คัมไป/Beertiara
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

SP ที-แดเนียล ตอนที่ 1

ชื่อตอน : SP ที-แดเนียล ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 05:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SP ที-แดเนียล ตอนที่ 1
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 1 

 

           ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 19 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่แดเนียลได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการโดนหักหลังจากคนคนที่เขาไว้ใจและเชื่อใจ ตรงหน้าของแดเนียลตอนนี้คือผู้ชายที่เขาเรียกว่าคนรักกับผู้หญิงบอบบางที่ดูน่าทะนุถนอมอีกคนหนึ่ง  

ภาพที่คนรักของเขากำลังโอบกอดผู้หญิงตัวเล็กคล้ายจะปกป้องผู้หญิงคนนั้นจากเขามันทำให้แดเนียลทั้งเจ็บทั้งจุกอยู่ในอกจนแทบอยากจะร้องไห้ออกมา แต่แดเนียลกลับร้องไม่ออก ทำได้แค่ยืนมองด้วยสายตาโกรธจัดและกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านของตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปทำร้ายคนทั้งสองตรงหน้า 

           “เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ซะ ครั้งนี้กูจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วกัน แต่อย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีก” แดเนียลพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ทั้งรักทั้งแค้นที่โดนคนรักหักหลัง แต่ในเมื่อความรักมีมากกว่า เขาจึงเลือกที่จะให้อภัยและให้โอกาส  

           “แล้วทำไมผมต้องเลิกยุ่งกับแฟนผมด้วย” โรมหรือผู้ชายที่แดเนียลคิดมาตลอดว่าเขาคือคนรักพูดตอบกลับมา 

           “มึงพูดอะไรโรม กูต่างหากที่เป็นแฟนมึง ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้”  

           “คุณเข้าใจผิดแล้วแดน ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นแฟนผมเลยสักครั้ง ผมไม่เคยรักคุณ คนที่ผมรักคือเฟิร์น” 

           “มึงบอกว่ากูไม่ใช่แฟนมึงเหรอ แล้วที่มึงเอากูเกือบทุกคืนคืออะไร ไม่ได้รักกูแล้วมาเอากูทำไม ไอ้เหี้ย!!!” อยากเข้าไปทำร้ายร่างกายให้อีกฝ่ายเจ็บเหมือนที่เขากำลังเจ็บอยู่ตอนนี้ แต่ก็ทำไม่ลง 

           “ผมไม่ได้อยากได้คุณ แต่คุณเสนอตัวให้ผมเอง คุณยัดเยียดตัวเองให้ผม จำไม่ได้เหรอว่าเรื่องระหว่างเรามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะคุณเหรอที่อยากได้ผมจนตัวสั่น” โรมตอบกลับมาด้วยความอัดอั้น ที่เขาทนอยู่กับแดเนียลทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะปฏิเสธอีกฝ่ายไม่ได้ต่างหาก 

           โรมเป็นลูกคนงานในไร่องุ่นของครอบครัวแดเนียล เขาเป็นเพื่อนเล่นกับแดเนียลมาตั้งแต่เด็ก และไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ความรู้สึกที่แดเนียลมีต่อโรมเริ่มเปลี่ยนไป จนมันเริ่มชัดเจนขึ้นตอนที่แดเนียลอายุ 14 และเริ่มรู้จักความรัก  

           แน่นอนว่าในตอนแรกมันเป็นแค่การแอบรักข้างเดียว แต่พอนานเข้าความรักที่แดเนียลมีต่อโรมมันก็เริ่มมากล้นจนแดเนียลเก็บไว้ไม่ไหว แดเนียลจึงบอกความรู้สึกของตัวเองให้โรมรับรู้ในวันที่มีการประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย  

แน่นอนว่าทั้งโรมและแดเนียลต่างก็สอบติดที่เดียวกันซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังในออสเตรเลียซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้าสูง และโรมก็เกือบจะตัดใจที่จะเรียนที่นั่นแล้วเพราะเขารู้ดีว่าพ่อกับแม่ของเขาไม่มีปัญญาส่งเขาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้นได้แน่นอน   

           และในตอนนั้นเองที่แดเนียลยื่นข้อเสนอให้กับโรม ด้วยข้อเสนอที่ว่าหากโรมยอมตกลงรับความรู้สึกของแดเนียลและยอมคบกัน แดเนียลจะไปขอร้องให้พ่อกับแม่ของตัวเองส่งเสียค่าเทอมและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับโรมระหว่างที่โรมเรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย และแน่นอนว่าโรมไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้แน่ๆ ทั้งสองจึงตกลงคบกันตั้งแต่ตอนนั้น 

           ความสัมพันธ์ทางกายครั้งแรกระหว่างของพวกเขาเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ออสเตรเลียได้ไม่นานนัก คืนนั้นเป็นคืนที่ทั้งสองออกไปสังสรรค์กับเพื่อนก่อนจะกลับมายังห้องพักที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าเพราะความเมาหรือบรรยากาศพาไป แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว และแน่นอนว่าเมื่อมีครั้งแรก ครั้งต่อๆไปก็ย่อมตามมา  

           โรมไม่ปฏิเสธว่าเขาเองก็ติดใจร่างกายแดเนียลไม่น้อย แต่ถึงยังไงเขาก็รักแดเนียลไม่ได้อยู่ดี แม้เขาจะลองพยายามที่จะรักแล้วก็ตาม และระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่โรมก็ได้เจอกับใบเฟิร์นเพื่อนคนไทยที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน เมื่อได้รู้จักใบเฟิร์นมากขึ้นโรมก็ตกหลุมรักใบเฟิร์นจนตอนนี้ทั้งคู่แอบคบกันลับหลังแดเนียลมาได้ 2 เดือนแล้ว  

           “หึ ไอ้แมงดา มึงลืมไปแล้วเหรอว่ามึงเกาะกูกินอยู่ ที่มึงได้เรียนที่นี่ ที่มึงได้กินได้ใช้สุขสบายอยู่ทุกวันนี้เพราะใคร ถ้ากูไม่เป็นคนไปขอร้องพ่อกับแม่กูให้ส่งเสียมึง ลูกขี้ข้าอย่างมึงจะมีปัญญาได้มาเรียนที่นี่มั้ย ห๊ะ ไอ้เหี้ย!!!” แดเนียลตะโกนออกไปอย่างโกรธจัด ก่อนจะมองไปที่หญิงสาวข้างกายของโรมที่กำลังกอดแขนโรมแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังมองมาที่แดเนียลอย่างหวาดกลัว 

           เพราะแดเนียลไม่ใช่ผู้หญิงใช่มั้ย โรมถึงได้ไม่เลือกเขา เพราะเขาไม่ได้ตัวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอมเหมือนผู้หญิงคนนั้น  

เขาสูง 180 ซม. ซึ่งสูงพอๆกับโรม และเพราะชอบออกกำลังกายแดเนียลจึงมีกล้ามเนื้อและซิคแพ็คที่เรียงตัวอย่างสวยงาม ทั้งรูปร่างและหน้าตาของแดเนียลเรียกได้ว่าเพอร์เฟ็คและเป็นที่หมายตาของสาวๆ  

           จริงๆตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่มก็มีสาวๆเข้าหาแดเนียลไม่ขาดสายเพราะหน้าตาที่หล่อเหลาและหุ่นที่แสนจะเพอร์เฟ็คแดเนียล แต่ก็นั่นแหละ แดเนียลไม่เคยตอบรับผู้หญิงคนไหนเลยเพราะเขามีโรมอยู่แล้ว เขาซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว และไม่เคยนอกใจไปมองคนอื่นเลยสักครั้ง แต่ดูสิ่งที่โรมตอบแทนเขาสิ  

           “มึงมันไอ้แมงดา ไอ้งูพิษ เลี้ยงไม่เชื่อง กูขอให้มึงโดนคนรักหักหลังเหมือนที่กูโดน ขอให้มึงเจ็บปวดกว่ากูเป็นร้อยเท่า พันเท่า!!!” อยากจะต่อยไปสักหมัดให้สมกับความเจ็บปวดของเขาตอนนี้ แต่แดเนียลก็ทำได้แค่เดินออกมาจากตรงนั้น เพราะไม่อาจจะทนมองหน้าของโรมได้อีกต่อไป 

------------------------------ 

           ตั้งแต่วันนั้นโรมก็ย้ายออกจากคอนโดที่อยู่ร่วมกันกับแดเนียลเพื่อไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ส่วนแดเนียลก็เริ่มใช้ชีวิตที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นเหลวแหลก ออกไปปาร์ตี้ไม่เว้นแต่ละวัน แถมยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เพื่อนที่คบแต่ละคนก็มีแต่พวกลูกคุณหนูนิสัยเสีย เอาแต่ใจ และชอบดูถูกเหยียดหยามคนที่ด้อยกว่า กิจวัตรประจําวันคือการกลั่นแกล้งคนอื่นและมีเรื่องชกต่อยเป็นประจำแถมเขายังไม่สนใจการเรียนจนเกรดที่ออกมามันช่างน้อยนิดชนิดที่เรียกได้ว่าคาบเส้นยาแดง  

           แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือ ในขณะที่แดเนียลกำลังใช้ชีวิตเหลวแหลกขนาดนี้ แต่โรมกับผู้หญิงคนนั้นกลับดูจะยิ่งรักกันหวานชื่นยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ แถมทั้งคู่ยังเรียนดีและดูจะเป็นที่รักของเพื่อนๆซะเหลือเกิน  

            เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้แดเนียลที่กำลังนัวเนียกับสาวผมบลอนด์ร่างอวบอัดอยู่บนเตียงต้องผละออกจากหญิงสาวอย่างเสียอารมณ์ เขาไม่ได้อยากรับสายที่เรียกเข้ามาหรอก แต่ตอนนี้เงินในบัญชีของเขาแทบจะหมดแล้ว ถ้าเขาไม่รับ แม่ขอเขาก็คงดัดหลังโดยการไม่โอนเงินมาให้เขาแน่ๆ 

           “ว่าไงครับแม่” แดเนียลกดรับสาย ก่อนจะพูดออกไป 

           [อุ้ย แดนน้อยของแม่รับสายแม่ได้แล้วเหรอคะลูก แม่นึกว่าแดนน้อยจะไม่รับสายแม่แล้วซะอีก] เสียงปลายสายตอบกลับมาก่อนจะหัวเราะออกมา 

           “เงินแดนหมดแล้วนะแม่ โอนเข้าบัญชีให้แดนด้วย”  

           [อ๋อ ที่ยอมรับสายเพราะเงินหมดนี่เอง แล้วทำไมไม่กลับบ้านล่ะลูก ปิดเทอมแล้วไม่ใช่เหรอ แม่รอแดนน้อยกลับบ้านมาหาแม่อยู่นะ เนี้ย เจ้าโรมก็เพิ่งกลับมาถึงเมื่อเช้านี่เอง พาแฟนมาด้วย น่ารักเชียว]  

           “แม่อย่าพูดชื่อไอ้ขี้ข้านั่นให้แดนได้ยินได้มั้ย ได้ยินชื่อมันแล้วแดนหงุดหงิด” แดเนียลพูดตอบกลับไปอย่างใส่อารมณ์ ก่อนจะยกมือขึ้นเสียผมตัวเองอย่างหงุดหงิด  

           [ทำไมหนูเรียกโรมเขาแบบนั้นล่ะลูก ทะเลาะอะไรกันรึเปล่า เมื่อก่อนแม่ก็เห็นเราออกจะสนิทกับโรมเขา] 

           “แต่ตอนนี้แดนเกลียดมันแล้ว แม่ก็ไล่ครอบครัวมันออกจาไร่ไปสักทีเถอะ มาเกาะเรากินอยู่ได้ แมงดาชัดๆ”  

           [แดน ไม่พูดแบบนั้นนะคะ มันไม่ดี พ่อแม่เจ้าโรมเขาทำงานกับแม่มานานแล้วนะ เขาไม่ได้เกาะเรากินสักหน่อย แล้วอีกอย่างโรมเขาก็เล่าให้แม่ฟังหมดแล้วนะ ว่าอยู่ที่นั่นเราเกเรขนาดไหน] 

           “เหอะ อยากจะเชื่อมันก็ตามใจแม่เถอะ แค่นี้ก่อนนะแม่ อย่าลืมโอนเงินให้แดนด้วยล่ะ”  

           [อย่าเพิ่งวางจ้ะ แม่ยังคุยกับเราไม่จบ] 

           “มีอะไรอีกครับ” 

           [แดนน้อยไปหาพี่แทนที่ไทยมั้ยลูก เห็นพี่แทนบอกว่าถ้าแดนไปจะพาแดนเที่ยวทั่วไทยเลย] พี่แทนที่แม่พูดถึง คือพ่อเลี้ยงแทนไทที่เป็นเจ้าของฟาร์มม้า ฟาร์มโคนมชื่อดังในประเทศไทย ซึ่งแทนไทเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแดเนียลนั่นเอง  

           “จริงเหรอครับ” แดเนียลถามขึ้นอย่างสนใจ เพราะเขาเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวประเทศไทยมาหลายปีแล้วเหมือนกัน  

           [ใช่จ้ะ ถ้าแดนไปแม่จะจองตั๋วเครื่องบินให้ แล้วโอนเงินให้อีกสองแสนเลย โอเคมั้ย] 

           “สองแสนเหรียญเหรอครับ” 

           [สองแสนบาทจ้ะหนู ใจเย็นๆนะครับลูก] 

           “สองแสนบาทไปอยู่ที่ไทยแป๊ปเดียวก็หมดแล้วครับแม่ แม่จะให้แดนอดตายเหรอ”  

           [แดนน้อยของแม่จะกินเพชร กินทองแทนข้าวเหรอคะ ถึงได้คิดว่าตัวเองจะอดตายกับเงินสองแสนบาทน่ะ แต่เอาเป็นว่าถ้าแดนน้อยไปถึงไทยแล้วแม่จะโอนเพิ่มให้อีกโอเคมั้ยคะ] 

           “ก็ได้ครับ” 

           [จ้ะ เดี๋ยวแม่จองตั๋วให้แดนเรียบร้อยแล้วแม่จะโทรไปบอกอีกทีนะคะ] 

           “ครับ” 

           [แม่คิดถึงแดนน้อยของแม่มากๆเลยนะครับลูก] 

           “แดนก็คิดถึงแม่ครับ เดี๋ยวกลับจากไปเที่ยวไทยแล้วแดนจะแวะไปหานะครับ” 

           [จ้ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะลูก] 

           “ครับ” พูดจบเขาก็กดวางสายไป จริงๆเขาอยากจะกลับไปหาแม่ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่เพราะไม่อยากกลับไปเจอโรมกับผู้หญิงคนนั้น เขาถึงได้เลือกที่จะไม่กลับบ้านและอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลียต่อ ถึงแม้ตอนนี้จะปิดเทอมไปหลายวันแล้วก็เถอะ 

------------------------------ 

           หลังจากนั้นผ่านไปสามวัน ในที่สุดแดเนียลก็เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 10 โมงกว่าๆ และเพราะแม่ของแดเนียลบอกกับเขาว่าแทนไทจะมารับเขาที่สนามบิน แดเนียลจึงได้นั่งรออยู่เกือบชั่วโมง แต่คนที่มารับแทนที่จะเป็นพี่ชายของเขา กลับเป็นคนแปลกหน้าที่หนวดเคราเฟิ้ม แถมเสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูสกปรกอีกต่างหาก 

           “กูไม่เชื่อหรอกว่าพี่แทนให้มึงมารับกู มึงคิดจะลักพาตัวกูใช่มั้ย” แดเนียลถามคนตรงหน้าออกไป เมื่อไอ้ผู้ชายตัวสูงใหญ่ หน้าเหมือนโจรยังยืนยันแบบหน้าตายว่าแทนไทสั่งให้มันมารับเขาจริงๆ 

           “ถ้าไม่เชื่อคุณก็โทรไปถามพ่อเลี้ยงเถอะครับ” 

           “เออ กูโทรแน่” พูดจบแดเนียลก็หยิบโทรศัพท์มาโทรหาพี่ชายของตัวเองทันที 

           [ครับ] รอสายอยู่ไม่นาน เสียงจากปลายสายก็ตอบกลับมา 

           “พี่อยู่ไหน ผมมาถึงแล้วเนี้ย” 

           [ตอนนี้พี่ติดธุระอยู่ต่างจังหวัด แต่พี่ส่งคนไปรับแดนแล้ว รอสักพักแล้วกัน เดี๋ยวเขาคงไปถึง] เพราะแทนไทคิดว่าแดเนียลยังไม่เจอกับทีจึงพูดออกมาแบบนั้น 

           “เหอะ ติดธุระหรือกกเมียขี้ข้าอยู่กันแน่” เพราะแดเนียลรู้มาว่าตอนนี้แทนไทกำลังคบกับเด็กที่เป็นคนงานในฟาร์ม แถมอีกฝ่ายยังอายุไม่ถึง 18 ด้วยซ้ำ เด็กนั่นคงคิดว่าจับแทนไทได้แล้วตัวเองจะได้มีชีวิตที่สุขสบายไปตลอดชาติล่ะสิ เขาล่ะเกลียดพวกไม่เจียมแบบนั้นจริงๆ 

           [แดน!!!] เสียงแทนไทตะคอกกลับมาเสียงดัง ทำหยั่งกับเขาพูดอะไรผิด 

           “ทำไมล่ะ ก็ผมพูดเรื่องจริง บอกตรงๆว่าขนลุกชะมัดตอนรู้ว่าพี่เอาลูกคนงานมาทำเมีย ถามจริงเถอะ เอามันลงได้ไงเนี้ย หรือจริงๆแล้วพี่ไม่ได้จริงจังแค่เอาไว้ฟันเล่นๆสนุกๆใช่มั้ย” 

           [พี่จริงจัง] 

           “จะบ้าตาย แล้วไอ้ตัวสกปรกที่พี่ส่งมารับผมนี่มันอะไรกัน” แดเนียลพูดพร้อมกับปรายตาไปมองไอ้โจรหน้านิ่งที่ยืนอยู่ข้างเขาแบบเหยียดๆ 

           [เจอกันแล้วเหรอ] 

           “เจอแล้ว แต่โทรมาถามเพื่อความแน่ใจ ให้ตายเหอะนึกว่ากำลังจะโดนลักพาตัวซะอีก ถามจริงพี่นึกยังไงถึงได้ส่งคนแบบนี้มารับผมเนี้ย หนวดเคราเฟิ้ม เสื้อผ้าก็สกปรก แถมยังเหม็นสาบอีก พี่ไว้ใจมันได้แค่ไหนกัน ไม่ใช่ว่ามันจะจับผมไปเรียกค่าไถ่หรอกนะ”  

           [พี่ขอคุยกับทีหน่อย]   

แดเนียลได้ยินเสียงปลายสายถอนหายใจเหมือนกำลังเอือมระอากับคำพูดของเขา 

           “อยากคุยก็โทรหามันเองแล้วกัน พูดตรงๆนะ ไม่อยากให้มันมาแตะโทรศัพท์ของผม กลัวเสนียดติด” พูดจบคนเอาแต่ใจก็วางสายไปทันที 

           ผ่านไปไม่กี่วินาที เสียงโทรศัพท์เครื่องเก่าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแดเนียลก็ดังขึ้น  

           “ครับ พ่อเลี้ยง” ทีตอบกลับปลายสายอย่างไร้ความรู้สึก ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะยืนฟังถ้อยคำดูถูกจากแดเนียลไปแท้ๆ  

           [มึงช่วยพาน้องกูกลับบ้านหน่อย]  

           “เหมือนเขาจะไม่อยากไปกับผม”  

           [ถ้ามันไม่ยอมกูให้สิทธิ์มึงจัดการมันเต็มที่ จะใช้วิธีไหนก็ได้ แค่อย่าให้ถึงตายหรือถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลก็พอ]  

           ทีรู้ดีว่าแทนไทแค่พูดเล่น แต่พอเขาเหลือบมองไปเห็นสายตาเหยียดหยามของแดเนียลที่กำลังมองมาที่เขา จู่ๆเขาก็มีความรู้สึกที่อยากจะสั่งสอนเด็กนิสัยเสียตรงหน้าขึ้นมา ก็ได้แต่หวังว่าพ่อเลี้ยงแทนไทจะไม่โกรธหากเขาเผลอทำรุนแรงกับเด็กนี่ขึ้นมาจริงๆ 

           “แน่ใจเหรอครับ” 

           [เออ จะทำอะไรก็ตามสบาย กูน่าจะถึงพรุ่งนี้บ่ายๆ กะว่าจะแวะนอนกรุงเทพฯสักคืน ยังไงก่อนกูไปถึง มึงก็ช่วยดูแลมันให้กูก่อนแล้วกัน อย่าให้มันไปก่อเรื่องเข้าล่ะ] หลังจากที่ทีรับคำ แทนไทก็วางสายไปในทันที 

           “ตามผมมา” ทีหันไปพูดกับแดเนียลหลังจากที่วางสายจากพ่อเลี้ยงแทนไท 

           “กูไม่ไปกับมึงหรอก แค่ยืนใกล้ๆก็เหม็นสาบจะแย่อยู่แล้ว ถามจริงเถอะ ก่อนมารับกูมึงได้อาบน้ำมามั้ยเนี้ย เฮ้ย จะเดินหนีไปไหนวะ” แดเนียลพูดขึ้นก่อนจะรีบเดินตามร่างสูงใหญ่ของคนตรงหน้าที่จู่ๆก็เดินออกไปจากตรงนั้น ทั้งๆที่เขายังพูดไม่จบ เป็นแค่ขี้ข้ามาทำตัวไร้มารยาทกับเขาแบบนี้ได้ไงกันวะ  

           “ขึ้นรถ” ทีหันไปออกคำสั่งกับแดเนียลเมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงลาดจอดรถที่มีรถกะบะคันเก่าๆจอดอยู่ 

           “นี่กูต้องนั่งรถคันนี้ไปที่ฟาร์มจริงๆเหรอวะ” แดเนียลบ่นออกมาเมื่อเห็นสภาพรถตรงหน้า  

และเมื่อทีเห็นว่าแดเนียลไม่ยอมขึ้นรถสักที แถมยังทำทีท่าเหมือนไม่อยากจะขึ้นไปนั่งบนรถกะบะคันนี้ ทีจึงขึ้นไปนั่งบนรถฝั่งคนขับแล้วสตาร์ทรถในทันที จนแดเนียลต้องรีบลนลานเปิดประตูเข้าไปนั่งอีกฝั่งของคนขับ  

จะให้ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อแดเนียลไม่เคยไปที่ฟาร์มของแทนไทเลยสักครั้ง ถ้าหาทางไปเองก็คงจะยาก เลยต้องจำใจทนนั่งรถเก่าๆและร่วมทางกับไอ้คนขับรถเส็งเคร็งนี่ไปอีกหลายชั่วโมง แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่แอร์ของรถคันนี้ยังใช้งานได้อยู่ ไม่งั้นเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะโดนย่างก่อนเดินทางไปถึงฟาร์มรึเปล่า แดดประเทศไทยมันร้อนน้อยซะที่ไหนกันล่ะ 

และตลอดทางทีก็ไม่พูดอะไรกับแดเนียลอีกเลย แม้แดเนียลจะพยายามชวนคุย หรือใช้คำพูดแรงๆที่ถ้าคนอื่นโดนพูดแบบนี้ใส่ก็คงตอบโต้กลับมาด้วยความโกรธแล้ว แต่ทีกลับยังนิ่งเฉยและขับรถต่อไปโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาสักคำ ทำตัวราวกับตัวเองเป็นหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิต ไร้จิตใจงั้นแหละ  

          “กูถามจริงเหอะ มึงเพิ่งโดนเมียทิ้งรึไงวะ หรือเมียหนีตามชู้ มึงถึงได้ทำหน้าเบื่อโลก ทำตัวเหมือนคนไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกแบบนี้”  

           และในตอนนั้นเองที่คนที่กำลังขับรถอยู่เงียบๆได้หันไปมองสบตากับแดเนียลด้วยสายตาวาวโรจน์ เป็นแววตาดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธกับคำพูดของแดเนียลมากแค่ไหน 

           “ถ้าคุณยังไม่หยุดพูด ผมจะทิ้งคุณไว้ตรงนี้” เป็นครั้งแรกที่ทีพูดออกมาหลังจากที่นั่งเงียบมาตลอดทาง แถมน้ำเสียง แววตา ท่าทางของทีก็ดูเหมือนอยากจะยื่นมือมาบีบคอแดเนียลให้ตายคารถคันนี้ซะด้วยสิ 

           แดเนียลกระตุกยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้เห็นแววตาน่ากลัว และได้ยินคำพูดที่อีกฝ่ายพูดออกมา ตอนแรกเขาก็คิดว่าทีเป็นพวกไร้ความรู้สึกซะอีก ที่ไหนได้ ที่มันเป็นแบบนี้คงเพราะถูกเมียทิ้งอย่างที่เขาพูดจริงๆสินะ ในที่สุดเขาก็รู้จุดอ่อนของไอ้หุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกตัวนี้จนได้ ชักน่าสนใจซะแล้วสิ แบบนี้การมาไทยของเขาค่อยดูน่าสนุกขึ้นมาหน่อย  

--------------------------- 

mage 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}