ตำหนักไร้ต์รัก

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 20 ความสัมพันธ์พ่อลูกที่ห่างเหิน

ชื่อตอน : บทที่ 20 ความสัมพันธ์พ่อลูกที่ห่างเหิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 143

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 ความสัมพันธ์พ่อลูกที่ห่างเหิน
แบบอักษร

“ทะ...ท่านพ่อ...” หนิงหลิงอวิ๋นนึกไม่ถึงว่าหนิงจู่อานจะโผล่มาในเวลานี้ นางหน้าซีดเผือด ตกใจจนเสียงสั่นเครือ

“ยังไม่ขอโทษอีก!” หนิงจู่อานตวาดเสียงกร้าวหน้าถมึงทึงเมื่อเห็นท่าทีเลิ่กลั่กของหนิงหลิงอวิ๋น

แม้หนิงหลิงอวิ๋นคับแค้นใจเพียงใดแต่นางยอมก้มหัวอย่างเสียไม่ได้ “ขอโทษนะน้องห้า ยกโทษให้พี่สี่ที่พูดโดยไม่ทันคิดด้วย”

“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ พี่สี่เองไม่ได้ตั้งใจ แต่ที่พี่สี่พูดเมื่อครู่ว่าทรยศ...” หนิงเสวี่ยเยียนเงยหน้า ใบหน้าแฝงแววสงสัย ทว่านัยน์ตากลับฉายแววเย็นเยียบ

ทรยศอย่างนั้นหรือ นางเองอยากรู้ยิ่งนักว่าไยหมิงซื่อจึงเป็นหญิงทรยศได้

“ไปคุกเข่าที่โถงบรรพชนซะ คัดสมบัติกุลสตรีมาด้วยร้อยจบ!” ยังไม่ทันพูดจบ หนิงจู่อานขัดขึ้นเสียก่อน

เพราะเหตุใดกัน เหตุใดแม้แต่จะกล่าวถึงยังทำไม่ได้!

หนิงเสวี่ยเยียนหรี่ตาเล็กน้อย แววตาเย็นเยียบ

“ท่านพ่อ!” หนิงหลิงอวิ๋นคิดไม่ถึงว่าหนิงจู่อานจะโมโหถึงเพียงนี้ สีหน้านางฉายแววน้อยใจ น้ำตาคลอเบ้า มองหนิงจู่อานอย่างน่าสงสาร!

“เยียนเอ๋อร์ เจ้าตามพ่อออกมา” หนิงจู่อานสะบัดแขนเสื้อเดินออกไปโดยไม่เหลียวมองหนิงหลิงอวิ๋นด้วยซ้ำ

หนิงหลิงอวิ๋นถูกหนิงจู่อานตำหนิเช่นนั้นทั้งอายทั้งโมโห นางโมโหจนหน้าแดงก่ำ เมื่อเห็นหนิงจู่อานจากไปแล้ว ก็ยกมือชี้หนิงเสวี่ยเยียน ก่นด่า “หนิงเสวี่ยเยียน นางสารเลว!”

สารเลวหรือ หากไม่ใช่เพราะเจ้าใช้คำพูดร้ายกาจดูถูกท่านแม่อย่างจองหองต่อหน้าศพของท่านแม่เช่นนี้ มีหรือนางจะลงมือถึงขั้นนี้ หนิงเสวี่ยเยียนระบายยิ้มบางๆ แววตาแฝงแววเย็นเยียบ ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บเสียจนหนิงหลิงอวิ๋นหวาดหวั่น ค่อยๆ ลดมือที่ชี้ลง เมื่อครู่จู่ๆ นางรู้สึกเหมือนลมหนาวปะทะใบหน้าอย่างแรงเสียได้

ครั้นอยากมองให้ชัดอีกครั้ง หนิงเสวี่ยเยียนก็เดินจากไปแล้ว

ที่ด้านนอกโถงที่ตั้งศพ พุ่มดอกเบญจมาศที่บานสะพรั่งได้รับการจัดแต่งให้เป็นระเบียบ หนิงจู่อานยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“ท่านพ่อ!” หนิงเสวี่ยเยียนเดินออกมาจากตัวโถง ข่มแววตาดูแคลน แทนที่ด้วยแววตานอบน้อม นางเรียกเขาเช่นนี้เฉพาะยามจำเป็น ชายผู้นี้ไม่คู่ควรกับคำว่า “พ่อ” สักนิด

“ฉิงหรุ่ยเป็นคนวางยา ครั้งหนึ่งแม่ของเจ้าเคยตบตีนาง นางเลยเคียดแค้นจนลงมือวางยาพิษแม่เจ้า ตอนนี้แม่ใหญ่เจ้าให้คนจับนางไปโบยแล้ว”

หนิงจู่อานหันกลับมามองดวงหน้าเล็กที่ผอมซูบและซีดเซียวของหนิงเสวี่ยเยียนก่อนจะชะงักครู่หนึ่ง แต่แล้วก็มีทีท่าเหมือนตัดสินใจบางอย่างได้ จากนั้นจึงพูดออกมารวดเดียวจบ

“ท่านพ่อ ดอกท้อเมามายถุงหนึ่งคงจะแพงน่าดูเลยใช่ไหมเจ้าคะ” หนิงเสวี่ยเยียนช้อนตามองหนิงจู่อานโดยไม่มีท่าทีประหม่า นางดูสงบนิ่งเสียจนราวกับไม่ได้พูดเรื่องของตนอยู่ เบี้ยเลี้ยงแต่ละเดือนของสาวใช้คนหนึ่งจะมากมายสักเท่าไรเชียว ดอกท้อเมามายชุดหนึ่งปาเข้าไปสองตำลึงแล้ว ใช่สิ่งที่สาวใช้จะมีปัญญาซื้อแล้วซื้ออีกอย่างนั้นหรือ!

“ตระกูลของฉิงหรุ่ยฐานะไม่ได้แย่!” หนิงจู่อานชะงักไปก่อนจะตอบกลับอย่างขอไปที

“แค่เพราะครั้งหนึ่งท่านแม่เคยตบตีนาง นางก็คิดจะเอาชีวิตท่านแม่และข้าเลยหรือ” แม้รู้ดีว่าสิ่งที่หนิงจู่อานพูดไม่ใช่ความจริง แต่หนิงเสวี่ยเยียนยังคงซักไซ้ต่ออยู่อย่างนั้น

นางหลุบตา แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ พร้อมแย้มรอยยิ้มเย็น หากไม่ใช่เพราะนางฟื้นคืนชีพ หนิงเสวี่ยเยียนคงตายไปนานแล้ว หรือต่อให้ยังไม่ตายก็อยู่ได้ไม่เกินครึ่งปีหรอก ท้ายที่สุดต้องตายเพราะน้ำมือของหลิงซื่ออยู่ดี ในจวนอันใหญ่โตนี้ ชีวิตของสาวใช้ยังมีค่ามากกว่านางผู้เป็นธิดาสายตรงแห่งจวนฮู่กั๋วโหวเสียด้วยซ้ำ

“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องสนใจหรอก แม่ใหญ่ของเจ้าได้ตรวจสอบชัดเจนแล้ว” หนิงจู่อานขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจเมื่อถูกหนิงเสวี่ยเยียนซักไซ้เรื่องที่น่ารำคาญพวกนี้!

นี่คือสิ่งที่คนเป็น “พ่อ” ตรวจสอบมาได้ แม้ไม่น่าแปลกใจอะไร แต่การปกป้องหลิงซื่อของหนิงจู่อานทำให้หนิงเสวี่ยเยียนโมโห นางแค่นหัวเราะในใจ หากวันนี้ท่านอ๋องผู้นั้นไม่ได้อยู่ด้วย ดูท่าหนิงจู่อานคงไม่คิดแม้แต่จะอธิบายเรื่องผิวเผินพวกนี้ให้ตนฟังเสียด้วยซ้ำ

หลิงซื่อจัดการได้ไม่เลวเลย เพิ่งผ่านไปครู่เดียวก็ทำให้หนิงจู่อานเข้าข้างนางได้แล้ว! แต่ไม่รู้เหมือนกันว่านางจะเป็นฝ่ายเป็นต่อแบบนี้ไปได้หรือไม่!

“ในเมื่อท่านพ่อตรวจสอบชัดเจนเช่นนี้และจัดการคนพวกนั้นแล้ว ท่านแม่ที่อยู่บนสวรรค์ต้องดีใจแน่ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของท่านแม่แล้ว ลูกอยากจะไปถือศีลกินเจที่วัดหานซานสักหนึ่งเดือน เพื่อให้วิญญาณของท่านแม่ที่อยู่บนสวรรค์สงบสุข ให้ท่านได้ไปเกิดในตระกูลที่ดีในภพหน้า ไม่ถูกวางยาพิษอีก” หนิงเสวี่ยเยียนเลิกซักไซ้เพียงเท่านี้ จากนั้นจึงเอ่ยสีหน้าเรียบ

หลิงซื่อถูกนางเล่นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า บัดนี้คงโกรธจนควันออกหูควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วเป็นแน่ อีกอย่างตอนนี้นางยังไม่มีความสามารถพอที่จะเปิดโปงหลิงซื่อได้ ต้องหลบไปสักพักแล้วกลับมาในแบบที่พร้อมกว่าเดิม แค้นนี้อย่างไรก็ต้องชำระ!

หนิงจู่อานมองหนิงเสวี่ยเยียนอยู่นาน แววตาคมคู่นั้นแฝงการตรวจสอบ ราวกับต้องการจะมองหนิงเสวี่ยเยียนให้ทะลุปรุโปร่ง ทว่าหนิงเสวี่ยเยียนกลับยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่ง ไม่มีทีท่าหวั่นเกรงหรือคิดหลบหนีแต่อย่างใด

เมื่อไม่เห็นท่าทีผิดปกติใดๆ แววตาของหนิงจู่อานพลันอ่อนโยนขึ้น “สภาพเจ้าในยามนี้ หากไปวัดหานซานผู้เดียวข้าย่อมไม่อาจวางใจแน่ อย่างไรให้พี่หญิงใหญ่ของเจ้าไปด้วยดีกว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่นางจะกลับจวนได้จึงช่วยเจ้าเฝ้าศพไม่ได้ อย่างนั้นช่วงนี้ให้นางไปถือศีลกินเจด้วยกันกับเจ้าที่วัดหานซานแล้วกัน ถือเป็นการแสดงความกตัญญูต่อแม่ของเจ้าด้วย”

ชื่อเสียงดีๆ ของหนิงจื่อเยี่ยนเสื่อมเสียเพราะเรื่องพิธีศพของหมิงซื่อ หนิงจู่อานไม่เพียงแต่ไม่ต่อว่านางสักคำ หนำซ้ำยังคิดจะใช้เรื่องการไปถือศีลกินเจมากู้หน้าให้หนิงจื่อเยี่ยนอีก หนิงจู่อานช่างลำเอียงยิ่งนัก!

“ท่านพ่อ ยามนี้ยังเป็นช่วงที่พี่หญิงใหญ่เพิ่งแต่งงาน เยียนเอ๋อร์คิดว่า...ท่านน่าจะลองถามความเห็นจากท่านแม่กับพี่หญิงใหญ่ก่อนดีกว่า!” หนิงเสวี่ยเยียนแสร้งรู้สึกซาบซึ้งใจ ดวงตาขึ้นสีแดงเรื่อ แต่ยังเอ่ยปฏิเสธ

“เยี่ยนเอ๋อร์เป็นคนอ่อนโยนจิตใจดี เกิดเรื่องเช่นนี้นางต้องรู้สึกไม่ดีมากแน่ อย่างไรต้องอยากไปแสดงความกตัญญูกับเจ้าแน่นอน เจ้าอย่าได้กังวลเรื่องพวกนางเลย”

หนิงจู่อานรวบรัดเองเสร็จสรรพ สั่งความไว้สองสามประโยคก่อนจะสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว!

“คุณหนู ตอนที่ฉิงหรุ่ยมาเรือนหมิงซวง อาการป่วยฮูหยินก็กำเริบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านโหวกลับเชื่อว่าฉิงหรุ่ยเป็นผู้บงการ!” ชิงอวี้ขยับเข้ามาสองก้าวพลางเอ่ยอย่างโกรธเคือง ชิงอวี้รับใช้หนิงเสวี่ยเยียนมาตั้งแต่เล็ก ก่อนหน้าฉิงหรุ่ยหลายปีเสียอีก

“หึ...ขนาดเจ้าเองยังรู้สึกได้ใช่ไหม! คนบางคนช่างชอบหลอกตัวเองและหลอกลวงผู้อื่น!” หนิงเสวี่ยเยียนแสยะยิ้มเย็นเล็กน้อย ไม่มีใครรู้นิสัยเสแสร้งเป็นคนดีของหนิงจื่อเยี่ยนกับหลิงซื่อได้ดีไปกว่านางอีกแล้ว เกิดเรื่องเช่นนี้หนิงจื่อเยี่ยนย่อมแสร้งทำตัวเป็นแม่พระไปบำเพ็ญกุศลให้ท่านแม่เพื่อแสดงความกตัญญูแน่!

นี่แหละคือสิ่งที่นางรอคอย เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากหนิงจื่อเยี่ยนยังอยากรักษาชื่อเสียงดีๆ นี้ไว้ย่อมต้องไปแสดงความ “กตัญญู!” ต่อท่านแม่อย่างไม่มีทางเลือก นางเอ่ยเรื่องไปถือศีลกินเจที่วัดหานซานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ท่านแม่ก็เพื่อล่อให้หนิงจื่อเยี่ยนออกมา

วัดหานซานหรือ! จะได้ไปเยือนอีกแล้วสินะ! หึ ช่างน่าสนุกเสียจริง นางได้เตรียม “ของขวัญชิ้นใหญ่!” ให้หนิงจื่อเยี่ยนไว้ที่นั่นแล้ว หวังว่าหนิงจื่อเยี่ยนจะไม่ทำให้นางผิดหวัง!

“คุณหนู เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ท่าน...รีบกลับไปที่เรือนหมิงซวงเถิดเจ้าค่ะ” จู่ๆ หานหมอมอถลาออกมาจากหัวมุมพร้อมสีหน้าร้อนรน หน้าที่มักนิ่งขรึมตลอด บัดนี้มีเม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มไปหมด

***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d71ac909f189eca8099ff10d1d6609fe

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}