เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Heart 10 (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 660

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 09:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 10 (1)
แบบอักษร

บทบรรยาย พี่อิน 

“น้องอิน พี่ได้ข่าวว่าคุณแม่เจอลูกสะใภ้เมื่อคืนเหรอคะ”  

ผมได้แต่ยิ้มและตั้งใจมองจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าต่อ ทว่าสิ่งที่คิดในใจนั้นไม่ใช่เรื่องงาน แต่กลับเป็นเรื่องแม่ผม  

รู้ไหมว่าตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากไปส่งทอฝันเสร็จ ผมก็รีบกลับเพราะจะไปอธิบายให้แม่เข้าใจสักหน่อย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับแม่เลยแม้แต่ประโยคเดียว เหมือนว่าท่านกำลังเลี่ยงและไม่อยากคุย ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น 

‘หึ ไม่คุยกับผม แต่ไปเล่าให้เลขาฟังละเอียดยิบ’  

อาจดูเหมือนไม่ยอมรับทอฝันนะ แต่ผมว่าแม่เล่นตลกอยู่มากกว่า ถ้าจริงจังกับเรื่องเมื่อคืนมาก แม่คงรอยืนด่าผมตั้งแต่ก้าวขาเข้าบ้านแล้วล่ะว่าไหม 

ส่วนเหตุผลที่ท่านไปเจอผมกลางดึกได้ เรียกว่าเป็นความบังเอิญก็คงใช่ที่ช่วงเวลานั้นแม่ผมพึ่งลงเครื่องและกำลังจะกลับบ้านพอดี คาดว่าแม่คงเห็นตอนขับรถผ่านและให้คนขับรถวนกลับมาดู คนขี้เมาก็เลยโชคร้ายไป 

“ต้องรีบบอกแฟนน้องอินแล้วนะ ว่าคุณแม่เล่นตัวเก่งแค่ไหน”  

ก็ตามที่พี่เลขาบอกเลยครับ แม่ไม่ได้โหดแต่ในทางกลับกัน ท่านเล่นตัวเก่ง หายตัวเก่ง เรียกว่าทอฝันไม่มีทางได้เจอแม่ผมแบบตั้งใจได้ง่ายๆ แน่นอน 

“พี่ว่า... ความจริงแล้วคุณแม่คงไม่ชอบผู้หญิงเรียบร้อยหรอก ชอบคนที่กล้าคิดกล้าตัดสินใจมากกว่า แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ลูกชายคนนี้คุณแม่หวงมาก”  

‘พี่เลขาพูดอีกก็ถูกอีก ห่วงเหมือนผมยังไม่บรรลุนิติภาวะ’ ผมก็ได้แต่ยิ้มรับและยื่นเอกสารคืนให้  

ต้องบอกก่อนว่าที่ทำงานผมน่ะคือโรงเรียนเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ผู้อำนวยการก็คือแม่ผมนั่นแหละ เมื่อหลายปีที่แล้วหลังจากผมเรียนจบ ก็ถูกบังคับแกมขอร้องให้มาทำงานที่นี่ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คลาดสายตาไปไหน เป็นห่วง  

ผมก็ได้แต่ตกลงเพราะไม่อยากให้ท่านต้องมาคิดมากเรื่องผมอีก แต่ขอรับเงินเดือนเหมือนพนักงานและบุคลากรของโรงเรียนคนอื่น ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น 

ฟังดูแล้วยังเหมือนผมอยู่ในความปกครองของแม่ใช่ไหมครับ หรือที่เรียกว่า ‘ไม่มีสิทธิ์ดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง’ แต่ไม่หรอก แม่ก็แค่ห่วง อยากให้อยู่ใกล้ ส่วนด้านความคิด...ท่านไม่เคยบังคับให้ผมต้องเป็นแบบที่ท่านต้องการ อยากเที่ยวก็ให้เที่ยว ไปเองหรือไปกับเพื่อนก็ไม่เคยว่า ยกเว้นเรื่องเดียวแหละที่ชอบเล่นตลกหลอกผมไปทานข้าว สุดท้ายก็จบที่แนะนำผู้หญิงให้  

‘แม่คงอยากได้ลูกสะใภ้ แต่แม่ไม่ถูกใจคนขี้เมาเมื่อคืนนี่สิ’  

ครืด.. นั่นไง พึ่งแอบนินทาไปไม่ถึงวินาทีก็ไลน์มาหาผมแล้ว 

 

ทอฝัน : ตื่นแล้วค่ะ  

‘เที่ยงวันเนี่ยนะทอฝัน สเต็ปคนขี้เมาในวันหยุดจริงๆ’ แอบว่าเธอเสร็จก็พิมพ์ตอบไปเพราะคิดว่าคนอย่างทอฝัน ไม่ส่งข้อความมาเพื่อบอกแค่นี้หรอก 

 

ภาคิณ : ตื่นแต่ยังนอนอยู่ใช่ไหม 

ทอฝัน : ใครบอก อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว  

ทอฝัน : ฝันจะออกไปซื้อผลไม้ พี่อินอยากทานไหมคะ เดี๋ยวซื้อไปฝาก 

หืม อะไรดลใจให้ฝันคิดแบบนี้นะ คิดถึงพี่เหรอ? หรือว่าห่วงที่ทำงานหนัก ก็ไม่น่าจะใช่ทั้งสองอย่าง ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ผมว่ามีเรื่องแอบแฝงแน่นอน 

 

ภาคิณ : จะมาหาพี่เหรอ  

ภาคิณ : พี่ทำงานอยู่ ตอนเย็นได้ไหม 

ทอฝัน : ตอนเย็นขี้เกียจออกจากบ้านค่ะ  

ภาคิณ : มาตอนนี้ได้เจอแป๊บเดียวนะ 

ทอฝัน : ไม่เป็นไรค่ะ แค่แวะไปหา 

ภาคิณ : โอเค ถึงแล้วบอกพี่ เดี๋ยวออกไปเจอหน้าโรงเรียน 

สุดท้ายผมก็ต้องยอมให้เธอมาหาที่โรงเรียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องแอบแฝงของเธอคืออะไร แต่มาคิดๆ ดู นัดเจอกันหน้าโรงเรียนก็แปลกดีนะ คนรอบตัวก็เด็กอายุไม่เกิน 18 ปีทั้งนั้น 

‘อารมณ์มันจะเหมือนนางฟ้าจากโรงเรียนหญิงล้วนมาจีบ แล้วพี่ก็ยืนทำหน้าหล่อๆ หรือเปล่านะ’  

‘เพ้อเจ้อ!’ ผมสะบัดหัวไล่ความคิดจินตนาการถึงภาพที่ไม่มีวันเป็นไปได้ แต่ก็ต้องลอบยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ส่องกระจกดูหน้าตาหน่อยว่าทำงานหนักขนาดนี้สดชื่นดีไหม เดี๋ยวฝันมาเห็นแล้วจะไม่สบายใจเอาน่ะ 

อืมจะว่าไป พอพูดถึงเรื่องงาน ผมจำได้ว่าแม่เรียกผมมาทำงานด่วนนะ แต่ทำไมนั่งตรงนี้ตั้งครึ่งวัน ยังไม่เห็นมีงานด่วนสักงาน  

‘ไม่ยอมเคลียร์เรื่องลูกสะใภ้ ผมขอเคลียร์เรื่องหลอกผมกลับละกัน’  

คิดแล้วก็ลุกออกจากโต๊ะทำงาน ก้าวเท้าฉับๆ อย่างมั่นใจไปหาแม่ที่ห้องผู้อำนวยการทันที แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ 

“มาทำไมตอนนี้ แม่กำลังจะไปทานข้าว”  

‘ตอนผมไม่มา แม่ก็ไม่ไปนะ’ ผมหรี่ตามองอย่างสงสัย แม่ก็ทำเป็นหยิบนู่นเก็บนี้แล้วก็คว้ากระเป๋าใบเล็กมาคล้องแขน  

เห็นไหมว่าแม่ผมตลกร้ายมากเลย 

“อินไปทานกับแม่ไหม หรืออยากทานที่โรงอาหารเหมือนเดิม”  

‘แม่ควรถามเรื่องที่ผมมาหามากกว่าการชวนทานข้าวนะ’  

“ตกลงจะไปหรือไม่ไปครับคุณลูกชาย”  

ไม่รอให้แม่ชวนคุยนอกเรื่องไปมากกว่านี้ ผมก็ยิงคำถามด้วยการพิมพ์แล้วชูขึ้นระดับสายตาให้แม่อ่านทันที 

‘ไหนงานด่วนของผมครับ’  

อ่านเสร็จแม่ก็กลอกตาไปมา แล้วก็หยิบแว่นตามาสวม ผมจึงได้แต่ยืนรอคำแก้ตัวเพราะผมจับได้แล้วว่าแม่แค่หลอกให้กลับ หลังจากแอบดูเฟสบุ๊กผมแล้วรู้ว่าผมไม่ได้ไปเที่ยวคนเดียว 

‘หวงผมอีกแล้วใช่ไหม ผมโตแล้วครับ วันหลังห้ามหลอกผมกลับอีก’ ผมบอกแบบดุนิดๆ ไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้นเพราะเข้าใจความรู้สึกแม่ดี อีกอย่างฝันก็เข้าใจผมด้วย 

“แม่รู้ แต่ถ้าไปทำผู้หญิงคนนั้นท้องล่ะ ก่อนจะคบลูกศึกษานิสัยเธอดีแล้วใช่ไหม แม่ไม่เอาแบบผู้หญิงเมื่อคืนนะ แม่รับไม่ได้”  

รับได้หรือไม่ได้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วครับแม่ ในเมื่อ... 

‘คนเดียวกันครับ’  

O-O แม่ผมตาค้างไปเลยหลังจากได้อ่านความจริงบนหน้าจอ และผมก็ควรจะหนีก่อนที่คำด่าเพียงหนึ่งคำจะหลุดออกจากปากแม่ เพราะหลังจากนั้นผมต้องยืนฟังอีกนาน นานยิ่งกว่าบทสวด 30 จบ  

‘ทานข้าวให้อร่อยครับ’  

ตั้งหลักก่อนดีกว่านะผมว่า ตอนนี้แม่ผมเห็นทอฝันแค่ด้านเดียวไง ท่านยังไม่ได้สัมผัสความน่ารักของเธอเลย ขอเวลาอีกสักนิด รับรองว่าแม่ต้องหลงทอฝันแน่นอน...ผมมั่นใจ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}