หอตะวัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาคสอง [บทที่ 19]

ชื่อตอน : ภาคสอง [บทที่ 19]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 610

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 21:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาคสอง [บทที่ 19]
แบบอักษร

บทที่ 19

 

 

 

หลังจากที่จัดการปัญหาบางอย่างเสร็จสิ้น เฉินลู่ร์ก็กลับมาที่บ้านของเขากับม่านเฟย ทันทีที่รถสีดำคันหรูขับเคลื่อนเข้ามาในโรงจอดรถก็สังเกตได้ว่าช่องจอดรถอีกคันหนึ่งได้ถูกเว้นว่างเอาไว้ ไม่มีรถจอดอยู่

ร่างสูงรีบก้าวลงจากรถในทันทีพร้อมกับวิ่งเข้าไปในบ้านที่ว่างเปล่า ภายในบ้านมืดสนิทมีเพียงแสงไฟสองดวงเล็กๆที่ส่องอยู่หน้าประตูบ้านเท่านั้น

ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับแสงไฟที่เปิดสว่างภายในบ้าน เฉินลู่ร์ก็ตกตะลึงกับสิ่งที่หญิงสาวได้จัดเตรียมเอาไว้ให้

ทั้งตื้นตันและแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด

ชายหนุ่มก้าวเดินไปตามทางของเทียนที่ยังไม่ได้จุด ถูกประดับอยู่

มีลูกโป่งสีสันสวยงามถูกประดับตกแต่งไว้พร้อมกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ให้ความหมายว่าสุขสันต์วันเกิดของเขา

ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นช่อดอกไม้ขนาดใหญ่และกล่องของขวัญเล็กๆที่วางไว้ใกล้ๆกัน แต่แล้วเขาก็ไม่กล้าที่จะหยิบมาเปิดดู คงต้องรอให้หญิงสาวเป็นผู้มอบให้เองกับมือ

เค้กหน้าตาประหลาดกับตัวอักษรบิดเบี้ยวทำให้ใบหน้าคมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

อยู่ๆรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นก็แปรเปลี่ยนพร้อมกับรอยย่นระหว่างคิ้วที่เกิดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าภายในบ้านช่างดูเงียบสนิทจนผิดแปลกไป

หัวใจเริ่มเต้นระรัวพร้อมกับวิ่งขึ้นไปดูภายในห้องนอนของเธอที่ว่างเปล่าและห้องนอนของเขาที่ประตูยังคงปิดล็อคสนิท รีบเปิดเข้าไปก็พบว่าไร้ร่องรอยของอีกคน

ก้มดูนาฬิกาบนข้อมือของตนเองในตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสาม...

เธอคงจะโกรธมากและออกไปไหนสักที่ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงและร้อนใจไม่น้อย

เฉินลู่ร์หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง ก็พบว่าแบตหมดไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ยิ่งสร้างความรู้สึกหงุดหงิดและกังวลขึ้นมามากกว่าเดิม

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้มพร้อมกับมือหนึ่งยกขึ้นมาเสยผมของตนเอง กวาดสายตามองภายในบ้านที่เต็มไปด้วยของประดับ

เขาจะเริ่มออกไปตามหาเธอที่ไหนก่อนดี...

คำถามที่แทรกเข้ามาในหัวหลังจากที่รวบรวมสติของตนเองได้ รีบกดโทรศัพท์ที่เพิ่งเปิดเครื่องโทรออกไปในทันที

“ติ๊ด..~~~”

ทันทีที่กดโทรออกก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นไม่ไกล

ดวงตาคมกวาดสายตามองก็พบว่าโทรศัพท์ของม่ายเฟยถูกวางอยู่บนโซฟา เธอไม่ได้พกติดตัวไปด้วย...

ยิ่งทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่งในตอนนี้

เพราะทั้งเป็นห่วงและร้อนใจ...

ไม่ทันได้ก้าวออกจากบ้านก็พบว่ามีรถคันหนึ่งกำลังขับเคลื่อนเข้ามา เมื่อเดินไปมองผ่านช่องผ้าม่านก็เริ่มคลายกังวลใจลง

หญิงสาวเดินกลับเข้ามาในบ้านในสภาพอิดโรย

ทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาว เฉินลู่ร์ก็เผลอพูดเสียงดังออกไปโดยไม่ได้ควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้

 

จนทำให้ทุกอย่างมันเหมือนจะยิ่งแย่กว่าเดิม....

.

.

.

ปิดประตูห้องนอนถูกปิดลง ม่านเฟยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาหลังจากเพิ่งมีปากเสียงกันกับชายหนุ่ม 

เหมือนกับสิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้นเสียเปล่า ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยสักนิด

เสียเวลา...เสียใจ!

คงต้องยอมรับเสียที...ว่าไม่มีทางทำให้อีกฝ่ายหันมารักเธอได้เลย

ไม่มีวัน...ที่เขาจะรักเธอ เหมือนดังคำพูดที่เคยได้ยินมาเสมอ...

 

ม่านเฟยเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เธอดึงกระเป๋าลากใบใหญ่ออกมาพร้อมกับเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดในตู้ใส่ในกระเป๋าอย่างช้าๆ

ร้องไห้หนักมาหลายชั่วโมง อีกทั้งตลอดทั้งวันที่มัวจัดเตรียมทุกอย่างแทบไม่ได้พัก จนกระทั่งตอนนี้ที่เกือบจะถึงเช้าของวันใหม่ ความเหนื่อยล้าทำให้ม่านเฟยแทบจะฝืนลืมตาขึ้นไม่ไหว

คงต้องนอนพักสักหน่อยแล้วพรุ่งนี้ค่อยย้ายออกไป

.

.

.

ม่านเฟยเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกับกระเป๋าลากใบใหญ่ ใบหน้าที่ซีดเซียวกับใต้ตาที่หมองคล้ำ เมื่อหันไปมองรอบๆก็พบว่าชายหนุ่มไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้

เป็นเวลาเกือบเที่ยงวันที่ม่านเฟยตื่นขึ้นมาหลังจากร่างกายเหนื่อยล้าทำให้เผลอนอนหลับไปนาน

เห็นแผ่นกระดาษโน้ตวางอยู่บนโต๊ะ

ลายมือของชายหนุ่มเขียนเอาไว้ว่า “พี่ทำอาหารไว้ให้อย่าลืมทานนะครับ เดี๋ยวกลับไปเย็นนี้พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

“เป็นแบบนี้อีกแล้ว...”เสียงแผ่วเปรยออกมาพลางวางกระดาษในมือลงตามเดิม

หัวใจที่แข็งกร้าวพลันอ่อนลงทุกทีเมื่ออีกฝ่ายกลับมาทำดีด้วย หัวใจไม่รักดีเป็นแบบนี้เสมอ...

ควรจะรอตามที่เขาบอกดีไหม?

หรือถ้ารอ...แล้วมันจะยังเป็นเหมือนเดิมแบบนี้อยู่หรือเปล่า?

คำถามที่ทำให้ในใจรู้สึกสับสนวนเวียนเข้ามาจนผ่านไปนานพอสมควร ยิ่งใกล้เวลาเลิกงานของอีกฝ่ายหัวใจดวงน้อยก็ยิ่งเต้นระรัว

.

.

สุดท้ายเธอก็รอให้เขากลับมา...จนได้!

ม่านเฟยชะเง้อมองรถสีดำคันหรูที่ขับเคลื่อนเข้ามาก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้เกือบสามสิบนาที ทันทีที่ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับท่าทีเหนื่อยหอบ

ก็พบว่าม่านเฟยได้นั่งรออยู่แล้ว

ภายใต้ใบหน้าไร้สีกับดวงตาที่อิดโรยนั้นกลับดูสงบนิ่งขึ้นมากกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานัก

พอทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของชายหนุ่มเริ่มคลายกังวลลง

มือหนาเอื้อมมาจับมือหญิงสาวก่อนที่อีกฝ่ายจะผละหนีในทันที

“มีอะไรก็พูดมาสิค่ะ”ม่านเฟยถามออกมาน้ำเสียงแข็งกร้าว ไม่ได้หันไปสบตามองอีกฝ่ายที่กำลังจับจ้องเข้ามา

“พี่ขอโทษ...เรื่องเมื่อวาน”

“พอเถอะค่ะ เรื่องนั้นม่านไม่อยากได้ยินมันอีกแล้ว”ม่านเฟยตอบออกไปด้วยท่าทีเฉยชาแม้จะสวนทางกับความรู้สึกที่มี แต่เธอก็รู้สึกเหนื่อยและท้อเกินกว่าที่จะพูดถึงเรื่องนั้น

“ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ม่านทำให้พี่นะ...พี่”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..ม่านขอพูดในส่วนของม่านบ้างนะคะ”ม่านเฟยพูดแทรกออกมาก่อนประโยคของอีกฝ่ายจะสิ้นสุดลง น้ำเสียงแข็งกร้าวยิ่งทำให้ชายหนุ่มเริ่มใจคอไม่ดี

“...!”ดวงตาคมได้เพียงมองใบหน้าเรียบนิ่งของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับรอฟังประโยคที่จะเอ่ยขึ้นของเธอ

“เราเลิกกันเถอะค่ะ!”

“!?”

“ไม่สิ...เราไม่ได้คบกันสักหน่อย ถ้าจะพูดให้ถูก เรามาหย่ากันเถอะค่ะ”เสียงใสพูดขึ้นพร้อมกับฝืนยกยิ้มขึ้นมากลบเกลื่อนความเจ็บปวดของตนเองเอาไว้

“ม่านคงโกรธพี่เรื่องเมื่อวานใช่ไหม ถึงได้พูดอะไรตามอารมณ์แบบนี้ออกมา”

“ม่านคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วล่ะค่ะ ม่านควรจะปล่อยให้พี่ไปมีความสุขกับคนรักของพี่ดีกว่า ถึงยังไงถ้าครบสามปีแล้วเรื่องระหว่างเราก็ต้องจบลงอยู่ดี หย่ากันตอนนี้หรือตอนไหนก็มีค่าเท่ากัน”

“...พี่ต้องทำยังไง ม่านถึงจะหายโกรธ”เสียงทุ้มพูดขึ้น แม้หญิงสาวจะแสดงท่าทางเย็นชา แต่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายยังคงโกรธถึงได้พูดเรื่องแบบนั้นออกมา

“เรามาจบความสัมพันธ์จอมปลอมนี้กันเถอะค่ะ”ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าพูดขึ้นพร้อมกับยอมหันมาสบตากับชายหนุ่ม

“พี่ว่าเราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า เรื่องระหว่างเราไม่ได้มีแค่เราที่ตัดสินใจ รอท่านเจ้าสัวกลับมาเมื่อไหร่ม่านค่อยไปพูดเรื่องนี้กับท่านแล้วกัน”ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับเบนหน้าหันหนี เขาใช้ข้ออ้างเพื่อมาปฏิเสธอีกฝ่าย

“ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ม่านจะกลับไปอยู่บ้าน รอเวลาที่ป๊ะป๋ากลับมาเมื่อไหร่ เราค่อยไปหย่ากัน”ม่านเฟยยังคงยืนยันความคิดของตนเอง

เธอตัดสินใจที่จะย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้

พูดจบเธอก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบกระเป๋าลากใบใหญ่ออกไป ทันทีร่างสูงก็เดินเข้าไปขวาง

“พี่ไม่ให้กลับ ตราบใดที่เรายังไม่ได้หย่ากัน ม่านต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ห้ามย้ายออกไปไหนเด็ดขาด”เสียงทุ้มพูดขึ้นท่าทีแข็งกร้าวกว่าเดิม

เมื่อพูดดีแล้วไม่เชื่อฟังก็ต้องใช้ไม้แข็งตามเดิม

“เลิกมาสั่งม่านสักที ต้องการอะไรอีก พอม่านจะไปแล้วมาขวางทำไม”เสียงห้วนของหญิงสาวพร้อมอารมณ์ที่กำลังระเบิดออกมา 

ดวงตากลมจ้องมองไปยังใบหน้าชายหนุ่ม

ฟึบ!

“พี่ลู่ร์!!!เอาของม่านมานะ

พี่ลู่ร์!!!จะทำอะไร เอาของม่านมา”เสียงร้องตะโกนลั่นเมื่อชายหนุ่มยื้อแย่งกระเป๋าลากในมือพร้อมกับเดินหนีกลับขึ้นไปเก็บในห้องของตัวเอง

ม่านเฟยวิ่งตามเข้าไปก่อนจะรู้ตัวว่าได้เข้ามาอยู่ในห้องนอนของชายหนุ่ม กำลังจะหันก้าวเดินกลับออกไปก็ถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าในทันที

“อึก...พะ..พี่ลู่ร์จะทำอะไร ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายพร้อมกับกำปั้นทุบตีที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม

ฟึบ!

ร่างบางถูกโยนลงบนเตียงนุ่มอย่างหยาบโลน

“อย่ามาทำแบบนี้นะ ม่านไม่ชอบ”การกระทำรุนแรงและป่าเถื่อนยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกโกรธมากขึ้น

ไม่รีรอให้อีกฝ่ายไหวตัวขึ้น ร่างสูงก็คลานเข้ามาขึ้นคร่อมพร้อมกับจับทั้งสองมือของหญิงสาวประสานไว้ด้านบน

“ปล่อย..ม่านเจ็บ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”เสียงร้องตะโกนลั่นพร้อมกับพยายามดิ้นหนีที่ไม่เป็นผลสำเร็จ

“ในเมื่อพูดดีแล้วไม่ชอบก็ต้องโดนแบบนี้แหละ”

อุ๊บ...

ประโยคสุดท้ายก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มเข้ามาประจูบโดยใช้มืออีกข้างจับคางที่ดีดดิ้นของอีกฝ่ายไว้ และประกบจูบไปอย่างหนักหน่วง

“อื้ม..อึก”เสียงร้องอึกอักในลำคอ พยายามจะหันหน้าหนีแต่กลับถูกอีกฝ่ายบีบคางไว้จนรู้สึกเจ็บช้ำไปทั่วแก้มทั้งสอง ริมฝีปากอ้าออกเพราะไม่อาจฝืนความเจ็บปวดจนเป็นทางให้อีกฝ่ายได้ล่วงล้ำเข้ามาดูดดึงลิ้นอุ่นร้อนของตนเอง

ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกพิศวาสใดๆ แต่กลับยิ่งเคืองโกรธมากขึ้น

ถ้าหลุดพ้นออกไป เธอจะหนีไปให้ได้!!!

 

 

______________________________________________________________________________

อยากให้หนีมั้ยคะ?...หรือทนได้อยู่

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ฝากคอมเม้นด้วยน๊า^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}