก..ทาลิสล้มนั่งลงกับเก้าอี้..ร่างของอัมพุชาทับร่างนาง..

มุกดาราร้องว่า..

“..ท่านพี่..นี่มันเกิดอันใดขึ้น..”

มีเสียงดังจากสปีคเกอร์ที่ติดต่อภายในจากกัปตันเรือดำน้ำ..

“..ทุกคนเกาะให้แน่น..เราโดนโจมตีจากเรือดำน้ำไม่ทราบสัญชาติ..”

เสียงอัมพุชาพูดว่า..

“..ที่นี่สมควรจะใกล้เกาะที่อยู่ท่านแม่เฒ่าฟองสมุทร..”

“..แล้ว..”จินดาพิสุทธิ์ถาม

“..ถ้าคาดไม่ผิด..รอบ ๆ เกาะ..ทหารกบฎและพวกมนุษย์ที่รุกราน..คงรายล้อมอยู่รอบด้าน..แต่พวกมันยังไม่กล้าเข้าไปเนื่องจากเกรงอำนาจแม่เฒ่า..”

“..ที่นี้พอเราจะเข้าไป..เลยกลายเป็นเป้าโจมตีเสียเองใช่ไหม..”

อจินไตยแค่นเสียงดังเฮอะ..

“..ต้องให้พวกมันรู้จักอัศวินแห่งอากาศมนตราแล้ว..”

“..อจินไตย..ถ้าเป็นใต้น้ำแบบนี้..พวกเราจะทำอะไรไม่ถนัดนะ..”

ทาลิสเห็นด้วย..

“..พวกเธอจะใช้วิธีแทรกมิติก็คงทำไม่ได้..”

อจินไตยสีหน้าเรียบเฉย..

“..ใครว่าจะใช้พลังแห่งอากาศมนตราล่ะ..อย่าลืมสิ..ว่า..ฉันกับริต้า..มีพลังแห่งวาโยธาตุอยู่..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..ก่อนจะฉุดแขนอจินไตยไปยังห้องบังคับบัญชาของกัปตันเรือ..

นี่ไม่ใช่เรือดำน้ำขนาดใหญ่นัก..ความคล่องตัวในการเดินทางหรือใช้งานด้านการรบจะสูงกว่าเรือดำน้ำขนาดใหญ่..แต่ในมุมกลับ..เรือลำไม่ใหญ่..ก็มีความเปราะบางสูงเช่นกัน..

ถ้าจะต่อสู้..ต้องประยุกต์หลักการของพลังธาตุลมเข้าร่วมสู้แล้ว..

....

ทาลิสให้อัมพุชานั่งเคียงข้างทั้งที่ยังมีหางปลาอยู่..

เวลานี้..สามเจ้าหญิงกับสองปีศาจแห่งอนันตกาลกำลังใส่ใจการเอาตัวรอดจากการโจมตี..แต่ทาลิสกลับไม่ใส่ใจเพราะในสายตานาง..มีแต่นางเงือกอัมพุชาคนนี้เท่านั้น..

แต่สติของทาลิสไม่ได้กระเจิดกระเจิงเช่นเดิม..

นางจับมืออัมพุชาที่ลูบท่อนขาขาวและหมายใจจะลูบเข้าใต้กระโปรงอีกครั้ง..

“..อัมพุชา..ไม่ใช่ตอนนี้..”

“..หรือท่านไม่รู้สึกอันใดกับข้าแล้ว..”อัมพุชาพูดเสียงอ้อยอิ่ง..

“..ไม่..อัมพุชา..เธอทำให้ฉันรู้สึกมากที่สุด..มากจนเกินไป.”ทาลิสพูดตามตรง.. “..แต่ในสถานการณ์เวลานี้ไม่น่าไว้วางใจ..ฉันต้องเก็บเรี่ยวแรงไว้เผื่อจะมีเหตุไม่คาดฝัน..”

“..ท่าน..”

“..อัมพุชา.”ทาลิสหอมแก้มนาง.. “..เราต้องแยกแยะความจำเป็น..ถ้าฉัน..เอ้อ..รู้สึกมากไป..มันจะไม่ไหว..อัศวินแห่งอากาศมนตราต้องใช้ความว่างเป็นพลัง..ยิ่งรู้สึกมาก..ก็ยิ่งไม่มีแรง..”

อัมพุชาชะงัก..

“.ข้าเป็นเหตุให้ท่านหมดแรงหรือ..”

“..อย่าโทษตัวเองนะอัมพุชา..”ทาลิสพูดตามตรง.. “..เพราะ..ฉันยินยอมให้มันเป็นแบบนั้นเอง..”

แรงสะเทือนจากแรงระเบิดที่ระเบิดภายนอก..ทำให้ทาลิสเม้มปาก..

“..บ้าชะมัด..ใช้พลังอากาศมนตราในน้ำลำบากมาก..เราต้องพึ่งแต่พลังธาตุลมของริต้ากับอจินไตยหรือนี่..”

.......

ในห้องกัปตัน..เวลานี้..สามเจ้าหญิงและสองปีศาจอนันตกาลอยู่ด้วยเพื่อช่วยสถานการณ์..

จอภาพแสดงให้เห็นสภาพภายนอกชัดเจน..

กัปตันพูดว่า..

“..เรารู้ว่ามีข้าศึก..และมันยิงตอร์ปิโดใส่เราเป็นระยะ..ด้วยความสามารถของเรายังคงหลบหลีกได้อยู่..แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะรอดไปได้แค่ไหน..”

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

“..กัปตัน..ฉันกับภรรยาจะจัดการให้เอง..”

“..คุณธวัลวราง..”กัปตันเรียกชื่อตามที่ทาลิสตั้ง.. “..คุณจะทำอย่างไร..จอโซนาร์แสดงให้เห็นข้าศึกก็จริง..แต่มันรายล้อมและเปลี่ยนตำแหน่งไม่อยู่นิ่ง..หากเราจะยิงตอร์ปิโดตอบโต้..ก็มีจำกัดและมีโอกาสจะยิงพลาดสูงมาก..พวกมันคงมีมากเพียงแต่ยังไม่มีจังหวะเข้าใกล้เราเท่านั้น..”

จินดาพิสุทธิ์กระแอมเบา ๆ ..

“..ธวัลนรีกับฉันมีอำนาจเกี่ยวกับธาตุลม..กัปตันเชื่อมือเถอะน่า..”

เสียงเจ้าหน้าที่ร้องขึ้นว่า..

“..ตอร์ปิโดถูกยิงมาทางซ้าย..สิบนาฬิกา..”

อจินไตยจ้องมอง..ปรากฏกระแสลมเกิดขึ้นใต้น้ำ..

มีลมใต้น้ำด้วย..

กระแสลมใต้น้ำพัดเป็นวง..ชักจูงตอร์ปิโดให้เคลื่อนที่ไปตามทางที่ลมบังคับ..ให้มันย้อนกลับไปยังทางเดิม..

แรงสั่นสะเทือนของตอร์ปิโดแตกระบิด..แต่เหมือนมันระเบิดในที่ไกลผิดไปจากเมื่อสักครู่..

เจ้าหน้าที่ที่จับตามองจอโซนาร์ร้องออกมา..

“..ตอร์ปิโตย้อนไปถูกเรือดำน้ำข้าศึกครับ..”

คนในห้องบัญชาการร้องเฮออกมา...

แต่แล้วเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าจอโซนาร์ก็ร้องว่า..

“..กัปตันครับ..พวกมัน..ระดมยิงตอร์ปิโดใส่เรา..”

เสียงศศินาพูดขึ้นว่า..

“..หักซ้ายสามสิบองศา..เดินหน้าเต็มกำลัง..”

กัปตันขมวดคิ้ว..

“..คุณจะทำอะไรหรือครับ..คุณศศินา..”

“..ตำแหน่งที่เรือพวกมันระเบิดไปหนึ่งลำ..จะเป็นช่องโหว่ให้เราหนีจากกลุ่มตอร์ปิโดได้..”

“..แต่เราไม่น่าจะเร็วพอนะครับ.”

ศศินาตาทอประกาย..

“..เดี๋ยวจะทำให้เรือเร็วขึ้น..ไปเถอะ..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..วิชาย่นย่อระยะทาง..กัปตัน..อย่าสงสัยเลยค่ะ..”

กัปตันพยักหน้า..

“..หักซ้ายสามสิบองศา..เดินหน้าเต็มกำลัง..”

เรือดำน้ำเบนหัวออกไปทางซ้าย..และเร่งเครื่องเต็มที่..

ศศินาใช้พลังอากาศมนตราย่นย่อระยะทาง..ทำให้เรือสามารถเดินทางได้ไกลกว่าเดิม..ในสายตาของทุกคน..เรือกลับเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ..

ตอร์ปิโตที่ระดมยิงใส่..หลุดรอดจากเรือดำน้ำของนาคาการ์ดได้หวุดหวิด..และมันแตกระเบิดใต้น้ำเป็นชุด..ทำให้เรือสั่นสะเทือนตลอดเวลา..

เสียงเจ้าหน้าที่พูดว่า..

“..กัปตัน..เราล็อคเป้าหมายได้แล้ว..”

“.ยิงตอร์ปิโดตอบโต้..”

ตอร์ปิโดของเรือดำน้ำนาคาการ์ด..ยิงใส่เรือดำน้ำข้าศึกแล้ว..แรงสะเทือนจากการระเบิดของตอร์ปิโดทำให้เรือดำน้ำข้าศึกจมลงไปอีกหนึ่ง..

การรบเพื่อตีฝ่าเข้าไปในเกาะฟองสมุทรของแม่เฒ่าฟองสมุทร..เป็นไปอย่างดุเดือด..

......

ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันต่อสู้..มีสองคนที่เหมือนไม่ยุ่งกับเรื่องราวใดเลย..คือทาลิสและอัมพุชา..

สำหรับทาลิส..นางไม่ถนัดการรบใต้น้ำ..

อัมพุชาก็ไม่อยู่ในฐานะจะต่อสู้..

แต่นางก็ถามว่า..

“..ท่านเป็นอัศวินแห่งอากาศมนตรา...ข้าเพิ่งทราบว่า..ท่านมีจุดอ่อนด้วย..”

“..ฉันเป็นอัศวินที่มีแต่พลังอากาศมนตราล้วน ๆ ..และมันไม่ถึงกับเป็นจุดอ่อนหรอก..เพียงแต่ในน้ำมันใช้งานไม่สะดวกเท่านั้น..”

“..ยังโชคดีที่สหายของท่านมีพลังที่ใช้งานได้..”

“..ริต้ากับอจินไตยก่อนจะเป็นอัศวินแห่งอากาศมนตรา..ก็มีพลังของธาตุลมอยู่ก่อนแล้ว..ประยุกต์ใช้ได้หลากหลายอยู่นะ..”

แล้วทาลิสก็ขมวดคิ้ว..

“..เธอเหมือนจะพยายามสืบข้อมูลอะไรอยู่สักอย่าง..”

“..ข้าเพียงแต่อยากจะทราบ..ศึกชิงอาณาจักร..ส่วนหนึ่งเราต้องรบกันใต้น้ำ..แล้วพวกท่านจะใช้อันใดมาต่อสู้กับศัตรูของอาณาจักรข้ากัน..”

ทาลิสรู้สึกประหลาดใจบ้าง..และเอะใจระคนกัน..

ที่ผ่านมา..นับว่า..อัมพุชาล่วงรู้ข้อมูลของอัศวินแห่งอากาศมนตรามากอยู่..

รู้สึกไม่ค่อยวางใจเอาเสียเลย...

ขณะที่ยังสงสัยใจอยู่..สามเจ้าหญิงก็เข้ามาในห้องโดยสารแล้ว..

ทาลิสถามว่า..

“..เป็นไงบ้าง..”

มุกดารายกนิ้ว..

“..ท่านพี่ร้ายกาจสมกับที่เป็นท่านพี่ของข้า..พวกเราฝ่ากองทัพที่รายล้อมเกาะฟองสมุทรได้สำเร็จ..และกำลังจะตรงไปยังถ้ำใต้เกาะ..ที่อยู่ของแม่เฒ่าฟองสมุทรของท่านแล้ว...”

อัมพุชาดูจะยินดี..

“..ในที่สุด..ก็ถึงสักที..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มแย้ม..

“..โชคดี..เรามีพลังแห่งวาโยธาตุ..ใช้ทดแทนความอ่อนแอของวิชาอากาศมนตรา..หากไม่ได้พลังนี้..เห็นทีคงฝ่าทัพข้าศึกเข้ามาไม่ได้..”

มุกดารายกนิ้ว...

“..ท่านพี่ทั้งสองถือเป็นอัศวินแห่งอากาศมนตราที่เก่งที่สุดเลย..”

อจินไตยเหมือนยิ้มรับ..เอาเข้าจริง..มุกดาราต่างหากล่ะ..ถึงจะจัดว่าเก่งที่สุด..

แต่เหมือนอัมพุชาตั้งใจฟัง..เพียงแต่ทำทีเป็นไม่สนใจเท่านั้น...และไม่มีใครสนใจนางด้วย..

มีแต่ทาลิสซึ่งเวลานี้..เริ่มไม่สบายใจและคอยสังเกตอัมพุชาอยู่ตลอดเวลา..

......

เกาะฟองสมุทรมีถ้ำใต้น้ำ..และเมื่อเรือดำน้ำเข้าไปในถ้ำนั้น..ก็สามารถลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ..ที่แท้ภายในถ้ำใต้น้ำ..ยังมีส่วนที่ไม่มีน้ำอยู่..

ประตูด้านบนเรือดำน้ำเปิดออก..สามเจ้าหญิง..สองปีศาจแห่งอนันตกาล..ทาลิสซึ่งอุ้มร่างอัมพุชา..ออกมาทีละคน..ส่วนกัปตันเรือและลูกเรือคนอื่น..เหมือนเตรียมพร้อมในเรือดำน้ำตลอดเวลา..

อัมพุชาที่ถูกอุ้ม..นางที่โอบมือรอบคอทาลิส..ก็พูดขึ้นว่า..

“..ท่านปล่อยข้าลงน้ำเถิด..”

ทาลิสปล่อยร่างนางลงบนผิวน้ำในถ้ำ..

เมื่อลงน้ำได้..นางเหมือนเป็นปลาน้อย ๆ ที่ดำผุดดำว่ายอย่างมีความสุข..

และนางก็ส่งเสียงออกมา..เหมือนกับการร้องเพลง..

ทาลิสหลับตา..เสียงช่างหวานนัก..

มุกดาราที่อยู่กับท่านพี่ทั้งสองอดงงงวยไม่ได้..

“..ท่านพี่..เสียงนางช่างไพเราะ..”

“..มุกดารา..ท่านไม่ควรจะดื่มด่ำกับเสียงเพลงมากจนเกิดไปนะ..”อจินไตยพูด..

สักครู่..แอ่งน้ำในถ้ำที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรภายนอก..ก็ปรากฏร่างหลายร่าง..

นี่คือร่างของเงือกซึ่งมีทั้งชายหญิง..ดำผุดดำว่ายไปมา..

แต่ในถ้ำด้านในซึ่งเป็นพื้นดิน..ปรากฏร่างชราของหญิงผมขาว..หน้าตาท่าทางอายุมากจนไม่อาจจะคาดเดาอายุที่แท้จริงได้..และนางเดินออกมาพร้อมกับไม้เท้าอันหนึ่ง..

อัมพุชาได้แต่ร้องทักทาย..

“..แม่เฒ่า..ข้านำอัศวินแห่งอากาศมนตรามาหาท่านแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์ในฐานะหัวหน้าทีมอดโค้งคารวะไม่ได้..

“..ท่านคือแม่เฒ่าฟองสมุทรใช่ไหม.ข้าธวัลวราง..แห่งธวัลอัศวิณี..ขอคารวะ..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรยิ้มอย่างพึงใจ..

“.ประเสริฐ..อัศวินแห่งอากาศมนตราทั้งสี่..ยอมช่วยเหลืออาณาจักรแห่งอุทกมิต..ข้าเฒ่าฟองสมุทรซาบซึ้งนัก..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มพลางพูดอีกว่า..

“..มีอันใดไม่เป็นธรรม..พวกเราจะเข้าไปสะสางแก้ไข..”

พูดจบก็รู้สึกประหลาดแต่ไม่อาจจะบอกได้ว่าประหลาดอย่างไร..

มุกดารากระซิบเบา ๆ ..

“..ท่านพี่..เงือกที่ล้อมพวกเราอยู่..แปรขบวนแปลก ๆ นะ..”

อจินไตยอดถามไม่ได้..

“..มุกน้อย..ท่านคิดว่าเป็นเช่นไร..”

“.มันคล้ายกับจะเป็นค่ายกลอย่างไรก็ไม่ทราบ..”

จินดาพิสุทธิ์หรี่ตาเล็กน้อย..

ทาลิสเองก็หันมาหาเพื่อน..

“..ริต้า..ฉันเป็นครูสอนดนตรีนะ..รู้สึกว่ามันพิกล..”

“..ยังไง..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

“..คือ..ตำแหน่งที่เราอยู่..เป็นตำแหน่งที่เหมือนจะเป็นจุดรวมของเสียง..คือเรื่องเสียงนี่..ฉันอ่านทางค่อนข้างขาดนะ..ว่ามันเป็นยังไง..”

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..หมายความว่ายังไง..”

อจินไตยนึกขึ้นได้..

“..แย่แล้ว..ระวัง..”

ขาดคำ..แม่เฒ่าฟองสมุทรก็ร้องว่า..

“..ขอต้อนรับอัศวินแห่งอากาศมนตราทุกคนด้วยใจจริง..”

คำว่า..ด้วยใจจริง..เหมือนเสียงสะท้อนไปมาในถ้ำ..

แถมยังมีเสียงร้องอันประหลาดของเงือกที่แปรขบวนล้อมเรือดำน้ำไว้...

เสียงที่ทำให้ทุกคนสะท้านขวัญ..แม้แต่คนที่ยังอยู่ในเรือดำน้ำก็ตาม..

อจินไตยรู้แล้วว่าเกิดเรื่องผิดปรกติ..แต่เหมือนจะสายไป..

เสียงที่สะท้านถึงในจิตวิญญาณ..ทำให้นางอดผวาเข้ากอดเจ้าหญิงอีกสองคนไมได้..

“..ไม่..”อจินไตยร้อง..หันไปมองมุกดาราเห็นตาค้าง..และค่อย ๆ ร่วงลง..

ส่วนจินดาพิสุทธิ์เองก็ร่วงลงเช่นกัน..

“..ไม่มีใครต้านทานเสียงแห่งฟองสมุทรได้..แม้จะเป็นอัศวินแห่งอากาศมนตราก็ตาม..”

อจินไตยรู้สึกปั่นป่วนมากมายเกินกว่าที่คิด..

และปิดตาหลับลง..พร้อมกับร่างที่ค่อย ๆ ร่วงลงข้างกายเจ้าหญิงทั้งสอง..

ส่วนสองปีศาจแห่งอนันตกาลยิ่งไม่มีทางต่อต้านได้เลย..แพคเกจล้มลงไปแล้ว..

มีแต่คน ๆ หนึ่งที่ยังพอจะต้านทานได้บ้าง..คือศศินา..

จะมากจะน้อย..นางก็คือเจ้าหญิงแห่งเผ่าหมาป่ามาก่อน..

ศศินาเงยหน้า..แผดเสียงหอนโหยหวนคล้ายสุนัขป่า..

เพียงแต่..ที่นี่ไม่ใช่ป่า..นี่คือทะเล..

เหล่าเงือกต้องกระแทกเสียงเพิ่มขึ้นสองเท่า..ศศินาจึงจะสามารถล้มลงได้..

คนในเรือดำน้ำแม้จะอยู่ในเรือดำน้ำ..แต่เสียงเงือกที่ประสานกันวางไว้เป็นค่ายกลแห่งเสียง..ก็สามารถกระแทกกระทั้นความรู้สึกของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี..ถึงขนาดสั่นไหวจิตวิญญาณของทุกคนจนสิ้นสติ..

ทาลิสทรุดลง..นางยังไม่สิ้นสติเหมือนคนอื่น ๆ ..

ในบรรดาทั้งหมด..นางมีความสามารถชนิดหนึ่งที่เป็นการประยุกต์สิ่งที่นางชอบกับวิชาอากาศมนตรา..

ทาลิสเป็นครูสอนดนตรี..ดังนั้น..จึงสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับเสียงดีกว่าทุกคน..

เพียงแค่ขยับร่างเล็กน้อย..จุดที่เสียงร้องของเงือก..ก็กลายเป็นเบาบางลง..พอจะให้นางต้านทานไหว..

ทาลิสร้องขึ้นว่า..

“..ทำแบบนี้ทำไม..”

หางปลาของเงือกตัวหนึ่ง..วักน้ำทะเล..สาดมาทางทาลิส..

นี่ถือเป็นไม้ตายของพวกเงือก..คือสามารถวักน้ำสาดจู่โจมได้รุนแรงหนักหน่วยยิ่งกว่าสิ่งใด..

น้ำที่ถูกวักสาด..มีพลังกระแทกที่รุนแรงยิ่งนัก..

แรงจนทาลิสถึงกับตกจากเรือดำน้ำ..ร่วงลงพื้นน้ำ..

เมื่อตกลงน้ำ.ฝูงเงือกก็กรูเข้ามา..รายล้อมทาลิส..พร้อมกับตะเบ็งเสียงใส่..

ทาลิสใช้พลังอากาศมนตรา..แต่..มันจะอ่อนพลังลงเมื่ออยู่ในน้ำ..

นางถูกกลุ่มเงือกคร่ากุมไว้..หลังจากที่คลื่นเสียงทำให้นางรู้สึกว่าอ่อนแอลง..

และอัมพุชาค่อย ๆ ว่ายมาหานาง..

ทาลิสร้องว่า..

“..ทำไมถึงทำแบบนี้..”

อัมพุชาพูดขึ้นว่า..

“..เราไม่เคยไว้ใจพวกมนุษย์..ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม..ต่อให้เป็นอัศวินแห่งอากาศมนตรา..เราก็ไม่เคยไว้ใจ..”

แม่เฒ่าฟองสมุทรพูดขึ้นว่า..

“..หากอัศวินแห่งอากาศมนตรา..สามารถจะช่วยพวกเราได้..ไม่สู้..เอาพลังของพวกท่านมาให้เราใช้เถิด..”

ทาลิสอึ้ง..

“..บ้าไปแล้ว..ทำแบบนี้ได้ยังไง..ไม่มีทางหรอก..”

“..ข้าอยู่กับท่าน..และเรียนรู้ตัวท่านมามากมาย..”อัมพุชาพูด..จ้องมองทาลิสเขม็ง.. “..พวกเผ่าอุทกมิตเรามีจุดเด่นด้านการใช้เสียงความถี่สูงและต่ำได้ดังใจ..ในขณะที่เราเดินทางมาที่นี่..ข้าก็ส่งเสียงความถี่เดียวกับที่ปลาวาฬใช้สื่อสาร..ติดต่อกับแม่เฒ่าตลอดเวลา..โดยที่ไม่มีใครทราบ..สิ่งที่เรียนรู้จากท่าน..ทำให้แม่เฒ่าคิดแผนการคร่ากุมพวกท่านได้สำเร็จ..”

การสื่อสารของปลาวาฬที่ใช้กัน..ก็อยู่ในคลื่นความถี่ระหว่าง 12-25hz และมันสามารถส่งเสียงไปได้ไกล.รับกันเป็นทอด ๆ ..ดังนั้น..ปลาวาฬหนึ่งตัว..จึงสามารถคุยกันได้ทั่วโลก..

ทาลิสรู้สึกเจ็บใจเป็นที่สุด..

อีกครั้งแล้วใช่ไหม..ที่ตัวเองถูกหลอก..

ไม่อะไรเท่าถูกหลอกให้รัก..ไว้ใจ..เชื่อใจ..แล้วในที่สุด..ก็พาเพื่อนมาเดือดร้อนเพราะความโง่ของตนเอง..

“..แม่เฒ่าไม่คิดว่า..อัศวินแห่งอากาศมนตรา..จะมีจุดอ่อนบางสิ่ง..แต่ในจุดอ่อนของอัศวินแห่งอากาศมนตรา..จะไม่เป็นจุดอ่อนต่อพวกเรา..ดังนั้น..การยึดเอาพลังของพวกท่านมา..จึงเป็นหนทางที่จะใช้เอาชนะพวกกบฎที่ดีที่สุด..”

อัมพุชาพูดพลางเข้ามา..จับศีรษะของทาลิส..

“..คลื่นเสียงของเรา..สามารถทำให้พวกท่าน..มอบพลังให้พวกเราได้..”

ทาลิสมองอัมพุชานิ่ง..

และนางก็พูดว่า..

“..เธอรู้ไหม..การเสียรู้เธอ..ไม่เท่ากับ..การรู้สึกว่า..เธอเป็นเงือกที่ไม่มีหัวใจเลย..”

อัมพุชาอึ้ง..ก่อนจะพูดว่า..

“..ท่านจะพูดกระไรก็พูดไป..ข้าต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุด..เพื่อเผ่าพันธุ์ของข้า..”

“..เธอไม่มีหัวใจจริง ๆ ..”

น้ำเปียกร่างทาลิส..หน้าตาก็เปียกไปด้วยน้ำ..รวมถึงแว่นตาของนาง..ซึ่งสวมติดใบหน้าตลอด..

คราบน้ำที่อยู่บนแว่นตา..ราวกับส่วนหนึ่งจะเป็นน้ำตาของเธอเอง..

อัมพุชาสะบัดหน้า..ร้องสั่งว่า..

“..ทำให้นางหมดสติ..”

เงือกที่รายล้อมคร่ากุม..ต่างก็เปล่งเสียง..

เสียงที่ทำให้ทาลิสสะท้านร่าง..และหลับตาลง..คอพับ..

คลื่นเสียงที่น่ากลัวนัก..

......

ในที่สุด..

คนที่ฟื้นคืนสติเป็นคนแรก..คือมุกดารา..

และที่น่าประหลาดคือ..นางอยู่ในน้ำ..และถูกผูกติดกับหลักหินซึ่งปักอยู่ในน้ำ..

บ้าชะมัด..ในน้ำเนี่ยนะ..

สิ่งที่รับรู้ได้ในเวลานี้..คือนางเหมือนใช้พลังอากาศมนตราได้ไม่เต็มที่..

น้ำคือจุดอ่อนของอากาศมนตราจริง ๆ ..

อาจจะยังใช้พลังได้บ้าง..แต่..ก็เพียงแค่เล็กน้อย..

เอาง่าย ๆ ..บังคับชายแพรทั้งสี่ไม่ได้เลย..

ส่วนท่านพี่ทั้งสอง..ก็ถูกมัดอยู่กับหลักหินในน้ำอีกสองหลัก..ซึ่งอยู่ไม่ห่าง..

มุกดาราใจชื้น..หากท่านพี่ทั้งสองได้สติ..คงจะหลุดไปจากพันธนาการนี้ได้แน่..จากพลังแห่งวาโยธาตุที่มีอยู่..

แต่ท่านพี่ทั้งสองก็ยังไม่ฟื้น..นี่เกิดอะไรขึ้น..

เสียงพูดดังขึ้นข้าง ๆ ..

“..มุกดารา..เธอฟื้นแล้วใช่ไหม..”

มุกดาราหันขวับ..คนที่พูดกับเธอคือทาลิสซึ่งถูกผูกติดกับหลักหินอีกหลักหนึ่ง..

“..ท่านพี่ทาลิส..”

“..น้ำคือจุดอ่อนของพวกเรา..นอกจากสองคนนั้น..เพราะพวกเขามีพลังของธาตุลม..”ทาลิสพูด..

“..แต่.ไฉนท่านพี่ทั้งสองถึงเป็นเช่นนี้.”

“..พวกเงือกมันไม่ยอมให้ฟื้นหรอก..เพราะถ้าฟื้น..สิ่งที่ทำไว้จะเสียเปล่า..”

มุกดารารู้สึกร้อนวูบวาบ..

“..ท่านพี่..นี่คือ..”

“..แม่เฒ่าบ้าอะไรนั่นมันใช้วิธีไหนไม่รู้..มัดเราไว้..และให้เราคายพลังอากาศมนตราให้พวกมัน..เราทั้งสี่ตอนนี้..เหมือนกับเป็นแบตเตอรี่หรือแหล่งพลังงานให้พวกมันเอาไปใช้..”

มุกดาราเม้มปาก..

“..เราจะหลุดได้อย่างไรกัน..ท่านพี่..”

“..คงต้องมีปาฏิหาริย์ล่ะนะ..แต่ฉันยังไม่เห็นเลย..”

ทาลิสพูดอย่างท้อแท้..

“..แต่ที่เจ็บใจที่สุด..ก็คือถูกหักหลังนี่แหละ..ฉันนี่มันโง่สิ้นดีเลย..มุกดารา..”

.........

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น